สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 17/12/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,880,111
Page Views 12,430,529
 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

ไม้น้ำ ไม้ริมน้ำ

ไม้น้ำ ไม้ริมน้ำ

ไม้น้ำ-ไม้ชายน้ำ

 ถ้า ไม่ยกบทใหม่ก็ไม่รู้จะเอาต้นไม้พวกนี้ไปไว้ตรงไหน จะไม่เอ่ยถึง ก็มีหลายต้นที่น่าสนใจเหมาะกับสวนริมน้ำ และสวนน้ำ แต่คงไม่เลยเถิดไปไกลถึงขนาดจัดสวนในน้ำคือสวนที่มักจัดใส่ตู้ปลานั้น เพราะสำหรับเราแล้วไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

            เรามาดูกันว่า มีต้นอะไรบ้าง พูดถึงพวกเตยก่อนแล้วกัน พรรณไม้ในวงศ์ PANDANACEAE

หรือวงศ์เตยชื่อสกุล Pandanus และชื่อสามัญคือ Screwpine

เตยด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pandanus sanderi  Sander ex M.T. Mast
ชื่อสามัญ  Screw Pine
ชื่อวงศ์ PANDANACEAE
ถิ่นกำเนิด โพลินีเซีย

 ใน ธรรมชาติพบตามริมน้ำหรือบริเวณทั่วไปที่มีน้ำกร่อยแตกรากค้ำจุนที่โคน เหมาะ สำหรับปลูกเป็นไม้ริมตลิ่งเพราะรากค้ำยันจะช่วยป้องกันการพังทลายของดินได้ ต้นเป็นกอสูงประมาณ 0.30-0.90เมตร ใบออกจากลำต้นเวียนชิดกัน ใบแคบเรียยาวปลายใบแหลม ดอก มีกลิ่นหอม แต่จะออกดอกเมื่อต้นโดเต็มที่เท่านั้น การขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อมาปลูกไม่นิยมเพาะเมล็ด ขนาด ออกดอกยังใช้เวลานาน กว่าเมล็ดจะสมบูรณ์นำมาใช้เพาะได้ก็เลยเสียเวลารอแยกหน่อง่ายกว่าเพียงแต่ว่าตอนต้นเล็กใบยังไม่มีหนามควรเลี้ยงไว้ในที่ที่มี แสงแดดครึ่งวันพอต้นโตเต็มที่จะมีหนามเกิดขึ้นค่อยนำไปปลูกในที่มีแสงแดด ตลอดวัน



เตยด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pandanus tectorius Pakinson ex Du Roi
ชื่อสามัญ  White-striped Pandanus,Blue Screw Pine,
ชื่ออื่น  การะเกด ปาหนัน ปาแนะ
ชื่อวงศ์ PANDANACEAE
ถิ่นกำเนิด ตามชายหาดทั่วคาบสมุทรในแถบเส้นศูนย์สูตรรอบโลก
เขตกระจายพันธุ์

ไทย มาเลเซีย ออสเตรเลียตะวันออก และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

เตย ด่างต้นนี้ ด่างไม่เหมือนกับต้นข้างบน นิยมกันมากเหมือนกัน เตยพวกนี้เวลาโตเต็มวัยจะแตกกิ่งก้านสาขา เป็นกอเป็นพุ่ม

 นำมาใช้จัดสวนในพื้นที่กว้างได้ ไม่จำเป็นว่าจะใช้แต่อยู่ริมน้ำ ให้น้ำทั่วถึงก็แล้วกันไป



เตยหอม


ชื่อวิทยาศาสตร์  Pandanus amaryllifolius Roxb.
ชื่อสามัญ  Fragrant Pandanus
ชื่ออื่น  เตยหอม
ชื่อวงศ์ PANDANACEAE
ถิ่นกำเนิด
เขตกระจายพันธุ์

               เตย หอมนิยมปลูกเป็นไม้ประจำบ้านทั่วไทย เพราะกลิ่นหอมจากใบเตย ใช้เป็นภาชนะห่อและใส่เพื่อปรุงกลิ่น อาหาร คาวหวาน  และยังเป็นพันธุ์ที่ชาวสวนปลูกตัดใบออกจำหน่ายเป็นการค้า และนักจัดสวนยังนิยมนำมาปลูกประดับสวนชายน้ำที่สวยงามอีกชนิดหนึ่ง



เตยแก้ว

ชื่อพฤกษศาสตร์: Pandanus pacificus H.J. Vietch ex M.T. Mart.

วงศ์ : PANDANACEAE

เตย แก้ว หรือเตยญี่ปุ่น เป็นไม้ประดับที่นิยมกันทั่ว ใช้จัดสวนประดับริมน้ำในที่โล่งแจ้งที่มีเนื้อที่กว้างขวาง หรือปลูกริมตลิ่งยึดดิน ริมน้ำเป็นแนวยาว 

เพราะเตยแก้วขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก โดยการแยกหน่อของเตยชนิดนี้ไปปลูก ไม่ว่าจะแยกต้นเล็กต้นใหญ่ต้นนิดต้นน้อย เตยแก้วจะให้หน่อเป็นต้นเร็วจำนวนมาก

ท่านที่จะทำบ้านริมน้ำ ให้ปรับแนวตลิ่งให้ราบจัดสวนชายน้ำให้สวยงาม พวกนี้น้ำท่วมถึงก็ไม่เป็นไร ปลูกง่ายตายยาก น้ำลดมีหน่อมีเหง้าอยู่เดี๋ยวก็ขึ้นใหม่



เตยทะเล

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus odoratissimus L.f.

ชื่อ :  ลำเจียก การะเกด

วงศ์ : PANDANACEAE

เตย ต้นนี้สำคัญ ถ้าใครเคยได้ยินชื่อดอกลำเจียกแล้วไม่รู้ว่าต้นลำเจียกเป็นยังไง ก็ขอให้รู้ไว้ ว่าคือเตยทะเล นี่เอง (แต่แตกต่างกันตรงไหนเดี๋ยวจะเฉลย)ชาว ไทยมุสลิมเรียก มะกูแวปาตา (มะกูแปลว่า เตย ปาตาแปลว่า ทะเล) ชาวบ้านนิยมใช้ใบเตยทะเลมาตากแห้ง สานเสื่อและเครื่องใช้ ดอกเพศผู้มีกลิ่นหอมแรง  ชาวมาลายูและชาวไทยมุสลิมใช้เป็นเครื่องประทินผิว อบเสื้อผ้า และเรียกเตยชนิดนี้ว่า เตยหอม(คนละต้นกับคนไทยพุทธเรียก) ตรงกับคำว่า ปาหนัน หรือ ปะหนัน ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงนิพนธ์คำกลอนที่กล่าวถึง “กลิ่นดอกปาหนัน คล้ายกับกลิ่น จินตะหรา”แล้วเลยคิดไปถึงเพลง “ ปาหนันเจ้าเอยแสนงาม” ไปนู่น เดี๋ยวเรียกสติไม่คืน

            เตยทะเลเป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง 4-8 เมตรมีหนามสั้นๆทู่ๆ ที่ผิวของลำต้น มีรากอากาศช่วยค้ำจุนลำต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับกระจุกอยู่ที่ปลายยอด ขอบใบมีหนาม ดอกช่อออกที่ปลายยอด มีเฉพาะดอกตัวเมียไม่มีกลีบดอกห่อหุ้มด้วย ใบประดับรูปร่างเรียวยาวสีขาวมี กลิ่นหอม

เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามชายน้ำ ต้องการความชื้นและน้ำในปริมาณที่มาก ปลูกขึ้นดีในดินอุดมร่วนซุย หรือดินเหนียวปนทรายเป็นพืชท้องถิ่นในไทย มาเลเซีย ออสเตรเลียตะวันออก และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

            สำหรับต้นที่เรียกว่าลำเจียกต้นจะมีเฉพาะดอกตัวผู้ไม่มีกลีบดอกเหมือนกัน รูปที่เห็นเป็นรูปดอกลำเจียก 


เตยหนู

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pandanus odoratissimus
ชื่อสามัญ  Karaket Nu, Pandanus Palm
ชื่ออื่น  เตยปาหนัน เตยหนาม
ชื่อวงศ์ PANDANACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อนทั่วไป

ต้นเป็นกอ ต้นที่มีอายุยังอ่อนลำต้นจะสูงจากดินประมาณ 10-15ซ.ม. แต่ต้นที่แก่มากจะสูงจากดิน 90-120 ซ.ม.หรือมากกว่านั้น แล้วแต่อายุการเจริญเติบโต ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับกันแน่น รูปขอบขนานแคบ  ตามขอบใบและเส้นกลางใบทางต้านล่างมีหนามเล็กๆ หนาแน่นแต่หนามบริเวณหลังของใบจะสวนทางกันกับหนามของใบ

 ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ออกตามปลายยอด ดอกเล็กมีจำนวนมาก ติดกันบนแกนของช่อ ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ช่อดอกเพศเมียตั้งตรง มีดอก 4 - 6 ดอก กาบรูปท้องเรือ ขอบจักฟันเลื่อยละเอียด ผลรูปรี ขนาดประมาณ 1.5 ซม.

