สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 18/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,800,159
Page Views 12,336,209
 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

สรรพคุณพืชสมุนไพร1

สรรพคุณพืชสมุนไพร1

ภาพถ่ายจากหน้าอาคารใบไม้สามใบ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา

สรรพคุณพืชสมุนไพร 1


โกโก้

ชื่อวิทยาศาสตร์  Theobroma cacaoLinn.
ชื่อสามัญ  Cacoa Tree
ชื่ออื่น  โคโค่
ชื่อวงศ์ STERCULIACEAE

ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กสูง3-8เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกที่กิ่งก้าน ดอกสีขาวแกมเหลือง เกสรตัวผู้เป็นหมันสีม่วงเข้ม ปลายยอดสีขาว ผลสดรูปไข่แกมกระสวย ผิวย่น เมื่อสุกสีม่วงหรือเหลือง เมล็ดรูปกระสวยสีน้ำตาลเข้ม

ตำรา ยาไทยใช้เมล็ด บำรุงร่างกาย ไขมันที่แยกได้ขณะบดเมล็ดนำมาใช้เป็นตัวยาพื้นในการทำยาเหน็บ เนื้อเมล็ดมีสารทีโอโบรมีนและคาเฟอีนมีผลกระตุ้นประสาทส่วนกลางและขับ ปัสสาวะ

ภาพถ่ายจากสวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


เกากีฉ่าย

ชื่ออื่น: เก๋ากี๊, เกากีฉ่าย ,เกาจีฉ่าย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycium chinense Mill.
วงศ์ : SOLANACEAE
ชื่อสามัญ : Chinese Wolfberry, Matrimony-vine

เป็นไม้พุ่ม สูง 1-1.5 เมตร ลำต้นมีหนามแหลม ดอกสีม่วง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผล รูปกลมรี ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีแดงอมส้ม ภายในมีเมล็ดเล็กจำนวนมาก สีขาว รูปไต ออกดอกและผลช่วงฤดูหนาว ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

สรรพคุณทางสมุนไพร

                   ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ดวงตามีความกระจ่างใส ลดความดันโลหิต สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดอาการตาฝ้าฟางและกระหายน้ำในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชะลอความแก่ บรรเทาความเหนื่อยล้ากำจัดพิษ บำรุงระบบสืบพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก

     

ข้าวฟ่างสมุทรโคดม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sorghum bicolor (Linn.) Moench

ชื่อสามัญ : Negro Guinea Grass, Millet Grass

ชื่ออื่น : ข้าวฟ่าง, จังหันมะพุด, สมุทรโคดม (ภาคกลาง)

วงศ์ : GRAMINEAE


พืช ตระกูลหญ้าเป็นพืชฤดูเดียวหรือล้มลุก มีลำต้นเดียว แต่อาจจะแตกกอหรือหน่อได้ ข้าวฟ่างเป็นพวกที่ใช้ประโยชน์จากเมล็ด ดอก จะออกเป็นช่อตรงปลายยอด ยาวประมาณ 30 ซมข้าวฟ่างออกดอกให้เมล็ดแล้วก็ตาย

แต่มีข้าวฟ่างหลายประเภทที่สามารถอยู่ข้ามปีได้โดยการแตกกอจากต้นเดิม ผลที่แก่จะมีเนื้อแข็ง ผิวภายนอกจะเป็นมัน จะมีลักษณะกลมเท่าเมล็ดพริกไทย โผล่พ้นออกมาจากเปลือก ส่วนเมล็ด มีแป้งมาก ข้าวฟ่างมีอยู่2ชนิดคือข้าวฟ่างที่ใช้เลี้ยงสัตว์ เมล็ดจะเป็นสีแดงหรือขาวเมล็ดจะใหญ่ละแข็ง ส่วนอีกชนิดเป็นชนิดสำหรับคนกิน เมล็ดจะเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองเมล็ดจะมีขนาดเล็ก

สรรพคุณ ทางเป็นสมุนไพรของข้าวฟ่าง ใช้เมล็ด แห้ง ต้มน้ำกินรสชุ่ม บำรุงกายและให้พลังงาน รักษาโรคอหิวาตกโรค บิด ฝาดสมานลำไส้และกระเพาะอาหาร ช่วยขับปัสสาวะ ราก แห้ง และสด ต้มน้ำกิน ใช้ขับปัสสาวะ ห้ามโลหิต ระงับอาการหอบ ไอหอบ ตกโลหิตหลังคลอด สงบประสาท และยังช่วยในการเร่งคลอดทารก

(สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน)

จักรนารายณ์

 ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura divaricata (L.) DC.

