สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 17/12/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,880,110
Page Views 12,430,528
 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

รวมไม้ผลเพื่อประดับและรับประทาน

รวมไม้ผลเพื่อประดับและรับประทาน

 

 รวมไม้ผลเพื่อประดับและรับประทาน


     ในบทนี้ จะกล่าวถึงไม้ผลที่นำมาใช้จัดสวนทั้งที่สามารถให้ผลได้และอาจไม่ให้ผล เพราะบางชนิดสภาพภูมิอากาศอาจไม่เหมาะสม กับการผลิตาดอก ซึ่งนำไปสู่การได้เห็นแต่ทรงต้นและกลายเป็นเพียงไม้ประดับให้ร่มเงาได้ไป เท่านั้น

         พูดไปแล้วไม้ผลที่เรานำมาปลูกในบ้านแล้วเกิดให้ผลขึ้นมาจากฝีมือการผลิตของเรา เองนี่ มันอร่อยมากกว่าปกตินะบางคนประคบประหงมจนสุกงอมคาต้น ก็ยังไม่ยอมเก็บ กลายเป็นไม้ผลเพื่อประดับ ห้ามรับประทานไป

เมื่อก่อนจัดสวนจะหาไม้ผลต้นใหญ่ๆได้แค่มะม่วงกับขนุนเป็นหลัก พวกนี้ใช้วิธีทาบกิ่งเสริมรากแก้ว ชนิดอื่นๆไม่มีให้เห็น แต่เดี๋ยวนี้กระบวนการล้อมต้นไม้ของมืออาชีพพัฒนาไปไกล ไม้ผลอะไรๆก็ล้อมเอามาปลูกได้หมด ไม่ว่าจะเป็นมะไฟ มะยง มะปราง ขนุน ลางสาด เงาะ ทุเรียน สารพัดสารเพ ล้อมเอามาแบบมีลูกติดให้ชิมด้วยว่าของแท้ไม่มีปลอมตัวมา แต่ราคาออกจะแพงเอาการเพราะกว่าจะล้อมเอามาไม่ให้หลุด ต้องบอนทิ้งไว้ 6-7เดือน กว่าจะได้ตังค์ก็ใช้เวลาและยากน่าดู

ไม่ เจาะจงละกันว่าเป็นผลไม้ที่เติบโตได้ในประเทศไทยเท่านั้น พูดทั่วๆไปคุยกัน เหมือนเดิมหาข้อมูลได้มากก็คุยมากหาได้น้อยก็เอาแค่พูดทั่วไป เจอต้นแรกอาจทำให้ตื่นตาตื่นใจนิดหน่อย นั่นคือ...........


ลิ้นจี่

ชื่อวิทยาศาสตร์  Litchi chinensis Sonn.
ชื่อสามัญ  Lychee
ชื่ออื่น  ลิ้นจี่
ชื่อวงศ์ SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์ อนุทวีปอินเดีย ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาใต้


ไม้ ต้นสูง 10-12เมตร เรือนยอดกลม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มี2-4คู่ ใบหนารูปรีแกมขอบขนานหรือรูปหอกปลายแหลมรวบ ใบเกลี้ยง ผลเมื่อสุกสีแดงสด เปลือกแข็งกรอบ ผิวขรุขระ เนื้อขาวฉ่ำน้ำ ให้ผลเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ลิ้นจี่งอกงามในดินร่วนเหนียวหรือดินร่วน ปนทราย มีความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (PH) ๖ - ๗  ดินต้องมีการระบายน้ำดี มีอากาศหนาว ปานกลางจะช่วยให้ลิ้นจี่ออกดอกและติดผลมากขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือของประเทศไทยเป็นทำเลที่เหมาะแก่การปลูกลิ้นจี่    ปัจจุบัน แหล่งปลูกลิ้นจี่ในประเทศไทยจะมี 2 แหล่งใหญ่ คือ บริเวณภาคเหนือตอนบน และบริเวณภาคกลางได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม มีหลายพันธุ์ที่นิยมปลูกเช่น พันธุ์ฮงฮวย พันธุ์จักรพรรดิ์ พันธุ์กิมเจง พันธุ์ค่อมฯ

หาพันธุ์ที่เหมาะสมมาปลูกหากอยู่ในกรุงเทพฯแล้วอยากมีลิ้นจี่ไว้แสดง เช่น พันธุ์ ค่อม (ค่อมลำเจียก) กะโหลกใบยาว สำเภาแก้ว กระโถนท้องพระโรง เขียวหวาน สาแหรกทอง จีน ไทยธรรมดา ไทยใหญ่ กะโหลกใบไหม้ กะโหลกในเตา ช่อระกำ และพันธุ์ทิพย์ เป็นต้น
เพราะพันธุ์เหล่านี้
ส่วนใหญ่ต้องการความหนาวเย็นไม่มากและหนาวเย็นไม่นานก็สามารถชักนำให้ออกดอก ได้

ลิ้นจี่เป็น ไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่คนชอบรับประทาน เนื่องจากมีรสชาติดี หวาน หอม สีสวย เนื้อของลิ้นจี่มีวิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 และเกลือแร่ชนิดต่างๆ อย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงสุขภาพแก้อาการท้องเดิน 

เป็น ไม้ผลที่มีทรงพุ่มสวยใบสวยสมมุติว่าปลูกแล้วไม่ไห้ผลก็ไม่เป็นไร คิดว่าเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งในหลายๆต้นที่เราอยากเห็นดอกแล้วก็ไม่เคยเห็น


ลำไย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Dimocarpus longan Lour.
ชื่อสามัญ 

Longan, Mata Kuching, Lungen, Dragon's Eye

ชื่ออื่น  บ่าลำไย
ชื่อวงศ์ SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด อินเดียตะวันออก พม่าตอนเหนือและจีนตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศอินเดีย, ศรีลังกา พม่า ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รูปนี้ถ่ายที่ ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ของเราเอง

ไม้ ต้นสูง 10เมตรมีเรือนยอดกลมทรงพุ่มทึบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกมีใบย่อย2-5คู่ ใบย่อยรูปรีแกมขอบขนาน มีเส้นแขนงใบชัดดอกออกเป็นช่อกระจายขนาดเล็กผลกลมสีน้ำตาล มีเนื้อนุ่มขาวหุ้มเมล็ด เมล็ดกลมดำเป็นมัน ช่วงออกผลเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ช่วงนี้ถ้ากินลำไยมากๆ ระวังตาแฉะ

           มีหลายพันธุ์ขยายพันธุ์ด้วยการตอน เมื่อก่อนลำไยจะปลูกกันมากทางภาคเหนือของประเทศ ระยะหลังมีการใช้สารเร่งให้ออกนอกฤดู

พันธุ์ที่สามารถปลูกกันได้ทั่วประเทศแถมทะวายด้วยได้แก่ เพชรสาครทะวาย อีกพันธุ์ได้แก่ลำไยปิงปองหรือซวงซวง จัดเป็นลำไยทะวายให้ผลขนาดใหญ่เหมาะจะปลูกไว้ในบ้าน  แรกๆราคากิ่งพันธุ์แพงเอาการแต่นานไปก็ถูกลง ทั้งสองพันธุ์สามารถปลูกให้ออกนอกฤดูได้ดีในสภาพธรรมชาติ

การ ปลูกลำไยด้วยการเพาะเมล็ด ต้นจะมีอายุยาวนาน แม้ต้นจะแก่แต่ก็ให้ผลสม่ำเสมอ มีข้อด้อยก็คือจะให้ผลช้าและไม่ค่อยตรงตามสายพันธุ์ แต่ทรงพุ่ม เป๊ะ! ปัง

ต่อจากนี้เป็นเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆของลำไยนำข้อมูลมาแบบสดๆจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี สนใจก็อ่านต่อไม่สนใจก็ข้ามเลย

ลำไยนั้นปลูกในหลายประเทศ แหล่งปลูกขนาดใหญ่คือประเทศจีนมีการปลูกลำไยถึง 26สายพันธุ์ โดยส่วนมากปลูกในมณฑลกวางตุ้ง 12สายพันธุ์ ปลูกในประเทศไต้หวันอีก 15สายพันธุ์ ปลูกในสหรัฐอเมริกา 1สายพันธุ์ คือพันธุ์โคฮาลา และในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีแหล่งปลูกลำไยขนาดใหญ่ไม่แพ้จากประเทศจีน โดยมักมักปลูกในเวียดนามทางตอนเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น โดยพันธุ์ลำไยของเวียดนามนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทนได้ในอากาศเย็นจัดจนถึงจุดเยือกแข็ง ซึ่งต่างจากลำไยของประเทศไทยเกิดการกลายพันธุ์เป็นลำไยเมืองร้อน สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ถึง40-43องศาในฤดูร้อน

ลำไยไทย

ลำไยในประเทศไทย สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มและแยกเป็นชนิดย่อย เช่น กลุ่มลำไยพันธุ์ดี(ลำไยกะโหลก), กลุ่มลำไยป่า, กลุ่มลำไยพื้นเมือง(ลำไยกระดูก), กลุ่มลำไยเครือหรือลำไยเถา(ลำไยชลบุรี)

    1. ลำไยกะโหลก เป็นพันธุ์ลำไยที่ให้ผลขนาดใหญ่มีเนื้อหนารสหวาน แบ่งเป็นอีกสายพันธุ์ย่อยอีก คือ

       1.1 ลำไยสีชมพู มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, เนื้อมีสีชมพูเรื่อๆ รสดีมากที่สุด

       1.2 ลำไยตลับนาค มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, หวานกรอบ, เนื้อแห้ง, เปลือกบาง

       1.3 ลำไยเบี้ยวเขียว หรือลำไยอีเขียว ผลใหญ่กลมเบี้ยว เนื้อหนา เมล็ดเล็ก หวานกรอบ เนื้อล่อน

       1.4 ลำไยอีแดง สีเปลือกของผลค่อนข้างแดง เป็นพันธุ์ขนาดกลาง กิ่งเปราะหักง่าย ผลกลมใหญ่ เมล็ดใหญ่ รสหวานแบ่งออกเป็น 2ชนิดย่อย คือ

            1.4.1 ลำไยอีแดงเปลือกหนา มีใบป้อมใหญ่ผลใหญ่

            1.4.2 ลำไยอีแดงเปลือกบาง ใบยาวผลเล็กกว่าอีแดงเปลือกหนา

      1.5 ลำไยอีดอ ผลขนาดปานกลางมีเมล็ดเล็ก, รสหวาน เป็นลำไยที่มักออกดอกและเก็บผลผลิตก่อนพันธุ์อื่นๆ สามารถทนแล้งได้ดี ชาวสวนนิยมปลูกชนิดนี้มากที่สุด แบ่งเป็น2ชนิดย่อย คือ

            1.5.1  ลำไยอีดอ-ยอดแดง ใบอ่อนมีสีแดง เจริญเติบโตเร็วมากเมื่อเปรียบเทียบกับอีดอยอดเขียว ไม่ค่อยนิยมปลูกเนื่องจากออกดอกติดผลไม่ดี

            1.5.2 ลำไยอีดอ-ยอดเขียว ใบอ่อนเป็นสีเขียว ออกดอกติดผลง่ายแต่อาจไม่สม่ำเสมอ

       1.6 ลำไยอีดำ ผลใหญ่ ใบดำ เนื้อหนา เมล็ดเล็ก หวานกรอบ

       1.7 ลำไยอีแห้ว เป็นลำไยพันธุ์หนัก ลำต้นไม่ค่อยแข็งแรง เป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตดีมาก ทนแล้งได้ดี แบ่งออกเป็น2ชนิดย่อย คือ

            1.7.1 ลำไยอีแห้ว-ยอดแดง มีใบอ่อนสีแดง เมล็ดมีขนาดปานกลาง

            1.7.2 ลำไยอีแห้ว-ยอดเขียว เมื่อแตกใบอ่อนมียอดสีเขียว ผลกลมใหญ่, หัวเบี้ยว เนื้อกรอบแต่ไม่หวาน

       1.8  ลำไยอีเหลือง มีทรงพุ่มค่อนข้างกลม ออกผลดก กิ่งเปราะหักง่ายเมื่อมีผลดก ผลค่อนข้างกลมมีเนื้อสีขาวนวล

       1.9 ลำไยพวงทอง เป็นพันธุ์ที่ช่อดอกขนาดใหญ่กว้าง ผลทรงค่อนข้างกลมและเบี้ยวเล็กน้อย ผิวสีน้ำตาลมีกระสีน้ำตาล เนื้อหนา กรอบ สีขาวครีม รสหวาน เมล็ดขนาดปานกลางและแบน ปลูกมากในภาคกลางตอนล่าง เช่น นครปฐม, สมุทรสาคร สันนิฐานว่ากลายพันธุ์จากเมล็ดมาจากลำไยกระโหลกและลำไยอีดอ

        1.10 ลำไยเพชรสาครทวาย สามารถออกดอกมากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี มีใบขนาดเล็ก เรียวแหลม ออกดอกและให้ผลผลิตปีละ 2 รุ่น คือรุ่นแรกออกดอกราวเดือนธันวาคม-มกราคม และเก็บผลได้ประมาณเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน, รุ่นที่สองออกดอกราวเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนธันวาคม-มกราคม ผลกลม เปลือกบาง เนื้อมีสีขาวฉ่ำน้ำ

        1.11 ลำไยปู่มาตีนโค้ง มีผลสวย ผลมีขนาดใหญ่สีเขียว ให้ผลดก แต่คุณภาพและรสชาดไม่ดี มีกลิ่นคาว เป็นสายพันธุ์ที่ไม่นิยมปลูกจึงหายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูง มักพบในสวนลำไยรุ่นเก่าๆ

    2. ลำไยกระดูก หรือลำไยพื้นเมือง เป็นพันธุ์พื้นเมือง ทรงพุ่มกว้างใบหนาทึบ ผลเล็กมีน้ำมาก เนื้อน้อยไม่หวาน มีน้ำตาลประมาณ 13.75% ขึ้นได้ทั่วไปปลูกง่าย เหลือให้เห็นน้อยเพราะไม่นิยมปลูก เนื่องจากไม่มีราคา มีหลายสายพันธุ์ย่อยแต่มักเรียกรวมกันว่าลำไยพื้นเมือง

   3. ลำไยกะลา หรือลำไยธรรมดา ผลปานกลาง เนื้อหนากว่าลำไยพันธุ์กระดูก เนื้อกรอบบางมีน้ำมาก ให้ผลดก

   4. ลำไยสายน้ำผึ้ง ลักษณะคล้ายลำไยธรรมดา แต่เนื้อมีสีเหลืองอ่อน เนื้อมีรสดี หอมกรอบ เมล็ดเล็ก

   5. ลำไยเถา หรือลำไยเครือ เป็นไม้ต้นรอเลื้อย ลำต้นไม่มีแก่นจึงพันเข้ากับรั้วหรือหลัก ผลเล็ก, เมล็ดโตกว่าลำไยบ้าน, เนื้อหุ้มเมล็ดบางมีเนื้อน้อย รสชาติมีกลิ่นคล้ายกำมะถันจึงนิยมปลูกไว้ประดับมากกว่ารับประทาน [2] นิยมปลูกไว้ประดับมากกว่าปลูกไว้รับประทาน ชอบขึ้นตามป่าเขา

   6. ลำไยขาว เป็นลำไยพันธุ์โบราณหายาก ในครั้งหนึ่งเชื่อว่าเคยสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย แต่ในปี พ.ศ. 2554 ได้มีการตามหาและตอนกิ่งขยายพันธุ์อีกครั้งหนึ่ง ผลขนาดเล็กกว่าลำไยทั่วไป เปลือกสีน้ำตาลอ่อนเกือบขาว เนื้อสีขาวใส เมล็ดลีบ รสหวาน

และยังมีลำไยอีกหลากหลายชนิดที่ยังไม่ถูกจำแนก เช่น ลำไยใบหยก, ลำไยอีสร้อย, ลำไยตอหลวง, ลำไยเพชรน้ำเอก, ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว เป็นต้น ฯลฯ


ละมุด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Manilkara zapota (Linn.) P.Royen
ชื่อสามัญ  Sapodilla Plum, Chicle
ชื่ออื่น 

ชวานิลอ (ปัตตานี,มลายู ยะลา)

ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE
ถิ่นกำเนิด เม็กซิโกตอนใต้ อเมริกากลาง แคริบเบียน
เขตกระจายพันธุ์ อินเดีย ปากีสถาน  บังคลาเทศ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนเซีย ฟิลิปปินส์และเม็กซิโก

ม้ ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10 เมตร ทรงพุ่มทึบ กิ่งก้านแตกออกรอบลำต้นเป็นชั้นๆ ใบมีก้านและมักรวมกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกออกเดี่ยวๆตามง่ามใบผลกลมรีเมื่อสุกสีน้ำตาล เนื้อนุ่มเมล็ดดำแบนเป็นมัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอน

ผลละมุดสุกมีน้ำตาลสูง และประกอบไปด้วยวิตามินเอและซี ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสละมุดดิบมียางสีขาวเหมือนน้ำนม มีสารที่ชื่อว่า "gutto"
เอาำไปทำหมากฝรั่ง

ละมุดปลูกไม่ยาก ปลูกแล้วอยู่ได้าน20-30ปีหรือมากกว่านั้น จัดเป็นไม้ที่คงทนแข็งแรงหายห่วง ทนน้ำท่วมขัง (สำคัญมาก)ใ้ช้พื้นที่ไม่มาก มีที่ว่างหน่อยก็ปลูกได้ สามารถปลูกผสมผสานกับไม้ชนิดอื่นได้ พันธุ์ละมุดที่มีอยู่นั้นก็มี มะกอก กระสวย ไข่ห่าน ไข่หรือกรอบ(สวรรคโลก-ศรีสำโรง) เวียตนาม(ผลขนาดใหญ่)

ละมุด ออกดอกออกผลตลอดปี แต่ออกมากราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ผลผลิตต่อต้น สำหรับมืออาชีพแล้วมหาศาล

ซึ่งเขาใช้สีบ่ม ถ้าปลูกไว้น้อยนิดต้นสองต้นเราไม่จำเป็นต้องใช้สีและไม่จำเป็นต้องใช้แก๊สบ่มให้สุกคาต้นยังได้


ละมุดสีดา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Madhuca esculenta H.R.Fletcher
ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  ละมุดไทย
ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย สถานภาพ-หายาก
เขตกระจายพันธุ์ ------


ละมุด สีดาค่อนข้างหายากในสภาพธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบันคือนำมาปลูกเป็นไม้ผลหรือไม้ประดับ น่าปลูกที่ว่าเป็นไม้พันธุ์ไทยแท้ หายากใกล้สูญพันธุ์ ละมุดสีดาเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง8-20เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบแตกกิ่งเป็นชั้น ตั้งฉากกับลำต้น ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีเทาปนดำ แตกเป็นร่องตื้นตามขวางและตามยาว เปลือกในสีแดง

ใบ เดี่ยวเรียงเวียนถี่ออกเป็นกลุ่มตอนปลายกิ่ง ใบรูปไข่กลับหรือขอบขนาน กว้าง3-8ซม.ยาว10-16ซม.ปลายใบมนทู่หรือหยักเว้า แผ่นใบหนาเกลี้ยง ด้านบนเป็นมัน ด้านล่างมีขนสีนวลเป็นมันคล้ายไหม ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อแบบช่อกระจุก กลีบเลี้ยง4กลีบเรียงเป็น2ชั้นั้นละ2วง กลีบดอก6กลีบสีน้ำตาลมีกลิ่นหอม โคนกลีบเชื่อมติกันเป็นหลอดรูปถ้วย บานเต็มที่กว้าง1-1.2ซม.