ชอบขึ้นที่ดินร่วนปนทรายและขยายพันธ์ได้รวดเร็วมาก



กกอียิปต์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cyperus papyrus L.
ชื่อสามัญ 

Egyptian paper plant, Papyrus, Egyptian paper reed, Papyrus sedge, Paper reed, Indian matting plant, Nile grass

ชื่ออื่น  กกอียิปต์
ชื่อวงศ์ CYPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ซูดาน อียิปต์
เขตกระจายพันธุ์

Africa, Madagascar,  Mediterranean countries,S-E-A

                  ชาวอียิปต์ในสมัยไอยคุปต์โบราณถือว่า กกอียิปต์ เป็นพืชที่มีความสำคัญ เนื่องจากพืชชนิดนี้ใช้ในการผลิตเสื้อผ้า ใบเรือ เชือก และกระดาษที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอยคุปต์ โดยนำไส้ใยของพืชชนิดนี้มาแผ่ออกสองด้านเท่ากันจากนั้นไขว้เส้นใยตั้งฉากทับ เส้นใยอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นใช้น้ำจากเยื่อของต้นไม้ที่มีลักษณะเหนียวคล้ายกาว เชื่อมประสานแต่ละชั้นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นแผ่นกระดาษ รวมกันเป็นม้วน และทำหนังสือ ซึ่งเล่มหนึ่งจะมีกระดาษ 20 แผ่น  

              กก อียิปต์หรือกกกระดาษ มีลักษณะใหญ่กว่ากกทั่วไป มีความสูง 2 เมตรหรือมากกว่านั้น กกอียิปต์จะงอกงามดีในน้ำตื้นหรือพื้นที่เป็นหนองน้ำ ชอบแสงแดดจัด  แต่ควรมีที่กำบังลมซึ่งอาจพัดให้ก้านใบหักได้

                   ยังมีกกร่มหรือกกรังกา ( Cyperus involucratus : Umbrelle grass) เป็น กกขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 1.5 เมตรมีใบโค้งงอเป็นรูปทรงกลมสวยงามจนดูเหมือนซี่ลวดของร่ม บริเวณจุดนี้จะมีดอกเล็กๆขึ้นโดยรอบ  กกชนิดนี้ชอบพื้นที่ร่มเงามีความชุ่มชื้นและชุ่มน้ำ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภาชนะหรือกระถางที่มีจานรองน้ำขังตลอดเวลาจัดเป็น พืชน้ำในร่มที่ดูแลรักษาง่าย เพียงแต่ต้องตัดก้านใบที่เสียทิ้งเท่านั้น

กกรังกา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus alternifolius L.,

ชื่อสามัญ :Umbrella plant, Flatsedge

วงศ์ : CYPERACEAE

                                   เป็นกกขนาดใหญ่ในสกุล Cyperus  ถูกนำไปปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับทั่วโลกชอบที่ชื้นแฉะ ขึ้นในที่ระดับต่ำ ตามหนอง บึง

กกรังกาเป็นพืชที่มีลำต้นออกเป็นกอมีหัวอยู่ใต้ดิน  ลำต้นมีความสูงประมาณ 100-150 ซม. ลำต้นตั้งตรงไม่มีกิ่งก้าน ลำต้นกลมสีเขียว ใบแผ่ซ้อนกัน อยู่ปลายยอดของลำต้น จะมีใบประมาณ 18-25 ใบ ดอกออกเป็นกระจุก อยู่รวมกันเป็นใบ ดอกมีขนาดเล็ก เป็นสีขาวแกมเขียว ก้านดอกเป็นเส้นเล็ก ๆ สีเขียว ดอกเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ ผลแห้ง รูปรีหรือรูปไข่  สีน้ำตาล เปลือกแข็ง มีเมล็ดเดียว


กกสามเหลี่ยมแห้วกระดาน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scirpus grossus L.f.

ชื่อสามัญ : Bulrush

ชื่ออื่น : กกปรือ, กกคมบาง, กกตะกรับ, กกสามเหลี่ยม, กกตาแดง

วงศ์ : CYPERACEAE

ลำ ต้นใต้ดินเป็นหัวแข็งสีดำ รากเป็นฝอยและมีไหลแตกจากโคนต้น ลำต้นเหนือดินประกอบด้วยใบและลำต้นที่สร้างช่อดอก ลักษณะลำต้นใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมแหลม สูง1-2เมตร ใบหนาเรียว ยาว50-100ซม.กว้าง1-2 ซม. แผ่นใบเป็นร่องตามยาว ช่อดอกเป็นช่อรวม ที่ประกอบด้วยก้านช่อดอกแตกเป็นแขนงย่อยจากปลายลำต้น มีใบประดับรองรับช่อดอก3-4 ใบยาว30-80ซม.มีประมาณ 10แขนง ความยาวแตกต่างกัน แขนงนี้ยังแตกแขนงย่อยลงไปอีกหลายชั้น ที่ปลายแขนงมีช่อดอกย่อยสีน้ำตาลไหม้ สมบูรณ์เพศ ผลเป็นผลเดี่ยวแบบแห้งแข็งไม่แตก

พบตามแหล่งน้ำขัง หนองน้ำ ริมคลองและนาข้าวทั่วไป ต้นเหนือดินนำมาทอเสื่อได้


กกเล็ก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus pulcherrimus Willd. & Kunth

ชื่อสามัญ : Elephant Cyperus

ชื่ออื่น : หญ้าฮงกา, แห้วหมูนา, กกขี้หมา

วงศ์ : CYPERACEAE

กก อายุฤดูเดียว ลำต้นใต้ดินเป็นหัวแข็ง ลำต้นเหนือดินแตกเป็นกอ ลำต้นที่สร้างช่อดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม สูงประมาณ25-50 ซม. ใบเล็กเรียวยาว20-40ซม. ช่อดอกเป็นช่อรวมแบบคันร่ม มีใบประดับรองรับช่อดอก 3 ใบ ยาว5-10 ซม. มีแขนงย่อยแตกจากจุดเดียวกัน6-9แขนง ขนาดยาวไม่เท่ากันแต่ละแขนงย่อยยังแตกเป็นแขนงย่อยอีก และที่แขนงย่อยนี้มีช่อดอกย่อยยาวแบนติดที่ปลายแขนงเป็นกระจุกแบบคันร่ม ช่อดอกย่อยประกอบด้วยดอกย่อย15-25ดอก ดอกย่อยติดกับก้านช่อดอกเป็น2แถว ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่แล้วไม่แตก

ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง ตามหนองน้ำและนาข้าวทั่วไป


กกขนาก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus difformis L.

ชื่ออื่น : Small flower umbrella plant

วงศ์ : CYPERACEAE

กก ขนาดเล็กที่มีอยุเพียงฤดูเดียว ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ลำต้นเหนือดินแตกเป็นกอ ประกอบด้วยใบ2-3ใบ ลำต้นและใบค่อนข้างอ่อน ช่อดอกเป็นช่อรวมแบบคันร่ม ประกอบด้วยแขนงย่อยที่แตกออกจากจุดเดียว 5-9แขนง แต่ละแขนงมีช่อย่อยติดอยู่เป็นกระจุกกลมแน่น ขนาด5-15มม. ชอบขึ้นตามที่น้ำขังแฉะ ตามข้างตลิ่งริมคูน้ำ หรือตามนาข้าวทั่วไป


กกทราย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus iria L.

ชื่อสามัญ: Umbrella sedge, Rice Flatsedge

ชื่ออื่น : กกหัวแดง, หญ้ารังกาขาว

 วงศ์ : CYPERACEAE

กก อายุฤดูเดียว ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นๆลำต้นเหนือดินมักแตกเป็นกอ ประกอบด้วยใบและลำต้นที่สร้างช่อดอกสูง 10-60 ซม.

ใบเรียวยาวปลายแหลม โคนก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้นที่สร้างดอกไว้แน่น ใบยาว10-20ซม. กาบใบสีแดงหรือสีม่วงน้ำตาล ช่อดอกเป็นช่อรวมแบบคันร่ม มีใบประดับรองรับช่อดอก 3-5 ใบ ช่อดอกประกอบด้วยแขนงที่แตกจากจุดเดียวกันประมาณ3-8แขนง ขนาดยาวไม่เท่ากัน ช่อดอกย่อยลักษณะแบนมีดอกย่อย6-24 ดอก ดอกย่อยติดกับก้านช่อดอกย่อยเป็น2แถว

ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่ไม่แตก

พบขึ้นได้ทั้งในน้ำและบนบก ตามริมถนนที่มีคูน้ำ ตามดินทรายที่น้ำขังแฉะหรือในนาข้าวทั่วไป


กกดอกขาว

 ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyperus brevifolius (Rottb.) Hassk.

