สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 26/05/2018
สถิติผู้เข้าชม 8,115,989
Page Views 12,731,101
 
« May 2018»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

หญ้า-วัชพืช (ต่อ)

หญ้า-วัชพืช (ต่อ)

หญ้า-วัชพืช


ต้นไม้ที่เดินเหยียบกันไปเหยียบกันมา ทำความรู้จักกันบ้างก็จะดี ต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยพวกนี้มักไม่ค่อยมีคนสนใจ คิดแค่เป็นวัฃพืช อยากจะถอนทิ้งด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้จักอาจไม่อยากเหยียบ
ที่จริงแล้วต้นอะไรก็เป็นวัชพืชได้ทั้งนั้นถ้าไปขึ้นอยู่ผิดที่ ไปอยู่ในที่ๆไม่มีใครต้องการ         
หาประโยชน์ได้น้อยทำให้ระบบเขาเสียหาย ขึ้นง่ายตายยาก กำจัดยากต่างหาก ขยายพันธุ์รวดเร็ว เป็นอีกประเด็น
แต่...ไม่มีอะไรร้ายไปหมด ในความร้ายก็มีความดีอยู่
หากพรรณาสรรพคุณมากไปเกรงว่าหน้านี้จะกลายเป็นคอลัมน์สมุนไพรไปเอาเป็นสรรพคุณประโยชน์ อย่างย่อ บางอย่างบางต้นละกัน
จึงเป็นเรื่องดังนี้


1 กรดน้ำ/Scoparia dulcis


ชื่อวิทยาศาสตร์:     ---Scoparia dulcis Linn
ชื่อพ้อง    ---Ambulia micrantha Raf.
---Capraria dulcis (L.) Kuntze
---Gratiola micrantha Nutt.
---Scoparia grandiflora Nash
---Scoparia nudicaulis Chodat & Hassl.
---Scoparia procumbens Jacq.
---Scoparia purpurea Ridl.
---Scoparia ternata Forssk.
ชื่อสามัญ:    ---Licorice weed, Sweet Broomweed, Scoparia-Weed
ชื่ออื่น:    ---ขัดมอญเทศ กระต่ายจามใหญ่ หญ้าสามวัน กัญชาป่า มะไฟเดือนห้า เอี่ยกำเช่า หญ้าปีกแมงวัน
วงศ์:    ---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก ประเทศไทยพบขึ้นทั่วทุกภาค

กรดน้ำ เป็นวัชพืชปีเดียวและวัชพืชข้ามปีคือมีอายุระหว่าง1-2ปี ขึ้นในที่รกร้าง เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งหรือร่มเงาบางส่วน พบตามที่ดอนหรือริมน้ำชื้นแฉะทั่วไป  ชอบความชื้นค่อนข้างมากที่ระดับความสูงถึง 1,000 ม. ลักษณะของต้นกรดน้ำ  มีความสูงประมาณ 25-80 ซม.ลำต้นไม่มีขน ใบเล็ก สีเขียวแก่ ขอบใบหยักแบบฟันปลา ใบออกตรงข้าม หรือเป็นวงรอบข้อ ข้อละ 3-4 ใบกิ่งเล็กเรียว แผ่สาขามาก ดอกขนาดเล็กกลีบดอกสีขาว กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ สีเขียวผลกลมข้างในมีเมล็ดจำนวนมาก
ยอดอ่อนรสหวานเล็กน้อยใช้รับประทานได้ สรรพคุณทางเป็นสมุนไพรเช่น ใบใช้ลดไข้ แก้ไอ ขับระดู ใช้อมบ้วนปากแก้ปวดฟัน ทั้งต้นใช้ลดไข้ แก้หวัด ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา

ระยะออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

2 หญ้าลิ้นงู/Hedyotis corymbosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hedyotis corymbosa Lamk.
is a synonym of Andryala integrifolia L.
ชื่อสามัญ    ---Diamnel-flower
ชื่ออื่น    ---จัวจิเช่า
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตอากาศร้อนถึงร้อนชื้น ในแถบแอฟริกา เอเชีย แคริบเบียน อเมริกา ออสเตรเลีย และแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในประเทศเขตร้อน ทั้งในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา


 พืชล้มลุกคลุมดินอายุปีเดียว พบแพร่กระจายในทุกภาคของประเทศ พบมากตามที่รกร้างที่มีวัชพืชจำพวกหญ้าขึ้นน้อย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ความชื้นสูงมีแดดส่องถึง หญ้าลิ้นงูจัดเป็นหญ้าสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จัวจิเช่า รสเผ็ดขมนิดๆ ออกฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ดับพิษ ใช้ภายนอก รักษาแผลสด รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลักษณะของหญ้าลิ้นงู ลำต้นเป็นข้อ เหลี่ยมเรียบ เลื้อยยาวประมาณ 15-50 ซ.ม.  แตกกิ่งก้านสูงประมาณ 15-50 ซม. ใบเดี่ยวขนาดเล็กเรียบแหลม ขอบใบหยาบ หูใบเล็ก ไม่มีก้านใบ หลังใบคดงอ ออกดอกตามง่ามใบ ดอกออกเป็นช่อประมาณ 2-4 ดอก กลีบดอกและกลีบรองดอกเป็นสีขาวหรือสีแดงอ่อน ดอกรูปกรวยปลายแยกมีขนปก ผลเป็นสันสี่มุม เปลือกหุ้มแข็ง ผลแตกออกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดมาก
ขยายพันธุ์ ---โดยใช้เมล็ด

3 หญ้าดอกขาว/Cyanthillium cinereum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyanthillium cinereum (L.) H. Rob.
ชื่อพ้อง    
---Conyza cinerea L.
---Serratula cinerea (L.) Roxb.
---Vernonia cinerea (L.) Less.
---Cacalia cinerea (L.) Kuntze
---Cyanopis erigeroides DC.
---Eupatorium myosotifolium Jacq.
---Seneciodes cinereum (L.) Kuntze ex Kuntze
---Vernonia cyanonioides Walp.
---Vernonia dendigulensis DC.
---Vernonia diffusa Decne.
---Vernonia erigeroides (DC.) DC.
---Vernonia lentii Volk. & O.Hoffm.
---Vernonia leptophylla DC.
---Vernonia montana Hook.f.
---Vernonia parviflora Reinw.
---Vernonia physalifolia DC.
---Vernonia rhomboides Edgew.
---Vernonia villosa W.F.Wright
ชื่อสามัญ    ---Little Ironweed, Purple Fleabane,Ash-coloured fleabane, Ash-coloured ironweed, Purple-flowered fleabane
ชื่ออื่น    ---หญ้าละออง,หญ้าหมอน้อย, หญ้าสามวัน, เสือสามขา เซียวซัวเฮา
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเอเซีย

 

ไม้ล้มลุกขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติหรือด้วยการเพาะเมล็ด พบตามที่รกร้างทั่วไป อายุประมาณ1-5ปี ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูง 15 – 80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปวงรีแคบรูปไข่ รูปใบหอกหรือรูปแถบ ใบที่บริเวณโคนต้นขนาดใหญ่กว่าที่ปลายยอด ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย
ดอกช่อกระจุกแน่น ออกรวมเป็นช่อแยกแขนง รูปคล้ายช่อเชิงหลั่น  ดอก สีม่วงเข้มแล้วค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาว หลุดร่วงง่าย ผลแห้งมีเมล็ดเดี่ยวเปลือกแข็งแห้งไม่แตก.
 สรรพคุณทางสมุนไพรที่โดดเด่น ใครอยากเลิก ลด ละบุหรี่มาทางนี้เลย   มีการวิจัยพบว่า ในลำต้น ใบและรากของหญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ Soduim Nirate ซึ่ง มีฤทธิ์ ทำให้ประสาทรับรสบริเวณลิ้นเกิดอาการชา ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปไม่รับรู้รสชาดใดๆ และไม่รู้สึกอยากบุหรี่ เป็นที่มาของการนำหญ้าดอกขาว มาเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการเลิกบุหรี่
สำหรับสรรพคุณด้านอื่น ใบต้มดื่ม แก้บิด แก้หืด  แก้หลอดลมอักเสบ ตำพอกสมานแผล แก้กลากเกลื่อนเรื้อนกวาง แก้ปวดศรีษะ ตำผสมน้ำนมคนเอาน้ำหยอดตาแก้ตาแดง  ตาแฉะ เมล็ด  ขับพยาธิ แก้ท้องอืดเฟ้อ พอกแก้โรคผิวหนัง  กำจัดเหา  
ทั้ง ต้น รสเย็นขื่น  ต้มดื่มลดไข้ กินแก้ไอ แก้ดีซ่าน แก้ตับอักเสบเฉียบพลัน แก้ปัสสาวะรดที่นอน  แก้ร้ดสีดวงทวาร บำรุงกำลัง แก้ท้องร่วง คั้นเอาน้ำดื่มกระตุ้นให้เจ็บท้องคลอด   ขับรก ขับระดู
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ :โดยใช้เมล็ด

4 หูปลาช่อน/Emilia sonchifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Emilia sonchifolia (L.) DC. ex Wight
ชื่อพ้อง    
---Cacalia sonchifolia Hort ex L.
---Crassocephalum sonchifolium (L.) Less.
---Emilia marivelensis Elmer
---Emilia purpurea Cass.
---Emilia rigidula DC.
---Emilia sinica Miq.
---Gynura ecalyculata DC.
---Prenanthes javanica (Burm. f.) Willd.
---Senecio auriculatus Burm. f.
---Senecio rapae F.Br.
---Senecio sonchifolius (L.) Moench
---Sonchus javanicus (Burm. f.) Spreng
ชื่อสามัญ    ---Cupid’s shaving Brush, Emilia , Sow Thistle
ชื่ออื่น    ---ผักบั้ง  ผักแดง  ผักกาดนกเขา  หางปลาช่อน หญ้าลิ้นปี่
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แขตร้อนของทวีปเอเซีย


เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กจำพวกหญ้าจัดเป็นวัชพืชที่มีการกระจายพันธุ์ได้รวดเร็ว พบขึ้นตามที่ชื้นหรือที่โล่งปะปนไปกับวัชพืชชนิดอื่น ลำต้นตรง สูงประมาณ 20-50 ซม. ตามลำต้นมีขนขึ้นปกคลุม  ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบกว้างเรียวสอบเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยักลึกแบบฟันเลื่อยห่าง 
ออกดอกเป็นช่อ โดยออกตามบริเวณกลางลำต้นหรือยอดต้น ช่อดอกหนึ่ง จะมีสองแขนงดอกย่อย กลีบดอกสีแดงม่วงมี5กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก กลีบดอกส่วนโคนจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ ดอกสมบูรณ์เพศก้านดอกยาวมักแตกแขนง ผลเดี่ยว เปลือกผลแข็ง แห้งแล้วไม่แตก
ยอดอ่อนและใบอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักจิ้ม
ระยะเวลาออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

5  เซ่งเล็ก/Melochia corchorifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Melochia corchorifolia L.
ชื่อพ้อง    
---Riedlea corchorifolia (L.) DC.
---Visenia corchorifolia (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ    ---Wire Bush, Red Weed, Chocolate Weed
ชื่ออื่น    ---เซ่ง เส้ง เส้งเล็ก สะแองใบมน ปากขาวปุด ขางปากปุด
ชื่อวงศ์    ---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พบตั้งแต่อเมริกา  จนถึงออสเตรเลีย 

 

 เป็นพืชใบเลี้ยงคู่อายุฤดูเดียว  พบขึ้นในที่มีน้ำขัง ชื้นแฉะ เป็นวัชพืชในนาข้าว ในแปลงเพาะปลูกพืชสวน พืชไร่  ต้นสูงประมาณ 30 - 100 เซนติเมตร ตามลำต้นมีขนปกคลุม เปลือกบางสามารถลอกออกได้ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ บางครั้งเป็นกระจุก 2 - 3 ใบ ใบรูปหอกปลายแหลม ฐานใบกว้าง โค้งมนเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยัก ที่โคนก้านใบมีหูใบเป็นแผ่นหรือเกล็ดแบน ๆ ปลายแหลม 2 อัน ดอก ออกแบบช่อกระจุกออกตามปลายยอดและบริเวณซอกใบ สีแดงหรือชมพู ก้านดอกสั้น ผล เป็นฝักกลมแก่แล้วแตกตามรอยตะเข็บ เมล็ดสีน้ำตาล
ทางด้านการใช้เป็นสมุนไพร ลำต้นและใบ ต้มในน้ำมันเป็นยาป้องกันพิษจากงูบางชนิด ใบ ใช้พอกแผล แก้บวมหรือแก้ปวดบริเวณท้อง
มีพืชหลายชนิดที่เรียกว่า เส้ง บางทีเขียนว่า เซ่ง เพื่อที่จะให้รู้ว่าเป็นชนิดไหนมักมีคำต่อท้าย เช่น เส้งใบมนหรือ เส้งเล็ก
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