 ผลสดแบบมีเนื้อรสหวานขนาดกว้าง1-1.5ซม.ยาว2.5-3ซม. ผลสุกสีแดง เมล็ดรูปไข่หรือรีสีน้ำตาลใน1ผลมี1-6เมล็ดขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งหรือเพาะกล้าจากเมล็ด

ใช้พื้นที่ปลูกไม่มากขนาด 3x3 ก็ พอ ขนาดลำต้นและเรือนยอดไม่ใหญ่โตกว้างขวางปลูกเป็นไม้ประดับและรับประทานได้ใน บ้าน ผลของละมุดสีดา สำหรับคนฟื้นไข้ใหม่ๆกินแล้วชุ่มชื่นและหายอ่อนเพลีย


ทุเรียน

รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

Durio zibethinus Linn.

ชื่อสามัญ  Durian, Civet fruit
ชื่ออื่น  ทุเรียน
ชื่อวงศ์ BOMBACACEAE
ถิ่นกำเนิด มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นตรงแตกกิ่งก้านจากลำต้นโดยรอบ เรือนยอดทรงกลมหรือทรงเจดีย์ ใบเดี่ยวเขียวเป็นมัน ใต้ใบเป็นสีน้ำตาล ดอกสีขาวนวลออกเป็นกระจุกห้อยลงตามกิ่ง มีกลิ่นหอม ผลกลมรีเป็นพู มีหนามแข็งเต็มทั่วลูก ออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม ผลสุกประมาณเดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน เป็นไม้ปลูกได้ในที่ชุ่มชื้นทุกภาค

ทุเรียนได้ชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้ เป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งเป็นส่วนผสมของสารระเหยที่ประกอบไปด้วย เอสเทอร์ ,คีโตน และ สารประกอบกำมะถัน บางคนชอบก็บอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม แต่บางคนบอกว่ามีกลิ่นเหม็นมาก กลิ่นของทุเรียนอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจากคนที่ไม่ชอบในกลิ่นของ มันก็เลยอาจมีการห้ามนำเอาทุเรียนเข้าไปในที่ต่างๆบางที่

นอกจากนั้นทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาล สูงทั้งยังเต็มไปด้วยด้วยกำมะถันและคอเลสเตอรอล ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะหากกินเข้าไประดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อย่างรวดเร็วยังทำให้ร้อนในและรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ว่ากันว่าถ้ารับประทานทุเรียนแล้วต้องทานมังคุดตามด้วยเพราะจะไม่ร้อนใน

        ทุเรียน พันธุ์ไทยมีหลายสายพันธุ์แบ่งได้6กลุ่มดังนี้ ได้แก่ ทุเรียนกลุ่มกบ กลุ่มทองย้อย กลุ่มก้านยาวกลุ่มกำปั่น กลุ่มลวง กลุ่มเบ็ดเตล็ด

สาย พันธุ์เหล่านี้เป็นสายพันธุ์ที่บรรรพบุรุษสืบทอดกันมา บางส่วนก็สูญหายไป ส่วนทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมที่ได้รับการ เก็บรักษาไว้และมีปลูกอยู่พอสมควรก็มีเช่น "ชมพูศรี"ที่จันทบุรี "เมล็ดในยายปราง"(พวงทอง)ที่ระยอง ทางใต้มี"สาลิกา" และ"หลงลับแล"ที่อุตรดิตถ์

เมื่อ ก่อนชาวลับแลที่อุตรดิตถ์ปลูกทุเรียนและลางสาด โดยเริ่มจากการกินแล้วโยนเมล็ดทิ้งออกนอกหน้าต่าง เมล็ดที่โยนไปจะงอกต้นใหม่ขึ้นมา นานเข้าต้นไม้รอบบ้านหนาแน่นขึ้น ต้องใช้คันสูน ลักษณะคล้ายหนังสะติ๊ก ยิงเมล็ดผลไม้ออกไปให้ไกล จึงเกิดสวนขึ้นในบริเวณกว้าง ทุเรียนหลงลับแลมีผลจากการปลูกเมล็ดที่ใช้เมล็ดยิงไปตามป่า คนท้องถิ่นเขาคัดเลือกต้นดีเด่นอยู่นานปี สุดท้ายได้ต้นของ นางหลงอุปละเพียงต้นเดียวจึงตั้งชื่อว่า"หลงลับแล"

ที่เล่าเรื่องหลงลับแลนี้เพราะหลงลับแลปลูกได้ในที่ราบ เป็นทุเรียนที่ติดผลดก เนื้อมาก เมล็ดลีบ รสชาดหวานมัน ปลูกที่จันทบุรีได้ผลดีรสชาดเยี่ยมยอด ทดลองปลูกที่สุพรรณบุรี ปลูกหมอนทองคู่กับหลงลับแล หมอนทองตายแต่หลงลับแลอยู่ได้ ชาวบ้านที่ลับแลบอกว่าหลงลับแลเนื้อไม้ละเอียด มีเลือดไม้ป่ามาก ทนทาน กิ่งก้านแข็งแรง ต่างจากหมอนทองที่ต้นอ่อนแอเนื้อไม้ไม่ละเอียด

ไม่ได้เชียร์ให้ปลูกในบ้านนะ ใครมีที่ดินว่างอยากปลูกไม้ผลก็ฝากไว้ด้วยละกัน จำพวกพันธุ์ดั้งเดิมพวกนี้

(สนใจเพิ่มเติมหาอ่านได้จากหนังสือ "ไม้ผลรอบบ้าน"ของ คุณ พานิชย์ ยศปัญญา )


ทุเรียนเทศ

รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia

ชื่อวิทยาศาสตร์  Annona muricata L.
ชื่อสามัญ  Soursop, Durian Belanda
ชื่ออื่น  ทุเรียนแขก, ทุเรียนน้ำ, มะทุเรียน
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด

ทะเลแคริบเบียน และ อเมริกากลาง

เขตกระจายพันธุ์

แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในแถบอเมริกากลาง

ไม้ต้นขนาดเล็กสูง3-4เมตร แตกกิ่งเป็นพุ่มกลม เปลือกเรียบสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม เนื้อไม้เหนียว มีกลิ่นฉุน

ใบ รูปรีกว้าง5-7ซม.ยาว 9-15ซม.โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา ผิวใบเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกเดี่ยว หรือออกดอก2-3ดอกติดกัน ดอกสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอก2ชั้น ชั้นนอกรูปสามเหลี่ยมหนาแข็ง ชั้นในขอบกลีบบรรจบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม 

ผล กลุ่ม มีผนังรังไข่เชื่อมติดกัน ผลกลมรีขนาดกว้าง6-10ซม. ยาว10-22ซม.ปลายผลทู่ เปลือกสีเขียว มีหนามอ่อนเล็กๆห่างๆ มีเมล็ดจำนวนมาก สีดำ ยาวรี ขนาด1-1.5ซม. เนื้อผลรับประทานได้เนื้อหวานอมเปรี้ยว

            ออกดอกตลอดปี ชอบขึ้นตามดินทรายและทนต่อความแห้งแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกกันมากทางภาคใต้ ปลูกเป็นไม้ผล


น้อยหน่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

Annona squamosa Linn.

ชื่อสามัญ  Custard Apple, Sugar Apple, Sweet Sop
ชื่ออื่น  หมักเขียบ, ลาหนัง, มะนอแน่, มะแน่
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง เวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อนทั่วไป

ประเทศไทยปลูกมากทางภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ

ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2-5เมตร เป็นพุ่มกลม ดอกสีเหลืองแกมเขียว กลีบดอกหนามี 3กลีบ ผลสีเขียวผิวนูนเป็นตาๆ เนื้อในผลสีขาว รสหวานมีเมล็ดมาก มีหลายพันธุ์ ผลสุกสีเขียว เหลืองทองหรือสีครั่ง ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ขยาย พันธุ์ด้วยเมล็ด ระยะการให้ผล กรกฎาคม-เดือนกันยายน

น้อยหน่า สามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ตั้งแต่ดินเหนียวจัดจนถึงดินทรายจัดหรือดินลูกรัง แต่ที่ชอบที่สุดคือดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี pH 5.5-7.4 และน้อยหน่าชอบอากาศร้อนแห้ง แต่ไม่ค่อยชอบอากาศหนาวจัดหรือฝนตกชุกมากเกินไป

ประโยชน์อื่นที่นำมาใช้ในสวนหลังจากรับประทานเนื้อแล้ว กรุณาเก็บเมล็ดไว้ ตำๆๆ แช่น้ำค้างไว้ 1คืน รุ่งเช้าเอาน้ำหมักมาฉีดพ่นฆ่าเหาและแมลงชงัดนัก เป็นพิษกับ ด้วงปีกแข็ง เพลี้ยอ่อนแมลงวัน และมวนปีกแข็งเหมือนกัน  แต่ให้ระมัดระวังเวลาตำให้จงหนักอย่าให้เข้าตาได้เป็นอันขาด ตาอาจบอดได้


น้อยโหน่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Annona reticulata L.
ชื่อสามัญ  Custard Apple, Bullock's Heart,

Wild-sweetsop, Bull's heart, Ox-heart.

ชื่ออื่น  น้อยหนัง มะดาก มะเนียงแฮ้ง มะโหน่ง หนอนลาว
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด แตริบเบียน อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ออสเตรเลีย และแอฟริกา

เห็นกันได้ไม่บ่อยเหมือนน้อยหน่าทั้งที่ปลูกได้ทั่วประเทศ 

รสชาดหวานอมเปรี้ยว หามาปลูกประดับสวนไม้ผลให้ครบก็ดี

น้อยโหน่ง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 3-5เมตร แตกกิ่งจำนวนมากเปลือกเรียบสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน มีจุดขาวสีน้ำตาลตามกิ่ง เปลือกนิ่มเนื้อไม้เหนียว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลมหรือเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบ ใบสีเขียวเป็นมัน ใต้ใบสีอ่อน ขนาดใบกว้าง 6ซม.ยาว15ซม. ดอกออกตรงข้ามกับใบ 1-3ดอกสีเหลืองอมเขียว ผลกลุ่มมีผนังรังไข่เชื่อมติดกัน ก้านผลใหญ่ ปลายผลทู่ เปลือกผลอ่อนและเหนียว เป็นร่องตามรอยผลย่อยเล็กน้อย ขนาด7.5-13ซม. มีเมล็ดยาวรีสีดำหรือน้ำตาลจำนวนมาก ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด

ชอบดินร่วนปนทราย ทนแล้งได้ค่อนข้างดี


มังคุด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Garcinia mangstana Linn.
ชื่อสามัญ  Mangosteen
ชื่ออื่น  มังคุด
ชื่อวงศ์ CLUSIACEAE
ถิ่นกำเนิด

หมู่เกาะซุนดาและหมู่เกาะโมลุกกะ

เขตกระจายพันธุ์

เวสต์อินดีส กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ปานามา เอกวาดอร์ ไปจนถึง ฮาวาย และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



พันธุ์ไม้ไม่ผลัดใบ เขตร้อน หากอุณหภูมิลดต่ำกว่า4 องศาจะทำให้มังคุดตาย

ต้นสูงประมาณ 7-25 เมตร ผลแก่เต็มที่มีสีม่วงแดง ยางสีเหลือง ใบเดี่ยวรูปรี แข็งและเหนียว ผิวใบมัน ดอกออกเป็นคู่ที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลืองติดอยู่จนเป็นผล ผลมีเปลือกนอกค่อนข้างแข็ง เนื้อในมีสีขาวฉ่ำน้ำ อาจมีเมล็ดอยู่ในเนื้อผลได้ ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผล จำนวนกลีบของเนื้อจะเท่ากับจำนวนกลีบดอกที่อยู่ด้านล่างของเปลือก เป็นผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็น"ราชินีของผลไม้" (คู่กับทุเรียน) เพราะรสชาดที่หวานอร่อยสม่ำเสมอเหมือนกันทุกลูก

มังคุด จึงเป็นผลไม้ที่มีอยู่สายพันธุ์เดียว เรียกกันว่า "พันธุ์พื้นเมือง" จัดได้ว่ามังคุดเป็นผลไม้"พรหมจรรย์" เพราะเป็นผลไม้ที่ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและไม่ได้นำมาจากการผสมเกสร ซึ่งจะนำมาจากเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศเมีย จึงเป็นลักษณะพิเศษของมังคุดที่จะไม่มีความแปรผันทางด้านพันธุกรรม การคัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีจึงเป็นเรื่องทำได้ยาก การขยายพันธุ์ได้จากการเพาะเมล็ดและการเสียบยอด นอกจากจะได้ต้นตอจากการเพาะเมล็ดมังคุดแล้ว อาจใช้ต้นตอจากพืชชนิดอื่นที่อยู่ในตระกูลเดียวกันเช่น ชะมวง มะพูดป่า พะวา รง ซึ่งใช้ได้เช่นกัน

ตอน นี้มีการขุดล้อมไม้ผลต้นใหญ่ๆมาขายกันเป็นหน้าเป็นตา บางต้นก็แถมลูกห้อยต้องแต๊งมาด้วย มังคุดนี่ก็ขึ้นหน้าขึ้นตา เพราะพุ่มทึบหนาสวย นิยมนำมาปลูกจัดสวน ปลูกเสร็จปั๊บเก็บรับทานปุ๊บ 


มะม่วง


ชื่อวิทยาศาสตร์  Mangifera indica Linn.
ชื่อสามัญ  Mango
ชื่ออื่น  มะม่วง
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก
 รูปภาพ : suansavarose suansavarose

ไม้ ต้นสูง 10-15 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดกลมทึบ ใบเดี่ยว ดอกสีนวลเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง ผลดิบสีเขียวสุกสีเหลืองแดง มีหลายพันธุ์ ออกดอกเดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน มีพันธุ์ทวายซึ่งออกนอกฤดูกาล เป็นต้นไม้ถิ่นเอเซียตอนใต้ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา หรือทาบกิ่ง

มะม่วง เป็นพืชที่ปลูกเพื่อรับประทานผล และผลที่ได้นั้น สามารถรับประทานได้ทั้งดิบและสุก มะม่วงสามารถปลูก และผลิดอกออกผลได้ดีในพื้นที่ทุกจังหวัด และทุกภาคของประเทศ แต่จะให้ผลแตกต่างกันไปตามสภาพของท้องที่ 
คุณๆหลายคนอาจมีปัญหากับ มะม่วงที่ปลูกว่าทำไมไม่ติดผล สาเหตุที่ทำให้มะม่วงไม่ติดผลนั้นมีสาเหตุบางประการที่ควรทราบ อย่าเพิ่งงอนแล้วโค่นทิ้ง ล่ะ

สาเหตุอันแรกเกิดจากเพลี้ยจั๊กจั่นและโรคราดำ
สาเหตุ นี้เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดในการที่จะให้ช่อมะม่วงไม่ติดผล กล่าวคือ เพลี้ยจั๊กจั่นทำลายช่อดอกมะม่วง โดยดูดน้ำเลี้ยงช่อดอกมะม่วง ทำให้ดอกมะม่วงขาดน้ำเลี้ยง ไม่สามารถเจริญต่อไปเป็นผลมะม่วงได้ ดอกจะร่วงหล่นในที่สุด และในขณะเดียวกัน เพลี้ยจั๊กจั่นก็จะขับถ่ายออกมา เป็นของเหลวที่มีรสหวาน ที่เป็นอาหารอันโอชะของเชื้อราดำ ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในบรรยากาศ ทำให้ราดำเจริญได้ดีตามช่อดอกมะม่วงจะ เห็นช่อดอกมะม่วงเป็นสีดำๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดมีหมอกลงจัด นั่นย่อมหมายความว่า มีละอองน้ำในอากาศอยู่มาก มีความชื้นสูง ซึ่งธรรมชาติของเชี้อราดำหรือราต่างๆ จะชอบเจริญได้ดีในที่ๆ มีความชุ่มชี้นสูง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า หมอกมีส่วนช่วยให้โรคราเจริญ หรือระบาดได้อย่างรวดเร็ว วิธีแก้คือให้ฉีดน้ำล้างช่อดอก หรือใช้ยาพ่น

สาเหตุอันเกิดจากสิ่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากแมลงและโรคทำลายช่อดอกก็คือ ต้น มะม่วงมีอายุไม่ถึงวัยที่จะออกดอกออกผล แต่ออกดอกก่อนกำหนด ต้นมะม่วงเหล่านี้ เมื่อออกดอกแล้ว มีดอกไม่ติดผล เพราะต้นมะม่วงยังไม่แข็งแรงและสมบูรณ์พอ อายุหรือวัยที่ต้นมะม่วงควรจะออกดอกออกผล คือ ถ้าปลูกด้วยกิ่งทาบหรือกิ่งติดตา ควรมีอายุประมาณ 4-5 ปีจึงเริ่มออกดอกออกผล ถ้าปลูกด้วยเมล็ด ควรมีอายุประมาณ 5-6 ปี ดังนั้นถ้ามะม่วงที่เรานำมาปลูกใหม่เป็นมะม่วงทาบกิ่งมาถ้าออกช่อดอกหรือติดผลให้เด็ดทิ้งก่อนหรือเหลือไว้สักลูกสองลูกเอาไว้ชิมผลงานก็พอ ต้นมะม่วงจะได้ไม่ชะงักงันหรือโตช้า 

มะม่วงต่างๆที่นิยมปลูกประดับรับประทาน

มะม่วงหนองแซง

ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L. รสมัน มีถิ่นกําเนิดจากอําเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี.

มะม่วงแรด
ผลรูปไข่กลับ ตรงใกล้ขั้วจะมีติ่งยื่นออกมาคล้ายนอแรด ผิวเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อสีขาวอมเขียว ผลดิบมีรสเปรี้ยว ผลสุกมีรสหวาน
มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง
ผลรูปร่างเรียวปลายผลแหลม ผิวเปลือกสีเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานและมีกลิ่นหอม
มะม่วงฟ้าลั่น
ผลกลม ท้ายแหลม ลูกขนาดกลาง นิยมรับประทานผลแก่ มีรสมัน เมื่อปอกเปลือก เนื้อมะม่วงจะปริแตก
มะม่วงมหาชนก

มหา ชนก เป็นลูกผสมของมะม่วงพันธุ์หนังกลางวันกับพันธุ์ซันเซ็ตจากอินเดีย ผลยาวรี สุกสีเหลืองเข้ม มีริ้วสีแดง เนื้อไม่เละ กลิ่นหอม จะสุกในช่วงที่มะม่วงพันธุ์อื่นวายแล้ว


มะม่วงหิมพานต์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Anacardium occidentale Linn
ชื่อสามัญ 

Cashew, Cashew nut ,Cashew tree, cashew nut tree

ชื่ออื่น  มะม่วงลังกา,มะม่วงสิงหล(เหนือ),มะม่วงไม่รู้หาว,มะม่วงหิมพานต์(กลาง),ส้มม่วงทูนหน่วย มะม่วงทูนหน่วย (สุราษฎร์ธานี)
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาเตร้อน เม็กซิโก เวสต์อินดีส บราซิล เปรู
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

ส่วน มะม่วงหิมพานต์ต้นนี้ ถ้าบ้านใครมีที่ๆดินแย่ๆเยอะๆเอาต้นนี้ไปปลูกให้เป็นดง เลยเพราะมักทนสภาพดินไม่ดีได้ดีมาก ไม่ต้องดูแลมากมาย ยอดอ่อนกับผลอ่อนรับประทานกับนำพริกได้ ผลสุกรับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง และเป็นยาระบายอ่อนๆ ส่วนเมล็ดแก่คั่วขายแพง..มาก 

เป็น ไม้ต้นสูงประมาณ12เมตร เปลือกเรียบสีน้ำตาล ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนรูปไข่กลับถึงรูปรีกว้าง แผ่นใบหนาเรียบเกลี้ยงคล้ายแผ่นหนัง สีเขียวเข้ม โคนใบสอบ ปลายใบมนป้าน กว้าง7.5-10ซม. ยาว7.5-20ซม.