ชื่อสามัญ : Purple passion vine, Purple velvel plant

วงศ์ : ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE

ชื่ออื่น : แปะตำปึง, ว่านกอบ, ผักพันปี, กิมกอยมอเช่า, จินฉี่เหมาเยี่ย

ถิ่นกำเนิด: ประเทศจีน

 ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นทรงกลมสีม่วงแดง ทั้งต้นมีขนขึ้นปกคลุม รากอยู่ใต้ดินเป็นเหง้าใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่มน ปลายใบแหลม ส่วนขอบใบ แผ่นใบหนาและนุ่ม หลังใบเป็นสีเขียวส่วนท้องใบเป็นสีเขียวอ่อนออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายยอดลำต้น มีสีเหลืองสดคล้ายดอกดาวเรือง แต่จะมีขนาดเล็กกว่าดอกดาวเรือง ผลสุกสีน้ำตาล

สรรพคุณทางสมุนไพร

ราก ก้าน และใบ  ใช้เป็นยาเย็นมีพิษเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อปอด ตับ และม้าม มีสรรพคุณช่วยทำให้เลือดเย็น ช่วยกระจายโลหิต แก้เส้นเลือดอุดตันและแก้อาการตกเลือด

กะลา

ชื่อวิทยาศาสตร์:Alpinia nigra Burrt

ชื่ออื่น:  ข่าน้ำ ,หน่อกะลา,  เร่วน้อย

วงศ์ :ZINGIBERACEAE

พืชวงศ์ขิง มีเหง้าเป็นลำต้นอยู่ใต้ดินมีลำต้นบนดินเป็นต้นเทียม ต้นโตสูงประมาณ 3 เมตร เจรืญเป็นกอแน่น ชอบอยู่ในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง มีแสงแดดส่อง เหง้าหน่อกะลาสามารถใช้พอกแผลแก้ผื่นคันตามผิวหนัง เพราะมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยายืนยันได้ว่าเป็นภูมิปัญญาไทยที่ถูกต้องว่าสามารถ ยับยั้งเชื้อราบนผิวหนังได้หลายชนิด  ต้นหน่อกะลานั้นยังมีสรรพคุณทางยา โดยจะช่วยแก้อาการท้องอืด แน่นเฟ้อ จุกเสียด และช่วยไล่ลมในร่างกาย เสียด โรคเสมหะ โรคริดสีดวง รักษาอาการปวดหัวใจ บรรเทาอาการกระหายน้ำ

เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย มีเฉพาะที่เกาะเกร็ด จ.นนทบุรีเท่านั้น


คนทีเขมา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex negundo L.
วงศ์ : LABIATAE (LAMIACEAE)

ไม้ พุ่มสูง 3-4 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย (3-)5(-7)ใบ รูปใบหอกแคบ ขนาดของใบกว้าง1-2.5ซม.ยาว 4-7ซม .ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก

ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ15ซม.ดอกย่อยขนาดเล็กมีจำนวนมาก กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นถ้วย ปลายแยกเป็น5แฉก มีขนด้านนอก กลีบดอก5กลีบ ขนาดไม่เท่ากันที่โคน ปลายกลีบล่างแผ่โค้ง เกสรผู้4อัน

ตำรายาไทยใช้รากและใบต้มกินเป็นยาลดไข้แก้ปวดท้อง



คนทีสอทะเล

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex trifolia L. var . simplicifolia Cham.
ชื่ออื่น : คนที
วงศ์ : LABIATAE (LAMIACEAE)

ไม้ เลื้อยตามผิวดิน ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงตรงข้าม ผิวใบมีนวล ดอกช่อออกปลายกิ่งกลีบดอกสีม่วง

ผลสดรูปกลม

ตำรายาไทยใช้รากรักษาโรคตับ ใบเป็นยาบำรุงธาตุ ขับเสมหะ ต้มน้ำอาบ แก้โรคผิวหนังผื่นคัน
ถ้า ถูก แมงกระพรุน ไม่มียาแก้แผนปัจจุบัน ใช้รากคนทีสอทะเล (ที่เห็นตามชายหาดเป็นเถา ดอกสีม่วงเป็นช่อ) ฝนกับน้ำฝนทาบริเวณที่ถูกแมงกระพรุน อาการเจ็บปวดจะทุเลาลง



คราม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Indigofera tinctoria L.
ชื่อสามัญ : Indigo
วงศ์ : LEGUMINOSAE (FABACEAE)-PAPILIOIDEAE

       

                                 ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ  ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนาน ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว ออก เป็นช่อที่ซอกใบ  มีสีเขียวอ่อนอมครีม เริ่มบานมีสีแดงหรือชมพูฝักคล้ายฝักถั่วเมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลอ่อน

 

สรรพคุณทางเป็นสมุนไพร 

ใบ เป็นยาดับพิษ แก้ไข้ตัวร้อนและแก้ปวดศีรษะ ลำต้น เป็นยาแก้กระษัย แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ เปลือกใช้แก้พิษงู แก้พิษฝีและแก้บวมถ้าถูกมีดบาดหรือเป็นแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก สามารถนำเนื้อครามทาเพื่อสมานแผลได้ ผ้าที่ย้อมครามก็มีคุณสมบัติทางยาเช่นกัน เพียงนำผ้าครามไปนึ่งให้อุ่น ประคบตามรอยช้ำก็สามารถบรรเทาอาการได้