6 หญ้าดอกอ่อน/Crassocephalum crepidioides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Crassocephalum crepidioides (Benth.) S.Moore
ชื่อพ้อง    
---Gynura crepidioides Benth.
---Crassocephalum diversifolium Hiern
---Gynura diversifolia Sch.Bip. ex Asch.
---Gynura microcephala Vatke
---Gynura polycephala Benth.
ชื่อสามัญ    
---Okinawa Spinach, Thickhead , Redflower ragleaf , Fireweed
ชื่ออื่น    ---ผักคออ่อน, ผักเผ็ดแม้ว, ผักเผ็ดช้าง, ผักกาดช้าง, ผักกาดขมุ, ขี้งัว, ผักกาดง่อง, หญ้าดอกขาว, หญ้าดอกคำ, ผักห่าน, ผักขี้โว       
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา มาดากัสการ์
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
พืชล้มลุกอยู่ได้ฤดูเดียว ขึ้นกระจายทั่วไปในเขตร้อน พบตามริมทาง ที่รกร้างและแปลงเพาะปลูก เป็นวัชพืชในพืชไร่ พบมากทางภาคเหนือหรือในเขตที่สูง ที่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับ 1,500 ม.  ยอดอ่อนนำมารับประทานเป็นผักลวกจิ้มลำต้นสูง 60-80 ซ.ม. มีขนละเอียดทั่วลำต้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปรีแกมขอบขนาน ยาว 5-15 ซ.มโคนใบแคบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยหรือเว้าเป็นแฉกบริเวณฐานใบ
ช่อดอกออกที่ปลายยอด3-5 ช่อรูปทรงกระบอกยาว 1-2 ซ.ม.ที่ส่วนโคนมีใบประดับหุ้ม ดอกย่อยอยู่รวมกันเป็นกระจุก
กลีบดอกย่อยสีส้ม ก้านดอกอ่อนมาก ทานน้ำหนักดอกไม่ไหวเลยโค้งลง ผลขนาดเล็กมีขนฟูสีขาวเป็นพู่ที่ปลาย น้ำหนักเบา ปลิวไปตามลม
ออกดอกและติดผล : ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

7 บาหยา/Asystasia gangetica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Asystasia gangetica (L.) T.Anderson
ชื่อพ้อง    ---Asystasia coromandeliana Nees
---Asystasia intrusa (Forssk.) Blume
---Asystasia parvula C.B.Clarke
---Asystasia querimbensis Klotzsch
---Asystasia pubescens Klotzsch
---Asystasia subhastata Klotzsch
---Asystasia quarterna Nees
---Asystasia scabrida Klotzsch
---Asystasia floribunda Klotzsch
---Asystasia coromandeliana Nees
---Asystasia acuminata Klotzsch
---Asystasia coromandeliana Nees var. micrantha Nees
---Asystasia multiflora Klotzsch
---Asystasia ansellioides C.B.Clarke var. lanceolata Fiori
---Asystasia podostachys Klotzsch
ชื่อสามัญ    ---Indian Asystasia, Creeping Foxglove
ชื่ออื่น    ---ย่าหยา บุษบาฮาวาย อ่อมแซ่บ
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

บาหยาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กล้มลุก ชอบแสงแดดรำไร ชุ่มชื้น พบขึ้นตามที่รกร้าง ริมน้ำ ชายคลอง ทั่วไป ในประเทศไทยพบได้ทุกภาคและนำมาใช้ปลูกประดับหรือเป็นไม้คลุมดินส่วนในประเทศออสเตรเลียพืชชนิดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ลามและเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศของประเทศอย่างร้ายแรง ลักษณะของบาหยาลำต้นตั้งตรง หรือทอดเลื้อย สูงได้ถึง 1-1.5 เมตร อายุหลายปี ใบเดี่ยวออกสลับเป็นคู่ตั้งฉากกัน รูปไข่แกมรี กว้าง2.5-6ซม.ยาว8-16ซม.โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบ
ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อกระจะ ดอกสีม่วงอ่อน โคนกลีบสีขาวอมเหลือง ปลายกลีบแยกเป็น5แฉก นอกจากสีม่วงแล้วยังมีดอกสีอื่นอีก คือสีขาวและสีเหลืองอ่อน ผลแก่แตกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ด 3-4 เมล็ด เมล็ดรูปไต แบน สีน้ำตาล
ยอดอ่อนกินเป็นผักได้แต่เหม็นเขียว สรรพคุณทางสมุนไพร รากใช้แก้ไข้ แก้พิษฝีภายใน แก้ไข้เหนือ ใบ แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ ใบและดอก สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่
ระยะเวลาออกดอก : เดือนกันยายน-ธันวาคม
ระยะติดผล : เดือนธันวาคม-มีนาคม

8 หญ้าเกล็ดหอย/Desmodium triflorum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Desmodium triflorum (L.) DC
ชื่อพ้อง    
---Desmodium parvifolium Blanco
---Desmodium granulatum (Schumach. and Thonn.) Walp.
---Hedysarum triflorum L.
---Meibomia triflora (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ    ---Three flowered beggarweed , Black Cover, Creeping tick trefoil
ชื่ออื่น    ---เกล็ดปลา ผักแว่นโคก หญ้าตานหอย หญ้าตานทราย หญ้าตานอ้อย
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ----เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายทั่วไปในเขตร้อน
พืช คลุมดินล้มลุก พบตามสนามหญ้า ที่รกร้างและพื้นที่โล่ง เจริญได้ดีในดินทุกชนิด
ลำต้นแตกกิ่งทอดนอนไปตามพื้น ต้นสูงประมาณ 5-12 ซ.ม กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีขาว ใบประกอบแบบขนนกมี3ใบย่อยออกตามซอกใบ รูปไข่กลับ
ดอกออกเป็นช่อกระจะออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกขนาดเล็กรูปดอกถั่ว กลีบดอกย่อยสีม่วงอมชมพู ผลเป็นฝักแบนโค้งล็กน้อย
มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรคือใช้เป็นยาดับพิษร้อน  ทั้งต้นมีรสจืดเย็น แก้อาการร้อนใน ช่วยฟอกโลหิต ใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ ยาแก้ดีพิการ
ออกดอกติดผล : ช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


9 หญ้าน้ำดับไฟ/Lindenbergia philippensis

   

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth.
ชื่อพ้อง    
---Temodia philippensis Cham. & Schltdl.
---Lindenbergia siamensis Teijsm. & Binn.
---Lindenbergia philippensis var. ramosissima Bonati
---Lindenbergia melvillei S. Moore
---Adenosma thorelii Bonati
ชื่อสามัญ    ---บัวฮาผา หญ้าดับไฟ กิมฮวยโพเช้า
ชื่ออื่น    ---หญ้าดับไฟ
ชื่อวงศ์    ---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

 

ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้กลางแจ้งชอบแดดจัด ในประเทศไทยจะพบอยู่เกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ที่ระดับความสูง800เมตรจากระดับน้ำทะเล พบได้ตามริมทางเดินและที่รกร้างทั่วไป ต้นสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ดอกช่ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองติดกันปลายแยกเป็นสองปากผลแห้งแตกได้
ตำรับยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นตำคั้นเอาแต่น้ำทารักษาแผลพุพองส่วนตำรายาไทยใช้ ทั้งต้น ตำพอกศรีษะเด็กแก้หวัด ตำผสมเหล้าพอกรักษาแผลไฟไหม้ พอกฝี
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำกิ่ง

10 หญ้าตีนตุ๊กแก/Tridax procumbens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tridax procumbens (L.) L
ชื่อพ้อง    
---Amellus pedunculatus Ortega
---Amellus pedunculatus Ortega ex Willd.
---Balbisia canescens Rich.
---Balbisia canescens Rich. ex Pers.
---Balbisia divaricata Cass.
---Balbisia elongata Willd.
---Balbisia pedunculata Ortega
---Balbisia pedunculata Ortega ex O.Hoffm.
---Chrysanthemum procumbens (L.) Sessé & Moc.
---Tridax procumbens var. canescens (Rich. ex Pers.) DC.
---Tridax procumbens var. ovatifolia B.L.Rob. ex B.L.Rob. & Greenm.
---Tridax procumbens var. procumbens

ชื่อสามัญ    ---Wild Daisy,Mexican daisy, Coat buttons, Tridax daisy.
ชื่ออื่น    ---หญ้าตุ๊บโต๋,หญ้าต๊กโต๋
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เป็นวัชพืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


ต้นตีนตุ๊กแกเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน มีอายุฤดูเดียว เป็นวัชพืชที่ทนแล้ง ลักษณะคล้ายหญ้าทหารกล้าแต่มีความแตกต่างกัน ดูเผินๆแล้วคล้ายเป็นต้นเดียวกัน ลักษณะของต้นตีนตุ๊กแกลำต้นและใบมึขนปกคลุม ทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดขึ้นสูง0.30-0.50เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ผิวใบทั้งสองด้านมีขน
กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน 5-8กลีบเป็นกลีบประดับ ดอกจริงสีเหลืองอัดแน่นเป็นกระจุกตรงกลาง ผลแห้งไม่แตกมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
ต้นอ่อนใช้เป็นอาหารสัตว์ สรรพคุณทางสมุนไพร ใบตำพอกแก้ปวด แก้อักเสบตามข้อ พอกฝี
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


11 ปืนนกไส้/Bidens pilosa

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Bidens pilosa L.
ชื่อพ้อง    
---Bidens abadiae DC.
---Bidens adhaerescens Vell.
---Bidens africana Klatt
---Bidens alausensis Kunth
---Bidens alba (L.) DC.
---Bidens arenaria Gand.
---Bidens arenicola Gand.
---Bidens aurantiaca Colenso
---Bidens barrancae M.E.Jones
---many more
ชื่อสามัญ    ---Spanish Needle, Devil’s needles, Black-jack, Beggar-ticks, Cobbler's pegs
ชื่ออื่น    ---กี่นกไส้ หญ้าก้นจ้ำขาว
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์   ---ยูเรเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และ หมู่เกาะแปซิฟิก.


 ไม้ล้มลุก พบได้ตามริมทางที่รกร้างทั่วไป และตามไร่ตามสวน ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 15-100 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกช่อมีประมาณ 1-3 ดอก ดอกเดี่ยวขนาด 1 เซนติเมตร ดอกเป็นสีเหลืองหรือสีครีม  ผลแห้งไม่แตก ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแห้งเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ปลายแยกเป็นแฉกมีหนามสีเหลือง 2 อัน
ยอดอ่อนนำมาต้มรับประทานเป็นผักจิ้มหรือแกง สรรพคุณอื่นที่นำมาใช้ได้ ใบสดใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ใช้เป็นยาห้ามเลือด รักษา แผลบวม แผลเน่า รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้หวัด
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี

12 หญ้ายาง/Euphorbia heterophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Euphorbia heterophylla L
ชื่อพ้อง    
---Euphorbia cyathophora Murr. (misapplied)
---Euphorbia geniculata Ortega
---Euphorbia prunifolia Jacq.
---Poinsettia geniculata (Ortega) Klotzsch & Garcke
---Poinsettia heterophylla (L.) Klotzsch & Garcke
ชื่อสามัญ    ---Mexican fire plant, Japanese poinsettia, Wild poinsettia, Wild spurge, Painted leaf, Painted spurge, Milk Weed, Milkweed.
ชื่ออื่น    ---หญ้าน้ำหมึก หญ้าหลังอึ่ง หญ้าสองพันห้าร้อย ดอกบานบา(ลาว)
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของ อเมริกากลาง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกา

 

พืชล้มลุก อายุปีเดียวเจริญได้ดีตลอดทั้งปี ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวขุ่น หากสัมผัสผิวหนัง พิษของยางจะทำให้ผิวหนังอักเสบได้ และบริเวณก้านใบจะมีขนที่ทำให้เกิดอาการคัน จึงไม่ควรสัมผัสโดยตรง พบได้ตามที่รกร้างทั่วไปที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400-1,400 เมตร หญ้ายางมีต้นตั้งตรงอาจสูงถึง1เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนรอบต้น ใบรูปรีหรือรูปแถบแกมรูปใบหอก แผ่นใบด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน
ช่อ ดอกเป็นช่อกระจุกแน่นออกที่ปลายยอด มีใบเรียงเป็นกระจุกรองรับ โคนใบมีสีเขียวอ่อนดอกแยกเพศอยู่บนช่อเดียวกัน กลีบรวมสีเขียว ดอกเพศเมียรูปร่างกลม ดอกเพศผู้เกิดข้างๆดอกเพศเมีย เกสรเพศผู้สีเหลือง
ผลแบบผลแห้งแล้วแตกกลางพู มี3พู
ยอดอ่อนใช้รับประทานสดประมาณ 3 ใบ มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยแก้อาการท้องผูก  รากช่วยกระทุ้งพิษ ช่วยแก้พิษฝีภายใน เปลือกต้นช่วยขับน้ำนม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


13 หญ้างวงช้าง/Heliotropium indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Heliotropium indicum L.
ชื่อพ้อง    ---Argusia indicum
ชื่อสามัญ    ---Indian Helitrope, Scorpion Weed
ชื่ออื่น    ---ผักแพวขาว,หญ้างวงช้างน้อย
ชื่อวงศ์    ---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา                                                                               เขตการกระจายพันธุ์    ---อเมริกาใต้(อาร์เจนตินา ปรากวัย บราซิล โบลิเวีย เปรู)และเอเชียเขตร้อนรวมทั้งสิงคโปร์                                                                                  