ดอก ออกแบบช่อแยกแขนงหรือช่อเชิงหลั่น ใบประดับรูปขอบขนานแกมรูปไข่ สีเขียวอ่อนมีแถบสีแดง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น สีแดงอมม่วง หรือสีครีม ดอกมีกลิ่นหอมเอียน ช่อดอกยาว15-20ซม. ดอกย่อยมีขนาดประมาณ 1 ซม. กลีบดอก 5กลีบ เกสรผู้8-10อันมี1อันที่ยาวกว่าอันอื่น

ผลมีลักษณะเด่นคือ เมื่อแก่ฐานรองดอกขยายใหญ่ขึ้นเป็นลักษณะคล้ายผลชมพู่ ยาว6-7ซม.สีเหลืองอมชมพู เมื่อแก่จัดสีแดงและมีกลิ่นหอม   เมล็ดรูปไตอวบน้ำรูประฆังคว่ำ ยาว2.5-3ซม.สีน้ำตาลอมเทามีเปลือกหุ้ม

ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ทาบกิ่ง ติดตา เสียบยอด


หนามแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Carissa carandas L.
ชื่อสามัญ 

Bengal-Currants, Carandas-plum, Karanda,Christ's thorn

ชื่ออื่น 

หนามขี้แฮด, หนามแดง, มะนาวไม่รู้โห่, มะนาวโห่

ชื่อวงศ์ RAUVOLFIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์

อินเดียอินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า จีน และไทย

คงจำเรื่องพระรถ-เมรี กันได้ มะม่วงไม่รู้หาว ในเรื่องนั้นก็คือมะม่วงหิมพานต์ ส่วนมะนาวไม่รู้โห่ ก็คือ ต้นหนามแดง

แต่ตอนนี้ มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ หายไป กลายเป็น มะม่วงหาวมะนาวโห่ แล้วก็หมายถึง ต้นหนามแดงต้นเดียว

คือที่รู้ๆมาพอวันเวลาผ่านไปกลายเป็นไม่รู้ซะงั้น อนิจจังไม่เที่ยง

ต้นหนามแดงนี่ผลของมันสวยงามมากเวลาออกทั้งต้นจะเห็นผลอ่อนผลแก่สลับสีขาว เขียว แดง ดำ

มีสรรพคุณในด้านการซ่อมแซมร่างกายหลายประการ ก่อนหน้าฟันทิ้งกันประจำแต่เดี๋ยวนี้เมื่อรู้สรรพคุณ เห็นมีกันปลูกบ้านละต้นสองต้น รอดจากการทำลายล้างไปได้


ชมพู่

ชื่อวิทยาศาสตร์  Eugenia spp.
ชื่อสามัญ  Rose Apple, Wax Apple, Java Apple
ชื่ออื่น  ชมพู่
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อนชื้นต่างๆ โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย

ชมพู่เป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งมีต้นกำเนิดในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แต่ พัฒนาสายพันธุ์มาจากอินเดียมีสายพันธุ์หลักๆ 2ชนิด คือ สายพันธุ์ที่มาจากประเทศไทยผลจะมีสีเขียวอ่อน ส่วนสายพันธุ์ที่มาจากประเทศมาเลย์เซีย ผลจะมีสีแดง

มีการจำแนกชมพู่ออกเป็นกลุ่ม จะทำให้เข้าใจยิ่งขึ้น ดังนี้

----Syzygium aqueum มีชื่อสามัญว่า water apple แทนที่จะเป็น rose apple  เพราะพันธุ์นี้มีน้ำมาก กรอบและรสหอมหวาน ชมพูไทยหลายชนิดอยู่ในกลุ่มนี้

----Syzygium jambos  เป็นพันธุ์ที่เรียกว่า rose apple เช่น ชมพู่น้ำดอกไม้ ชมพู่พันธุ์นี้แม้จะมีกลิ่นหอมแต่รสจืดซืด

----Syzygium samaramgense เรียกว่า พันธุ์ขวา หรือพันธุ์อินโดนีเซีย

----Syzygium malaccensis พรือที่เรียกพันธุ์มาเลย์ เช่น ชมพู่ สาแหรก ชมพู่มะเหมี่ยว

ชมพู่พันธุ์พื้นเมือง ที่มีอยู่ในประเทศไทยได้แก่                                                                                                

----ชมพู่น้ำดอกไม้ เป็นชมพู่ผลกลม ภายในผลกลวง ที่ก้นผลมีกลีบ มองดูคล้ายดอกไม้ 

----ชมพู่สาแหรก คล้ายชมพู่มะเหมี่ยวแต่ขนาดผลเล็กกว่า บริเวณปลายกลีบยื่นออกมา เนื้อสีขาวขุ่น รสหวานฉ่ำน้ำ

----ชมพู่แก้มแหม่ม ผลสีสีขาวออกชพุ เนื้อนุ่ม มีไส้เป็นปุย รสจืดแต่หอม

----ชมพู่มะเหมี่ยว ผลสีแดงเข้ม เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ มีเมล็ดขนาดใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบ        

----ชมพู่พลาสติก หรือชมพู่แก้ว ขนาดเล็ก รูรงแป้น ผิวสีแดงสด เนิ้อน้อย รสเปรี้ยว มักปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตามบ้าน

                                ชมพู่เป็นพืชจัด อยู่ตระกูลเดียวกับฝรั่ง หว้า ยูคาลิปตัส เป็นพืชที่ชอบน้ำ จัดเป็นไม้ผลที่มีลำต้นขนาดใหญ่ดอกมีกลิ่นหอมคล้ายกุหลาบ ผลมีรสชาติหวานกรอบ สามารถเจริญเติบโตได้ ในทุกสภาพพื้นที่ แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ดินที่เหมาะสมคือดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียวสภาพความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.5 - 7

คนไทยนิยมปลูกเป็นไม้ที่ให้ผลใกล้บ้าน อยากได้ผลสวยไม่มีหนอนเจาะ เวลาชมพู่ให้ผลควรห่อผลกันแมลงมาวางไข่ การห่อผลก็ไม่ยาก ใช้กระดาษหนาๆมันๆแบบหนังสือนิตยสารแพงๆ เดี๋ยวนี้ (2017)คงหายากเข้าเน็ตกันหมด ทำเป็นกรวยคว่ำ แมลงจะบินขึ้นลงแบบเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ กว่ากระดาษจะพังชมพู่ก็จะรอด ฤดูการออกผลของชมพู่โดยธรรมชาติแล้วออกกันปีละครั้งช่วงเดือนกุมภา-มีนา แต่ถ้ามือโปรแล้วละก็ ทำให้ชมพู่ออกผลตอนไหนก็ได้ ปีหนึ่ง หารับประทานชมพู่กันได้หลายหน       

ชมพู่มีวิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากจะใช้รับประทานสดแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เช่น เยลลี่ แยม และแช่อิ่ม เป็นต้นมี สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้กระหายน้ำ ลดอาการอักเสบของผิวจากการโดนความร้อนและแสงแดดได้ดี  ชมพู่ มีหลายพันธุ์และหลายสี เช่นสีเขียว ขาว ชมพู ชมพูอมแดง เป็นผลไม้ที่มีน้ำสูงเหมาะสำหรับรับประทานแทนอาหารในช่วงมื้อเย็นสำหรับลด ความอ้วน


ชมพู่มะเหมี่ยว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Syzygium malaccense (Linn.) Merrill & Perry
ชื่อสามัญ  Malay Apple
ชื่ออื่น  ชมพู่สาแหรก ม่าเหมี่ยว ชมพู่แดง ชมพู่ม่าเหมี่ยว
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศมาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

 ไม้ยืน ต้นขนาดกลางสูง6- 15เมตร ลำต้นเดี่ยวตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งก้านตั้งฉากกับลำต้น เรือนยอดทรงกลมหนาทึบ เปลือกนอกขรุขระเล็กน้อย  ใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงข้ามสลับกันเป็นคู่ ๆ  เนื้อใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน ปลายใบแหลมขอบใบเรียบ ขนาดของใบกว้าง13-16ซม.ยาว25-30ซม.

ดอกช่อออกตามกิ่งและลำต้น ประกอบด้วยดอกย่อย 3-5 ดอก ขนาดใหญ่สีชมพูเข้มหรือสีแดง มีเกสรตัวผู้และก้านชูเกสร สีชมพูเด่นชัด ติดอยู่โดยรอบที่ขอบของฐานรองดอกจะอยู่ แยกกัน ขนาดยาว 4-5 ซม. มีกลีบรองดอก 4 กลีบ และมีกลีบดอก 4 กลีบ
ออกดอกระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

ผลรูปทรงกลมยาวด้านปลายโป่งออกขนาดโตกว่าด้านขั้วผลเล็กน้อย สีผลเมื่อสุกสีแดงเข้มอมม่วง เนื้อข้างในผลสีแดงอ่อน หรือขาวลายแดงและสีขาว เมล็ดใหญ่ค่อนข้างกลม 1 เมล็ด

ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและการตอนกิ่ง

สรรพคุณทางสมุนไพร
รากแก้คัน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เปลือกราก ขับประจำเดือน ใบ แก้บิด

ในประเทศไทย ปลูกได้ทุกภาค สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือ บริเวณสวนที่มีความชุ่มชื้นตามสวนริมน้ำ
         ชมพู่มะเหมี่ยวมีระบบรากที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวบ้าน อีกทั้งโตช้า จึงเหมาะสมจะปลูกไว้เพื่อประดับและรับประทานในบ้านเป็นที่สุด


ฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Psidium guajava L.
ชื่อสามัญ  Guava
ชื่ออื่น  จุ่มโป มะก้วย สีดา
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลางและในหมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อนทั่วไป

ฝรั่ง เป็นไม้ยืนต้นสูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกเดี่ยว หรือช่อ2-3ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด มีเมล็ดจำนวนมาก 

ฝรั่ง ที่กำลังได้รับความนิยมคือพันธุ์แป้นสีทอง แต่จะเอามาปลูกในบ้านไม่ค่อยเหมาะเพราะอ่อนแอต่อโรคระบาด ที่เห็นชัดคือเพลี้ยแป้ง เริ่มแรกถ้าจะปลูกฝรั่งต้องคัดพันธุ์ที่ทนต่อโรค ไม่มีโรคแมลงติดมากับกิ่งพันธุ์ ข้อดีของฝรั่งคือฝรั่งจะให้ผลผลิตเร็วอายุประมาณ8เดือนก็จะเริ่มห่อกัน(ไม่ ห่อไม่ได้กิน)ขนาดเท่าผลมะนาวก็เริ่มห่อได้ โดยใช้ห่อ2ชั้นคือใช้ถุงพลาสติกใสเจาะก้นถุงห่อชั้นแรกแล้วใช้กระดาษหนังสือ พิมพ์หุ้มอีกที (ไม่เหมือนห่อชมพู่ ชมพู่บอบบางห่อแบบนี้ไม่ได้)

ถ้าขี้เกียจห่อไม่สนใจผลเพราะหาซื้อง่ายปลูกฝรั่งไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้

ใบฝรั่งนี่ตำรายาไทย ใช้ใบแก่10-15ใบปิ้งไฟชงกับน้ำกินหรือใช้ผลอ่อน1ผลฝนกับน้ำำปูนใสแก้ท้องร่วง  ปากไม่หอมเคี้ยวใบฝรั่งระงับกลิ่นปากได้


องุ่น

ชื่อวิทยาศาสตร์  Vitis vinifera Linn.
ชื่อสามัญ  Grape, Grape Vine
ชื่ออื่น  องุ่น
ชื่อวงศ์ VITIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ยุโรปตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์

ประเทศในเขตหนาว เขตอบอุ่น และเขตร้อน

เป็น ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง อายุหลายปีใช้มือพันเลื้อย พันได้ไกลถึง 35เมตรซึ่งสามารถทำให้เป็นต้นตั้งได้ ลำต้นเกลี้ยงมีมือจับ ใบกลมหรือรูปไข่ ขอบใบจัก และบางครั้งมีปลายแฉกแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ผิวใบมีขนสั้น ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นช่อแยกแขนงเป็นกระจุก มีกลีบห้ากลีบ โคนกลีบอาจติดกัน เกสรตัวผู้มี5อัน อยู่ตรงกับกลีบ ผลเป็นผลกลุ่ม มีนวลสีขาวเกาะตามผิวเมื่อสุกนุ่ม มีรสหวานมี2-4เมล็ด

บางพันธุ์มีการปรับปรุงพันธุ์เป็นองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งผลมีขนาดเล็กกว่า ชอบแสงดรำไรหรือแดดจัด ปลูกขึ้นค้างสูงจากพื้น 1.5-2 เมตร โดยไม้ไผ่หรือใช้ลวดไม่เป็นสนิมเบอร์11 ขึงเป็นตารางขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ด้วยการตอน เพาะเมล็ด ปักชำ ทับกิ่ง ติดตา

องุ่นพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมีด้วยกัน3สายพันธุ์คือ พันธุ์คาร์ดินาล ,ไวท์มะละกา และน่านฟ้า-1

องุ่น เป็นไม้เขตอบอุ่นค่อนไปทางหนาว เมืองไทยเป็นเมืองร้อนก็จริงแต่ก็สามารถปลูกได้บางพื้นที่ การปลูกองุ่นต้องมีตารางการจัดการที่ดี ปัจจัยการผลิตต้องถึงพร้อมอย่างเช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง

ปลูก องุ่นต้น2ต้นไว้ในบ้านจึงทำให้ดูแลและทำให้ติดผลค่อนข้างยาก ทำซุ้มให้เลื้อย ตัดแต่งกิ่งใส่ปุ๋ย ไว้ดูใบ OK แต่ถ้าไม่มีเวลาเอาใจจะกลายเป็นงานศิลป์อย่างในภาพนี้

ใบแก่ใบอ่อนเป็นรูพรุนเพราะโดนแมลงกินใบหมด


แอปเปิ้ล

ชื่อวิทยาศาสตร์  Malus domestica Borkh
ชื่อสามัญ  Apple
ชื่ออื่น  แอปเปิ้ล
ชื่อวงศ์ ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอิหร่าน
เขตกระจายพันธุ์ ทั่วยุโรป อเมริกา และเอเซีย

รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia

แอปเปิ้ล เป็นไม้ผลเมืองหนาวประเภทผลัดใบมีถิ่นกำเนิดทางยุโรป ลักษณะต้น และใบ เป็นไม้เนื้อแข็ง รูปร่างของยอดที่เจริญเต็มวัยจะแตกต่างไปตามชนิดและตามพันธุ์
โดยทั่วไปต้นแอปเปิลมีรูปร่างเกือบเป็นทรงกลม
ผลคล้ายชมพู่มีรอยเป็นปุ๋มทางด้านขั้นและก้นผลแต่ไม่ลึกนักมีสีผิวต่างกัน
ตั้งแต่สีเหลืองคล่ำจนถึงน้ำตาลแดงเข้ม เนื้อมักจะมีสีขาวหรือขาวนวลซึ่งมีลักษณะหยาบ
การปลูกแอปเปิลต้องปลูกในที่มีอากาศหนาวเย็นยาวนานโดยจะทำให้ระยะพักตัวยุติลง โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 60-85 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาฟาเรนไฮต์ จะเป็นอันตรายต่อระบบรากอย่างรุนแรง สำหรับดินที่เหมาะสมกับการปลูกแอปเปิ้ลควร เป็นดินร่วนปนทรายมีความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.0-6.8 และแอปเปิ้ลไม่ชอบดินที่มีน้ำขังบริเวณราก

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีคนนิยมทั่วโลก ฝรั่งบอกว่า " An apple a day keeps the doctor away."แปลว่า รับทานวันละหนึ่งผลไม่ต้องหาหมอ

เพราะ แอปเปิ้ลจะช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ และเป็นยาบำรุงร่างกายอย่างดี สาวๆที่ต้องการลดความอ้วนรับทานแอปเปิลแทนข้าวมื้อเย็นหรือมื้อระหว่างวัน ได้เลย ไฟเบอร์ในแอปเปิลจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลได้


มะเฟือง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Averrhoa carambola L.
ชื่อสามัญ  Carambola, Star Fruit
ชื่ออื่น  เฟือง(ภาคใต้)
ชื่อวงศ์ AVERRHOACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้ อินโดนีเซีย อินเดีย และศรีลังกา
เขตกระจายพันธุ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย มาเลเซีย โดมินิกัน บราซิล เปรู กานา Guyana ซามัว ตองกา ไต้หวันออสเตรเลียและฮาวาย

ไม้ ต้นสูง4-10เมตร นิยมปลูกทั่วไปตามบ้านดอกน่ารักลูกสวย  รับประทานได้  มีทั้งชนิดรสเปรี้ยว อมเปรี้ยวอมหวาน และมะเฟืองหวาน เป็นต้นไม้ที่มีความสวยงามทั้งหมด  ทั้งทรงต้น  ดอกช่อ  และรูปผล  สามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี ปลูกในสภาพที่ที่มี  ความชื้นสูง  แสงแดดจัด หรือปานกลาง 
  มะเฟืองอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และแคลเซียมสูง มีสรรพคุณทางด้านความงาม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูขาวขึ้น รับประทานมะเฟืองวันละ2ผลแก้เครียดได้

พันธุ์ ที่นิยมปลูก เป็นมะเฟืองB17จากมาเลเซีย ผลขนาดใหญ่โตเต็มที่3-4ผลต่อกิโล เปลือกบาง เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำมีกลิ่นหอมรสหวาน ออกดอกออกผลตลอดปี

บ้าน เราไม่ค่อยนิยมกินมะเฟืองกันอาจมีความเชื่อว่ากินแล้วเครื่องรางของขลังจะ เสื่อม สตรีกินแล้วเลือดจะเสีย แต่ที่มาเลเซียมะเฟืองเป็นผลไม้สำคัญมูลค่าปีๆไม่น้อยเป็นผลไม้ส่งออกไป อเมริกา นู่น 

           น่าจะหาพันธุ์มะเฟืองมาปลูกเอาไว้สักต้นนะ จะเป็นพันธุ์ใหม่ๆ หรือพันธุ์พื้นเมืองก็ได้ เพราะติดผลง่าย บวกกับสรรพคุณข้างต้น ขอเชียร์

 

อะโวคาโด

รูปภาพประกอบจากหนังสือ : Botanica's Pocket Trees & Shrubs  Random House Australia

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

 

Persea americana Mill.