น้ำคั้นจากใบสดช่วยบำรุงเส้นผม ป้องกันผมหงอก

สารสกัดครามทั้งต้น (ยกเว้นใบ) เป็นส่วนผสมในสีที่ใช้ย้อมผม
ครามยังเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ย้อมสีมากที่สุด เนื่องจากเป็นพืชให้สีน้ำเงินใช้ในการย้อมฝ้ายได้ผลดีโดยใช้ ต้นสดหมักในน้ำ สีน้ำเงินจะตกอยู่ที่ก้นภาชนะ เทใส่ถุงผ้าหนาๆทับให้สะเด็ดน้ำ 1-2น้ำ นำผงสีไปทำให้แห้ง ใช้เป็นสีย้อมผ้า สารที่มีสีคือ indigo-blue



ผักชีช้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artemisia sp.

วงศ์ : Asparagaceae

                

เป็นไม้พุ่ม อายุสั้น ต้นสูงประมาณ 80 ซม. ทุกส่วนเมื่อขยี้มีกลิ่นหอมใบ เป็นเส้นฝอย ออกเวียนรอบกิ่ง  ช่อดอกออกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ

ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ หรืออาหารรสจัดต่าง ๆ ช่วยดับกลิ่นคาว

                              ชอบดินชุ่มชื้น มีน้ำขังเล็กน้อย แสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งหรือเพาะเมล็ด สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้

สรรพคุณทางสมุนไพร

รากนำมาต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน น้ำต้มจากใบใช้อาบแก้ซางเด็ก


ผักชีล้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oenanthe javanica (Blume) DC

วงศ์ : APIACEAE


ขึ้น ตามที่น้ำขังตื้นๆ ใบรูปไข่ปลายแหลมขอบใบจักซี่เลื่อย ดอกออกเป็นช่อซี่ร่มสีขาวมีกลิ่นฉุน

ทั้งต้นกินเป็นผัก ใช้แต่งกลิ่นอาหารคาว ลูกผักชีล้อมกินเป็นยาขับลมในลำไส้ ต้มอบไอน้ำรมเข้ากระโจมทั้งตัวรวมกับผักบุ้ง แก้บวม ขับเหงื่อ  แก้เหน็บชา


ผักเชียงดา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnema inodorum (Lour.) Decne.

ชื่ออื่น : เชียงดา, เจียงดา, ผักเจียงดา, ผักเซียงดา, ผักจินดา, ผักม้วนไก่, เครือจันปา

วงศ์ : APOCYNACEAE

ไม้เลื้อย ลำต้นสีเขียว มีน้ำยางใสสีขาวคล้ายน้ำนม ใบเป็นใบเดี่ยวสลับเป็นคู่ตรงข้ามกันรูปรีหรือรูปกลมรี ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ดอกออกเป็นช่อที่ง่ามใบ สีเหลือง,เหลืองอมส้มหรือสีเขียว ผลเป็นฝักรูปร่างคล้ายหอก

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา นิยมปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อนำยอดไปประกอบอาหาร

สรรพคุณทางสมุนไพร

หมอยาพื้นบ้านจะใช้ผักเชียงดาเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการปวดเมื่อยอันเนื่องมาจากการทำงานช่วยทำให้เจริญอาหาร

และช่วยชำระล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย

ใช้รักษาเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับระดับอินซูลินในร่างกายให้สมดุล ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ตับอ่อน ด้วยการนำผักเชียงดามาปรุงเป็นอาหารรับประทาน

ใบนำมาตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณกระหม่อมเพื่อรักษาไข้ อาการหวัด ปรุงเป็นยาลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ หรือนำไปประกอบในตำรายาแก้ไข้อื่น ๆ ใบใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนังทุกชนิด ทำให้น้ำเหลืองแห้ง และแก้กามโรค ใบสดใช้ตำพอกฝีหรือหัวลำมะลอก งูสวัด เริม ถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน ต้นใช้เป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ แก้ปอดอักเสบ ต้นแห้งหรือต้นสดใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยแก้โรคบิด ช่วยแก้อาการบวมน้ำ หัวมีรสมันขม ใช้เป็นยาแก้พิษอักเสบ พิษร้อน ช่วยดับพิษกาฬ แก้พิษไข้เซื่องซึม และแก้เริม

กระทุงหมาบ้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.