ชื่อสามัญ:  Green Kyllinga

ชื่ออื่น : กกตุ้มหู,หญ้าหัวโม่ง

วงศ์ : CYPERACEAE

เป็นพืชจำพวก หญ้ามีอายุยืนหลายปี ลำต้นอยู่ใต้ดิน  เลื้อยทอดขนานไปกับดิน ชูส่วนที่เป็นยอดและช่อดอก สูง 15-20 เซนติเมตร มีกาบหุ้มลำต้นสีน้ำตาลอมแดง ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร

ระบบรากเป็นระบบรากฝอยออกตามข้อของลำต้นใต้ดิน

 ใบเดี่ยวออกจากส่วนโคนของลำต้น ใบมีรูปร่างเรียว ยาวประมาณ 5-15 เซนติเมตร ขอบใบเรียว มีปลายใบที่แหลม ฐานใบมีสีน้ำตาลแดงแผ่ห่อหุ้มลำต้น

ดอกออกเป็นช่อแบบhead มีดอกย่อยเป็นจำนวนมากอัดแน่นอยู่ที่ปลายยอดของลำ  ช่อดอกสีเขียวอ่อน เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ ผลมีลักษณะค่อนข้างแบน กลมรี

กกแก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Rynchospora nervosa Boeck

ชื่อสามัญ : Star grass
วงศ์: CYPERACEAE

ไม้ ริมน้ำสูง 30-50 ซม.ลำต้น เจริญเป็นกอมีเหง้าเล็กๆ ใต้ดิน ลำต้นเหนือดินเป็นเหลี่ยมที่เกิดจากกาบซ้อนกันแน่น ใบรูปหอกเล็ก ปลายเรียวแหลม ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก สีขาว มีกาบรองช่อดอกเรียวแหลม สีขาว ปลายเขียว

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ ออกดอกตลอดปี



กระจูด

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lepironia articalata

วงศ์ : CYPERACEAE










ไม้จำพวก "กก" ลำต้นกลมสีเขียวอ่อน สูงประมาณ 1 - 2 เมตร ออกดอกเป็นกระจุกแน่นคล้ายดอกกระเทียมที่ข้างลำต้นใกล้ยอดกระจุกหนึ่ง แต่มีช่อดอกปลายลำต้นอีกหนึ่งช่อซึ่งมีใบเล็กประกอบช่อด้วย ต้นกระจูด นำไปฝึ่งแดดให้แห้งสนิท สามารถนำมาผลิตงานจักสานเป็น เสื่อปูรองนั่งที่เรียกกันว่า 'เสื่อกระจูด'

ชอบขึ้นในพื้นที่น้ำขังซึ่งเรียกว่าโพระหรือพรุ มีถิ่นกำเนิดจากทางเกาะมาดากัสการ์ มอริเซียส ลังกา สุมาตรา แหลมมาลายู และหมู่เกาะต่าง ๆ ในแหลมมาลายู อินโดจีนตอนริมฝั่งทะเล ฮ่องกง บอร์เนียว ตลอดถึงออสเตรเลีย ริมฝั่งตะวันออก


จอก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pistia stratiotes L.
วงศ์ : ARACEAE

     

       ไม้ น้ำขนาดเล็ก ล้มลุกหลายฤดู ลำต้นสั้น มีไหลซึ่งแตกแขนงและทอดยาวขนานกับผิวน้ำ รากยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร มีรากเป็นเส้นฝอยๆจำนวนมากที่โคนต้น  ใบเดี่ยว เป็นแผ่นกว้าง เวียนเป็นเกลียวถี่ๆ รอบต้น ดอกสีขาวหรือเขียวอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ขนาดเล็กมาก มีใบประดับสีเขียวอ่อนเป็นแผ่นหุ้มอยู่ตรงซอกใบ เนื่องจากดอกเล็กมาก และซ่อนอยู่ตามซอกใบจึงมักไม่มีใครเห็น ทำให้เข้าใจกันว่า จอกเป็นพืชไม่มีดอก ผลสดมีหลายเมล็ด เป็นยาพื้นบ้านทางอีสานใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่มขับปัสสาวะ
จอกนี่ไม่ใช่ จอกๆนะ สมัยก่อนลอยเป็นแพเต็มบ้านเต็มเมือง เดี๋ยวนี้เอามาเลี้ยงใส่ตุ่มไว้ดูเล่น ว่ามันน่ารัก
ด้วยการ ทึ่จอก ขยายพันธุ์โดยแตกหน่อใหม่จากไหล จึง เพิ่มปริมาณ และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก เป็นปัญหาแก่แหล่งน้ำ นำจอกมาใส่ตุ่มตกแต่งสวนน้ำเฉพาะที่แบบนี้ก็ได้อยู่ อย่าโยนลงบ่อเชียว


ผักตบชวา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eichornia crassipes (Mart.) Solms.

ชื่อสามัญ : Water - Hyacinth

ชื่ออื่น : ผักป่อง ผักตบป่อง
วงศ์ : PONTEDERIACEAE


ไม้ น้ำล้มลุกหลายฤดู ลำต้นเป็นกอลอยไปตามน้ำหรือถ้าน้ำตื้นก็หยั่งรากลงดิน รากยาวและเกิดแน่นเป็นกระจุก  ก้านใบพองอวบน้ำข้างในเต็มไปด้วยช่องอากาศคล้ายฟองน้ำ ดอกสีม่วงอ่อนออกเป็นช่อ ขยายพันธุ์โดยการเกิดไหลตามซอกใบแล้วเจริญเป็นต้นอ่อนที่ปลายไหล


กระจับ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trapa bispinosa Roxb.
วงศ์ : TRAPACEAE


ไม้ น้ำล้มลุกหลายฤดู เป็นกอลอยอยู่เหนือน้ำ ดอกสีขาว บานเหนือน้ำ แต่เมื่อเป็นผลจะจมลงในดิน ผลมักเรียกกันว่า ฝักกระจับ มีสีดำเปลือกหนา แข็ง และมีเขางอโค้งคล้ายเขาควาย เนื้อในฝักรับประทานได้ แต่ต้องต้มสุกก่อน ระวังพยาธิใบไม้


ปรงไข่

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Acrostichum aureum L.

 ชื่อสามัญ : Leather fern หรือ Swamp fern

ชื่ออื่น : ปรงทะเล ปรงแดง ผักชล ปรงทอง ปรงใหญ่

วงศ์ : PTERIDACEAE


 มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ชอบขึ้นอยู่ตามที่ชื้นแฉะ ส่วนมากมักพบตามบริเวณใกล้แหล่งน้ำ เป็นพืชที่ความทนทานสูงและมีอายุยืน

ปรงไข่ สูงประมาณ 1-3 เมตร เป็นไม้พื้นล่าง ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื้นและชื้นแฉะ เช่น ป่าชายเลน และบริเวณแหล่งน้ำต่าง ๆ

ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินลักษณะขนานไปกับพื้น ส่วนใบจะชูขึ้นมาเป็นกอด้านบน ด้านล่างของโค่นต้นจะมีรากค้ำยัน

ใบมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือตอนที่ต้นปรงไข่ยังมีขนาดเล็กจะมีลักษณะ แบบใบเดียวเป็นรูปไข่ สีเขียวและขอบขนาน เมื่อโตขึ้นจะลักษณะแบบใบประกอบขนนกคล้ายหอกแต่ปลายมน มียอดอ่อนสีแดง ลักษณะหนาหยาบมีการสร้างสปอร์อยู่ใต้ใบ ที่ท้องใบมีจุดสีน้ำตาลแดง

เป็นพืชที่ชอบดินชุ่มชื้นมีความชื้นสูงและมีอินทรีย์วัตถุมาก ชอบแสงแดดจัดจนถึงปานกลาง

พบมากในป่าชายเลนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และส่วนมากของประเทศไทยจะพบที่ภาคใต้และภาคตะวันออก



พุทธรักษา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Canna x generalis L.H. Bailey

ชื่อสามัญ : Canna

ชื่ออื่น : พุทธรักษา
วงศ์ : CANNACEAE

วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันพ่อแห่งชาติตั้งแต่ พ . ศ . 2523 เป็นต้นมา
ดอกพุทธรักษาคือดอกไม้สัญลักษณ์ วันพ่อแห่งชาติ
ไม้ ล้มลุกหลายฤดูมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ชอบขึ้นตามที่แฉะๆริมน้ำมีการเจริญเติบโตโดยแตกหน่อเป็นกอ  ใบใหญ่คล้ายใบตองแต่เล็กว่า ดอกออกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น แต่ละดอกขนาดใหญ่สีสวยสดุดตา มีหลายสี เช่น แดง แสด เหลือง ชมพู กลีบดอกบางนิ่ม ขนาดของดอกและสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ ผลกลมผิวขรุขระ แก่แล้วแตกภายในมีเมล็ดกลมสีดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือแยกหน่อ
พบตามหนองน้ำหรือริมน้ำที่โล่งแจ้ง

พุทธรักษาไทย



ชื่อวิทยาศาสตร์  Canna Qlauca L.
ชื่อสามัญ  Canna,Aquatic Canna
ชื่ออื่น  พุทธรักษา
ชื่อวงศ์ CANNACEAE
ถิ่นกำเนิด
เขตกระจายพันธุ์

ไม้ ล้มลุกหลายฤดูมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นมีความสูงประมาณ 0.80-1.00เมตร ดอกสีขาวขุ่นอมเหลือง 
ชอบขึ้นตามที่แฉะๆริมน้ำมีการเจริญเติบโตโดยแตกหน่อเป็นกอ 


โสน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesbania javanica Miq.

