สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 17/02/2018
สถิติผู้เข้าชม 7,964,741
Page Views 12,531,582
 
« February 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728   

ต้นไม้ในร่มรำไร

ต้นไม้ในร่มรำไร



พรรณไม้ในร่มรำไร


              ข้อมูลของพันธุ์ไม้ในร่มที่น่าสนใจ ซึ่งในร่มในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่โดนแดดเลย แต่หมายความว่าต้องการแสงแดดน้อยและจะเจริญได้ดีกว่าและสวยงามกว่าอยู่ในที่ๆมีแดดจัด หรือทนอยู่ในที่ร่มเป็นระยะเวลาได้นานกว่า


ก่อนอื่นควรที่จะรู้ว่าจะปลูกไม้ในร่มและจะดูแลยังไงให้ดีให้ไม้ในร่มของคุณอายุยืน


1        หมั่นเด็ดดอกใบที่เหี่ยวแห้งหรือติดเชื้อออก

2        อย่ารดน้ำมากเกินไป รอให้ดินในกระถางแห้งก่อนแล้วถึงรด การรดน้ำมากทำให้เกิดความชื้นสะสมอยู่ชั้นล่างของดินก้นกระถาง ระเหยไม่ทันรากจะเน่า

3        อย่าใช้สารเคลือบเงาใบไม้บ่อยเกินไป เพราะจะอุดรูใบของใบไม้ได้ ต้นไม้ที่อยู่ใกล้หูใกล้ตาถ้ารำคาญว่าสกปรกมาก ใช้ผ้าหมาดๆเช็ดใบก็พอ

4        อย่าลืมให้ปุ๋ยบ้าง  ให้ทางรากแล้วให้ทางใบด้วย


ข้อแนะนำเล็กน้อยในการเลือกซื้อต้นไม้ในร่ม


ตรวจดูว่าต้นไม้ที่ซื้อมามีสุขภาพดีหรือไม่  อย่าซื้อต้นไม้ที่ส่อแววว่าจะเป็นโรคหรือขาดการดูแลที่ดี

โดยพิจารณาจาก

1 ใบเป็นเมือกเหนียวหรือเป็นรา

2 ดอกบานหมดแล้วและไม่มีตาสำหรับผลิดอกใหม่

3 ใบหร็อมแหร็มและเป็นสีเหลือง

4 ดินในกระถางแห้งหดเหลือช่องว่างระหว่างดินกับขอบในของกระถาง

5 มีคราบเขียวขึ้นด้านนอกของกระถางและผิวดินในกระถาง

6 มีรากแทงออกทางรูระบายก้นกระถางเป็นจำนวนมาก

7 ผิวดินบนกระถางมีรากกลับขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมดจนไม่เห็นดินเห็นแต่ราก

ไฮเดรนเยีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Hydrangea macrophylla Ser.
ชื่อพ้อง

---Hydrangea hortensis Sm. Hortensia opuloides Lam.

ชื่อสามัญ 

---Big leaf hydrangea, French hydrangea, lacecap hydrangea, Mophead hydrangea, Penny mac.

ชื่ออื่น  ---ไฮเดรนเยีย
ชื่อวงศ์ ---HYDRANGEACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ญี่ปุ่น
เขตกระจายพันธุ์ ---ทั่วโลก

เป็น ไม้พุ่มสูง 60-90 เซนติเมตรเป็นพันธุ์ไม้ในร่ม แต่ต้องได้รับแสงแดดบ้างดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งมีหลายสี เช่น ชมพู ฟ้า ม่วง ขาว ส่วนที่เป้นกลีบนั้นไม่ใช่กลีบดอกแท้แต่เป็นกลีบรองดอก

      มีพันธุ์ต่างๆที่เกิดจากการผสมมากมาย และความที่ดอกอยู่ได้ทนจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในงานดอกไม้ประดับทั้งหลาย

ไฮเดรนเยียขยายพันธุ์ด้วยการตอน  ปักกิ่ง และ เพาะเมล็ด

                       ต้นไม้ต้นนี้ชอบดินที่เป็นกรด  ดังนั้นนักปลูกไฮเดรนเยีย จึงใช้ผงตะไบเหล็กโรยโคนต้น และรดด้วยน้ำแกว่งสารส้ม (ในอัตราส่วน สารส้มป่น 1ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน) ก็จะได้ดอกไฮเดรนเยียที่งดงาม และมีสีสดใสสะดุดตา

รวมทั้งช่วยให้ดอกแก่เป็นสีน้ำเงินได้อย่างวิจิตรพิสดาร


สร้อยไข่มุกยักษ์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Medinilla magnifica Lindl
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ 

---Showy medinilla , Javanese Rhododendron, Love Plant, Rose Grape, Kapa-kapa

ชื่ออื่น  ---สร้อยไข่มุกยักษ์
ชื่อวงศ์ ---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์ ---ฟิลิปปินส์ เกาะ ลูซอน , มินดาเนา , โดโร , กรอส และ เน่ย์

ไม้พุ่มเตี้ยสูงได้ถึง1.50เมตร ฟอร์มใบใหญ่สีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกยาว ประมาณ35ซม.ประกอบด้วยดอกย่อยหลายร้อยดอก ดอกดูใหญ่มากเวลาออกดอกก้านดอกแทบรับน้ำหนักไม่ไหวต้องใช้ไม้ไผ่ค้ำกันไม่ให้กระถางคว่ำ ชอบอากาศอบอุ่นแต่ความชื้นสูงไม่ชอบแดดจัด ชอบแดดรำไร

เอื้องหมายนา

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Cheilocostus speciosus (J.Konig) C.Specht

ชื่อพ้อง

---Amomum arboreum Lour.

--- Amomum hirsutum Lam.

---Costus speciosus (J.Koenig) Sm.

---Banksea speciosa J.Koenig in A.J.Retzius

---Hellenia speciosa (J.Koenig) S.R.Dutta

many more

ชื่อสามัญ  ---Crape Ginger, Spiral Flag, Malay Ginger
ชื่ออื่น  ---เอื้องหมายนา เอื้องเพ็ดม้า เอื้องเพชรม้า เอื้องใหญ่ บันไดสวรรค์ เอื้องช้าง เอื้องต้น
ชื่อวงศ์ ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซีย
เขตกระจายพันธุ์

---ประเทศอินเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงเกาะนิวกินี

เอื้อง หมายนาเป็นพืชล้มลุก ขึ้นเป็นต้นเดี่ยว  รวมกลุ่มเป็นกอไม่มีกิ่งก้านสูงประมาณ 1.5 เมตรหรือกว่านั้น  มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบ มนขอบใบเรียบเกลี้ยง  ดอกออกเป็นช่อตรง ยอดดอกตูมจะมีกาบสีแดงคล้ำเกาะติดกันแน่นเป็นกระจุก แต่จะผลัดกันบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกทรงกรวยสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน

               เอื้องหมายนาขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อหรือขุดหัวไปปลูกมีการกระจายพันธุ์ขึ้นอยู่ตามชายป่าในที่ดินชุ่มชื้นทุกภาคของประเทศไทย

ที่พบอยู่ในป่าลำต้นมักอวบใหญ่และตั้งตรง ใบใหญ่ประมาณขนาด กว้าง 5-8 ซม.ยาว 15-40 ซม.(รูปล่าง)

เอื้องหมายนาด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Costus speciosus 'Varaigated'
ชื่อพ้อง ---Cheilocostus speciosus
ชื่อสามัญ  ---Varaigated Crepe Ginger
ชื่ออื่น  ---เอื้องหมายนาใบด่าง
ชื่อวงศ์ ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อินเดีย มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นอีกต้นที่นิยมนำมาใช้จัดสวน ลักษณะลำต้นสีแดง ใบด่างที่แตกต่างจากเอื้องหมายนาชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด ต้นนี้ควรปลูกในที่ร่มรำไร

เอื้องอินโด

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Costus woodsonii
ชื่อพ้อง

---Gissanthe Salisb.

---Acinax Raf.

---Jacuanga T.Lestib.

---Cadalvena Fenzl

ชื่อสามัญ  ---Red Button Ginger ,Indian Head Ginger, Indianhead Ginger, Red Cane, Scarlet  Flag, Scarlet Spiral Flag
ชื่ออื่น  ---เอื้องหมายนาดอกแดง เอื้องอินโด
ชื่อวงศ์ ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---โคลัมเบีย คอสตาริกา นิคารากัว ปานามา
เขตกระจายพันธุ์

---เขตกึ่งเขตร้อนของเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา

          ไม้พุ่มสกุลเอื้องหมายนาสูงประมาณ1-2เมตรหรืออาจสูงได้ถึง3เมตร ดอกสีส้มแดง ดอกออกทะยอยบานระหว่างเดือน-สิงหาคม---พฤศจิกายน และดอกทนทาน ปลูกได้ทั้งในที่ร่มรำไรและแสงแดดจัด

นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก และใช้เพื่อการจัดสวน


เอื้องหมายนาดอกชมพู

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Costus fissiligulatus Gagnep.

ชื่อพ้อง

---No synonyms are recorded for this name.

ชื่อสามัญ  ---African Princess
ชื่ออื่น  ---เอื้องหมายนาดอกชมพู
ชื่อวงศ์ ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

เอื้องหมายนาพันธุ์ใหม่จากแอฟริกาตะวันตก ดอกชมพู สวยคลาสสิค ต้นสูง90-120ซ.ม.ดอกสีชมพูโคนกลีบดอกสีเหลือง เลี้ยงง่ายเหมือนเอื้องหมายนาอื่นๆ


ม่วงนที

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Dichorisandra penduliflora Kunth

ชื่อพ้อง ---Dichorisandra pendula
ชื่อสามัญ  ---Weeping Blue Ginger, Blue Pendant
ชื่ออื่น  ---ม่วงนที
ชื่อวงศ์ ---COMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล
เขตกระจายพันธุ์

ม้ล้มลุกวงศ์ผักปลาบ อายุ หลายปี มีเหง้าใต้ดิน ต้นเป็นข้อปล้องกลมคล้ายเอื้องหมายนา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายยอด สีเขียวรูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน ก้านใบสั้น โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น

ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด ช่อดอกยาวและห้อยลง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย ดอกสีน้ำเงินเข้ม หรือ ม่วงคราม กลางดอกมีเกสรเป็นกระจุกสีขาวปนเหลือง ออกดอกตลอดปี อยู่ได้ในที่มีแดดเต็มวัน ครึ่งวันหรือร่มรำไร น้ำพอดี ดินอุดมสมบูรย์ด้วยอินทรีย์วัตถุ


 บอนสี

สกุลคาลาเดียม

Caladium  bicolor (Ait.)Vent

วงศ์ : ARACEAE
ชื่อสามัญ : Angle Wing, Fancy Leaf Caladium
ชื่ออื่น : บอนสี
ถิ่นกำเนิด: บราซิล, ตรินิแดด

บอน สีได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งไม้ใบ  ชาวไทยมีวิธีพิสดารในการปลูกเลี้ยงบอนสี มาแต่โบราณหวงกันมากอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ทำให้บอนสีมีน้อย

บอนสีเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ทุกส่วนอวบน้ำมีลำต้นจริงเป็นหัว  สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน บนหัวมีตาเล็กๆเรียกว่า "เขี้ยว" ซึ่งสามารถผลิใบและเจริญเติบโต หรือนำมาขยายพันธุ์ต่อไป  รูปใบแบ่งได้ตามลักษณะใบตามลักษณะใหญ่ๆได้ 4 แบบคือ ใบไทย ใบยาว ใบกลม และใบกาบ

              สำหรับช่อดอก มีสีสันไม่สะดุดตา ผลิบานและมีกลิ่นหอมในเวลากลางคืน  ดอกเพศผู้จะบานก่อนดอกเพศเมีย ดังนั้นจึงมีโอกาสผสมข้ามพันธุ์ได้ง่าย หลังผสมเกสรจะติดผลทรงกลมอยู่รอบฐานดอกเมื่อสุกจะมีสีแดงคล้ำ สามารถนำมาขยายพันธุ์ต่อไปได้

โดยทั่วไปบอนสีจะชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ระวังอย่าให้ดินแฉะเกินไปชอบดินที่ มีอินทรียวัตถุสูง  มีความชื้นในอากาศมากและ แสงแดดรำไร  ในอดีตเซียนปลูกเลี้ยงบอนสีนิยมใช้ดินเลนตามท้องร่องสวน มาบดผสมกับใบไม้ผุต่างๆเช่น ใบก้ามปู ใบทองหลาง ดินขุยไผ่ และหากต้องการให้บอนสีสดขึ้น ต้องทำให้ดินมีค่าเป็นกรดอ่อนๆ โดยนำดินมาผสมกับใบมะขาม เพื่อเพิ่มความเป็นกรดให้กับดิน

เนื่องจากบอนสีในไทยมีไม่กี่พันธุ์ที่พอจะปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับเพื่อการ จัดสวน จึงขอกล่าวถึงแต่พันธุ์ที่เลี้ยงง่ายตายยาก ต่อไปนี้จะเป็นบอนต้นที่เรานำมาใช้ในการจัดสวนในที่ร่มรำไรเสมอๆ


คูน

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.

ชื่อพ้อง

---Arisaema fouyou H.Lév.