ชื่อสามัญ 

Alligator pear, Avocado, Avocado-pear, Butter fruit

ชื่ออื่น  ลูกเนย อะโวคาโด้ อะโวกาโด
ชื่อวงศ์ LAURACEAE
ถิ่นกำเนิด เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

ไม้ต้นสูง 18เมตรใบ เดี่ยวเรียงสลับ ผิวมีขนนุ่ม ใบเรียบเป็นมัน รูปไข่   ดอกช่อบริเวณปลายกิ่งอ่อน มีดอกย่อยจำนวนมากในช่อ ผล สีเขียวเข้ม ผิวขรุขระ เปลือกหนาและเหนียว  เป็นผลไม้ที่มีเนื้อสีเหลืองอ่อน เปลือกมีสีเขียวเข้มออกดำเมื่อสุก เนื้อเนียน รสมัน มีวิตามินอี บี6 แคลเซียมและโพแทสเซียม ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในผลอะโวคาโดมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง

พันธุ์อะโวคาโดที่น่าสนใจ คือพันธุ์บูซ7ผลค่อนข้างกลมขนาดกลาง เปลือกหนาเนื้อสีเหลืองอ่อนรสดี

พันธุ์แฮสส์ รูปไข่ ผิวขรุขระมากสีเขียวเข้ม เมื่อสุกอาจเป็นสีเขียวหรือม่วงเข้มผลขนาดเล็กเนื้อสีเหลือง

อะโวคาโดดอยมูเซอให้ผลผลิตดก ปลูกให้ผลดีได้ในหลายพื้นที่ เช่นนครราชสีมาและระยอง

ขยาย พันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง ผลที่เราซื้อมารับประทานนั้น เมล็ดนำมาเพาะได้แต่ต้องระวังอย่าทำให้เมล็ดเป็นแผล นำไปเพาะไว้ในที่ร่มและระวังอย่าให้แฉะไม่เกิน1เดือนก็งอก


เรดเคอแรนต์

รูปภาพประกอบจากหนังสือ : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia


ชื่อวิทยาศาสตร์ 


Ribes silvestre

ชื่อสามัญ  Red currant
ชื่ออื่น  กู้สเบอรี่
ชื่อวงศ์ GROSSULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด ยุโรปตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์ ยุโรปตะวันตกรวมถึงอังกฤษ

เป็น ผลไม้พื้นเมืองของยุโรปตะวันตก เป็นไม้พุ่มผลัดใบสูงประมาณ 1-1.5 เมตรถึง 2เมตรมีอยู่ 2ชนิดคือ Redcurrantและ Whitecurrant เป็นผลไม้ที่นำมาอบแห้ง ที่เราเรียกว่าลูกเกดขาว ลูกเกดแดง นำมาทำToppingขนม Bakery ทั้งหลายนั่นแหละ เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามิน B1 และวิตามิน C เหล็ก ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม

ไม่ ใช่อะไรหรอก เอาหน้าตาต้นกำเนิดมาให้ดู เพราะไม้ผลหลายชนิดก็ถูกนำลงในเรื่องอื่นๆมาบ้างเลยไม่อยากนำมากล่าวซ้ำ อ่านกัน เล่นๆดูรูปไปด้วยสบายๆ


พิตาชิโอ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pistacia vera L.
ชื่อสามัญ  Pistachio
ชื่ออื่น  พิตาชิโอ
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE-PISTACIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาและยูเรเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตอบอุ่นกึ่งทะเลทราย
รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia

      

    เป็นต้นไม้พื้นเมืองขนาดเล็กของประเทศในเขตทะเลทราย ในพื้นที่ภูเขาของกรีก ซีเรีย อิหร่าน ตุรกี และตะวันตกของอาฟริกานิสถาน อาจ สับสนว่าเป็นถั่ว แต่พิตาชิโอเป็นผลไม้ที่มีเปลือกแข็งสีค่อนข้างขาว เมล็ดเป็นส่วนที่รับประทานมีเนื้อผิวสีเขียวอ่อนมีรสชาติที่โดดเด่น มีปริมาณของธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 และ ฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูง นิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง หลายคนคงชอบ


มะคาเดเมีย

รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia

ชื่อวิทยาศาสตร์ 


Macadamia integrifolia Maiden & Betche

ชื่อสามัญ  Macadamia, Macadamia nut, Bauple nut, Queensland nut, Nut oak.
ชื่ออื่น  มะคา
ชื่อวงศ์ PROTEACEAE
ถิ่นกำเนิด ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ และทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาส์เวล ประเทศออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์

ภาคตะวันออกของออสเตรเลีย นิวแคลิโดเนียและ สุลาเวสี ในอินโดนีเซีย

มะ คาเดเมียเป็นไม้ต้นสูง 5-8 เมตร แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบเดี่ยวแตกวนรอบกิ่ง รูปไข่กลับแกมขอบขนาน ยาว 12-20 ซม.แผ่นใบหนาและเหนียวขอบใบเป็นคลื่นและมีหนามแข็ง

ออกดอกตามกิ่งแก่และซอกใบ ยาว 15-25 ซม.ดอกย่อยจำนวนมากสีขางทยอยบาน ติดผลเป็นช่อ ผลกลมเนื้อ ในเมล็ดรับประทานได้ เป็นไม้ผลประเภทเคี้ยวมัน และมีคุณสมบัติที่ดีอีกอย่างคือดอกมีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน

ในเมืองไทยนิยมปลูกทางภาคเหนือ เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ชอบอากาศหนาวเย็น จะปลูกในภาคอื่นหรือในกรุงเทพฯก็น่าจะไม่มีใครห้าม แต่อาจไม่รับรองผล


แพร์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pyrus communis
ชื่อสามัญ  European pear, Common pear
ชื่ออื่น  ลูกแพร์
ชื่อวงศ์ ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด ยุโรป
เขตกระจายพันธุ์

Central and eastern Europe and southwest Asia.

เป็น ไม้ต้นขนาดกลางสูง 10-17เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์หรือเป็นพุ่มกว้างแล้วแต่ชนิด ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับสีเขียวเป็นมันส่วนใหญ่จะผลัดใบแต่มีบางชนิดในเอ เวียตะวันออกเฉียงใต้จะเขียวตลอดปี ทนอากาศหนาวเย็นได้ถึง -25องศาถึง-40องศายกเว้นในเอเซียที่ทนได้แค่ -15องศา ดอกมีสีขาวแต้มเหลืองหรือสีชมพู มี 5กลีบ ผลเป็นรูปไข่ลักษณะเฉพาะตัว

ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับพลัม แพร์จะมีลักษณะเด่นคือจะให้ความหวานในรูปน้ำตาลธรรมชาติที่ค่อนข้างสูง ผล ลูกแพร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย เป็นผลไม้ที่ช่วยล้างพิษ
รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia


ท้อ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Prunus persica (L.) Batsch
ชื่อสามัญ 

Flowering peach, Wild peach, Chinese wild Peach,  Peach, Peach tree.

ชื่ออื่น  มักม่น,มักม่วน, หุงคอบ,หุงหม่น, มะฟุ้ง(เงี้ยว)
ชื่อวงศ์ ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด

ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ของ จีน

เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตหนาว

ไม้ ผลยืนต้นขนาดกลางสูงได้ถึง 8 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มแตกเป็นร่อง ใบเดี่ยวรูปขอบขนานออกเรียงสลับกัน แผ่นใบสีเขียว โคนใบแหลม ปลายใบแหลม ขอบใบหยักตื้น ขนาดใบกว้าง2-4ซม.ยาว5-10ซม.

ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งก้าน ดอกย่อยมี5กลีบ ตรงกลางดอกมีเกสรผู้หลายเส้น ดอกมีสีขาว แดง ชมพู แล้วแต่พันธุ์ ผลค่อนขา้างกลมหรือรูปรี มีขนปกคลุมทั่ว ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่สีแดง ภายในมีเมล็ด1เมล็ด

ปัจจุบัน(2560)มีผู้นำมาปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางมีผลมีดอกในกระถางเล็กๆ มันก็เลยงงๆ ไม่ทราบสายพันธุ์ไหนกัน ผิดพลาดประการใดขออภัยทุกท่านด้วย

มีรูปมาดูกันเล็กน้อย

รูปภาพประกอบจาก : Botanica's Pocket Trees & Shrubs, Random House Australia


เกาลัดไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Sterculia monosperma Vent
ชื่อสามัญ 

Chinese chestnut, Thai chestnut, Seven sisters' fruit, Phoenix eye fruit

ชื่ออื่น  เท็งท้อ (จีน), หงอนไก่ใบใหญ่ (ภาคใต้)
ชื่อวงศ์ STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด จีนตอนใต้(กวางจง กวางสี ยูนนาน)ไต้หวัน
เขตกระจายพันธุ์

อินเดีย จีน ไปจนถึงคาบสมุทรมลายู

                       ไม้ผลยืนต้นที่ปลูกแล้วดูดีน่ารักก็คือเกาลัดนอกจากต้นเกาลัดไทยต้นนี้ ก็ยังมีอีกต้นที่เรียกว่า เกาลัดจีน ซึ่งอยู่ในวงศ์ก่อ (FAGACEAE) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Castanea mollisma และชื่อสามัญคือ Chinese Chestnut ทั้งสองต้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน

เกาลัดไทยเป็นไม้ยืนต้น สูง 4-30 ม. เรือนยอดเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกเรียบหรืออาจแตกเป็นร่องเล็กๆ ไปตามยาวลำต้น
   ใบเดี่ยว เรียงเวียนกันบริเวณใกล้ๆ ปลายกิ่ง รูปรีถึงรูปขอบขนาน กว้าง 5-15 ซม. ยาว 10-30 ซม. โคนมนหรือหยักเว้าเล็กน้อย ปลายมนสอบแคบกว่าทางโคนใบ ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบหนา เกลี้ยง ย่นเล็กน้อย แผ่นใบด้านบนเป็นมัน
     ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง  ยาวได้ถึง 35 ซม. ห้อยลง มีช่อแขนงมาก ดอกเล็ก สีชมพูอมเขียว กลิ่นหอมอ่อนๆ  เมื่อดอกบานเต็มที่ขนาดไม่เกิน 1 ซม.
  ผลเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มย่อยมักมี 2 ผล มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ผลเป็นผลแห้งแล้วแตก ผลสีแดงหรือสีแสด รูปมนหรือค่อนข้างกลม กว้างประมาณ 2.5 ซม. ยาวประมาณ 5 ซม. เปลือกแข็งหุ้มเมล็ดสีดำข้างใน เนื้อในเมล็ดสีเหลือง ต้มสุกแล้วเป็นสีเหลืองสด
เมล็ดสีน้ำตาล ขนาดกว้าง 2 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. แต่ละผลมี 1-2 เมล็ด
ออกดอกเดือน กันยายน-เมษายน

เหมาะทั้งสำหรับปลูกเป็นไม้กินผลรับประทานและไม้ผลประดับสวน

            เกาลัดไทยนำเมล็ดมาต้มกินธรรมดา ส่วนเกาลัดจีนนิยมเอาเมล็ดมาคั่วทรายร้อนๆ เสร็จแล้วแกะเมล็ดข้างในมากิน รสชาดหวานมัน หอม แพง


สตรอว์เบอร์รี

ชื่อวิทยาศาสตร์  Fragaria × ananassa (Duchesne ex Weston) Duchesne ex Rozier.
ชื่อสามัญ  Strawberry, Boat-lily ,Cradle Lily
ชื่ออื่น  สตรอว์เบอร์รี
ชื่อวงศ์ ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์

สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ ประเทศในทวีปยุโรป สำหรับประเทศไทยปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

พืชล้มลุก แตกกิ่งก้านแผ่ปกคลุมดิน ใบจะรวมกันอยู่ 3 ใบใน 1 ก้าน ขอบใบมีรอยหยัก มีดอกสีขาว ผลมีก้านยาวเชื่อมกับต้นรูปทรงคล้ายรูปหัวใจ มีเสี้ยนเล็กๆ บางๆ กระจายอยู่ทั่วผล มีกลีบเลี้ยงบนขั้วของผล เมื่ออ่อนมีสีขาว เหลือง เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม หรือแดง รสชาติอมเปรี้ยวถึงหวาน ขึ้นอยู่กับผลที่สุก

การรับประทาน สตรอเบอรี่นั้นจะใด้คุณค่าของวิตามิน A , B และวิตามิน C หากรับประทานสตรอเบอรี่เป็นประจำ จะช่วยรักษาป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเราเรียกว่า ลักปิดลักเปิด บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยทำให้ระบบการดูดซึมอาหารของร่างกายดียิ่งขึ้น และยังช่วยในการย่อยอาหารด้วย


เชอรี่สเปน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Malpighia punicifolia L.
ชื่อสามัญ  Acerola, Barbados Cherry ,West Indian Cherry
ชื่ออื่น  เชอรี่สเปน
ชื่อวงศ์ MALPIGHIACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 ไม้ พุ่ม สูง 3-8 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ผิวใบเป็นมัน ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีขาวอมชมพู กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้ 4 อัน ผลรูปกลมแป้น แยกเป็นพู 7-8 พูคล้ายลูกมะยม ผลสดมีสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดงเข้ม ปลูกเป็นไม้ผลประดับและรับประทานได้รสหวานอมเปรี้ยว จิ้มเกลือ อร่อย ทำเป็นเครื่องดื่มได้เรียก  น้ำเชอรี่สเปน

อีกต้นที่คล้ายกัน ต่าง กันที่กิ่งก้านของเชอรี่เสปนมีหนามแต่ต้นนี้ไม่มีหนามก็คือมะยมแดง


มะยมแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Euginea uniflora LINN.
ชื่อสามัญ  Pitanga, Suriname cherry, Brazilian cherry,Cayenne cherry
ชื่ออื่น  มะยมฝรั่ง
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์

ตั้งแต่ ซูรินาเม เฟรนช์เกียนา ไปจนถึงตอนใต้ของ บราซิล รวมถึงบางส่วนของ ปารากวัย อาร์เจนตินา และ อุรุกวัย

เป็นไม้ยืนต้นสูง 3-8 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปไข่ หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลมโคนมน สีเขียวสด ใบดกและหนาแน่นมาก ดอก  ออกเป็นช่อตามซอกใบ  แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนหลายดอก ดอกเป็นสีขาวอมชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลามีดอกจะสวยงามและส่งกลิ่นหอม

มะยมแดงเดี๋ยวนี้เรียกกันว่าเชอรี่สเปนกันอีกชื่อหนึ่งไปแล้ว ทั้งๆก่อนหน้านี้(ก่อน2008-ตอนนี้2017) เราจะต้องย้ำกันนักหนาว่ามะยมแดงกับเชอรี่สเปน มันเป็นคนละต้นกัน เป็นต้นเดียวกันได้ไง ชื่อวิทยาศาตร์ เหมือนกันที่ไหนอยู่คนละวงศ์ด้วยซ้ำ


ตะลิงปลิง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Averrhooa bilimbi L.
ชื่อสามัญ  Bilimbi , Cucumber Tree, Tree sorrel
ชื่ออื่น  ลิงปลิง
ชื่อวงศ์ OXALIDACEAE
ถิ่นกำเนิด โมลุกกะ มาเลเซีย อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

ไม้ ต้นสูง 10-15 เมตร ให้ทรงพุ่มทึบไม่ผลัดใบ ลำต้นสีน้ำตาลปนเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยคล้ายใบมะยม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามลำต้น ดอกสีแดงอมม่วงกลางดอกสีนวล  มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ขนาดดอกเล็ก 1.5-2 เซนติเมตร ผลรูปรีเว้าเป็นพู สีเขียวอ่อน ผลแก่สีเขียวอมเหลือง ฉ่ำน้ำ ด้านในมีเมล็ด ผลรับประทานให้รสเปรี้ยว

นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับบ้านให้ทรงพุ่มสวยงามปลูกง่ายชอบดินร่วนซุยระบายน้ำ ได้ดี ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่งประโยชน์ด้านสมุนไพร แก้เลือดออกตามไรฟัน ดอกนำมาชงเป็นชาดื่มแก้ไอ บำรุงร่างกาย

            ตะลิงปลิงเป็นพรรณไม้พื้นถิ่นบ้านเราที่เคยอยู่คู่กับครัวไทยมานานแล้ว


มะยม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Phyllanthus acidus (L.) Skeels
ชื่อสามัญ  Gooseberry Tree, Otaheite gooseberry, Malay gooseberry,  Star Gooseberry
ชื่ออื่น  หมักยม ยม
ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด Uncertain may be Madargascar
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อนและเขตอบอุ่น ของทวีปเอเซีย แคริบเบียน อเมริกากลาง อเมริกาใต้

ไม้พุ่มสูง 8-10 เมตรเป็นไม้พื้นบ้านทนแล้งดี นิยม ปลูกกันมาก นอกจากเคล็ดความเป็นมงคลแล้วยังมีประโยชน์หลายอย่าง เรียกว่าเป็นต้นไม้คู่บ้านเลยก็ว่าได้

โดยเฉพาะก้านมะยม สร้างคนมาเยอะ เพราะโดนแล้วเจ็บจริง เข็ดขยาดจนไม่กล้าทำผิดซ้ำเรื่องเดิมอีก

ในงานมงคลพิธีต่างๆก็มักใช้ใบมะยมประพรมน้ำมนต์ ปลูกไว้หน้าบ้านแสนสะดวกสบายหยิบใช้ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ

ดอกมะยมก็น่ารัก สีแดงๆดูยุบยิบดี ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้านไม่มีกลีบดอก สำหรับดอกเพศผู้จะไม่ติดผลหรืออาจติดบ้างเล็กน้อย (มะยมมีต้นต้วผู้และต้นตัวเมีย สังเกตุง่ายๆ มะยมตัวผู้ต้นจะสูงใหญ่บึกบึนใบใหญ่สีเขียวแก่ ส่วนต้นตัวเมียจะอ้อนแอ้นตามประสาผู้หญิงคือต้นจะเตี้ยเล็กกว่ากิ่งก้านและใบเล็กกว่าแล้วก็สีเขียวออกเหลือง ถ้าไม่รู้แล้วเห็นความแตกต่างอาจคิดว่าแตกต่างเพราะถูกเลี้ยงไม่เหมือนกัน) ผลมะยมกลมหยักเว้าเป็นพูสีเหลืองมีรสเปรี้ยว รับประทานสดได้ คุณผู้หญิงที่เริ่มตั้งท้องอ่อนๆมักมีอาการแพ้ท้อง ก็ได้มะยมจิ้มกะปินี่แหละแก้คลื่นไส้ เล่นเอาคนดูน้ำหลายหยดตามๆกัน

มะยมมักจะมีผลดกจะทิ้งก็เสียดายจะนำมาแปรรูปเชื่อมหรือดองก็ได้ ให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีสูง

ด้านเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงามก็ช่วยทำให้ผิวขาวใส ไร้รอยจุดด่างดำ น้ำคั้นมะยมมีความเป็นกรดเมื่อนำมาบำรุงผิวจะทำให้ผิวสะอาด ขาวใส สำหรับข้อมูลและวิธีการเสริมความงาม

ถ้าสนใจคงหาได้ทั่วไป ไม่ยาก


มะพร้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cocos nucifera L.
ชื่อสามัญ  ฉนแนืีะ
ชื่ออื่น  มะพร้าว
ชื่อวงศ์ ARECACEAE
ถิ่นกำเนิด เมลานีเซีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ เอเซีย อเใรกากลง อเมริกาใต้ แอฟริกา และโอเชียเนีย(Oceania)
ไม้ ยีนต้นสูง 20-30 เมตรนิยมปลูกไว้คู่บ้านกว้างๆ บ้านพื้นที่น้อยไม่เหมาะกว่าจะโตพ้นศรีษะเกะกะน่าดู  ปลูกได้ทั่วไปทุกสภาพดิน ทนแล้งได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ส่วนใหญ่ที่เห็นตามสวนมะพร้าว ต้นสูงจ้างลิงเก็บเป็นมะพร้าวแกง

นอก จากมะพร้าวแกงแล้ว มะพร้าวที่นิยมปลูกกันมากได้แก่มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวพวงร้อยที่เป็นญาติสนิทกับมะพร้าวน้ำหอม แต่ดกมากเป็นพันธุ์ที่ปลูกสืบทอดกันมานานแล้ว ในทะลายหนึ่งจะมีผลอยู่ถึง80-100ผลจนได้ชื่อว่า มะพร้าวพวงร้อย หรือมะพร้าวทะลายร้อย

สำหรับมะพร้าวกระทิ เป็นมะพร้าวที่เกิดจากการผิดปกติทางพันธุกรรม แต่คนชอบและหากินยาก สำหรับต้นที่เป็นกระทิก็จะมักพบเห็นเป็นกระทิอยู่เสมอ และมักพบเฉพาะทะลายด้านทิศตะวันออก

มีมะพร้าวอีกพันธุ์หนึ่งมีผลอ่อนสีเหลืองอมแสดหรือแดง เรียกว่า มะพร้าวไฟ นิยมปลูกประดับจัดสวนอยู่เหมือนกันดูไปแล้วสวยดี

มะพร้าวนี้แพทย์โบราณนิยมใช้เนื้อคั้นเอาแต่หัวกระทิ ผสมกับน้ำสมุนไพรอื่น เคี่ยวเป็นยาน้ำมัน