ชื่ออื่น : โสน โสนดอกเหลือง ผักฮองแฮง
วงศ์ : LEGUMINOSAE

 ไม้พุ่มขึ้นในน้ำหรือตามที่แฉะๆ สูงประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นตั้งตรง

มีกิ่งก้านเล็กน้อยตอนบน ใบเล็กเป็นฝอย ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ ลักษณะดอกคล้ายดอกถั่ว  มีฝักเมื่อแก่จัด คล้ายฝักถั่วเขียวแต่ยาวกว่ามาก

เป็นพืชประจำถิ่นในทวีปเอเชียและแอฟริกา ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วไปในที่ชื้นแฉะ โดยเฉพาะตามริมคลองและริมคันนา



บัวหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nelumbo nucifera Gaerth.

ชื่อสามัญ : Lotus
ชื่ออื่น : บัวหลวง ปทุมชาติ

วงศ์ : NELUMBONACEAE

ไม้ น้ำต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่วันประสูติิของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะที่ต่างจากไม้น้ำพันธุ์อื่นที่อยู่ในวงศ์ เดียวกันคือ ก้านใบส่งใบชูเหนือน้ำ ใบมีไข ทำให้น้ำและของเหลว จับบนใบไม่ได้
ปทุม - ดอกสลวย สีชมพู
  ปุณฑริก - ดอกสลวยสีขาว
สัตตบงกช - ดอกป้อมสีชมพูซ้อนมาก
สัตตบุษย์ - ดอกป้อมสีขาวซ้อนมาก


บัวเผื่อน

ชื่อสามัญ : Water Lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea stellata Willd.
ชื่ออื่น : บัวเผื่อน
วงศ์ : NYMPHAECEAE

อุบล ชาติล้มลุกบานกลางวัน ดอกเล็ก ชูเหนือน้ำบานวันแรกสีครามและจะเปลี่ยนเป็นสีขาววันสุดท้าย ปลายกลีบดอกสีคราม จึงเรียกว่า บัวเผื่อน เป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทย ขึ้นตามคูคลอง หนอง บึง ทั่วไป นักพฤกษศาสตร์ชาวตะวันตกเรียก Blue Lotus of India  ..แปลกนะ.. ทำไมไม่ of Thai ไม่รู้..ตู่ของเราเอาไปให้คนอื่น แล้วตั้งชื่อ ซะเพราะ



บัวผัน

ชื่อสามัญ : Water Lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea capensis Thunb.
ชื่ออื่น : บัวผัน
วงศ์ : NYMPHAECEAE

อุบล ชาติล้มลุกบานกลางวัน ดอกใหญ่ชูเหนือน้ำ เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นตามริมคลองหนองบึง ส่วนใหญ่จะมีสีคราม สีฟ้าอ่อน - เข้ม หรือสีม่วง (จึงมีชื่อเรียกทางท้องถิ่นว่า บัวขาบ บัวนิล )

บัวสาย

ชื่อสามัญ : Water Lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Linn.
ชื่ออื่น : บัวสาย ลินจง
วงศ์ : NYMHHAECEAE


อุบลชาติประเภทล้มลุก บานกลางคืน เป็นไม้พื้นเมืองในเขตร้อน พันธุ์พื้นเมืองของไทยได้แก่
บัวแดง - สัตตบรรณ รัตตอุบล
บัวขาว - เศวตอุบล
ดอกสีชมพู - โกมุท
มีผู้เรียกว่าลินจง หรือบัวสาย เพราะก้านดอกเป็นอาหาร ประเภทผัก



บัววิคตอเรีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Victoria amazonica (Poepp.) Sowerby
ชื่อสามัญ  Victoria Waterlily, Royal Waterlily
ชื่ออื่น  บัวกระด้ง
ชื่อวงศ์
ถิ่นกำเนิด
เขตกระจายพันธุ์

ชนิด นี้ขึ้นในที่อากาศค่อนข้างร้อน ชนิดที่ชอบขึ้นในที่อากาศค่อนข้างเย็นคือ Victoria cruzianica เป็นบัวที่มีต้นกำเนิดจากลุ่มแม่น้ำอเมซอน ในทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะใบที่ใหญ่โตลอยอยู่บนผิวน้ำที่โตกว่ากระด้งฝัดข้าว มาปลูกในไทยเลยเรียกกันว่าบัวกระด้ง อีกชื่อ ลักษณะที่แตกต่างจากบัวชนิดอื่นคือมีหนามทั่วลำต้น ก้านใบหลังใบและดอก


ลานไพลิน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bacopa caroliniana Schumach. & Thonn.
วงศ์ : SCROPHULARIACEAE

ลำ ต้นอวบน้ำกลมเรียวยาวและตั้งตรงสูงประมาณ 10ซ.ม ปลายยอดชูตั้งดอกเดี่ยวสีม่วงอมน้ำเงิน ชอบขึ้นในที่น้ำขังขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ เหมาะที่จะคลุมปากบ่อ ริมน้ำ หรือใส่อ่าง เป็นไม้ที่นิยมพอกันกับแว่นแก้ว



ธูปฤาษี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Typha angustifolia L.
วงศ์ : TYPHACEAE


เป็นวัชพืชล้มลุกอายุหลายปี  สูง 1.5-3 เมตรเหง้ากลม แทงหน่อขึ้นเป็นระยะสั้นๆ ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว ใบเป็นรูปแถบแบน แตกสลับกันเป็นสองแถวด้านข้าง มีกาบใบ

ช่อดอกเป็นสีน้ำตาล รูปทรงกระบอก แยกเพศบนก้านเดียวกัน ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ดอกมีจำนวนมาก ติดกันแน่น สีน้ำตาล ลักษณะคล้ายธูปดอกใหญ่ ก้านช่อดอกกลม แข็ง ดอกแก่จะแตกเห็นเป็นขนขาวฟู

ผลเล็กมาก เมื่อแก่แตกตามยาวเมล็ดมีขนอ่อนนุ่ม ขยายพันธุ์ได้เร็วมากโดยการที่เมล็ดปลิวไปตามลม มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลกในเขตร้อนและเขตอบอุ่น สำหรับประเทศไทยพบในทุกภูมิภาค ขึ้นตามพื้นที่ชุ่มน้ำ พบได้ทั่วประเทศ

การนำธูปฤาษี มาใช้จัดสวน ต้องควบคุมขนาดของกอไว้ให้ดีเพราะจะแตกกอแน่นเร็วตามนิสัย 

ขยายพันธุ์โดยการใช้เหง้าและเมล็ด


กระจับแก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ludwigia sediodes ( Humb. & Bonpl.) Hara
วงศ์ : ONAGRACEAE

พืชล้มลุกลำต้นมีรากออกตามข้อ  ก้านและขอบใบสีม่วงแดง ดอกสีเหลืองสด


ผักแว่น

ชื่อสามัญ : Clover fern, Water clover, Pepper wurt.