---Caladium giganteum Blume         

---Colocasia prunipes K.Koch & C.D.Bouché

---Leucocasia gigantea (Blume) Schott
ชื่อสามัญ 

---Elephant ear, Indian taro

ชื่ออื่น  ---คูน, ออกดิบ, เอาะดิบ, ตูน
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---
เขตกระจายพันธุ์ ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะ คล้ายต้นกระดาดขาว แต่ต้นเล็กกว่า ใบรูปหัวใจป้อม กว้าง45ซม.ยาว65ซม.ขอบใบเป็นลอน ก้านใบยาว60-90ซม.สีเขียวอ่อน มีนวลปกคลุมทั้งต้น

นิยมปลูกเป็นอาหารประจำครัวเรือน ในพื้นที่มีความชื้นสูง เพราะก้านใบอ่อนจะรับประทานได้

พระยาเศวต พญาเศวต หรือพญาปัจเวก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Caladium humboldtii (Raf.) Schott
ชื่อพ้อง

---Caladium argyrites Lem.

ชื่อสามัญ 

---Angel Wings, Caladium,  Homboldt caladium

ชื่ออื่น 

---ว่านพญาปัจเวก, พญาเศวต, พระยาเศวต

ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล อาร์เจนติน่า
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกาใต้ อเมริกากลาง แอฟริกา ประเทศและหมู่เกาะต่างๆในเขตร้อน



เป็น พันธุ์เก่าแก่ คงจะคุ้นตากันดี เป็นไม้ล้มลุกต้นไม่สูงมาก ประมาณสัก 25-30 เซนติเมตร ใบรูปหัวใจแผ่นใบบางสีเขียว มีลายประด่างสีขาว ก้านเล็ก ทนทาน สามารถปลูกในที่ๆมีแสงแดดครึ่งวันได้

อาจารย์ฮกหลง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Caladium bicolor

เป็น บอนใบยาว คล้ายรูปใบโพธิ์ หูใบสั้น พื้นใบสีชมพู กระดูกและเส้นสีเขียวและขาว พร่าสีขาว ขอบใบขลิบสีเขียวเข้ม ใบแก่จะมีสีเขียวเข้มขึ้นเกือบทั้งใบ ก้านใบสีดำ

ซันโตโซม่า

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Caladium lindenii (Andre) Madison.
ชื่อพ้อง

---Xanthosoma lindenii (Andre') Engl

ชื่อสามัญ

---Indian-kale, Spoonflower, Angel’s Wing.

ชื่ออื่น  ---ซันโตโซม่า
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---โคลัมเบีย ปานามา
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ประเทศในเขตร้อนชื้น

ไม้พวกเดียวกับบอนอีกต้น ที่เรียกชื่อทับศัพท์ชื่อวิทยาศาสตร์ มีหัวใต้ดิน โตช้า อยู่ในที่รำไรใบจะสวยมาก แดดแรงเกินใปริมใบจะไหม้


เปปเปอร์โรเมีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Peperomia obtusifolia (L.) Dietr.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ 

Baby rubberplant, Pepper faces, American Rubber Plant

ชื่ออื่น  เปปเปอร์โรเมีย
ชื่อวงศ์ PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด เม็กซิโก ถึง ตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และหมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์ ฟลอริดา เม็กซิโก แคริเบียน

ต้น ตรงอวบน้ำ สีแดงเรื่อ สูง15-20ซม. ใบรูปรีถึงไข่กลับ กว้าง4-5ซม.ยาว7-8ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบแคบ สีเขียวเข้ม ด้านหลังใบสีเขียวอ่อน ช่อดอกยาว9-10ซม.

ใช้ประดับสวนทีมีแสงแดดรำไร และความขื้นสัมพัทธ์สูง และนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง

ขยายพันธุ์ง่ายๆด้วยการปักชำกิ่ง


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peperomia obtusifolia cv. Variegata

วงศ์ : PIPERACEAE

ใบมีลายด่างสีครีมที่ขอบใบ

เปปเปอโรเมียใบแตง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Peperomia argyreia Morr.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Watermelon Peperomia
ชื่ออื่น  ---เปปเปอโรเมียใบแตง
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ถึงบราซิล
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและเขตอบอุ่น

ต้น เป็นกอสูง15-20ซม. ใบรูปก้นปิด ค่อนข้างกลม ขนาดของใบ 4-7ซม.ปลายใบแหลมแผ่นใบหนาเป็นมัน

มีแถบสีเทาพาดตามแนวยาว ดอกเป็นช่อเชิงลด บนช่อดอกมีดอกเล็กๆอัดแน่น เป็นดอกแยกเพศ เมื่อติดผลจะเห็นเม็ดกลมๆติดอยู่บนข่อดอกจำนวนมาก ชอบแสงแดดรำไรและความชื้นสัมพัทธ์สูง

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือปักชำกิ่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peperomia caperata Yunck. cv. Emerald Ripple

ชื่อสามัญ : Emerald Ripple Pepper

วงศ์ : PIPERACEAE

ถิ่นกำเนิด: บราซิล

ต้น เป็นกอสูง10-12ซม. ก้านสั้นสีแดงเรื่อ ใบรูปหัวใจกว้าง4-4.5ซม.ยาว5-5.5ซม. ปลายใบแหลม ใบสีเขียวตล้ำ ด้านหลังใบสีเขียวอ่อน แผ่นใบย่นเป็นลอนตามแนวเส้นใบ ช่อดอกยาว4-6ซม.

ชอบแสงแดดรำไรความชื้นสัมพัทธ์สูง

หัวใจพลูด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Peperomia scandens 'Variegata'

ชื่อพ้อง ----
ชื่อสามัญ  ---Philodendron Peperomia,Cupid Peperomia,Variegated Cupid peperomia
ชื่ออื่น  ---เปปเปอโรเมีย
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ปานามา บราซิล เปรู และหมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

ต้น ทอดเลื้อย รากออกตามข้อ ใบรูปไข่ถึงรูปรี กว้าง2-2.5ซม.ยาว3.5-4ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบิดเล็กน้อย ใบสีเขียวอ่อนขลิบขาว ดอกออกเป็นช่อเชิงลดทรงกระบอกที่ซอกใบปลายยอดยาวประมาณ 3 ซม.ดอกแยกเพศ มักไม่ติดผล

นิยม ปลูกเป็นไม้กระถางแขวนหรือไม้คลุมดิน ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วนระบายน้ำดี ปลูกเลี้ยงง่ายโตเร็ว หมั่นตัดแต่งให้ได้ทรงสวยงามอยู่เสมอ ยอดที่ตัดนำไปปักชำใหม่ง่ายมาก

พลูลงยา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Piper ornatum N.E.Br.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Celebes Pepper
ชื่ออื่น  ---พลูลงยา
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ลำ ต้นเล็กเป็นเถาเลื้อยสีน้ำตาลอมแดง มีรากพิเศษออกตามข้อ ใบรูปหัวใจ ขนาดกว้าง7-8ซม.ยาว7-12ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว หรือเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ

แผ่นใบบางคล้ายกระเาษ สีเขียวคล้ำมีลายสีชมพูกระจายอยู่ทั่วไป เห็นเส้นใบชัด ใต้ใบสีม่วงแดง

ใช้ประดับสวนในที่ที่มีแสงแดดรำไร ความชื้นสัมพัทธ์สูงจะงามดี เลี้ยงง่ายและทนทาน ออกดอกเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน ขยายพันธุ์ก็ง่ายด้วยการปักชำกิ่งก็ติด

พลูเงิน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Piper sylvaticum Roxb.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Mountain Long Pepper
ชื่ออื่น  ---พลูเงิน
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก อายุหลายปี มีรากพิเศษออกจากข้อ ใบรูปหัวใจ กว้าง3-5ซม.ยาว5-9ซม. ปลายใบแหลมลายสีเขียวเข้มเหลือบเทาเป็นมัน เห็นเส้นใบชัดเจนหลังใบแดงเรื่อ

ดอกออกเป็นช่อทรงกระบอกที่ปลายยอด แกนช่อดอกมีขน ดอกแยกเพศมีจำนวนมาก ไม่ติดผล

นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยตามแนวรั้วเกาะกำแพง ชอบแสงแดดจัดถึงแสงแดดรำไร ความชื้นในอากาศสูงเลี้ยงง่ายทนทาน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง


หัวใจแนบ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Scindapsus pictus Hassk. cv. Argyreus
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Satin Pothos
ชื่ออื่น  ---หัวใจแนบ
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---มาเลเซีย อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไม้ เลื้อยอิงอาศัย อายุหลายปีลำต้นอ่อนอวบน้ำ มักขึ้นบนดินแล้วค่อยทอดเลื้อยขึ้นบนลำต้นของต้นไม้อื่น หรือตามก้อนหินที่อยู่ตามที่ร่มชื้น

  ลำต้นมีรากอากาศงอกออกมาตามข้อปล้อง ใบเดี่ยวรูปหัวใจเบี้ยวปลายใบแหลม กว้างประมาณ10ซม.ยาว5-12ซม. เรียงสลับระนาบเดียวกัน แผ่นใบหนา สีเขียวเข้มคล้ายกำมะหยี่ มีลายแต้มด่างสีบรอนซ์เงิน ขอบใบสีเงิน สวย

นิยมนำมาปลูกประดับตามกำแพงคล้ายกับตีนตุ๊กแก เพราะมีลักษณะเด่นอยู่ที่แผ่นใบด้านท้องใบจะแนบชิดกับวัสดุที่ชื้น

สกุลบีโกเนีย

บีโกเนีย

Begonia L.

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Begonia L.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Begonia
ชื่ออื่น  ---บีโกเนีย
ชื่อวงศ์ ---BEGONIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์

---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชียใต้

พืช ใบเลี้ยงคู่ อายุหลายปี ต้นอวบน้ำ มีทั้งเป็นไม้พุ่ม ไม้เลื้อย มีหัวหรือเหง้าทอดเลื้อยใต้ดิน ใบมีหลายแบบ ทั้งรูปกลมรูปไข่รูปใบหอก หรือหยักเว้าลึก

ช่อดอกออกที่ปลายยอดเป็นช่อกระจุกหรือช่อเชิงลด ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น แต่ละช่อมีดอกจำนวนมากมีสีหลายสีขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำเหง้า ลำต้น

การปลูกเลี้ยง อย่าให้แฉะเกินไป ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดรำไร หรือแดดครึ่งวันในช่วงเช้า ความชื้นสัมพัทธ์ค่อนข้างสูง บางชนิดจะปลูกได้ในที่มีแสงแดดเกือบตลอดวัน แต่ต้องได้ความชื้นพอเพียง

สำหรับชนิดที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในเมืองไทยตัวอย่างมีดังนี้

บีโกเนียโบว์นิกรา

Begonia cv. Bow-nigra


ลำต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ15ซม. ใบค่อนข้างกลม ขนาด6-7ซม. ขอบใบจักเว้าลึกและมีขนประปราย กลางใบมีลายสีเขียวเทา ใต้ใบสีม่วงแดง 

ก้านใบสีเขียวอ่อน มีแต้มแดงเรื่อและมีขนบริเวณแต้ม ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร

บีโกเนียคลีโอพัตรา

Begonia cv. Cleopatra

ลำ ต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ15ซม.ลักษณะคล้ายบีโกเนียโบว์นิกรา แต่กึ่งกลางใบมีสีเขียว ขอบใบสีน้ำตาลแดง ก้านใบสีเขียวอ่อน มีขนประปราย ชอบแดดครึ่งวันถึงรำไร

ส้มกุ้งใบหยิก

Begonia auriculata cv. Cathedral Windows



    ลำ ต้นอวบอ้วน ใบเป็นรูปก้นปิด ขนาดประมาณ 3 ซ.ม.แผ่นใบหนาย่นและห่อขึ้น ใต้ใบมีสีแดงเรื่อ ก้านใบยาว สีแดงเรื่อและมีขนประปราย

       ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร ไม่ชอบดินแฉะ ลำต้นจะเน่าง่าย

Begonia cv. Galilee


ลำ ต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ 15ซม.ใบขนาด6-7ซม.ขอบใบจักเว้าลึกมีขนประปราย

มีแต้มสีน้ำตาลตามขอบใบและใกล้กับเส้นใบ ก้านใบสีเขียวอ่อนและมีขนสีแดงปกคลุม

ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร

บีโกเนียอื่นๆ

ส้มกุ้งตาบปูน Begonia Spp
Begonia Spp Begonia Spp
Begonia Spp Begonia Spp
ส้มกุ้งใบเงิน
Begonia Spp
Begonia Spp Begonia Spp
Begonia 'Red Tango'
Begonia Spp


พรมกำมะหยี่ หรือ ใบสักหลาด

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Episcia spp. & hybrid
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ 

---Carpet Plant, Episcia, Frame Violet

ชื่ออื่น  ---พรมหูเสือ พรมญี่ปุ่น
ชื่อวงศ์ ---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
Episcia cv.Musiaca

พรม กำมะหยี่หรือใบสักหลาดเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นอวบน้ำ ทอดเลื้อยได้ไกลประมาณ 30-60 ซม. มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วลำต้น

       ใบรูปไข่กว้าง แผ่นใบหนา ย่น ใบสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง ทองแดง เทา หรือมีสีสลับกันเป็นลวดลายต่างๆ แล้วแต่สายพันธุ์ ใบเดี่ยว เรียงสลับตรงข้าม มีขนคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งใบ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบบริเวณปลายกิ่งเป็นช่อกระจุก

ผลรูปทรงกลม ภายในผลมีเนื้อนุ่มเป็นวุ้นใสๆ ที่ห่อหุ้มเมล็ดสีดำขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก

  นิยมปลูกเลี้ยงเป็นไม้ผิวดินหรือไม้กระถางแขวนกันมาก ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดรำไรและความชื้นสัมพัทธ์สูง

ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำยอดและไหล

ส่วนหนึ่งที่นำเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทย

Episcia cv.Acajou

ใบสีน้ำตาลแดง มีลายหยักสีเงินที่กึ่งกลางใบ

ดอกสีแดงสด

Episcia cv.Checkerboard

Episcia cv. Tinkiscia

Episcia reptans

Episcia cv. Keewee

Episcia cv. Fire 'N' Ice

Episcia  cv. Suomi

Episcia  cv.Pink Panther
Episcia  cv. Lil Lemon (Hybrid2)