ชื่ออื่น : ผักฮ้วนหมู, เครือเขาหมู, มานหูกวาง, เถาคัน,  ผักสาบ, ผักสัง

วงศ์ : ASCLEPIADACEAE

เป็นไม้เถาเนื้อเข็งเลื้อยพาดพันไม้อื่น ยาวได้ถึง 10 เมตร เถากลมสีน้ำตาลอมเทา มียางสีขาว  ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม รูปไข่ ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้น โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกสีเขียวอ่อน ผล เป็นฝักคู่ มีขนสีน้ำตาล
สรรพคุณทางสมุนไพร
รากและลำต้นอ่อนมีสรรพคุณ ทำให้อาเจียนขับพิษได้ ใช้เป็นยาขับพิษร้อน กระทุ้งพิษ พิษฝี แก้ไข้พิษ พิษไข้หัว ไข้กาฬ แก้พิษน้ำดีกำเริบ ลำต้น ใช้ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปวดศรีษะ

เถามีรสเมาเบื่อใช้เป็นยาดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ใช้กระทุ้งพิษไข้หัว ไข้กาฬ ปวดศีรษะ น้ำตาตกหนัก แสบร้อนหน้าตาเถาใช้เป็นยาแก้พิษงูกัดได้
ใบมีรสเมาเบื่อเอียนติดขม ใช้เป็นยาแก้แผลที่ถูกน้ำร้อนลวก แก้บวม แก้ฝี แก้ฝีภายใน แก้พิษต่าง ๆ การใช้ภายนอกให้นำใบสดมาตำให้ละเอียดแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลหรือใช้พอกฝีและบริเวณที่อักเสบ

ระย่อมน้อย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rauvolfia serpentina (L.)Benth.ex Kurz
ชื่ออื่น : กะย่อม เข็มแดง

ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ30-70 เซนติเมตร มียางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามหรือออกรอบข้อข้อละ3ใบ รูปวงรีหรือใบหอก กว้าง4-8ซม.ยาว7-20ซม.ดอกเป็นช่อออกแบบซี่ร่มที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีขาวแกมเขียว เมื่อกลีบดอกโรยจะเปลี่ยนเป็นสีแดง กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกสีแดง ผลเป็นผลสด รูปวงรี รากสะสมอาหารแบบรากกระชายออกดอกต้นฤดุหนาว ผลเมื่อสุกสีม่วงดำ

ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

                         สรรพคุณที่ใช้เป็นยา ราก แก้ไข้ เจริญอาหาร  พบว่ามีอัลคาลอยด์reserpineต้มดื่มลดความดันโลหิตและกล่อมประสาท แก้บ้าคลั่ง ปัจจุบันทำเป็นยาเม็ดสำหรับลดความดันโลหิต เป็นยากล่อมประสาท เป็นยาขับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร น้ำจากใบรักษาโรคแก้วตามัว

รากสดของต้นระย่อมน้อย ตำละเอียด ผสมน้ำสะอาดเล็กน้อย หรือน้ำมันพืช ทากำจัดหิด


อ้อยแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saccharum officinarum L.

ชื่อสามัญ : Sugar-cane

ชื่ออื่น : อ้อย อ้อยขม อ้อยดำ

วงศ์ : GRAMINEAE

ไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ  ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็ก อ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น

สรรพคุณทางสมุนไพร ตำรายาไทยใช้ลำต้นเป็นยาขับปัสสาวะ โดยใช้ลำต้นสด  หั่นเป็นชิ้น ต้มน้ำดื่ม  ก่อนอาหาร แก้ไตพิการ หนองในและขับนิ่ว แพทย์พื้นบ้านใช้ขับเสมหะ

ต้าง

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Hoya kerrii Craib
ชื่ออื่น : ต้าง, เทียนโขมย
วงศ์ : ASCLEPIADACEAE

พืช ชนิดนี้เป็นไม้เถาอิงอาศัย ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว มีอายุยืนนานหลายปี เถาเหนียวเลื้อยได้ไกล 1-4 เมตรดอกออกเป็นช่อแบบครึ่งวงกลมซี่ร่ม มีดอกย่อย10-15ดอก กลีบดอกสีชมพูอมเขียว มีขนฟูเป็นกำมะหยี่เมื่อบานกลีบดอกจะพลิกกลับไปด้านหลัง ชอบเกาะอยู่ตามต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่อยู่กลางแจ้งจะนำมาปลูกก็ตัดแยกเอาส่วน เถามาผูกติดกับต้นไม้อื่นรดน้ำปกติก็ออกราก และจะยึดติดต้นไม้นั้นไปเอง

สรรพคุณทางสมุนไพร

ยาพื้นบ้านอีสาน ใช้  ต้นและใบ ต้มน้ำดื่ม แก้เบาหวาน น้ำยางขาว ใช้ทาแผลสด เช่นแผลมีดบาด ช่วยสมานแผล ใบสด ตำผสมปูนที่กินกับหมาก ทารักษาแผลเน่าเปื่อยของกระบือ
              ตำรายาไทย  ใช้  ใบ ภายนอก รักษาบาดแผล บวม รูมาตอยด์ ข้ออักเสบ ช่วยสมานแผลและห้ามเลือด และใช้ภายใน รักษาสมองอักเสบ โรคปอดบวม และอัณฑะอักเสบ
              ยาพื้นบ้านภาคเหนือ  ใช้  ใบสด อังไฟให้ร้อน นาบแก้อาการบวมตามข้อ

ลำโพงกาสลัก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Datura metel L. (Datura metel var. fastuosa (L.) Saff.)