วงศ์ : MARSILEACEAE

ไม้ ทอดเลื้อยตามชายน้ำ อาศัยอยู่ในน้ำตื้น หรือชายตลิ่งที่มีน้ำท่วมถึง ผักแว่นมีเหง้าผอมยาวเรียว แตกสาขาได้ไม่แน่นอน ก้านใบมักอยู่ติดกัน ใบมีใบย่อยสี่แฉก เมื่อยังอ่อนใบจะม้วนงอเมื่อโตก็จะคลี่ออกขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือไหล อีกชนิดคือผักแว่นขน(Bristly water-clover) ลักษณะจะใกล้เคียงกับผักแว่นธรรมดา แต่ใบจะหนากว่า สีเขียวอ่อนกว่าและคลุมไปด้วยขนสีเงินหนาแน่น


แว่นแก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centella asistica (Linn.) Urban

ชื่อสามัญ : Water Pennywort

วงศ์ : UMBELLIFERAE

พืช เลื้อยคลุมดินมีรากตามข้อและลำต้นใบสีเขียวขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบหนาเป็นมัน พุ่มใบชูขึ้นรับแสง ชอบแดดจัด ถ้าปลูกในร่ม ก้านใบจะหยักมีดอกเล็กๆ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้นที่มีรากติดอยู่ แว่นแก้วปลูกอยู่ในบริเวณที่มีน้ำตื้นหรือริมน้ำคลุมปากบ่อ หรือจะเลี้ยงในอ่างหรือกระถางก็ได้



บัวบก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centella asistica (Linn.) Urban
วงศ์ : UMBELLIFERAE

ชื่อสามัญ : Asiatic Pennywort

                   ไม้ ล้มลุกลำต้นทอดเลื้อยตามพื้นดินขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ริมห้วย ริมน้ำ มีใบและรากออกตามข้อ ใบเดี่ยว โคนใบเว้าลึก ขอบใบหยัก ผิวใบเรียบ ก้านใบยาวตรง ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม ดอกขนาดเล็กมาก ชอบแสงแดดรำไร

ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้น


ถอบแถบน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Derris trifoliate Lour
วงศ์ :LEGUMINOSAE

ไม้เถาทอดเลื้อยไปตามพื้นดินยาว5-10 เมตรดอกออกตามง่ามใบดอกมีสีขาวก่อนเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน



ฝิ่นน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrocleys nymphoides (Willd.) buchenau
วงศ์ : LIMNOCHARITACEAE


ลำ ต้นมี ลักษณะเป็นสายยาวใบแตกออกเป็นกลุ่มตามข้อของลำต้นดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบกลีบดอกมี3กลีบติดกันเป็นรูปถ้วย เป็นไม้ต่างประเทศที่นำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับชอบขึ้นในที่น้ำตื้น



ว่านน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Acorus calamus L.
วงศ์ : ARACEAE

                                  ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินเป็นแท่งค่อนข้างแบน ใบแข็งตั้งตรงเรียวยาว ปลายใบแหลม ใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง ดอกออกเป็นช่อมีสีเขียวขนาดเล็กอัดแน่นเป็นแท่งกระบอก ทั้งใบเหง้ารากมีกลิ่นฉุน


ผักปลาบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mardannia nudiflora
วงศ์ :COMMELINACEAE


ไม้ขนาดเล็กลำตันเรียวมีรากฝอยสูงราว50ซ.ม ดอกเป็นกระจุก1-10ดอกสีม่วงหรือฟ้าอ่อนขยายพันธุ์ด้วยการชำลำต้นหรือเพาะเมล็ด


บัวอเมซอน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Echinodorus cordifolius (L.) Griseb
วงศ์ : ALISMATACEAE

พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าสั้นๆอยู่ใต้ดิน เหนือดินเป็นกอ ดอกสีขาวออกเป็นช่อประกอบมีดอกย่อยจำนวนมาก



แหนเป็ดเล็ก

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Lemna perpusilla Torr.

ชื่อสามัญ : Common duckweed, Lesser duckweed

ชื่ออื่น : แหน, กาแหน, แหนเล็ก

พืช ลอยน้ำขนาดเล็ก ทัลลัสสีเขียวสด ลอยปริ่มน้ำหรือเหนือผิวน้ำเล็กน้อย หรือติดเป็นกลุ่ม ด้านใต้ทัลลัสมีรากเพียง1ราก ดอกออกเป็นช่อเล็กๆเกิดอยู่ภายในถุงตรงขอบทัลลัส ผลขนาดเล็กมาก มี1เมล็ดที่สามารถงอกได้ทันที พบในแหล่งน้ำทั่วไป


แหนแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Azolla pinnata


ลำ ต้นเป็นแท่งสั้นทอดเลื้อยแตกสาขาแบบสลับ ทรงต้นเป็น รูปสามเหลี่ยมมีรากจมอยู่ในน้ำยาวและมีรากขนอ่อนมากมาย ใบแตกเป็น2พู  สีม่วงถึงชมพูและแดง ในต้นที่มีอายุมาก ผิวบนมีปุ่มเล็กๆและมีเยื่อเหนียวกึ่งใสอยู่ในบริเวณขอบ

แหนแดงเป็นพืชน้ำมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เป็นทรัพยากรที่ใช้ไม่หมดสิ้น และแหนแดงมีโปรตีนสูง เน่าสลายปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย มีประโยชน์ดังนี้

ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวทดแทนปุ๋ยเคมีไนโตรเจน

    ลดปริมาณวัชพืชในนาข้าว แหนแดงจะคลุมผิวน้ำป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องลงไปในน้ำ ทำให้วัชพืชในน้ำเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่

บัวบา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphoides indica (L.) O. Kuntze

ชื่อสามัญ : Water Snow Flake

ชื่ออื่น : ตับเต่าใหญ่

วงศ์ : GENTIANACEAE

พืช ลอยน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นเป็นไหลกลมเรียวยาวลอยอยู่ในน้ำ ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจน ถ้าน้ำตื้นรากอาจเกิดจากข้อ ยึดกับพื้นดิน ใบเดี่ยวก้านใบสั้นแผ่นใบเหมือนใบบัวลอยบนผิวน้ำ แผ่นใบหนาสีเขียวสด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใบประมาณ 30 ซม. ดอกเดี่ยวเกิดเป็นกระจุกที่ข้อลำต้นตรงโคนก้านใบ ขนาดดอกประมาณ 5 ซม. เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงสีเขียว5-8กลีบ กลีบดอกสีขาวจำนวนเท่ากับกลีบเลี้ยง โคนกลีบเชื่อมติดกัน ขอบกลีบดอกแตกเป็นครุยละเอียด โคนดอกด้านบนเป็นสีเหลืองสด ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่แล้วแตก  

พบได้ตามแหล่งน้ำนิ่ง บึง บ่อ หนองน้ำและตามลำคลองทั่วประเทศ


คล้าน้ำช่อห้อย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thalia dealbata J.Fraser.
วงศ์ : MARANTHACEAE

ไม้ ขึ้นเป็นกอลำต้นเป็นเหง้าอยู่เหง้าใต้ดินใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับดอกออก เป็นช่อแยกแขนงจากกอชูสูงขึ้นสีม่วงเข้มปลายก้านแตกหลายแขนงชนิดนี้เป็นคล้า น้ำช่อตั้งส่วนคล้าน้ำช่อห้อยคือThalia geniculata L. ลักษณะทั่วไปคล้ายกันต่างกันตรงช่อดอก ที่ตั้งขึ้น และห้อยลง


คล้าน้ำช่อตั้ง


พลับพลึง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hymenocallis.,Salisb.
ชื่อสามัญ : Spider Lily
ชื่ออื่น : พลับพลึง กทม,ว่านตะเภาใหญ่
วงศ์ : AMARYLLIDACEAE


พลับพลึง ตีนเป็ด เป็นพืชพวกพลับพลึงชนิดหนึ่ง ที่มีลำต้นเป็นหัว หรือ เหง้าใต้ดิน และจะชูใบขึ้นมาเหนือดินในลักษณะติดกันเป็นกอ ดอกจะชูก้านขึ้นมาเหนือกอ ก้านหนึ่งมีดอกประมาณ 4-8 ดอก ซึ่งจะทยอยกันบานทีละ 2-3 ดอก ดอกหนึ่งจะมี 6 กลีบ สีขาว กลีบดอกจะเรียวยาว  เกสรมีอยู่ 6 เส้น ตอนปลายเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล มองดูจะคล้ายกับตัวแมงมุม จะออกดอกเป็นระยะตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อเป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ในที่ร่มและกลางแสงแดดจัด



พลับพลึงแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crinum amabile.,Donn.
ชื่อสามัญ : Milk-And-Wine Lily, Giant Lily
วงศ์ : AMARYLLIDACEAE


พลับพลึงแดงออก ดอกเป็นช่อใหญ่ โดยมีก้านดอกพุ่งออกมาจากกอ ยาวประมาณ2-3ฟุต ช่อดอกหนึ่งมีดอกราว 10-15ดอก สีแดงอมม่วงอ่อน มีกลิ่นหอม ออกดอกปีละครั้งในเดือนกันยายน-ตุลาคม ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ และต้องปลูกในที่ลุ่ม หรือในที่ๆมีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดเวลาจะงามกว่าปลูกในที่ดอน


บอน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Colocasia esculenta var. aquatilis Hassk

วงศ์ Araceae

เป็นพืชล้มลุกอยู่ได้หลายปีมีเหง้าลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกอยู่ใต้ดิน มักขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ หลายต้นเกระจายตามที่ลุ่มริมน้ำ มีความสูงของต้นประมาณ 0.7-1.2 เมตร ใบรูปไข่แกมรูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบเว้าลึกรูปสามเหลี่ยม ก้านใบสีเขียวหรือออกม่วง ดอก สีครีมหรือเหลืองนวล ออกดอกเป็นช่อเป็นแท่งเดี่ยว ๆ จากลำต้นใต้ดิน มีกาบสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองนวลหุ้มอยู่ ยาวประมาณ 26 เซนติเมตร ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน ฉ่ำน้ำ ดอกเป็นกระเปาะสีเขียวเป็นแท่งอยู่ตรงกลาง มีกลิ่นหอม ผลสด รูปขอบขนาน เมล็ด ขนาดเล็กจำนวนมาก

