สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 23/06/2018
สถิติผู้เข้าชม 8,162,669
Page Views 12,788,308
 
« June 2018»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ต้นไม้ในร่มรำไร

ต้นไม้ในร่มรำไร


พรรณไม้ในร่มรำไร

             ข้อมูลของพันธุ์ไม้ในร่มที่น่าสนใจ ซึ่งในร่มในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่โดนแดดเลย แต่หมายความว่าต้องการ  แสงแดดน้อยและจะเจริญได้ดีกว่าและสวยงามกว่าอยู่ในที่ๆมีแดดจัด หรือทนอยู่ในที่ร่มเป็นระยะเวลาได้นานกว่า
ก่อนอื่นควรที่จะรู้ว่าจะปลูกไม้ในร่มและจะดูแลยังไงให้ดีให้ไม้ในร่มของคุณอายุยืน
1        หมั่นเด็ดดอกใบที่เหี่ยวแห้งหรือติดเชื้อออก
2        อย่ารดน้ำมากเกินไป รอให้ดินในกระถางแห้งก่อนแล้วถึงรด การรดน้ำมากทำให้เกิดความชื้นสะสมอยู่ชั้นล่างของดินก้นกระถาง ระเหยไม่ทันรากจะเน่า
3        อย่าใช้สารเคลือบเงาใบไม้บ่อยเกินไป เพราะจะอุดรูใบของใบไม้ได้ ต้นไม้ที่อยู่ใกล้หูใกล้ตาถ้ารำคาญว่าสกปรกมาก ใช้ผ้าหมาดๆเช็ดใบก็พอ
4        อย่าลืมให้ปุ๋ยบ้าง  ให้ทางรากแล้วให้ทางใบด้วย
ข้อแนะนำเล็กน้อยในการเลือกซื้อต้นไม้ในร่ม
ตรวจดูว่าต้นไม้ที่ซื้อมามีสุขภาพดีหรือไม่  อย่าซื้อต้นไม้ที่ส่อแววว่าจะเป็นโรคหรือขาดการดูแลที่ดี
โดยพิจารณาจาก
1 ใบเป็นเมือกเหนียวหรือเป็นรา
2 ดอกบานหมดแล้วและไม่มีตาสำหรับผลิดอกใหม่
3 ใบหร็อมแหร็มและเป็นสีเหลือง
4 ดินในกระถางแห้งหดเหลือช่องว่างระหว่างดินกับขอบในของกระถาง
5 มีคราบเขียวขึ้นด้านนอกของกระถางและผิวดินในกระถาง
6 มีรากแทงออกทางรูระบายก้นกระถางเป็นจำนวนมาก
7 ผิวดินบนกระถางมีรากกลับขึ้นมาให้เห็นเต็มไปหมดจนไม่เห็นดินเห็นแต่ราก


ไฮเดรนเยีย/Hydrangea macrophylla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Hydrangea macrophylla Ser.
ชื่อพ้อง:   
---Hydrangea hortensis Sm.                                                                                                                                                   ---Hortensia opuloides Lam.
ชื่อสามัญ     ---Big leaf hydrangea, French hydrangea, lacecap hydrangea, Mophead hydrangea, Penny mac.
ชื่ออื่น     ---ไฮเดรนเยีย
ชื่อวงศ์    ---HYDRANGEACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ญี่ปุ่น
เขตกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลก


เป็น ไม้พุ่มสูง 60-90 เซนติเมตรเป็นพันธุ์ไม้ในร่ม แต่ต้องได้รับแสงแดดบ้างดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งมีหลายสี เช่น ชมพู ฟ้า ม่วง ขาว ส่วนที่เป้นกลีบนั้นไม่ใช่กลีบดอกแท้แต่เป็นกลีบรองดอก
มีพันธุ์ต่างๆที่เกิดจากการผสมมากมาย และความที่ดอกอยู่ได้ทนจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในงานดอกไม้ประดับทั้งหลาย
ไฮเดรนเยียขยายพันธุ์ด้วยการตอน  ปักกิ่ง และ เพาะเมล็ด
ต้นไม้ต้นนี้ชอบดินที่เป็นกรด  ดังนั้นนักปลูกไฮเดรนเยีย จึงใช้ผงตะไบเหล็กโรยโคนต้น และรดด้วยน้ำแกว่งสารส้ม (ในอัตราส่วน สารส้มป่น 1ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน) ก็จะได้ดอกไฮเดรนเยียที่งดงาม และมีสีสดใสสะดุดตา
รวมทั้งช่วยให้ดอกแก่เป็นสีน้ำเงินได้อย่างวิจิตรพิสดาร      

สร้อยไข่มุกยักษ์/Medinilla magnifica

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Medinilla magnifica Lindl
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Showy medinilla , Javanese Rhododendron, Love Plant, Rose Grape, Kapa-kapa
ชื่ออื่น     ---สร้อยไข่มุกยักษ์
ชื่อวงศ์    ---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์    ---ฟิลิปปินส์ เกาะ ลูซอน , มินดาเนา , โดโร , กรอส และ เน่ย์


ไม้พุ่มเตี้ยสูงได้ถึง1.50เมตร ฟอร์มใบใหญ่สีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกยาว ประมาณ35ซม.ประกอบด้วยดอกย่อยหลายร้อยดอก
ดอกดูใหญ่มากเวลาออกดอกก้านดอกแทบรับน้ำหนักไม่ไหวต้องใช้ไม้ไผ่ค้ำกันไม่ให้กระถางคว่ำ ชอบอากาศอบอุ่นแต่ความชื้นสูงไม่ชอบแดดจัด ชอบแดดรำไร

เอื้องหมายนา/Cheilocostus speciosus


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cheilocostus speciosus (J.Konig) C.Specht
ชื่อพ้อง    
---Amomum arboreum Lour.
--- Amomum hirsutum Lam.
---Costus speciosus (J.Koenig) Sm.
---Banksea speciosa J.Koenig in A.J.Retzius
---Hellenia speciosa (J.Koenig) S.R.Dutta
---many more
ชื่อสามัญ     ---Crape Ginger, Spiral Flag, Malay Ginger
ชื่ออื่น     ---เอื้องหมายนา เอื้องเพ็ดม้า เอื้องเพชรม้า เอื้องใหญ่ บันไดสวรรค์ เอื้องช้าง เอื้องต้น
ชื่อวงศ์    ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศอินเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงเกาะนิวกินี


เอื้องหมายนาเป็นพืชล้มลุก ขึ้นเป็นต้นเดี่ยว  รวมกลุ่มเป็นกอไม่มีกิ่งก้านสูงประมาณ 1.5 เมตรหรือกว่านั้น  มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบ มนขอบใบเรียบเกลี้ยง  ดอกออกเป็นช่อตรง ยอดดอกตูมจะมีกาบสีแดงคล้ำเกาะติดกันแน่นเป็นกระจุก แต่จะผลัดกันบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกทรงกรวยสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน
เอื้องหมายนาขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อหรือขุดหัวไปปลูกมีการกระจายพันธุ์ขึ้นอยู่ตามชายป่าในที่ดินชุ่มชื้นทุกภาคของประเทศไทย
ที่พบอยู่ในป่าลำต้นมักอวบใหญ่และตั้งตรง ใบใหญ่ประมาณขนาด กว้าง 5-8 ซม.ยาว 15-40 ซม.(รูปล่าง)

เอื้องหมายนาด่าง/Costus speciosus


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Costus speciosus 'Varaigated'
ชื่อพ้อง    ---Cheilocostus speciosus
ชื่อสามัญ     ---Varaigated Crepe Ginger
ชื่ออื่น     ---เอื้องหมายนาใบด่าง
ชื่อวงศ์    ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นอีกต้นที่นิยมนำมาใช้จัดสวน ลักษณะลำต้นสีแดง ใบด่างที่แตกต่างจากเอื้องหมายนาชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด ต้นนี้ควรปลูกในที่ร่มรำไร

เอื้องอินโด/Costus woodsonii


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Costus woodsonii
ชื่อพ้อง    
---Gissanthe Salisb.
---Acinax Raf.
---Jacuanga T.Lestib.
---Cadalvena Fenzl.
ชื่อสามัญ     ---Red Button Ginger ,Indian Head Ginger, Indianhead Ginger, Red Cane, Scarlet  Flag, Scarlet Spiral Flag
ชื่ออื่น     ---เอื้องหมายนาดอกแดง เอื้องอินโด
ชื่อวงศ์    ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---โคลัมเบีย คอสตาริกา นิคารากัว ปานามา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตกึ่งเขตร้อนของเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา

 ไม้พุ่มสกุลเอื้องหมายนาสูงประมาณ1-2เมตรหรืออาจสูงได้ถึง3เมตร ดอกสีส้มแดง ดอกออกทะยอยบานระหว่างเดือน-สิงหาคม---พฤศจิกายน และดอกทนทาน ปลูกได้ทั้งในที่ร่มรำไรและแสงแดดจัด
นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก และใช้เพื่อการจัดสวน

เอื้องหมายนาดอกชมพู/Costus fissiligulatus

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Costus fissiligulatus Gagnep.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---African Princess
ชื่ออื่น     ---เอื้องหมายนาดอกชมพู
ชื่อวงศ์    ---COSTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน


