สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 26/04/2018
สถิติผู้เข้าชม 8,067,032
Page Views 12,675,263
 
« April 2018»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930     

ต้นไม้พุ่ม 1

ต้นไม้พุ่ม 1

 

ไม้พุ่ม 1

เรื่องต้นไม้ถ้าจะคุยกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ มันมากจนบางทีก็จำไม่ได้และนึกไม่ออกเหมือนกัน

แต่คิดว่า ถ้าคุยกันไปเรื่อยๆทีละต้นทีละต้นนะอาจจะออกอาการซะเอง นี่ก็เริ่มๆมึนแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนดี แต่จะค่อยๆ เรียงๆไป
เริ่มด้วยต้นนี้แล้วกัน

ราชาวดี, พุดจีบ, พุดซ้อน, พุดแสงอุษา, พุดแสงอุษาซ้อน, พุดน้ำบุศย์, พุดสีดา, พุดปาปัวนิวกินี,

พุดเศรษฐีสยาม, พุดสวน, พุดร้อยมาลัย, พุดศุภโชค, พุดพิชญา
พุดเวียตนาม, พุดตะแคง, พุดแตรงอน, พุทธชาด, พุทธชาดสามสี,มะลิลา-มะลิซ้อน,มะลิฉัตรดอกบัว,แก้ว,แก้วหิมาลัย,

ทิวา, ราตรี, ราตรีสีทอง, ราตรีสวรรค์, นางแย้ม
พุดตาน,แย้มปีนัง,กุหลาบเมาะลำเลิง,กุหลาบพุกาม,กุหลาบมอญ, เข็มหลวง, เข็มอุณากรรณ,เข็มพวง
ขาว,เข็มบุษบา,พุดผา, สาวสันทราย, นมสวรรค์, หมวกจีน, ประยงค์, แก้วมุกดา,หอมเจ็ดชั้น
หอมหมื่นลี้, จำปีแขก, มุจลินทร์, ประทัดใหญ่,สำมะงา, มะลุลีสีชมพู

ราชาวดี/Buddleja paniculata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Buddleja paniculata Wall.
ชื่อพ้อง    
---Buddleja acutifolia C.H.Wright
---Buddleja lavandulacea Kraenzl.
---Buddleja gynandra C.Marquand
---Buddleja mairei H.Lév.

---Buddleja mairei var. albiflora H.Lév.
ชื่อสามัญ     ---Butterfly Bush, Curly Butterfly Bush, Byttneria, Long Spiked,Summer Lilac, Panicled Butterfly Bush
ชื่ออื่น     ---ราขาวดี
ชื่อวงศ์    ---SCROPULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตอนเหนือของอินเดียและจีน
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีน  พม่า ไทย เวียตนาม


เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตรแตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกันไปตามข้อต้น ใบระคายมีจักรอบริมใบ สีของใบด้านล่างสีจะจางกว่าสีใบด้านบน ขนาดใบยาวประมาณ10-12ซม.ดอกสีขาวขนาดเล็กมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามยอดและตามง่ามใบส่วนยอด ช่อยาวประมาณ6-8ซม.ออกดอกช่วง เดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปีส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่
ต้นราชาวดีนี้ สมัยเด็กๆ ที่บ้านที่บ้านนอกปลูกราชาวดีขึ้นซุ้มบันไดทางขึ้น บ้าน ตื่นขึ้นมารู้แต่ว่าหอมมากทุกเช้า ถามคุณยายว่านี่ต้นอะไร คุณยายบอกว่า ชื่อ ราชาวดี และก็ต่อด้วยร้อยกรองว่า
               "ราชาวดี"  เป็นยอดมาลี  ของพระราชา สีขาว  สวยสด งามงด  โสภา
                                     ใครเห็น  พึงตา  และต้องพึงใจ

จำมาตั้งแต่นั้น และรู้สึกได้กลิ่นหอม ของราชาวดีทีไร คิดถึงบ้านที่สุพรรณทุกที


พุดจีบ/Ervatamia coronaria

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ervatamia coronaria., Stapt.

Synonym of Tabernaemontana divaricata (L.) R. Br. ex Roem. & Schult.
ชื่อสามัญ     ---East Indian rosebay, Crape-jasmine, Moon beam, Wax flower.
ชื่ออื่น     ---พุดป่า พุดสวน พุดสา
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและเขตอบอุ่น


ขาวสุดพุดจีบจีน   เจ้ามีศีล พี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก        แต่พี่รักเจ้าคนเดียว


พระนิพนธ์ เจ้าฟ้า ธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

ทุก ครั้งที่เห็นพุดจีบจะต้องนึกถึงร้อยกรองบทนี้ทุกที นำมาจากหนังสือท่านอาจารย์ วิชัย อภัยสุวรรณ ที่เขียนไว้ในหนังสือของท่านพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2535 และจิตใจนะ อยากให้ท่านพิมพ์ ออกมาจำหน่ายอีก เพราะเสียดาย ที่รุ่นหลังจะหาอ่านยาก  เป็นหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีคุณค่ามาก
      พุดจีบเป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 1.5-3เมตรออกใบหนาทึบ ทรงพุ่มแน่น ใบเขียวเข้ม ลำต้นเหนียว เมื่อเด็ดใบและลำต้นจะมีน้ำยางไหลซึมออกมา ออกดอกเป็นพวงห้อยตามยอด หรือตามง่ามกิ่ง ใกล้ๆกับยอด ดอกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกซ้อนกันหลายชั้น ชั้นละ5กลีบ
เป็น พันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี มีดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อน ปลูกง่ายไม่เรื่องมาก ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการตอน หรือเพาะเมล็ด คนรักดอกไม้สีขาว คงไม่มีใครละต้นนี้ไปได้


พุดกุหลาบ/Tabernaemontana divaricata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Tabernaemontana divaricata (L.) R.Br. ex Roem. & Schult.
ชื่อพ้อง    
---Tabernaemontana coronaria Willd
---Tabernaemontana divaricata R. Br. ex Blume
ชื่อสามัญ     ---Crepe jasmine, Clavel De La India, East Indian rosebay
ชื่ออื่น     ---พุดจีบ พุดสวน พุดลา พุดป่า
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ไม้พุ่ม สูง 1.5-3 เมตร ทรงพุ่มแน่น ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับ รูปใบหอก ปลายและโคนแหลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจุกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5-10 แฉกกลีบดอกย่นเป็นจีบ ซ้อนกันหลายชั้น ออกดอกตลอดปี ชอบดินร่วนปนทราย น้ำพอประมาณขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
ระหว่างพุดจีบกับพุดกุหลาบดูเผินๆจะคล้ายกันข้อสังเกตุความแตกต่าง พุดกุหลาบจะมีลำต้นกิ่งก้านแข็งแรงและ ทรงพุ่มทึบกว่าพุดจีบใบของพุดกุหลาบสีเขียวเป็นมันและหนาแน่นกว่า ดอกก็เหมือนกันพุดกุหลาบจะมีกลีบดอกที่ซ้อนแน่นและหนากว่า

    

พุดซ้อน/Gardenia jasminoides

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia jasminoides J.Ellis
ชื่อพ้อง    
---Gardenia augusta (L.) Merr. (nom. illeg.)
---Genipa florida (L.) Baill.
---Genipa grandiflora (Lour.) Baill.
---Genipa radicans (Thunb.) Baill.
ชื่อสามัญ     ---Gardenia, Cape-Jasmine
ชื่ออื่น     ---อินถวา เค็ดถวา แคถวา พุดป่า พุทธรักษา พุดสวน พุด พุดจีน พุดใหญ่  พุดซ้อน
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนนากว่า                     

                                            

พุดซ้อนจัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE) เป็น ไม้ยืนต้นพุ่มเตี้ย สูง 1-2 เมตร มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ใบรูปมนรีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ขนาดใบยาว5-6ซม.ดอกมักออกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก7-8ซม.ออกตามง่ามกิ่งใกล้ๆบริเวณยอด ดอกมักมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมแรง

ออกดอกตลอดปี พุดซ้อนยังมีพันธุ์แคระ ใบเล็กดอกเล็ก  พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นอยู่โดยสม่ำเสมอ
เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายออกดอกง่ายชนิดหนึ่ง แต่ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น

อ้างอิง
---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง---พุดซ้อน; Gardenia jasminoides J.Ellis — The Plant List
http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-88270
---Gardenia jasminoides J.Ellis - พุดซ้อน Put Zon ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ ...
www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=171


พุดแสงอุษา/Gardenia taitensis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia taitensis DC
ชื่อพ้อง    
---Gardenia taitensis f. minor Reinecke
---Gardenia weissichii H.St.John
ชื่อสามัญ     ---Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti
ชื่ออื่น     ---พุดแสงอุษา
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---ฟิจิ ซามัว วานูอาตู ตองกา

พุดแสงอุษาอยู่ในวงศ์เดียวกับเข็ม(RUBIACEAE) ชื่อสามัญทำให้คิดไปได้ว่าถิ่นกำเนิดน่าจะเป็นที่ตาฮิติ แต่กลับเป็นว่าตาฮิติเป็นเพียงที่เก็บรวมพันธุ์iไว้ครั้งแรกที่นั่นโดยJules Dumont d'Urville ใน พ.ศ. 2367 ถิ่นกำเนิดจริงก็ตามข้างบนนั้น
พุดแสงอุษาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตรใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี กว้างประมาณ 4-8ซม. ยาว 8-12 ซม.
ขอบใบเรียบและเป็นคลื่น ผืนใบเงาเป็นมัน แผ่นใบเนื้อค่อนข้างหนา
ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดโคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 2-3 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ แต่ละกลีบมีขอบขนาด กว้าง 0.5-0.8ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม.  
        ออกดอกตลอดปี ออกดอกดกในช่วงฤดูฝน ดอกบาน 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

เหมาะปลูกกลางแจ้งให้ห่างต้นไม้อื่น ประมาณ 2 เมตร อาจปลูกเป็นไม้กระถางได้ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง ดอกจะน้อยและให้ทรงพุ่มหนาแน่นทึบ ก็เลือกได้ว่าจะเอาดอกหรือจะเอาใบ


พุดแสงอุษาซ้อน/Gardenia taitensis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia taitensis DC
ชื่อสามัญ     ---Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti
ชื่ออื่น     ---พุดทูอินวัน,พุดเศรษฐีอเมริกา, พุดฮาวาย
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน


พุดแสงอุษาและพุดแสงอุษาดอกซ้อนเป็นพุดต้นเดียวกันชื่อวิทยาศาสตร์เลยเหมือนกัน เพราะพุดแสงอุษามีทั้งดอกซ้อนหรือดอกลา หรืออาจมีได้ทั้งดอกซ้อนและดอกลาอยู่ในต้นเดียวกัน ส่วนชื่ออื่นๆนั้นเป็นชื่อทางการค้า ซึ่งมันเป็นชื่อที่ทำให้ไขว้เขวไปถึงถิ่นกำเนิด เรียกชื่อพุดแสงอุษาซ้อนหรือพุดแสงอุษาดอกซ้อนจะชัดกว่า
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ2 - 3 เมตรเมตร แตกกิ่ง ก้านเป็นพุ่มทรงกลมใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีกว้าง ปลายเกือบมน โคนป้านเกือบมน หน้าใบสีเขียวเป็นมัน หลังใบสีเขียวหม่นใบจะแตกต่างจากใบพุดทั่วไปโดยจะมีขนาดใหญ่กว่า ดอกหอมตลอดวัน ออกดอกตลอดปี

ต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้งและควรทำการตัดแต่งกิ่งย่อย ๆ ออกบ้างจะทำให้ออกดอกใหญ่ขึ้น


พุดน้ำบุศย์/Gardenia carinata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia carinata Wall.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---Golden Gardenia
ชื่ออื่น     ---พุดน้ำบุศย์
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---มาเลเซีย


     ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลมโคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเป็นแฉกสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน หุ้มรอบดอก ดอกสีเหลืองอ่อนจนถึงส้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว10-12ซม.ปลายแยกเป็น7-8แฉก  ดอกเริ่มบานมีสีขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดดอก3-4ซม. ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน บานได้นาน1-2วันจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ผลสดรูปกระสวยมีสัน5สันตามยาว ขนาดผลกว้าง3ซม.ยาว4ซม.ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
พุดน้ำบุศษ์ เป็นพรรณไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอมและโตเร็ว ออกดอกตลอดปีดอกจะดกมากตอนช่วงต้นฝน สามารถปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้ การปลูกลงดินกลางแจ้งต้องจับติดผูกติดกับหลักยึดให้ แน่น ตรวจตราดินใส่ฟูราดาน ทำลายพวกไส้เดือนฝอยและหนอนในดินกินราก ก่อนด้วย         


พุดสีดา

พุดอีกดอกที่คล้ายพุดน้ำบุษย์มากคือพุดสีดา ถ้าไม่สังเกตุดีๆแทบแยกไม่ออกคือ พุดสีดา

 ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมคล้ายกันแต่พุดสีดาจะมีแปดกลีบ (พุดน้ำบุษย์มี7กลีบ)

กิ่งก้านจะดูแข็งแรงกว่า และใบจะสั้นกว่า


                                                                                      พุดปาปัวนิวกินี/ 'Pud-Pa-Pua'


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia  sp.  'Pud-Pa-Pua'
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---

 

 เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะโดยรวมคล้ายพุดเวียตนามบวกพุดน้ำบุศย์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบเรียบ เป็นมันเงา สีเขียวเข้ม
จะออกดอกที่ปลายยอด ดอกมีกลิ่นหอมแรง ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วันแล้วโรย เมื่อดอกพุดปาปัวฯ เริ่มบานใหม่ๆ ดอกจะสีขาวแล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดอกสีเหลืองอ่อนและเหลืองเข้มก่อนจะโรย
ออกดอกง่าย และดอกดก หากดอกติดเป็นผล ผลรูปกลมรี มีสันตามยาว ภายในมีเมล็ด

ระยะเวลาออกดอก---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง


พุดเศรษฐีสยาม/Tabernaemontana pachysiphon

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Tabernaemontana pachysiphon Stapf
ชื่อพ้อง    
---Conopharyngia angolensis (Stapf) Stapf
---Conopharyngia cumminsii Stapf
---Conopharyngia holstii (K.Schum) Stapf
---Conopharyngia pachysiphon (Stapf) Stapf
---Sarcopharyngia angolensis (Stapf) L.Allorge
---Tabernaemontana angolensis Stapf
---Tabernaemontana holstii K.Schum
---Voacanga dichotoma K.Schum
ชื่อสามัญ     ---Giant Pinwheel Flower
ชื่ออื่น     ---พุดเศรษฐีสยาม
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

พุดเศรษฐีสยามอยู่ในวงศ์เดียวกันกับลั่นทม (APOCYNACEAE)ไม้ พุ่มขนาดกลาง สูง 4-5 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา มีรอยแตกตามแนวยาวของต้น ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปขอบขนานแกมรูปรี  กว้าง5-8ซม.ยาว8-15ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ใบหนา ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน สีเขียวเข้ม
 ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกลุ่ม1-5ดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกตูมสีเขียว ดอกบานสีขาวเมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โคนกลีบเชื่อม ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น5กลีบ บิดเวียนเหมือนกังหัน บานในช่วงเย็น เมื่อบานเต็มที่ดอกมีขนาดกว้าง8-10ซม. ส่งกลิ่นหอม อ่อนตลอดวัน พอดอกร่วงไม่ติดผล
ออกดอกทยอยตลอดปี ขยาย พันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยใช้พุดกุหลาบเป็นต้นตอเสียบยอด ชอบแสงแดดตลอดวัน ตัดแต่งทรงพุ่มไว้ให้แต่ละกิ่งได้รับแสงแดดทั่วถึงจะออกดอกดกทั้งทรงพุ่ม

อ้างอิง

---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง-พุดเศรษฐีสยาม; Tabernaemontana pachysiphon Stapf — The Plant List
www.theplantlist.org/tpl/record/kew-200853


พุดดาราราย/Tabernaemontana cerifera


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Tabernaemontana cerifera
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Paper Gardenia
ชื่ออื่น     ---พุดดาราราย
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---นิวแคลิโดเนีย
เขตกระจายพันธุ์    --เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

ไม้ต้นนี้มีลักษณะดอกคล้ายพุดเศรษฐีสยามมากต่างกันที่ช่อดอกของพุดดารารายจะสั้นและแน่นกว่า ดอกเล็กกว่า แต่ใบจะใหญ่และหนากว่า ผิวใบจะไม่เป็นมันเหมือน การ์ดีเนียอื่นๅ และหอมกว่าพุดเศรษฐีสยามอีกด้วย


พุดสวน/Ervatamia rostrata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ervatamia rostrata Markgr
ชื่อพ้อง    
---Ervatamia calyculata Markgr.
---Ervatamia curtisii King & Gamble
---Ervatamia cylindrocarpa King & Gamble
---Ervatamia evrardii (Pit.) Pichon
---Ervatamia garciniifolia (Pierre ex Pit.) Kerr
---Ervatamia pitardii (Gagnep.) Kerr
---Ervatamia rostrata (Wall.) Markgr.
---Tabernaemontana cylindrocarpa (King & Gamble) Merr.
---Tabernaemontana evrardii Pit.
---Tabernaemontana garciniifolia Pierre ex Pit.
---Tabernaemontana micrantha Voigt
---Tabernaemontana nicobarica Liebm.
---Tabernaemontana parviflora Roxb.
---Tabernaemontana pitardii Gagnep
ชื่อสามัญ     ---Crape jasmine
ชื่ออื่น     ---พุดฝรั่ง พุดสา
ชื่อวงศ์    ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ไทย มาเลเซีย เวียตนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์


พุดต้นนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ (OLEACEAE) พุดสวนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงพุ่มโปร่ง อดทนต่อสภาพแวดล้อม ทรงพุ่มสวยโดยธรรมชาติเมื่อปลูกกลางแจ้ง ไม่มีความจำเป็นที่จะตัดแต่งทรงพุ่ม ออกดอกตลอดปี ดอกหอมน้อยมาก
ปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
การขยายพันธุ์ด้วยการตอน เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีการออกราก 100%

อ้างอิง
---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง-พุดสวนเ Tabernaemontana rostrata - Useful Tropical Plants
http://www.tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Tabernaemontana+rostrata


พุดร้อยมาลัย/Tabernaemontana pandacaqui

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Tabernaemontana pandacaqui   Lam.
ชื่อพ้อง    ---Tabernaemontana rotensis (Kaneh.) P.T.Li
ชื่อสามัญ     ---Pinwheel jasmine, Pinwheelflower,Crape jasmine, East India rosebay and Nero's crown
ชื่ออื่น     ---พุดตุม พุดฝรั่ง มะลิฝรั่ง
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเขตอบอุ่นของทวีปเอเซีย


ไม้พุ่มสูง 2-6 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มหรือสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบสีเขียวเป็นมัน
ดอกช่อสีขาว มีกลิ่นหอม   ออกแยกแขนงเชิงหลั่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายกลมหรือเรียวแหลม โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย กลีบดอกสีขาวมีส่วนที่เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอ่อน ดอกจะบานอยู่ได้ 1-2 วันจึงโรย
 ผลเป็นฝักคู่รูปกระสวยเบี้ยว ปลายแหลมและโค้งขึ้น สีส้มแดงแตกด้านเดียว เมล็ดมีเนื้อนุ่มสีแดงหุ้ม รูปสามเหลี่ยมและขรุขระ สีน้ำตาลแกมดำ

มีพุดอีกชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียกพุดร้อยมาลัยเมือนกัน เป็นชนิดดอกตูมที่จะไม่บานเลยจนถึงวันหลุดร่วง ชนิดนี้นำมาร้อยมาลัยจริงๆ


พุดศุภโชค/Gardenia jasminoides.


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia jasminoides.
ชื่อสามัญ     ---Gerdenia Crape Jasmine
ชื่ออื่น     ---พุดศรีลังกา ,พุดแคระ
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---จีน อินเดีย

ไม้พุ่มเตี้ย สูง 0.40-0.50 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำ หนาแน่น
ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบปลายกิ่ง ใบรูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ใบมีขนาดเล็กกว่าใบพุดทั่วไปสีเขียวสด
ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 5-7 ดอก โคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5 กลีบ ปลายแหลมกลีบดอกชั้นเดียว สีขาวกลางดอกสีเหลือง ดอกขนาด 2 ซม. ไม่มีกลิ่น ออกดอกตลอดปี ดอกบานทยอยบานและบานทน ออกดอกดก ปลูกเป็นไม้กระถางหรีอปลูกลงดินเลี้ยงง่าย
ขยายพันธุ์โดยการ ตอนกิ่ง และการปักชำ


พุดพิชญา/Wrightia antidysenterica


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Wrightia antidysenterica R.Br.
ชื่อพ้อง    
---Nerium antidysentericum L.
---Nerium zeylanicum L.
---Walidda antidysenterica (L.) Pichon
---Wrightia zeylanica (L.) R.Br..
ชื่อสามัญ     ---Arctic Snow,Winter Cherry Tree,Sweet Indrajao,Snowflake,Inda
ชื่ออื่น     ---พุดพิชญา
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ศรีลังกา

พุดพิชญาเป็นไม้ที่อยู่วงศ์เดียวกันกับลั่นทม เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นกิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อน ขนาดของใบกว้าง1-3ซม.ยาว2-3ซม.
ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อย5-6ดอกต่อช่อ ดอกย่อยโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบส่วนปลายแยกเป็น5แฉก และมีขนละเอียดหนาแน่น ตรงกลางดอกมีสีเหลือง ดอกบานเต็มที่ ขนาด1.5-2.5ซม.ก้านดอกยาวประมาณ2.5ซม.สีขาว ออกดอกตลอดปีไม่มีกลิ่นหอม

ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงดินเป็นกลุ่ม เป็นแถว ไม่ทนดินเค็ม


พุดเวียตนาม/Gardenia jasminoides var. jasminoides

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia jasminoides var. jasminoides
ชื่อสามัญ     ---Gardenia
ชื่ออื่น     ---พุดเวียตนาม
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---จีน เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน


ไม้พุ่มสูง1-2เมตร แตกยอดเป็นพุ่มแน่นจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมันสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวออกที่ปลายยอด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีขาว ยาว3-4ซม.มี6-7กลีบ เมื่อบานมีขนาด5ซม.ส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน ดอกออกตลอดปี แต่ดกมากช่วงฤดูฝน ผลรูปรียาว3ซม.