 พืช ล้มลุก อายุอยู่ได้ฤดูเดียว เจริญได้ดีในหน้าฝน พบได้ตามพื้นที่ชื้นแฉะ ริมแม่น้ำ ลำคลอง ท้องนา แหล่งน้ำต่าง ๆ ต้นมีความสูงไม่ถึง1เมตรลำต้นกลม อวบน้ำ มีขนขึ้นอยู่ทั่วไปทั้งต้นและใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเกือบตรงข้ามกัน รูปไข่กว้าง2-5ซม.ยาว3-8ซม. ผิวใบย่นหนาขอบใบจักตื้น ดอกเป็นช่อยาวม้วนงอที่ปลายช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กเรียงกันเป็นสองแถวสีขาวหรือขาวอมม่วงอ่อนๆ ผลรูปรีนาวมี2พู พูละ1เมล็ด
นำใบมาใช้รักษาสิว หรือนำมาย้อมเส้นไหมจะให้สีน้ำตาลอ่อน สรรพคุณ ทางเป็นสมุนไพร ใบมีรสเฝื่อนเย็น ต้มน้ำดื่มลดน้ำตาลในเลือด หรือน้ำคั้นใช้หยอดหูแก้ฝีในหู  ทั้งต้นรสขม ใช้เป็นยาเย็น  แก้ไข้ เจ็บคอ ไอ หืด ดับพิษร้อน
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


14 หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Phylsalis minima Linn.
ชื่อพ้อง    ---Physalis  minor
ชื่อสามัญ    ---Native gooseberry, Wild cape gooseberry, Pygmy groundcherry, Sun berry.
ชื่ออื่น    ---โทงเทง, ปุงปิง, หญ้าถองแถง
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


ไม้ ล้มลุกอายุปีเดียว พบตามที่รกร้างใกล้น้ำ ที่ดอนโล่งแจ้งทั่วไป และในป่าเบญจพรรณ ต้นสูงได้ถึง50เซนติเมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ผลสดรูปค่อนข้างกลมหุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ยังคงอยู่
 ตำรา ยาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยาเย็นแก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ต้นสดคั้นกับน้ำเล็กน้อยชุบสำลีอมข้างแก้มค่อยๆกลืนน้ำทีละน้อยแก้พิษฝีขึ้น ในคอ ยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย
ระยะออกดอก --- เดือนมีนาคมถึง-เดือนเมษายนและยังออกต่อไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ระยะออกผล ---เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมถึง-ปลายเดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

15 หญ้าพันงูขาว/Achyranthes aspera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Achyranthes aspera Linn.
ชื่อพ้อง    
---Achyranthes aspera var. albissima Suess.           
---Achyranthes aspera f. annulosa Suess.
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.)
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.) C.B. Clarke     
---Achyranthes aspera var. aspera             
---Achyranthes aspera var. australis (R.Br.) Domin
ชื่อสามัญ    ---Prickly chaff-flower,Washerman’s plant, Devil's horsewhip
ชื่ออื่น    ---หญ้าพันงู  หญ้าพันงูเขา  หญ้าตีนงูขาว  ควยงู  หญ้าโคยงู
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทวีป เอมริกา เอเซีย ยุโรป
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วไปรวมถึงออสเตรเลียบางพื้นที่และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก



เป็นไม้ล้มลุกมักขึ้นเป็นวัชพืชในบริเวณที่รกร้าง ที่โล่ง และในที่ที่มีความชุ่มชื้น เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี
พบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง อายุอยู่ได้ 1-2 ปี สูงประมาณ 30 - 100 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสันข้อโป่งพองออก มีหนามแน่น จะแตกกิ่งก้านสาขามากจากบริเวณโคนของลำต้น แตกกิ่งก้านเป็นคู่ๆ และสามารถทอดกิ่งนอนไปตามพื้นดินแล้วเกิดรากบริเวณข้อได้  กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม สีเขียว มีขนนุ่มสีขาวขึ้นอยู่ทั่วไป
ใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนานหรือไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลมถึงกลม  ผิวใบมีขนสั้นละเอียดสีขาวนุ่มเกาะติดจำนวนมาก ดอกออกเป็นช่อยาวที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยเกาะติดห้อยหัวแนบกับก้านช่อ และมีจำนวนมาก ผลมีผิวเรียบรูปทรงกระบอกปลายตัด เมล็ดรูปกระบอกรีหัวและท้ายเรียว ผิวเรียบสีน้ำตาลเหลือง
ทั้งต้นมีรสขม เผ็ดเล็กน้อย เป็นยาเย็นจัด ออกฤทธิ์ต่อปอดและไต ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ลำต้นสดนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุไฟ ตำรับยาแก้ไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย ให้ใช้หญ้าพันงูขาวประมาณ 30-45 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันในหมูรับประทาน
ขยายพันธุ์ : วิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ


16 หญ้าพันงูเขียว/Stachytarpheta jamaicensis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Stachytarpheta jamaicensis (L.) Vahl.
ชื่อพ้อง    
---Stachytarpheta indica (L.) Vahl
---Valerianoides jamaicensis (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ    ---Brazilian Tea, Bastard Vervain, Jamaica False Veravin , Arron’s Rod, Blue porterweed, Blue snake weed, lLight-blue snakeweed
ชื่ออื่น    ---เจ๊กจับกบ, เดือยงู, พระอินทร์โปรย , หญ้าหนวดเสือ
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---สหรัฐอเมริกา(ฟลอริด้า อลาบามา) เม็กซิโก บราซิล อิคัวดอร์ โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า กีอาน่า แคริบเบียน เอเชีย (อินโดจีน)

             พืชล้มลุกอายุหลายปี พบได้ในแถบเขตร้อนทั่วไป โดยมักขึ้นตามเนินเขา ตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า พื้นที่เปิด หรือตามริมถนน
ลำต้นหญ้าพันงูเขียวมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 0.50 -1 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาทางด้านข้าง
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย
ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ดอกเป็นสีม่วงน้ำเงิน เป็นรูปกลมงอเล็กน้อย มีกลีบดอก 5 กลีบ มีกาบใบ 1 ใบโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ดอกจะออกในช่วงฤดูร้อน ผลมีกลีบเลี้ยงหุ้มอยู่ พบได้ในบริเวณช่อดอก ถ้าแห้งแล้วจะแตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ด
ทั้งต้นมีรสขม ชุ่ม เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ช่วยขับเหงื่อ ใบใช้รักษาอาการเจ็บคอ คออักเสบ ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำตาล ใช้เป็นยาอม
ระยะออกดอก : เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ :โดยใช้เมล็ด ปักชำ

17 หญ้าพันงูแดง/Cyathula prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyathula prostrata (L.) Blume
ชื่อพ้อง    
---Achyranthes debilis Poir.
---Achyranthes diffusa Moench
---Achyranthes globosa Pers.
---Achyranthes mollis Lepr.
---Achyranthes mollis Lepr. ex Seub.
---Achyranthes prostrata L.
---Achyranthes repens B.Heyne ex Roth
---Cyathula alternifolia Druce
---Cyathula geniculata Lour.
---Cyathula globosa Moq.
---Cyathula prostrata var. debilis (Poir.) Miq.
---Cyathula repens Moq.
---Desmochaeta globosa Schult.
---Desmochaeta micrantha DC.
---Desmochaeta repens Schult.
ชื่อสามัญ    ---Pastureweed
ชื่ออื่น    ---หญ้าพันงูเล็ก ,หญ้าพันธุ์งูแดง
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเชีย นิวกินี ตอนเหนือของออสเตรเลีย ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก

 

พันงูแดงเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก อยู่ได้หลายปี ชอบขึ้นตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะรกร้าง หรือในที่ร่มทั่วไป และตามชายป่า โดยมักขึ้นเองตามธรรมชาติ สูงประมาณ 30-70ซ.ม. ลำต้นเป็นข้อสีแดง เหลี่ยมมน ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยงหรือมีขนเล็กน้อยตามลำต้นหรือกิ่งก้าน ชอบขึ้นตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ หรือในที่ร่มทั่วไป และตามชายป่า โดยมักขึ้นเองตามธรรมชาติ
ออก ดอกเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบ ช่อดอกยาว ปลายช่อมีดอกออกเป็นกระจุกรวมกัน ผลเป็นผลแห้งแตกได้ รูปสามเหลี่ยมผิวเรียบ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลเป็นมัน
ตำราสรรพคุณยาโบราณว่ารากหญ้าพันงูแดงมีรสจืด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปัสสาวะหยดย้อย ใบ มีรสจืด แก้เม็ดยอดในคอ แก้คออักเสบ ดอก มีรสจืด แก้เสมหะที่คั่งในทรวงอก ละลายก้อนนิ่ว ทั้งต้น มีรสจืด มีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับโลหิตระดู เจริญไฟธาตุ แก้พิษฝี แก้ไข้ตรีโทษ แก้ไอ แก้เมาเบื่อ แก้บิด ขับนิ่ว ขับเสมหะ ตำพอกแก้พิษ ตะขาบและแมงป่อง
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำ

18 ผักโขมหัด/Amaranthus viridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Amaranthus viridis L
ชื่อพ้อง    
---Albersia caudata (Jacq.) Boiss.
---Albersia gracilis Webb & Berthel.
---Amaranthus acutilobus Uline & W.L.Bray
---Amaranthus fasciatus Roxb.
---Amaranthus gracilis Desf.
---Amaranthus littoralis Bernh. ex Moq.
---Amaranthus polystachyus Buch.-Ham. ex Wall.
---Chenopodium caudatum Jacq.
---Galliaria adscendens Bubani
---Glomeraria viridis (L.) Cav.
---Lagrezia suessenguthii Cavaco
---Pyxidium viride (L.) Moq.
ชื่อสามัญ     ---Amaranth,Slender amaranth
ชื่ออื่น    ---ผักขม ,ผักหม,กระเหม่อลอเตอ (แม่ฮ่องสอน, กะเหรี่ยง)
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เป็นวัชพืชในเขตร้อนทั่วโลก
เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายเข้าไปในเขตอบอุ่นบ้างเล็กน้อย เช่น พบในญี่ปุ่น จีน เป็นต้น

  

ไม้ พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก อายุฤดูเดียว เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่ไม่มีร่มเงา เป็นวัชพืชที่ขึ้นทั่วไป ไม่ชอบที่แฉะหรือมีน้ำขัง พบขึ้นเองรวมกับพืชชนิดอื่นในแปลงผัก และพื้นที่เพาะปลูกทั่วไป ลักษณะต้นสูงประมาณ0. 30-1เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่มีหนาม ใบป้อมเล็กกว่าผักขมหนาม ออกแบบสลับ ช่อดอกมีสีน้ำตาลปนแดง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง เมล็ดกลมสีน้ำตาลเกือบดำขนาดเล็ก
เป็นได้ทั้งวัชพืชและพืชผักพื้นบ้าน
สรรพคุณทางสมุนไพร
ต้นแก้อาการแน่นหน้าอกและไอหอบ ใบสดรักษาแผลพุพอง รากช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้ขับถ่ายปัสสาวะ
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


19 ผักโขมหนาม/Amaranthus spinosus


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Amaranthus spinosus L.
ชื่อพ้อง    
---Amaranthus caracasanus Kunth
---Amaranthus diacanthus Raf.
---Galliaria spinosa (L.) Nieuwl.
---Galliaria spitosa Nieuwl
ชื่อสามัญ    ---Spiny amaranth, Spiny pigweed
ชื่ออื่น    ---ผักขม ผักหม
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลกไม้ ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมากสูง 30-100 ซม. ในที่ดินอุดมสมบูรณ์อาจสูงถึง 2 เมตร ผิวเรียบหรือมีขนเล็กน้อยใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานแกมใบหอก เมื่ออ่อนอยู่มีขนเล็กน้อยที่เส้นใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่งช่อดอกโค้ง ดอกย่อยเรียงตัวอัดกันแน่น มีหนาม ไม่แข็ง ขอบกลีบใส ตรงกลางมีแถบสีเขียวหรือม่วง ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันผลแห้งแตกได้
พูดถึงผักโขมแล้วยาวดีกว่าเพราะมีหลายชนิดอยู่แต่ที่นิยมนำมารับประทานเป็นอาหารได้แก่ ผักโขมสวน ผักโขมหัด ผักโขมหนามผักโขมจีน ไม่รวมผักโขมป็อปอาย  ทีนี้เรื่องมีอยู่ว่า จากวัชพืชข้างทางที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงก็เลยเลื่อนขั้นเป็นผักขึ้นโต๊ะอาหาร มีสรรพคุณทางยาตามนี้ ยาพื้นบ้านล้านนาใช้ รากเผาไฟพอข้างนอกดำ จี้ที่หัวฝี ช่วยให้ฝีที่แก่แตก
 ใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะ แก้ตกเลือด แน่นท้องและขับน้ำนม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

20 โขมหินต้นตั้ง/Boerhavia erecta

 ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Boerhavia erecta L.
ชื่อพ้อง    
---Boerhavia elongata Salisb.
---Boerhavia thornberi M.E.Jones
---Valeriana latifolia M.Martens & Galeotti
ชื่อสามัญ    ---Erect Spidering
ชื่ออื่น    ---ผักขมหิน ผักโขมฟ้า ผักปั๋งดิน
ชื่อวงศ์    ---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน

 

เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวพบได้ตามที่รกร้าง ไหล่ทาง ทางรถไฟ ดินมีการระบายน้ำดีน้ำไม่ท่วมขัง ทนแล้งได้ดี เป็นวัชพืชในแปลงพืชไร่ พบได้ทั่วทุกภาคของประทศ ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30-80 เซนติเมตร ผิวลำต้นเกลี้ยงบริเวณโคนสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบกลมหรือตัด ขอบใบเป็นคลื่น ออกเป็นคู่ตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบดอกสีขาว 5 กลีบ เว้าตรงกลาง มีเส้นกลางกลีบสีชมพู ผลรูปกรวยกลับ ปลายตัด เป็นสันนูนชัดเจน 5 สัน เกลี้ยง สีเขียว ผลเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง
มีอีกชนิดที่คล้ายกัน เรียกว่าผักโขมหินต้นแผ่ ดอกเป็นสีชมพูอมม่วง ผลรูปกระบองตัดตรงปลายเป็นต่อมน้ำเหนียวๆ ทำให้สามารถติดไปกับสิ่งของต่างๆ ได้ง่ายเหมือนกัน ชื่อสามัญคือ Red Spidering ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Boerhavia diffusa L.
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


21 โขมหินต้นแผ่/Boerhavia diffusa


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Boerhavia diffusa L.
ชื่อพ้อง    
---Axia cochinchinensis Lour.
---Boerhavia adscendens Willd.
---Boerhavia caespitosa Ridl.
---Boerhavia ciliatobracteata Heimerl.
---Boerhavia coccinea var. leiocarpa (Heimerl) Standl.
ชื่อสามัญ     ---Red spiderling
ชื่ออื่น     ---ผักโขมหินต้นแผ่
ชื่อวงศ์    ---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น

 

วัชพืชใบกว้างอายุปีเดียวหรือข้ามปี พบระบาดทั่วไปในเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่นในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในประเทศไทยมักพบตามแปลงพืชไร่ ตามริมถนนหนทาง โดยขึ้นปะปนกับหญ้าและวัชพืชชนิดอื่น ผักโขมหินต้นแผ่ มีลำต้นกลมเรียบมีขนนุ่มประปราย ทอดแผ่เลื้อยไปตามพื้นโดยแตกแขนงจำนวนมากที่โคนต้น อาจไปได้ไกลถึง2เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามปลายใบมนโคนใบเว้า ดอกขนาดเล็กรูปทรงกรวย ออกเป็นช่อที่ปลายยอดสีชมพูอมม่วง ผลรูปทรงคล้ายกระบองสีเขียวเป็นสันห้าสันตรงปลายมีต่อมน้ำเหนียว สามารถติดไปกับเสื้อผ้า ขนสัตว์และอุปกรณ์ต่างๆได้ง่าย
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


22 ขมหินใบน้อย/Pilea microphylla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pilea microphylla (L.) Liebm.
ชื่อพ้อง    
---Adicea microphylla Kuntze
---Chamaecnide microphylla Nees ex Miq.
---Dubrueilia microphylla (L.) Gaudich.
---Parietaria microphylla L.
---Pilea muscosa Lindl.
---Pilea portula Liebm.
---Pilea serpyllacea (Kunth) Liebm.
---Pilea succulenta Hook. f.
---Pilea trianthemoides microphylla (L.) Wedd.
---Urtica herniarifolia Willd.
---Urtica microphylla (L.) Sw.
---Urtica portulacoides Spreng.
---Urtica serpyllacea Kunth
ชื่อสามัญ    ---Artilllery plany,Rock weed
ชื่ออื่น    ---ต้นไข่มด หญ้าไข่มด หยาดน้ำค้าง
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เวสต์อินดีสและ อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---พื้นที่เขตร้อนและเขตร้อนที่หลากหลายทั่วโลก
ไม่เกี่ยวกับผักขมเลยอยู่คนละวงศ์กัน  ชื่อหลักตามบัญชีรายชื่อพรรณไม้แห่ง ประเทศไทยมีชื่อเรียกต้นนี้อยู่ชื่อเดียว คือ ขมหินใบน้อย แต่รู้จักและเรียกกันทั่วไปว่าหญ้าไข่มด หรือ ต้นไข่มด ส่วนทางเหนือจะเรียกว่า ต้นหยาดน้ำค้าง
ต้นนี้น่าจะมีเกือบทุกบ้าน ต้นกลมเกลี้ยงบางใสอวบน้ำ ใบออกตรงข้ามไม่เท่ากัน ดอกออกตามซอกใบเป็นกระจุก  ชอบขึ้นอยู่ตามที่ชื้น ตามกระถางต้นไม้ริมรั้ว ผนังอิฐเก่า ในที่ร่มชื้นทั่วไป

23 ลูกใต้ใบ/Phyllanthus amarus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Phyllanthus amarus Schum. et Thonn
ชื่อพ้อง    ---Phyllanthus niruri auct. non L.
ชื่อสามัญ    ---Seed-under-leaf, Egg woman, Stonebreaker,Black catnip, Carry me seed, Child pick-a-back, Gale of wind.
ชื่ออื่น    ---มะขามป้อมดิน หญ้าใต้ใบ หญ้าใต้ใบขาว  หมากไข่หลัง
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---หมู่เกาะแคริบเบียน สหรัฐอเมริกา บราซิล เปรู  ไทย ลาว พม่า เขมร อินเดีย

 

ต้นลูกใต้ใบเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ชอบขึ้นในที่ชื้น พบทั่วไปในพื้นที่เปิด ระบาดทั่วไปในแหล่งเพาะปลูก พื้นที่รกร้างและริมทาง พบตั้งแต่ระดับ 30-1100 ม. จากระดับน้ำทะเล ต้นสูงประมาณ 30-60 ซม. ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง3-4 มม.ยาว5-9มม. ดอกออกที่ซอกใบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ กลม ผิวเรียบหรือมีพูบ้าง
ต้นนี้คงเจอกันบ่อย เห็นกันจนเบื่อ ใช้เป็นยาแก้นิ่ว แก้โรคตับ แก้ปวดเมื่อย แก้เบาหวาน เป็นสมุนไพรที่มีสารสกัดที่มีคุณค่าสูง เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านการป้องกันและรักษาโรค
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

24 สันพร้ามอญ/Justicia gendarussa

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Justicia gendarussa Burm.f.
ชื่อพ้อง    ---Gendarussa vulgaris Nees
ชื่อสามัญ    ---Willow-leaved justicia
ชื่ออื่น    ---กระดูกไก่ดำ, เฉียงพร้า , กุลาดำ, บัวลา, สำมะงาจีน
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย จีนและกระจายอยู่ในศรีลังกา อินเดีย และ มาเลเซีย
ไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 90-100 ซ.ม. ลำต้นเป็นสีแดงเข้มถึงสีดำหรือเป็นสีม่วง เกลี้ยงมัน ลำต้นและกิ่งเป็นปล้องข้อ ดูคล้ายกับกระดูกไก่ ตามลำต้น กิ่งก้าน และใบมีสีแดงเรื่อ ๆ
เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มักขึ้นเองตามริมลำธารในป่า ออกดอกเป็นช่อบริเวณส่วนยอดของต้น หรือบริเวณปลายกิ่ง ผลเป็นฝัก ต้นนี้ ณ ขณะนี้คงไม่เป็นวัชพืชอีกต่อไปถ้านำมาปลูกเป็นแถวริมรั้วริมทางตัดแต่งแล้วดูดี ด้วยโตเร็วและดูแลง่าย ขยายพันธุ์ง่าย เลื่อนสถานะเป็นไม้ปลูกประดับแบบชิลๆ
ขยายพันธุ์ ---ด้วยวิธีการปักชำและวิธีการเพาะเมล็ด

25 ขอบชะนาง/Pouzolzia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pouzolzia indica Gaud, ขอบชะนางขาว
                        ---Pouzolzia zeylanica Benn & R.Br.,ขอบชะนางแดง
ชื่อสามัญ    ---Graceful Pouzolzsbush
ชื่ออื่น    ---ขอบชะนางขาว, ขอบชะนางแดง,ต้นหนอนตาย
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลกเขตร้อน


ไม้ ล้มลุกเลื้อยแผ่ไปตามดินยอดตั้งขึ้นมี2ชนิดคือ ขอบชะนางขาวPouzolzia zeylanica Benn กับ ขอบชะนางแดงPouzolzia indica Gaud.พบขึ้นอยู่ตามริมทาง พื้นที่รกร้าง ชอบขึ้นตามพื้นที่ร่มเย็นที่มีอิฐปูนเก่า ๆ หรือตามที่ผุพัง ตามสวนริมร่องน้ำ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ลักษณะ ลำต้นโตกว่าก้านไม้ขีดเล็กน้อย ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปใบหอกมีขนเล็กน้อยบนต้นและแผ่นใบ
ดอกของขอบชะนางแดงสีแดงส่วนดอกของขอบชะนางขาวสีเขียวอมเหลือง เป็นดอกขนาดเล็กออกเป็นกระจุกที่ซอกใบและกิ่ง เป็นดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกันผลเป็นผลแห้งไม่แตก
ต้น และดอกจะมีรสเมาเบื่อ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก เอามาวางในปากไหปลาร้า ฆ่าหนอน วัวควายที่เป็นแผลขนาดใหญ่ ใช้ต้นสดตำเป็นยาฆ่าหนอนแมลง และรักษาแผลสดอีกด้วย เปลือกของต้น ช่วยดับพิษในกระดูกในเส้นเอ็น หุงน้ำมันทารักษาพยาธิผิวหนัง แผลพุพอง
ขอบชะนางทั้ง2ชนิด นำมาปรุงรับประทานเป็นยาขับเลือด และขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน
ระยะออกดอก :---เดือนมกราคม
ขยายพันธุ์----ด้วยการใช้เมล็ด

26 ผักปลัง/Basella


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---ผักปลังขาว Basella alba L
                           ---ผักปลังแดง Basella rubra L.
ชื่อสามัญ    ---Ceylon spinach,East Indian spinach,Vine spinach
ชื่ออื่น    ---ผักปั๋ง ผักปลังใหญ่ ผักปลังขาว ผักปลังแดง ผักปรัง
ชื่อวงศ์    ---BASELLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา
ไม้ เถาเลื้อยล้มลุกพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าทุ่ง ที่รกร้าง หรือตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดรำไร ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน  มีความยาวประมาณ 2-6 เมตร หากลำต้นเป็นสีเขียวจะเรียกว่า “ผักปลังขาว” ส่วนชนิดที่ลำต้นเป็นสีม่วงแดงจะเรียกว่า “ผักปลังแดง” ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อออกที่ซอกใบดอกย่อยสีชมพู ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ สีดำ
ระยะออกดอกผล : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด,ปักชำเถาแก่

27 กระเจานา/Corchorus aestuans


ชื่อวิทยาศาสตร์:     ---Corchorus aestuans L.
ชื่อพ้อง    
---Corchorus acutangulus Lam.
---Corchorus acutangulus Lam.
---Corchorus aesticans Hill.
---Corchorus aestuansvar. brevicaulis (Hosok.) T.S.Liu & H.C.Lo,
---Corchorus brevicaulis Hosok.
ชื่อสามัญ:    ---White Jute,  East Indian jew's-mallow
ชื่ออื่น:    ---กระเจา ปอเส้ง ปอวัชพืช ขัดมอญตัวผู้
วงศ์:    ---TILIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกา แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก มีมากในภูมิภาคเอเซีย แหลมมาลายู


ไม้ล้มลุกโตเร็วอายุปีเดียว ฃอบขึ้นในที่ มีความชื้นสูง เป็นวัชพืชในพืชไร่ และพืชหลังนา พบทุกภาคในประเทศไทย ตามที่ราบระดับต่ำ ริมทาง ทุ่งนา ทุ่งหญ้าที่รกร้าง เป็นพวกเดียวกับปอกระเจา ต้นสูงประมาณ 0.60-1 เมตร เปลือกต้น มีเส้นใยเหนียวใช้ทำเชือกได้ ลำต้นมีขนละเอียด หูใบรูปเส้นด้าย 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่  ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว โคนใบมนหรือกลม บางครั้งเบี้ยว แผ่นใบมีขนยาวกระจายทั้งสองด้าน ขอบใบจักซี่
ดอกออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบหรือตรงข้ามใบ ใบประดับคล้ายหูใบ ก้านดอกสั้นมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับ
ผลแบบแคปซูล ปลายแยกเป็นพู 2 แฉก มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ออกดอกและติดผล : ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