Episcia  cv. Toy silver


พรมออสเตรเลีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Fittonia verschaffeltii (Lem.) Coem.var. argyroneura (Coem.) G. Nicholson
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ ---Nerve Plant,Silver Fittonia, Silver Net-leaf,Mosaic plant.
ชื่ออื่น  ----พรมออสเตรเลีย
ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด

---โคลัมเบีย เปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ บราซิล

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

เป็นไม้ล้มลุกแบบแผ่คลุมดินสูงเพียง10-15เซนติเมตร

ใบรูปรีถึงรูปไข่กลับมีเส้นใบเป็นร่างแหสีขาวดูเด่นชัดก้านใบอ่อนมีขนยาวปกคลุม

ดอกออกเป็นช่อสีเหลือง ยาวเป็นแท่งตั้งตรงขึ้น มีใบประดับสีเขียวซ้อนเหลื่อมกัน ดอกจะออกจากซอกใบประดับ

ชอบดิร่วนปนทรายผสมอินทรีย์วัตถุมากๆ แสงแดดครึ่งวันถึงรำไร น้ำพอประมาณอย่ามากเกินจนแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ


Fittonia verschaffeltii var. pearcei

Fittonia verschaffeltii var. pearcei


  บรอมมีเลียดส์

(BROMELIADS)


ชื่ออื่น : สับปะรดสี
วงศ์ : BROMELIACEAE
ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อนและอเมริกากลาง

                   เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของไม้ในวงศ์เดียวกันกับสับปะรดมีจำนวนมากว่า 700ชนิด ปัจจุบันมีการปลูกเลี้ยงและผสมพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมามากมายนับพันๆ มีทั้งที่ใบสวยงามสีสันฉูดฉาด เมื่อออกดอกอยู่ได้ทนเป็นเดือนๆ

                        บรอมมีเลียดส์ เป็นไม้ประดับในที่ร่ม ที่ทนต่อสภาพในห้องแอร์ ชอบอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส  พืชชนิดนี้จะไม่ดูดธาตุอาหารจากดินแต่จะดึงความชุ่มชื้นและสารอาหารจากอากาศ

ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป แต่รดน้ำใบไม้บ่อยๆให้เหมือนละอองฝน กลางช่อใบควรให้มีน้ำขังเพื่อให้ความชื้นซึมลงไปถึงราก ควรให้ปุ๋ยน้ำที่เจือจางมากๆทุก 3สัปดาห์


สับปะรดสี(แจกันเงิน)

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Aechmea fasciata
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Silver vase, Urn plant
ชื่ออื่น  ---lสับปะรดสีแจกันเงิน
ชื่อวงศ์ ---BROMELIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

                    เจริญเติบโตช้ามีความสูงถึง 30-90 ซม. ชอบดินระบายน้ำดีแต่ยังคงความชุ่มชื้น น้ำมากไปรากจะเน่า ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ

                 เป็นพืชที่เหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอนเพราะคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป เรื่องการดูดสารพิษก็ได้แต่เพียงเล็กน้อย


ทิลแลนเซีย(Tillandsia)

วงศ์ :BROMELIACEAE

Tillandsia Ionantha

เป็น สับปะรดสีอิงอาศัยสกุลหนึ่งที่ตามธรรมชาติมักเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ใหญ่หรือ หน้าผาหิน ลักษณะเด่นของสับปะรดสีพวกนี้คือสามารถทนแล้งได้ดีหากนำมาปลูกประดับ ควรปลูกในที่ร่มรำไร อากาศเย็นและมีความชื้นในอากาศสูงและได้รับน้ำเพียงพอ

Tillandsia cyanea (variegated)

 

วาสนา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena fragrans.,Ker-Gawl.
ชื่อพ้อง

---Aletris fragrans L.

Sansevieria fragrans (L. ) Jacq

ชื่อสามัญ  ---Dracaena,Fragrant Dracaena, Cornstalk Dracaena.
ชื่ออื่น  ---ประเดหวี
ชื่อวงศ์ ---DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด

---เขตร้อนของทวีปแอฟริกาตั้งแต่ซูดานไปจนถึง โมซัมบิก

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ต้น นี้เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมานานและเรียกว่า วาสนาจนติดปาก สูง2-7เมตร เห็นข้อปล้องชัดเจน ใบขนาดกว้าง6-8ซม.ยาว30-70ซม.ใบสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อยาวถึง60ซม. กลีบนอกสีน้ำตาลเรื่อ กลีบในสีขาว
ทั้งคนไทยคนจีน มีคติเชื่อกันว่า ต้นวาสนาเป็นต้นไม้เสี่ยงทาย  ใครปลูกได้เจริญงอกงาม ก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนต้นวาสนาที่ปลูกไว้  และถ้าใครปลูกต้นวาสนาให้ออกดอกได้จะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีทีเดียวเชียว 

ดอกวาสนาจะออกเป็นช่อเวลาดูกลางวันก็งั้นๆไม่สวย แต่พอเวลากลางคืนจะบานขาวทั้งช่อ และส่งกลิ่นที่หอมมาก ตลบอบอวลไปทั่ว หลัง2ทุ่มถึงตี4นั่นแหละเป็นเวลาที่จะได้ชื่นชมทั้งดอกทั้งกลิ่น คอยจ้องเอาไว้อย่าพลาด จะใช้เวลาบานหมดต้น 8-10 วัน

พันธุ์ไม้ชนิดนี้ไม่มีกำหนดเวลาออกดอกที่แน่นอนเขาถึงว่าเป็นต้นไม้เสี่ยง ทาย
การขยายพันธุ์ด้วยวิธีตัดลำต้นเป็นข้อๆไปปักชำ วางไว้ในก้อนสำลีแช่น้ำ ประมาณเดือนนึงต้นใหม่จะแตกออกมาตามตาที่ข้อต้น 


วาสนาอธิษฐาน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena fragrans (L.) Ker Gawl. cv. Massangeana
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Corn Plant Dracaena,Fragrant Dracaena, Cornstalk Dracaena
ชื่ออื่น  ---วาสนาอธิษฐาน
ชื่อวงศ์ ---DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ลักษณะ คล้ายกับวาสนา ต้นสูงได้ถึง6เมตร แผ่นใบกว้างประมาณ 10 ซม.ยาวถึง 1 เมตร มีลายด่างเป็นริ้วสีเขียวอมเหลืองที่กึ่งกลางใบ ต้นนี้บางทีเรียกกันว่าวาสนาเรือนใน


สายสะพายจอมพล

ชื่อวิทยาศาสตร์  Dracaena fragrans (L.) Ker Gawl. cv.Victoriae
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  Fragrant Dracaena, Cornstalk Dracaena
ชื่ออื่น  ควีนวิกตอเรีย, โรจน์ทะนง
ชื่อวงศ์ DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน



ลักษณะ คล้ายกับวาสนา ขอบใบเป็นลอน มีแถบด่างพาดเป็นริ้วสีเขียวอ่อนสลับเหลืองอ่อน ดูสวยงามมาก ำม่แตกแขนงกิ่ง ไม่ควรปลูกกลางแจ้ง จะทำให้ใบไหม้ เหมาะปลูกในที่มีแสงรำไร เป็นไม้ประดับภายใน ถือเป็นต้นที่สวยที่สุดในชนิดนี้


วาสนาราชินี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ----Dracaena goldieana Bullen ex Mast. & Moore.
ชื่อพ้อง ----
ชื่อสามัญ  ----Queen of Dracaena
ชื่ออื่น  ---วาสนาราชินี
ชื่อวงศ์ ----DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน



สูง 60 เซนติเมตร ทรงใบใหญ่เป็นลักษณะพิเศษ ใบรูปไข่ปลายแหลม ออกสลับรอบลำต้น สีเขียวอมเหลืองอ่อน มีลายแต้มสีเขียวอมเทาสลับสีเขียวเข้มในแนวชวาง ใต้ใบสีม่วงแดง โตช้า

ชอบร่มรำไร ขยายพันธุ์ยาก ความสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นไม้ประดับตกแต่งภายใน

เข็มสามสี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena cincta Bak. cv. Tricolor
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Rainbow Tree
ชื่ออื่น  ---เข็มสามสี ศรอนงค์
ชื่อวงศ์ ---AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ลำ ต้นเล็กแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ใบเป็นแถบออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบมีสามสี มีสีเขียวพาดกลางใบขอบใบเหลืองนวลทั้งสองข้าง ขลิบด้วยสีแดงอมชมพูสามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไร


ซองออฟอินเดีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena reflexa (Decne.) Lam.cv.Song of India
ชื่อพ้อง

---

ชื่อสามัญ  ---Song of India, Pleomele
ชื่ออื่น  ---ซองออฟอินเดีย
ชื่อวงศ์ ---AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---มาดากัสการ์
เขตกระจายพันธุ์ ---เกาะใกล้เคียงอื่น ๆ ของ มหาสมุทรอินเดีย

ต้น นี้คาดว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคใต้ฃองอินเดียและศรีลังกา โดยกลายพันธุ์มาจาก D.reflexa แผ่นใบหนา ใบด่างเหลืองกลางใบมองเห็นแถบเขียวชัดเจนและที่ปลูกกันมีอีกแบบคือใบมี3สี มีแถบเขียวอมเทากลางใบถัดออกมาเป็นเหลืองนวลสามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไร


ซองออฟจาไมก้า

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena reflexa (Decne.) Lam.cv.Song of Jamaica
ชื่อพ้อง
ชื่อสามัญ  ---Song of Jamaica
ชื่ออื่น  ---ซองออฟจาไมก้า
ชื่อวงศ์ ---AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---มาดากัสการ์
เขตกระจายพันธุ์

---โมซัมบิก มาดากัสการ์ มอริเชียส และเกาะใกล้เคียงอื่น ๆ ของ มหาสมุทรอินเดีย

ลักษณะ คล้ายซองออฟอินเดียแต่กลางใบเป็นแถบด่างเหลือง สลับริ้วสีเขียวบ้างเล็กน้อย ทั้งสองชนิดสามารถอยู่ได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงแดดรำไร


ค้อนหมาขาว (พร้าวพันลำ)

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena angustifolia Roxb.
ชื่อพ้อง

---Agave fruticosa, Agave anugstifolia, Agave angustifolia var. honoriae

ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  ---พร้าวพันลำ, หมากพู่ป่า, ผักก้อนหมา, ผักหวานดง, คอนแคน
ชื่อวงศ์ ---AGAVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์

---จีน อินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย หมู่เกาะโซโลมอน

เป็นพรรณไม้พุ่ม สูงได้ประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นต้นเดียวหรือแตกเป็นกอเล็กน้อย ลำต้นหนา เป็นรูปทรงกระบอก ต้นอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนสีเทา ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำ ขึ้นได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไรพบได้ทุกภาคของประเทศไทย


ไผ่ฟิลิปปินส์

Dracaena surculosa

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dracaena surculosa Lindl
ชื่อพ้อง ---Dracaena godseffiana
ชื่อสามัญ 

---Gold Dust Dracaena, Spotted Dracaena, Japanese Bamboo

ชื่ออื่น  ---ไผ่ฟิลิปปินส์
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไผ่ฟิลิปปินส์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena surculosa Lindl

ชื่ออื่น : ไผ่ดำ

ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก ลำต้นกลมเล็กสูง1-4เมตรเจริญเป็นกอใบสีเขียวเป็นมันมีจุดแต้มสีเหลืองกระจายห่างๆ


ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena surculosa Lindl. cv. Bangkok Beauty

ชนิดนี้ใบมีริ้วขาว,เหลืองกระจายทั่วใบตามแนวยาว ปลูกเลี้ยงง่ายแต่มักกลายพันธุ์เป็นเขียวปกติ

ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง

ทางช้างเผือก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena surculosa Lindl. cv. Florida Beauty

ต้นนี้ก็ด่างเหมือนกันแต่ด่างคนละแนว พื้นใบสีเขียวมีจุดแต้มสีเหลืองอ่อนหนาแน่นที่กึ่งกลางใบ ขยายพันธุ์ง่าย


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena surculosa Lindl. cv. Friedmanii

มีใบเป็นแถบด่างสีขาวที่กึ่งกลางใบ ด้านข้างเป็นสีเขียวและมีจุดแต้มเล็กๆสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว โตช้า ปลูกง่าย ขยายพันธุ์ยาก


หมากผู้หมากเมีย

สกุล: Cordyline Comm. Ex R.Br.


ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Codyline fruiticosa (L.)
ชื่อพ้อง

---Convallaria fruticosa L.

Cordyline terminalis (L.) Kunth

Cordyline terminalis (L.) Kunth var. ti (Schott) Baker

Dracaena terminalis (L.) L.