หมั่น ตัดแต่งกิ่ง ทำทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้ดอกดกขึ้น หากปลูกในที่แห้งแล้งจะโตช้าและไม่ออกดอก สามารถปลูกเป็นไม้กระถางและปลูกลงแปลงกลางแจ้งก็ได้


พุดตะแคง/Brunfelsia americana

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Brunfelsia americana L.
ชื่อพ้อง    
---Brunfelsia abbottii Leonard
---Brunfelsia fallax Duchass. ex Griseb.
---Brunfelsia inodora Mart.
---Brunfelsia latifolia Steud.
---Brunfelsia terminalis Salisb.
---Brunfelsia violacea Lodd.
---Brunfelsiopsis americana (L.) Urb.
ชื่อสามัญ     ---Lady of the Night, American Brunfelsia
ชื่ออื่น     ---พุดตะแคง
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เวสต์อินดีส-ทรินิแดด โดมินิกันรีพลับบลิค

 

พุดตะแคงอยู่วงศ์เดียวกับมะเขือ (SOLANACEAE)ไม้ พุ่มสูง 1-1.50เมตร แตกกิ่งก้านมากใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด  เริ่มบานสีเหลืองอ่อนเกือบขาว บานเต็มที่สีเหลืองและบิดตะแคงตามกัน ดอกขนาดประมาณ3ซม.ส่งกลิ่นหอมช่วงค่ำออกดอกตลอดปีและดอกดกมากช่วงฤดูฝน

เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือริมรั้ว ริมกำแพง ริมทางเดิน


พุดแตรงอน/Euclinia longiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Euclinia longiflora Salisb.
ชื่อพ้อง    
---Gardenia devoniana Lindl.       
---Gardenia longiflora (Salisb.) W.T.Aiton [Illegitimate]
---Gardenia longifolia G.Don [Spelling variant]      
---Gardenia macrantha Schult.    
---Randia bowieana A.Cunn. ex Hook.      
---Randia devoniana (Lindl.) Benth. & Hook.f. ex B.D.Jacks.            
---Randia longiflora Salisb. [Invalid]          
---Randia macrantha (Schult.) DC.             
---Rothmannia bowieana (A.Cunn. ex Hook.) Benth.          
---Rothmannia macrantha (Schult.) Robyns            
---Solena bowieana (A.Cunn. ex Hook.) D.Dietr.   
---Solena macrantha (Schult.) D.Dietr.
ชื่อสามัญ     ---African Angel Trumpet, Tree Gardenia
ชื่ออื่น     ---พุดแตรงอน
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

 

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้พุ่มเตี้ยทรงทึบ กิ่งเปราะ ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีขาว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ออกดอกประมาณ เดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ทยอยออกดอกตลอดปีดอกจะเอียงห้อยลงเพราะก้านดอกยาวมากรับน้ำหนักดอกไม่ไหว ดอกบานอยู่ได้ 2วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกหอมอ่อนตลอดวัน
เมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน

ตอนยุคล่าไม้ไทย กำลังเฟื่องฟู พุดแตรงอนนี่ขนาดกระถาง 16" ขายกันราคาตั้งแต่ 1,500-2,000บาทเดี๋ยวนี้ไม่รู้ราคา  คงถูกลงกว่านี้เพราะ....

เป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ง่ายและเลี้ยงง่าย ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดี จับผูกหลักยึด แต่งทรงพุ่มให้สวย

ขออนุญาตแทรก เรื่องพุด

จากที่ผ่านตามาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าที่เราเรียกกันว่าพุดนู้นพุดนี้ มีพุดต่างๆหลายชนิดที่มาจากคนละวงศ์กัน แต่เรามักเรียกรวมๆกันโดยขึ้นต้นว่า พุด โดยอยู่ในวงศ์เข็ม(RUBIACEAE)เช่น พุดซ้อน พุดแสงอุษา พุดน้ำบุศย์ฯ

ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับลั่นทม(APOCYNACEAE)เฃ่น พุดจีบ พุดเศรษฐี พุดร้อยมาลัยฯ

อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ(OLEACEAE)เช่นพุดสวนหรือพุดฝรั่ง ส่วนพุดพิชญาอยู่ในสกุลโมกวงศ์เดียวกับลั่นทม พอเป็นข้อสังเกต

อีกอย่างคือ ชื่อวิทยาศาสตร์  ที่ค่อนข้างงงงง ก็คือมักไม่ตรงกัน นี่ก็พยายามค้นหาอยู่เทียบดูทั้งเว็บไทยเว็บเทศ หนังสือไทยหนังสือเทศ ถ้าท่านผู้มีปัญญามีข้อโต้แย้งก็ขอให้เตือนกันมาด้วย เพราะมันคือความรู้ หากแพร่กันแบบผิด ก็จะผิดกันต่อ แล้วก็ผิดกันไป

หากผู้รวมมา มีความผิดพลาดประการใดกรุณาอภัยและแจ้งให้ทราบด้วย

Tipvipav@gmail.com

3/11/2017


พุทธชาด/Jasminum auriculatum

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Jasminum auriculatum Vahl
ชื่อพ้อง    
---Jasminum affine Wight
---Jasminum mucronatum Rchb. ex Baker
---Jasminum ovalifolium Wight
---Jasminum trifoliatum (Lam.) Pers.
---Mogorium trifoliatum Lam.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---บุหงาปะหงัน ไก่น้อย
ชื่อวงศ์    OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เนปาล ศรีลังกา ภูฏาน หมู่เกาะอันดามัน

 

พุทธชาด เป็นไม้ต้นกึ่งเลื้อยหรือรอเลื้อย คืออยากให้เป็นไม้ต้นก็เป็นได้คือ คอยตัดแต่งทรงพุ่มไว้อยากให้เป็นไม้เลื้อยก็ทำซุ้มให้เลื้อยซะก็เป็นไม้ เลื้อยได้
มีขนาดต้นสูงประมาณ1-2 เมตร ขนาดใบยาว6ซม. ออกใบเป็นคู่ตรงข้าม
ดอกมีขนาดเล็กสีขาวกว้างประมาณ1.5ซม. ดอกดกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือตามข้อต้นดอกมี6-7กลีบดอก มีกลิ่นหอมแรงมาก พูดถึงความ หอมของพุทธชาดแล้ว บอกไม่ถูก ว่าหอมยังไง แล้วแต่ชอบ ชอบก็ว่าหอม ไม่ชอบก็ว่ากันไปบอกไม่ถูกตามแต่รสนิยมเรื่องความหอม หอมใครหอมมัน  พุทธชาดเป็นต้นไม้ที่ ออกดอกดกแถมออกทั้งปีเสียด้วย คงถูกใจใครหลายคน การขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธี ทับกิ่ง,ตอน,ปักชำ และเพาะเมล็ด เมล็ดของพุทธชาดมีลักษณะกลมดำและแข็งมาก

พุทธชาดเป็นต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ในวรรณคดีไทยมีการกล่าวถึงไว้อย่างมากมาย
เช่นในนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เคยกล่าวถึงพรรณไม้นี้เอาไว้ว่า

"  พุทธชาดดวงน้อยน้อย   เจ้าคิดร้อยพวงมาไลย...."

  

พุทธชาดสามสี/Brunfelsia uniflora


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Brunfelsia uniflora (Pohl) D.Don
ชื่อพ้อง    
---Brunfelsia hopeana (Hook.) Benth.
---Brunfelsia hopeana var. pubescens Benth.
---Brunfelsia mutabilis (Jacques) A. Vilm.
---Brunfelsia uniflora var. pubescens (Benth.) Baker
---Brunfelsia uniflora var. uniflora
---Franciscea hopeana Hook.
---Franciscea mutabilis H.Jacq.
---Franciscea mutabilis Regel
---Franciscea uniflora Pohl
---Martia opifera Lacerda
---Martia opifera Lacerda ex J. A. Schmidt
ชื่อสามัญ     ---Yesterday , Today and Tomorrow
ชื่ออื่น     ---พุดสามสี , สามราศี , พุทธชาดสามสี
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEA
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน-บราซิล ปารากวัย,หมู่เกาะอินดีสตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

เห็นชื่อสามัญ แล้วคิดว่าคนตั้งนี่สุดยอดจริงๆ เพราะพุดสามสีหรือพุทธชาดสามสีนี้ เวลาดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีม่วงเข้ม พอรุ่งขึ้นจึงกลายเป็นสีม่วงอ่อน และรุ่งขึ้นอีกวันดอกจะกลายเป็นสีขาว พอถึงวันที่สี่ดอกจะโรย  ออกดอกดกมากเวลาออกดอกจะมองเห็นดอกสะพรั่งไปทั้งต้นเป็นดอกไม้ที่มีสามสีใน ต้นเดียวกัน สวยยังกะดาว
ปลูกก็ง่ายมาก เป็นไม้พุ่มทึบตัดแต่งเป็นทรงพุ่มได้ตามต้องการ ชอบแสงแดด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำหรือตอน แต่การตอนจะได้ผลดีกว่า
ลักษณะ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูง1-1.5ซม.แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบกิ่งมีขนาดเล็กและเปราะ ใบเดี่ยวรูปรีออกตรงข้าม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบส่วนปลายกลีบดอกหยักเป็นลอยเล็กน้อย ดอกบานเต็มที่กว้าง3-4ซม.มีกลิ่นหอมตลอดวัน
 ผล แห้งแตกทรงกลมหรือรูปรีขนาด1-2ซม.แต่มักไม่พบ ต้นที่ปลูกกลางแจ้งและมีอากาศเย็นจะออกดอกมากกว่าต้นที่ปลูกในร่ม หาหหมั่นตัดแต่งทรงพุ่มให้แต่ละกิ่งได้รับแสงจะช่วยให้ดอกดกขึ้น ทั้งยังสามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้