28 ตำแยแมว/Acalipha indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Acalipha indica L.
ชื่อพ้อง    
---Acalypha bailloniana Müll.Arg.
---Acalypha canescens Benth.
---Acalypha canescens Wall.
---Acalypha caroliniana Blanco
---Acalypha chinensis Benth.
---Acalypha ciliata Benth.
---Acalypha ciliata Wall.
---Acalypha cupamenii Dragend.
---Acalypha decidua Forssk.
---Acalypha fimbriata Baill.
---many more
ชื่อสามัญ    ---Indian copperleaf, Indian acalypha, Indian-nettle, Tree-seeded mercury
ชื่ออื่น    ---ตำแยแมว, ตำแยตัวผู้, ตำแยป่า, หญ้าแมว, หญ้ายาแมว, หานแมว, ลังตาไก่, อเนกคุณ
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย  อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ชอบสถานที่ที่ชื้นและมีร่มเงา มักพบบริเวณริมถนนที่ดินที่รกร้าง ป่าผลัดใบและชายป่าละเมาะจากที่ราบถึง 1,350 เมตร ลักษณะต้นตรงสูงประมาณ40-60ซม.ใบค่อนข้างกลม ปลายใบแหลมเล็กน้อย ขอบใบจักเล็กๆ ดอกเป็นดอกช่อออกตามต้น ส่วนยอดของช่อดอกเป็นดอกเพศเมีย มีใบประดับหยักเป็นซี่ฟัน มีขนปกคลุม แต่ละใบประดับหุ้มห่อดอก 2-6 ดอก ผลแห้งแตกได้ ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
ตำแยแมวมี 2 ชนิด คือ ชนิดใบกลมเรียกว่าตำแยแมวตัวเมีย ชนิดใบแหลมเรียกตำแยแมวตัวผู้ ที่นิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรคือตำแยแมวตัวเมีย
สรรพคุณทางยา  ราก  ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน ทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร
ใบ ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก ขับเสมหะในโรคหลอดลมอักเสบ ขับเสมหะในโรคหอบหืด เป็นยาถ่าย (ถ้ารับประทานจำนวนมากจะทำให้ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน) ใบแห้งป่นโรยรักษาแผลเนื่องจากนอนมาก ยาระบาย แก้หืด ขับเสมหะ
ทั้งต้น ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน
ถอน พิษของโรคแมวได้ดีตำแยแมวนี้ถ้าถอนเอาขั้นมาทั้งต้นทั้งรากแล้วโยนทิ้งไว้ แมวเห็นเข้า จะตรงเข้ากลิ้งเกลือกไปมาแล้วกินราก เป็นยารักษาโรคของแมว
ระยะออกดอก--- กรกฎาคม – ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

29 สะเดาดิน/Glinus oppositifolius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Glinus oppositifolius (L.) A.DC.
ชื่อพ้อง    
---Mollugo oppositifolia L.
---Mollugo spergula L.
ชื่อสามัญ    ---Sweetjuice, Slender Carpet-weed
ชื่ออื่น    ---ผักขวง  ผักขี้ขวง ขี้ข๋วง
ชื่อวงศ์    ---MOLLUGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอมริกาใต้ เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

 

  ไม้ล้มลุก  พบขึ้นบริเวณที่ชื้น ในไร่นา และตามสนามหญ้าโดยทั่วไปลำต้นทอดเลื้อยแตกแขนงแผ่ออกรอบต้น ใบมีขนาดเล็กเรียวยาว ออกจากบริเวณข้อ 4-5 ใบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้น ดอก ออกรอบๆ ข้อ 4-6 ดอก กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว  ผลรูปยาวรี ผลแก่แตกออกเป็นสามแฉก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลแดงจำนวนมาก
ยอดจะกินสด จะนำมาประกอบอาหารก็ได้ รสขมคล้ายสะเดา สรรพคุณแก้โรคเบาหวาน ทั้งต้นใช้ แก้ไข้ แก้ไอ แก้หวัด แก้ร้อนใน  บำรุงน้ำดี  ใช้หยอดหูแก้ปวดหู ลำต้น,ใบแก้คุณไสย เข้าเครื่องยาแก้คัน เข้าเครื่องยาแก้ปวดเมื่อย
ระยะออกดอก --- เดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน
ขยายพันธุ์ ---- โดยใช้เมล็ด

30 ตำลึงตัวผู้/Solena amplexicaulis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Solena amplexicaulis (Lam.) Gandhi.
ชื่อพ้อง    
---Karivia umbellata (Klein ex Willd.) Arn.      
---Melothria amplexicaulis (Lam.) Cogn.
---Melothria heterophylla (Lour.) Cogn.  
---Momordica umbellata (Klein ex Willd.) Roxb.     
---Zehneria umbellata (Klein ex Willd.) Thwaites
---Basionym: Bryonia amplexicaulis Lam
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---ตำลึงตัวผู้
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย, สิกขิม, จีน, พม่า,ไทย, ลาว, กัมพูชา เวียดนาม, สิกขิม, อินเดีย, อินโดนีเซีย
ตำลึงตัวผู้เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กมีมือจับไว้เกาะยึดหลักหรือต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยวใบแยกเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉกหยักเว้าลึก
 ต่างจากใบตำลึงตัวเมียที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหยักใบตื้นกว่า ต้นผู้กับต้นเมียจะต่างคนต่างอยู่แยกจากกัน แกงจืดใบตำลึง ต้มเลือดหมูที่เรารับประทานกัน จะได้จากใบตำลึงตัวเมีย
ส่วนใบตำลึงตัวผู้จะรับประทานไม่ได้ รับประทานเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสีย ห้ามรับประทานนะท่าน สังเกตุให้ดีอย่าเก็บเพลิน

31 กะเม็งตัวเมีย/Eclipta prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Eclipta prostrata Linn.
ชื่อพ้อง    
---Eclipta erectra L.
---Verbesina alba L.
---Verbisina prostrata L.
ชื่อสามัญ    ---White Head , False Daisy, Swamp daisy
ชื่ออื่น    ---กะเม็งตัวเมีย, หญ้าสับ, ฮ่อมเกี่ยว
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---บริเวณเขตร้อนและเขตอบอุ่นแถบเส้นศูนย์สูตร
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เนปาล ไทย จีน บราซิล


ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวสูง 30-50 ซม.พบตามที่ชื้นแฉะทั่วไป อยู่ได้ทั้งแดดจัดและร่มรำไร แต่อยู่ในร่มใบจะใหญ่กว่า ลำต้นสีเขียวหรือน้ำตาลแดงมีขนละเอียด ใบเดี่ยวตรงข้ามรูปหอกผิวใบมีขนทั้งสองด้าน  กว้าง1-2.5ซม.ยาว3-7ซม.ขอบใบมีรอยหยักเล็กน้อย ไม่มีก้านใบ มีขนสั้นๆ สีขาวปกคลุมทั่วใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบกลีบดอกสีขาว ดอกย่อยรอบนอกเป็นดอกเพศเมีย ลักษณะเป็นแผ่นสีขาวปลายมน ดอกย่อยที่อยู่ตรงกลางเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ลักษณะคล้ายรูปถ้วย กลีบดอกติดกัน ปลายกลีบแยกออกเป็นแฉก มีส่วนที่คล้ายกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ สีเขียวรองรับช่อดอก ผลแห้งไม่แตก แบน สีดำ
สรรพคุณทางสมุนไพรโดยสำคัญอย่างย่อ ใช้ใส่แผลสดห้ามเลือด ทั้งต้นแก้มะเร็ง(อาการแผลเรื้อรัง เน่าลุกลาม รักษายาก) เป็นยาฝาดสมาน
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด

32 กะเม็งตัวผู้/Sphagneticola calendulacea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sphagneticola calendulacea (L.) Pruski  
ขื่อพ้อง    
---Jaegeria calendulacea (L.) Spreng.
---Seruneum calendulaceum (L.) Kuntze   
---Thelechitonia chinensis (Osbeck) H.Rob. & Cuatrec.       
---Wedelia linearis
ชื่อสามัญ    ---Chinese wedelia
ชื่ออื่น    ---ฮ่อมเกี่ยวคำ กะเม็งดอกเหลือง
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์     ---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น

 

ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวหรือข้ามปี ลำต้นสูงประมาณ 10-25ซ.ม ทอดเลี้อยยอดชูตั้งขึ้น ชอบดินแฉะหรือที่ลุ่มต่ำน้ำขัง ใบรูปหอกปกมขอบขนาน โคนใบเรียวปลายใบแหลม ขอบใบหยักนิดไหน้าใบและหลังใบมีขนทั้ง2ด้าน
ดอกขนาดเล็กสีเหลืองออกที่ปลายยอด ขนาดดอกประมาณ2ซ.ม ผลขรุขระไม่เรียบรูปร่างสอบแคบ   
ฃยายพันธุ์ ---เมล็ด

33.1 หญ้าขัดมอน/Sida acuta

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sida acuta Burm.f.
ชื่อพ้อง    ---Sida carpinifolia L.f.
ชื่อสามัญ    ---Snake’s Tongue,Two-beaked, Broom weed,, Paddy's lucerne, Common Wireweed, Teaweed, Ironweed
ชื่ออื่น    ---หญ้าขัด,ขัดมอนใบยาว,ขัดมอนใบรี, ขัดมอนป่า ,คันมอญ,หญ้าไม้กวาด
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก  วัชพืชรุกรานในแอฟริกาออสเตรเลียใต้สหรัฐอเมริกาฮาวายเกาะนิวกินีและเฟรนช์โปลินีเซีย

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 50-1 เมตร ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหูใบ 1 คู่ ใบรูปไข่กลับถึงรูปข้าวหลามตัด โคนใบแหลมหรือมน ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ท้องใบมีนวลสีขาว
ดอกเดี่ยวเกิดที่ซอกใบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูติดกันเป็นกลุ่มเดียวและเป็นหลอดหุ้มเกสรเพศเมียเอาไว้ โคน หลอดเชื่อมติดกับโคนกลีบดอก หลอดก้านชูอับเรณูสีเหลืองแกมขาว มีขนอ่อนเล็กๆปกคลุม ตอนปลายแยกเป็นยอดเกสร 5-6 แฉก ผลแห้งแตกเป็น  5-6 พู  ผิวเรียบ ปลายแต่ละพูเป็นหนาม เมล็ดรูปไต
ทั่วไปมีการแยกหญ้าขัดมอนออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะของรูปใบ คือ

33.1---หญ้าขัดมอนใบรี หรือหญ้าขัดมอนใบยาว ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Sida acuta Burm.f.
33.2---หญ้าขัดมอนใบป้อม (Sida cordifolia L.)
33.3---หญ้าขัดมอนหลวง (Sida subcordata Span.)
33.4---หญ้าขัด, หญ้าขัดมอนใบมน (Sida rhombifolia L.)

เราพูดถึงชนิดที่1ไปแล้ว ทีนี้มาดูลำดับต่อๆไป ร้อยอธิบายไม่เท่า 1ตาเห็น มาดูรูปกันเลย

33.2 หญ้าขัดมอนใบป้อม/Sida cordifolia L


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida cordifolia L
ชื่อพ้อง
---Sida herbacea Cav.
---Sida holosericea Willd. ex Spreng.
---Sida rotundifolia Lam.    
ชื่อสามัญ     ---Flannel weed, Bala, Country mallow, Heart-leaf sida
ชื่ออื่น     ---ขัดมอนใบป้อม
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์  ---เขตร้อนทั่วโลก

33.3หญ้าขัดมอนหลวง /Sida subcordata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida subcordata Span.
ชื่อพ้อง    
---Sida corylifolia Wall.
---Sida corylifolia Wall. ex Mast.
---Sida puberula Merr.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---หญ้าขัดหลวง ขัดมอนหลวง
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    --ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

33.4 หญ้าขัดมอนใบมน /Sida rhombifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida rhombifolia L.
ชื่อพ้อง    
---Malva rhombifolia (L.) E.H.L.Krause.
---Sida alba Cav. Non L.
---Sida compressa Wall.
---Sida insularis Hatus.
ชื่อสามัญ     ---Arrowleaf sida, Rhombus-leaved sida, Paddy's lucerne, Jelly leaf,
ชื่ออื่น     ---หญ้าขัดมอนใบมน ขัดมอนใบมน
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

34 ขลู่/Pluchea indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pluchea indica (L.) Less
ชื่อพ้อง    
---Baccharis indica L.
---Conyza corymbosa Roxb.
---Conyza foliolosa Wall.
---Conyza foliolosa Wall. ex DC.
---Conyza indica (L.) Blume
---Conyza indica (L.) Blume ex DC.
---Conyza indica var. indica
---Conyza indica var. integerrima Miq.
---Erigeron denticulatus Burm. f.
---Eupatorium foliolosum Wall.
---Eupatorium foliolosum Wall. ex DC.
---Pluchea indica subsp. indica

ชื่อสามัญ    ---Indian (Marsh) Fleabane, Indian camphorweed, Indian pluchea
ชื่ออื่น    ---หนาดงัว, หนาดวัว, หนาดงิ้ว, หนาดงั่ว, ขลู, คลู
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---คาบสมุทรอินโดจีน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย มาเลเซีย จีน เวียดนาม ปาปัวนิวกินี
ขลู่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดินเค็ม หรือพื้นที่ชายทะเล ในที่ลุ่มชื้นแฉะ มักขึ้นกันเป็นกอ สูง 1-2.5 เมตร ลำต้นกิ่งก้านมีขนละเอียดใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับกว้าง1-5ซม.ยาว2.5-10ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันห่างๆ ดอกช่อออกที่ยอดและซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลแห้งไม่แตก เมล็ดเป็นฝอยปลิวไปตามลมใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักจิ้มได้ ใบเมื่อนำมาผึ่งให้แห้ง จะมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง นิยมใช้ชงดื่มแทนชา
ตำรา ยาไทยใช้ทั้งต้นต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน น้ำคั้นใบสดรักษาริดสีดวงทวาร
การ ทดลองในสัตว์และคนปกติ พบว่ายาชงทั้งต้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะมากกว่ายาขับปัสสาวะแผนปัจจุบัน(hydrochlorothiazide) และมีข้อดีคือสูญเสียเกลือแร่น้อยกว่า
ระยะเวลาออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ :ด้วยเมล็ด และการปักชำ

35 ขี้กาขาว/Trichosanthes cordata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Trichosanthes cordata Roxb.
ชื่อพ้อง    
---Involucraria cordata (Roxb.) M. Roem.
---Trichosanthes microsiphon Kurz
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---ขี้กาขาว ขี้กาเถา แตงโมป่า ขี้กาดิน
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย ภูฎาน มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียเขตร้อน