ชื่ออื่น : มะเขือบ้าดอกดำ,ลำโพงกาลัก,กาสลัก, ลำโพงแดง, ลำโพงดำ

วงศ์: SOLANACEAE

ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ตามลำต้นและกิ่งก้านเป็นสีม่วง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมนและไม่เท่ากัน ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันห่าง ๆ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ กลีบดอกสีม่วง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายกลีบบานเป็นรูปแตร กลีบซ้อนกัน 2-3 ชั้นกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวติดกันเป็นหลอดยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวดอก ผลเป็นรูปทรงค่อนข้างกลมผิวเป็นขนคล้ายหนามเป็นตุ่ม เนื้ออ่อนเป็นตุ่ม ๆ รอบ ขั้วเป็นแผ่นกลมหนาริมคม ผลเป็นสีเขียวอมม่วง พอผลแห้งจะแตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะกลมแบนคล้ายเมล็ดมะเขือ

สรรพคุณทางสมุนไพร

ที่นิยมนำมาใช้ทำยาจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ลำโพงขาว (ต้นเขียว ดอกสีขาว), และลำโพงกาสลัก (ต้นสีแดงเกือบดำ ดอกสีม่วงเป็นชั้น ๆ) และในด้านการทำยาจะนิยมใช้ลำโพงกาสลักดอกสีม่วงม่วงดำ ยิ่งซ้อนชั้นมากยิ่งมีฤทธิ์แรง

ดอกนำมาหั่นตากแดดผสมกับยาสูบ ใช้สูบแก้อาการหอบหืด แก้การบีบตัวของหลอดลม(ดอก)[1],[2],[3] ส่วนใบมีสรรพคุณแก้หอบหืด และขยายหลอดลม

รากใช้สุมให้เป็นถ่านปรุงเป็นยาแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้เซื่องซึม รากมีรสหวานเมาเบื่อ ใช้ฝนทาแก้พิษร้อน ดับพิษฝี แก้ปวดบวม แก้อักเสบ

เมล็ดมีรสเมาเบื่อ นำมาคั่วให้หมดน้ำมัน ใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้กระสับกระส่าย

ใบมีรสขมเมาเบื่อ มีสรรพคุณช่วยแก้สะอึกในไข้พิษกาฬ ใบใช้เป็นยาทาแก้อักเสบเต้านม ใบและยอดลำโพงกาสลัก มีสารอัลคาลอยด์ที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยแก้อาการปวดเกร็งท้องได้

น้ำคั้นจากต้นเมื่อนำมาหยอดตาจะทำให้ม่านตาขยาย

น้ำมันจากเมล็ดมีรสเมาเบื่อ ใช้ปรุงเป็นยาใส่แผล แก้กลากเกลื้อน หิด เหา ผื่นคัน

ทุกส่วนของต้นมีฤทธิ์เป็นยาเสพติด ช่วยระงับอาการปวด และแก้อาการเกร็ง

หญ้าหนูต้น

 ชื่อวิทยาศาสตร์: Dianella ensifolia (L.) DC.

ชื่ออื่น:โก่กำแล่น (ชัยภูมิ) หางไก่เถื่อน (อุบลราชธานี) มะพร้าวป่า ศรีคันไชย (เชียงใหม่) ลำพัน (จันทบุรี) ศรีคันไชย (เชียงใหม่)

 วงศ์: Liliaceae

ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ขึ้นเป็นกอขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียงสลับ แตกเป็นกระจุกที่โคนต้น ขอบใบเรียบ ก้านใบแผ่เป็นแผ่นหุ้มซ้อนกัน ดอกช่อ ออกจากซอกใบที่โคนต้น กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนกัน สีขาวปนม่วง เป็นหลอดเล็กๆ ปลายแยกเป็นกลีบ 6 กลีบ เกสรเพศผู้มี 6 อัน สีเหลือง ผลสดรูปทรงกลม เมื่อสุกมีสีม่วงอมน้ำเงิน พบทั่วไปตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ออกดอกราวเดือนตุลาคมถึงธันวาคม
ลักษณะเด่น อยู่รวมเป็นกอ ก้านใบมีหนามเรียวแหลม ท้องใบสีเทา ใบย่อยขอบใบพับเข้า แข็งตรง ผลแก่ สีส้ม
นิเวศวิทยา ขึ้นตามป่าชายเลนค่อนข้างสูง ภายใต้อิทธิพลของน้ำกร่อย
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้ รากและใบ เข้ายากับแส้ม้าฮ้อ ดีปลากั้ง และซิ่นบ่ฮี ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลังทางเพศ ราก บำรุงกำหนัด ขับปัสสาวะ
              ยาพื้นบ้าน ใช้ ทั้งต้น ผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มน้ำดื่ม รักษามะเร็งและแผลเรื้อรัง (อาการแผลเรื้อรัง เน่าลุกลาม รักษายาก) ราก ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องผูก ช่วยขับลม

ว่านกีบแรด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Angiopteris evecta (Forst.) Hoffm.