แก้วมังกร

ชื่อวิทยาศาสตร์  Hylocereus undatus (Haw.) Britton & Rose
ชื่อสามัญ  Pitaya,White-fleshed pitahaya, Dragon fruit,Night blooming cereus,Strawberry pear
ชื่ออื่น  แก้วมังกร
ชื่อวงศ์ CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ เวียตนามและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ชาว กัมพูชาเขาเรียกว่า "สะกราเนียะ"

(อ่านให้ออกสำเนียงบ้านเขาหน่อยนะจะได้อารมณ์)

เป็นพันธุ์ไม้ที่ นำจาก เวียตนามเข้ามาในบ้านเราแต่ถิ่นกำเนิดอยู่แถวอเมริกากลางเป็นไม้เลื้อยอวบน้ำลำต้นเป็น3แฉก มีหนามออกดอกเดี่ยวบริเวณจุดหนาม ดอกสีขาวบานตอนกลางคืน มีกลิ่นหอมผลรับประทานได้รสหวานอมเปรี้ยว นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ผลเพื่อการเกษตรประโยชน์ทางสมุนไพร ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต ป้องกันมะเร็งลำไส้
แก้วมังกรมีหลายพันธุ์อยู่ที่ปลูกในบ้านเรามีดังนี้


1----แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง รสชาดหวานอมเปรี้ยว ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hylocereus undatus (Haw.) ที่อยู่ในรูปภาพ
2----แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hylocereus megalanthus ชื่อสามัญ Yellow dragon fruit ผลเป็น รูปไข่ ขนาดเล็กกว่าทุกพันธุ์ รสหวาน
3----แก้ว มังกรพันธุ์เนื้อแดงจัดอมม่วง เปลือกแดง ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hylocereus costaricensis ชื่อสามัญ Red Draon fruit เป็นพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดจาก คอสตาริกาและนิคารากัว ผลเป็นทรงกลม เปลือกสีแดงจัด รสชาติหวานกว่าพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง

                          เวลาปลูกแก้วมังกรต้องทำค้างให้ด้วย คือทำหลักให้หนาแน่นมั่นคง เหมือนในรูปถึงจะสวย เพราะความหนักของทรงต้นจะทำให้หลักเอียงไปทางโน้นทางนี้ หากทำลวกๆอาจกลายเป็นมังกรเลื้อยไปเลย

อย่างต้นที่เห็นในรูปล่างขวาต้นนี้ทำค้างเตี้ยไปหน่อยเลยกลายเป็นมังกรติดดิน


ส้มเขียวหวาน


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus reticulata Blanco

ชื่อสามัญ : Tangarine

วงศ์ : RUTACEAE


ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 8เมตรมีหนามตามกิ่งหรือไม่มี เรือนยอดกลมแตกกิ่งมาก ใบเดี่ยว โคนใบไม่มีปืกหรือมีเล็กน้อย ดอกเล็กสีขาวมีกลิ่นหอม ผลมีขนาดรูปร่าง สีผิวและรสต่างกัน ตามสายพันธุ์ ปลูกขยายพันธุ์ด้วยการตอน

เปลือก ของผลส้มที่แห้งเมื่อนำมาจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและสามารถไล่ยุงได้ดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เหมาะกับช่วงนี้ที่ไข้เลือดออกกำลังระบาด


ส้มคัมควอท

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus japonica Thunb
ชื่อสามัญ  Kumquats, Cumquats
ชื่ออื่น  ส้มจี๊ด ส้มกิมจ๊อ
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี


ส้มคัมควอทกับส้มจี๊ดเป็นไม้ต้นเดียวกันใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์และ ชื่อสามัญเหมือนกัน ต่างกันที่ลักษณะผล

ส้ม ชนิดนี้เอาเปลือกมาทำเป็นกิมจ๊อเพราะเนื้อเปรี้ยว เปลือกหวาน เป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่นำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้สวยงามน่ารักน่าหลง ว่ากันว่าเนื้อส้มมีแอนติอ็อกซิเค้นต้านมะเร็งได้หลายชนิดอะไรทำนองเนี๊ยะ แต่คงต้องรับประทานทีเป็นโหลเพราะลูกเล็กกระติ๊ด  ลักษณะผลจะออกรีเป็นรูปไข่ ทรงพุ่มสวย แถมไม่ผลัดใบสวยงามอยู่ได้ตลอดปี อยากเพิ่มความหวานเวลาใส่ปุ๋ยก็หาปุ๋ยที่มีสูตรตัวหลังสูงๆใส่เข้าไว้


ส้มจี๊ด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus japonica Thunb
ชื่อสามัญ  Kumquats, Cumquats
ชื่ออื่น  ส้มจี๊ด ส้มมะปี๊ด
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี
ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1.5 - 3 เมตร กิ่งมีหนามแหลมคม ใบรูปไข่ ปลายใบและโคนใบแหลม สีเขียวสดเป็นมัน มีหูใบขนาดเล็กดอก ออกดอกเดี่ยว แต่ มักออกรวมกันเป็นกลุ่ม มีสีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ติดผลดก ผลกลมเหมือนส้มทั่วไป แต่มีขนาดเล็ก ผิวบาง เมื่อผลสุกมีสีเหลืองส้ม เนื้อมีรสเปรี้ยวจัด รับประทานแทนมะนาวได้ น้ำในผล มีวิตามินซี และ เอ

                  จะปลูกจะเลี้ยงก็ง่าย ชอบแดด อย่าให้น้ำท่วมขังก็พอขยายพันธุ์โดยเมล็ด หรือตอนกิ่งก็ได้
ส้มมะปิ๊ดนี่ ตามความเชื่อของคนจีน ถือว่ามีความเป็นมงคลหากปลูกไว้ในบ้าน 


ส้มมือ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus medica Linn.var. sarcodactylis Swing.
ชื่อสามัญ  Buddha’s Hand, Buddha' Finger, Finger citron.
ชื่ออื่น 

ส้มโอมือ ส้มมือเสือ  ส้มเสือ  มือพระเจ้า ส้มนิ้วพระหัตถ์

ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ไม่แน่ชัด
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น

           ส้มมือจัดเป็นส้มเก่าแก่ที่สุดในตระกูลส้ม ถิ่นกำเนิดไม่แน่ชัด นิยมปลูกกันแถบเอเซียตะวันออก จีน ญี่ปุ่น แต่ในประเทศไทยคงอยู่มานานแล้ว ลักษณะเป็น ไม้พุ่มสูง 2-4เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยมสีม่วงมีหนามยาวและแข็ง ใบประกอบแบบมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับรูปไข่แกมรีหรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมทู่หรือกลม โคนใบรูปลิ่มหรือกลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบสั้น 

ดอก สีขาวปนชมพู ออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบ มีกลิ่นหอมแรง ดอกสมบูรณ์เพศ หรือมีแต่เพศผู้ ผลเด่นมากเพราะเมื่อแก่จะมีลักษณะคล้ายนิ้วมือ สีเหลืองหรือเหลืองส้ม พอแก่จะเห็นเป็นนิ้วชัดผิวของผลคล้ายเปลือกส้มโอ หนาๆฟ่าวๆ ไม่มีเนื้อและเมล็ด คงเคยได้ยิน ยาดมส้มโอมือกันมาบ้างใช้ส่วนของเปลือกทำ  แก้วิงเวียนศรีษะบำรุงหัวใจ เดี๋ยวนี้หาส้มมือทำยายาก แล้วก็ไม่นิยมสำหรับผู้คนสมัยใหม่ก็เลยสร่างซากันไป พบแค่ปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีผลแปลกและพุ่มสวยงามอันนี้แค่ปลูกประดับแต่ไม่ใช้รับประทาน สำหรับชาวจีนและญี่ปุ่นมักใช้ส้มมือเป็นเป็นเครื่องหอมดับกลิ่นและใช้เป็นผลไม้มงคลในพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา   ส้มมือจะออกดอกราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน หลังจากนั้นก็รอรับ "ผล" ที่จะตามมา


มะนาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle
ชื่อสามัญ  LIME
ชื่ออื่น  ส้มนาว ส้มมะนาว
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ภูมิถาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อนและเขตกึ่งร้อน

คง ไม่มีใครไม่รู้จักมะนาว เกือบลืมว่ามะนาวก็เป็นไม้คู่บ้านที่คนมักนิยมปลูกไว้คู่กันกับมะกรูด ซึ่งหากจะว่าไปก็น่าจะจัดมะนาวกับมะกรูดเป็นผลไม้ แต่ก็เป็นพืชผักสวนครัวไปเหตุเพราะเราจะไม่นำมากินกันสดๆเป็นลูกๆแต่จะนำไป เพื่อปรุงรสและประกอบอาหาร

มะนาว เป็นไม้พุ่มสูง2-4เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบ ประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว ดอก ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกย่อยมีกลีบดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ผลกลมแป้นที่ผิวมีน้ำมันหอมระเหยที่มีรสขม น้ำในผลมีรสเปรี้ยวจัด น้ำมะนาวดื่มแก้โรคลักปิดลักเปิดเพราะมีวิตามินซี นำมาคั้นเป็นน้ำมะนาว ใส่เกลือน้ำตาลนิดหน่อย ดื่มแล้ว ชื่นใจ

พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกกันในประเทศไทย

-มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกหนา ทำให้เก็บรักษาผลได้นาน

-มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาว มีสีอ่อนคล้ายไข่เป็ด ขนาด 2-3 เซนติเมตร เปลือกบา

-มะนาวทราย ทรงพุ่มสวยใช้เป็นไม้ประดับ ให้ผลตลอดปีแต่ไม่ค่อยนิยมบริโภค เพราะน้ำมีรสขมเจือปน

-มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าพันธุ์อื่นๆ ในเชิงพาณิชย์จะปลูก มะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย

มีมะนาวแคระอีกต้นเพิ่งเจอ (2017) คนขายบอก เรียกว่า มะนาวแคระมหามงคลเผื่อเป็นที่นิยมอีกต้น น่ารักดี เอารูปมาฝาก แถม..แถม..


มะกรูด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus hystrix DC
ชื่อสามัญ  Kaffir lime, Porcupine orange, Leech lime, Mauritrus papeda
ชื่ออื่น  มะขุน มะขูด ส้มกรูด
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด

ประเทศลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

เขตกระจายพันธุ์

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

            ไม้ต้นสูง2-8เมตร ลำต้นเกลี้ยงเกลา กิ่งก้านมีหนามใบแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงโคนใบคือก้านใบที่แผ่ออกดูคล้ายใบ และส่วนปลายคือใบที่แท้จริง มีกลิ่นหอมฉุนจากน้ำมันหอมระเหย(volatile oil) ดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยมีสีขาวและหอม ผลกลมผิวหนาขรุขระ

ปลูกไว้เป็นพื่อนกับมะนาว ใช้เสริมสวยบำรุงเส้นผม หนังศรีษะง่ายๆ

ผลนำมาเผาไฟพอไหม้คั้นเอาแต่น้ำสระผมกันรังแค หรือนำผลไม่ปอกเปลือกผ่าเป็น 2ซีกนวดผมให้ทั่วศรีษะจะทำให้ผมลื่นเป็นมัน ไม่หงอกเร็ว ผมดกดำ ปลูกไว้ใช้แค่นี้ก็คุ้ม



มะไฟ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Baccaurea ramiflora Lour.
ชื่อสามัญ 

Burmese Grape, Latka, Burmese Grape, Kataphal, Mafai, Tampoi

ชื่ออื่น  มะไฟป่า ส้มไฟ หัมกัง
ชื่อวงศ์ PHYLLANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นสูงขนาด 5-15 เมตร มีใบเฉพาะปลายยอด ทรงพุ่มกลมโปร่ง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนปนเทา เปลือกเรียบแตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวเวียนสลับ ขอบใบเรียบแผ่นใบเกลี้ยง

ดอกเป็นช่อกระจะออกตามกิ่งและลำต้น ดอกย่อยสีชมพูอมเหลืองหรือสีเหลือง เมื่อติดผลจะเป็นช่อยาว

ผลกลม เมื่อแก่สีเหลือง เนื้อในมีสามเมล็ดสามพูฉ่ำน้ำ

พันธุ์นิยม

----พันธุ์ไข่เด่า ผลกลมรี ก้นแหลม เนื้อสีอมชมพู หวานอมเปรี้ยว มี 3-4 พู

----พันธุ์เหรียญทอง ผลใหญ่ ก้นเรียบ สีขาวขุ่น มี 2-3 พู ฉ่ำน้ำ หวานน้อยกว่า

    มะไฟใช้รับประทานเป็นผลไม้มีรสเปรี้ยว ทรงต้นและใบของมะไฟสวยใช้ได้เลยถ้าไม่เกี่ยงเรื่องชื่อ นำมาใช้จัดสวนได้สบาย เดี๋ยวนี้มีล้อมมาขายฟอร์มสวยๆเยอะแยะ(2017)


ชำมะเลียง

ถ่ายเมื่อ 2/12/2552

ชื่อวิทยาศาสตร์  Lepisanthes fruiticosa (Roxb.) Leenh
ชื่อสามัญ 

Chammaliang, Luna Nut

ชื่ออื่น  มะเต้า, พุมเรียง, พุมเรียงสวน,โคมเรียง
ชื่อวงศ์ SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ไม้ ต้นหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง7-8เมตรเป็นไม้ไม่ผลัดใบ ไม่มีปัญหาเรื่องเก็บกวาด  ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับตามก้านของใบ รูปใบขอบขนานปลายใบเรียวแหลม กว้างไม่เกิน2ซม.และยาวประมาณ 8-10 ซม. ดอกสีแดงอมม่วง ต้นนี้น่าจะเป็นชำมะเลียงบ้าน ลูกจะใหญ่กว่าชำมะเลียงป่าที่ดอกสีขาวครีม มีกลิ่นหอมอ่อนๆแปลกๆไม่คล้ายกับดอกไม้อื่นๆ  


       ผล รูปไข่หรือรีป้อมมีรอยบุ๋มตรงกลางช่อละ 10-15 ผล ผลอ่อนสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเป็น สีม่วงดำออกแดงเมื่อสุกงอมในที่สุด ผลสุกรับประทานได้ มีรสหวาน ถ้าคลึงให้น่วมก่อนกินไม่งั้นจะฝาดหน่อย ทรงพุ่มจะเป็นทรงกระบอกกินพื้นที่น้อย เป็นต้นเดี่ยวมากกว่าแตกกอ เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัดสำหรับต้นไม้

ช่วงออกดอกติดผลคือช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนธันวาคม ชำมะเลียงนี่ นะเวลาให้ดอกให้ผลจะสวยมาก

เหมาะสำหรับไว้อวดเพื่อนที่สุด


 ทับทิม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Punica granatum Linn.
ชื่อสามัญ  Pomegranate , Punic Apple,  Granades, Granats, Carthaginian Apple
ชื่ออื่น  มะก่องแก้ว,, มะเก๊าะ, พิลา,เซียะลิ้ว,กะตึม,หมากสีลา, หมากจัง
ชื่อวงศ์ PUNICACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอิหร่านทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน
เขตกระจายพันธุ์

ประเทศ ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เอเชียตะวันออก และอเมริกา

นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับมงคลมีแทบทุกบ้าน ติดอันดับท็อปไม่แพ้มะยม เพราะถือว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ยิ่งปลูกแล้วดอกผลออกระย้านี่ถือว่าเยี่ยม อย่าปล่อยให้โทรมเชียว

ทับทิม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 2-5 เมตร ลำต้นสีเทา อายุหลายปี ดอกทับทิมสีแดงส้มสด เวลาทับทิมติดผลกิ่งมักห้อยย้อยลง กิ่งนิดเดียวแต่รับน้ำหนักผลที่โตใหญ่ได้แบบไม่น่าเชื่อ ผลเมื่อแก่บางทีจะแตกอ้าออก ถ้าไม่ห่อผลหรือดูแลเรื่องโรคแมลงให้ดี ส่วนใหญ่จะมีโรคในผลทำให้ทับทิมเนื้อเป็นสีดำ รับประทานไม่ได้

(ถ่ายเมื่อ28/2/2553)

ทับทิม สายพันธุ์หนึ่งที่เมล็ดนิ่มรสชาดดีเยี่ยม น่าปลูกชื่อสายพันธุ์ 'อติชัย' ของคุณลุงสมิง สาระจำนง ที่กลางดง ปากช่อง และอีกสายพันธุ์คือ 'แสงตะวัน'อยู่แถบปากช่องเหมือนกัน ที่เป็นสายพันธุ์ที่ดีอีกพันธุ์หนึ่ง บอกไว้เผื่ออยากปลูกไว้ทานผล

ส่วน พันธุ์พื้นเมืองอื่นๆเช่น ทับทิมซ้อน ทับทิมหนู มีผู้นิยมปลูกไม่น้อย เพราะนอกจากความเป็นมงคลข้างต้นแล้ว คนไทยเชื้อสายจีนเมื่อออกจากบ้านไปงานศพ จะเด็ดใบใส่กระเป๋าเสื้อเพราะเชื่อว่าป้องกันภูตผีได้ ในเทศกาลเซ่นไหว้ นิยมใช้ทั้งก้านทั้งใบเสียบลงในเครื่องเซ่นไหว้ ผลทับทิมก็ใช้เซ่นไหว้ได้เหมือนอย่างผลไม้อื่น และด้วยความที่ทับทิมมีเมล็ดมากจึงสื่อความหมายถึงการให้มีลูกชายมากๆ

ทับทิมชอบดินร่วนซุยและชุ่มชื้น ทนแดด ทนแล้งได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือตอนกิ่ง ปักชำ


ส้มโอ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus maxima (Burm.) Merr.
ชื่อสามัญ  Pomelo, Pummel, Shaddock, Jabong
ชื่ออื่น  ส้มโอ
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 10เมตร ลำต้นแข็งแรง ใบใหญ่โคนใบมีปีก ดอกสีขาวหรือเขียวอมเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม ผลมีขนาด รูปร่าง สีเนื้อ และรสต่างกันตามลักษณะพันธุ์ หน้าส้มโอคือช่วงเดือน  สิงหาคม-ตุลาคม เป็นพืชปลูกขยายพันธุ์ด้วยการตอน

เดี๋ยว นี้ขุดล้อมส้มโอต้นใหญ่ๆมาขายด้วยแถมบางทีมีลูกติดห้อยต่องแต่ง มาให้ดูอีกต่างหาก ต้นนี้ปลูกเมื่อเดือน มกราคม 2553 ถึงตอนนี้ออกลูกพอดีไม่เสียหน้า แต่ไม่รับประกันความอร่อย จะให้อร่อยต้องหาซื้อกิ่งพันธุ์ที่ชอบตามอัธยาศัยมาปลูก ต้นขวานี้โชว์ลีลา อลังการงานสร้างเพื่อจัดสวนโดยเฉพาะ

(ถ่ายเมื่อ 15/8/2553)


มะตูม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Aegle marmelos (L.) Correa
ชื่อสามัญ 

Bael Fruit Tree, Bengal Quince, Golden apple, Japanese bitter orange, Stone apple, Wood apple

ชื่ออื่น  กะทันตาเถร มะปิน บักตูม พะเนิว (เขมร)
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด อินเดียตอนกลางและตอนใต้ พม่า ปากีสถาน บังคลาเทศ เนปาล เวียดนาม ลาว และกัมพูชา
เขตกระจายพันธุ์ ทั่วไปในอินเดีย รวมทั้งในศรีลังกา แหลมมลายูตอนเหนือ เกาะชวา และฟิลิปปินส์


                    ไม้ ยืนต้นสูง 10-15เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือเรียงสลับ ใบย่อย3ใบออกเวียนรอบกิ่ง รูปไข่กว้าง 1.75-7.5 ซม. ยาว 4-13.5ซม.ปลายใบเรียวแหลมขอบใบหยักฟันเลื่อย ฐานใบมน ก้านใบยาว ใบมีกลิ่นหอม

ดอกเป็นดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีนวล ใบและดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสดรูปไข่หรือรูปกลม เปลือกผลหนาแข็งผลอ่อนเปลือกสีเขียวเมื่อแก่เป็นสีเขียวอมเหลือง เนื้อในมะตูมสีเหลือง มีน้ำเมือก มีเมล็ดจำนวนมาก ผลรับประทานได้

คุณสมบัติเป็นยาระบายและช่วยย่อยและ ส่วนผลดิบหั่นตามขวางของผลนำไปตากแห้งชงน้ำดื่มแก้ท้องเสีย 

มะตูม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ตอน และเสียบยอด มะตูมบางสายพันธุ์ผลสุกเปลือกนิ่มรสชาดดี บางสายพันธุ์ผลใหญ่ขนาด1.5กิโลก็มี รูปทรงแปลกๆเรียวยาวก็มี


มะขวิด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Feronia limonia(L.) Swing.
ชื่อสามัญ 

Limonia, Curd fruit, Monkey fruit, Elephant apple, Gelingga.