เอื้องหมายนาพันธุ์ใหม่จากแอฟริกาตะวันตก ดอกชมพู สวยคลาสสิค ต้นสูง90-120ซ.ม.ดอกสีชมพูโคนกลีบดอกสีเหลือง เลี้ยงง่ายเหมือนเอื้องหมายนาอื่นๆ

ม่วงนที/Dichorisandra penduliflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dichorisandra penduliflora Kunth
ชื่อพ้อง------Dichorisandra pendula
ชื่อสามัญ------Weeping Blue Ginger, Blue Pendant
ชื่ออื่น---ม่วงนที
ชื่อวงศ์------COMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---บราซิล
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อน


ไม้ล้มลุกวงศ์ผักปลาบ อายุ หลายปี มีเหง้าใต้ดิน ต้นเป็นข้อปล้องกลมคล้ายเอื้องหมายนา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายยอด สีเขียวรูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน ก้านใบสั้น โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น
ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด ช่อดอกยาวและห้อยลง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย ดอกสีน้ำเงินเข้ม หรือ ม่วงคราม กลางดอกมีเกสรเป็นกระจุกสีขาวปนเหลือง
ออกดอกตลอดปี อยู่ได้ในที่มีแดดเต็มวัน ครึ่งวันหรือร่มรำไร น้ำพอดี ดินอุดมสมบูรย์ด้วยอินทรีย์วัตถุ

ผีเสื้อราตรี/Oxalis triangularis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Oxalis triangularis A. St.-Hil.
ชื่อพ้อง    
---Oxalis palustris var. major A.St.-Hil.
ชื่อสามัญ     ---False shamrock, Purple shamrock, Scurvy plant
ชื่ออื่น     ---ปีกผีเสื้อ
ชื่อวงศ์    ---OXALIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาใต้-อาร์เจนติน่า โบลิเวีย บราซิล ปรากวัย เปรู
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

ผีเสื้อราตรีเป็นไม้ล้มลุก สูง 20-30 ซ.ม. ลำต้นสั้น และมีรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ แบบมีใบย่อย มี 3-4 ใบ รูปไข่กลับเป็นรูปคล้ายสามเหลี่ยม กลีบแผ่นใบพับขึ้นเล็กน้อย สีม่วงแดง
 ก้านใบยาวและอ่อนโค้ง ใบจะหุบในเวลากลางคืน ดอกสมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อคล้ายแบบช่อซี่ร่ม มีกลีบดอก5กลีบ สีชมพู สีขาว หรือสีม่วงอ่อน ขนาด15-22ม.ม.
ออกดอกราวเดือนเมษายน-พฤษภาคม ผลแบบแคปซูล ขนาด12-18ม.ม
.ชอบดินร่วนระบายน้ำดี น้ำพอประมาณปานกลาง แสงแดดรำไร ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและแยกกอ ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงกระถางแขวน หรือปลูกเป็นกลุ่มเป็นแปลงในที่รำไร

 บอนสี

สกุลคาลาเดียม/Caladium  bicolor (Ait.)Vent


บอน สีได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งไม้ใบ  ชาวไทยมีวิธีพิสดารในการปลูกเลี้ยงบอนสี มาแต่โบราณหวงกันมากอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ทำให้บอนสีมีน้อย
บอนสีเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ทุกส่วนอวบน้ำมีลำต้นจริงเป็นหัว  สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน บนหัวมีตาเล็กๆเรียกว่า "เขี้ยว" ซึ่งสามารถผลิใบและเจริญเติบโต หรือนำมาขยายพันธุ์ต่อไป  รูปใบแบ่งได้ตามลักษณะใบตามลักษณะใหญ่ๆได้ 4 แบบคือ ใบไทย ใบยาว ใบกลม และใบกาบ สำหรับช่อดอก มีสีสันไม่สะดุดตา ผลิบานและมีกลิ่นหอมในเวลากลางคืน  ดอกเพศผู้จะบานก่อนดอกเพศเมีย ดังนั้นจึงมีโอกาสผสมข้ามพันธุ์ได้ง่าย หลังผสมเกสรจะติดผลทรงกลมอยู่รอบฐานดอกเมื่อสุกจะมีสีแดงคล้ำ สามารถนำมาขยายพันธุ์ต่อไปได้
โดยทั่วไปบอนสีจะชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ระวังอย่าให้ดินแฉะเกินไปชอบดินที่ มีอินทรียวัตถุสูง  มีความชื้นในอากาศมากและ แสงแดดรำไร  ในอดีตเซียนปลูกเลี้ยงบอนสีนิยมใช้ดินเลนตามท้องร่องสวน มาบดผสมกับใบไม้ผุต่างๆเช่น ใบก้ามปู ใบทองหลาง ดินขุยไผ่ และหากต้องการให้บอนสีสดขึ้น ต้องทำให้ดินมีค่าเป็นกรดอ่อนๆ โดยนำดินมาผสมกับใบมะขาม เพื่อเพิ่มความเป็นกรดให้กับดิน
เนื่องจากบอนสีในไทยมีไม่กี่พันธุ์ที่พอจะปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับเพื่อการ จัดสวน จึงขอกล่าวถึงแต่พันธุ์ที่เลี้ยงง่ายตายยาก ต่อไปนี้จะเป็นบอนต้นที่เรานำมาใช้ในการจัดสวนในที่ร่มรำไรเสมอๆ

พระยาเศวต/Caladium humboldtii


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Caladium humboldtii (Raf.) Schott
ชื่อพ้อง    
---Caladium argyrites Lem.
ชื่อสามัญ     ---Angel Wings, Caladium,  Homboldt caladium
ชื่ออื่น     ---ว่านพญาปัจเวก, พญาเศวต, พระยาเศวต
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---บราซิล อาร์เจนติน่า
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกาใต้ อเมริกากลาง แอฟริกา ประเทศและหมู่เกาะต่างๆในเขตร้อน

เป็น พันธุ์เก่าแก่ คงจะคุ้นตากันดี เป็นไม้ล้มลุกต้นไม่สูงมาก ประมาณสัก 25-30 เซนติเมตร ใบรูปหัวใจแผ่นใบบางสีเขียว มีลายประด่างสีขาว ก้านเล็ก ทนทาน สามารถปลูกในที่ๆมีแสงแดดครึ่งวันได้


อาจารย์ฮกหลง/

เป็น บอนใบยาว คล้ายรูปใบโพธิ์ หูใบสั้น พื้นใบสีชมพู กระดูกและเส้นสีเขียวและขาว พร่าสีขาว ขอบใบขลิบสีเขียวเข้ม ใบแก่จะมีสีเขียวเข้มขึ้นเกือบทั้งใบ ก้านใบสีดำ เป็นบอนสีที่ได้รับความนิยมแบบไม่ตกเทรนด์


ซันโตโซม่า/Caladium lindenii

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Caladium lindenii (Andre) Madison.
ชื่อพ้อง    
---Xanthosoma lindenii (Andre') Engl
ชื่อสามัญ     ---Indian-kale, Spoonflower, Angel’s Wing.
ชื่ออื่น     ---ซันโตโซม่า
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---โคลัมเบีย ปานามา
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ประเทศในเขตร้อนชื้น

ไม้พวกเดียวกับบอนอีกต้น ที่เรียกชื่อทับศัพท์ชื่อวิทยาศาสตร์ มีหัวใต้ดิน โตช้า อยู่ในที่รำไรใบจะสวยมาก แดดแรงเกินใปริมใบจะไหม้


กระหนกนฤมิต/Cercestis mirabilis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cercestis mirabilis (N.E.Br.) Bogner
ชื่อพ้อง    
---Basionym : Rhektophyllum mirabile N.E. Br.
---Nephthytis picturata N.E.Br.
---Rhektophyllum congense De Wild. & T.Durand
ชื่อสามัญ     ---Juvenile leave blade, The African Embossed Plant
ชื่ออื่น     ---กระหนกนฤมิต
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก แอฟริกากลางได้แก่แองโกลา เบนิน คองโก กาบอน ไนจีเรีย อูกานดา

เป็นไม้ยืนต้นมีไหลเลื้อยเหนือพื้นดินแยกออกไปเป็นต้นใหม่ได้ รากสามารถเกาะจับยึดแนบกับต้นไม้อื่น ใบคล้ายใบบอนสี มีลายขาวตามเส้นใบลำต้นยาวประมาณ 10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ในธรรมชาติพบตามป่าร้อนชื้นของแอฟริกาเป็นพืชถูกเก็บมาจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหารยาและแหล่งที่มาของเส้นใย
แพร่กระจายไปตามประเทศในเขตร้อนด้วยการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ใบสวยงามมากเมื่ออยู่ในที่มีแสงแดดรำไรการให้น้ำพอประมาณให้ดินชุ่มเสมอแต่ไม่ขังแฉะ


PIPERACEAE เป็นพืชวงศ์พริกไท  มีประมาณ 3,600ชนิด
สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน 13 สกุล
สามารถพบได้ในสองสกุลหลักได้แก่ ไพเพอร์ (2000 ชนิด) และ เปปเปอโรเมีย (1600 ชนิด)
พืขในวงศ์นี้อาจเป็น ไม้พุ่มเล็ก ไม้เลื้อยหรือสมุนไพร ที่รู้จักกันดีคือ พริกไทขาว พริกไทดำ