ชื่อสามัญ  ---Red Draceana, Cordyline, Cabbage Tree
ชื่ออื่น  ---หมากผู้หมากเมีย
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์

---ภูมิภาคตะวันตกของ มหาสมุทรแปซิฟิก จาก นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เฟรนช์โปลินีเซีย และอเมริกาใต้

     

คนไทยเรียกหมากผู้หมากเมีย ทางการค้ามักเรียกว่า Red Dracaena แต่ชาวฮาวายเรียก ทิ ( Ti Plant) เพื่อยกย่องว่าเป็นไม้พระราชา หรือใบไม้นำโชคของชาวฮาวาย (Lucky Plant)บางทีก็นำมาใช้ประดับทำเป็นผ้านุ่งสำหรับเต้น ฮูลาฮุล่า หรือใช้ในพิธีต่างๆจนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติฮาวาย

ส่วนชาวเชียงใหม่ เรียกว่า ปูหมาก (หมากปู้) ซึ่งทั้งชาวเหนือและชาวอีสานจะใช้ใบปูหมากห่อหุ้มดอกไม้ที่ใช้กราบไหว้บูชา ในประเพณีต่างๆมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

                    ลักษณะของหมากผู้หมากเมีย เป็นไม้พุ่มมีลำต้นกลมเป็นลำเดี่ยวหรือกอเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้ ใบมีหลายลักษณะและสีสันจะแตกต่างออกไป ดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด มีดอกย่อยสีขาวรีมหรือ ขาวอมแดงเรื่อจำนวนมาก ผลิบานตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม

                   ปัจจุบันนักพฤกษศาสตร์ย้ายพืชสกุลนี้(AGAVACEAE)มาอยู่ในวงศ์ ASPARAGACEAE

              หมากผู้หมากเมียปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ไม่ยาก มักโตเร็วจนกิ่งก้านยืดยาว ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งที่เก้งก้างออกบ้าง กิ่งที่ตัดนำไปปักชำไม่กี่วันรากก็งอก ชอบดินระบายน้ำได้ดี แสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ( ปลูกกลางแดดจัดมากใบและปลายใบมักไหม้ใบจะเสีย) ระวังอย่าให้ดินแฉะ เพราะอาจทำให้ต้นเน่าตาย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอทุก 3 เดือน จะช่วยให้ต้นเติบโตงามดี  หมากผู้หมากเมียเป็นไม้ประดับที่มีสีสดใสสวยงามจึงเป็นไม้ประดับครองใจนานจน ถึงปัจจุบัน

 หมากผู้หมากเมียในเมืองไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์มีชื่อเรียกแตกต่างกัน ตามนี้เป็นตัวอย่าง


เปลวสุริยา

เพชรตาแมว (Lord Robertson)

เพชรน้ำหนึ่ง ( Flame)

 

เพชรน้ำค้าง  ( Tropic Frost)

เพชรเจ็ดสี (Oahu Rainbow)

รัศมีเพชร (Diana)

 

เพชรเขื่อนขันธุ์ (John Communis)

เพชรไพฑูรย์ (Hawaiian Flag)

รุ้งเพชร (Will's Gold)

 

เพชรไพลินกลาย

เพียงเพชร

เพชรอินทรา

 

ขิงแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alpinia purpurata (Vieill.)K.schum
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Red Ginger,
ชื่ออื่น  ----ขิงแดง
ชื่อวงศ์ ---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด

---โมลุกกะ นิวแคลิโดเนีย ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไม้ แตกกอพุ่มแน่น ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.70-1.5 เมตร มีลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยใต้ดิน  ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเป็นมัน ดอกเป็นช่อเชิงลดแต่ละช่อมีใบประดับเรียงซ้อนกัน

ดอกออกจากซอกกาบรองดอก ออกดอกตลอดปี

ข่าด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alpinia vittata Bull.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Variegated Ginger
ชื่ออื่น  ---ข่าใบด่าง,ข่าใบลาย
ชื่อวงศ์ ---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด

---จาก หมู่เกาะบิสมาร์ก ไปยัง หมู่เกาะโซโลมอน

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนชื้น

ขิงด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Alpinia zerumbet variegated
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  Variegated Shell Ginger
ชื่ออื่น  พญามือเหล็ก
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนชื้น


ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูงได้ถึง 2เมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าทอดเลื้อย ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว สีเขียวมีลายด่างขาวเหลืองตามแนวเส้นใบ ช่อดอกออกที่ปลายลำต้นเทียมใบประดับสีเขียวอ่อนดอกสีขาว ชอบดินร่วนระบายน้ำดี

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ

พลับพลึงตีนเป็ด

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Hymenocallis littoralis Salisb

ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---ฺBeach Spider Lily
ชื่ออื่น  ---พลับพลึง กทม,ว่านตะเภาใหญ่
ชื่อวงศ์ ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ละตินอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนชื้น


พลับพลึง ตีนเป็ดเป็นพืชพวกพลับพลึงชนิดหนึ่ง ที่มีลำต้นเป็นหัว หรือ เหง้าใต้ดิน และจะชูใบขึ้นมาเหนือดินในลักษณะติดกันเป็นกอ

ดอกจะชูก้านขึ้นมาเหนือกอ ก้านหนึ่งมีดอกประมาณ 4-8 ดอก ซึ่งจะทยอยกันบานทีละ 2-3 ดอก ดอกหนึ่งจะมี 6 กลีบ สีขาว กลีบดอกจะเรียวยาว  เกสรมีอยู่ 6 เส้น ตอนปลายเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล มองดูจะคล้ายกับตัวแมงมุม

จะออกดอกเป็นระยะตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อเป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ในที่ร่มและกลางแสงแดดจัด

พลับพลึงแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Crinum amabile.,Donn.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Milk-And-Wine Lily, Giant spider Lily
ชื่ออื่น  ---พลับพลึง พลับพลึงแดง ลิลัว
ชื่อวงศ์ ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ---สุมาตรา
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

พลับพลึง แดงออกดอกเป็นช่อใหญ่ โดยมีก้านดอกพุ่งออกมาจากกอ ยาวประมาณ2-3ฟุต ช่อดอกหนึ่งมีดอกราว 10-15ดอก สีแดงอมม่วงอ่อน มีกลิ่นหอม

ออกดอกปีละครั้งในเดือนกันยายน-ตุลาคม ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ และต้องปลูกในที่ลุ่ม หรือในที่ๆมีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดเวลาจะงามกว่าปลูกในที่ดอน

พลับพลึงทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Crinum xanthophyllum Hannibal
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Golden-Leaf Crinum Lily
ชื่ออื่น  ---พลับพลึงทอง
ชื่อวงศ์ ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ---
เขตกระจายพันธุ์

เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


                      นิยมปลูกประดับสวนโดยใช้ความงามจากใบ พลับพลึงทอง เป็นต้นที่กลายพันธุ์มาจากต้นพอยซันบัล์บ (Poison Bulb) โดยใบและกอจะเล็กกว่า ขณะที่แตกใบใหม่ ใบจะมีสีเขียวอมเหลืองเป็นมันและกลายเป็นสีเหลืองทั้งใบเมื่อโตเต็มที่ซึ่งเป็นธรรมชาติของไม้ชนิดนี้

ดอกออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม ออกตามซอกใบ สีขาว ออกดอกช่อละ4-8ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆออกดอกดกในช่วงฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน ทนน้ำท่วมขัง และทนแล้งได้ดีไม่ต้องดูแลมาก

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว

ร่มญี่ปุ่น

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Homalomena wallisii Regel.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Silver Shield
ชื่ออื่น  ---ร่มญี่ปุ่น
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด เวเนซูเอล่า ปานามา โคลัมเบีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ต้น เป็นพุ่มเตี้ยประมาณ 20ซม.ใบรูปไข่ปลายมนหรือแหลม

แผ่นใบหนาเป็นกำมะหยี่ สีเขียวอมเทา มีลายแต้มสีเขียวประปราย ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบสั้น กาบรองช่อดอกสีม่วงแดง เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง เป็นต้นไม้ในร่มที่ไม่ต้องการดูแลมากมายนัก ชอบความชื้นสูง แต่ดินต้องไม่แฉะอยู่ใต้ร่มเงาไม้อื่นได้

เสน่ห์จันทร์บุษราคัม

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Homalomena rubescens Kunth.
ชื่อพ้อง ----
ชื่อสามัญ  ----
ชื่ออื่น  ----
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---

ต้น สูง50-60ซม. ใบรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลมมน แผ่นใบสีเขียวเป็นมันมีด่างพร่าทั่วใบ

ก้านใบสีม่วงแดง แตกหน่อง่าย ชอบดินร่วนการระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดรำไร

บอนเขียว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Colocasia esculenta (L.) Schott.
ชื่อพ้อง

---Alocasia dussii, Alocasia illustris, Arum chinense

ชื่อสามัญ  ---Cocoyam, Dasheen, Taro
ชื่ออื่น
เขียวสยาม, บอนนา, เผือก
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---จีน ญี่ปุ่น เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เวสต์อินดีส

สูง1-1.5 เมตร ใบรูปหัวใจ แผ่นใบบางนุ่มเรียบ สีเขียว มีนวลปกคลุม เส้นใบสีเขียวอ่อน บอนหรือเผือกคือพืชชนิดเดียวกัน และนับเป็นอาหารสำคัญสำหรับชาวบ้านในท้องถิ่น เพราะยอดอ่อน และก้านนำมาใส่ในแกงบอนแกงส้มหรือจิ้มน้ำพริก

ข้อควรระวังคือ น้ำยางจากทุกส่วนของต้นมีสารแคลเซียมออกซาเลตที่ทำให้คัน ต้องนำมาปรุงให้สุกก่อนทุกครั้ง การเลือกเก็บบอนในธรรมชาติ จะมีทั้งบอนคันและไม่คัน ถ้าลำต้นสีน้ำตาลแดงเรื่อหรือสีเขียว ไม่มีนวลเกาะ เมื่อตัดทิ้งไว้สักครู่จะไม่มีคราบสีเขียวคล้ำเกิดขึ้น แสดงว่าเป็นบอนไม่คัน

ส่วนเผือกมี4พันธุ์คือ เผือกหอม เผือกเหลือง เผือกไม้หรือเผือกไหหลำ และเผือกตาแดง ที่นิยมรับประทานกันคือเผือกหอม

กระดาดขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Alocasia indica Schott

ชื่อพ้อง
ชื่อสามัญ  ---Giant Taro, Alocacia Plant
ชื่ออื่น 
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์

---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

มีหัวใต้ดินสูงกว่า1เมตรใบรูปหัวใจปลายมน ใบหยักเป็นคลื่น แผ่นใบสีเขียวเป็นมันก้านใบสีเขียวยาว

ต้นไม้พวกอโลคาเซียนิยมนำมาใช้จัดสวนบาหลีและสวนน้ำอย่างมาก

กระดาดด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alocasia macrorrhizos(L.) G.Don cv. Variegata
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ 

---Giant Taro, Greater Alocasia, Birah Negeri, Elephant's Ear

ชื่ออื่น  ---กระดาดใบด่าง,พญากาเผือก
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อนุทวีปอินเดีย มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เฃตร้อน กึ่งเขตร้อน เขตมรสุม

เป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นหัว เมื่ออายุมากขึ้นหัวจะโผล่พ้นดิน แตกหน่อใหม่รอบหัวหลัก ใบเดี่ยวเวียนเรียง ขนาดใหญ่ ขอบใบหยักมีลายด่างสีขาวสลับสีเขียวเทา ช่อดอกออกที่ซอกใบเป็นช่อเชิงลด

ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ความชื้นในอากาศสูง และพักตัวในฤดูหนาว

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาปลูกใหม่

กระดาดดำ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alocasia macrorrhizos(L.) G.Don cv. Variegata
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Giant Taro, Greater Alocasia, Birah Negeri, Elephant's Ear
ชื่ออื่น  ---กระดาด
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เฃตร้อน กึ่งเขตร้อน เขตมรสุม


ชนิดนี้ ปลูกริมน้ำ มีแสงแดดรำไรหรือแดดมากได้ ไม่พักตัวในฤดูหนาว

ถุงเงินถุงทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Xanthosoma sagittifolium (L.) Schott 'Albomarginata'

ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  Arrowleaf,Arrowleaf elephant’s ear
ชื่ออื่น  ----ถุงเงิน ถุงทอง
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ----เขตร้อนชื้น

พืชในวงศ์บอน มี ลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นหัว แล้วแตกก้านใบและใบขึ้นเหนือดิน ส่วนมากมีหัวละต้น ใบหงิกงอ สีขาวกับสีเขียวเส้นกลางใบมักจะยื่นเลยออกไปและงอม้วนเข้า

ขยายพันธุ์ด้วย หัวได้เร็ว ชอบดินร่วนที่มีอินทรีย์วัตถุผสมมากๆ ชอบความชื้นไม่ชอบดินแน่นน้ำขังแฉะ จะทำให้หัวใต้ดินเน่าตายได้

อโลคาเซียสติงเรย์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alocasia cv. Stingray
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Elephant ear plant
ชื่ออื่น  ---อโลคาเซียปลากระเบน
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนชื้น


ไม้ หัวล้มลุกมีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน เป็นลำต้นจริง ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นลำต้นเทียม ที่ประกอบด้วยก้านใบและแผ่นใบที่อวบน้ำ

ชอบดินร่วนระบายน้ำดีมีความชื้นใน อากาศสูง

แสงแดดรำไร พักต้วในฤดูหนาว

วิธีขยายพันธุ์คือแยกหน่อมาปลูกใหม่ แต่ชนิดนี้แตกหน่อค่อนข้างยากกว่าชนิดอื่น

คูเปรีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alocasia cuprea (Koch & Bouche) Koch
ชื่อพ้อง

---Alocasia metallica (K.Koch) Hook

ชื่อสามัญ  ---Giant caladium
ชื่ออื่น  ---คูเปรีย
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเซียและออสเตรเลียตะวันออก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


ต้น นี้สูงได้ถึง 1เมตร ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ขอบใบห่อโค้ง แผ่นใบหนาสีเขียวอมม่วงแดง เส้นใบเป็นร่องลึกจนทำให้ใบย่นหลังใบสีม่วงแดง ก้านหนาอวบสีเขียวอมม่วง

ปลูกในไทยต้นมักเตี้ยโตช้า

แก้วหน้าม้า

ชื่อวิทยาศาสตร์  Alocasia sanderiana Bull.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  Kris Plant, Philippine Taro
ชื่ออื่น  ---แก้วหน้าม้า
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์ ---

ถิ่น กำเนิดในเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์

              ต้นสูงไดถึง 2เมตร ใบรูปลูกศรแคบ ปลายแหลม ขอบหยักเว้าเป็นลอนลึกทั้งสองข้าง แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันเส้นใบและขอบใบมีสีเงินเด่นชัด หลังใบสีม่วงแดง

แก้วหน้าม้าตัวผู้

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alocasia denudata Engl.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Kris plant
ชื่ออื่น  ---บอนนก
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซีย-สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาะบอร์เนียว และถาคใต้ของไทย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน


ใบ รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหน้าของม้า แผ่นใบหนาเป็นมัน สีเขียวบรอนซ์ เส้นร่องใบเห็นเด่นชัด ก้านเล็กกลมยาว

มีลายขีดขวางสีน้ำตาลแดงทั่วก้าน ชอบขึ้นในที่ลุ่มริมธารน้ำตกดินชุ่มชื้น ความชื้นในอากาศสูง

กวักมรกต

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Zamioculcas zamiifolia (Lodd.) Engl.

ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ 

---Zanzibar gem, Zuzu plant, Emerald palm

ชื่ออื่น  ---กวักมรกต
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด

---แอฟริกาเขตร้อนและแอฟริกาตอนใต้ (เคนย่า, แทนซาเนียจนถึงนาทอลและแซนซิบาร์)

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินแตกกอง่ายและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แทงใบออกเหนือดิน ก้านใบอวบน้ำ ผิวใบเป็นมัน ดอกออกเป็นแท่ง ขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อปลูกและ ปักชำใบ โดยตัดใบมาชำในน้ำ เมื่อรากงอกออกมาสักระยะหนึ่งก็นำไปปักชำในดิน

พลูด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Epipremnum aureum (Lindl. & Andre) Bunting
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Devil's Ivy, Pothos, Hunter's Robe
ชื่ออื่น  ---พลูด่าง
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด

---เฟรนช์โปลินีเซีย

เขตกระจายพันธุ์

---ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังคลาเทศ ฮาวาย และ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก

เป็น ไม้เลื้อย เมื่อยังเล็กใบรูปไข่ โคนใบรูปหัวใจสีเขียว มีลายด่างสีเหลือง ขาว ไม่สม่ำเสมอ เมื่อโตเต็มที่ใบจะใหญ่ขึ้นและหยักเว้าเป็นรอยฉีก ก้านใบสั้น

ต้องการดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้น


พลูราชินีสีทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Epipremnum aureum (Lind. & Andre ) Bunting 'Lime'.

ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Golden pothos
ชื่ออื่น  ---พลูทอง
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เฟรนช์โปลินีเซีย
เขตกระจายพันธุ์

---ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังคลาเทศ ฮาวาย และ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก

ลักษณะคล้ายพลูด่าง แต่ใบมีสีเหลืองทอง


พลูราชินีหินอ่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Epipremnum aureum (Lindl. & Andre) Bunting cv. Marble Queen
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Pothos
ชื่ออื่น  ---พลูด่าง
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เฟรนช์โปลินีเซีย
เขตกระจายพันธุ์

---ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังคลาเทศ ฮาวาย และ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก


ลักษณะคล้ายพลูด่าง แต่มีลายด่างสีขาว เขียว คล้ายหินอ่อน ก้านใบอาจมีสีขาวและมีแถบสีเขียวตามแนวยาว

พลูฉีก,พลูฉีกใบด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Monstera delicosa Liebm.
ชื่อพ้อง

---Philodendron pertusum

ชื่อสามัญ  ---Ceriman, Swiss-cheese Plant, Split-leaf Philodendron, Mexican Breadfruit, Windowleaf.
ชื่ออื่น  ---พลูฉีก
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เม็กซิโก อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ --เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

 

ไม้ เลื้อยข้อสั้น ใบรูปหัวใจป้อม สีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม โคนรูปหัวใจ แผ่นใบหนา เมื่อยังเล็กใบเรียบ พอโตเต็มที่แผ่นใบหยักเว้าเป็นแฉก ช่อดอกสมบูรณ์เพศ ปลีดอกสั้นเป็นที่นิยมเพราะ ปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้น มีหลักให้เกาะเลื้อยก็งามดี มีชนิดใบด่าง Monstera drlicosa cv. Variegatum สวยไปอีกอย่าง

Monstera perforoides

คล้าย M.delicosaแต่ขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง ใบแฉกไม่เป็นระเบียบมีรูทะลุน้อย แผ่นใบหนาเส้นใบย่อยนูนเด่นชัดสีเขียวอ่อน

พลูฉลุ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Monstera obliqua (Miq.) cv. Expilata
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Window-leaf
ชื่ออื่น  ---พลูฉลุ
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน


พลูฉลุหรือพลูทะลุ เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก แผ่นใบบางเป็นลอนมีรูทะลุค่อนข้างกลมระหว่างเส้นใบสลับ


 พลูช้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhaphidophora peepla (Roxb.) Schott.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  แฮนมุม
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เอเซีย ออสเตรเลีย แปซิฟิกฝั่งตะวันตก


ไม้ เลื้อยไม่ยึดเกาะ อายุหลายปีทุกส่วนอวบน้ำ ใบใหญ่กว้างแผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวคล้ำหลังใบเขียวอ่อนอมเทา ช่อดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดผลสุกสีแดงสดชอบกินร่วนระบายน้ำได้ดีแสงแดด รำไร ความชื้นในอากาศสูงถ้าความชื้นต่ำใบจะไม่ค่อยสวย ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ


พลูฉีกใบยาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhaphidophora pinnatum (L.) Schott.
ชื่อพ้อง

---Rhaphidophora pinnata L Schott; Pothos pinnatus L; Pothos pinnata

ชื่อสามัญ 

---Centipede tongavine, Dragon-tail plant.

ชื่ออื่น  ---พลูฉีกใบยาว นางรอง
ชื่อวงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนกึ่งเขตร้อน


ลักษณะ คล้ายพลูฉีก ใบรูปขอบขนานกว้าง16-24ซม.ยาว25-50ซม.ขอบใบฉีกเกือบถึงเส้นกลางใบ มีรูเล็กๆใกล้กับเส้นกลางใบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน



หน้าวัว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Anthurium Schott
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Flamingo Flower, Boy Flower
ชื่ออื่น  ---หน้าวัวดอก
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ฮาวาย
เขตกระจายพันธุ์ ---ทุกทวีป

เป็นสกุลของพืชในวงศ์หน้าวัว (ARACEAE) มีถิ่นกำเนิดในฮาวาย ปัจจุบันกระจายพันธุ์ได้เกือบทุกทวีป แต่จะเจริญดีในภูมิอากาศแบบร้อนหรือร้อนชื้น (15 - 30 องศาเซลเซียส) จากฐานข้อมูลพืช ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันท์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557) ได้รายงานไว้ว่าเกี่ยวกับ "ชื่อค้นหา" ของคำว่า "หน้าวัว" ในประเทศไทยทั้งหมด 4 ชื่อ คือ

1. หน้าวัวดอก (Flamingo flower หรือ Tail flower) Anthurium × ferrierense Mast. & T. Moore

2. หน้าวัวดอกแดง (Flamingo flower, Pigtail Anthurium หรือ Pigtail flamingo flower) Anthurium scherzerianum Schott

3. หน้าวัวไทย (เจ็ดทิวา, เดหลีใบกล้วย, Madonna lily, Peace lily หรือ Spathe flower) จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับหน้าวัว แต่อยู่คนละสกุลกัน โดยหน้าวัวไทยจัดอยู่ในสกุล Spathiphyllum มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Spathiphyllum cannifolium (Dryand. ex Sims) Schott

4. หน้าวัวใบ (Crystal Anthurium) Anthurium crystallinum Linden ex André

เดหลี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Spathiphyllum cannifolium (Dryand.) Schott.
ชื่อพ้อง

---Pothos cannaefolia Dryand.,Pothos cannifolius Dryand. ex Sims

Spathiphyllum candicans Poepp. & Endl.

ชื่อสามัญ  ---Madonna Lily,Peace Lily,Spathe flower
ชื่ออื่น  ---หน้าวัวไทย, เจ็ดทิวา,เดหลีใบกล้วย
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้ เวเนซูเอล่า โคลัมเบีย
เขตกระจายพันธุ์ --- เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แคริบเบียน

ไม้ พุ่มขนาดเล็กทึ่นิยมใช้ในงานจัดสวนในร่มรำไร หรือสวนกระถาง หรือสวนที่อยู่ภายในอาคาร เพราะอยู่ในร่มได้ดี มีดอกและใบสวย

เดหลีมีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาเป็นไม้ประเภท มีเหง้าใต้ดิน แตกกอ ทุกส่วนมีน้ำยางใส 
ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ปลายใบมน   โคนใบสอบ    ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย   ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบอ่อนจะมีสีเหลืองอมเขียว
 ดอก  สีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง   ปลีดอกยาว  ดอกย่อยมีขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ไม่มีก้านดอก ลักษณะของดอกคล้ายดอกหน้าวัว

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอหรือปักชำ

เดหลีจักรพรรดิ์

Spathiphyllum Sp.

เดหลีใบโพธิ์ 

เดหลีใบโพธิ์ หรือ กวักทรัพย์ (Spathiphyllum Clevelandii)

หน้าวัวใบพริ้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Anthurium sp.
ชื่อพ้อง ---
ชื่อสามัญ  ---Folige Anthurium
ชื่ออื่น  ---หน้าวัวใบ
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

                     มีอายุอยู่ได้หลายปีลำต้นลำต้นตรง แตกหน่อเลื้อยเป็นพืชระบบรากอากาศสามารถดูดน้ำและความชื้นจากอากาศได้ดี
ช่อดอกเรียกว่า ปลี คือ ส่วนที่เป็นดอกจริง ซึ่งประกอบด้วย ก้านช่อ ซึ่งมีดอกย่อยเล็กเรียงอัดแน่นอยู่บนปลีเป็นดอกสมบูรณ์เพศ

ขยายพันธุ์ด้วยการ ปักชำยอด แยกหน่อ ตัดต้นชำ เพาะเมล็ด

หน้าวัวใบโคโมดิอุส

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthurium sp.

หน้าวัวใบเศรษฐีเงินหนา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthurium sp.

หน้าวัวใบยาวแคบ
ชื่อวิทยาศาสตร์: Anthurium vittarifolium Engl.

หน้าวัวใบพลู ซีรี

Anthurium sp

หน้าวัวใบผักกาด

Anthurium sp


ฟิโลเดนดรอน Philodendron sp



 สกุล ฟิโลเดนดรอน  มาจากภาษากรีก 2คำ คือ Phileo หมายถึง รัก และ dendronหมายถึง ต้นไม้  ท่านผู้รู้จินตนาการไว้ว่าเป็นต้นไม้พลอดรัก ก็น่าจะใช่เพราะสกุลนี้ ชนิดที่เป็นเถาเลื้อย รากจะกอดรัดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการอยู่รอด มีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อน เช่น เอเซีย แอฟริกา และอเมริกาใต้

ไม้ในตระกูลฟิโลเดนดรอน (Philodendron sp.) เป็นไม้ใบในจำนวนหลายๆชนิดที่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตเป็นการค้าเพื่อส่งเสริมให้แก่เกษตรกร ฟิโลเดนดรอน ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยจัดอยู่ในวงศ์ Araceae มีอยู่ด้วยกันประมาณ 200 ชนิดและมีมากกว่า 100 ลูกผสมที่ถูกพัฒนาโดยนักปรับปรุงพันธุ์  ดังนั้นจึงเกิดความสับสนในเรื่องของชื่อสามัญอยู่

ฟิโลเดนดรอนไม้ต้นนี้เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย แข็งแรง ปัญหาเรื่องโรคน้อย ทนทานในที่ร่มจึงมักนำไปตกแต่งภายในอาคารส่วนใหญ่

ปัจจุบันมีผู้ค้นพบแล้ว 350-400 ชนิด แบ่งตามการเจริญเติบโตเป็น 3 กลุ่มคือ

   1 ฟิโลเดนดรอนที่เป็นเถา (Climbing Philodendron)รากหยั่งลึกลงพื้นดินและพยุงตัวขึ้นสูงดูเหมือนไม้ใหญ่

   2 ฟิโลเดนดรอนที่แตกกอ ( Self-Heading Philodendron) เจริญเป็นพุ่ม

   3 ฟิโลเดนดรอนกึ่งเลื้อยกึ่งแตกกอ ( Semi-climbing and  self heading Philodendron)


Philodendron cv 'Xanadu'

ฟิโลเดนดรอน ซานาดู

สามารถแตกกอได้สวยงามใช้เป็นไม้ตัดใบได้ดี

Philodendron selloum (Jacq.X Schott.)

ถิ่นกำเนิดในคิวบาและจาไมกา

หรือฟิโลใบมะละกอ ใบแฉกรูปหัวใจขนาดใหญ่ หยักเว้าเป็นลอนฉีกลึกถึงเส้นกลางใบแผ่นใบหนาสีเขียวเป็นมัน

Philodendron bipinnatifidum Engl.