ชื่ออื่น  มะฟิด (ภาคเหนือ)
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด อินเดีย ศรีลังกา พม่า และอินโดจีน
เขตกระจายพันธุ์ มาเลเซีย เกาะชวา เกาะบาลี อินโดนีเซียสหรัฐอเมริกา(ฟลอริดาและแคลิฟอร์เนีย)


ไม้ ยืนต้นสูง 6-10เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย5-7ใบ บางครั้งมี3-6หรือ9ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขอบใบมักหยักกลม เนื้อใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ที่บริเวณขอบใบ ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งประกอบด้วยดอกเพศผู้และดอกสมบูรณ์เพศอยู่ในต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียวปนแดง ผลสดรูปทรงกลม ขนาด5-8ซม.สีเทาแกมน้ำตาลมีเปลือกแข็ง เนื้อผลเป็นเมือกเหนียว


สับปะรด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ananas comosus (L.) Merr
ชื่อสามัญ  Pineapple
ชื่ออื่น  ยานัด ย่านนัด มะนัด มะขะนัด หมากเก็ง
ชื่อวงศ์ BROMELIACEAE
ถิ่นกำเนิด

อเมริกาใต้-บราซิลและปรากวัย

เขตกระจายพันธุ์

ประเทศในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เช่น ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ฮาวาย บราซิล เม็กซิโก อินเดีย ไนจีเรีย และไอวอรี่โคสต์


เห็น คนชอบปลูกบรอมมีเลียดส์ สับปะรดสีอะไรพวกนี้เอาไว้ประดับ

ใครจะลองปลูกสับปะรดเอาไว้ประดับและรับประทานพร้อมกันไปเลยก็ได้ ไม่ว่า สวยด้วยอร่อยด้วยทูอินวัน

ที่เห็นในรูปเป็นสับปะรดเอาไว้รับประทานพันธุ์ปัตตาเวีย เอาตะเกียง(ตรงจุกสับปะรดที่เราตัดทิ้งพร้อมใบนั่นแหละ)ปลูกไว้ตัดมารับทาน ไปสองรอบแล้ว กินไปภูมิใจไปในฝีมือ

นอกนี้ก็มีพันธุ์ที่มาจากสายพันธุ์กินได้กลายมาเป็นสับปะรดสำหรับปลูกประดับ ไม่นิยมรับประทานอยู่เหมือนกัน(ดูเรื่อง"ไม้ร่มรำไร2" สับปะรดสี)

(ถ่ายเมื่อ18/2/2553)


คอแลน

รูปภาพจากหนังสือพรรณไม้ในป่าสะแกราชเล่มที่1(วว)

ชื่อวิทยาศาสตร์ 


Nephelium hypoleucum Kurz

ชื่อภาษาอังกฤษ
Korlan
ชื่ออื่น  หมักแงว,หมักแวว, ลิ้นจี่ป่า
ชื่อวงศ์ SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด Unknown
เขตกระจายพันธุ์ Unknown

คอแลน เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงได้10-20เมตร เปลือกต้น สีเทาแตกเป็นสะเก็ด เรือนยอดเป็นพุ่มกลมสีเขียวเข้มใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ 3-5คู่ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม

ผิวผลคล้ายผลลิ้นจี่เนื้อในผลคล้ายเงาะ ออกเป็นพวงโต ผลสุกสีแดงเข้ม มีรสเปรี้ยว รับประทานเป็นผลไม้ได้

ออกผลช่วงมีนาคม-พฤษภาคม

ชอบแดดจัด ความชื้นต่ำ ขึ้นได้ดีในดินไม่อุ้มน้ำ ขยายพันธฺุโดยการเพาะเมล็ด

มะดัน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Garcinia schomburgkiana Pierre
ชื่อสามัญ  Madan
ชื่ออื่น  ส้มมะดัน ส้มไม่รู้ถอย
ชื่อวงศ์ CLUSIACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์ เอเซีย

ไม้ยืนต้นสูง3-7เมตร ทนน้ำท่วมขังได้ดี ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง2-3ซม.ยาว5-8ซม. มี ยางสีเหลืองแผ่นใบหนากรอบ ดอกแยกเพศร่วมต้นหรือแยกเพศไม่ร่วมต้นก็ได้ กลีบดอกมีสีเหลืองส้มหรือชมพูอ่อน เมล็ดเป็นพูยาวมีรสเปรี้ยวจัด

  นึกถึงปลาทูต้มกะทิใส่มะดันนี่ อร่อยมาก คนรุ่นก่อนจะทำกับข้าวเอง อาหารสำเร็จนี่เมินกันเลยทั้งบ้าน เดี๋ยวนี้หารับทานยากปลาทูต้มกะทิใส่มะนาวกันทั้งนั้น ต้นมะดันนี่สมัยก่อนปลูกกันแทบทุกบ้าน เดี๋ยวนี้ที่ดินแพงเลยต้องเลือกหาต้นไม้แพงๆมาปลูกกันให้สมกับราคาที่ดิน ยิ่งเปลี่ยนชื่อ ต้นไม้ให้เป็นมงคลมากเท่าไรยิ่งขายได้ขายดี มะดันนี่ก็เป็นมะดันมงคลได้นะ ปลูกไว้ในบ้านจะได้มีตัวช่วยคอยดันให้เจริญก้าวหน้า แล้วก็ไม่ยอมถอยด้วย



 มะกอก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Spondias pinnata (L. f.) Kurz
ชื่อสามัญ  Hog plum, Wild Mango
ชื่ออื่น  กอกเขา กอกกุก
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด

ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย

เขตกระจายพันธุ์

ภูฏาน อินโดจีน อินเดีย เนปาล พม่า

ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาเรียบ เปลือกหนากลิ่นฉุน กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบให้เห็นชัดเจน มีช่องอากาศอยู่ทั่วไป กิ่งเปราะ มีน้ำยางสีน้ำตาลคล้ำอยู่ทุกส่วน แผ่นใบเกลี้ยงเป็นมันใบอ่อนสีน้ำตาลแดง

ดอกช่อสีขาว ออกตามกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง

ผลรสฝาดอมเปรี้ยวนำมาปรุงรสอาหารและเป็นสมุนไพร ยอดอ่อนใช้เป็นผักจิ้มมีรสเปรี้ยว

โดยทั่วไปมะกอกจะเป็นที่รู้จักกันอยู่4ชนิดได้แก่

----มะกอกน้ำ (สารภีน้ำ, สมอพิพ่าย)ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Elaeocarpus hygrophilus Kurz. เป็นมะกอกที่เอามาใช้ในการดองและแช่อิ่ม

----มะกอกโอลีฟ ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Olea europaea เป็นมะกอกที่นำมาทำเป็นน้ำมันมะกอก

----มะกอกฝรั่ง (มะกอกหวาน) ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Spondias dulcis Parkinson เป็นมะกอกที่นิยมนำมารับประทานสดเป็นผลไม้

----มะกอกป่า (มะกอกไทย) ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Spondias pinnata (L.f.) Kurz เป็นมะกอกชนิดที่เราจะนิยมนำมาใส่ในส้มตำ และเป็นมะกอกที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่

ทุกมะกอกปลูกได้ง่ายๆสบายๆ เหมือนต้นไม้กลางแจ้งปกติทั่วไป


มะกอกน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Elaeocarpus hygrophilus Kurtz.
ชื่อสามัญ  none
ชื่ออื่น  สมอพิพ่าย
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์

พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 3-13เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม เกลี้ยงหรือแตกตื้นๆ ใบเดี่ยวกว้าง2.5-5ซม.ยาว5-12ซม.ผิวใบเรียบเป็นมันสีเขียว ก้านใบสีแดง

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ผลกลมรีขาด3-4ซม.สีเขียวอ่อนมีเมล็ด1เมล็ด เป็นไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ลุ่ม ปลูกเพื่อรับประทานผล หรือรับประทานโดยดองน้ำเกลือหรือแช่อิ่ม

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

ใครที่ขุดสระน้ำแล้วต้องการปลูกต้นไม้กันดินพัง นอกจากมะพร้าวน้ำหอมแล้วขอแนะนำให้ปลูกมะกอกน้ำ รากจะยึดดินริมตลิ่งได้ดี 


มะกอกฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Sapondias dulcisForst.f. (S. cytherea Sonn.)
ชื่อสามัญ  Ambarella,Jew’s plum, Golden apple, Jew plum
ชื่ออื่น  มะกอกหวาน, มะกอกดง, มะกอกเทศ
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด โพลีนีเซียและเมลานีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและประวานูอาตู หมู่เกาะโซโลมอน ฟิจิ และ ปาปัวนิวกินี

ไม้ ต้นขนาดกลางสูง12เมตร เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลแดง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบยาว ใบย่อยรูปไข่ค่อนข้างเรียวแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย

ดอก ออกเป็นช่อตามปลายยอด ดอกย่อยมีกลีบดอก 5 กลีบ สีขาว ฐานรองดอกมีสีเหลือง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ

  ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง สุกสีส้ม  เนื้อหนากรอบ เมล็ดมีเส้นใยมากรับประทานเป็นผลไม้ เนื้อมีรสมัน เปรี้ยวอมหวาน ติดผลตลอดปี

การที่ติดผลง่าย ดูแลง่ายเลี้ยงง่ายด้วยและให้ผลตลอดปี ใช้กิ่งตอนปลูกก็ติดผลตั้งแต่อยู่ในถุง ปลูกไว้เลยอีก1ต้น

มะกอกฝรั่งนิยมกินเป็นผลไม้สดและใช้ทำน้ำมะกอกฝรั่ง ในมาเลเซียและอินโดนีเซียนิยมกินกับกะปิ เป็นส่วนผสมในโรยัก (อาหารพื้นเมืองของมาเลเซียและสิงคโปร์ คล้ายยำผลไม้หรือส้มตำผลไม้) ในฟิจิใช้ทำแยม ในซามัวและตองกาใช้ทำ otai ในชวาตะวันตกนำ ใบอ่อนไปทำ pepes ในเวียดนามนิยมรับประทานผลดิบ โดยหั่นเป็นชิ้นบาง กินกับเกลือ น้ำตาล พริกสดหรือกะปิ ในจาเมกา กินผลสดโดยนำไปคลุกเกลือ หรือทำเป็นน้ำ

(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)


มะพูด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Garcinia dulcis (Roxb.) Kurz
ชื่อสามัญ 

Rata, Maphut, Yellow Mangosteen, Mundu.

ชื่ออื่น  ไข่จระเข้ ตะพูด พะวาใบใหญ่ จำพูด ประหูด ประโหด ประโฮด มะนู (เขมร)
ชื่อวงศ์ GUTTIFERAE
ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์

อินโดนีเซียและหมู่เกาะอันดามัน



ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 15 เมตร ทรงพุ่มกลม ใบเป็นมันออกตรงข้าม ใบมีขนาดใหญ่ รูปไข่ปลายใบสอบ ใบหนาเป็นมัน

ดอก มีสีเขียวอมเหลือง ออกเป็นกระจุกที่ช่อใบ ยาวประมาณ 10ซม.ผลใหญ่ขนาดส้มเขียวหวานผลดกออกตามกิ่ง ผลดิบสีเขียว สุกสีเหลือง มีเนื้อในสีเหลืองรสเปรี้ยวอมหวาน นิ่มและฉ่ำน้ำ มีเมล็ดแข็ง2-5เมล็ด 

            มะพูดมักเกิดอยู่ตามป่าส่วนใหญ่เกิดจากเมล็ด คนโบราณเชื่อว่าปลูกมะพูดไว้ใกล้บ้าน ลูกหลานจะพูดเก่ง พูดจาแต่สิ่งดีมีคนชื่นชอบ

แต่ในปัจจุบันความเชื่อในเรื่องนี้เริ่มเลือนลางลงไปแต่กลับมีความเชื่อในเรื่องที่ว่าไม่ควรปลูกมะพูดเอาไว้ในบ้านเพราะต้นมะพูดเป็นต้นไม้ใหญ่ มีอาถรรพ์เข้ามาทดแทนจึงทำให้ต้นมะพูดเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีจนเดี๋ยวนี้ต้นมะพูดกลับกลายเป็นต้นไม้หายากที่แทบจะต้องถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อกันการสูญพันธุ์กันเลยทีเดียว



ขนุน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Artocarpus heterophyllus Lam.
ชื่อสามัญ  Jack Fruit Tree, Jack tree, Fenne, Nangka
ชื่ออื่น  หมักมี่
ชื่อวงศ์ MORACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดียตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรมาลายู


กล่าวถึงขนุนในแนวไม้มงคลมาบ้างแล้ว ตอนนี้มากล่าวในแง่มุมของผลไม้กันบ้าง

ขนุน เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ใบมันและหนา ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกัน แต่อยู่ร่วมต้นเดียวกัน ผลใหญ่ได้หลายขนาด แล้วแต่พันธุ์ ขนุนที่ปลูกเพื่อการค้าก็มีอยู่มากมายหลายพันธุ์อย่างชนิดเนื้อหนา ถึง2เซนติเมตรก็มี

ส่วนพันธุ์ ที่เหมาะสำหรับ ปลูกภายในบริเวณบ้าน ควรเป็นพันธุ์ที่ดูแลรักษาง่าย ให้ร่มเงาดีไม่ใหญ่โตเกินไป ผลดก และผลไม่ใหญ่มากจนรับประทานกันไม่หมด พันธุ์ขนุนที่ใช้ปลูกมี2ประเภทคือ

1ขนุนหนัง มีลักษณะเนื้อยวงแห้งกรอบ สีเหลืองทอง สีจำปา ยวงโตเนื้อแน่น หวานกรอบ นิยมปลูกกันทั่วไป ขนุนหนังมี4พันธุ์คือ

1.1 พันธุ์จำปากรอบ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดทรงพุ่มไม่ใหญ่เกินไป ใบสีเขียวมันเข้ม ปลายใบแหลมมีผลกลม ผลโตเต็มที่จะหนักประมาณ15-20กิโลกรัม ออกผลปานกลางไม่ดกมาก เนื้อไม่หนาหรือบางเกินไป เนื้อกรอบไม่เละรสชาติอร่อยมาก หวานกลมกล่อมอมเปรี้ยวเล็กน้อย ผลสุกสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน

1.2 พันธุ์ตาบ๊วย เป็นขนุนขนาดใหญ่ ต้นสูงใหญ่ มีผลขนาดใหญ่รูปร่างกลม ผลโตเต็มที่วัดโดยรอบได้ประมาณ110-130ซม. เนื้อของผลและซังจะเป็นสีจำปา ขนาดยวงจะใหญ่ เนื้อหนากรอบ มีรสชาติไม่หวานสนิท ในฤดูฝนรสหวานจะลดลง ผลแก่จัดมักแตก และซังจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีจำปา

1.3 พันธุ์ฟ้าถล่ม เป็นพันธุ์ที่นำเมล็ดพันธุ์ตาบ๊วยมาเพาะที่ปราจีนบุรี ทำให้เกิดพันธุ์ฟ้าถล่มขึ้น ซึ่งมีความแตกต่างจากพันธุ์แม่คือผลมีขนาดใหญ่มาก เนื้อสีเหลืองทอง เนื้อหนา กรอบ มีรสหวานสนิท มีเปอร์เซนต์ของน้ำตาลสูงมาก ยวงที่แกะเอาเมล็ดออกแล้วสามารถเก็บเอาไว้ในตู้อย็นได้ประมาณ7วัน เนื้อผลก็ยังกรอบเช่นเดิม

1.4 พันธุ์ทองสุดใจ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดและทรงต้นปานกลาง โปร่ง ใบเรียวเล็ก ลักษณะของผลเรียบ ยวงมีขนาดใหญ่สีเหลือง เนื้อของยวงเมื่อสุกเต็มที่จะแห้งกรอบ รสไม่หวานจัด ถ้าฤดูแล้งจะอร่อยมาก

2 ขนุนละมุด  มีลักษณะเนื้อยวงเปียกเหนียว เนื้อค่อนข้างบาง ยวงเล็ก รสหวานมีกลิ่นหอม ขนุนพันธุ์นี้ไม่ค่อยนิยมปลูกกันนัก อีกพวกหนึ่งที่นิยมปลูกกันมากทางภาคใต้คือ จำปาดะ ลักษณะทั่วไปคล้ายขนุนผลเล็กยาวเรียวคล้ายผลฟัก เปลือกบาง เนื้อเละรสหวาน กลิ่นหอม

ปลูกขนุนอย่าไว้ผลเยอะ จะทำให้ต้นโทรม หรือไว้ผลบนกิ่งเล็ก เพราะน้ำหนักผลจะทำให้กิ่งฉีกเวลาผลใหญ่ขึ้น อย่าเสียดาย ซอยผลทิ้งบ้าง

 การเลือกซื้อต้นพันธุ์ ควรเลือกซื้อต้นพันธุ์ที่ขยายพันธุ์โดยวิธีการติดตาหรือเสียบกิ่งเพราะจะ ได้ต้นตอที่มีรากแก้ว

เคล็ดไม่ลับที่ควรรู้อีกอย่างเวลา ผ่าขนุนไม่ให้มียาง ใช้มีดชโลมน้ำมันพืชถากที่เปลือกของขนุนจะมียางไหลออกมา เป็นการเรียกยางออกมาก่อน จากนั้นใช้ถุงพลาสติกเช็ดยางออกแล้วผ่าขนุนได้เลย

ปลูกขนุน1ต้นแถมศิริมงคลมาด้วย เป็นต้นไม้ที่สำคัญเชียวหนา


สาเก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Artocarpus altilis Forsb. Seedless Form.
ชื่อสามัญ  Bread Fruit Tree
ชื่ออื่น  สาเก
ชื่อวงศ์ MORACEAE
ถิ่นกำเนิด โพลีนีเซีย (หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก)
เขตกระจายพันธุ์ หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตะวันออก  หมู่เกาะเวสต์อินดีส และ แพร่หลายในภูมิภาคเขตร้อน


รูปภาพ : สวนสวรส

ไม้ ต้นใหญ่พอควรที่เดียว สูงประมาณ15เมตร ใบใหญ่หนาและแฉกเว้าลึก ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันแต่อยู่ร่วมต้นเดียวกัน ผลมีลักษณะกลม หรือ รูปไข่ยาว15-20ซม.ผลสุกราวเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม

ข้อ น่าระวังอย่าปลูกใกล้บ้านนัก เพราะการขยายพันธุ์วิธีหนึ่งของสาเกนอกจากการเพาะเมล็ดแล้วคือการสกัดรากไป ปลูก ดังนั้นก็หมายความได้ว่ารากที่ไหลเลื้อยไปตามพื้นดินสามารถงอกขึ้นเป็นต้น ใหม่ได้ ไหลไปๆ ไปเกิดใกล้บ้านเข้าถ้าขึ้นเป็นต้นใหม่แล้วปล่อยทิ้งไว้จนโต รากก็จะกระแซะๆๆบ้าน ทีนี้ จินตนาการต่อแล้วกัน