เปปเปอร์โรเมีย/Peperomia obtusifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Peperomia obtusifolia (L.)A. Dietr.
ชื่อพ้อง    
---Peperomia floridana Small     
---Piper obtusifolium L.
---Rhynchophorum floridanum (Small) Small       
---Rhynchophorum obtusifolium (L.) Small
ชื่อสามัญ     ---Baby rubberplant, Pepper faces, American Rubber Plant, Florida Peperomia, Oval-leaf peperomia.
ชื่ออื่น     ---เปปเปอร์โรเมีย
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก ถึง ตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และหมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตกระจายพันธุ์    ---ฟลอริดา เม็กซิโก แคริเบียน

ต้น ตรงอวบน้ำ สีแดงเรื่อ สูง15-20ซม. ใบรูปรีถึงไข่กลับ กว้าง4-5ซม.ยาว7-8ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบแคบ สีเขียวเข้ม ด้านหลังใบสีเขียวอ่อน ช่อดอกยาว9-10ซม.
ใช้ประดับสวนทีมีแสงแดดรำไร และความขื้นสัมพัทธ์สูง และนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง
ขยายพันธุ์ง่ายๆด้วยการปักชำกิ่ง

เปปเปอร์โรเมียใบด่าง/Peperomia obtusifolia Variegata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Peperomia obtusifolia cv. Variegata
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Variegated Baby Rubber Plant
ชื่ออื่น     ---เปปเปอร์โรเมีย
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ฟลอริดา อเมริกากลาง เม็กซิโก แคริเบียน

ต้น ตรงอวบน้ำ สูงประมาณ 15-20 ซม. ใบรูปรีถึงไข่กลับ สีเขียวอ่อน ริมขอบใบสีครีม ใช้ประดับสวนทีมีแสงแดดรำไร และความขื้นสัมพัทธ์สูง และนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง
ขยายพันธุ์ง่ายๆด้วยการปักชำกิ่ง

เปปเปอร์โรเมียใบแตง/Peperomia argyreia

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Peperomia argyreia Morr.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ ---Watermelon Peperomia                                                                                                           
ชื่อวงศ์ ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด:--- ตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ถึงบราซิล

ต้น เป็นกอสูง15-20ซม. ใบรูปก้นปิด ค่อนข้างกลม ขนาดของใบ 4-7ซม.ปลายใบแหลมแผ่นใบหนาเป็นมัน
มีแถบสีเทาพาดตามแนวยาว ดอกเป็นช่อเชิงลด บนช่อดอกมีดอกเล็กๆอัดแน่น เป็นดอกแยกเพศ เมื่อติดผลจะเห็นเม็ดกลมๆติดอยู่บนข่อดอกจำนวนมาก ชอบแสงแดดรำไรและความชื้นสัมพัทธ์สูง
ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือปักชำกิ่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Peperomia caperata Yunck. cv. Emerald Ripple
ชื่อสามัญ ---Emerald Ripple Pepper
ชื่อวงศ์ --- PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด---บราซิล
ต้น เป็นกอสูง10-12ซม. ก้านสั้นสีแดงเรื่อ ใบรูปหัวใจกว้าง4-4.5ซม.ยาว5-5.5ซม. ปลายใบแหลม ใบสีเขียวตล้ำ ด้านหลังใบสีเขียวอ่อน แผ่นใบย่นเป็นลอนตามแนวเส้นใบ ช่อดอกยาว4-6ซม.
ชอบแสงแดดรำไรความชื้นสัมพัทธ์สูง


หัวใจพลูด่าง/Peperomia serpens


 ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Peperomia serpens (SW.) Loudon cv. Variegata
ชื่อสามัญ --- Philodendron Peperomia,Cupid Peperomia
ชื่อวงศ์ --- PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด --- ปานามา บราซิล เปรู และหมู่เกาะเวสต์อินดีส

ต้น ทอดเลื้อย รากออกตามข้อ ใบรูปไข่ถึงรูปรี กว้าง2-2.5ซม.ยาว3.5-4ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบิดเล็กน้อย ใบสีเขียวอ่อนขลิบขาว ดอกออกเป็นช่อเชิงลดทรงกระบอกที่ซอกใบปลายยอดยาวประมาณ 3 ซม.ดอกแยกเพศ มักไม่ติดผล
นิยม ปลูกเป็นไม้กระถางแขวนหรือไม้คลุมดิน ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วนระบายน้ำดี ปลูกเลี้ยงง่ายโตเร็ว หมั่นตัดแต่งให้ได้ทรงสวยงามอยู่เสมอ ยอดที่ตัดนำไปปักชำใหม่ง่ายมาก


พลูลงยา/Piper ornatum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Piper ornatum N.E.Br.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms have been associated with this taxon yet.
ชื่อสามัญ     ---Celebes Pepper
ชื่ออื่น     ---พลูลงยา
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ลำ ต้นเล็กเป็นเถาเลื้อยสีน้ำตาลอมแดง มีรากพิเศษออกตามข้อ ใบรูปหัวใจ ขนาดกว้าง7-8ซม.ยาว7-12ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว หรือเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ
แผ่นใบบางคล้ายกระเาษ สีเขียวคล้ำมีลายสีชมพูกระจายอยู่ทั่วไป เห็นเส้นใบชัด ใต้ใบสีม่วงแดง
ใช้ประดับสวนในที่ที่มีแสงแดดรำไร ความชื้นสัมพัทธ์สูงจะงามดี เลี้ยงง่ายและทนทาน ออกดอกเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน ขยายพันธุ์ก็ง่ายด้วยการปักชำกิ่งก็ติด

พลูเงิน/Piper sylvaticum

 ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Piper sylvaticum Roxb.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---Mountain Long Pepper
ชื่ออื่น     ---พลูเงิน
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก อายุหลายปี มีรากพิเศษออกจากข้อ ใบรูปหัวใจ กว้าง3-5ซม.ยาว5-9ซม. ปลายใบแหลมลายสีเขียวเข้มเหลือบเทาเป็นมัน เห็นเส้นใบชัดเจนหลังใบแดงเรื่อ
ดอกออกเป็นช่อทรงกระบอกที่ปลายยอด แกนช่อดอกมีขน ดอกแยกเพศมีจำนวนมาก ไม่ติดผล
นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยตามแนวรั้วเกาะกำแพง ชอบแสงแดดจัดถึงแสงแดดรำไร ความชื้นในอากาศสูงเลี้ยงง่ายทนทาน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง

หัวใจแนบ/Scindapsus pictus

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Scindapsus pictus Hassk. cv. Argyreus
ชื่อพ้อง    
---Pothos argenteus W.Bull
---Pothos argyraea J.J.Veitch
---Pothos argyraeus Engl. nom. inval.
---Scindapsus argyraeus (J.J.Veitch) Engl.
---Scindapsus pothoides Schott nom. illeg
ชื่อสามัญ     ---Satin Pothos
ชื่ออื่น     ---หัวใจแนบ
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---มาเลเซีย อินโดนีเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ไม้ เลื้อยอิงอาศัย อายุหลายปีลำต้นอ่อนอวบน้ำ มักขึ้นบนดินแล้วค่อยทอดเลื้อยขึ้นบนลำต้นของต้นไม้อื่น หรือตามก้อนหินที่อยู่ตามที่ร่มชื้น
ลำต้นมีรากอากาศงอกออกมาตามข้อปล้อง ใบเดี่ยวรูปหัวใจเบี้ยวปลายใบแหลม กว้างประมาณ10ซม.ยาว5-12ซม. เรียงสลับระนาบเดียวกัน แผ่นใบหนา สีเขียวเข้มคล้ายกำมะหยี่ มีลายแต้มด่างสีบรอนซ์เงิน ขอบใบสีเงิน สวย
นิยมนำมาปลูกประดับตามกำแพงคล้ายกับตีนตุ๊กแก เพราะมีลักษณะเด่นอยู่ที่แผ่นใบด้านท้องใบจะแนบชิดกับวัสดุที่ชื้น

สกุลบีโกเนีย

บีโกเนีย/Begonia L.