ถิ่นกำเนิด บราซิล เป็นฟิโลที่ใบหยักเว้ามากที่สุด และปลูกเลี้ยงในไทยได้ดีมาก นิยมนำมาใช้จัดสวน ที่มีแสงแดดรำไรเสมอ

Philodendron squamiferum Poepp

Philodendron pedatum (Hook.)Kunth

เรียก ว่า ฟิโลก้ามกุ้งมีถิ่นกำเนิดใน ซูรินาเม กายอานา และบราซิล ใบเว้า5แฉกสมมาตร แผ่นใบหนาสีเขียวอมน้ำเงิน เส้นกลางใบเป็นร่องสีเขียวอ่อน หลังใบ

     เรียกว่า ฟิโลก้ามเกลี้ยง ถิ่นกำเนิดบราซิลและเปรูแผ่นใบบางสีเขียวเส้นใบย่อยเป็นร่องลึกเด่นชั

พลูกำมะหยี่หรือพลูสนิม

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Philodendron melanochrysum Linden & André
ชื่อพ้อง

---Philodendron andreanum., Philodendron grandidens

ชื่อสามัญ  ---Black Gold Philodendron, Velour Philodendron
ชื่ออื่น  ---พลูกำมะหยี่ พลูสนิม
ชื่อวงศ์ ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---คอสตาริกา อิควาดอร์ โคลัมเบีย เปรู

ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดกลางเลื้อยได้ไกล 2-4 เมตร ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ ยอดอ่อนมีสีแดงเรื่อ รูปหัวใจ ปลายเรียวแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ แผ่นใบเป็นกำมะหยี่สีเขียวคล้ำอมสีแดง ใต้ใบสีม่วงแดง เส้นใบย่อยเป็นร่องลึก ก้านใบ สีเขียวอมแดงเรื่อ

ฟิลโลเศรษฐีมีทรัพย์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phillodendron Sp.


นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งภายใน เป็นไม้มงคลตามชื่อเรียก

ฟิลโลทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Philodendron cv. Lemon Lime

ฟิลโลมรกตแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phillodendron Sp.

ฟิลโลมูนไลท์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phillodendron Sp.

ฟิลโลออเร้นจ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phillodendron Sp.


สกุลซิงโกเนียม   Syngonium Schott


 ซิงโกเนียม หรือที่เรียกกันว่า เงินไหลมา ทองไหลมา มีการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนของทวีปอเมริกา  เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปี  เมื่อยังเล็กใบมีรูปทรงสีสันต่างจากเมื่อโตเต็มที่    ช่อดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด กาบรองดอกห่อหุ้มด้านล่างของปลีดอก

พืช สกุลนี้ปลูกเลี้ยงง่าย  ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดรำไรมีความชื้นในอากาศสูง หากปลูกในที่ความชื้นต่ำ ใบจะไม่สวยงามและมักไม่เลื้อยเกาะ

 Syngoniumชนิดที่ปลูกประดับในเมืองไทย


S. Podophyllum cv. Allusion Cream

S.podophyllum cv. Allusion Pink

 

ออมเพชร 

Syngonium wendlandii Schott

 Syngonium podophyllum 

cv. Pink Allusion

 

Syngonium podophyllum

cv. Emerald  Gem Variegatum

Syngonium podophyllum

cv. White Butterfly


ชื่อสามัญ : Copper Syngonium

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syngonium erythrophyllum Birdsey ex Bunting

ถิ่นกำเนิด : ปานามา

       เมื่อยังเล็กใบรูปหัวใจสีเขียวเข้ม อมม่วงแดง เมื่อโตเต็มที่แผ่นใบเป็นรูปนิ้วมือ มี3ใบย่อย      แต่ละใบเป็นใบรูปรีถึงรูปใบหอก แกมรูปรี หรือรูปไข่ จากนั้นใต้ใบจะเริ่มมีสีม่วงแดงมากขึ้นเรื่อยๆ


เบญจรงค์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Pilea cadierei Gagnep. & Guillaum
ชื่อสามัญ  ---Aluminium Plant. Watermelon Pilea
ชื่ออื่น  ---นกกระทา
ชื่อวงศ์ ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เวียดนาม

ไม้คลุมดินต้นอวบน้ำ พุ่มตั้งตรง สูง 15-30 เซนติเมตร ใบรูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายเรียวแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีเส้นใบย่อย3เส้นเป็นร่องลึก มีแต้มหรือเส้นสีเทาเงินบนใบ

ช่อดอกออกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาวหรือขาวอมเขียว ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี แสงแดดรำไร ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำกิ่ง


ลายเบญจรงค์ใบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Pilea involucrata (Sims) Urban cv.Norfork.
ชื่อสามัญ 

---Friendship plant

ชื่ออื่น  ---เบญจรงค์แดง
ชื่อวงศ์ ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้

ไม้ คลุมดินสูง10-15เซนติเมตร ใบรูปรีปลายใบแหลมขอบใบหยักซี่เลื่อยถี่ แผ่นใบย่น สีเขียวเข้มเหลือบเงินสลับสีเทาเงินเป็นแถบตามแนวยาว เส้นใบย่อย3เส้นเห็นชัด

ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบสีแดงเรื่อ ชอบดินร่วนระบายนำ้ดี แสงแดดรำไร


เศรษฐีเรือนนอก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Chlorophyttum bichetii (Karrer) Backer
ชื่อสามัญ  ---St.Bernard's Lily
ชื่ออื่น  ---เศรษฐีเรือนนอก,ว่านเศรษฐีอินเดีย
ชื่อวงศ์ ---ANTHERICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้

เป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี นิยมปลูกเลี้ยงเป็นไม้คลุมดินในที่ ที่มีแสงแดดรำไร มีเหง้าสั้นๆเป็นรากสะสมอาหารอวบน้ำจำนวนมากอยู่ใต้ดินใบเดี่ยวเรียงเวียน สลับรูปแถบ

เนื้อใบบางปลายใบแหลม สีเขียวเข้มมีแถบสีขาวตามยาวที่ขอบใบ เมล็ดใช้ขยายพันธุ์ได้แต่ส่วนใหญ่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี

เศรษฐีเรือนกลาง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Chlorophytum comosum (Thunb.) Jacques
ชื่อสามัญ  ---Spider plant,Airplane plant, St. Bernard's lily, Spider ivy, Ribbon plant, Hen and chickens
ชื่ออื่น  ---ว่านเศรษฐี เศรษฐีเรือนเขียว
ชื่อวงศ์ ---ANTHERICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนทั่วโลก

เศรษฐีเรือนกลางหรือเรียกอีกอย่างว่า "เศรษฐีเรือนแก้ว" ใบรูปแถบเนื้อใบบาง ปลายใบแหลม สีเขียวเข้ม ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดตรึ่งวันถึงรำไรขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ ปักชำต้นอ่อนที่เกิดบนช่อ


เศรษฐีเรือนใน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Chlorophytum comosum (Thunb) Jacq. cv. Variegatum
ชื่อสามัญ  ---Spider Plant
ชื่ออื่น  ---เศรษฐีเรือนใน
ชื่อวงศ์ ---ANTHERICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนทั่วโลก

เป็น ไม้พุ่มสูง 25-30 เซนติเมตร ใบสีเขียวมีแถบกลางสีขาว ช่อดอกยาวสีขาวอมเหลืองอ่อน สามารถเจริญเป็นต้นเล็กๆนำไปขยายพันธุ์โดยการปักชำได้ ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี

                  Chlorophytum cv. Milky Way เรียกว่า ทางช้างเผือก เป็นอีกต้นหนึ่งที่มีใบใหญ่และลายชัดกว่า

เศรษฐีขอดทรัพย์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ophiopogon Jauran (Kunth) Lodd.
ชื่อสามัญ  ---The Ornamental Hemp
ชื่ออื่น  ---ว่านเศรษฐีกอบศรัพย์
ชื่อวงศ์ ---CONVALLARIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์

นิยมปลูกเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าใบงอมากๆก็จะมีโชคลาภรำ่รวย คาดว่ากลายมาจากซุ้มกระต่าย

แต่แตกต่างที่มีใบม้วนงอเข้า

รางทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Hymenocallis littoralos Salosb cv. variegata
ชื่อสามัญ  ---Spider Lilly
ชื่ออื่น  ---ว่านรางทอง ว่านสี่ทิศรางทอง
ชื่อวงศ์ ---Amaryllis
ถิ่นกำเนิด

---ตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา , เม็กซิโก , อเมริกากลาง , แคริบเบียน และตอนเหนือของ อเมริกาใต้

เขตกระจายพันธุ์

---ประเทศในเฃตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

ไม้ล้มลุกมีความสูงประมาณ 0.30เมตร ต้นเหนือดินตั้งตรงมีข้อปล้องสั้น ๆ อัดตัวกันแน่นใบเดี่ยว เรียวยาวมีเส้นกลางใบขนานตามยาวผิวใบเรียบเป็นมันเรียงสลับบนลำต้น  ขอบใบเรียบ

ออกดอกเดี่ยวที่ปลายยอด กลีบดอก สีขาวก้านช่อดอกยาวตรง

ปลูกประดับได้ทั้งภายใน และ ภายนอกอาคาร

หนวดปลาดุก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ophiopogon Japonicus (L.f.) Ker Gawl.
ชื่อสามัญ  ---Snake'Beard
ชื่ออื่น  ---เศรษฐีญี่ปุ่น หนวดพราหมณ์
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ญี่ปุ่น เกาหลี

ไม้ คลุมดินลำต้นสั้นมีไหลอยู่ใต้ดิน สูง15-30เซนติเมตร เจริญเป็นกอคล้ายหญ้า

ดอกสีขาว แต่มักไม่ค่อยออกดอกในเมืองไทย ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ


หนวดปลาดุกแคระ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ophiopogon Japonicus (L.f) Ker Gawl. cv Kyoto Dwarf.
ชื่อสามัญ 

---Dwarf lilyturf, Mondograss, Fountainplant, Monkeygrass

ชื่ออื่น  ---หนวดปลาดุกแคระ
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เวียตนาม

ไม้ คลุมดินโตช้าสูง3-5เซนติเมตรใบเล็กสีเขียวเข้ม มีดอกสีม่วงเล็กๆ นิยมใช้จัดสวนญี่ปุ่น ปลูกแทนหญ้าในบริเวณที่ปลูกหญ้าไม่ได้หรือตัดหญ้าไม่สะดวก

ปริกน้ำค้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Asparagus densiflorus 'Sprengeri'

ชื่อสามัญ 

---Sprengeri Fern, Asparagus Fern

ชื่ออื่น  ---ปริก,  ปริกน้ำค้าง
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้

เป็น ไม้คลุมดิน ต้นเล็กแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มห้อยโค้งลง ใบจริงเปลี่ยนเป็นหนามเล็กๆ ส่วนที่ดูคล้ายใบคือส่วนของลำต้น เป็นรูปแถบหรือรูปเข็ม ปลายแหลมแข็งสีเขียวเป็นมัน

ดอกสีขาวเล็กๆ ผลทรงกลมเมื่อสุกสีแดง

ปริกหางกระรอก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Asparagus densiflorus (Kunth.) Jessop
ชื่อสามัญ 

---Foxtail fern, Asparagus fern, Emerald fern, Basket asparagus.

ชื่ออื่น  ---ปริกหางกระรอก
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้


เป็น ไม้คลุมดินในที่แสงแดดรำไร ทรงพุ่มสูง 30-50 เซนติเมตร ลำต้นสั้น แตกกิ่งก้านชี้ขึ้น ใบเป็นรูปเข็มสีเขียวเข้มออกรอบกิ่ง เป็นพวงรูปทรงกระบอกคล้ายหางกระรอก ยาวได้ถึง 50 เซนติเมตร โตช้า ชอบความชื้นสูง ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอมาปลูกใหม่ได้หากกอแน่นเกินไป


โปร่งฟ้า

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Asparagus setaceus (Kunth) Jessop
ชื่อสามัญ  ---Feather Fern
ชื่ออื่น  ---โปร่งฟ้า
ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้

เป็น ไม้คลุมดินต้นเป็นกอ กิ่งก้านทอดเลื้อย สามารถปักหลักผูกเป็นทรงพุ่มได้ ลำต้นที่คล้ายใบเป็นฝอยละเอียดแผ่แบนเป็นรูปสามเหลี่ยม สีเขียวอมน้ำเงิน

ขิงม่วง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dichorisandra thrysiflora J.G.Mikan
ชื่อสามัญ  ---Blue Flower Bamboo, Blue Ginger
ชื่ออื่น  ---ขิงม่วง
ชื่อวงศ์ ---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล

           ปลูกเลี้ยงขยายพันธุ์ง่ายหักกิ่งปักชำก็ขึ้น ลำต้นตั้งตรงสูงถึง 2 เมตร ใบเรียงสลับในระนาบเดียวกัน สีเขียวเข้มเป็นมัน
ช่อดอกออกที่ยอด รูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ดอกสีม่วง โคนกลีบสีขาว ชอบแสงแดดรำไร ถึงครึ่งวันเช้า


Dieffenbachia Schott




พืช สกุลนี้เรียกกันทั่วไปว่า สาวน้อยประแป้ง เป็นไม้พุ่มอายุหลายปี ลำต้นอวบน้ำตั้งตรง เห็นข้อปล้องชัดเจน ภายในมีน้ำยางที่เป็นพิษ หากกินเข้าไปจะทำให้เป็นใบ้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ไอ้ใบ้" หรือ Dumb Cane ใบรูปรีหรือขอบขนานออกเวียนสลับรอบต้น มีลวดลายแตกต่างกันไป ช่อดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด มีกาบรองดอกหุ้มปลีดอกเอาไว้ ผลกลมเมื่อสุกสีส้มหรือแดง

ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดรำไรถึงครึ่งวันฃยายพันธุ์ง่ายโดยการตัดยอดหรือลำต้นมาปักชำ เวลาตัดยอดหรือลำต้นมาเพื่อขยายพันธุ์ต้องปล่อยให้ยางแห้งก่อน แล้วใช้ปูนแดงหรือยาฆ่าเชื้อราป้ายทิ้งไว้ก่อนนำมาปักชำ ต้องระวังอย่าให้น้ำมากเกินไปเพราะอาจทำให้ลำต้นเน่า หรือ รากเน่าได้

สาวน้อยประแป้งถือเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกกันมากในอดีต ปัจจุบันที่ยังเห็นกันอยู่ ดูตามนี้

ช้างสามสี

Dieffenbachja x bausi Regel

ช้างเผือก

Dieffenbachia maculate

(Lodd.) Bunting cv Barraquiniana

อาบูหะซัน หรือ ช้างดำ

Dieffenbachia x memoria-corsil Fenzl

ขุนเม็งราย หรือ ทรอปิกสโนว์

Dieffenbachia maculate (Lodd.)