วงศ์ :MARATTIACEAE

ชื่ออื่น : กีบม้าลม กีบแรด ว่านกีบม้า

พืช พวกเฟินสูง60-180ซม.โคนต้นพองออก ใบประกอบแบบขนนกสองหรือสามชั้น ใบย่อยรูปขอบขนานปลายแหลมขอบเรียบ ว่านนี้ลงหัวจะมีลักษณะคล้ายกีบเท้าของแรดหรือกระบือ หัวสีน้ำตาลเกือบดำ เนื้อในสีเหลืองเหมือนขมิ้น สัตว์ป่าชอบกินมาก หัวของกีบแรดนี้เมื่อเก็บมาต้องนำมาตากแดดให้แห้งแล้วย่างไฟอีกทีจึงจะเก็บ ไว้ได้นานไม่อย่างนั้นจะเื่ปื่อยผุง่าย

สรรพคุณ ทางยา หัวรสเย็นชืดแก้ไข้เพื่อกาฬ แก้กาฬมูตร ใช้หัวว่านเป็นยาแก้พิษตานทรางในเด็กทางจังหวัดสุโขทัยใช้หัวและต้นกินแก้ ไข้ ใบอ่อนกินเ็นผักได้ ใช้กินแก้ปวดหัว ขับปัสสาวะและใช้เป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

ตำรายาไทยใช้หัวใต้ดินเป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง อาเจียน ปวดศรีษะ ขับปัสสาวะและใช้รากห้ามเลือด


ว่านลูกไก่ทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cibotium barometz (Linn.) J. Smith

วงศ์ : DICKSONIACEAE

ชื่ออื่น : ละอองไฟฟ้า, กูดพาน, กูดเสือ, ว่านไก่น้อย, หัสแดง

พืชจำพวกเฟินมีเหง้าใต้ดินซึ่งปกคลุมด้วยขนสีเหลืองทอง สูง1.5-2.5เมตร

ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นยาวได้ถึง2เมตร 

ตำราไทยใช้ขนสดจากเหง้า ปิดแผล หรือตากแห้งบดเป็นผงโรยห้ามเลือด รักษาแผลปลิงเกาะและบาดแผลทั่วไป


ว่านพระฉิม

ชื่อวิทยาศาสตร์: Dioscorea bulbifera L.

ชื่อสามัญ:  Air potato, Aerial yam, Bulbilbearing yam, Potato yam

ชื่ออื่น : มันอีโม้ , มันอีลุ้ม ,  มันกะทาด , มันเสิน มันตกเลือด (นครศรีธรรมราช), มันขมิ้น ว่านสามพันตึง (ภาคกลาง)

ไม้เถาล้มลุกเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น เถาเลื้อยแบบหมุนเวียนซ้าย อาจยาวได้ถึง 6 เมตร ลำต้นมีลักษณะเกลี้ยงเป็นเหลี่ยมคล้ายปีกหรือคล้ายหนามปราศจากขน มีหัวอยู่ใต้ดินขนาดใหญ่ มีลักษณะโป่งนูนเป็นลูก ๆ โดยเชื่อมติดกันที่โคนต้น

สรรพคุณทางสมุนไพร

ตำรายาไทยใช้หัวใต้ดินนำมาทำให้สุกใช้รับประทานเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร หัวนำมาฝานตากแห้ง ใช้ปรุงเป็นอาหารแป้ง และกินเป็นยารักษาโรคกระเพาะ


ปีบฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hippobroma longiflora (L.) G.Don

ชื่อสามัญ : Star of bethlehem, Madam fate

ชื่ออื่น : แสนประสะ

วงศ์ : CAMPANULACEAE


ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 20-30 เซนติเมตร โคนของลำต้นเป็นแกนแข็ง ตามลำต้นมีขนขึ้นประปราย ใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบลำต้นรูปไข่กลับ รูปยาวรี หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยหรือหยักเว้าไม่สม่ำเสมอ หลังใบและท้องใบเรียบ ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบเป็นสีขาว

ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ สีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ ปลายกลีบดอกแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ ผลเป็นรูปทรงรี เป็นผลแห้งแตก เมื่อแก่จะโป่งออกและโค้งลง ภายในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปรีจำนวนมาก

ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดแบบเต็มวันถึงร่มรำไร เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้ดีในที่รกร้างหรือที่ชุ่มชื้น และมีปลูกบ้างทั่วไป

สรรพคุณทางสมุนไพร

 ทั้งต้นมีรสเฝื่อนร้อน นำมาต้มกับน้ำรับประทานเป็นยารักษาโรคลมบ้าหมู  ใช้เป็นยาแก้โรคหอบหืด รักษาหลอดลมอักเสบ รักษากามโรค  ด้วยการใช้ลำต้นหรือทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำรับประทาน

ใบสดนำมาตำให้ละเอียดเอามาอุดบริเวณฟันที่ปวด เป็นยาแก้ปวดฟัน ใบมีรสเฝื่อนร้อน ใช้เป็นยาถูทาให้ร้อนแดง

กลอย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dioscorea hispida Dennst. var. hispida

ชื่อสามัญ : Asiatic bitter yam

ชื่อพื้นเมือง : กลอยนก, กอย , มันกลอย , กลอยข้าวเหนียว, กลอยหัวเหนียว

วงศ์ : DIOSCOREACEAE

ลำต้นเป็นเถา พาดเลื้อยตามต้นไม้ที่ขึ้นด้านข้าง เถามีขนาดเล็กสีเขียว เถาแตกกิ่งเถาตามความยาวของเถา โดยในหนึ่งหัวจะมีเถาแทงออก 2-5 เถา และเถาที่โตเต็มที่จะมีหนามแหลมคมขนาดเล็ก

ใบ เป็นใบประกอบ ลักษณะคล้ายใบถั่ว โคนใบ และปลายใบสอบแหลม โดยปลายใบจะมีติ่งแหลม กลางใบกว้าง แผ่นใบสีเขียว แผ่นใบและขอบใบเรียบ ใบจะร่วงในช่วงฤดูแล้ง พร้อมกับเถาที่แห้งเหี่ยวตาย

ดอกออกเป็นช่อ ออกตามซอกใบบนกิ่ง และลำต้น ปลายช่อห้อยลงดินดอก มี 6 กลีบขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว

ผลมีรูปร่างเป็นแผ่น 3 แผ่น เชื่อมติดกันเป็น 3 เหลี่ยม ด้านในมีเมล็ดแบบมีปีกสำหรับช่วยในการลอยตามแรงลม

สรรพคุณทางสมุนไพร
 หัวกลอยดิบนำมาต้มน้ำดื่มแก้อาการเบื่อเมา ทั้งเมาสุรา เมาพืชมีพิษ หรือ เห็ดพิษ
นำหัวกลอยดิบมาฝานเปลือก นำเปลือกมาขยี้ทาแผล รักษาแผลติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ช่วยให้แผลแห้ง และหายเร็ว
ใบกลอยนำมามาบดใช้ทาผิวหนัง แก้อาการผื่นคัน แก้ลมพิษ

ข้อควรระวัง
กลอย มีสารที่ออกฤทธิ์กดประสาททำให้เกิดอาการมึนเมา ก่อนจะรับประทานต้องทำให้สุกโดยการผ่านความร้อนด้วยการต้มหรือย่างเสียก่อน

พญามือเหล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Strychnos lucida R.Br
ชื่อสามัญ : Saintignatus Bean

ชื่ออื่น : พญามูลเหล็ก, ย่ามือเหล็ก , กะพังอาด, เสี้ยวดูก

วงศ์: STRYCHNACEAE

ไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกต้นสีเขียวหม่น เกิดตามป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ใบเดี่ยวรูปไข่ปลายแหลม ขอบและผิวมันคล้ายใบแสลงใจ แต่ใบเรียวและบางกว่าใบแสลงใจ มีเส้นใบหลักสามเส้น ดอกออกเป็น ดอกช่อ  ผลกลมขนาดผลส้ม เมล็ดคล้ายเมล็ดแสลงใจ

ใบ รสขมเมา แก้ฟกบวม เนื้อไม้ รสขมเมา กัดเสมหะในลำคอ ตัดไข้จับ ดับพิษไข้ แก้กระษัยเลือด แก้ไข้จับสั่น ฝนทาศีรษะเด็กแก้คัน แก้รังแค แก้ไข้ที่มีพิษร้อนให้ละเมอเพ้อพก ราก รสขมเมา แก้ไข้เรื้องรัง แก่น รสขมเมา แก้พิษดีและโลหิต แก้ไข้จับ แก้ไข้ร้อน


พลับพลึง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crinum asiaticum L.

 ชื่อสามัญ : Crinum lily , Cape lily, Spider lily, Poison bulb

 วงศ์:AMARYLLIDACEAE

ชื่ออื่น :  ลิลัว , วิรงรอง (ชวา), พลับพลึงขาว, พลับพลึงดอกขาว

ไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลม โตเต็มที่จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12-15 เซนติเมตร และมีความสูงราว 90-120 เซนติเมตร ใบแคบ เรียวยาว ขอบใบจะเป็นคลื่น ปลายใบแหลม ใบหนาอวบน้ำ ดอกออกเป็นช่อใหญ่ มีกลิ่นหอม แต่ละช่อมีดอกประมาณ 15-40 ดอก ก้านดอกชูขึ้นจากตรงกลางลำต้น ผลกลมสีเขียวอ่อนทยอยออกดอกตลอดปี

 ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อที่ขึ้นบริเวณโคนต้นและวิธีการเพาะเมล็ด