 

ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก เลื้อยไปตามพื้นดินหรือกิ่งไม้ มีมือเกาะ ตามเถามีขนสีขาวหนาแน่น ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยมหรือห้าเหลี่ยม ออกเรียงสลับกัน แผ่นใบสีเขียวหนาสากมือ โคนใบมีหนวดแผ่นใบหยักเว้า ปลายใบเป็นแฉก  ขนาดใบกว้าง4-8ซม.ยาว5-10ซม.ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ กลีบดอกบางสีขาว ผลกลมสีเขียวมีคาดตามแนวตั้งหลายเส้น เมื่อสุกสีแดงภายในมีเมล็ดสีดำ

36 ต้อยติ่ง/Ruellia tuberosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ruellia tuberosa L.
ชื่อพ้อง    
---Cryphiacanthus barbadensis Nees
---Dipteracanthus clandestinus C.Presl
---Ruellia clandestina L.
---Ruellia picta (Lodd. et al.)
ชื่อสามัญ    Popping pod, Minnieroot, Iron root, Fever root, Snapdragon root, Sheep potato.
ชื่ออื่น    ต้อยติ่งเทศ อังกาบฝรั่ง เป๊าะแป๊ะ
ชื่อวงศ์    ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอายุหลายปี มักพบบริเวณที่โล่งที่รกร้าง แปลงผัก ริมทางทั่วไป เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน แต่ไม่ทนต่อดินเค็ม สามารถทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี มีการขยายพันธุ์เร็วถ้ามีความชื้นพอเพราะเมล็ดจะมีอัตราการงอกสูงและเจริญเติบโตรวดเร็วจึงกลายเป็นวัชพืชตัวสำคัญที่ทำให้พืชปกติถูกรบกวน ต้อยติิ่งมีลำต้นสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ตามลำต้นจะมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่เล็กน้อย ดอกสีม่วงอ่อน ผลเป็นฝักสีเขียวอ่อนพอแก่สีดำแตกได้มีเมล็ดจำนวนมากหากนำฝักแก่ไปแช่น้ำฝักจะแตกเสียงดังเป๊าะแป๊ะ
ต้อยติ่งจะมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร นิยมใช้เมล็ดแช่น้ำนำมาพอกฝีดูดหนอง และใช้เป็นยาสมานแผลที่คนสมัยก่อนรู้จักกันดี สันนิษฐานกันว่าเป็นต้นไม้ พื้นเมืองของประเทศจีน แต่เข้ามาในเมืองไทยนานแล้วโดยซินแสจีนนำเมล็ดมาเผยแพร่ เป็นยารักษาแผลอย่างที่บอก เมื่อใช้เสร็จก็แกะเมล็ดทิ้ง จึงเกิดการกระจายพันธุ์ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ
ระยะเวลาออกดอก --- เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

37 เทียนนา/ Ludwigia hyssopifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์       ---Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell  
ชื่อพ้อง (Synonym) ---Basionym: Jussiaea hyssopifolia G.Don
---Fissendocarpa linifolia (Vahl) Bennet
---Jussiaea fissendocarpa Haines.
---Jusaiaea hyssopifolia Illus
---Jussiaea linifolia Vahl.
---Jussiaea weddellii Micheli.
ชื่อสามัญ   ---Narrow-leaved Malayan Willow-herb, Seedbox, Water Primrose.
ชื่ออื่น       ---เทียนนา ผักกะเดียง
วงศ์         ---ONAGRACEAE
ถิ่นกำเนิด  ---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์   ---ทั่วไปในประเทศเขตร้อน ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค


วัชพืช ประเภทใบกว้าง  อายุปีเดียว สูง 30-70 ซม. พบทั่วไปในที่น้ำขังที่มีระดับน้ำไม่สูงมาก ที่ดินมีความชุ่มชื้นสูง เช่น หนองน้ำ แอ่งน้ำ ทางระบายน้ำข้างทาง
ลักษณะของเทียนนา ลำต้นเป็นเหลี่ยม สีเขียวปนม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ
ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ  ดอกขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม.กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลือง ร่วงง่าย
 ผลเป็นผลเดี่ยวแบบแห้งแก่แล้วแตก สีม่วงแดง  เมล็ดจำนวนมากรูปกระสวยกลมสีน้ำตาลแดง
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


38 ผักแครด/Synedrella nodiflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Synedrella nodiflora (L.) Gaertn.
ชื่อพ้อง Has 26 synonyms    
---Ucacou Adans.
---Verbesina nodiflora L.
---Eclipta latifolia L.f.
---Blainvillea latifolia (L.f.) DC.
---Ecliptica latifolia (L.f.) Kuntze
---Wedelia cryptocephala Peter
---Ucacou nodiflorum (L.) Hitchc.
---more
ชื่อสามัญ    ---Nodeweed, Synedrella, Cinderella weed
ชื่ออื่น    ---หญ้าขี้หมา สาบกา สับกา
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน-หมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วภูมิภาคที่ร้อนขึ้นของโลก

ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวหรือข้ามปี พบขึ้นได้ทั่วไปในที่ลุ่ม ชื้นแฉะ หรือตามป่าละเมาะ ทั้งในที่โล่งแจ้งและที่มีร่มเงาเล็กน้อย ตามที่รกร้างว่างเปล่า พบเป็นวัชพืชในพืชผักภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ลักษณะของผักแครด ต้นสูงประมาณ 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ สีเขียวหรืออาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดไปตามพื้นดินเล็กน้อย ตามกิ่งจะมีขนอ่อนอยู่ประปราย ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม ผิวใบทั้งสองข้างจะมีขนปกคลุมอยู่ มีเนื้อใบบาง ขนาดของใบ กว้าง ประมาณ 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกออกเป็นกลุ่ม แต่จะมีเฉพาะที่ส่วนยอดของต้นเท่านั้น รูปกรวยคว่ำ สีเหลืองอ่อน ผลแห้ง รูปไข่ สีน้ำตาลหรือดำ
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ชยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


39 ผักคราดทะเล/Wedelia biflora


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Wedelia biflora (Linn.) DC.
ชื่อพ้อง    
---Acmella biflora (L.) Spreng.
---Adenostemma biflorum (L.) Less.
---Buphthalmum australe Spreng.
---Eclipta scabriuscula Wall.
---Niebuhria biflora (L.) Britten
---Seruneum biflorum (L.) Kuntze
---Spilanthes peregrina Blanco
---Stemmodontia biflora (L.)
---many more
ชื่อสามัญ    ---Sunflower daisy,Beach Sunflower,Wedelia,Sea Ox eye
ชื่ออื่น    ---เบญจมาศน้ำเค็ม
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย


ไม้เถาล้มลุกมักทอดเลื้อยคลุมพื้นดิน ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ พบขึ้นทั่วไปตามชายหาด ที่ชื้นใกล้ชายฝั่งทะเล ที่โล่งใกล้ขอบพรุ เลื้อยได้ไกลประมาณ1-5เมตร กิ่งใบและช่อดอกมีขนสั้นสีขาว สากมือปอคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปใบหอก ขนาด2-4x4-.8ซม. โคนใบสอบรูปลอ่มขอบใบหยักฟันเลื่อยปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังบาง ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน
ดอกแบบช่อเชิงลดกระจุกแน่นสีเหลืองดูคล้ายดอกเดี่ยวบนปลายก้านช่อดอก ผลแบบผลแห้งเมล็ดล่อนรูปขอบขนานขนาดเล็กยาวประมาณ0.3ซม.ปลายผลมีขนแข็งเป็น พู่
ออกดอก --เดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน
ชยายพันธุ์ -- ด้วยเมล็ด

40 ผักคราดหัวแหวน/Acmella oleracea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen
ชื่อพ้อง    
---Anacyclus pyrethraria (L.) Spreng.
---Bidens fervida
---Bidens fervida Hort. ex Colla
---Bidens fervida Lam.
---Bidens fixa Hook.f.
---Bidens fusca Lam.
---Bidens oleracea (L.) Cav. ex Steud.
---Cotula pyrethraria L.
---Pyrethrum spilanthus Medik.
---Spilanthes acmella var. oleracea (L.) C.B.Clarke
---Spilanthes acmella var. oleracea (L.) C.B.Clarke ex Hook.f.
---Spilanthes oleracea Jacq.
---Spilanthes oleracea var. fusca (Lam.) DC.
---Spilanthes oleracea var. oleracea
---Spilanthes radicans Schrad. ex DC.
ชื่อสามัญ    Para Cress, Spot Flower, Tooth-ache Plant
ชื่ออื่น    ผักคราด,ผักตุ้มหู
ชื่อวงศ์    COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด    บราซิลเขตร้อนและอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี

 

ผักคราดหัวแหวนหรือทางภาคเหนือเรียก ผักตุ้มหู เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าละเมาะ รวมไปถึงที่รกร้างโล่งแจ้งและที่ลุ่มชื้นแฉะ จัดเป็นผักที่เป็นทั้งอาหารและยาของคนไทย แต่ไปเป็นวัชพืชในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี ลักษณะของผักคราดหัวแหวนมีลำต้นตั้งตรง กลมอวบน้ำสีเขียวม่วงแดง มีขนปกคลุม สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ทอดไปตามดินปลายยอดชูขึ้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปสามเหลี่ยม รูปไข่ หรือเป็นรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขอบใบเรียบ หรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยแบบหยาบ ๆ ผิวของใบมีขนและสาก
ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นกระจุกสีเหลือง ดอกมีลักษณะกลมเป็นรูปไข่ ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ดอกย่อยมี 2 วง วงนอกเป็นดอกตัวเมีย ส่วนวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านของดอกเรียวยาว ผลเป็นผลแห้งรูปไข่
ชยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


41 หญ้าลูกข้าว/Spermacoce ocymoides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Spermacoce ocymoides Burm.f.
ชื่อพ้อง    
---Bigelovia gracilis Spreng.
---Bigelovia laevicaulis Miq.
---Bigelovia ocymoides (Burm.f.) Miq.
---Bigelovia parviflora Spreng.
---Bigelovia tenera (R.Br. ex G.Don) Heynh.
---Borreria laevicaulis (Miq.) Ridl.
---Borreria ocymoides (Burm.f.) DC.
---Borreria trichantha Miq.
---Spermacoce aspera Vahl
---Spermacoce hirta Sw.
---Spermacoce laevis Spreng.
---Spermacoce microphylla Pohl ex DC.
---Spermacoce ramosa Wall.
---Spermacoce tenera R.Br. ex G.Don                                                                                                                 ---Spermacoce trichantha (Miq.) Kuntze
---Tardavel ocymoides (Burm.f.) Hiern
ชื่อสามัญ    ---Purple-leaved button weed
ชื่ออื่น    ----
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียและแอฟริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---มัลดีฟส์ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซียอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินีเ กาะโซโลมอน ฟิจิ ซามัว วานูอาตู

วัชพืชล้มลุก พบขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งและตามพื้นที่น้ำขังแฉะ ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 15-40 ซ.ม. ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก แผ่นใบเป็นสีเขียว ส่วนเส้นใบเป็นสีม่วงแกมน้ำตาล มีขนเล็กน้อยทั้งสองด้าน
ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ผลสดขนาดเล็กรูปกลม แตกตามขวาง
ออกดอก---เดือนมิถุนายน-มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

กระดุมใบ/Borreria laevis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Borreria laevis (L.) Griseb.This name is a synonym of Spermacoce laevis Lam.
                     ---Spermacoce laevis Lam. (accepted name)
ชื่อพ้อง---Borreria laevis (L.) Griseb
---Borreria capitellata (Willd.) Cham. & Schltdl.
---Borreria herbert-smithii Rusby
---Borreria laevis (Lam.) Griseb.
---Spermacoce capitellata Willd.
---Spermacoce guianensis Bremek.
---Spermacoce riparia Cham. & Schltdl.
---Tardavel laevis (Lam.) Standl.
วงศ์ ---RUBIACEAE
ชื่อสามัญ ---- Buttonweed, Irongrass
ชื่ออื่น     ---ชากรูด  ตาฉี่โพ ผักสังเขา  ผักฮากกล้วย (ภาคเหนือ)
ถิ่นกำเนิด
เขตกระจายพันธุ์


พืชล้มลุกมีระบบรากแก้ว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-50 ซม.  แตกกิ่งก้านใกล้โคนต้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ปลายแหลมหรือค่อนข้างทู่ ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบจนเห็นก้านใบสั้นมาก หรือไม่มีก้านใบ
ขนาดใบยาวประมาณ 2.5-6 ซม. กว้าง 1-1.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวเป็นจำนวนมากอัดแน่นกันอยู่ ผลแบบแคปซูล ยาวประมาณ 2 มม.
ขยายพันธุ์ - เมล็ด

42 เถาคัน/Cayratia trifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cayratia trifolia (L.) Domin
ชื่อพ้อง    ---Vitis trifolia L.
ชื่อสามัญ    ---Bush Grape, Fox-grape, Three-leaved wild vine , Three leaf cayratia
ชื่ออื่น    ---เถาคัน, เถาคันขาว,เครือพัดสาม
ชื่อวงศ์    ---VITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ออสเตรเลีย เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ปาปัวนิวกินี และรัฐควีนส์แลนด์ (ออสเตรเลีย)

  