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ ไหล และวิธีการปักชำหัว เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ อุ้มน้ำได้ดี เพาะปลูกได้ง่าย

พบได้ทั่วไปประเทศไทยพบทุกภาค ชอบขึ้นบนดินโคลนหรือบริเวณที่มีน้ำขังตื้นๆ

ต้นกระดาด (Alocasia) วงศ์ ARACEAE

เท่าที่พบและปลูกในบ้านเรา มีประมาณ 3ชนิด คือ

 1.ต้นกระดาดขาวหรือกระดาดเขียวหรือกระดาดทอง Alocasia indica Schott

2.ต้นกระดาดแดง Alocasia indica Schott var. metallica Schott

3.ต้นกระดาดดำ Alocasia macrorhizos (L.) G.Don

เป็นพืชล้มลุก ลำต้นอยู่เหนือดิน มีแป้งสะสม เป็นจำนวนมาก มีน้ำยางสีแดงที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง ใบเป็นใบเดี่ยว เกือบเป็นวงกลม มีร่องเว้าเข้าหาเส้นใบที่โคนใบ ก้านใบเป็นร่องเกาะติดกับลำต้น ดอกเป็นดอกช่อ เรียงบนก้านดอก ดอกตัวเมียอยู่ข้างล่าง ดอกตัวผู้อยู่ข้างบน ผลเป็นผลเดี่ยว กลม เกาะกันเป็นกระจุก ไม่มีก้านผล เมื่ออ่อน สีเขียว สุกเป็นสีส้มแดง ผลใช้เป็นอาหารสัตว์ เหง้าสะสมอาหาร ใช้ผลิตแป้งสีขาว ย่อยง่าย

นิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ พบตามป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น


กระดาดดำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Xanthosoma nigrum (Vell.) Mansf. 

วงศ์ :ARACEAE 

ชนิดนี้ ปลูกริมน้ำ มีแสงแดดมากได้ ไม่พักตัวในฤดูหนาว


พรหมิ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bacopa monnieri (L.) Wettst.

ชื่ออื่น : ผักมิ

วงศ์ : SCROPHULARIACEAE

พืช ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดินที่ชุ่มชื้นหรือมีน้ำขัง ชูปลายยอดกระดกขึ้นเหนือน้ำ รากแตกตามข้อที่ติดดิน ลำต้นเกลี้ยงอวบน้ำ ใบเดี่ยว แตกจากลำต้นตรงข้ามเป็นคู่ ไม่มีก้านใบ แผ่นใบรูปไข่กลับ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง5กลีบโคนติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอกสีม่วงอ่อนเกือบขาวติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่แล้วแตก

พบตามพรุน้ำร้อน หนองน้ำที่โล่ง และตามริมน้ำทั่วไป



ช่อครามน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pontederia cordifolia L. var. lanceolata

วงศ์ : PONTEDERIACEAE

ชื่อสามัญ : Pickerel Weed, Wampee


ไม้ น้ำสูง1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงกระจุกใกล้ราก รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ก้านใบยาว ดอกสีน้ำเงิน ออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายยอด ดอกย่อยจำนวนมาก ผลเดี่ยวขนาดเล็ก มีเมล็ด1เมล็ด

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ

ปลูกเป็นไม้ประดับตามริมสระหรือคูน้ำ


ผักหนาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lasia spinosa (L.) Thwaites

วงศ์ : ARACEAE

ชื่ออื่น : กะลี (มาลายู-นราธิวาส)


ม้ ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าแข็งอยู่ใต้ดิน มีหนามแหลมตามก้านใบ ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลมปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อเชิงลด มีดอกย่อยอัดแน่น มีกาบหุ้มดอกสีน้ำตาลผลอ่อนสีเขียว แก่สีเหลืองแกมแดง เรียงชิดกันแน่นเป็นรูปทรงกระบอก ชอบแสงแดดรำไรที่ชื้นแฉะมีน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและแยกหน่อ



ผักแขยง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Limnophila chinensis (Osb.) Merr.

ชื่ออื่น : หญ้าปลาแขยง นางออม

วงศ์ : SCROPHULARIACEAE

พืช ล้มลุกอายุปีเดียว  ลำำำต้นอวบน้ำ สูง20ซม.ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นแบบเป็นวงรอบข้อ 3 ใบ รูปหอกแกมขอบขนาน ใบาวยาว2-4ซม.กว้าง 0.5-1 ซม.ไม่มีก้านใบ ขอบใบหยักฟันเลื่อยละเอียด ดอกออกเป็นช่อเดี่ยว ก้านดอกยาว2-4 มม. กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอด กลีบดอกสีม่วงโคนกลีบสีขาว ปลายแยกเป็น2ส่วน ส่วนบน2ฉแก ส่วนล่าง3แฉก ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่แล้วแตก

ชอบ ขึ้นตามริมน้ำหรือที่น้ำขังแฉะพบเป็นวัชพืชตามที่โล่ง ทางภาคอีสานนิยมนำมารับประทานทั้งเป็นผักสดและนำมาประกอบอาหาร ปัจจุบันมีการปลูกเลี้ยงเพื่อการค้าอีกด้วย

ผักปอด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sphenoclea zeylanica Gaerth

ชื่อสามัญ : Goose Weed

ชื่ออื่น : ผักปุ่มปลา, ผักปอดนา

วงศ์ : SPHENOCLEACEAE

พืช ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 70 ซม. ตอนโคนต้นมีเนื้อเยื่อเป็นนวมสีขาวหุ้มไปจนถึงปลายราก ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นแบบสลับ แผ่นใบรูปไข่ปลายเรียวแหลมขอบใบเรียบ ขนาดของใบกว้าง 2-10 มม.ยาว1-1.5 ซม.ดอกออกเป็นช่อสีเขียวช่อดอกยาว4ซม.ดอกย่อยไม่มีก้านดอก สีขาวรูประฆัง ผลเดี่ยวแบบผลแห้งแก่แล้วแตกแบบเปิดฝา ภายในมีเมล็ดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนจำนวนมาก

พบเป็นวัชพืชในนาข้าวบริเวณภาคกลาง ชอบขึ้นในน้ำนิ่งที่ไม่ลึกนัก ต้นอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหาร


ตับเต่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sagittalia guayanensis H.B.K.

ชื่อสามัญ : Arrowhead, Swamp-Potata, Arrowhead Lily

วงศ์ : ALISMATACEAE

พืช น้ำอายุปีเดียว มีลำต้นสั้นๆ ใบแตกเป็นกอรอบต้น รากยึดดินใต้น้ำ ใบเดี่ยวมี2แบบ คือใบใต้น้ำที่เกิดก่อน มีลักษณะเป็นแถบเรียวยาว ขอบใบเรียบปลายใบแหลม ยาวประมาณ 8ซม.กว้าง1ซม.และใบลอยน้ำเกิดทีหลัง มีแผ่นใบและก้านใบชัดเจน แผ่นใบเป็นรูปไข่ปลายใบแหลมมน ฐานใบหยักเว้าลึกขนาดกว้าง3-4ซม.ยาว4-10ซม. ผิวใบเรียบเป็นมันขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อ มีดอกย่อย2-6ดอก มีใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียว 2 ใบ ดอกย่อยมีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและแยกเพศ มี3กลีบ สีขาวขนาดประมาณ 3 ซม.

พบเป็นวัชพืชในนาข้าวบริเวณภาคกลาง


ตับเต่านา

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Mimulus orbicularis Benth

ชื่ออื่น : ผักอีแปะ

วงศ์ : SCROPHULARIACEA

พืช ลอยน้ำอายุปีเดียว ลำต้นเป็นไหลกลมเรียวทอดไปตามผิวน้ำ มีข้อปล้องชัดเจน รากแตกตามข้อ ใบเดี่ยวแตกแบบตรงข้าม แผ่นใบรูปกลมพองหนา ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียวเรียบเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีจาง ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ขนาดดอกประมาณ 2 ซม. ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูประฆังปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอกติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น2ส่วน ส่วนหนึ่งมี2แฉกและอีกส่วนมี3แฉก ขนาดใหญ่และยาวกว่าส่วนแรก กลีบดอกสีม่วงอ่อน แฉกที่ขนาดใหญ๋สุดมีแต้มสีเหลืองและมีขนละเอียด ผลแห้งแล้วแตกภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนคล้ายเมล็ดข้าว

เป็นวัชพืชในนาข้าวหรือขึ้นตามแหล่งน้ำนิ่งทั่วไป ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหาร


แพงพวยน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jussiaea repens L.