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Begonia L
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Begonia
ชื่ออื่น     ---บีโกเนีย
ชื่อวงศ์    ---BEGONIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชียใต้

พืช ใบเลี้ยงคู่ อายุหลายปี ต้นอวบน้ำ มีทั้งเป็นไม้พุ่ม ไม้เลื้อย มีหัวหรือเหง้าทอดเลื้อยใต้ดิน ใบมีหลายแบบ ทั้งรูปกลมรูปไข่รูปใบหอก หรือหยักเว้าลึก
ช่อดอกออกที่ปลายยอดเป็นช่อกระจุกหรือช่อเชิงลด ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น แต่ละช่อมีดอกจำนวนมากมีสีหลายสีขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำเหง้า ลำต้น
การปลูกเลี้ยง อย่าให้แฉะเกินไป ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดรำไร หรือแดดครึ่งวันในช่วงเช้า ความชื้นสัมพัทธ์ค่อนข้างสูง บางชนิดจะปลูกได้ในที่มีแสงแดดเกือบตลอดวัน แต่ต้องได้ความชื้นพอเพียง
สำหรับชนิดที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในเมืองไทยตัวอย่างมีดังนี้

บีโกเนียโบว์นิกรา/Begonia cv. Bow-nigra


ลำต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ15ซม. ใบค่อนข้างกลม ขนาด6-7ซม. ขอบใบจักเว้าลึกและมีขนประปราย กลางใบมีลายสีเขียวเทา ใต้ใบสีม่วงแดง
ก้านใบสีเขียวอ่อน มีแต้มแดงเรื่อและมีขนบริเวณแต้ม ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร


บีโกเนียคลีโอพัตรา/Begonia cv. Cleopatra

ลำ ต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ15ซม.ลักษณะคล้ายบีโกเนียโบว์นิกรา แต่กึ่งกลางใบมีสีเขียว ขอบใบสีน้ำตาลแดง ก้านใบสีเขียวอ่อน มีขนประปราย ชอบแดดครึ่งวันถึงรำไร

  

ส้มกุ้งใบหยิก/Begonia auriculata cv. Cathedral Windows

ลำ ต้นอวบอ้วน ใบเป็นรูปก้นปิด ขนาดประมาณ 3 ซ.ม.แผ่นใบหนาย่นและห่อขึ้น ใต้ใบมีสีแดงเรื่อ ก้านใบยาว สีแดงเรื่อและมีขนประปราย
ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร ไม่ชอบดินแฉะ ลำต้นจะเน่าง่าย

Begonia cv. Galilee

ลำ ต้นทอดเลื้อย เจริญเป็นพุ่มสูงประมาณ 15ซม.ใบขนาด6-7ซม.ขอบใบจักเว้าลึกมีขนประปราย
มีแต้มสีน้ำตาลตามขอบใบและใกล้กับเส้นใบ ก้านใบสีเขียวอ่อนและมีขนสีแดงปกคลุม ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร

Begonia 'Beef Steak'


นิยมปลูกกันมาก ดูแลง่ายเป็นพวกมีลำต้นทอดเลื้อย ใบกลมหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีแดงดอกออกเป็นช่อชูตั้งขึ้น ชอบแสงแดดครึ่งวันถึงรำไร

 บีโกเนียอื่นๆ
Begonia spp. & hybrid

ส้มกุ้งตาบปูน Snail Rex Begonia (Begonia 'Escargot')
Begonia Spp Begonia Spp
Begonia Spp Begonia Spp
ส้มกุ้งใบเงิน Begonia Spp
Begonia Spp Begonia Spp

Red Tango Begonia (Begonia 'Red Tango') Begonia Spp


พรมกำมะหยี่่,ใบสักหลาด/Episcia spp. & hybrid

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Episcia spp. & hybrid
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Carpet Plant, Episcia, Frame Violet
ชื่ออื่น     ---พรมหูเสือ พรมญี่ปุ่น
ชื่อวงศ์    ---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

พรม กำมะหยี่หรือใบสักหลาดเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นอวบน้ำ ทอดเลื้อยได้ไกลประมาณ 30-60 ซม. มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วลำต้น
ใบรูปไข่กว้าง แผ่นใบหนา ย่น ใบสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง ทองแดง เทา หรือมีสีสลับกันเป็นลวดลายต่างๆ แล้วแต่สายพันธุ์ ใบเดี่ยว เรียงสลับตรงข้าม มีขนคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งใบ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบบริเวณปลายกิ่งเป็นช่อกระจุก
ผลรูปทรงกลม ภายในผลมีเนื้อนุ่มเป็นวุ้นใสๆ ที่ห่อหุ้มเมล็ดสีดำขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก
นิยมปลูกเลี้ยงเป็นไม้ผิวดินหรือไม้กระถางแขวนกันมาก ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดรำไรและความชื้นสัมพัทธ์สูง
ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำยอดและไหล


ส่วนหนึ่งที่นำเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทย

Episcia cv.Checkerboard

Episcia cv. Keewee

Episcia cv.Acajou

Episcia cv. Fire 'N' Ice

Episcia  cv. Suomi Episcia  cv.Pink Panther
Episcia cv.Musiaca Episcia  cv. Toy silver
Episcia  cv. Lil Lemon (Hybrid2) Episcia spp.

Episcia spp. Episcia spp.


พรมออสเตรเลีย/Fittonia verschaffeltii

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Fittonia verschaffeltii (Lem.) Van Houtte
---This species is a synonym of Fittonia albivenis (Lindl. ex Veitch) Brummitt
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Nerve Plant,Silver Fittonia, Silver Net-leaf,Mosaic plant.
ชื่ออื่น     ----พรมออสเตรเลีย
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---โคลัมเบีย เปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ บราซิล
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

เป็นไม้ล้มลุกแบบแผ่คลุมดินสูงเพียง10-15เซนติเมตร
ใบรูปรีถึงรูปไข่กลับมีเส้นใบเป็นร่างแหสีขาวดูเด่นชัดก้านใบอ่อนมีขนยาวปกคลุม
ดอกออกเป็นช่อสีเหลือง ยาวเป็นแท่งตั้งตรงขึ้น มีใบประดับสีเขียวซ้อนเหลื่อมกัน ดอกจะออกจากซอกใบประดับ
ชอบดิร่วนปนทรายผสมอินทรีย์วัตถุมากๆ แสงแดดครึ่งวันถึงรำไร น้ำพอประมาณอย่ามากเกินจนแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

พรมออสเตรเลีย/Fittonia verschaffeltii var. pearcei


ระฆังทอง/Chrysothemis pulchella


ชื่อวิทยาศาสตร์   ---Chrysothemis pulchella (Donn ex Sims) Decne
ชื่อพ้อง--
---Besleria pulchella Donn
---Besleria umbellata Banks ex Sims
---Chrysothemis aurantiaca Decne.
---Chrysothemis villosa (Benth.) Leeuwenb.
---Cyrtandromoea minor Ridley
---Episcia pulchella (Donn ex Sims) Mart. ex G. Don
---Skiophila pulchella (Donn ex Sims) Hanst.
---Tussacia pulchella (Donn ex Sims) Rchb. ex Walp.
---Tussacia villosa Benth.
---Tussacia woodsonii C.V. Morton
ชื่อสามัญ     ---Sunset bells, Black flamingo, Copper leaf, Simply chryothemis.
ชื่ออื่น     ---ระฆังทอง กาสะลองป่า
ชื่อวงศ์    ---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกากลาง--- ปานามา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
                    ไม้คลุมดินความสูงที่สูงได้เต็มที่0.50เมตร ลำต้นและใบอวบน้ำ มีขนสั้นๆปกคลุม ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลม  ขอบใบจักซี่ฟัน แผ่นใบย่น มีขนคลุมคล้ายกำมะหยี่ ด้านบนสีน้ำตาลเขียว ด้านล่างสีม่วงแดง
ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองส้มรูประฆัง กลีบเลี้ยงสีแดงส้ม ดอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2ซม.
ไม่ชอบน้ำเยอะขังแฉะ ต้นจะเน่า แดดจัดใบจะไหม้ ปลูกได้ดีในที่ร่มรำไร ดินร่วนหรือร่วนปนทรายและการระบายน้ำดี เป็นไม้ที่นิยมนำมาตกแต่งภายในหรือปลูกไว้ในบ้านได้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ปักชำ

บรอมมีเลียดส์/(BROMELIADS)


ชื่ออื่น : สับปะรดสี
วงศ์ : BROMELIACEAE
ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อนและอเมริกากลาง

                   เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของไม้ในวงศ์เดียวกันกับสับปะรดมีจำนวนมากว่า 700ชนิด ปัจจุบันมีการปลูกเลี้ยงและผสมพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมามากมายนับพันๆ มีทั้งที่ใบสวยงามสีสันฉูดฉาด เมื่อออกดอกอยู่ได้ทนเป็นเดือนๆ

                        บรอมมีเลียดส์ เป็นไม้ประดับในที่ร่ม ที่ทนต่อสภาพในห้องแอร์ ชอบอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส  พืชชนิดนี้จะไม่ดูดธาตุอาหารจากดินแต่จะดึงความชุ่มชื้นและสารอาหารจากอากาศ

ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป แต่รดน้ำใบไม้บ่อยๆให้เหมือนละอองฝน กลางช่อใบควรให้มีน้ำขังเพื่อให้ความชื้นซึมลงไปถึงราก ควรให้ปุ๋ยน้ำที่เจือจางมากๆทุก 3สัปดาห์

สับปะรดสีที่พบเห็นกันบ่อยนิยมปลูกกัน

สับปะรดสี(แจกันเงิน)

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Aechmea fasciata (Lindl.) Bake.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Silver vase, Urn plant
ชื่ออื่น     ---lสับปะรดสีแจกันเงิน
ชื่อวงศ์    ---BROMELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---บราซิล ริโอ เดอ จาเนโร
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

เจริญเติบโตช้ามีความสูงถึง 30-90 ซม. ชอบดินระบายน้ำดีแต่ยังคงความชุ่มชื้น น้ำมากไปรากจะเน่า ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ
เป็นพืชที่เหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอนเพราะคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป เรื่องการดูดสารพิษก็ได้แต่เพียงเล็กน้อย

ทิลแลนเซีย(Tillandsia)

วงศ์ :BROMELIACEAE

  Tillandsia Ionantha

Tillandsia cyanea (variegated)

เป็น สับปะรดสีอิงอาศัยสกุลหนึ่งที่ตามธรรมชาติมักเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ใหญ่หรือ หน้าผาหิน
ลักษณะเด่นของสับปะรดสีพวกนี้คือสามารถทนแล้งได้ดีหากนำมาปลูกประดับ ควรปลูกในที่ร่มรำไร อากาศเย็นและมีความชื้นในอากาศสูงและได้รับน้ำเพียงพอ


สกุลดราซีนา/Dracaena Vand. ex L.