สรรพคุณทางสมุนไพร

นำมาใช้ได้แค่ภายนอกเท่านั้น จะไม่ใช้พลับพลึงเป็นยากินหรือใช้ภายในเนื่องจากมีพิษ

รากใช้ตำพอกแผล ใช้รักษาพิษยางน่อง หัวใช้เป็นยาบำรุง ยาระบาย ใบ ประคบแก้เคล็ดยอก ข้อเท้าแพลง สามารถนำมาใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย กล้ามเนื้ออักเสบ หมอพื้นบ้านนิยมนำใบพลับพลึงมาลนไฟให้ตายนึ่ง แล้วพันตามอวัยวะที่เคล็ดขัดยอก บวม หรือหักแพลง ถอนพิษได้ดี แถบสุพรรณบุรีใช้ใบลนไฟ รักษาโรคไส้เลื่อน

และใบพลับพลึงยังสามารถนำมาใช้กับสตรีที่เพิ่งคลอดบุตรหรือกำลังอยู่ไฟได้ ด้วยการใช้ใบประคบบริเวณหน้าท้อง จะช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ทำให้น้ำคาวปลาแห้ง ช่วยขับของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ นอกจากนี้ยังช่วยขจัดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย เมล็ด เป็นยาบำรุง ยาระบาย ขับเลือดประจำเดือน และขับปัสสาวะ

 มะกล่ำเผือก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Abrus pulchellus Wall. Ex Thwaites subsp.

ชื่ออื่น: มะกล่ำตาหนู, แปบฝาง (เชียงใหม่), คอกิ่ว, มะขามป่า (จันทบุรี), มะขามย่าน

วงศ์ : LEGUMINOSAE

ไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่นหรือเลื้อยบนพื้นดินลำต้นแตกกิ่งก้านมาก สีน้ำตาลเข้มอมสีม่วงแดง  ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกเรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 4-7 คู่ ออกเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายใบเป็นติ่งหนามหรือมน โคนใบเบี้ยว ส่วนขอบใบเรียบ  ดอกออก เป็นช่อกระจะตามซอกใบ ดอกเป็นรูปดอกถั่ว กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวปนสีชมพูอ่อน โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบกลางสีขาว ส่วนกลีบคู่ด้านข้างสีชมพูอ่อน ผล เป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนสีเหลืองอ่อน ฝักแห้งแตกออกได้ ในฝักมีเมล็ดประมาณ 4-5 เมล็ด เมล็ดอ่อนเป็นสีขาว เมื่อสุกเป็นสีดำเข้มหรือสีเหลืองอ่อน

สรรพคุณทางสมุนไพร

ทั้งต้น แก้อาการร้อนใน แก้พิษร้อน ถอนพิษไข้ ช่วยลดความดันโลหิต ยาแก้อาการปวดกระเพาะ ยากล่อมตับ รักษาตับอักเสบชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ตับแข็ง ท้องมาร ช่วยคลายและกระจายการคั่งของตับ รักษาตับอักเสบที่ติดเชื้อแบบดีซ่าน แก้อาการปวดข้อ ปวดกระดูกเนื่องจากลมชื้นเกาะติด

ราก ใช้เป็นยาแก้หืด หลอดลมอักเสบ แก้ไอแห้ง แก้เจ็บคอ ช่วยกัดเสมหะ ขับเสมหะ แก้อาเจียน แก้ร้อนใน ยาแก้อาการปวดท้องและแก้จุกเสียด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใบใช้เป็น ยาแก้เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ  ใช้เป็นยาขับ แก้อาการปวดตามแนวประสาท ปวดบวมตามข้อ

 เมล็ด แก้กลากเกลื้อน ฆ่าพยาธิผิวหนัง ฝีมีหนอง บวมอักเสบ


กระบองเพชร เสมา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Opuntia elatior Mill.

ชื่ออื่น : เสมาบ้าน, เสมาป่า
ชื่อวงศ์ : CACTACEAE

ไม้พื้นเมืองของประเทศเปรู เป็นไม้พุ่มอวบน้ำ สูง 2-4 เมตร ลำต้นโคน กลมส่วนปลาย เป็นแผ่นแบน รูปไข่กลับ สีเทาหรือสีเขียวเข้ม ใบเล็กมาก ออกตามปุ่มที่จะเกิดหนาม เมื่อแก่ร่วงหมด   ดอกเดี่ยว สีเหลืองเปลี่ยน เป็นสีแดงหรือชมพู ภายในสีขาว ผลเดี่ยวกลม เนื้อนุ่ม แก่แล้วเป็นสีส้มอมแดง มีเกล็ดคล้ายใบอยู่รอบผล

สรรพคุณทางสมุนไพร

ใบ รสเมาเย็น ตำพอกดับพิษร้อน แก้อักเสบ ลูก แก้ไอกรน แก้หนองใน ต้น แก้พิษงูกัด ยาง รสเฝื่อนเมา ใช้เป็นยาถ่าย


 

 

 

 



















ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view