         ไม้เลื้อยเนื้ออ่อน ขึ้นตามที่รกร้างทั่วไปใบอ่อนเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก  ส่วนผลอ่อนใส่ในแกงส้มเพิ่มรสเปรี้ยว ผลสุก รับประทานไม่ได้ เพราะน้ำในผลมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการคัน ต้นนี้สามารถนำมาปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มหรือตามรั้วบ้านได้ เพราะทั้งเถาทั้งดอกทั้งผลไม่มีผลทำให้เกิดอาการคัน
ลักษณะของเถาคันเลื้อยได้ไกล 2-20 เมตร เท่ากับว่าความยาวของเถาประมาณ2-20เมตร มีมือเกาะ ใบประกอบแบบมี ใบย่อย3 ใบ แผ่นใบด้านล่างมีขนเล็กน้อย ใบย่อยปลายสุดรูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5-6 ซม. ขอบใบจักซี่ฟัน ใบย่อยคู่ข้างรูปไข่เบี้ยวและขนาดเล็กกว่า ดอกออกเป็นช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวอ่อน ผลสดมีเนื้อหลายเมล็ด รูปร่างกลมแป้น ขนาด 0.5-1 ซม. เมื่อสุกสีดำ
ตำรา ยาไทยใช้ ใบและราก ลดไข้ ฝาดสมาน เถา ขับเสมหะ แก้ลมวิงเวียนหน้ามืด ขับลม ขับเสมหะลงสู่ทวารหนัก แก้กษัย  ฟอกเลือด แก้ช้ำใน ใบ รักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน พอกรักษาแผลในจมูก ทาถูนวดให้ร้อนแดงแก้ปวดเมื่อย หรืออังไฟปิดฝี ถอนพิษปวดบวม
การฃยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำกิ่งแก่

         43 ผักเป็ด/Alternanthera sessilis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.
ชื่อพ้อง    
---Alternanthera denticulata R. Brown
---Alternanthera glabra
---Alternanthera nodiflora R. Brown
---Gomphrena sessilis L.
---Illecebrum sessile L.
ชื่อสามัญ    ---Sessile joyweed, Dwarf copperleaf.
ชื่ออื่น    ---ผักเป็ดไทย, ผักเป็ดขาว, เปรี้ยวแดง, เปี๋ยวแดง
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลก ประเทศไทยพบมากภาคกลาง


เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุราว 1 ปี ขึ้นได้ในทุกสภาพของดิน ไม่ว่าจะเป็นดินแห้งหรือดินแฉะ โดยมักจะพบได้ตามที่รกร้างทั่วไปหรือตามที่ชื้นข้างทาง ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตรผักเป็ดจะมีอยู่สองแบบ คือ ผักเป็ดใบกลมและผักเป็ดใบแหลม โดยชนิดใบแหลมมักจะในพบบริเวณที่อยู่ไกลจากแหล่งน้ำ ได้รับแสงน้อย มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นคือเป็นยาบำรุงโลหิต กระจายโลหิตไม่ให้จับกันเป็นก้อน ๆ แก้ช้ำใน ฟกช้ำ ส่วนชนิดใบกลม (ใบไข่กลับ) จะอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานมากกว่าใบแหลม เพราะใบกลมจะอวบน้ำ เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย มีรสจืด ไม่ขมเหมือนชนิดใบแหลม และมีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นคือเป็นยาระบาย ลักษณะของผักเป็ดมีลำต้นตั้งตรงหรืออาจเลื้อยก็แล้วแต่ สูงประมาณ 10-45 เซนติเมตร ตามข้อของลำต้นจะมีราก ระหว่างข้อต่อมีร่องและมีขนปกคลุมเล็กน้อย ลำต้นมีทั้งสีแดง และสีขาวอมเขียว
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม โดยจะออกตามข้อของต้น ลักษณะรูปร่างไม่แน่นอน มีทั้งใบแคบ ยาว เรียวแหลม ปลายแหลม ปลายมน หรือเป็นรูปไข่กลับ ขอบใบเรียบหรือเป็นหยักเล็กน้อย โดยแผ่นใบจะเป็นสีเขียว ไม่มีก้านใบหรือมีแต่จะขนาดสั้นมาก
ออกดอกเป็นช่อกลม ๆ ตามง่ามใบ ช่อดอกหนึ่งจะมีดอกย่อยประมาณ 1-4 ดอก ไม่มีก้าน
ผลเป็นรูปไตหรือรูปหัวใจกลับ มีขนาดเล็กมากพบอยู่ในดอก
ขยายพันธุ์ --- โดยใช้เมล็ด ปักชำ


44 ผักเบี้ยใหญ่/Portulaca oleracea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Portulaca oleracea L.
ชื่อพ้อง Has 46 synonyms    
---Portulaca neglecta Mackenzie & Bush
---Portulaca oleracea subsp. granulatostellulata (Poelln.) Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. impolita Danin & Baker          
---Portulaca oleracea subsp. nicaraguensis Danin & Baker
---Portulaca oleracea subsp. nitida Danin & Baker
---Portulaca oleracea subsp. papillatostellulata Danin & Baker       
---Portulaca oleracea subsp. stellata Danin & Baker           
---Portulaca retusa Engelm..
---many more
ชื่อสามัญ    ---Purslane, Common purslane, Common garden ---purslane, Pigweed purslane, Duck weed.
ชื่ออื่น    ---ผักเบี้ยใหญ่
ชื่อวงศ์    ---PORTULACACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
เป็นพืชที่มีอายุเพียงปีเดียว เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้เองโดยไม่ต้องทำการเพาะปลูก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ มักขึ้นบริเวณชายฝั่งริมน้ำที่โล่งดินทราย ที่ชื้นแฉะ ที่รกร้างทั่วไป หรือพบขึ้นเป็นวัชพืชตามริมถนน ข้างทางเดินลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน บางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไป
ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---โดยใช้เมล็ด

45 ผักเบี้ยทะเล/Sesuvium portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sesuvium portulacastrum (L.) L
ชื่อพ้อง  Has 54 synonyms    
---Portulaca portulacastrum L
---many more.
ชื่อสามัญ    ---Seaside purslane, Sea portulaca
ชื่ออื่น    ---ผักเป๊ะ
ชื่อวงศ์    ---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---พบในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
ไม้ เถาล้มลุกอายุหลายปี พบขึ้นตามชายหาดหรือพื้นที่เปิดตามชายฝั่งทะเลในเขตน้ำเค็มจัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรม มีลำต้นทอดยาวแผ่คลุมดินลำต้นกลมอวบเกลี้ยงภายในเป็นโพรง สีเขียวถึงแดงเรื่อ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูป ใบรูปหอกกลับถึงรูปไข่แกมรูปรี ขนาด0.2-1.5x1-5ซม.โคนใบสอบแคบเข้าหา กันและแผ่เป็นกาบเล็กๆหุ้มลำต้น เนื้อใบอวบน้ำ หนา ด้านบนด้านล่างคล้ายกัน แผ่นใบตอนปลายมักสีแดงเรื่อ
ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ ดอกรูปกงล้อ ด้านนอกสีเขียวอ่อนด้านในสีม่วงอมชมพู ขนาด1.2-2.4ซม.ผลแบบผลแห้งแตกตามขวางมี20-30เมล็ด
ออกดอก--- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ


46 ผักเบี้ยหิน/Trianthema portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Trianthema portulacastrum L.
ชื่อพ้อง Has 45 synonyms    
--- Trianthema monogyna L.
---many more
ชื่อสามัญ    --- Black pigweed, Giant pigweed, Horse purslane ,Dessert horse purslane
ชื่ออื่น    ---ผักขมหิน ผักขมฟ้า ผักปั๋งดิน ปังแป
ชื่อวงศ์    ---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---วัชพืชรุกรานของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประเทศในเขตร้อน เช่น ศรีลังกา อินเดีย ไทย ลาว กัมพูขา


วัชพืชล้มลุกอายุฤดูเดียว พบตามนาข้าว นาดอน นาน้ำฝน ที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบความชื้นและแดดจัด อยู่ในที่แห้งน้ำน้อยลำต้นจะเป็นสีแดงดูแกรนแต่แข็งแรง ลักษณะทั่วไปของผักเบี้ยหินหรือผักขมหิน ลำต้นจะตั้งตรงหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นดินยาวประมาณ 1 เมตร ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายแหลม โคนใบตัด มีต่อมสีแดงตามขอบ ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นช่อแยกแขนง มีดอกย่อยรวมกันเป็นกลุ่ม กลีบรวม ดอกสีชมพู ม่วง แดงหรือขาว ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดงผลแห้งเมล็ดล่อน
รากต้มแก้ริดสีดวง แก้ลม แก้เสมหะ แก้ฟกช้ำ บวมในท้อง ใบแก้เสมหะ แก้โรคลม ดอกขับโลหิต แก้ริดสีดวงทวาร
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด และไหลในดิน

47 ผักเสี้ยนขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome gynandra L.
ชื่อพ้องHas 104 synonyms
---Cleome pentaphylla L.
---Gynandropsis pentaphylla (L.) DC.
---Gynandropsis gynandra (L.) Briq.
---many more
ชื่อสามัญ    ---Wild spider flower
ชื่ออื่น    ---ผักเสี้ยนไทย, ผักเสี้ยนขาว
ชื่อวงศ์    ---CAPPARIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วทั้งทวีปเอเซีย
ไม้ล้มลุกมักพบขึ้นเป็นวัชพืชตามท้องไร่ปลายนา ที่ว่างเปล่ารกร้างทั่วไป พบได้ทุกภาค มีความสูงประมาณ 15-30 ซ.ม.ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม  มีรากแก้ว และรากแขนงจำนวนมาก ใบเป็นใบประกอบ มี 3-5 ใบย่อย รูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ ปลายใบแหลม โคนเรียวสอบ ส่วนขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยละเอียด และมีใบประดับจำนวนมาก ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกจำนวนมาก กลีบเลี้ยงดอกมี 4 กลีบ รูปใบหอก ผลมีลักษณะเป็นฝักยาวคล้ายถั่วเขียว ฝักอ่อนสีเขียวแก่แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

ผักเสี้ยนขน/Cleome rutidosperma


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome rutidosperma DC.
ชื่อพ้องHas 22 synonyms
---Cleome ciliata Schumach. & Thonn.
---more
ชื่อสามัญ    ---Spider weed. Fringed spiderflower
ชื่ออื่น    ---ผักเสี้ยน  ผักเสี้ยนผี
ชื่อวงศ์    ---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขคร้อน


พืช ปีเดียวลำต้นสูงชอบขึ้นในที่ชื้น พบตามริมทางและที่รกร้างทั่วไป สามารถใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ลำต้นเป็นเหลี่ยมส่วนที่แก่จะมีสีม่วงปน มีต่อมขนปกคลุมหรืออาจไม่มี ต้นสูงอยู่ประมาณ0.20-1เมตร  ใบประกอบมี3ใบย่อย ใบกลางรูปคล้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายและโคนใบแหลม ใบข้างรูปรีปลายแหลมโคนเบี้ยว ก้านใบยาว
ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีม่วงอ่อนอมน้ำเงิน ก้านดอกยาว ผลเป็นฝักกลมเมล็ดสีดำ
ออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

48 ผักเสี้ยนผี/Cleome viscosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome viscosa L
ชื่อพ้องHas 43 synonyms
---Cleome icosandra L.
---manymore
ชื่อสามัญ    ---Polanisia Vicosa, Wild Caia, Tickweed, wild mustard, spiderplant
ชื่ออื่น    ---เสี้ยนผีตัวเมีย, ส้มเสี้ยนผี,ไปนิพพานไม่กลับ
ชื่อวงศ์    ---CAPPARIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทวีปออสเตรเลีย เอเซีย แอฟริกา

ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก พบได้ตามข้างถนนหนทาง รกร้าง ริมลำธารทั่วไป  มีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมตลอดลำต้น ภายในมีเมือกเหนียว ต้นสูงประมาณ0.30- 1เมตรเวลาเด็ดหรือหักกิ่งจะมีกลิ่นฉุน
ดอก ผักเสี้ยนผีมีสีเหลือง จะมีสรรพคุณทางยาในการฆ่าเชื้อโรคใช้แก้อาการอักเสบของแผลสด ใช้ดอกผักเสี้ยนผีตำพอกทำให้แผลหายเร็วขึ้น ใช้ดอกผักเสี้ยน2ช่อต้มน้ำดื่มฆ่าพยาธิในกระเพาะและลำไส้โดยเฉพาะพยาธิ ไส้เดือนขับออกดีนัก ส่วนรากแก้ผอมแห้งแรงน้อยเนื่องจากคลอดบุตรและอยู่ไฟไม่ได้ ใบแก้ปัสสาวะพิการ (อาการปัสสาวะปวด กะปริบกะปรอย ขุ่นข้นสีเหลืองเข้ม หรือมีเลือด)
ใช้ภายนอก ในตำรับ ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เป็นยาประคบหรือประน้ำมันขี้ผึ้ง
ตำรับพื้นบ้าน ใช้เป็นยาทำให้นอนหลับ แก้ปวดหัวดิบ ลมปะกัง วิตกกังวล เครียด ท้องผูก พรรดึก
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