วงศ์--ASPARACACEAE

ชื่อสกุล Dracaena มาจากภาษากรีกว่า drakiana หมายถึง มังกรเพศเมีย ซึ่งสื่อถึงลักษณะพิเศษของ Dracaena draco ที่มีน้ำยางสีแดงภายในลำต้น ไม้สกุลนี้เป็นไม้พุ่มมีอายุอยู่ได้หลายปี เมื่อยังเล็กต้องการแสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน โตเต็มที่สามารถปลูกกลางแดดเต็มวัน ลักษณะทั่วไปลำต้นกลมโตเต็มที่มีเนื้อไม้ใบรูปใบหอกปลายใบเรียวแหลม ดอกสีขาวหรือเหลืองนวล มีกลิ่นหอมตอนกลางคืน ผลกลมสีส้มภายในมีเมล็ด1-3เมล็ด

ชนิด พันธุ์ ที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกัน ดังต่อไปนี้

วาสนา/Dracaena fragrans


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena fragrans  (L.) Ker Gawl.
ชื่อพ้อง--- 38 synonyms  
---Aletris fragrans L.
---Sansevieria fragrans (L. ) Jacq
---many more
ชื่อสามัญ     ---Fragrant Dracaena, Dracaena, Cornstalk Dracaena.
ชื่ออื่น     ---ประเดหวี
ชื่อวงศ์    ---DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปแอฟริกาตั้งแต่ซูดานไปจนถึง โมซัมบิก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน


ต้นนี้เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมานานและเรียกว่า วาสนาจนติดปาก สูงประมาณ 2-7 เมตร เห็นข้อปล้องชัดเจนจากแผลที่เกิดจากใบแห้งร่วง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 6-8 ซม.ยาว 30-70 ซม.ใบสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อยาวได้ถึง 60 ซม. กลีบนอกสีน้ำตาลเรื่อ กลีบในสีขาว
ทั้งคนไทยคนจีน มีคติเชื่อกันว่า ต้นวาสนาเป็นต้นไม้เสี่ยงทาย  ใครปลูกได้เจริญงอกงาม ก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนต้นวาสนาที่ปลูกไว้  และถ้าใครปลูกต้นวาสนาให้ออกดอกได้จะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีทีเดียวเชียว
ดอกวาสนาจะออกเป็นช่อเวลาดูกลางวันก็งั้นๆไม่สวย แต่พอเวลากลางคืนจะบานขาวทั้งช่อ และส่งกลิ่นที่หอมมาก กลิ่นจะหอมตลบอบอวลไปทั้งบาง หลัง2ทุ่มถึงตี4นั่นแหละเป็นเวลาที่จะได้ชื่นชมทั้งดอกทั้งกลิ่น คอยจ้องเอาไว้อย่าพลาด จะใช้เวลาบานหมดต้น 8-10 วัน
พันธุ์ไม้ชนิดนี้ไม่มีกำหนดเวลาออกดอกที่แน่นอนเขาถึงว่าเป็นต้นไม้เสี่ยง ทาย
             การขยายพันธุ์ ด้วยวิธีตัดลำต้นเป็นข้อๆไปปักชำ วางไว้ในก้อนสำลีแช่น้ำ ประมาณเดือนนึงต้นใหม่จะแตกออกมาตามตาที่ข้อต้น

วาสนาอธิษฐาน/Dracaena fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena fragrans (L.) Ker Gawl. cv. Massangeana
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Corn Plant Dracaena,Fragrant Dracaena, Cornstalk Dracaena
ชื่ออื่น     ---วาสนาอธิษฐาน
ชื่อวงศ์    ---DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ลักษณะ คล้ายกับวาสนา ต้นสูงได้ถึง6เมตร แผ่นใบกว้างประมาณ 10 ซม.ยาวถึง 1 เมตร มีลายด่างเป็นริ้วสีเขียวอมเหลืองที่กึ่งกลางใบ ต้นนี้บางทีเรียกกันว่าวาสนาเรือนใน

สายสะพายจอมพล/Dracaena fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena fragrans (L.) Ker Gawl. cv.Victoriae
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     Fragrant Dracaena, Cornstalk Dracaena
ชื่ออื่น     สายสะพายจอมพล, ควีนวิกตอเรีย, โรจน์ทะนง
ชื่อวงศ์    DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ลักษณะ คล้ายกับวาสนา ขอบใบเป็นลอน มีแถบด่างพาดเป็นริ้วสีเขียวอ่อนสลับเหลืองอ่อน ดูสวยงามมาก ไม่แตกแขนงกิ่ง
ไม่ควรปลูกกลางแจ้ง จะทำให้ใบไหม้ เหมาะปลูกในที่มีแสงรำไร เป็นไม้ประดับภายใน ถือเป็นต้นที่สวยที่สุดในชนิดนี้

วาสนาราชินี/Dracaena goldieana

ชื่อวิทยาศาสตร์     ----Dracaena goldieana Bullen ex Mast. & Moore.
ชื่อพ้อง    
---Draco goldieana (Bullen ex Mast. & T.Moore) Kuntze
---Pleomele goldieana (Bullen ex Mast. & T.Moore) N.E.Br.
ชื่อสามัญ     ----Queen of Dracaena
ชื่ออื่น     ---วาสนาราชินี
ชื่อวงศ์    ----DRACAENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

สูง 60 เซนติเมตร ทรงใบใหญ่เป็นลักษณะพิเศษ ใบรูปไข่ปลายแหลม ออกสลับรอบลำต้น สีเขียวอมเหลืองอ่อน มีลายแต้มสีเขียวอมเทาสลับสีเขียวเข้มในแนวชวาง ใต้ใบสีม่วงแดง โตช้า
ชอบร่มรำไร ขยายพันธุ์ยาก ความสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นไม้ประดับตกแต่งภายใน

วาสนาสีเหลืองทองทั้งใบ


วาสนาด่างสีขาว

วาสนาเขาแกะ/Dracaena ‘Dragon Series’

หวายเขียว/Dracaena reflexa


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena reflexa (Decne.) Lam.
ชื่อพ้อง    ---
---Lomatophyllum reflexum (Lam.) Bojer
---Cordyline reflexa (Lam.) Endl.
---Draco reflexa (Lam.) Kuntze
---Pleomele reflexa (Lam.) N.E.Br.
ชื่อสามัญ     ---Song of India
ชื่ออื่น     ---หวายเขียว
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---มาดากัสการ์ มอริเชียส
เขตกระจายพันธุ์    ---โมซัมบิก มาดากัสการ์ มอริเชียส และเกาะใกล้เคียงอื่น ๆ ของ มหาสมุทรอินเดีย

 ไม้พุ่มสูงได้ถึง 5เมตร แตกกิ่งก้านมาก ลำต้นกลมเล็ก ใบรูปรีปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน กว้างประมาณ 4-5ซม.ยาว15-20ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอดสีขาว ผลกลมสีแดงอมส้ม

ซองออฟอินเดีย/Dracaena reflexa 'Song of India'

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena reflexa (Decne.) Lam.cv.Song of India
ชื่อพ้อง    
---
ชื่อสามัญ     ---Song of India, Pleomele
ชื่ออื่น     ---ซองออฟอินเดีย
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย ศรีลังกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เกาะใกล้เคียงอื่น ๆ ของ มหาสมุทรอินเดีย

ต้น นี้กลายพันธุ์มาจาก D.reflexa แผ่นใบหนา ใบด่างเหลืองกลางใบมองเห็นแถบเขียวชัดเจนและที่ปลูกกันมีอีกแบบคือใบมี3สี มีแถบเขียวอมเทากลางใบถัดออกมาเป็นเหลืองนวล สามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไร

ซองออฟจาไมก้า/'Song of Jamaica'

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena reflexa (Decne.) Lam.cv.Song of Jamaica
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Song of Jamaica
ชื่ออื่น     ---ซองออฟจาไมก้า
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---มาดากัสการ์
เขตกระจายพันธุ์    ---โมซัมบิก มาดากัสการ์ มอริเชียส และเกาะใกล้เคียงอื่น ๆ ของ มหาสมุทรอินเดีย

ลักษณะ คล้ายซองออฟอินเดียแต่กลางใบเป็นแถบด่างเหลือง สลับริ้วสีเขียวบ้างเล็กน้อย ทั้งสองชนิดสามารถอยู่ได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงแดดรำไร

ค้อนหมาขาว (พร้าวพันลำ)/Dracaena angustifolia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena angustifolia (Medik.) Roxb.
ชื่อพ้อง    
---Sansevieria fruticosa Blume    Synonym
---Pleomele angustifolia (Medik.) N. E. Br.    
---Pleomele australasica Ridl.    
---Pleomele fruticosa (K.Koch) N.E.Br.    
---Sansevieria flexuosa Blume    
---Pleomele flexuosa (Blume) N.E.Br.    
---Dracaena angustifolia var. honoriae    
---Dracaena menglaensis G.Z. Ye    
---Dracaena rumphii (Hook.) Regel    
---Dracaena quitensis Baker    
---Dracaena fruticosa K.Koch    
---Dracaena fruticosa Regel    
---Cordyline rumphii Hook.    
---Cordyline reflexa (Lam.) Endl.    
---Draco angustifolia (Roxb.) Kuntze    
---Cordyline fruticosa Göpp.    
---Dracaena linearifolia Kurz    
---Dracaena ensiformis Wall. ex Voigt    
---Draco fruticosa (K.Koch) Kuntze    
---Terminalis angustifolia Medik.    
---Pandanus inermis Blanco    
---Dracaena australasica (Ridl.) Jankalski    
---Dracaena angustifolia var. angustior    
---Pleomele angustifolia var. angustior
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---พร้าวพันลำ, หมากพู่ป่า, ผักก้อนหมา, ผักหวานดง, คอนแคน
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน อินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย หมู่เกาะโซโลมอน

เป็นไม้พุ่ม สูงได้ประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นต้นเดียวหรือแตกเป็นกอเล็กน้อย ลำต้นหนา เป็นรูปทรงกระบอก ต้นอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนสีเทา
 ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำ ขึ้นได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไรพบได้ทุกภาคของประเทศไท

เข็มสามสี/Dracaena cincta 'Tricolor'

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena cincta Bak. cv. Tricolor
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Rainbow Tree
ชื่ออื่น     ---เข็มสามสี ศรอนงค์
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ลำ ต้นเล็กแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ใบเป็นแถบออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบมีสามสี มีสีเขียวพาดกลางใบขอบใบเหลืองนวลทั้งสองข้าง ขลิบด้วยสีแดงอมชมพูสามารถปลูกได้ในที่มีแสงแดดตลอดวันและแสงรำไร

ไผ่ฟิลิปปินส์/Dracaena surculosa


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena surculosa Lindl
ชื่อพ้อง    ---Dracaena godseffiana
ชื่อสามัญ     ---Gold Dust Dracaena, Spotted Dracaena, Japanese Bamboo
ชื่ออื่น     ---ไผ่ฟิลิปปินส์
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ลำต้นกลมเล็กสูง1-4เมตรเจริญเป็นกอ ใบสีเขียวเป็นมันมีจุดแต้มสีเหลืองกระจายห่างๆทั่วใบ ช่อดอกออกจากซอกใบผลกลมสึส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1ซม. เป็นต้นไม้ที่แข็งแรงทนทานสำหรับไม้ที่ใช้ปลูกในร่ม อยู่ได้เป็นเวลานาน

ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง/Dracaena surculosa-Goldust Draceana


ชนิดนี้กลางใบสีเขียวมีริ้วเหลืองกระจายทั่วใบตามแนวยาว ปลูกเลี้ยงง่ายแต่มักกลายพันธุ์เป็นเขียวปกติ

ไผ่ฟิลิปปินส์ด่าง/Dracaena surculosa  cv. Florida Beauty

ต้นนี้ก็ด่างเหมือนกันแต่ด่างคนละแนว พื้นใบสีเขียวมีจุดแต้มสีเหลืองอ่อนหนาแน่นที่กึ่งกลางใบ ขยายพันธุ์ง่าย เป็นไผ่ฟิลิปปินส์ต้นที่คนนิยมปลูกในที่ร่มรำไร มากต้นหนึ่ง

ทางช้างเผือก/Dracaena surculosa  cv. Friedmanii

              มีใบเป็นแถบด่างสีขาวที่กึ่งกลางใบ ด้านข้างเป็นสีเขียวและมีจุดแต้มเล็กๆสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว โตช้า ปลูกง่าย ขยายพันธุ์ยาก

หมากผู้หมากเมีย

สกุล: คอร์ดิไลน์/Cordyline Comm. Ex R.Br.


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Codyline fruiticosa (L.)
ชื่อพ้อง    
---Cordyline terminalis (L.) Kunth
---Cordyline terminalis (L.) Kunth var. ti (Schott) Baker
---Dracaena terminalis (L.) L.
---Convallaria fruticosa L.
---Asparagus terminalis L.
---Terminalis fruticosa (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ     ---Red Draceana, Cordyline, Cabbage Tree
ชื่ออื่น     ---หมากผู้หมากเมีย
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---ภูมิภาคตะวันตกของ มหาสมุทรแปซิฟิก จาก นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เฟรนช์โปลินีเซีย และอเมริกาใต้

คนไทยเรียกหมากผู้หมากเมีย ทางการค้ามักเรียกว่า Red Dracaena แต่ชาวฮาวายเรียก ทิ ( Ti Plant) เพื่อยกย่องว่าเป็นไม้พระราชา หรือใบไม้นำโชคของชาวฮาวาย (Lucky Plant)บางทีก็นำมาใช้ประดับทำเป็นผ้านุ่งสำหรับเต้น ฮูลาฮุล่า หรือใช้ในพิธีต่างๆจนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติฮาวาย
ส่วนชาวเชียงใหม่ เรียกว่า ปูหมาก (หมากปู้) ซึ่งทั้งชาวเหนือและชาวอีสานจะใช้ใบปูหมากห่อหุ้มดอกไม้ที่ใช้กราบไหว้บูชา ในประเพณีต่างๆมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะของหมากผู้หมากเมีย เป็นไม้พุ่มมีลำต้นกลมเป็นลำเดี่ยวหรือกอเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้ ใบมีหลายลักษณะและสีสันจะแตกต่างออกไป ดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด มีดอกย่อยสีขาวรีมหรือ ขาวอมแดงเรื่อจำนวนมาก ผลิบานตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม
ปัจจุบันนักพฤกษศาสตร์ย้ายพืชสกุลนี้(AGAVACEAE)มาอยู่ในวงศ์ ASPARAGACEAE
หมากผู้หมากเมียปลูกง่าย เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ไม่ยาก มักโตเร็วจนกิ่งก้านยืดยาว ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งที่เก้งก้างออกบ้าง กิ่งที่ตัดนำไปปักชำไม่กี่วันรากก็งอก ชอบดินระบายน้ำได้ดี แสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ( ปลูกกลางแดดจัดมากใบและปลายใบมักไหม้ใบจะเสีย) ระวังอย่าให้ดินแฉะ เพราะอาจทำให้ต้นเน่าตาย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอทุก 3 เดือน จะช่วยให้ต้นเติบโตงามดี  หมากผู้หมากเมียเป็นไม้ประดับที่มีสีสดใสสวยงามจึงเป็นไม้ประดับครองใจนานจน ถึงปัจจุบัน
 หมากผู้หมากเมียในเมืองไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์มีชื่อเรียกแตกต่างกัน ตามนี้เป็นตัวอย่าง(อยู่ระหว่างการเก็บภาพ)

ดูต้นอื่นไปพลางๆ

ขิงแดง/Alpinia purpurata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alpinia purpurata (Vieill) K.schum
ชื่อพ้อง    
---Alpinia grandis K.Schum
---Guillainia novo-ebudica F.Muell.           
---Guillainia purpurata Vieill.        
---Languas purpurata (Vieill.) Kaneh.
ชื่อสามัญ     ---Red Ginger,
ชื่ออื่น     ----ขิงแดง
ชื่อวงศ์    ---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---โมลุกกะ นิวแคลิโดเนีย ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ไม้ แตกกอพุ่มแน่น ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.70-1.5 เมตร มีลำต้นเป็นเหง้าเลื้อยใต้ดิน  ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเป็นมัน ดอกเป็นช่อเชิงลดแต่ละช่อมีใบประดับเรียงซ้อนกัน
ดอกออกจาก ซอกกาบรองดอก  ออกดอกตลอดปี

ข่าด่าง/Alpinia zerumbet 'variegata' 

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    --- Alpinia zerumbet 'variegata'
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Variegated Shell Ginger
ชื่ออื่น    --- พญามือเหล็ก ขิงด่าง
ชื่อวงศ์    ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนชื้น

ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเทียมสูงได้ถึง 2เมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าทอดเลื้อย ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว สีเขียวมีลายด่างขาวเหลืองตามแนวเส้นใบ ช่อดอกออกที่ปลายลำต้นเทียมใบประดับสีเขียวอ่อนดอกสีขาว ชอบดินร่วนระบายน้ำดี
ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ

ข่าด่าง/Alpinia vittata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alpinia vittata W.Bull.
ชื่อพ้อง    
---Alpinia sanderae Sander           
---Alpinia tricolor Sander
---Guillainia vittata (W.Bull) Ridl.
ชื่อสามัญ     ---Variegated Ginger
ชื่ออื่น     ---ข่าใบด่าง,ข่าใบลาย
ชื่อวงศ์    ---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---จาก หมู่เกาะบิสมาร์ก ไปยัง หมู่เกาะโซโลมอน
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนชื้น