Bunting cv Tropic Snow

 เสือโคร่ง  

Dieffenbachia sequine

(Jacq.) Schott cv. Nobilis

นางพญาหงสา

Dieffenbachia daguensis

 หงสามหาราช

Dieffenbachia  sp.

เศรษฐีวิลสัน

Dieffenbachia  cv. Wilson’s Delight

 รูดอล์ฟ

Dieffenbachia maculate (Lodd.) Bunting cv. Roudolph Roehers

สโนว์ดรอป

Dieffenbachia camilla


Aglaonema schott

อโกลนีม่าหรือ แก้วกาญจนา

                                    สยามออโรร่า

ถิ่น กำเนิด เขตร้อนของทวีปเอเซีย พบทั่วโลกประมาณ21ชนิด มีทั้งเป็นไม้พุ่มและไม้เลื้อย

ลำต้นอวบน้ำมีข้อปล้องชัดเจน ลวดลายใบแตกต่างกันไป ช่อดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ผลเป็นรูปทรงกลมเมื่อสุกสีแดงสด สามารถนำมาขยายพันธุ์ต่อไปได้ แตกกอง่าย ข้อต้นถี่ มีน้ำยางใสที่ไม่เป็นพิษ

จะเห็นได้ว่า อโกลนีมามีลักษณะทั่วไปคล้ายสาวน้อยประแป้ง ต่างกันที่อโกลนีมามีข้อต้นถี่และน้ำยางใสไม่เป็นพิษและด้วยลวดลายสีสันบนใบ และความแข็งแรงทนทาน อโกลนีมาจึงได้รับความนิยมในการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก การปลูกเลี้ยงก็ง่ายในแสงแดดรำไรและดินมีการระบายน้ำดี บางชนิดทนต่อสภาพชื้นแฉะ บางชนิดทนต่อสภาพแห้งแล้ง หรือมีแสงแดดส่องมาก มีทั้งเลี้ยงง่ายโตเร็ว และเลี้ยงง่ายโตช้า แล้วแต่ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี อาจใช้การตอน การแยกหน่อ หรือปักชำยอด หรือปักชำลำต้น ศัตรูที่ควรระวังคือพวกเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณซอกใบตามปลายยอด ชอบปุ๋ยคอกมากกว่าปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ประหยัดไปอีกอย่าง สำหรับอโกลนีมาที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมี 2กลุ่มคือ กลุ่มที่มีลำต้นตั้งตรงและกลุ่มที่มีลำต้นทอดเลื้อย ที่นำมาคือเป็นต้นที่ควรรู้จัก สำหรับต้นที่ผสมขึ้นใหม่ จะมีหนังสือเฉพาะสำหรับผู้สนใจพิเศษ ในที่นี้จะกล่าวถึงอโกลนีมาทั่วไปออกจะเป็นไม้เก่าดั้งเดิมเริ่มต้น แต่ที่กำลังนิยมอยู่ก็มีอยู่บ้าง

เขียวพันปี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema commutatum Schott

ถิ่น กำเนิดในฟิลิปปินส์ และตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเซลีเบส

ทรงพุ่มค่อนข้างใหญ่ ใบรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือรูปหัวใจ สีเขียวเข้มเป็นมัน มีลายแถบเล็กๆทั้งสองด้านระหว่างเส้นใบย่อยคล้ายลายขนนก

มีลายเป็นปื้นสีเขียวอ่อนกระจายอยู่ทั่วใบ

เขียวหมื่นปี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema commutatum Schott cv.Maria

ชื่ออื่น : ริ้วทอง, กวักทางลาย

            ถิ่นกำเนิดในฟิลิปปินส์ ทรงพุ่มเล็กใบรูปขอบขนานแคบ ปลายแหลม สีเขียวเข้มเป็นมัน มีแถบสีด่างเทาระหว่างเส้นใบ เลี้ยงง่าย

โพธิ์เงิน


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema brevispathum (Engl.) Engl. f. hospitum (F.N.Wms.) Nicolson

ถิ่น กำเนิด เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ40ซม. ใบรูปไข่ปลายแหลมสีเขียว มีจุดแต้มสีขาวห่างๆทั่วใบแผ่นใบหนา เส้นใบเป็นร่องลึก ก้านใบเล็กยาว

โพธิ์เงินลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema costatum N.E.Br

ชื่ออื่น: โพธิ์นำเงินเล็ก

ต้น นี้เรียกกันว่า ใบ้สามสี มาแต่โบราณ ถิ่นกำเนิด มาเลเซีย มีลำต้นทอดเลื้อยใต้ดิน ใบรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลมสีเขียวเข้มเป็นมัน มีเส้นกลางใบและจุดแต้มเล็กๆสีขาวนวลทั่วใบ เจริญได้ดีในดินที่มีใบไม้ผุและธาตุอาหารสมบูรณ์

เงินเต็มบ้าน


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema commutatum Schott. var. picturatum Jervis 'Mutton-fat Jade'

ถิ่น กำเนิด ฟิลิปปินส์

พุ่มขนาดกลางแตกหน่อปานกลาง โตเร็ว ใบรูปไข่ปลายแหลมเป็นติ่ง โคนมนหรือรูปหัวใจ ใบสีเขียวเข้มเหลือบสีเทาเงิน มีปื้นสีเขียวหรือเขียวอมเทาที่ขอบใบ ใต้ใบสีเขียวเข้ม ก้านใบสีเขียวเข้ม โคนกาบใบมีขีดสีเทาจาง



อโกลนีม่าชนิดอื่นๆ


คล้า

อยู่ในวงศ์  MARANTACEAE หรือเรียกกันว่า Arrow Root Famly มีประมาณ 31 สกุล 550 ชนิด


ถิ่น กำเนิดอยู่ในเขตร้อน ส่วนใหญ่อยู่ในแถบอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย

มักพบในป่าดิบชื้น มีแสงรำไรหรือในพื้นที่ชื้นแฉะทั่วไป

คล้าจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีเนื้ออ่อน เจริญเติบโตเป็นกอ เป็นพุ่ม อายุหลายปี ลำต้นมีทั้งตรงและเลื้อย มีเหง้า หรือหัวใต้ดิน แตกหน่อได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกัน มักมีลวดลายและสีสันบนใบสวยงาม โคนต้นมีกาบหุ้มใบ

ลักษณะประจำของพืชวงศ์นี้คือแผ่นใบสองด้านของเส้นกลางใบไม่เท่ากัน ขณะใบยังอ่อนด้านใหญ่จะม้วนหุ้มด้านเล็กไว้ นอกจากนี้ตรงรอยต่อของก้านใบกับแผ่นใบจะโป่งออก มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบ เวลากลางวันใบจะกางออก และจะห่อขึ้นในเวลากลางคืน คล้ายกับการพนมมือ จึงมีคนเรียกชื่อพืชวงศ์นี้ว่า "Prayer Plant"

ดอก ออกเป็นช่อบริเวณยอดอ่อนจากซอกกาบใบ ดอกจะออกเป็นคู่จากกาบรองดอกที่เรียงซ้อนกันเป็นแถวในแนวระนาบเดียวกัน สลับซ้ายขวาจากแกนช่อดอกหรืออาจเรียงกันเป็นวง ช่อดอกสมบูรณ์เพศ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ3กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมากแต่สมบูรณ์เพียง1อัน ส่วนที่เหลือเป็นหมัน และจะเปลี่ยนรูปไปคล้ายกลีบดอก1กลีบ ลักษณะของช่อดอกมี4แบบคือ1 แบบดอกช่อกระจุกอยู่ปลายก้าน 2 แบบช่อแขนง 3 แบบช่อกระจะ 4 แบบช่อเชิงลด

ผลซึ่งไม่ค่อยจะพบนักมี2ลักษณะคือผลแห้งเมื่อแก่อาจแตกหรือไม่แตกออก และผลที่มีเนื้อนุ่ม และมีเมล็ด1-3เมล็ด

ธรรมชาติ ของคล้ามักขึ้นตามป่าชื้นที่มีดินแฉะหรือมีน้ำขัง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น ความชื้นสูง แสงรำไร ลมโกรกน้อย แต่ก็มีบางสกุลที่ทนอุณหภูมิต่ำมากๆได้

ใบของคล้าจะไวต่อแสงแดด ความชื้นและอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมมาก เช่นในฤดูฝนใบจะมีสีสันและลวดลายสวยงาม แต่ถ้าได้รับแสงแดดจัดขณะมีความชื้นในอากาศน้อยและมีอุณหภูมิสูง เช่นในฤดูร้อนหรือฤดูหนาว จะทำให้เกิดรอยไหม้บนใบหรือขอบใบแห้ง ส่วนวัสดุปลูกนั้นต้องมีความชุ่มชื้น มีการระบายน้ำดี และมีอินทรียวัตถุปนอยู่บ้างเช่น ดินปนทราย

การ ขยายพันธุ์ควรทำในช่วงฤดูร้อนถึงฤดูฝน วิธีที่นิยมกันคือการแบ่งเหง้าหรือหัวที่โตเต็มที่มาปลูกใหม่ ราว2-3สัปดาห์ต้นใหม่ก็จะตั้งตัวได้และเริ่มผลิใบใหม่ขึ้น ส่วนการเพาะเมล็ดจะให้ผลช้ากว่าและต้นที่ได้อาจมีการกลายพันธุ์จากต้นเดิม จึงไม่นิยม ยกเว้นทำเพื่อผลิตลูกผสมใหม่

โรค แมลงศัตรู โรคที่พบมากคือโรคใบจุดสนิม เกิดจากเชื้อรา จะมีจุดสีน้ำตาลกระจายทั่วไป ระบาดมากในฤดูหนาว ส่วนแมลงศัตรูที่พบได้แก่ เพลี้ยแป้ง ตั๊กแตน หนอนบุ้งและไรแดง

ปัจจุบันคล้าที่ปลูกกันอยู่ในประเทศไทยมีทั้งชนิดเป็นพันธุ์พื้นเมือง และนำเข้ามาจากต่างประเทศ ได้แก่

คล้าซิก้าร์

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Calathea lutea (Aubl.) E.Mey. ex Schult.

ชื่อพ้อง

---Calathea lutea (Aubl.) E.Mey. ex Schult.

---Calathea cachibou (Jacq.) Lindl. ex Horan.             

---Calathea discolor G.Mey.                            

---Calathea magnifica C.V.Morton & Skutch

---Maranta cachibou Jacq. 

---Maranta casupo Jacq.                   

---Maranta disticha Buc'hoz                            

---Maranta lutea Aubl.                       

---Phrynium casupo (Jacq.) Roscoe 

---Phrynium luteum (Aubl.) Sweet   

---Phyllodes lutea (Aubl.) Kuntze
ชื่อสามัญ  ---Cigar Flower Plan,Cigar Calathea, Cuban Cigar, Mexican Cigar Plant, Habana Cigar.
ชื่ออื่น  ---ซิการ์
ชื่อวงศ์ ---MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---จากตอนใต้ของเม็กซิโกถึงบนาซิลและเปรู

                        เจริญเป็นกอ สูงได้ 3-5 เมตร ใบขนาดใหญ่ซึ่งแทงขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน กว้างประมาณ 0.7 เมตรยาวได้ถึง 1.7 เมตร  แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปไข่กลับ สีเขียวเนื้อใบหนา เรียบเกลี้ยง

ด้านท้องใบเคลือบด้วยสีขาวนวลและแห้ง ช่อดอก ยาวประมาณ 30 ซม. กาบรองดอกรูปไข่สีน้ำตาลปนแดงดอกสีเหลือง ขยายพันธุ์ ด้วยการแยกกอ

สาคูด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Maranta arundinacea L. 'Variegata'

ชื่ออื่น : ว่านนกยูง

ถิ่นกำเนิด : ตอนกลางและตอนใต้ของอเมริกา

เจริญ เป็นกอแตกกิ่งก้านได้ สูง1-2เมตร ใบยาว18-20ซม.รูปไข่ปลายเรียวแหลม โคนป้านขอบใบเรียบ

ด้านบนสีเขียวมีแถบด่างสีขาวนวลอมเหลืองตามแนวเส้นใบย่อยในแต่ละใบไม่เท่า กัน แต่มีขลิบขอบใบทุกใบด้วยแถบด่าง ใต้ใบสีเขียวอ่อน ก้านใบกลมสีเขียว

คล้ากาเหว่าลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Calathea lancifolia Boom

ชื่อพ้อง

---Calathea insignis W.Bull nom. illeg.