ชื่อสามัญ : Creeping water primrose

ชื่ออื่น : ผักแพง, ผักปอดน้ำ

ลำ ต้นเป็นไหลกลมอวบยาวเลื้อยทอดไปตามน้ำ รากแตกตามข้อเป็นกระจุก มีทั้งรากปกติและรากเปลี่ยนเป็นทุ่นช่วยพยุงลำต้น ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นแบบสลับ รูปไข่กลับหรือขอบขนานปลายใบกลมมนฐานใบเรียวเล็ก ขนาดใบกว้างประมาณ1-2ซม.ยาว1.5-5ซม. แผ่นใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว1ซม.

ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีขาวนวลโคนกลีบสีเหลืองมี5กลีบ ร่วงหลุดง่าย ขนาดดอก1.5-2.5ซม.ผลเดี่ยวรูปทรงกระบอกขนาด2.5-3.5ซม.สีเขียวอ่อน เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลอ่อน มีขนปกคลุม ภายในมีเมล็ดมาก

พบเป็นพืชลอยน้ำทั่วไป และพบเป็นวัชพืชในนาข้าว ยอดอ่อนนำมารับประทานเป็นผักหรือเป็นยาสมุนไพร


ผักบุ้ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea aquatica Forssk.

ชื่อสามัญ : Water Morningglory, Water Spinach

ชื่ออื่น : ผักทอดยอด

วงศ์ : CONVOLVULACEAE

พืช ลอยน้ำอายุหลายปี ลำต้นเป็นไหลกลมเรียยาวลอยไปตามผิวน้ำปลายยอดชูกระดกขึ้น ผิวลำต้นเกลี้ยงภายในลำต้นกลวงทำให้ลอยน้ำได้ มียางสีขาว ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจน รากและใบออกตามข้อ ใบเดี่ยว แผ่นใบใหญ่ขอบใบเรียบยาวประมาณ10ซม. ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ3-5ดอก สีขาวหรือม่วงอ่อน ดอกเหมือนระฆังกว้างประมาณ7ซม. ผลเดี่ยวแห้งแล้วแตก ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่ 4เมล็ด

พบตามแหล่งน้ำทั่วประเทศ
ผักบุ้งที่ขึ้นมาเองตามสวน หรือตามท้องนา จะมีลำต้นค่อนข้างแข็ง ปล้องยาว ยอดอ่อน มีทั้งสีเขียวล้วน และสีแดงแกมม่วง พันธุ์ที่สีเขียวล้วนมักเรียกว่า ผักบุ้งไทย พันธุ์ที่มีสีแดงแกมม่วง เรียกว่า ผักบุ้งแดง นิยมรับประทานเป็นผักสดแกล้มกับอาหารอื่นๆ หรือใช้ประกอบอาหาร ผักบุ้งที่มีลำต้นอวบ สีเขียวสด ใบดก รูปใบเป็น แถบแคบยาวที่ขายกันตามตลาดเรียกว่า ผักบุ้งจีน มีการปลูกเป็นการค้าโดยเฉพาะ ไม่ได้ขึ้นเองตามธรรมชาติ ผักบุ้งทุกพันธุ์มีวิตามินเอสูง ถ้ารับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตา ในตำรายาไทย ใช้ต้นต้มกับน้ำตาลรับประทานเป็นยาถอนพิษเบื่อเมา



ผักกะเฉด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Neptunia oleracea Lour.

ชื่อสามัญ : Water mimosa

ชื่ออื่น : ผักหนอง, ผักรู้นอน

วงศ์ : MIMOSACEAE

พืช ลอยน้ำอายุหลายปี ลำต้นกลมเรียยาวรูปทรงกระบอกทอดยอดลอยอยู่เหนือน้ำ ปล้องต่อกันเป็นเถา ลำต้นภายในตัน รากออกตามข้อจำนวนมาก ลำต้นเมื่ออายุมากจะมีเนื้อเยื่อสีขาวห่อหุ้มเรียกว่า"นมผักกะเฉด" ล้อมรอบลำต้นไว้ เพื่อพยุงให้ต้นลอยน้ำ ใบประกอบแบบขนนกซ้อน ชูเหนือน้ำใบย่อยขนาดเล็กยาวประมาณ1ซม.ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้เร็วมาก ดอกออกเป็นช่อที่มองเหมือนดอกเดี่ยว ขนาด2ซม. ดอกย่อยเกิดเป็นกระจุกเกือบกลมรอบก้านปลายช่อดอก ดอกตอนบนสมบูรณ์เพศ ดอกตอนล่างเป็นหมัน ดอกสีเหลืองสด ผลเป็นฝักขนาดเล็กยาวประมาณ2.5ซม.แก่แล้วแตก มี4-10เมล็ด

พบ ในน้ำทั่วไป โดยเฉพาะในที่น้ำไหลช้าๆ หรือในน้ำนิ่ง ส่วนของลำต้นและใบนำมาประกอบอาหาร นิยมปลูกเพื่อการค้า จัดได้ว่าเป็นผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง


สาหร่ายพุงชะโด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceratophyllum demersum L.

ชื่อสามัญ : Hornwort

ชื่ออื่น : สาหร่ายหางม้า, สาหร่ายไคว

วงศ์ : CYRATOPHYLLACEAE

พืช ใต้น้ำ ลำต้นเป็นสายกลมยาวไม่มีราก ลอยเป็นอิสระอยู่ใต้ผิวน้ำแตกกิ่งก้านสาขา ใบเล็กแตกรอบข้อเป็นวงประมาณ 10 ใบ ใบแตกเป็นริ้ว2ชั้น ยาวประมาณ1-3ซม. ดอกเดี่ยวขนาดเล็กเกิดตรงซอกใบ แยกเพศอยู่ร่วมต้น ผลขนาดเล็กสีดำขนาด0.5ซม.มีหนามแหลมที่ปลายบน1อันและฐานอีก2อัน

                   ชอบขึ้นในแหล่งน้ำนิ่งทั่วไป โดยเฉพาะน้ำที่มีความเป็นกรดเป็นด่างค่อนข้างสูง และน้ำที่มีธาตุอาหารพวกไนโตรเจนสูง


หญ้าถอดปล้อง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Equisetum debile Roxb.ex Vaucher

ชื่อสามัญ : Horsetail

ชื่ออื่น : เครือเซาะปอเยา  แยปอ  หญ้าเงือก  หญ้าหูหนวก

วงศ์ : EQUISETACEAE


หญ้าถอด ปล้องเป็นพืชไร้เมล็ด ลำต้นตั้งตรง ขนาดเล็ก สีเขียว สูง ๓๐-๑๐๐ ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ มม. มีข้อปล้องเห็นชัดเจน ภายในกลวง ด้านนอกเป็นร่องตามยาว ผิวสาก แตกกิ่งก้านตามข้อ ใบ เป็นกาบเล็ก ๆ รูปฟันเลื่อย เชื่อมติดกันรอบข้อ สีน้ำตาลหรือขาว ซึ่งหลุดร่วงง่าย อวัยวะสืบพันธุ์ เกิดที่ยอดเป็นรูปขอบขนานแกมรูปรี สร้างหน่วยสืบพันธุ์เรียกว่าสปอร์ สปอร์มีลักษณะกลมสีเขียว และมีสายยาว ๆ 4 สายพันอยู่รอบ ๆปลายของสายทั้ง 4 นี้ พองออกเป็นรูปกระบอง

พบขึ้นเองตามผืนป่าดงดิบที่มี ความชุ่มชื้นตลอดปี ในทุกภาคของประเทศไทยที่สูง 500 เมตรขึ้นไป เหนือระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่ขึ้นใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ใกล้แหล่งนํ้า


เหงือกปลาหมอดอกขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl.

ชื่อสามัญ : Sea holly

ชื่ออื่น : เหงือกปลาหมอน้ำเงิน, เหงือกปลาหมอ, แก้มหมอ,แก้มหมอเล, จะเกร็ง, นางเกร็ง, อีเกร็ง

วงศ์ : ACANTHACEAE

เหงือกปลาหมอนั้นจะพบอยู่ 2 พันธุ์ คือ ชนิดที่เป็นดอกสีขาวและดอกสีม่วงดอกสีขาวจะพบมากในทางภาคกลางและภาคตะวันออก ดอกสีม่วงจะพบทางภาคใต้

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5 เมตร ลำต้นของพืชชนิดนี้จะมีลักษณะแข็ง มีหนามอยู่ตามข้อของ ลำต้น ถ้าเป็นต้นที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติหรือไม่มีการตัดออกไป จะมีลักษณะของลำต้นตั้งตรงพุ่งสูงขึ้น แต่ถ้ามีการตัดออกนำไปใช้ประโยชน์บ้างก็จะแตกเป็นพุ่มออกมาใหม่

ใบจะมีลักษณะแข็ง มีหนามคมอยู่ริมขอบใบและปลายใบ ผิวใบเรียบมันเนื้อใบเหนียวแข็ง มีหนามแหลมตรงหยักที่ขอบใบ แผ่นใบรูปไข่ ช่อดอกแบบดอกย่อยเรียงกันบนก้านช่อดอก ดอกย่อยมีประมาณ 10 ดอก สมบูรณ์เพศ ผลรูปทรงกระบอกสีเขียว เมล็ดขนาดใหญ่