       ข่าด่างต้นนี้อยู่ได้ทั้งในร่มรำไรถึงแดดจัดเหมือนกับAlpiniaต้นอื่นๆ


พลับพลึงตีนเป็ด/Hymenocallis littoralis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Hymenocallis littoralis Salisb
ชื่อพ้อง---Has 29 Synonyms
---Hymenocallis adnata var. staplesiana Herb.
---Hymenocallis americana (Mill.) M.Roem.
---Pancratium tenuiflorum (Herb.) Herb. ex Steud.
---Troxistemon distichus (Sims) Raf.
---more
ชื่อสามัญ     ---ฺBeach Spider Lily
ชื่ออื่น     ---พลับพลึง กทม,ว่านตะเภาใหญ่
ชื่อวงศ์    ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ละตินอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนชื้น

พลับพลึง ตีนเป็ดเป็นพืชพวกพลับพลึงชนิดหนึ่ง ที่มีลำต้นเป็นหัว หรือ เหง้าใต้ดิน และจะชูใบขึ้นมาเหนือดินในลักษณะติดกันเป็นกอ
ดอกจะชูก้านขึ้นมาเหนือกอ ก้านหนึ่งมีดอกประมาณ 4-8 ดอก ซึ่งจะทยอยกันบานทีละ 2-3 ดอก ดอกหนึ่งจะมี 6 กลีบ สีขาว กลีบดอกจะเรียวยาว  เกสรมีอยู่ 6 เส้น ตอนปลายเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล มองดูจะคล้ายกับตัวแมงมุม
จะออกดอกเป็นระยะตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อเป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ในที่ร่มและกลางแสงแดดจัด

พลับพลึงแดง/Crinum amabile

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Crinum amabile.,Donn.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---Milk-And-Wine Lily, Giant spider Lily
ชื่ออื่น     ---พลับพลึง พลับพลึงแดง ลิลัว
ชื่อวงศ์    ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---สุมาตรา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน


พลับพลึง แดงออกดอกเป็นช่อใหญ่ โดยมีก้านดอกพุ่งออกมาจากกอ ยาวประมาณ2-3ฟุต ช่อดอกหนึ่งมีดอกราว 10-15ดอก สีแดงอมม่วงอ่อน มีกลิ่นหอม
ออกดอกปีละครั้งในเดือนกันยายน-ตุลาคม ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ และต้องปลูกในที่ลุ่ม หรือในที่ๆมีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดเวลาจะงามกว่าปลูกในที่ดอน

พลับพลึงทอง/Crinum xanthophyllum

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Crinum xanthophyllum Hannibal
ชื่อพ้อง    
---Crinum pedunculatum var. xanthophyllum.
---Crinum asiaticum [misapplied]
ชื่อสามัญ     ---Golden-Leaf Crinum-Lily
ชื่ออื่น     ---พลับพลึงทอง
ชื่อวงศ์    ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เมลานีเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 นิยมปลูกประดับสวนโดยใช้ความงามจากใบ พลับพลึงทอง เป็นต้นที่กลายพันธุ์มาจากต้นพอยซันบัล์บ (Poison Bulb) โดยใบและกอจะเล็กกว่า ขณะที่แตกใบใหม่ ใบจะมีสีเขียวอมเหลืองเป็นมันและกลายเป็นสีเหลืองทั้งใบเมื่อโตเต็มที่ซึ่งเป็นธรรมชาติของไม้ชนิดนี้
ดอกออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม ออกตามซอกใบ สีขาว ออกดอกช่อละ4-8ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆออกดอกดกในช่วงฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน ทนน้ำท่วมขัง และทนแล้งได้ดีไม่ต้องดูแลมากปลูกได้ทั้งในร่มรำไรและแดดจัด แต่ถ้าปลูกในร่มสีจะไม่เหลืองจัดจ้านเหมือนอยู่กลางแดดจัดจัด จะออกเหลืองอมเขียวค่อนไปทางเหลือง
ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว

สกุล โฮมาโลนีมา/Homalomena Schott

วงศ์ ARACEAE

ลักษณะเด่นของพรรณไม้สกุลนี้คือ เป็นไม้อวบน้ำ ทุกส่วนของต้นเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอม ใบรูปไข่หรือใบหอก โคนใบรูปหัวใจ แผ่นใบเรียบหรือมีขนนุ่มปกคลุม บางชนิดมีหนาม ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น กาบช่อดอกสั้นโอบม้วนปลีดอกเอาไว้ และจะคลี่ออกเมื่อดอกบาน ดอกติดทนนานจนติดผล ชอบแดดรำไรขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ สำหรับชนิดที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในที่ร่มรำไร ยกมาเป็นตัวอย่างดังนี้ พวกเสน่ห์จันทร์ต่างๆ

เสน่ห์จันทร์ขาว/Homalomena miamiensis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Homalomena miamiensis
ชื่อพ้อง    ----
ชื่อสามัญ     ----
ชื่ออื่น     ----เสน่ห์จันทร์เจ้าจอม
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ต้นสูง50-60ซม.ใบรูปหัวใจปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีขาว ก้านใบสีเขียวอ่อน ปลูกแล้วมีคุณทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม ตามความเชื่อ

เสน่ห์จันทร์แดง/Homalomena rubescens Kunth

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Homalomena rubescens Kunth
ชื่อพ้อง    ----
---Calla rubescens Roxb.
---Chamaecladon rubescens (Roxb.) Schott
---Zantedeschia rubens K.Koch
ชื่อสามัญ     ----
ชื่ออื่น     ----เสน่ห์จันทร์แดง
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ต้นสูง50-60ซม.ใบรูปหัวใจปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวคล้ำเป็นมัน ก้านใบสีม่วงแดง เป็นพรรณไม้ที่นิยมปลูกในที่ร่มรำไร เลี้ยงง่าย ทน ขยายพันธุ์ก็ง่ายด้วยการแยกหน่อไปปลูก

เสน่ห์จันทร์บุษราคัม/Homalomena sp

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Homalomena sp
ชื่อพ้อง    ----
ชื่อสามัญ     ----
ชื่ออื่น     ----เสน่ห์จันทร์บุษราคัม
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ต้น สูง50-60ซม. ใบรูปหัวใจ ปลายเรียวแหลมมน คล้ายเสน่ห์จันทร์แดงแต่ใบจะใหญ่และป้อมกว่า แผ่นใบสีเขียวเป็นมันมีด่างพร่าทั่วใบ ก้านใบสีม่วงแดง แตกหน่อง่าย ชอบดินร่วนการระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดรำไร

ยังมีเสน่ห์จันทร์โกเมนอีกต้นที่นิยมปลูก แผ่นใบรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลมสีแดงคล้ำก้านใบสีแดง ดูแลง่ายเหมือนกัน

ร่มญี่ปุ่น/Homalomena wallisii

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Homalomena wallisii Regel.
ชื่อพ้อง    
---Curmeria wallisii (Regel) Masl.
ชื่อสามัญ     ---Silver Shield
ชื่ออื่น     ---ร่มญี่ปุ่น
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เวเนซูเอล่า ปานามา โคลัมเบีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

ต้น เป็นพุ่มเตี้ยประมาณ 20ซม.ใบรูปไข่ปลายมนหรือแหลมแผ่นใบหนาเป็นกำมะหยี่ สีเขียวอมเทา มีลายแต้มสีเขียวประปราย ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบสั้น กาบรองช่อดอกสีม่วงแดงเหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง เป็นต้นไม้ในร่มที่ไม่ต้องการดูแลมากมายนัก ชอบความชื้นสูง แต่ดินต้องไม่แฉะอยู่ใต้ร่มเงาไม้อื่นได้


สกุล อโลคาเซีย/Alocasia (Schott) G.Don f.

เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี เจริญได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดรำไร และจะพักตัวในฤดูหนาว ลักษณะ มีต้นจริงเจริญเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน  ลำต้นเหนือดินคือลำต้นเทียม ใบรูปหัวใจหรือลูกศรปลายแหลมหรือมน ดอกแยกเพศอยู่บนช่อเดียวกัน ติดผลกลมสุกสีแดงหรือส้ม อโลคาเซียนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมากเพราะเลี้ยงง่ายขยายพันธุ์ง่ายด้วยการแยกหน่อมาปลูกใหม่ ชนิดที่นิยมปลูกเลี้ยงตัวอย่างดังต่อไปนี้


กระดาดขาว/Alocasia indica

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia indica Schott
---This name is a synonym of Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Giant Taro, Alocacia Plant
ชื่ออื่น     ---กระดาดเขียว
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
มีหัวใต้ดินสูงกว่า1เมตรใบรูปหัวใจปลายมน ใบหยักเป็นคลื่น แผ่นใบสีเขียวเป็นมันก้านใบสีเขียวยาว
ไม่พักตัวในฤดูหนาว ต้นไม้พวกอโลคาเซียนิยมนำมาใช้จัดสวนบาหลีและสวนน้ำอย่างมาก

กระดาดด่าง/Alocasia macrorrhizos cv. Variegata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia macrorrhizos(L.) G.Don cv. Variegata
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Giant Taro, Greater Alocasia, Birah Negeri, Elephant's Ear
ชื่ออื่น     ---กระดาดใบด่าง,พญากาเผือก
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อนุทวีปอินเดีย มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เฃตร้อน กึ่งเขตร้อน เขตมรสุม
เป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นหัว เมื่ออายุมากขึ้นหัวจะโผล่พ้นดิน แตกหน่อใหม่รอบหัวหลัก ใบเดี่ยวเวียนเรียง ขนาดใหญ่ ขอบใบหยักมีลายด่างสีขาวสลับสีเขียวเทา ช่อดอกออกที่ซอกใบเป็นช่อเชิงลด
ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ความชื้นในอากาศสูง ไม่พักตัวในฤดูหนาว
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาปลูกใหม่