มะลิลา-มะลิซ้อน/Jasminum sambac


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Jasminum sambac (L.) Aiton
ชื่อสามัญ     ---Arabian Jasmine
ชื่ออื่น     ---มะลิ
ชื่อวงศ์    ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ ---ตะวันออกกลาง เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใกล้วันแม่ ต้นไม้ต้นนี้ต้องพูดถึงในคติของคนไทย ถือกันว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ
  นอกจากนี้นักเล่นพระสมเด็จฯก็มักนิยม อบพระ(เครื่อง)สมเด็จ โดยเชื่อกันว่าทำให้เนื้อของพระเครื่องดียอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
          มะลิยังอยู่ในความเชื่อของคนไทยโบราณที่ปลูกมะลิว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน เก็บมะลิหรือเฉียดเข้าใกล้ต้นมะลิอย่างเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่าจะทำให้ดอกมะลิเหี่ยวเฉา หรือเกิดด้วงเกิดแมลงในสวนมะลิของตน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ามะลิคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์มากนั่นเอง
 มะลิ เป็นไม้พุ่มขนาดปานกลางมีพุ่มต้นสูงเต็มที่ประมาณ 5 ฟุต มีชนิดดอกซ้อนและดอกลา ชนิดดอกซ้อนเรียกว่า มะลิซ้อน และดอกลา เรียกมะลิลา ดอกลาหรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมกว่าชนิดดอกซ้อน และเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยมาลัยบุชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น

มะลิเป็นพืชที่ดอกมีน้ำมันหอมระเหยมาก จึงนิยมนำดอกมะลิไปกลั่นเอาน้ำมันหอมเพื่อทำน้ำหอม  และมีประโยชน์ทางสมุนไพร เช่นนำดอกมะลิที่ตากแห้งเป็นยาต้มรับประทาน หรือป่นเป็นผงเข้ายาต่างๆ หรือใช้ดอกมะลิตำสดๆใส่พิมเสนสุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด
มะลิเป็นพืชที่ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดปีหอมตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ
เพิ่มเติมเล็กน้อย มะลิยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของฟิลิปปินส์ รู้จักกันทั่วไปในชื่อ sampaguita และเป็น1ใน3ของดอกไม้ประจำชาติของอินโดนีเซียเรียกกันว่า melati putih

มะลิฉัตรดอกบัว/'Mali Chat Dok Bua'


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Jasminum Sambac (L) Aiton 'Mali Chat Dok Bua'
ชื่อสามัญ     -----
ชื่ออื่น     ---มะลิฉัตร
ชื่อวงศ์    ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---Unknown

ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยสูง1-2เมตร พุ่มกลมแน่นทึบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่ สีเขียวอมเหลือง ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสีขาว ที่ปลายกิ่ง1-4ดอก ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมเย็น ดอกบานได้1-2วัน ออกดอกตลอดปี
ดอกมะลิฉัตรดอกบัว เป็นมะลิที่กลายพันธุ์มา ดอกมีลักษณะเด่น คือ กลีบดอกห่อกันกลมแน่นที่กลางดอก ดูคล้าย "ดอกบัวตูม" และกลีบดอกซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ คล้าย "ฉัตร"จึงรวมกันเป็นที่มาของชื่อ "มะลิฉัตรดอกบัว"
ขนาดของดอกมะลิฉัตรดอกบัว เมื่อดอกบานจะมีขนาดประมาณ 3-4 cm.ถ่ายภาพมาหลังฝน กลีบดอกเลยช้ำ

ขยายพันธุ์ด้วยการทับกิ่ง ปักชำและตอนกิ่ง

แก้ว/Murraya paniculata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Murraya paniculata.,Jack.
ชื่อพ้อง    
---Camunium exoticum (L.) Kuntze
---Chalcas cammuneng Burm.f.
---Chalcas exotica (L.) Millsp.
---Chalcas intermedia M.Roem.
---Chalcas japanensis Lour.
---Chalcas paniculata L.
---Chalcas sumatrana M.Roem.
---Connarus foetens Blanco
---Connarus santaloides Blanco
---Murraya exotica L.
---Murraya omphalocarpa Hayata
ชื่อสามัญ     ---Andaman Satinwood,China Box Tree,Orange jasmine,Cosmetic Bark Tree
ชื่ออื่น     ---แก้วขาว,แก้วลาย,แก้วขี้ไก่
ชื่อวงศ์    ---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และออสเตรเลีย

แก้ว เป็นไม้ดอกหอมที่เรารู้จักกันดีมานานแล้ว และยังเป็นต้นไม้ในวรรณคดีไทยที่กล่าวถึงอยู่เสมอ ขนาดและความสูงเมื่อโตเต็มที่โดยไม่ตัดแต่งจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงได้ ถึง8-10เมตร วัดรอบต้นได้80เซนติเมตร ในสมัยก่อนแก้วมีเนื้อไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้วย นิยมนำมาทำไม้เท้า ด้ามปืน ฝักมีด ด้ามร่ม คันซออู้ ซอด้วง เพราะเนื้อไม้ของแก้วแน่นเหนียว ลวดลายสวยงาม พ่อค้าไม้จะรู้จักแก้วในชื่อ Andaman Satinwood หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ไม้เนื้อแพรแห่งอันดามัน"
ลักษณะทั่วไปของต้นแก้ว เปลือกต้นแตกเป็นร่องตามยาวและมักบิดเวียน ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 - 9 ใบเรียงสลับจากเล็กไปหาใหญ่ ใบรูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันที่ใบเป็นมัน ที่ใบมีต่อมน้ำมัน ดอกเป็นดอกช่อสีขาว ออกเป็นข่อสั้นๆ ตามซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็กมี 5 แฉก ติดอยู่ทนจนถึงเป็นผล กลีบดอกมี 5กลีบ ปลายกลีบมนหรือเรียวแหลม

 ผลรูปรี เมื่อแก่เปลือกมีสีแดงอมส้ม แต่ละผลมี 1 - 2 เมล็ด  

ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

ดอก แก้วเวลาบานพร้อมกันจะดูขาวสะพรั่งทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง ถ้าสนใจหมั่นแต่งกิ่งแล้วพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอแก้วจะออกดอกเป็นระยะๆอยู่ ตลอดปี

บอกความลับเล็กๆ เคี้ยวใบแก้วแล้วตัวจะร้อนรุมเหมือนเป็นไข้ ทั้งที่สบายดี เป็นมารยาของคนแกล้งป่วย

แก้วหิมาลัย/Murraya paniculata

นี่ เป็นแก้วหิมาลัย ชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกันกับแก้วขาว หรือเรียกแก้วหิมาลัยอีกชื่อว่าแก้วพวง ลักษณะแตกต่างจากแก้วขาวคือ ใบใหญ่กว่าและปลายใบกลมมนกว่า  ถึงดอกจะเล็กกว่าแต่ก็ออกดอกดกมากๆ กลิ่นก็หอมแรงกว่าด้วย นอกจากนี้ยังมียังมีรูปผลของแก้วแคระ ที่มีใบเล็กและดอกเล็กอีกด้วยรูปล่างนี่ล่ะ


ทิวา/Cestrum diurnum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cestrum diurnum L.
ชื่อพ้อง    ----
ชื่อสามัญ     ---Din Ka Raja, Day Cestrum, Chinese Inkberry
ชื่ออื่น     ---ทิวาราตรี
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---หมู่เกาะเวสต์อินดิส


ไม้ พุ่มสูง 2-3 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเป็นปุ่มปมเล็ก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปหอกใบแคบ กว้าง2-5ซม.ยาว5-10ซม. ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจาย สีขาว มีดอกย่อย15-20ดอกโคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว 1ซม.ปลายแยกเป็น5-6กลีบ เมื่อบานขนาด6-8 มม.ผลกลมสีดำ เปลือกนิ่ม
มีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางวัน บานอยู่ได้2-3วันแล้วจึงโรย ออกดอกประมาณเดือนละครั้งตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ
สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง


ราตรี/Cestrum Nocturnum

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cestrum Nocturnum Linn
ชื่อสามัญ     ---Night Cestrum , Night-Blooming Jasmine, Queen Of The Night, Night-blooming cestrum, Raatrani
ชื่ออื่น     ---ราตรี
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้-เวสต์อินดิส

ราตรี เป็นไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดต้นสูง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนา ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว  เปลือกต้นสีเทาอ่อนปนขาว ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรูปรี ยาว8-15ซม. ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ตามยอดและตามข้อต้นโคนก้านใบ ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมาย ดอกราตรีจะมีกลิ่นหอมจัดและหอมไกลในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะร่วงหมด และดอกตูมจะบานใหม่ในคืนต่อๆไปกลิ่นของดอกราตรีจะส่งกลิ่นรุนแรงมากถ้าได้ กลิ่นหรือสูดดมใกล้ๆ อาจทำให้วิงเวียนและไม่สบายได้ ควรปลูกให้ห่างที่พักพอประมาณ ไม่อย่างนั้นในช่วงออกดอกเต็มต้นจะส่งกลิ่นแรงมากในตอนกลางคืน อาจทำให้ปวดศรีาะ ไม่สบายกันทั้งบ้าน
ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งและปักชำ
หากนำเอาต้นและดอกราตรีเข้าไปให้คนในท้องถิ่นของอำเภอกุดชุม
หรือ ในเขตลุ่มน้ำลำห้วยแกว (ลำห้วยแบ่งเขตอุบลราชธานีกับร้อยเอ็ด)คนเฒ่าคนแก่แถบนั้นจะบอกทันทีว่า ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ "หอมดึก" เป็นพันธุ์ไม้ป่าในท้องถิ่นและหาง่าย ชาวบ้านแถวนั้น นิยมใช้เป็นดอกไม้ในประเพณี " แห่ดอกไม้"เป็นประจำอยู่ทุกปีนานแล้ว


ราตรีสีทอง/Cestrum aurantiacum.