ชื่อสามัญ 

---Rattlesnake plant

ชื่ออื่น  ---คล้ากาเหว่า กาเหว่าลาย
ชื่อวงศ์ ---MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน เขตอบอุ่น

ต้น เป็นกอสูง 30-45 ซม.ใบหนา กว้าง4-5.5ซม. ยาว 25-35 ซม. รูปแถบ แผ่นใบมีรอยนูนเป็นคลื่น ด้านบนสีเขียวอ่อนอมเหลือง มีลายรูปเรียวรีและจุดสีเขียวเข้มตามรอยนูนสลับกันทั้งสองด้านของแผ่นใบ

ขอบใบขลิบสีเขียวเข้ม ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบกลมสีเขียวเข้ม ยาว20-30ซม. รอยต่อกับแผ่นใบสีม่วงแดง

ทนต่อแสงแดดมาก นิยมปลูกเป็นไม้ประดับจัดสวน

คล้าใบละร้อย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Calathea vaginata Petersen
ชื่อพ้อง ---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  ---ใบละร้อย
ชื่อวงศ์ ---MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---กายอานา โคลัมเบีย นิคารากัว
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกาใต้

ต้น เป็นพุ่มเล็กสูง 10-20 ซม.ใบยาว10-13ซม.ค่อนข้างกลมปลายมนกึ่งกลม โคนใบกลม ขอบเรียบ มีรอยนูนตามเส้นใบย่อย ด้านบนสีเขียวอ่อนอมเทาเหลือบเงิน ขอบใบขลิบสีเขียวเข้ม ใบอ่อนมีสีแดงเรื่อ และค่อยๆจางลงเมื่อใบแก่ เส้นกลางใบสีแดง ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบกลมสั้น สีม่วงแดง

คล้าม้าลาย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Calathea zebrina (Sims) Lindl
ชื่อพ้อง

---Calathea binotii Gentil

---Endocodon zebrina (Sims) Raf.

---Goeppertia zebrina (Sims) Nees

---Maranta bicolor Vell. nom. illeg.

---Maranta pulchella Linden ex K.Koch

---Maranta zebrina Sims

---Phrynium bicolor K.Koch

---Phrynium pulchellum Linden ex K.Koch

---Phrynium zebrinum (Sims) Roscoe

---Phyllodes zebrina (Sims) Kuntze

ชื่อสามัญ  ---Zebra Plant
ชื่ออื่น  ---คล้าเสือโคร่ง, ว่านพญาเสือโคร่ง
ชื่อวงศ์ ---MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง,อเมริกาใต้, เอเซีย-จีน ไต้หวัน

เป็น พุ่มกว้าง สูงถึง1เมตร ใบยาว30-35ซม.รูปรีเรียว ปลายแหลมโคนสอบ ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย ด้านบนเป็นกำมะหยี่ สีเขียวอ่อนสลับกับลายแถบสีเขียวเข้มคล้ายหางลูกธนู เส้นกลางใบสีขาวอมเขียว ใต้ใบสีม่วงแดง และมีกาบหุ้มตลอดแนวก้าน

ว่านเสน่ห์ขุนแผน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea majestic H.Kern.

ถิ่นกำเนิด: ลุมแม่น้ำอเมซอน และบางแห่งในอเมริกาใต้

ต้น สูง35-50ซม. ใบหนายาว20-25ซม.รูปไข่ค่อนข้างเรียว ปลายแหลมโคนใบกลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อยด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันตามรอยนูนของเส้นใบย่อย กึ่งกลางใบและขอบใบ ส่วนที่เป็นร่องระหว่างรอยนูนมีเส้นริ้วสีขาวพาดเฉียงกลุ่มละ4เส้น เรียงไม่เป็นระเบียบ

ต่างกับ C. elliptica 'Vittata' ที่เรียงเป็นระเบียบ เส้นกลางใบเป็นร่อง ใต้ใบสีม่วงแดง เมื่อแก่จะจางเล็กน้อย ก้านใบกลมยาวสีเขียวเข้ม

ว่านเสน่ห์ขุนแผน ว่านเสี่ยงทาย โรซีโอลิเนียตา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea majestic H.Kern. 'Roseo-lineata'

ชื่ออื่น : ว่านเสี่ยงทาย, โรซีโอลิเนียตา

ถิ่นกำเนิด: กายอานา, โคลัมเบีย และเอกวาดอร์

ต้น สูงถึง 1เมตรใบหนายาว25-30ซม.รูปไข่ปลายแหลม โคนป้าน ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย

ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันมีเส้นริ้วพาดเฉียงเป็นกลุ่มๆละ2-3เส้น ยาวไม่เท่ากัน(คล้าย C.majestica) เส้นกลางใบซึ่งเป็นร่องและเส้นริ้วของใบอ่อนมีสีแดงอมชมพู เมื่อแก่จึงจางเป็นสีขาว ใต้ใบสีม่วงแดง

ก้านใบกลม ยาว สีเขียวเข้ม เจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่ร่มและแสงแดดจัด

ว่านดาบขุนแผน เสน่ห์ขุนแผน ซานเดอเรียนา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea 'Sanderiana'

ชื่ออื่น : เสน่ห์ขุนแผน ซานเดอเรียนา

ถิ่นกำเนิดในเปรู

ต้น สูง 35-50ซม. ใบหนายาว25-30ซม.รูปไข่กว้างปลายแหลม โคนป้าน ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย

ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีลายขีดสีขาวยาวไม่เท่ากันพาดขวางเป็นกลุ่ม กลุ่มละ3-4เส้น ใบอ่อนมีริ้วชมพูเมื่อใบแก่จะจางลงเป็นสีขาว (คล้ายคล้าขุนแผน) เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน

ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบกลม สีเขียวเหลือบม่วงแดง รอยต่อกับแผ่นใบสีเขียวอ่อน เจริญเติบโตได้ดีในไทย

คล้าพลายชุมพล

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea elliptica (Roscoe) Schum.'Vittata'

ชื่ออื่น : คล้าวิตตาตา

ถิ่นกำเนิด: โคลัมเบีย และบราซิล

ต้น สูง 40-60ซม.ใบยาว15-20ซม.รูปไข่เรียว ปลายเรียวแหลม โคนใบกลม ขอบเรียบ ด้านบนสีเขียวสดเป็นมัน มีเส้นริ้วสีขาวพาดขวางแผ่นใบเป็นคู่อย่างเป็นระเบียบทั้งสองด้าน เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน ใต้ใบสีเขียวเทา ก้านใบกลม สีเขียว

คล้ายูงรำแพน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea roseo-picta (Lindl.) Reg. 'Illustris'

ชื่ออื่น : อิิลลัสตริส

ถิ่นกำเนิด : เปรู

ต้น สูง50-60ซม.ใบหนายาว25-35ซม. รูปรีกว้างปลายแหลม ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย มีรอยนูนตามเส้นใบย่อย

ด้านบนสีเขียวเป็นมัน มีลายแถบสั้นๆสีเขียวเข้ม สลับกับสีเขียวอ่อนพาดตามแนวเส้นใบย่อย ถัดมาเป็นลายโค้งหยักสีขาวขลิบสีเขียวเข้ม ขนานกับขอบใบ แล้วเป็นสีเขียวเข้มที่ริมใบ เส้นกลางใบเป็นร่องสีเขียวอ่อน ใต้ใบสีม่วงแดงก้านใบกลมสีม่วงแดง รอยต่อกับแผ่นใบสีน้ำตาลแดงอ่อนช่อดอกแบบช่อเชิงลด ทรงกระบอก กาบรองดอกสีเขียวอ่อน ซ้อนกันแน่น ดอกสีขาว เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย

คล้าซันโต

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea roseo-picta (Lindl.) Reg.



ถิ่นกำเนิด : บราซิล

ต้น สูง 15-30ซม. ใบหนา ยาว15-20 ซม.รูปรีกว้างเกือบกลม ปลายมนมีติ่งแหลม ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบนูนเป็นคลื่นตามแนวเส้นใบย่อยด้านบนสีเขียวเข้มเหลือบเงิน ตรงกึ่งกลางติดกับเส้นกลางใบมีแถบสีขาวเล็กๆ ส่วนลายหยักสีขาวที่ขนานกับขอบใบมักจะโค้งตามร่องแผ่นใบ ใบอ่อนเส้นกลางใบมีสีแดง เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีขาว ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบกลม สั้น สีม่วงแดง

ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ก้านช่อดอกกลมสั้น สีท่วงแดง กาบรองดอกสีเขียวอ่อน เรียงสลับกันเป็นวง ดอกสีขาวและสีม่วงอ่อน

ทับทิมเศรษฐี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ctenanthe oppenheimiana (E.Morr.) Schum.cv. Tricolo

ถิ่นกำเนิด: ตะวันออกของบราซิล

ต้นแข็งแรงแตกกอมาก ใบรูปใบหอก ปลายใบมนมีติ่งแหลม

แผ่นใบมีริ้วลายสีเขียวเข้มสลับขาว ใต้ใบสีม่วง แดง ตลอดจนถึงก้านใบ เมื่อใบพลิ้วพับจะเกิดสีสลับตัดแซมกับสีแดงเข้มทั้งกอสวยงามมาก

เป็นที่นิยมสำหรับจัดสวนมาก

ว่านแสงสุริยา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stromanthe sanguinea (Hook.) Sander

ชื่ออื่น : ว่านแสงอาทิตย์ใบเล็ก

ถิ่นกำเนิด: บราซิล

เป็น กอแน่นสูงถึง1.5เมตร ใบยาว25-50ซม.รูปขอบขนานแกมรูปรีเป็นรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม

ขอบเรียบมีรอยนูนตามเส้นใบย่อย ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นกลางใบสีเขียวอ่อนอมเหลือง ใต้ใบสีแดง

ช่อดอกแบบช่อกระจะ กาบรองดอกสีแดง ดอกสีขาว

คล้าถุงเงิน

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Calathea picturata (Lindl.) K.Koch & Lindl. 'Argentea'

ชื่ออื่น : Argentea

ถิ่นกำเนิด: บราซิล

ต้น สูง 30-50 ซม. ใบหนา ยาว15-20 ซม. รูปรีปลายแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ใบเป็นมัน ด้านบนสีเขียวอ่อนอมเทาขลิบสีเขียวเข้มที่ขอบใบ ใต้ใบเป็นกำำมะหยี่สีม่วงแดง ก้านใบกลมยาว สีเขียวเหลือบน้ำตาลแดง

ช่อดอกแบบช่อเชิงลด เป็นแท่งยาว ก้านช่อดอกกลมยาวสีม่วงแดง กาบรองดอกสีน้ำตาลแดงอมม่วง เรียงชิดซ้อนกันเป็นวง ดอกสีขาว

คล้าทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calatgea picturata (Lindl.) K.Koch & Lindl. 'Vandenheckei'

ชื่ออื่น : แวนเดนเฮกคีอาย

ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก

ต้น สูง 30-50 ซม.ใบยาว18-20 ซม. รูปรีปลายแหลม โคนสอบ ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย มีรอยนูนตามเส้นใบย่อย

ด้านบนสีเขียวเข้มเหลือบเงิน กึ่งกลางใบติดกับเส้นกลางใบ และกึ่งกลางของแผ่นใบทั้งสองด้านมีลายหยักสีเขียวอมเทา เปป็นแถบขนานกับขอบใบใต้ใบเป็นกำมะหยี่สีม่วงแดง ก้านใบกลม ยาวสีเขียวปนม่วงแดง รอยต่อกับแผ่นใบสีน้ำตาลแดง

ช่อดอกแบบช่อเชิงลด เป็นแท่งกลม ก้านช่อดอกสั้นมาก สีน้ำตาลแดง กาบรองดอกสีเขียวปนน้ำตาลแดง ดอกสีขาว

คล้าชนิดนี้เมื่อยังเล็กมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Calatgea picturata  'Vandenheckei'

เมื่อโตเต็มที่มีชื่อว่า Calathea picturata

คล้าริบบิ้นแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calathea rofibarba Fenzl

ชื่ออื่น : รูฟิบาร์บา

ถิ่นกำเนิด: บราซิล

              พุ่ม โปร่งสูง 30-40 ซม. ใบยาว18-20ซม.รูปใบหอกแคบแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม ขอบใบเป็นคลื่นสม่ำเสมอ

ด้านบนสีเขียวเข้มเหลือบเงิน เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน ใต้ใบสีม่วงแดง มีขนอ่อนนุ่ม ก้านใบกลมยาว สีเขียวปนน้ำตาลแดงและมีขนนุ่ม

แรบบิตส์ฟุต

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Maranta leuconeura E.Morren var. kerchoveana (hort.) E.Morren 'Rabbit's Foot'

ชื่ออื่น : Rabbit's Foot

ถิ่นกำเนิด : บราซิล

ลำ ต้นทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบยาว10-12ซม.รูปรีสั้น ปลายแหลมรวบ โคนใบรูปหัวใจ ขอบเรียบมีรอยนูนตามเส้นใบย่อย ด้านบนเป็นกำมะหยี่สีเขียวอมเทา มีแต้มสีเขียวมะกอกระหว่างรอยนูน

ใต้ใบสีเขียวอมเทา ก้านใบสีเขียว มีกาบหุ้มช่อดอกแบบช่อเชิงลด ชูสูงขึ้นจากพุ่มใบ ก้านช่อดอกสีเขียวเหลือบน้ำตาลแดง กาบรองดอกเรียวแหลม ขนาดเล็กสีน้ำตาลแดง

ดอกสีขาวและมีแต้มสีม่วงอยู่กึ่งกลางดอก

กาเล็ดกาเว้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stachyphrynium jagorianum (K.Koch) Schum

ชื่ออื่น : กาเหว่า

ถิ่นกำเนิด: อินเดียและในประเทศไทยแถบสุราษฎร์ธานีและตรัง

ต้น เป็นพุ่มสูงปานกลาง ใบยาว14-18ซม.รูปขอบขนานค่อนข้างเรียวแคบ ปลายเรียวแหลม ขอบเรียบ มีรอยนูนตามเส้นใบย่อย

ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีแต้มเรียวแหลมสีเขียวเข้มตามรอยนูน เรียงสลับทั้งสองด้านของแผ่นใบ เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน

ใต้ใบสีเขียวอ่อน ก้านใบกลมเล็กสีเขียว




















































ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view