ต้นสาเกนี่ตอนเด็กๆได้ยินผู้ใหญ่เล่าว่ามีอยู่2พันธุ์เรียกสาเกข้าวจ้าว กับ สาเกข้าวเหนียว เอามาทำขนมสาเกเชื่อมอร่อยมาก พันธุ์ที่เรียกสาเกข้าวเหนียวจะอร่อยกว่าเพราะเชื่อมแล้วเหนียวนุ่มเป็นเงา กว่าสาเกข้าวจ้าว แต่มีข้อห้ามว่าบุรุษที่เป็นโรคสตรีห้ามรับประทาน เพราะจะผิดสำแดงเลยเป็นเรื่องล้อเลียนว่า บุรุษผู้ต้องสงสัยอย่าว่าแต่รับประทานสาเกเลยแค่เดินผ่านก็ออกอาการแล้ว

ก็เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกกัน เพราะใบใหญ่เขียวเป็นมัน  ทรงสวย แผ่อณาเขตทำให้ร่มรื่นดี แต่

ก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หาที่ปลูกให้ห่างบ้านไว้จึงจะดี


เงาะ

ขออภัยที่ต้องผิดหวังเล็กน้อย เงาะยังอ่อนอยู่ ยังไม่แดง รับประทานยังไม่ได้


ชื่อวิทยาศาสตร์  Nephelium lappaceum Linn
ชื่อสามัญ  Rambutan
ชื่ออื่น  เงาะ
ชื่อวงศ์ SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะเซนซิบาร์ ทวีปแอฟริกาและประเทศในเขตร้อนอื่น ๆ
 

โดย ทั่วไปเงาะ เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทย จึงนิยมปลูกในบริเวณภาค ตะวันออกและภาคใต้
เงาะที่พบในประเทศไทย มี 2 พันธุ์ใหญ่ๆ คือ

1. พันธุ์โรงเรียน เป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาสูงกว่าเงาะพันธุ์สีชมพู ผิวสีแดงเข้มโคนขนมีสีแดง ปลายขนมีสีเขียว เนื้อหนา แห้ง และล่อนออกจากเมล็ดได้ง่าย ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี เมื่อขาดน้ำในช่วงผลอ่อนผลจะแตกหรือหล่นได้มากกว่าเงาะพันธุ์สีชมพู

2.พันธุ์ สีชมพู เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย มีการเจริญเติบโตดี ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ ให้ผลดกมีผิวและขนเป็นสีชมพูสด เนื้อหนา ฉ่ำน้ำ บอบช้ำง่าย

ปลูก เงาะไว้ในบ้านสักต้นก็ดีนะไว้รับประทานในครัวเรือน รูปนี้ถ่ายจากปราจีน ผลดกเต็มต้น น่าจะปลูกในกรุงเทพฯได้นะ ลองหรือยัง (ถ่ายเมื่อ 1/3/2553)


มะขาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Tamarindus indica Linn.
ชื่อสามัญ  Tamarind
ชื่ออื่น  มะขามกระดาน ตะลูบ อัมเปียล
ชื่อวงศ์ FABACEAE
ถิ่นกำเนิด

ทวีปแอฟริกา

เขตกระจายพันธุ์

ประเทศแถบเขตร้อนของเอเชีย ประเทศแถบลาตินอเมริกา และมีมากในเม็กซิโก

เชื่อ กันว่าปลูกหน้าบ้านจะเป็นที่เกรงขามแก่คนทั่วไป ด้วยความสูง20-25เมตร ตระหง่านซะไม่มี

เปลือกของต้นสีน้ำตาล ส่วนใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบที่ร่วงอยู่ตามโคนต้นทำให้ดินบริเวณนั้นเป็นกรดอ่อนๆ นักเลงว่าน นักเลงบอน มักชอบนำไปเป็นส่วนผสมสำหรับปลูก

ดอกน่ารักกลีบรองดอก สีเหลืองอ่อนมี4กลีบ กลีบดอกมี3กลีบและมีลายแดงบนพื้นเหลือง  ผลที่เรียกว่าฝัก เมื่อแก่จะเปราะและแตกง่าย มีทั้งมะขามเปรี้ยวและมะขามหวาน ปลูกได้ทั้งสองอย่างเพราะ

สรรพคุณเดียวกันคือเสริมบารมี


มะขามป้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Phyllanthus emblica L.
ชื่อสามัญ  Emblic Myrobalan, Malacca Tree
ชื่ออื่น  กำทวด
ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด Unknown
เขตกระจายพันธุ์

อินเดีย ศรีลังกา ไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน

ไม้ ยืนต้นสูง8-20เมตรเรือนยอดค่อนข้างโปร่ง ลำต้นคดงอเปลือกต้นสีน้ำตาลเทา  เนื้อไม้สีแดงอมน้ำตาลใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนาน กว้าง0.25-0.5ซม.ยาว0.8-1.2ซม. ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ แยกเพศอยูร่วมต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล3-5ดอก ดอกมีกลิ่นหอมคล้ายผิวมะนาว

ผลสดมีเนื้อรูปกลมผิวเรียบมีเส้นพาดตามยาว 6เส้น ขนาด1.5-2ซม. สีเขียวอมเหลืองใส เื้อค่อนข้างฉ่ำน้ำ รสฝาดค่อนข้างเปรี้ยว เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง และมีสันตามยาว6สันภายในมีเมล็ดกลม6เมล็ด  ออกดอกติดผลเดือน มกราคม-สิงหาคม

เป็น ไม้ที่มีทรงพุ่มสวย เมื่อติดผลจะสวยงามมาก คุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อกินมะขามป้อมแล้วดื่ำมน้ำตามจะมีรสหวาน ผลสดกินขับเสมหะทำให้ชุ่มคอ มีวิตามินซีแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน

หาปลูกไว้สักต้น.......ประดับสวน


มะขามเทศ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth.
ชื่อสามัญ 

Manila Tamarind, Madras Thorn.

ชื่ออื่น  มะขามเทศ
ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ถิ่นกำเนิด

เม็กซิโก อเมริกากลาง และอเมริกาใต้

เขตกระจายพันธุ์

อเมริกาเหนือ กวม อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

   ไม้ต้น สูง 15 ม. เปลือกเรียบและมีหนาม ในตำแหน่งรอยก้านใบ ลำต้นสีเทาแกมขาวหรือเทาดำ
     ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 1.5-4.5 ซม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน ขอบใบเรียบ ขอบใบ 2 ข้างไม่สมมาตร ผิวใบเรียบถึงมีขนเล็กน้อย ก้านใบอ่อนมีขนปกคลุม โคนก้านใบมีหูใบคล้ายหนาม

 
    ดอกช่อเกิดที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีเขียวแกมขาว ผลเป็น ฝักค่อนข้างแบนถึงทรงกระบอกมีรอยคอดตามแนวสัน และเปลือกนูนตามจำนวนเมล็ด ผลขดเป็นวงหรือเป็นเกลียวกว้าง 1-2 ซม. ยาว 5-15 ซม. เนื้อผลเมื่อแก่จัดสีชมพูหรือสีแดง รสชาติจะออกหวานมัน ผสมรสฝาดนิดๆ กินอร่อย

มีประโยชน์ตรงที่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงเป็นอันดับสองรองจาก ขนุนหนัง และวิตามินซีสูงเป็นอันดับสี่ รองจากฝรั่งกลมสาลี่ ฝรั่งไร้เมล็ด และมะขามป้อม ยังมีแคลเซียมสูง อุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีเส้นใยสูง ช่วยให้ขับถ่ายคล่อง 

พูดไปแล้วเรามักไม่นิยมปลูกมะขามเทศเพื่อประดับ  ส่วนใหญ่จะพบขึ้นเองตามที่รกร้าง ตามหัวไร่ปลายนา ซะมาก



มะปรางหวาน  มะยงชิด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Bouea burmanica Griff
ชื่อสามัญ 

Plum Mango, Marian Plum.

ชื่ออื่น  ปราง มะยง มะยงชิด
ชื่อวงศ์ ACARNADIACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์

ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว

suansavarose suansavarose


มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลชนิดเดียวกัน แต่แตกต่างในเรื่องสายพันธุ์ ทั้งนี้เนื่องจากมีการปลูกโดยเมล็ดจึงเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้ลักษณะที่แสดงออกแตกต่างกันไป ถูกเรียกชื่อต่างๆกัน
โดยทั่วไป แบ่งมะปรางออกเป็น 3 ชนิด คือ

1. มะยงชิดรสชาติออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆ

2. มะปรางหวาน

3. มะปรางกาวาง คือมะปรางขนาดผลเล็กที่มีรสชาติเปรี้ยวมาก ไม่นิยมรับประทานแต่นำไปเป็นวัตถุดิบผสมกับมะเขือเทศ เพื่อแต่งกลิ่นและรสชาติให้เป็นซอสมะเขือเทศวางขายในท้องตลาดทั่วไป

มะปราง เป็นไม้ผลที่มีทรงต้นค่อนข้างแหลมมีกิ่งก้านสาขาทึบ ไม่ผลัดใบ มีระบบรากแก้วแข็งแรงทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ไม่ทนน้ำท่วมขัง ไม่ชอบชื้นแฉะ ปลูกมะปราง มะยงชิดระวังเรื่องนี้ให้ดีมีคนสะอื้นมาแล้ว ใบของมะปรางคล้ายใบมะม่วงแต่มี ขนาดเล็กกว่า และใบเรียวยาว ใบเกิดเป็นคู่อยู่ตรงกันข้าม ขอบใบเรียบแผ่นใบเหนียว ใบอ่อนสีม่วงแดงแล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียว
  ดอกมะปรางจะมีลักษณะเป็นช่อเกิดบริเวณปลายกิ่งแขนงที่อยู่ภายในและ นอกทรง พุ่ม
ดอกย่อยมีขนาดเล็กประกอบด้วยดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้ เมื่อบานจะมีสีเหลือง ดอกมะปรางจะบานช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือ เหลืองอมส้ม เปลือกผลนิ่ม

ความ แตกต่างของมะปรางหวาน-มะยงชิดที่สามารถแยกได้ชัดเจนคือรสชาดและขนาดของผล เท่านั้น อย่างอื่นแยกได้ไม่ชัดไม่ว่าทรงต้น ใบ ดอก คล้ายกันไปหมด

มะปรางหวาน                                                       มะยงชิด
ผลดิบรสมัน                                                   ผลดิบรสเปรี้ยว
ผลสุกมรสหวาน                                             ผลสุกรสหวานอมเปรี้ยว
ขนาดผลจะเล็กกว่า                                        ผลจะมี ขนาดใหญ่กว่า

บางสายพันธุ์เมื่อทานแล้วจะคันคอ                   ไม่ทำ ให้คันคอ        
ผล สุกสีออกเหลือง                                          ผลสุกสีออกเหลืองอมส้ม

การ เลือกกิ่งพันธุ์ เลือกกิ่งที่ใช้ต้นตอ"สามขา"ก็จะดีมากเมื่อนำลงปลูกก็จะแข็งแรงดีเพราะมีราก ช่วยหากินหลายราก แต่ถ้าปลูกลงดินไปแล้วมีขาเดียว ก็สามารถเสิมรากได้ภายหลัง โดยปลูกต้นตอใกล้โคนรากของต้นที่ปลูกไปแล้ว เมื่อแข็งแรงดีก็ทำการเสียบต้นตอเข้าไป ทำอย่างนี้จนครบสามขา รวมกับต้นเดิมก็จะเป็นสี่ขา เมื่อมีขามากๆก็จะช่วยกันทำมาหากิน ทำให้ต้นแม่สมบูรณ์แข็งแรงให้ผลผลิตเไวและดก

การปลูกให้รอดตาย

กิ่ง พันธุ์ของมะปรางหวานและมะยงชิดแพงเอาเรื่อง การปลูกที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้บางคนปลูกแล้วตาย ตายแล้วปลูกอยู่นั่นแระ วิธีการปลูกที่ทำให้กิ่งพันธุ์มีการรอดตายสูง ข้อแรกไม่ควรขุดหลุมกว้างเกินไป แล้วก็ไม่ต้องไปใช้อะไรรองก้นหลุม ทั้งนั้น ใช้มีดคมๆกรีดรอบก้นถุงต้นพันธุ์ แผ่นถุงตรงก้นถุงจะหลุดออกมาในขณะที่ดินบริเวณรากยังมีถุงหุ้มอยู่ยกเว้นตรง ก้นถุงที่กรีดทิ้งไปแล้ว พอนึกออกมะ

จากนั้นก็นำต้นพันธุ์วางในหลุมที่ขุดไว้ ค่อยๆดึงถุงขึ้นมา ใช้มีดกรีดถุงออกแล้วกลบดินโคนต้น ใช้ไม้หลักยึดต้นให้แน่น อย่าให้ต้นไหว โดนลมแรงๆข้างบนสั่น รากก็สั่นเหมือนกัน

สาเหตุสำคัญการตายของมะยงชิด และมะปรางหวานก็คือ ตุ้มดินที่ห่อหุ้มรากแตก หรือกระทบกระเทือน

คนปลูกไม่ได้กิน ....คนกินไม่ได้ปลูก เขาว่ากันไว้ เป็นเรื่องจริง เพราะความที่มะปรางหวาน มะยงชิดเป็นผลไม้ตามฤดูกาลราคาแพงเอาเรื่อง คนปลูกจะเอามากินเองก็เสียดาย ขายดีกว่า

เหมือนกับอีกเรื่องที่จริง ก็คือ คนซื้อไม่ได้กิน...คนกินไม่ได้ซื้อ เพราะความที่เป็นผลไม้ราคาแพง ก็เลยซื้อหอบหิ้วไปเป็นของฝากดีกว่า เพราะรู้ๆกันอยู่ ดูดีกว่าหิ้ว ขนุน น้อยหน่า ไปฝาก เป็นไหนๆ


ลางสาด ลองกอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Lansium parasiticum (Osbeck) K.C.Sahni & Bennet
ชื่อสามัญ  Langsat,Lancet, Langsium
ชื่ออื่น  ลางสาด ลังสาด รังสาด  รางสาด 
ชื่อวงศ์ MELAIACEAE
ถิ่นกำเนิด หมู่เกาะมาลายู หมู่เกาะชวา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

เจอแฝดอีกแระ ลางสาดเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน ดอกมีสีเหลือง ออกผลเป็นพวง ลางสาดที่อร่อยที่สุดและมีชื่อเสียงคือลางสาดอุตรดิตถ์

ไปเที่ยวให้ดูฤดูกาลจะได้ชิมผลไม้ที่อร่อยมากๆ ส่วน ลองกอง เป็นลางสาดพันธุ์หนึ่งที่เปลือก หนาและยางน้อย จำไว้ว่ายางมากคือลางสาด ยางน้อย คือ ลองกอง

กินลางสาด ลองกอง อย่าเผลอเคี้ยวเมล็ด ขมซะไม่มี

สรรพคุณ ส่วนตัวของลางสาดนี่มีประโยชน์หลายอย่าง ทางเป็นยาก็หาดูได้ทั่วไป แต่ที่ชอบคือกินลางสาดเสร็จปุ๊บ เอาเปลือกมากองแล้วจุดไฟเผาปั๊บไล่ยุงได้เห็นๆ ตัวเป็นๆ หนีกระจาย


กระท้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.
ชื่อสามัญ  Santol, Sentul, Red sentol, Yellow sentol
ชื่ออื่น  มะต้อง มะติ๋น สะท้อน สะตู สตียา สะโต
ชื่อวงศ์ MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด อินโดจีนและมาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ แพร่ขยายไปในอินเดีย อินโดนีเซีย มอริเชียส และฟิลิปปินส์

กระท้อนหรือมะติ๋น เรียกตามภาษาเหนือ หรือ บักต้องตามภาษาอีสาน ภาษาใต้ เรียก สะตียา สะตู สะโต ตามอัธยาศัย ไม้ผลต้นนี้เป็นไม้ผลกึ่งผลัดใบ สูงราว15- 25 เมตร เรือนยอดทึบรูปไข่พุ่มไม่กว้างนัก ใบประกอบแบบ3ใบย่อย ใบอ่อนมีขนนุ่มปกลุม ใบแก่สีเขียวเข้ม แต่ถ้าใบแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

ดอกสีเหลืองออกเขียว ผลกลมสีเหลือง ผลอ่อนคล้ายผิวกำมะหยี่ ผลแก่ผิวจะหนาย่น มียางขาว มีเมล็ด2-5 เมล็ดแต่ละเมล็ดมีขนยาวและมีเนื้อคล้ายวุ้นหุ้ม รับประทานได้

             ช่วงผลสุกก็คือช่วงนี้เลย รูปนี้ถ่ายมาจากกระท้อนบ้านตัวเอง ปลูกไว้ประมาณ21ปีแล้ว ช่วงแรกๆก็ได้ทานผลอยู่ เป็นกระท้อนพันธุ์พยับเมฆ โดยเวลาติดผลกะท้อนขนาดเท่ามะนาวแล้วให้เด็กปีนขึ้นไปห่อผลเอาไว้โดยใช้ กระดาษหนังสือพิมพ์แบบมันทำเป็นกรวยห่อ แมลงบินย้อนขึ้นไม่ได้ เวลาแก่จัดก็ให้เด็กปีนขึ้นไปเก็บไม่รอให้ร่วง ผิวงี้นวลสวยไม่มีไฝมีฝ้าแล้วก็ผลโตด้วย ระยะหลังๆหลายปีมานี้ ลืมช่วงติดผลไปเลย มาเห็นอีกทีผลสุกร่วงเต็มไปหมด ตกลงเลย อด เพราะแกะออกมาจะมีแมลงวันทองเข้าไปวางไข่เต็มไปหมดทานไม่ได้แล้วก็ลูกเล็กๆ แกรนๆไม่น่าอยากรับประทาน  กระท้อนต้นนี้ก็เลยได้ตำแหน่ง ไม้ผลเพื่อประดับไม่ได้รับประทานไปอีกต้น

 กระท้อนนี่ถ้าปลูกไม่หวังผล แต่หวังต้น ให้คะแนนเต็มเลย ให้ร่มเงาดีมาก ใบใหญ่เป็นมันสวย กิ่งก้านไม่ระราน ดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก

การ ขยายพันธุ์ ใช้เมล็ดเพาะได้แต่ไม่นิยมเพราะมักกลายพันธุ์ ไม่นิยมกิ่งตอน เพราะออกรากยาก มีรากน้อยเสี่ยงต่อการนำไปปลูก การตอนทำให้ไม่มีระบบรากแก้ว ถ้ารอดจนใหญ่ มักโค่น

หากิ่งพันธุ์กระท้อนที่มาจากการทาบกิ่ง, เสียบยอด, ติดตา   เสริมรากด้วยยิ่งดี มาปลูกสักหนึ่งต้น


มะละกอ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Carica papaya L.
ชื่อสามัญ  Papaya.
ชื่ออื่น  มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ด
ชื่อวงศ์ CARICACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

สำหรับต้นนี้ลักษณะทางพฤกษศาสตร์คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว พูดถึงดอกที่จะทำให้เกิดผลอย่างเดียวละกัน

ดอก มะละกอแบ่งกันอย่างชัดเจน คือ เพศผู้ เพศเมีย และกระเทย มะละกอที่ผู้ปลูกต้องการมากที่สุดคือ มะละกอดอกกระเทย หรือมะละกอสมบูรณ์เพศ ดอกมะละกอเพศผู้มีโอกาศพบน้อย สังเกตง่ายๆคือดอกจะมีช่อยาวเป็นเมตร ผลมีขนาดเล็ก ดอกมะละกอเพศเมีย รูปทรงของดอกจะอ้วน เมื่อมีผลรูปร่างผลจะอ้วนป้อม เนื้อค่อนข้างบาง เวลานำมาสับทำส้มตำจะทำยากเวลาจับผลจะกลิ้งไปมา แต่ก็ทำส้มตำได้เหมือนกัน