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cestrum aurantiacum., Lindl.
ชื่อพ้อง    
---Cestrum auriculatum Ruiz & Pav.
---Cestrum chaculanum Loes.
---Cestrum paucinervium Francey
---Cestrum pedunculare Pav. ex Dunal
---Cestrum regelii Planch.
---Cestrum warszewiczii Klotzsch
---Habrothamnus aurantiacus Regel
ชื่อสามัญ     ---Yellow Jasmine, Orange Cestrum
ชื่ออื่น     ---ราตรีสีทอง
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---หมู่เกาะอินดิส และ กัวเตมาลา


ราตรีสีทองเป็นไม้จำพวกเดียวกับราตรีและอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเขือเทศ ชื่อของไม้วงศ์นี้นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า The Nightshade Family
  เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 2เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว แตกกิ่งก้านเล็กๆจำนวนมาก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ยาว8-12ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวอ่อน

ดอก ออกเป็นช่อตามยอดหรือง่ามใบเรียงติดกันเป็นกลุ่มหนาแน่นตามก้าน ช่อดอกสีเหลืองทองเป็นกรวยยาว 8-15ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายดอกแตกออกเป็นปากแตร5กลีบ ขนาดดอกเมื่อบาน 0.6-1 ซม.มีกลิ่นหอม

ออกดอกเป็นระยะตลอดปีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ราตรี สีทองขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ เป็นไม้ชอบอยู่กลางแจ้ง แต่ต้องอยู่ในสภาพดินที่ชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่แฉะและไม่แล้งจนเกินไปเพราะรากของราตรีสีทองบอบบางไม่แข็งแรงเหมือนราก ต้นไม้อื่น ถ้าแฉะนานเกินควร รากจะเน่าและถ้าแล้งนานเกินไปรากก็จะแห้งตาย เหมือนกัน


ราตรีสวรรค์/Clerodendrum calamitosum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Clerodendrum calamitosum L.
ชื่อพ้อง    
---Volkameria alternifolia Burm.f.
ชื่อสามัญ     ---White Butterfly
ชื่ออื่น     ---ราตรีสวรรค์
ชื่อวงศ์    ---LABITAE(LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อินโดนีเซีย-ชวา

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มแน่น เปลือกต้นสีเทาอมม่วง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแต่ละคู่ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ดอกสีขาวออกเป็นกระจุกแยกแขนงที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก มีกลิ่นหอม โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน สีเขียว ปลายแยก5แฉก สีแดงคล้ำ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบยาว ปลายแยก5แฉก ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปขอบขนานแกมรี สีดำ  ออกดอกตลอดปี ดอกบาน 1-2 วันแล้วโรยมีกลิ่นหอมอ่อนๆในช่วงกลางวัน และหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ
นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เวลาปลูกควรปลูกเป็นกลุ่มจะออกดอกพร้อมกันสวยงาม ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้สม่ำเสมอหากต้นเริ่มโทรมหรือเิริ่่มออกดอกน้อยลงให้ พรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก

การขยายพันธุ์ ปักชำ โน้มกิ่ง ตอนกิ่ง


นางแย้ม/Clerodendrum chinense

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Clerodendrum chinense (Osbeck) Mabb
ชื่อพ้อง    
---Agricolaea fragrans (Vent.) Schrank
---Clerodendrum chinense var. simplex (Moldenke) S.L.Chen
---Clerodendrum fragrans Willd.
---Clerodendrum fragrans f. pleniflorum (Schauer) Standl. & Steyerm.
---Clerodendrum fragrans var. pleniflorum Schauer
---Clerodendrum lasiocephalum C.B.Clarke
---Clerodendrum macradenium Miq.
---Clerodendrum philippinum Schauer
---Clerodendrum philippinum f. multiplex (Sweet) Moldenke
---Clerodendrum philippinum f. pleniflorum (Schauer) Moldenke
---Clerodendrum philippinum f. subfertile Moldenke
---Clerodendrum roseum Poit.
---Cryptanthus chinensis Osbeck
---Ovieda fragrans (Vent.) Hitchc.
---Volkameria fragrans Vent.
---Volkmannia japonica Jacq.
ชื่อสามัญ     ---Burma Conehead, White-Rose Clerodendron, Lady Nugent's Rose
ชื่ออื่น     ---ปิ้งซ้อน, ปิ้งชะมด, ปิ้งสมุทร, ส้วนใหญ่
ชื่อวงศ์    ---LABIATAE (LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ไทย พม่า

 

ไม้ พุ่มเนื้ออ่อนสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกลำต้นใกล้ผิวดินจำนวนมาก แยกไปปลูกได้ เป็นวิธีขยายพันธุ์วิธีหนึ่ง นอกจากปักชำและตอนกิ่ง กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม มีขนตามลำต้นและก้านใบ มีช่องอากาศประปราย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มหรือรูปหัวใจ มีขนนุ่มสั้นๆปกคลุมทั้งสองด้าน หลังใบสีเขียวหม่น ท้องใบสีเขียวอ่อน  ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันห่างๆ ขนาดใบกว้าง 5-8ซม.ยาว10-15ซม.
ดอก ของนางแย้มสีขาวจะออกเป็นช่อกระจุกแน่นตาม ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงอัดกันแน่น กลีบเลี้ยงสีม่วงแดงกลีบดอกซ้อนกัน 3-5ชั้น แต่ละชั้นมี5-8กลีบ รูปไข่กลับปลายกลม อัดซ้อนกันลักษณะคล้ายมะลิซ้อน  เกสรเพศผู้และเพศเมียไม่สมบูรณ์ ไม่ติดผล
ดอกทนบานอยู่ได้หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ
เป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมาก ต้องปลูกกลางแจ้งและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเสมอเพื่อไม่ให้ใหญ่เกินไปจนรกทึบ สามารถปลูกเป็นไม้ดอกหอมในกระถางได้ หากตัดแต่งอยู่เสมอจะมีอายุยืนอยู่ได้ 2-3ปี


พุดตาน/Hibiscus mutabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Hibiscus mutabilis Linn.
ชื่อสามัญ     ---Confederate rose,Cotton Rose, Changeable Rose, Dixie rosemallow, The cotton rosemallow
ชื่ออื่น     ---ดอกสามสี ดอกสามผิว
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศจีน

 

ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 1-3เมตรมีขนปกคลุมตามกิ่งก้านและใบ ใบคล้ายกับใบฝ้าย ขอบใบหยัก ขนาดใบกว้าง12.5ยาว15ซม.ดอกมีรูปร่างคล้ายชบาซ้อนแต่มีขนาดใหญ่กว่าคือ ขนาด12.5-15ซม.
ออก ดอก ตามกิ่งข้างหรือกระจุกยอด กลีบรองดอกสีเขียว มีขน ดอกขนาด 7-10 เซนติเมตรมีทั้งดอกลาและดอกซ้อนเมื่อเริ่มบานเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูและ ชมพูเข้มภายใน1วัน ถึงเวลาเย็นดอกพุดตานก็จะเริ่มเหี่ยว
พุดตาน เป็นไม้ที่มีดอกดกและออกดอกตลอดปี เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและ ตอนกิ่ง ชอบอยู่บนที่ดอนกลางแจ้ง ไม่ชอบดินแฉะมีน้ำขัง ถ้าถูกน้ำท่วมราก จะตายทันที


แย้มปีนัง/Strophanthus gratus


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Strophanthus gratus (Wall. & Hook.) Baill.
ชื่อพ้อง    
---Roupellia grata Wall. & Hook.
---Roupalia grata (Wall. & Hook.) T.Moore & Ayres
---Strophanthus stanleyanus Hook.
---Strophanthus glaber Cornu ex Holmes
---Nerium guineense Brongn. ex Perrot & Vogt
---Strophanthus chopraie M.R.Almeida
ชื่อสามัญ     ---Petals-Tips Flower, Climbing Oleander, Rose Allamanda, Cream Fruit, Poison Arrowvine, Spider-Tresses
ชื่ออื่น     ---บานทน,แย้มปีนัง,หอมปีนัง
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาและเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ทั่วประเทศไทย มาเลเซีย เปอร์เซีย และศรีลังกา


เห็นชื่อคงจะทำให้ไขว้เขว เข้าใจได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ของเกาะปีนัง แต่ความเป็นจริงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอาฟริกา และแพร่พันธุ์อยู่เฉพาะท้องที่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นที่เทือกเขาคีรีมัน จาโร,ภูเขาตูมโม่และภูเขาติเบสตี้ เพียงเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับปีนังตรงไหน น่าจะเรียกตามที่เรียกกันมาก่อนว่า"บานทน"มากกว่า

       

ต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร เป็นไม้ครึ่งต้นครึ่งเลื้อยแบบชมนาด หากตัดแต่งเป็นพุ่มจะได้ทรงพุ่มกลมทึบ มีน้ำยางสีขาวทุกส่วน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่จนถึงรูปรี ยาว7-10ซม. แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย5-8ดอก รูปแตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5กลีบ ขอบกลีบเป็นรอยจีบและหยักเว้า ดอกบานมีขนาด4-5ซม. ออกดอกดกเป็นระยะตลอดปี แต่ที่ออกดอกเยอะมากตอนใกล้หนาว
 ดอกบานอยู่หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ดอกสีม่วงเข้มตอนเป็นดอกตูม และตอนเป็นดอกบานจะเป็นสีม่วงอ่อนสวย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือตอนกิ่ง  ปลูกได้กลางแจ้งและที่ร่มรำไร


กุหลาบเมาะลำเลิง/Pereskia grandiflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Pereskia grandiflora.,Haw.
ชื่อพ้อง    
---Cactus grandifolius (Haw.) Link
---Pereskia ochnocarpa Miq.
---Pereskia rosea hort. ex A.Dietr.
---Pereskia tampicana F.A.C.Weber
---Rhodocactus grandifolius (Haw.) F.M.Knuth
---Rhodocactus tampicanus (F.A.C.Weber) Backeb
ชื่อสามัญ     ---Pereskia, Rose Cactus, Pray-For-Us
ชื่ออื่น     ---กุหลาบเทียม กุหลาบแก้ว ชมพูแก้ว      
ชื่อวงศ์    ---CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---บราซิล

 

ชื่อ เหมือนมาจากเมืองมอญแต่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลย กุหลาบเมาะลำเลิงของจริงก็คือกุหลาบมอญ ที่ชาวมอญนำพาเข้าเมืองไทยมาจากเมืองมะละแหม่งฝรั่งเรียก Moulmein หรือที่ชาวมอญเขาเรียกเมาะลำเลิง

ซึ่งปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพพม่า กุหลาบเมาะลำเลิงเป็นพืชในวงศ์กระบองเพชร ที่แปลกสามารถออกใบได้อย่างใบไม้ธรรมดา
กิ่งต้นอวบหนา ใบหนาแข็งรูปใบทรงป้อมก้านใบสั้นติดกิ่งออกใบเวียนกันรอบต้น ขนาดใบยาว10-15ซม.  ต้นเป็นพุ่มอาจสูงได้ถึง 4เมตร มีหนามแข็งตามลำต้น ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งดอกสีชมพูขนาดดอกกว้าง 4ซม.
พันธุ์นี้ชื่อสามัญว่า Rose cactus


กุหลาบพุกาม/Pereskia bleo


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Pereskia bleo (Kunth) DC.
ชื่อพ้อง    
---Cactus bleo Kunth
---Pereskia corrugata Cutak
---Pereskia panamensis F.A.C.Weber
---Rhodocactus bleo (Kunth) F.M.Knuth
---Rhodocactus corrugatus (Cutak) Backeb
ชื่อสามัญ     ---Rose cactus, Wax rose, Perescia
ชื่ออื่น     ---กุหลาบเทียม
ชื่อวงศ์    ---CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง-บราซิล เม็กซิโก


พันธุ์ นี้จะมีกลีบดอกสีเฉดแดงส้ม ทรงพุ่มสูงไม่เกิน 3เมตร มักแตกหน่อเป็นกอ  ออกใบดกเนื้อใบบางใบสีเขียวเข้มตามที่เห็นในรูป ขนาดใบยาวได้ตั้งแต่8-30ซม.
ดอกเป็นดอกเดี่ยวกลีบซ้อน กัน2ชั้นขนาดดอกบานเต็มที่กว้าง4-6ซม.