พบเป็นไม้ชั้นล่างของป่าชายเลน สามารถขึ้นได้ในดินเลน หรือที่น้ำกร่อยขึ้นถึง หรือที่ชุ่มชื้นทั่วไป  ไม่ชอบที่ดอน



ไอริสน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Neomarica longifolia (Link & Otto) Sprague

ชื่อสามัญ: Apostle plant, Fan Iris

ชื่อวงศ์: IRIDACEAE
ถิ่นกำเนิด: ประเทศบราซิล

  มีหัวใต้ดิน ใบรูปแถบยาว ค่อนข้างบาง ดอกเกิดที่ปลายยอด สีเหลืองสด กลีบเลี้ยงและกลีบบริเวณโคนกลีบถึงกลางกลีบมีจุดประสีน้ำตาลเข้ม เมื่อบานปลายกลีบมักบิดโค้ง ออกดอกตลอดปี


อ้อ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arundo donax 

ชื่อสามัญ : Reed Grass, Giant Reed, Bamboo Reed 

ชื่ออื่น : อ้อหลวง, อ้อใหญ่, อ้อลาย

วงศ์ : POACEAE



พืช สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ลำต้นเป็นเหง้าแข็งเลื้อยทอดอยู่ใต้ดิน ลำต้นเหนือดินแตกเป็นกอสูง1-3เมตร ภายในลำต้นกลวง ใบเดี่ยวยาวเรียวแตกเป็นระเบียบ แผ่นใบขนาดกว้าง4-8ซม.ยาว50-120ซม. กาบใบหุ้มลำต้นไว้แน่น รอยต่อระหว่างกาบใบและแผ่นใบมีลิ้นใบเป็นเยื่อบาง ช่อดอกรวมมีก้านช่อดอกแตกเป็นแขนงย่อยจำนวนมาก ช่อดอกสีขาวยาว 30-60ซม.ช่อดอกย่อยมีดอกย่อย2-5ดอก สมบูรณ์เพศ ผลเป็นผลเดี่ยวเหมือนผลของหญ้าทั่วไป แต่เนื่องจากมีขนปุยเมล็ดจึงปลิวไปได้ไกล

พบขึ้นทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่าตามริมแม่น้ำ คลองชลประทาน หรือตามหนองน้ำ


อ้อน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coix aquatica Roxb.

ชื่ออื่น : ลำเอียก.ชายเฟือย, เดือยหิน

วงศ์ : POACEAE

พืช ล้มลุกมีอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยทอดไปตามพื้นดินหรือพื้นน้ำปลายยอดชูตั้งขึ้น สูงประมาณ1-1.5ซม.ลำต้นกลมยาวแข็งแรง รากออกตามข้อของลำต้น ใบเดี่ยวแตกจากลำต้นแบบสลับ แผ่นใบยาวเรียว ปลายใบเรียวแหลม ขนาดของแผ่นใบกว้างประมาณ 4ซม.ยาว80ซม. เส้นกลางใบหนาสีอ่อนกว่าแผ่นใบ ดอกออกเป็นช่อที่ยอดลำต้นหรือตามซอกใบ พืชพวกนี้มักไม่ค่อยออกดอก

พบตามหนองน้ำทั่วไป บางแห่งเป็นวัชพืชที่ขึ้นตามริมแม่น้ำลำคลอง เป็นสาเหตุให้เกิดการตื้นเขิน


หน่อไม้น้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zizania latifolia (Griseb.) Stapf.

ชื่อสามัญ : Water Bamboo

ชื่ออื่น : กะเป็ก

วงศ์ : POACEAE

พืช ล้มลุกเจริญอยู่ในน้ำไม่ลึกนัก ลำต้นใต้ดินเป็นไหล มีรากยึดพื้นดินไว้ ลำต้นเหนือดินคล้ายต้นข้าวขนาดใหญ่ ลำต้นตรงบริเวณระดับน้ำจะบวมพอง ต้นสูงประมาณ60-80ซม. ดอกเป็นช่อใหญ่ ยาวประมาณ40-50ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเหมือนดอกข้าวผลและเมล็ดมีลักษณเหมือนเมล็ดข้าว

ถูกนำเข้าประเทศเพื่อปลูกสำหรับนำส่วนยอดมารับประทานเป็นอาหาร ส่วนที่บวมพองเนื่องจากมีเชื้อราพวก Ustilago esculenta P. Hennings เข้าไปอาศัยอยู่ จึงทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นบวมพองลักษณะคล้ายหน่อไม้ ครั้งหนึ่งเป็นที่นิยมมาก จึงมีการปลูกเพื่อการค้ากันหลายจังหวัด


หญ้าปล้อง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hymenachne pseudointerrupta C. Muell

ชื่ออื่น : หญ้าไส้ตะเกียง

วงศ์ : POACEAE

ลำ ต้นอวบเลื้อยทอดยาวปลายยอดชูตั้งตรง พบว่าลำต้นที่เกิดดอกบางครั้งยาวถึง 2เมตร รากเกิดตามข้อของลำต้นที่แก่ ภายในต้นมีเนื้อเยื่อสีขาวคล้ายฟองน้ำอยู่เต็ม ใบเดี่ยวแผ่นใบเล็กเรียว ยาว 15-30ซม.กว้าง1-3 ซม. โคนใบมีขนยาว ผิวด้านนอกมีขนสั้นๆ ระหว่างแผ่นใบและกาบใบมีลิ้นใบเป็นเยื่อบางๆ ช่อดอกรูปทรงกระบอกยาว25-40 ซม.ประกอบด้วยช่อดอกย่อยเล็กๆเรียงเต็มรอบก้านช่อดอก ช่อดอกย่อยยาวประมาณ5มม. ประกอบด้วยดอกย่อย2ดอก ดอกหนึ่งสมบูรณ์เพศอีกดอกหนึ่งเป็นหมัน ผลเป็นผลแห้งแบบพืชวงศ์หญ้าทั่วไป

ชอบ ขึ้นในน้ำตื้นๆ ตามหนองน้ำที่โล่งแจ้ง หรือตามริมคันนา หรือริมแม่น้ำลำคลองทั่วไป ไส้ภายในลำต้นใช้ทำไส้ตะเกียง หรือนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นสำหรับเด็กได้


ขาเขียด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saqittalia sagittifolia L.

ชื่ออื่น : หูกวาง, เต่าเขียด, นางกวัก, ผักคางไก่, ผักตีนกา

วงศ์ : ALISMATACEAE

ลำ ต้นเป็นเหง้าเล็กๆอยู่ใต้ดิน ลำต้นเหนือดินเป็นกอ มี5-7ใบ สูงประมาณ 80ซม. รากเกิดเป็นกระจุกอยู่ใต้กอ ใบเดี่ยวแผ่นใบรูปสามเหลี่ยมคล้ายลูกศร ก้านใบอวบยาวเรียว ยาว 30-60ซม. ดอกออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกแทงออกมาจากเหง้า ดอกแยกเพศผลกลมโตขนาด1.5-2ซม.มีกลีบเลี้ยงติดอยู่จนผลแก่

พบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ น้ำขัง หรือตามริมคูน้ำทั่วไป โดยเฉพาะทางภาคเหนือ


ขาเขียดน้ำเค็ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceratopteris thalictroides (L.) Brongn

ชื่อสามัญ : Pod Fern, Swamp Fern, Floating Fern, Horn Fern

ชื่อื่น : ผักขาเขียด, ผักกูดน้ำ, ผักกูดนา,ผักกูดเขากวาง

วงศ์ : PARKERIACEAE

พบได้ทั่วไปตามที่แฉะ ที่น้ำขัง ริมน้ำ ในนาข้าวและในคูน้ำนิ่ง เฟินชนิดนี้นำมารับประทานเป็นอาหารได้

ลักษณะ ทั่วไป เป็นเฟินอายุปีเดียว ลำต้นอ้วนสั้นใบมี3ลักษณะคือ ใบที่สืบพันธุ์ไม่ได้ ลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนกที่มีใบย่อยเป็นแผ่น ขอบใบหยักเว้า ส่วนอีกใบหนึ่งเป็นใบสืบพันธุ์ได้เป็นใบประกอบแบบขนนกเหมือนกัน แต่ใบย่อยแตกเป็นระยางแบบเขากวาง ใบชนิดที่3เป็นใบเดี่ยว ใบจะแผ่เป็นแผ่น ขอบใบหยักเว้าแบบขนนก สืบพันธุ์ไม่ได้คือไม่สร้างสปอร์ ใบชนิดนี้จะพบในต้นที่เจริญอยู่ใต้น้ำ ใบทั้งสามแบบนี้จะพบในต้นเดียวกัน หรือแยกต้นก็ได้

 

 

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V

www.suansavarose.com

14/8/2554


  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view