ส่วน ดอกกระเทยรูปทรงดอกค่อนข้างยาวคล้ายดอกจำปี ผลจะยาวเนื้อหนา ผู้ลูกจึงต้องการต้นที่มีดอกกระเทย เวลาปลูกจะปลูก2-3ต้นในหลุมเดียวกัน เวลาาออกดอกก็จะคัดเลือกได้ตามใจ

ถ้า จะปลูกมะละกอไว้กินสุกก็มีมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ทั้งสวยทั้งหวาน ต้นไม่สูงติดผลดกมากกว่า30ผลต่อต้นต่อปี 

หลังปลูก2เดือนครึ่งก็เริ่มมีดอกให้เห็น ความสูงของต้นเพียง0.80เมตร ราว7เดือนหลังปลูกก็เก็บผลสุกรับประทานได้

สำหรับ คอส้มตำให้ปลูกมะละกอพันธุ์ครั่ง มีผลยาวมาก เคยวัดได้ยาวสุด48ซม. จุดเด่นของมะละกอพันธุ์นี้อยู่ที่เนื้อดิบมีความกรอบเหมาะที่จะตำส้มตำ หลังเก็บจากต้น7วันเนื้อยังกรอบอยู่เลย ในขณะที่มะละกอพันธุ์อื่นเก็บมา3-5วันก็นิ่มแล้ว แต่ถ้ากินสุกรสชาดจะสู้พันธุ์อื่นไม่ได้

แต่ถ้าจะกินผลสุกด้วย ดิบได้ ก็ปลูกมะละกอแขกดำก็แล้วกัน จบ

เป็นว่าผลไม้ชนิดนี้ เป็นที่นิยมและแพร่หลายเกินบรรยาย นอกจากผลดิบที่นำมาปรุงอาหารจานโปรดรสแซ่บใส่ปูปลาร้าแล้ว ผลสุกยังเป็นผลไม้รสเย็นดับร้อน ปลูกก็ง่ายให้ลูกดก มีไว้ซักต้น ตำส้มตำก็ได้หลายจาน


พุทรา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ziziphus mauritiana Lam
ชื่อสามัญ 

Chinese date, Ber, Chinee apple, Jujube, Indian plum

ชื่ออื่น  มะตัน
ชื่อวงศ์ RHAMNACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์

แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง อนุทวีปอินเดีย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

                ไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร  กิ่งก้านมีหนาม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมวงรี กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-8 ซม. ท้องใบมีขนสีน้ำตาลหรือขาว หลังใบสีเขียวเข้ม ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน ผลแก่จัดสีขาวอมเหลืองและสุกแล้วสีน้ำตาลแดง

         พุทรา ที่นิยมปลูกกันอยู่ขณะนี้ก็มีพันธุ์จัมโบ้และพันธุ์นมสด ที่มีขนาดผลใหญ่ขนาด5-6ลูกต่อกิโลแตกต่างจากพันธุ์พื้นเมือง ที่รูปผลทรงกลมยาวรีหรือแล้วแต่สายพันธุ์  อีกชนิดที่นิยม คือ พุทราจีน ผลใหญ่ หนามน้อย มีรสหวาน เช่น พุทราพันธุ์มิ่งเฉา หรือพันธุ์น้ำผึ้ง 

            คน ไทยสมัยก่อนมักไม่นิยมปลูกในบริเวณบ้านเพราะคงเป็นที่ชื่อของพุทราไปพ้อง เสียงกับคำว่า พุทธ-ซา กระมัง จึงถือว่าไม่มงคล

แต่น่าจะเป็นเพราะพุทราพันธุ์โบราณเป็นพันธุ์ที่มีหนามแหลมคมประกอบกับทรง พุ่มที่กว้าง หนอนก็เยอะ ลูกพุทราสุกหล่นเกลื่อนใต้ต้นเต็มไปหมด ทำพุทราเชื่อมก็แล้ว พุทราแผ่นก็แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เกลื่อนอยู่อย่างนั้น รู้ปัญหาแล้วเลยไม่อยากให้ลูกหลานปลูก

(สาธุ..หากผิดไปขอรับโทษแต่เพียงผู้เดียวละกัน)


เม่าไข่ปลา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Antidesma ghaesembilla Gaerth.
ชื่อสามัญ  ------
ชื่ออื่น  เม่าไข่ปลา, ขะเม่า,มะเม่า, มะเม่าข้าวเบา, มังเม่า, เม่าทุ่ง,
ชื่อวงศ์ Phyllanthaceae
ถิ่นกำเนิด อินเดีย เกาะนิโคบาร์ ศรีลังกา บังคลาเทศ จีน เนปาล
เขตกระจายพันธุ์

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปาปัว นิวกินี ออสเตรเลียตอนเหนือ

คุณๆที่นิยมไวน์ไม่น่าพลาดต้นนี้

เพราะผลสุกของหมักเม่าคั้นเอาน้ำหมักนำไปทำ เป็นไวน์ หรือเก็บเอาผลทั้งดิบทั้งสุกมากินเล่นก็ได้รสเปรี้ยวนิดๆ

ผลเป็นรูปทรงกลมสุกแล้วสีม่วงแดงออกเป็นช่อๆน่ารักมาก ใบอ่อนและยอดอ่อนใส่แกงให้ได้รสเปรี้ยว ลวกเป็นผักจิ้มก็อร่อยดี ลักษณะรูปทรงของหมักเม่าก็เหมาะสำหรับนำมาจัดสวนเพราะเป็นไม้ไม่ใหญ่มาก ความสูงอยู่ประมาณ 20 เมตร อย่าเพิ่งตกใจ ต้นไม้ใหญ่บางประเภทที่ความสูงโดยธรรมชาติสูงนักหนาแต่ถ้านำมาปลูกเลี้ยงก็สามารถตัดแต่งควบคุมรูปทรงไว้ได้ จะอนุญาตให้อยู่ในบ้านได้ก็ต้องตัดแต่งเลี้ยงฟอร์มเสียใหม่ กำหนดความสูงไว้ ปึหนึ่งตอนต้นหน้าฝนก็ตัดแต่งปีละครั้ง  จะออกดอกราวเดือนมีนาคมถึงเมษายน ติดผลราวเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เก็บผลเสร็จตัดแต่งใส่ปุ๋ยไว้รอฝนเลย

ถึงพื้นที่จะไม่มากก็พอได้อยู่ เนื่องจากลักษณะลำต้นที่ตั้งตรงไม่แผ่กิ่งก้านระรานใครนัก อีกอย่างหมักเม่ายังเป็นไม้อนุรักษ์อีกด้วย



สะตอ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Parkia speciosa Hassk.
ชื่อสามัญ  Bitter bean, Twisted cluster bean, Stink bean, Sato,  Petai,  Nitta Tree.
ชื่ออื่น  สะตอ ตอตน ตอข้าว กะตอ ตอ
ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE
ถิ่นกำเนิด ภาคใต้ของไทย พม่าตอนล่าง มาเลเชีย และอินโดนีเชีย
เขตกระจายพันธุ์

พม่า ไทย สุมาตรา มาเลเซีย สิงคโปร์ ปาลาวัน บอร์เนียว

ไม้ ยืนต้นสูงได้ถึง30เมตร กิ่งก้านมีขนละเอียด ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ช่อใบย่อย14-18คู่ ใบย่อย31-38คู่ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง อัดแน่นเป็นก้อน ประกอบด้วยช่อดอกเพสผู้ และช่อดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีขาวนวล ผลเป็นฝักแบนกว้าง3.5ซม.ยาวได้ถึง36-45ซม.

ตอนนี้จัดว่าสะตอเป็นไม้ผลราคาดี นับฝักขายกันเป็นร้อยละ ปลูกได้ทั่วไปหลายแห่ง ซึ่งแต่ก่อนแหล่งเดิมนั้นอยู่ทางใต้

สะตอ นั้นแบ่งได้เป็นสะตอข้าว มีรสหวานเมล็ดเล็กกลิ่นไม่แรงอีกสะตอคือสะตอดาน เมล็ดใหญ่กลิ่นแรง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เมื่อปลูกต้นโตเร็วมาก ควรตัดยอดเพื่อให้มีกิ่งแขนงมากๆ โอกาสที่จะมีดอกติดฝักก็มากไปด้วย การขยายพันธุ์ด้วย การทาบกิ่ง ติดตา เสียบยอด ทำให้ได้ผลผลิตเร็วยิ่งขึ้น คนที่ชอบกระถิน ต้องชอบสะตอแน่ แต่สะตอราคาแพงกว่ากระถินเยอะ การบริโภคจึงไม่กว้างขวางเท่า สะตอนับวาเป็นพืชผักที่มีคุณค่าอาหารสูง และคุณค่าทางเป็นสมุนไพร ปลูกไว้ในบ้านให้ร่มเงาแถมให้อีกต้น


หว้า

ชื่อวิทยาศาสตร์  Syzygium cumini (L.) Skeels
ชื่อสามัญ 

Jambolan, Java plum, Black plum

ชื่ออื่น  ห้า มะห้า หว้าอินเดีย หว้าขี้เเพะ ห้าขี้แพะ
ชื่อวงศ์ MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด อนุทวีปอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และรัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลีย

ต้น นี้เป็นต้นไม้ใหญ่ โตเร็ว บ้านต้องมีบริเวณมากหน่อย โบราญไม่ให้ปลูกในบ้าน เดี๋ยวจะมีแต่คน ว่า...ว่า เป็นคำพ้องเสียงที่ทำให้เป็นไม้อาภัพ คนไม่อยากปลูก แต่ถ้าไม่ถือปลูกห่างตัวบ้านซักหน่อย ให้ร่มเงาหรือเรียกนกดีมาก มีพันธุ์ลูกใหญ่สีสวยต้นไม่ใหญ่มากเรียกหว้าญี่ปุ่น จัดมาเพื่อประดับและรับประทานโดยเฉพาะ แต่คิดว่ารสชาดไม่อร่อยเท่าของบ้านเรานะ ลูกหว้านี่เวลาเก็บมากินใหม่ๆไม่อร่อยเท่าทิ้งค้างคืนไว้ให้ผิวนิ่ม เด็กๆ(สมัยก่อน)ชอบมาก อะไรที่เป็นลูกๆสีสวย ผู้ใหญ่พยักหน้าว่ากินได้ เก็บเข้าปากหมด

แต่สาวๆคงไม่ชอบนักหรือถ้าชอบก็แอบกินไม่ได้ เพราะกินแล้ว ทั้งปาก ทั้งฟัน ทั้งลิ้น เป็นสีม่วง ฟ้อง เลยล่ะ


อินทผลัมกินลูก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Phoenix dactylifera
ชื่อสามัญ  Date, Date Pallm
ชื่ออื่น  อินทผลัมทานผล
ชื่อวงศ์ PALMAE (ARECACEAE)
ถิ่นกำเนิด ตะวันออกกลาง
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อนและเขตกึ่งร้อนหลายแห่งทั่วโลก


อินทผลัมที่เราเห็นนำมาปลูกประดับเพื่อการจัดสวนนั้นไม่ใช่ต้นที่จะนำมาปลูกประดับเพื่อรับประทานกันเป็นอีกชนิดพันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Phoenix sylvestris (L.) Roxb. หรือเราเรียกกันว่า Indian date หรืออินทผลัมใบเงิน ส่วนต้นนี้นำมาปลูกประดับเพื่อรับประทานได้

ลำต้นมีความสุงประมาณ 30 เมตร มีขนาดลำต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร มีใบติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ใบเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อรสหวานฉ่ำ ต้นในรูปนี้ถ่ายจากบาห์เรน เป็นชนิดพันธุ์อะไรตอนนั้นไม่ได้สนใจ ถ่ายแต่รูปมาเท่านั้นรู้แต่ว่าเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกในซาอุ ทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด ผลสุกมักจะนำไปตากแห้ง สามารถเก็บไว้เป็นเวลาหลายปี มีรสชาติหวานจัด จึงมักถูกเข้าใจผิดว่ามีการนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล  แต่ถ้าจะทานผลสดจริงๆมีพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยคือพันธุ์บาฮี

ผลของอินทผลัมมี สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม ซัลเฟอร์ เหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส แมกนีเซียม และน้ำมันโวลาไตล์ และอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยลดอาการท้องผูก รวมถึงให้พลังงานสูง บำรุงร่างกายที่อ่อนล้าให้กลับมีกำลัง นอกจากนี้ยังสามารถบำรุงกล้ามเนื้อมดลูกและสร้างน้ำนมแม่ด้วย

อีกอย่างที่สำคัญ อินทผลัมมีสรรพคุณทางด้านการรักษาโรคด้วยช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ลดความหิว แก้กระหาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ ช่วยลดเสมหะในลำคอ ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังฆ่าเชื้อโรค พยาธิและสารพิษที่ตกอยู่ในลำไส้และระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุ ให้เกิดโรคมะเร็งในช่องท้อง

ทีนี้จะปลูกเพื่อประดับหาพันธุ์ที่รับประทานได้มาด้วยจะดีเยี่ยม

รูปภาพ : สวนสวรส


กล้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Musa sapientum L.
ชื่อสามัญ  Banana
ชื่ออื่น  กล้วยอ่อง กล้วยตีบ
ชื่อวงศ์ MUSACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

สุด ท้ายผลไม้ที่ไม่ได้นึกถึงว่าเป็นผลไม้ ด้วยว่าเวลาเรียกผลกล้วยก็จะเรียกกันเป็นหวี หลายหวีกล้วยก็จะเรียกเป็นเครือ ส่วนดอกกล้วยเราก็เรียกว่า หัวปลี ต้นกล้วยก็ไปเรียกว่า ต้นหยวก ส่วนใบกล้วยนี่กลายเป็นใบตอง  พอเวลากินก็ไม่ได้คิดว่ากินผลไม้ คิดแต่ว่ากินกล้วย เลยทำให้เกือบลืม

เรื่อง ของกล้วยมีมากมายหลายชนิดหลายสายพันธุ์ที่ปลูกๆกันอยู่ในบ้านเราแรกเริ่ม เดิมทีตั้งแต่สมัยสุโขทัยโน่นก็คือกล้วยตานี เป็นกล้วยต้นแบบของเราเลยรายละเอียดหาดูเพิ่มเติมในเว็บนี้เรื่องกล้วยต่างๆใน บทความ"เรื่องกล้วย..กล้วย"ได้

ประโยชน์ทางโภชนาการเราๆท่านๆก็พอจะทราบกันพอสมควร รับประทานกันเป็นประจำ ก็จะละ- เลยผ่านไปละนะ

เคล็ด ไม่ลับอีกอย่างของการปลูกกล้วยเป็นแถวแล้วอยากให้เครือออกทางเดียวกันเพื่อ ความสวยงามและสะดวกในการตัดเครือ เวลาปลูกท่านให้หันรอยที่หน่อถูกตัดไปในทางเดียวกัน เช่นหันไปทางทิศเหนือเครือจะออกทางทิศใต้

สำหรับ ท่านที่ปลูกกล้วยไว้ในบ้านแล้ว ก็คงทราบผลกันมาบ้างว่าเป็นอย่างไร แต่สำหรับท่านที่ยังไม่เคย และคิดจะปลูก เพราะประโยชน์มีมากมาย ก็ให้คิดถึงเรื่องหนึ่งไว้ด้วยว่า

การขยายพันธุ์คือการแทงหน่อของกล้วยจะขยายออกไปเป็นกอใหญ่ ต้นเดิมออกปลี ออกผลแล้วจะไม่ออกอีกแล้วก็จะตายคิดวิธีจัดการเอาไว้ด้วยนะ

รวมไม้ผล

กระท้อน, กล้วย,เกาลัดไทย,กีวี, แก้วมังกร, ขนุน, คอแลน,

เงาะ, ชมพู่, ชมพู่มะเหมี่ยว,ชมพู่น้ำดอกไม้, ชำมะเลียง, เชอรี่, เชอรี่สเปน,

ตะลิงปลิง, น้อยหน่า, น้อยหน่าออสเตรเลีย, น้อยโหน่ง, ทุเรียน, ทุเรียนเทศ, ทับทิมฝรั่ง,ท้อ,

พิตาชิโอ,พุทรา, พุทราจีน, แพร์,

มหัศจรรย์, มะกอก,มะกอกน้ำ, มะกอกฝรั่ง, มะขาม,มะขามป้อม,มะขามเทศ,มะขวิด,มะดัน,มะตูม,มะคาเดเมีย,  มะเฟือง, มะไฟ, มะกรูด, มะนาว, มะม่วง, ,มะม่วงหิมพานต์,มะปรางหวาน, มะยงชิด, มะยม, มะพร้าว, มะตูม,มะพูด,มะพลับ, มะละกอ, มังคุด,

เรดเคอแรนต์, ลำไย, ลองกอง,ลางสาด,  ละมุด, ละมุดสีดา,

ส้มโอ, ส้มเขียวหวาน, ส้มกัมควอท, ส้มจี๊ด, สับปะรด,สาเก,สะตอ,หมักเม่า, หว้า, อโวคาโด, องุ่น ,อินทผลัม

Tipvipa..V 

SUANSAVAROSE TWO.CO.,LTD

4/4/2009

up date 5/11/2017



            


ความคิดเห็น

  1. 1
    คุณไก่
    คุณไก่ nangpaya@hotmail.com 24/08/2017 15:35

    *_ขออนุญาตโพสนะครับ_*  ศูนย์บริการจำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้ป่าและไม้ผล อาทิเช่น  สักทอง ยางนา พะยูง


     แดง ตะเคียน ทุเรียน ลองกอง มะม่วงทุกชนิด ทุกสายพันธุ์  ราคาไม่แพง จำหน่ายทั้งปลีกและส่งฟรีทั่วประเทศ   


    ผลงานเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศมากว่ายี่สิบปี


    สนใจติดต่อคุณไก่ 095-4654546  ,0946465654      


    ID line kai54654546


    Email nangpaya@hotmail.com


    ชมผลงานและคุณภาพกล้าพันธุ์ไม้ได้ที่ www.takuyak.com 


    หรือที่แฟนเพจ  คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้  


    หรือชมคลิปที่ www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง


    หรือที่แฟนเพจ  ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้พะยูงแห่งประเทศไทย

  2. 2
    คุณไก่
    คุณไก่ ืnangpaya@hotmail.com 22/08/2017 11:36

    *_ขออนุญาตโพสนะครับ_*  ศูนย์บริการจำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้ป่าและไม้ผล อาทิเช่น  สักทอง ยางนา พะยูง แดง ตะเคียน ทุเรียน ลองกอง มะม่วงทุกชนิด ทุกสายพันธุ์  


    ราคาไม่แพง จำหน่ายทั้งปลีกและส่งฟรีทั่วประเทศ   ผลงานเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศมากว่ายี่สิบปี


    สนใจติดต่อคุณไก่ 095-4654546  ,0946465654      


    ID line kai54654546


    Email nangpaya@hotmail.com


    ชมผลงานและคุณภาพกล้าพันธุ์ไม้ได้ที่ www.takuyak.com 


    หรือที่แฟนเพจ  คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้  


    หรือชมคลิปที่ www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง


    หรือที่แฟนเพจ  ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้พะยูงแห่งประเทศไทย

  3. 3
    toey
    toey 21/02/2010 06:25

    อยากหาพันธุ์ดีๆปลูกจะทราบได้อย่างไรว่าได้พันธุ์แท้

  4. 4
    Jantragarn
    Jantragarn j.watthanakrai@gmail.com 10/01/2010 18:51

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view