สมัย ก่อนนิยมปลูกกันมากเพราะดอกสวยและออกดอกดก แต่ตอนหลังคงถอดใจกันเพราะหนามแหลมที่โดนเข้าไปเจ็บจริงๆ แต่ถ้านำไปปลูกบริเวณที่กว้างริมรั้วก็กันคนได้นะกว่าจะลอดรั้วฝ่าดงหนาม น้ำตาคงรินหลายหยดเลยหละ


กุหลาบมอญ/Rosa x damascena

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Rosa x damascena Mill.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     --- Damask rose, Rose of Castile
ชื่ออื่น     ---กุหลาบมอญ    
ชื่อวงศ์    ---ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตะวันออกกลาง


นี่ล่ะกุหลาบเมาะลำเลิงของสาวมอญแม่เม้ยเจิง ตัวจริง แต่ชื่อสามัญกับชื่อวิทยาศาสตร์มันกลับบอกว่าเป็นกุหลาบแขกมากกว่ากุหลาบมอญ ซึ่งพันธุ์แท้ดั้งเดิมมีด้วยกันสองสีเท่านั้นคือสีแดงกับสีชมพูมีกลิ่นหอม แรงตลอดวัน
ชาวอินเดียโบราณได้สกัดเอาไปทำน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้ก่อนใครๆในโลก หัวน้ำหอมชนิดนี้สกัดมาจากกุหลาบมอญมีชื่อทางการค้าว่า Otto of Rose Bulgarian
สำหรับอีกชื่อหนึ่งที่เราเคยได้ยินกันก็ คือยี่สุ่นแต่อาจไม่รู้ว่าต้นไหน ที่จริงแล้วยี่สุ่นก็เป็นกุหลาบจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า กุหลาบมอญ นี่เอง
ส่วนลูกผสมของกุหลาบมอญ(Hybrid)มี2วาไรตี้คือ Summer Damasks (R. × damascena nothovar. damascena)ซึ่งจะมีอายุสั้นอยู่แค่ช่วงฤดูร้อน
และ Autumn Damasks (R. × damascena nothovar. semperflorens (Duhamel) Rowley)จะมีอายุยาวนานกว่าซึ่งจะอยู่ได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูหนาว


เข็มหลวง/Ixora spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ixora spectabilis Wall. ex G.Don
ชื่อพ้อง    
---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ     ----
ชื่ออื่น     ---เข็มหลวง
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโจีน พม่า ไทย

  

ไม้ พุ่มเตี้ย ขนาดเล็ก ใบแคบยาว  ต้องมีการควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งบ้างจึงจะได้ทรงพุ่มตามต้องการและออก ดอกดก ไม้ต้นนี้   ออกดอก  ตลอดปี
แต่จะดกมากเป็นพิเศษช่วง  เดือน พฤษภาคม-เดือนสิงหาคมดอกจะออกเป็นช่อใหญ่ๆ ที่ปลายกิ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นลั่นทม ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง


เข็มอุณากรรณ/Kopsia fruticosa

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Kopsia fruticosa A.DC
ชื่อพ้อง    
---Calpicarpum roxburghii G.Don
---Cerbera fruticosa Ker Gawl.
---Cerbera fruticosa Roxb.
---Kopsia roxburghii (G.Don) Pharm. ex Wehmer
---Kopsia vinciflora Blume
---Tabernaemontana longiflora Rusby
---Tabernaemontana rosea Ten.
ชื่อสามัญ     ---Pink Kopsia, Shrub Vinca, Kopsia Merah, Pink Gardenia, Chabai Hutan
ชื่ออื่น     ---พุดชมพู, ตึ่งตาใส
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย

 

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 3เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง3.3-8ซม.ยาว7.5-18ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนรูปลิ่ม
ดอกสีชมพูหรือสีขาวออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว7-12ซม.มีขนสั้น ดอกบานเต็มที่ขนาด5.5ซม.กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นปลายแยก เป็น5แฉกกลีบดอกเป็นหลอดยาว4ซม.ปลายแผ่เป็น5กลีบรูปไข่กลับปลายมน เกสรผู้5อันติดอยู่ใกล้ปลายหลอดกลีบดอก รังไข่เกลี้ยงหรือมีขน ผลสีดำแดงยาว1.5-1.7ซม.ปลายผลเป็น จงอยเด่น  นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ในสภาพธรรมชาติพบในป่าดิบหรือป่าที่กำลังคืนสภาพบนภูเขาหินปูนที่ระดับความ สูงถึง500เมตร

ระยะเวลาออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่ง


เข็มพวงขาว/Ixora finlaysoniana


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ixora finlaysoniana Wall. ex G.Don
ชื่อพ้อง    
---Ixora denticulata Pierre
---Ixora denticulata Pierre ex Pit.
---Ixora findlayana B.S.Williams
---Ixora merguensis var. parvifolia F.N.Williams
ชื่อสามัญ     ---Siamese White Ixora
ชื่ออื่น     ---เข็มขาว, เข็มหอม
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้


เห็นรูปแล้วอย่าแปลกใจ คิดว่าลงผิด ต้นเข็มหรือนี่ทำไมมันใหญ่โตได้ขนาดนี้ (รูปซ้าย) ต้นเข็มพวงขาวโดยทั่วไปแล้วจะสูงอยู่ประมาณ1-3เมตร(ขวา) แต่ต้นนี้ต้นนี้(ซ้ายมือ)สูงประมาณ 4-5เมตรได้ อายุไม่ต่ำกว่า30ปี คุณปู่ของลูกปลูกไว้ ตอนย้ายมาอยู่บางสะพานน้อย
ลักษณะของเข็มพวงขาว ลำต้นจะเกลี้ยง แตกกิ่งใกล้ผิวดินเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่รูปรี ขอบขนาน กว้าง3-5ซม.ยาว6-10ซม. มีหูใบระหว่างก้านใบ ผิวใบค่อนข้างหนาสีเขียวสด โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ เข็มพวงขาว เป็นดอกไม้ดอกช่อออกเป็นช่อกลมแน่นที่ปลายยอด ขนาด10-15ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยขนาด1ซม
และ เป็นพันธุ์เดียวที่ดอกมีกลิ่นหอมจัด รากก็มีกลิ่นหอมและรสหวาน
แพทย์แผนโบราณใช้รากเข็มพวงขาว ต้มกินแก้โรคตา และกินเป็นยาเจริญอาหาร ผลเข็มเป็นเม็ดกลม อ่อนเป็นสีเขียว ห่ามเป็นสีแดงและแก่เป็นสีดำ เมล็ดข้างในแข็งใช้เพาะพันธุ์ได้ แต่มีโอกาสติดเมล็ดได้น้อย
 ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้แตกใบอ่อนและยอดใหญ่ ออกช่อดอกที่ปลายยอดอย่างสวยงาม


เข็มบุษบา/Kopsia arborea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Kopsia arborea Blume
ชื่อพ้อง    
---Kopsia jasminiflora Pit.
---Kopsia lancibracteolata Merr.
---Kopsia laxinervia Merr.
---Kopsia longiflora Merr.
---Kopsia officinalis Tsiang & P.T.Li
---Kopsia pitardii Merr.
---Kopsia pruniformis Rchb.f. & Zoll. ex Bakh.f.
---Kopsia scortechinii King & Gamble
ชื่อสามัญ     ---Shrub Vinca, Penang Sloe
ชื่ออื่น     ---หนำเลี๊ยบเทียม, พุดดง
ชื่อวงศ์    ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด    -----
เขตกระจายพันธุ์    ---จากอันดามันถึงจีนตอนใต้ ไทย เวียตนาม มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ชวา ฟิลิปปินส์ ถึง ออสเตรเลีย  (ควีนส์แลนด์)

ไม้พุ่มสูง 1.5-2เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเป็นคลื่น
ดอก สีขาว ออกเป็นช่อกระจุกเชิงซ้อนที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ1คู่ ออกตรงข้ามรูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมี3ดอก ดอกกลางบานอ่อน กลิ่นหอมอ่อนๆ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน สีขาว ปลายแยกเป็น5แฉก รูปขอบขนานปลายกลม บริเวณรอบปากดอกสีแดงแกมชมพู มีขน ผลรูปกระสวยมักออกเป็นคู่ สุกสีม่วงดำ
เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเพาะเมล็ด


พุดผา/Gardenia saxatilis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Gardenia saxatilis Geddes
ชื่อพ้อง    
---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ     -----
ชื่ออื่น     ---ข่อยโคก ข่อยหิน ปัดหิน ข่อยด่าน
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไทย
เขตกระจายพันธุ์    ---ลาว กัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ของประเทศไทย

 

ดอกออกเดี่ยว ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนบนผายออกแยกเป็น6 กลีบ แผ่ออกเกยกันคล้ายกังหัน ดอกบานมีขนาด 3-4 ซม. มีกลิ่นหอมออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม
รูป ที่ถ่ายมานี้ดอกเหมือนมี7กลีบ แต่จริงๆมี6กลีบ ดอกนี้กลีบดอกฉีกตั้งแต่ยังเป็นดอกตูม ตอนนั้นมีเหลืออยู่ติดต้นแค่ดอกเดียว เลยได้รูปออกมาแบบนี้ ส่วนผลเป็น ผลสด สีเขียว รูปกลมขนาด2-2.5ซม.เมื่อ่สุกสีส้ม ปลายผลมีแฉกของกลีบเลี้ยงติดทน มีเมล็ดจำนวนมาก
พุดผาเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ระดับความสูง 100 เมตร โดยหมอคาร์ ชาวไอริช เป็นพรรณไม้สกุลพุด ชอบขึ้นบนที่โล่งตาม ซอกหินของลานภูเขาหิน ทนแล้ง โตช้า มีเนื้อไม้แกร่ง ทรงพุ่มโปร่ง ดอกดกมีกลิ่นหอม และมีการนำมาพัฒนาเป็นไม้แคระหรือบอนไซ มีการตัดแต่งให้สวยงาม



เมื่อ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปียังมีให้เห็นอยู่เต็มบริเวณนี้ ออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั้งป่า ต้นที่เห็นนี่ เหลืออยู่ต้นเดียวที่ใหญ่หน่อยคงขุดยากเพราะขึ้นอยู่ในซอกหิน นอกนั้นโดนแงะเอาไปหมด เหลือแต่ต้นเล็กๆสูงไม่ถึงครึ่งเมตร

ตอนเขียนเรื่องนี้ (พุดผา) ตอนนั้นปี2008 รูปถ่ายมาจากสถานที่ หล้งวัดเขาพระ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีมาถึงตอนนี้ปี 2017 Up date ให้เป็นปัจจุบัน สถานภาพของต้นไม้ต้นนี้จากไม้ถิ่นเดียวรวมสถานภาพใหม่เข้าไปด้วยกลายเป็นไม้หายากไปเรียบร้อย ต้นเล็กต้นน้อยในถิ่นก็ไม่เหลือ