กระดาดดำ/Alocasia macrorrhizos cv. Variegata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia macrorrhizos(L.) G.Don cv. Variegata
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Giant Taro, Greater Alocasia, Birah Negeri, Elephant's Ear
ชื่ออื่น     ---กระดาด
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เฃตร้อน กึ่งเขตร้อน เขตมรสุม
ชนิดนี้ ปลูกริมน้ำ มีแสงแดดรำไรหรือแดดมากได้ ไม่พักตัวในฤดูหนาว

อโลคาเซียสติงเรย์/Alocasia macrorrhizos 'Stingray'

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia macrorrhizos 'Stingray'
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Elephant ear plant
ชื่ออื่น     ---อโลคาเซียปลากระเบน
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนชื้น
ไม้ หัวล้มลุกมีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน เป็นลำต้นจริง ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นลำต้นเทียม ที่ประกอบด้วยก้านใบและแผ่นใบที่อวบน้ำ
ชอบดินร่วนระบายน้ำดีมีความชื้นใน อากาศสูงแสงแดดรำไร พักต้วในฤดูหนาว
วิธีขยายพันธุ์คือแยกหน่อมาปลูกใหม่ แต่ชนิดนี้แตกหน่อค่อนข้างยากกว่าชนิดอื่น


คูเปรีย/Alocasia cuprea

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia cuprea (Koch & Bouche) Koch
ชื่อพ้อง    ---Alocasia metallica (K.Koch) Hook
ชื่อสามัญ     ---Giant caladium
ชื่ออื่น     ---คูเปรีย
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเซียและออสเตรเลียตะวันออก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
ต้น นี้สูงได้ถึง 1เมตร ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ขอบใบห่อโค้ง แผ่นใบหนาสีเขียวอมม่วงแดง เส้นใบเป็นร่องลึกจนทำให้ใบย่นหลังใบสีม่วงแดง ก้านหนาอวบสีเขียวอมม่วง
ปลูกในไทยต้นมักเตี้ยโตช้า

แก้วหน้าม้า/Alocasia sanderiana

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia sanderiana W. Bull.
ชื่อพ้อง    
---Alocasia sanderiana Hort. ex Bull
---Schizocasia sanderiana (W. Bull) Engl.
ชื่อสามัญ     Sander's Alocasia, Kris Plant, Philippine Taro
ชื่ออื่น     ---แก้วหน้าม้า
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
ต้นนี้มีถิ่นกำเนิดในเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ต้นสูงได้ถึง 2เมตร ใบรูปลูกศรแคบ ปลายแหลม ขอบหยักเว้าเป็นลอนลึกทั้งสองข้าง แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันเส้นใบและขอบใบมีสีเงินเด่นชัด หลังใบสีม่วงแดง

แก้วหน้าม้าตัวผู้/Alocasia longiloba

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Alocasia longiloba Miq.
ชื่อพ้อง    ---Alocasia denudata Engl.
ชื่อสามัญ     ---Kris plant
ชื่ออื่น     ---บอนนก
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซีย-สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาะบอร์เนียว และถาคใต้ของไทย
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
ใบ รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหน้าของม้า แผ่นใบหนาเป็นมัน สีเขียวบรอนซ์ เส้นร่องใบเห็นเด่นชัด ก้านเล็กกลมยาว
มีลายขีดขวางสีน้ำตาลแดงทั่วก้าน ชอบขึ้นในที่ลุ่มริมธารน้ำตกดินชุ่มชื้น ความชื้นในอากาศสูง


สกุลโคโลคาเซีย/Colocasia Schott.

พืชสกุลนี้มีการเจริญเติบโตคล้ายอโลคาเซียมาก ต่างกันที่ช่อดอกคือระหว่างดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ของอโลคาเซียถูกคั่นด้วยดอกที่เป็นหมัน ส่วนโคโลคาเซียไม่มีดอกที่เป็นหมันอยู่ระหว่างดอกเพศผู้และเพศเมีย มีการปลูกเลี้ยงง่ายเหมือนกัน ชอบความชื้นในอากาศสูง แสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน มีโคโลคาเซียบางชนิดที่เจริญในน้ำและแตกไหลสำหรับขยายพันธุ์ได้

ชนิดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ได้แก่

บอนเขียว/Colocasia esculenta

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Colocasia esculenta (L.) Schott.
ชื่อพ้อง    
---Alocasia dussii, Alocasia illustris, Arum chinense
ชื่อสามัญ     ---Cocoyam, Dasheen, Taro
ชื่ออื่น     เขียวสยาม, บอนนา, เผือก
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน ญี่ปุ่น เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เวสต์อินดีส

สูง1-1.5 เมตร ใบรูปหัวใจ แผ่นใบบางนุ่มเรียบ สีเขียว มีนวลปกคลุม เส้นใบสีเขียวอ่อน บอนหรือเผือกคือพืชชนิดเดียวกัน และนับเป็นอาหารสำคัญสำหรับชาวบ้านในท้องถิ่น เพราะยอดอ่อน และก้านนำมาใส่ในแกงบอนแกงส้มหรือจิ้มน้ำพริก
ข้อควรระวังคือ น้ำยางจากทุกส่วนของต้นมีสารแคลเซียมออกซาเลตที่ทำให้คัน ต้องนำมาปรุงให้สุกก่อนทุกครั้ง การเลือกเก็บบอนในธรรมชาติ จะมีทั้งบอนคันและไม่คัน ถ้าลำต้นสีน้ำตาลแดงเรื่อหรือสีเขียว ไม่มีนวลเกาะ เมื่อตัดทิ้งไว้สักครู่จะไม่มีคราบสีเขียวคล้ำเกิดขึ้น แสดงว่าเป็นบอนไม่คัน
ส่วนเผือกมี4พันธุ์คือ เผือกหอม เผือกเหลือง เผือกไม้หรือเผือกไหหลำ และเผือกตาแดง ที่นิยมรับประทานกันคือเผือกหอม

คูน/Colocasia gigantea

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.
ชื่อพ้อง    
---Arisaema fouyou H.Lév.
---Caladium giganteum Blume         
---Colocasia prunipes K.Koch & C.D.Bouché
---Leucocasia gigantea (Blume) Schott
ชื่อสามัญ     ---Elephant ear, Indian taro
ชื่ออื่น     ---คูน, ออกดิบ, เอาะดิบ, ตูน
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะ คล้ายต้นกระดาดขาว แต่ต้นเล็กกว่า ใบรูปหัวใจป้อม กว้าง45ซม.ยาว65ซม.ขอบใบเป็นลอน ก้านใบยาว60-90ซม.สีเขียวอ่อน มีนวลปกคลุมทั้งต้น
นิยมปลูกเป็นอาหารประจำครัวเรือน ในพื้นที่มีความชื้นสูง เพราะก้านใบอ่อนจะรับประทานได้


สองต้นข้างล่างไม่เกี่ยวกับColocasia แต่นิยมปลูกในร่มเหมือนกัน อยู่ในวงศ์ ARACEAEเหมือนกัน

ถุงเงินถุงทอง/Xanthosoma sagittifolium

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Xanthosoma sagittifolium (L.) Schott 'Albomarginata'
ชื่อพ้อง    ---Basionym: Arum sagittifolium L.
ชื่อสามัญ     Arrowleaf,Arrowleaf elephant’s ear
ชื่ออื่น     ----ถุงเงิน ถุงทอง
ชื่อวงศ์    ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ----เขตร้อนชื้น
ไม้ล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน อายุหลายปี ใบเดี่ยว รูปหัวใจ แต่มักบิดเบี้ยว แผ่นใบสีเขียว มีแถบด่างสีขาวกว้างประมาณ 30ซม.ดอกออกเป็นช่อเชิงลดจากซอกกาบใบ ดอกสีเหลืองใบประดับสีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอม
การเจริญเติบโตช้าปลูกริมน้ำได้

กวักมรกต/Zamioculcas zamiifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Zamioculcas zamiifolia (Lodd.) Engl.
ชื่อพ้อง    
---Caladium zamiifolium Lodd.   
---Zamioculcas lanceolata Peter
---Zamioculcas loddigesii Schott
ชื่อสามัญ     ---Zanzibar gem, Zuzu plant, Emerald palm
ชื่ออื่น     ---กวักมรกต
ชื่อวงศ์    ---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาเขตร้อนและแอฟริกาตอนใต้ (เคนย่า, แทนซาเนียจนถึงนาทอลและแซนซิบาร์)
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินแตกกอง่ายและมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แทงใบออกเหนือดิน ก้านใบอวบน้ำ ผิวใบเป็นมัน ดอกออกเป็นแท่งขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อปลูกและ ปักชำใบ โดยตัดใบมาชำในน้ำ เมื่อรากงอกออกมาสักระยะหนึ่งก็นำไปปักชำในดิน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.