สาวสันทราย/Clerodendrum quadriloculare

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Clerodendrum quadriloculare Merr.
ชื่อพ้อง    
---Ligustrum quadriloculare Blanco
---Clerodendrum blancoanum Fern.-Vill.
---Clerodendrum navesianum Vidal
ชื่อสามัญ     ---Quezonla, Bronze-leaved clerodendrum, Fire works, Philippine glorybower, Shooting star, Starburst bush
ชื่ออื่น     ---เกษรา จรกา ราชินีสันทราย
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---นิวกินี และฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน


ชื่อเหมือนมาจากฟิลิปปินส์ ตอนแรกๆรู้จักไม้ต้นนี้ เรียกกันว่า"เกษรา" ก็เข้าใจเอาเองว่าคงจะมาจาก" เกซอนลา"ซึ่งเป็นชื่อสามัญ ฟังแล้วมันคล้ายๆกัน กับ เกซอนซิตี้เมืองหลวงของฟิลิปปินส์

   ทีนี้ต้นไม้ต้นนี้คงชอบอากาศเย็นทางเหนือปลูกแล้วสวยงามมากนิยมปลูกเป็นไม้ ประดับกันทั่ว ชื่อที่ตามมาคือ"สาวสันทราย"ก็เข้าใจอยู่ แต่ตอนนี้กลายเป็น"ราชินีสันทราย"ไปแระ  สำหรับชื่อจรกานี่ไม่รู้มายังไงนะ น่าจะเพราะ เวลาไม่ออกดอกนี่      คงขี้เหร่มั๊ง (เดาเอานะ) เพราะต้นนี้เวลาไม่มีดอกนี่ เอาไปปลูกให้ใครโดนหาว่าเอาต้นไม้ไม่สวยไปปลูกให้ เพราะต้นแตกกิ่งเยอะ ไม่ค่อยมีใบ ลำต้นสีเทาๆสีใบด้านบนสีเขียวด้านล่างสีม่วงมองดู ธรรมดาๆ แต่ใจเราชอบนะต้นนี้น่ะหาไม่ได้ง่ายๆด้วย กว่าจะรู้ว่าต้นนี่มันสวยยังไงก็โน่น เดือนธันวา-มกรา นั่นแหละ ถึงยิ้มได้ เพราะออกดอกสวยคลาสสิคเชียว
ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มสีขาวอมม่วง ติดผลกลมสีม่วงเอาไปเพาะขยายพันธุ์ได้ ตอนกิ่งก็จะออกดอกให้ดูเร็วหน่อย


นมสวรรค์/Clerodendrum paniculatum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Clerodendrum paniculatum Linn.
ชื่อพ้อง    
---Caprifolium paniculatum Noronha
---Cleianthus coccineus Lour. ex B.A.Gomes
---Clerodendrum pyramidale Andrews
---Clerodendrum diversifolium Vahl
---Clerodendrum splendidum Wall. ex Griff.
---Volkameria angulata Lour.
---Volkameria diversifolia Vahl
ชื่อสามัญ     ---Pagoda Flower
ชื่ออื่น     ---พนมสวรรค์ ปรางค์มาลี ฉัตรฟ้า
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์    ---จีนตอนใต้ ไต้หวัน อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา บอร์เนียว สุลาเวสี สุมาตรา ฟิลิปปินส์ ฟิจิ

 

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร เป็นพืชใบเดี่ยวออกใบเป็นคู่ๆสลับทิศทางกันตามข้อต้นใบเป็น5แฉกสากระคายมือ ปลายแฉกแหลม ใบเป็นมันสีเขียวเข้มช่อดอกออกที่ปลายยอดและปลายกิ่งยาวประมาณ 30ซมหรือมากกว่านั้ถ้าต้นสมบูรณ์เต็มที่มีดอกดกและดอกออกตลอดปี.มีดอก2สีคือ ชนิด(variety)สีเหลืองหรือว่าขาวก็ได้เพราะมันออกนวลๆและสีแดงสดเป็นรูปทรง แบบช่อฉัตร

เมือดอกแก่จะติดเมล็ดเป็นช่อฉัตรเหมือนรูปทรงช่อดอกเดิมกลีบทั้งห้ากลีบจะ เติบโตทำหน้าที่คล้ายกาบรองดอกเพราะกลีบดอกที่ติดเมล็ดจะโตขึ้นและกลายเป็น สีแดงเข้มพร้อมกับบานแอ่นลงล่างเข้าหาก้านดอกทั้ง5กลีบ ส่วนเมล็ดที่มีลักษณะกลมเหมือนสาคูเม็ดใหญ่ จะวางเด่นอยู่บนแท่นเหนือกลีบสีแดงเข้ม เมื่ออ่อนเมล็ดจะเป็นสีเขียวพอห่ามจะเป็นสีม่วงและเป็นสีดำสนิทเมื่อแก่เต็ม ที่จึงทำให้ดูคล้ายดอกไม้ช่อหนึ่งที่มีกลีบสีแดงเข้มและเกสร(ที่จริงเป็น เมล็ด)สีดำ สวยงามมาก(สีเหลืองก็เหมือนกัน)
 ดูสิดูเป็นช่อดอกสวยยังไม่ พอเป็นช่อเมล็ดก็ยังอุตส่า่ห์สวยอยู่  มีรูปดอกนมสวรรค์สีเหลืองมาให้ดูด้วยเห็นว่าหายากอยู่

นมสวรรค์ ปลูกได้ในสภาพดินเกือบทุกชนิดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ทั้งกลาง แดด
และร่มรำไรขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำหรือแยกจากต้นที่ขึ้นจากไหลไปปลูกจะได้ผลเร็วกว่าเพาะเมล็ด


หมวกจีน/Holmskioldia sanguinea.

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Holmskioldia sanguinea.Retz.
ชื่อพ้อง    
---Hastingia coccinea Sm.
---Hastingia scandens Roxb.
---Holmskioldia rubra Pers.
---Holmskioldia sanguinea f. aurantiaca
---Holmskioldia sanguinea f. aurantiaca
---Holmskioldia sanguinea f. citrina Moldenke
---Holmskioldia scandens Sweet
---Platunum rubrum A.Juss
ชื่อสามัญ     ---Cup & Saucer Plant, Mandarin's Hat, Chinese-Hat Plant, Parasol Flower
ชื่ออื่น     ---เรด้าร์ หมวกเจ๊ก
ชื่อวงศ์    ---LABIATAE
ถิ่นกำเนิด    ---หิมาลัย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตมรสุม

 

เป็น ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย เจริญเป็นพุ่ม สูง2-5เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นลำสี่เหลี่ยม ยาวโค้ง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเป็นคู่ตามข้อลำค้น ลักษณะใบเป็นรูปรีหรือรูปใบพลูขนาดกว้าง6ซม.ยาว10ซม.ขอบใบจักเล็กน้อย แผ่นใบบางและสากมือ
ดอก ออกเป็นช่อตามข้อลำต้นโคน ก้านใบและปลายกิ่ง ช่อละ5-20ดอก กลีบเลี้ยงรูปจานค่อนข้างกลม มีหลายสี มีเหลือง แดง  ส้ม  ดอกรูปกรวย โคนเชื่อมเป็นหลอดแคบยาวปลายแยก5แฉก ขนาดดอก2-2.5ซม.
ชอบแสงแดดจัด อากาศเย็นดินค่อนข้างแห้งระบายน้ำดี

เสียดาย ต้นไม้สวยบางต้น ตอนนำมาขายใส่กระถางมา ต้นเล็กๆ ดอกไม่มาก มองดูไม่น่าสนใจ คนไม่ซื้อ คนขายก็ไม่อยากเอามาขาย  คนขยายพันธุ์ก็ไม่รู้จะขยายไปทำไม สู้ทำต้นไม้แปลกๆใหม่ๆดีกว่า ทำเว็บนี้บอกเลย ไม่มีต้นไม้ขายหรอก แค่อยากเก็บต้นไม้เก่าๆไว้ ถ้าคนรักต้นไม้เข้ามาดู ไม่ว่าจะเก่ายังไงหากเห็นคุณค่า ก็จะซื้อหาเก็บกันเอง

ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์
ฃยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำและตอนกิ่ง


ประยงค์/Aglalia odorata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Aglalia odorata Lour.
ชื่อพ้อง    ---Aglaia odorata var. microphyllina C. DC
ชื่อสามัญ     ---Chinese perfume plant, Chinese Rice Flower,Mock Lemon
ชื่ออื่น     ---หอมไกล, พะยงค์ , ขะยง
ชื่อวงศ์    ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย พม่า ไทย เวียตนาม ลาว

 

ประยงค์เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ เดียวกับลางสาด ลองกอง คอแลน ฯลฯ มีอยู่3ชนิดคือ ประยงค์ ประยงค์ป่า((A. odoratissima) และประยงค์ใบใหญ่(A.chaudocensis)
          ประยงค์เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมถึงขนาดใหญ่ สูง2-3เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบสีเขียวเข้มหนาเป็นมันคล้ายใบแก้วเป็นแบบใบรวม กลุ่มใบหนึ่งๆจะประกอบด้วยใบย่อย5ใบรูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก
ดอกออกเป็นเม็ดกลมๆไม่บาน ก้านดอกแตกสาขาหลายแขนงดอกสีเหลืองมีเกสรสีขาวเล็กๆอยู่ ภายใน มีกลิ่นหอมเย็นและหอมไปได้ไกล
 ผล รูปทรงกลมรี ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเหลืองอ่อน ผลสุกสีแดง เมล็ดเดี่ยว สีน้ำตาล
ประยงค์ เป็นพรรณไม้ของประเทศไทย มักพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเหมือนต้นแก้ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน ขึ้นได้ดีในสภาพดินฟ้าอากาศเกือบทุกชนิด มีความอดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีมาก


แก้วมุกดา/Fagraea ceilanica


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Fagraea ceilanica Thunb.
ชื่อพ้อง    
---Fagraea coromandelina Wight
---Fagraea gardneri Thwaites
---Fagraea khasiana Benth.
---Fagraea malabarica Blume
---Fagraea obovata Wall.
---Fagraea prainii Gand.
---Fagraea rostrata Blume
---Fagraea sasakii Hayata
---Gardenia heteroclyta J.König ex Blume
---Hillia longiflora hort. ex Lem.
---Solandra oppositifolia Moon
---Willughbeia ceilanica Spreng.
---Willughbeia obovata Spreng.
---Winchia cirrhifera Gardner ex Thwaites
ชื่อสามัญ     ---Perfume Flower Tree
ชื่ออื่น     ---ตังติดนก นางสวรรค์ โกงกางเขา ฝ่ามือผี
ชื่อวงศ์    ---GENTIANACEAE
เขตกระจายพันธุ์    ---ทวีปเอเชีย แถบประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย และทางตอนใต้ของหมู่เกาะไต้หวัน

 

ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น อิงอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น หรือขึ้นบนพื้นดิน หรือเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง3-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนาน กว้าง4-7ซม.ยาว10-25ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดทั้งสองด้าน ช่อดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกรูประฆัง โคนติดกันรูปกรวย ยาว2-5ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ หยักเว้าลึก เมื่อบานสีขาวอมเหลือง ขนาดดอกบาน5-6ซม. ผลรูปรีขนาด3-5ซม.
มักนำมาใช้ประกอบการจัดสวน ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมเย็นๆ ทรงพุ่มสวยตามธรรมชาติไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดแต่งกิ่งก้าน ใบใหญ่สวยสีเขียวเข้ม ไม่ค่อยมีการผลัดใบ ออกดอกอยู่เรื่อยๆเป็นระยะตลอดปี


หอมเจ็ดชั้น/Tarenna wallichii

ชื่อวิทยาศาสตร์     -----Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
ชื่อพ้อง    
---Ixora wallichii (Hook.f.) Kuntze
---Tarenna wallichii var. angustata Pierre
---Tarenna wallichii var. angustata Pierre ex Pit.
---Tarenna wallichii var. brunnea Craib
---Tarenna wallichii var. subglabra Craib
---Tarenna wallichii var. viridis Craib
---Webera wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ     -----Scent Pin Flower
ชื่ออื่น     -----หอมเจ็ดชั้น,จันทนาใบเล็ก
ชื่อวงศ์    -----RUBIACEAE
เขตกระจายพันธุ์    -----เอเซียเขตร้อน

 

        เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสุงได้ถึง 3เมตร ดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกดอกประมาณ เดือนตุลาคมขเดือนกุมภาพันธ์ ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน หากได้รับความชื้นพอสามารถออกดอกได้ในช่วงอื่นอีก ชอบที่ที่มีแสงแดดหรือแสงแดดครึ่งวันหรือปลูกในที่ร่มรำไรได้นิยมปลูกประดับตามสถานที่ต่าง ปลูกลงดินหรือปลูกให้     ออกดอก ในกระถางได้

ระยะเวลาออกดอก----ตุลาคม-กุมภาพันธ์

ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


หอมหมื่นลี้/Osmanthus fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์     ----Osmanthus fragrans Lour.
ชื่อพ้อง    
---Notelaea posua D.Don
---Olea acuminata Wall. ex G.Don
---Olea buchananii Lamb. ex D.Don
---Olea fragrans Thunb.
---Olea ovalis Miq.
---Olea posua Buch.-Ham. ex D.Don [Invalid]
---Osmanthus acuminatus (Wall. ex G.Don) Nakai
---Osmanthus asiaticus Nakai
---Osmanthus aurantiacus (Makino) Nakai
---Osmanthus intermedius Nakai
---Osmanthus latifolius (Makino) Koidz.
---Osmanthus longibracteatus H.T.Chang
---Osmanthus macrocarpus P.Y.Pai
ชื่อสามัญ     ----Fragrant Olive, Sweet Olive, Tea Olive.
ชื่ออื่น     ----สารภีฝรั่ง สารภีอ่างกา
ชื่อวงศ์    ----OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----เอเซียตะวันออก-เทือกเขาหิมาลัยและจีน
เขตกระจายพันธุ์    ---ไปทางใต้ของญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


หอมหมื่นลี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานพร้อมกันทั้งช่อหากดอกออกเต็มต้นจะสวยงามมากส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
ในธรรมชาติพบในดอยสูงทางภาคเหนือ แสดงว่าชอบอากาศเย็น แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ หรือในที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่ดอกจะน้อยและช่อดอกเล็ก

 

จำปีแขก/Magnolia figo


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Magnolia figo (Lour.) DC. Var. figo.
ชื่อพ้อง    
---Liriodendron figo Lour.   
---Michelia figo (Lour.) Spreng.
---Magnolia fuscata Andrews
---Magnolia fuscata var. annonifolia (Salisb.) DC.     
---Magnolia fuscata var. hebeclada DC.       
---Magnolia fuscata var. parviflora (Blume) Steud.   
---Magnolia parviflora Blume           
---Magnolia parvifolia DC.
---Michelia parviflora Deless.           
---Sampacca parviflora (Deless.) Kuntze
ชื่อสามัญ     ---Banana Shrub, Portwine Magnolia, Dwarf Chempaka, Brown-stalked Magnolia, Chinese Tulip Tree, Chempaka Ambon, Pisang-pisang, Kaum Chempaka
ชื่ออื่น     ---จำปีแขก
ชื่อวงศ์    ---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---จีนตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตกึ่งร้อนและเขตมาสุม

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.50 เมตร ปลายกิ่งมีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมแน่น แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่น ดอกออกที่ซอกใบ สีขาวนวลหรือสีเหลืองนวล  มักไม่ติดผลและเมล็ด ดอกออกทยอยเกือบตลอดปี ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงใกล้พลบค่ำ และ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน

 


จำปีแขกชอบอยู่กลางแจ้ง หมั่นแต่งกิ่งให้ออกกิ่งใหม่จะออกดอกได้ทุกกิ่ง ถ้าปลูกในกระถางต้องใช้กระถางขนาดใหญ่และหมั่นแต่งกิ่งควบคุมทรงพุ่มให้ดี

การขยายพันธุ์ ใช้วิธีตอนกิ่งหรือทาบกิ่ง โดยใช้จำปาเป็นต้นตอ บ้างเลยเรียกว่า จำปาแขก


มุจลินท์/Ravenia spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ravenia spectabilis
ชื่อพ้อง    ---Lemonia spectabilis
ชื่อสามัญ     ---Ravenia Pink, Lemonia
ชื่ออื่น     ---มุจลินท์
ชื่อวงศ์    ---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศคิวบา
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกากลาง แคริบเบียน


มุจลินท์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ตั้งแต่ 2-4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา ใบรูปยาวรี โคนปลายใบมน ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง มุจลินท์ใบเขียวดอกสีแดง ส่วนมุจลินท์ใบด่าง ดอกสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือตามยอด ออกเป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-5 ดอก  ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ชอบดินร่วนระบายน้ำดี การให้น้ำพอประมาณ แสงแดดเต็มวันหรืออยู่รำไรเล็กน้อย
ต้นที่มีใบด่างมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าRavenia spectabilis Planch. ex Griseb.

ระยะออกดอก----ตลอดปี
ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง


ประทัดใหญ่/Quassia amara

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Quassia amara  L.
ชื่อพ้อง    
---Quassia alatifolia Stokes
---Quassia amara f. paniculata (Engl.) Cronq.
---Quassia amara var. grandiflora Hemsl.
---Quassia amara var. paniculata Engl.
---Quassia crocea Vahl.
---Quassia officinalis Rich.
ชื่อสามัญ     ---Stave-wood, Sีuriname wood,Amargo, Bitter-ash, Bitter-wood, Hombre grande
ชื่ออื่น     ---ปิง อมรา ประทัดจีน
ชื่อวงศ์    ---SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้-บราซิล เปรู เวเนซูเอล่า โคลัมเบีย อาร์เจนติน่า กีอาน่า และสุรินัม
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

 

The name amargo means "bitter" in Spanish and describes its very bitter taste.

ภาษานี่ก็ไม่แปลล่ะนะท่าน จะเฉลยตอนจบ ไม้ต้นนี้นิยมปลูกประดับทั่วไป มักพบปลูกตามสวนพฤกษศาสตร์ รูปต้นนี้ก็ได้มาจากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระเทพฯ ที่จ.ระยอง
ประทัดใหญ่เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1.5-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากเป็นพุ่มเตี้ย เปลือกต้นเรียบ  สีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยมี 5 ใบ รูปรีหรือรูปไข่กลับ  ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบรวมสีแดงมีครีบแผ่ออกทั้งสองข้าง ใบอ่อนสีแดง ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีแดงสด กลีบดอกไม่บานจะหุ้มเกสรอยู่เป็นรูปกรวยคว่ำ ก้านช่อดอกสีแดง ผล เป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปไข่กลับ สีแดงคล้ำ
น้ำที่สกัดได้จากเนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้และยังสามารถนำมาใช้เป็นสารฆ่าแมลงได้ ซึ่งสารที่พบได้แก่สารที่มีรสขมจัด ชื่อว่า Amaroid และ Quassia ซึ่งอธิบายความหมายของประโยคภาษาอังกฤษที่ไม่ได้แปล

ระยะเวลาออกดอก----เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคมปีต่อไป
ขยายพันธุ์----- เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


สำมะงา

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Volkameria inermis L.
ชื่อพ้อง    
---Clerodendrum inerme (L.) Gaertn
ชื่อสามัญ     ---Bower Glory
ชื่ออื่น     ---สำมะลี สำลีงา เขี้ยวงู ส้มเนรา สำปันงา สักขรีย่าน
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง อินโดนีเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ออสเตรเลีย เอเซีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


ไม้ พุ่ม แต่รอเลื้อย สูงได้ถึง 2 เมตร มีขนนุ่มคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีกว้าง1.5-2วม.ยาว3-4.5ซม.ปลายใบทู่ ผิวใบเกลี้ยงหรืออาจมีขนประปรายทางด้านใต้ใบ
ดอก สีขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อย 3 ดอก ก้านช่อดอกยาว2-5ซม. ดอกย่อยรูปแจกันทรงสูง สีขาวอมชมพู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย มีกลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาว2-3ซม.เกสรผู้4อัน และเกสรเมีย 1 อัน มีก้านเกสรเรียวยาวสีม่วงแดงยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเด่นชัด


ผลสดรูปกลมหรือไข่กลับ มี4พู ขนาด1.2-1.8ซม.ผิวเกลี้ยง มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วผล ผลอ่อนสีเขียว สุกสีดำ เมล็ดแข็งมากส่วนใหญ่มี1-4เมล็ด
ออกดอกและผลเกือบตลอดปี


อ้างอิง, แหล่งที่มา

---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ BGO Plant Databases, The Botanical Garden OrganizationOrganization http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_page.asp
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=search
---เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.
---หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
---เอื้อมพร วีสมหมาย และคณะ. 2551. พรรณไม้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด.
---ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย.  http://www.thaibiodiversity.org/Life/LifeDetail.aspx?LifeID=38763
---สารานุกรมไม้ประดับในประเทศไทย(เล่ม1)โดยคณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์บ้านและสวน บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน)
---หนังสือ ไม้ประดับเพื่อการตกแต่ง(Ornamental Plants for Decoration) ศาศตราจารย์(พิเศษ)ดร.ประชิด วามานนท์

Check for more information on the species:


Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images        
            

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

2008-20017

update---20/4/2018

 

 

 

 


 

 

 


 


                 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view