49 ผักกระสัง/Peperomia pellucida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Peperomia pellucida ( L.) Humb, Bonpl & Kunth
ชื่อสามัญ    ---Peperomia, Shiny leave
ชื่ออื่น    ---ชากรูด ผักกระสัง ผักราชวงศ์  ผักสังเขา ผักฮากกล้วย
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
ไม้ล้มลุก ต้นมีขนาดเล็กสูงประมาณ 10-20 ซม. พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในแปลงผัก ในสวนและตามสนามหญ้า บริเวณบ้าน ลำต้นและใบมีสีเขียวใส เปราะหักง่าย ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาเป็นคลื่นเล็กน้อย
ดอก ออกเป็นช่อ ตามปลายยอด ช่อดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีครีม
ต้นและใบใช้รับประทานเป็นผักสด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและถูกจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง น้ำคั้นจากใบใช้ทารักษาสิว  ใช้น้ำต้มจากผักกระสังนำมาล้างหน้าประจำ เพื่อบำรุงผิวทำให้ผิวหน้าสดใส
ขยายพันธุ์ : โดยใช้เมล็ด

50 ใบต่างเหรียญ/Evolvulus nummularius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Evolvulus nummularius (L.) L.
ขื่อพ้อง    
---Basionym: Convolvulus nummularius L
---Convolvulus nummularius L.
---Evolvulus dichondroides Oliv.
---Evolvulus domingensis Spreng. ex Choisy
---Evolvulus veronicifolius Kunth
---Evolvulus yunnanensis S. H. Huang
---Volvulopsis nummularia (L.) Roberty,
ชื่อสามัญ    ---Dwarf morning-glory, Roundleaf bindweed.
ชื่ออื่น    ---ใบต่างเหรียญ
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาาเหนือ แอฟริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน(ยูนนาน) อินเดีย เนปาล ภูฎาน ไทย มาเลเซียและแอฟริกา

 

ใบต่างเหรียญเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ในธรรมชาติพบตามพื้นที่โล่งทุกภาคของไทย ชอบดินปนทราย ใช้ปลูกแทนหญ้าได้ ไม่ต้องตัดแต่ง ทนต่อการเหยียบย่ำ ไม่ตายง่ายๆ
            ปลูกได้ทั้งกลางแดด รำไร และในร่ม บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึงก็ใช้ปลูกคลุมดินได้ แต่การเจริญเติบโต และลักษณะใบก็จะแตกต่างกันอย่างที่เห็น 2 รูปบนปลูกในร่มใต้ต้นไม้ใหญ่  2 รูปล่างขวาปลูกในที่มีแสงแดดรำไร ส่วนรูปล่างซ้ายปลูกกลางแจ้งแดดจัด  ปลูกในร่มจะโตช้ากว่ามากไม่ค่อยมีดอก  เป็นพืชที่กรมส่งเสริมวิชาการเกษตรส่งเสริมให้ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน
ลักษณะของใบต่างเหรียญ ลำต้นจะราบไปกับพื้นดินทอดยาวได้ประมาณ1เมตร ออกรากตามข้อ มีขนทั่วไป ใบ ออกสลับ รูปไข่ถึงเกือบกลม ปลายมนถึงป้าน โคนเว้าเล็กน้อยหรือรูปหัวใจ ขอบเรียบมีดอกเล็ก ๆ สีขาว
ดอกจะบานช่วงเช้า สาย ๆ หรือแดดออก ดอกก็จะหุบ
ขยายพันธุ์ --- ปักชำลำต้น


51 น้ำนมราชสีห์/Euphorbia hirta


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Euphorbia hirta Linn.
ชื่อพ้อง    ---Chamaescye hirta (L.) Millsp
ชื่อสามัญ    ---Snake weed, Milkweeds
ชื่ออื่น    ---น้ำนมราชสีห์ใหญ่ หญ้าน้ำหมึก นมราชสีห์
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


ไม้ ล้มลุกอายุปีเดียว พบขี้นเองตามริมทางถนนที่รกร้างทั่วไป ลำต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านจำนวนมากจากโคนต้น   ลำต้นมีน้ำยางสีขาวขุ่น ทั้งลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดงจางปนเหลืองและมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน กว้าง1-1.5ซม.ยาว2-4ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบสีเขียวปนม่วงแดง ดอกแยกเพศ ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ใบประดับเป็นรูปถ้วยสีเขียว ผลแห้งแตกได้ มี 3 พูเมื่อสุกสีเหลืองอ่อน
สรรพคุณเป็นสมุนไพรคือ
ทั้งต้น ตัดสั้นๆคั่วไฟพอเหลืองนำมาชงดื่มต่างน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะแดงหรือขุ่น ต้นสดต้มน้ำดื่ม เพิ่มน้ำนมและฟอกน้ำนมให้สะอาด บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกาย
ยาพื้้นบ้านใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ระงับอาการชัก แก้ไอ แก้หืดและรักษาอาการไตอักเสบ  หรือผสมน้ำตาลอ้อย ต้มน้ำดื่มรักษาบิดมูกเลือด
รากผสมกับรากทับทิม รากส่องฟ้าดง และเดือยไก่ป่าฝนน้ำกินและทา แก้ไข้ทำมะลา (อาการไข้หมดสติ และตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด ปักชำกิ่ง


52 น้ำนมราชสีห์เล็ก/Euphorbia thymifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Euphorbia thymifolia L.
ชื่อพ้อง    
---Anisophyllum thymifolium (L.) Haw.
---Aplarina microphylla (Lam.) Raf.
---Chamaesyce mauritiana Comm. ex Denis
---Chamaesyce microphylla (Lam.) Soják
---Chamaesyce rubrosperma (Lotsy) Millsp.
---Chamaesyce thymifolia (L.) Millsp.
---Euphorbia afzelii N.E.Br.
---Euphorbia botryoides Noronha
---Euphorbia foliata Buch.-Ham. ex Dillwyn
---Euphorbia microphylla Lam.
---Euphorbia philippina J.Gay ex Boiss.
---Euphorbia rubicunda Blume
---Euphorbia rubrosperma Lotsy
ชื่อสามัญ     ---Gulf sandmat
ชื่ออื่น     ---น้ำนมราชสีห์เล็ก
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน


ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียวพบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วทุกภาคตามชายป่า ที่รกร้าง ตามท้องนา และในพื้นที่โล่งจนถึงระดับความสูง 800 เมตร ลักษณะ ลำต้นแตกกิ่งก้านทอดเลื้อยเป็นวง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 ซ.ม. หรือลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 15 ซ.ม. ลำต้นและกิ่งมีสีชมพูอมน้ำตาลแดง มีขนขึ้นที่ส่วนต่าง ๆ ของลำต้น มีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามในระนาบเดียวกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบมีลักษณะกลม หยักแหลมเล็กน้อย ส่วนโคนใบเบี้ยว ข้างหนึ่ง ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อยแบบห่าง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบสั้น ๆ และไม่มีก้าน ดอกย่อย เรียงชิดกันอยู่ มีประมาณ 1-3 ช่อ ดอกสีชมพูอมแดง ผลเป็นแบบแคปซูล มีพู 3 พู เมล็ดมี 1 เมล็ดในแต่ละซีกผล เมล็ดสีเหลืองอมน้ำตาล รูปรี เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 0.8 มม.
ออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

  Euphorbia indica Lam/Dudhali

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Euphorbia indica Lam
ชื่อพ้อง    
---Chamaesyce indica (Lam.) Croizat
---Euphorbia hypericifolia sensu auct.
ชื่อสามัญ     ---In India--Dudhali
ชื่ออื่น     ---
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อิหร่าน อาฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า ไทย


Euphorbia indica Lam เป็นชื่อที่ ยอมรับชื่อนี้เป็นชื่อที่ยอมรับได้ของสายพันธุ์ในสกุล Euphorbia (ครอบครัวEuphorbiaceae ) ต้นนี้เป็นวัชพืชที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ ตามที่รกร้าง แปลงเพาะปลูก ในกระถางต้นไม้ พืชในสกุลนี้มักมีน้ำยางสีขาวที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ดูคล้ายน้ำนมราชสีห์ แต่ลักษณะลำต้นที่ผอมยาว และใบที่บางจะแตกต่างกัน เป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นและกิ่งก้านจะทอดเอนมากกว่าตั้งตรงสีเขียวปนม่วง ความสูงตั้งแต่10ซม.ถึง50ซม.ไม่ค่อยพบว่าสูง มากกว่านั้น ใบรูปไข่เรียงตรงข้าม ขนาดของใบประมาณ3ซม.ชื่อไทยเรียกอะไรไม่ทราบ
ทราบแต่ข้อมูลจากภายนอก ค้นหาจากฐานข้อมูลในประเทศก็ต้องรู้ชื่อไทยจึงจะพบ พอไป ค้น Euphorbia indica Lam จากฐานข้อมูลต่างประเทศก็ไม่รู้ชื่อไทยอีก ตกลงก็ขอให้ช่วยๆหากันหน่อย
ถ้ารู้ชื่อไทยก็ส่งข่าวบ้างก็แล้วกันว่า เขาเรียกกันว่าต้นอะไร ถือเป็นปริศนาแก้เบื่อ


53 จิงจ้อขาว/Ipomoea obscura


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea obscura (L.) Ker-Gawl.
ชื่อพ้อง Has 54 synonyms    
---Ipomoea fragilis Choisy
---Ipomoea acanthocarpa (Choisy) Asch. & Schweinf.
---Ipomoea inconspicua Bak.
---many more
ชื่อสามัญ    ---Obscure morning glory,Small white morning glory
ชื่ออื่น    ---จิงจ้อเล็ก สะอึก โตงวะ
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา เอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกาเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก


ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนล้มลุกพบขึ้นตามป่าละเมาะ ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งแม่น้ำ ที่โล่งแจ้ง และตามทุ่งหญ้า ลำต้นทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือเลื้อยพันพืชอื่นเตี้ยๆ ได้ไกล5-10เมตร
ลำต้นมีขนปกคลุมหรือเกลี้ยงใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจหรือค่อนข้างกลม ผิวใบทั้งสองด้านมีขนประปรายหรือเกลี้ยง ดอกเป็นช่อกระจุก มี 1-3 ดอก ออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองนวล ใจกลางดอกสีม่วงเข้ม รูปกรวยตื้น ดอกบานกว้าง 3-3.5 ซม. ผลเป็นผลแห้งแตกได้
ยอดอ่อน และผลแก่ปานกลาง รับประทานได้ ใช้ต้มจิ้มน้ำพริก
ขยายพันธุ์ --- ใช้เมล็ด
 


54 จิงจ้อเหลือง/Merremia vitifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Merremia vitifolia Haller.f.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---จิงจ้อเหลือง จิงจ้อขน จิงจ้อใหญ่
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อน ทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือพุ่มไม้เตี้ยๆ ในประเทศไทยพบตามที่แห้งแล้ง ทุ่งหญ้า ไร่ร้าง ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งน้ำและสองข้างทาง ตั้งแต่ระดับน้ำทะเล จนถึง 500เมตร ลักษณะลำต้นกลมตามกิ่งก้านมีขนแข็งสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน เป็นเส้นยาว ใบเป็นใบเดี่ยวรูปเกือบกลม กว้าง 5- 16 ซม.ยาว 5-18ซม. โคนใบรูปหัวใจขอบใบจักแฉกเป็นรูปพัด 5-7แฉก ปลายแหลม และมีติ่งสั้นผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว2-15ซม.
ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ดอกสีเหลืองสดออกเป็นช่อตามง่ามใบ มักมี1-3ดอก ก้านช่อดอกยาว 1-15ซม. ก้านดอกยาว 0.8-2ซม. กลีบดอกรูปกรวยตื้น ปลายแผ่บานหยักเป็น5แฉกตื้นๆมีเส้นแฉกเป็นรูปดาวชัดเจน ขนาดดอก3-4ซม.
ผล แห้งสีฟางแห้ง รูปกึ่งกลม ขนาดยาว 10-25 มม. ผิวค่อนข้างหนาคล้ายแผ่นหนัง มีเมล็ด4เมล็ดหรือมากกว่า เมล็ดสีดำหรือน้ำตาล
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


55 จิงจ้อเหลี่ยม/Operculina turpethum

  

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Operculina turpethum (L.) S. Manso
ชื่อพ้อง    ---Merremia turpethum (L.) Shah & Bhatt.
ชื่อสามัญ     ---St. Thomas lidpod.
ชื่ออื่น     ---จิงจ้อเหลี่ยม จิงจ้อแดง จิงจ้อเล็ก
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา เขตร้อนของทวีปเอเซีย และ ออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์    ---Worldwide distribution


วัชพืชเถาเนื้ออ่อนเลื้อยพันต้นไม้อื่นและทอดเลื้อยไปตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลราว 5-10เมตร พบได้ทั่วไปตามริมทางที่โล่งแจ้ง ในป่าผลัดใบ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 25-200 เมตร ลักษณะลำต้นของจิงจ้อเหลี่ยม กลมมีปีกสามเหลี่ยมขนาบสีเขียวอมม่วงเรื่อๆ ใบมีหลายแบบ อาจพบเป็นรูปหัวใจแคบ หรือรูปหัวใจกว้าง หรือรูปไข่แกมใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ด้านบนเรียบ ด้านล่างมีขน ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ขนาดใบกว้างประมาณ 1.5-3.ซ.ม. ยาว 6-9  ซ.ม.
ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อขนาดเล็ก มีใบประดับ2ใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวเรื่อแดงรูปท้องเรือ 5 อัน ดอกสีขาว รูปกรวย ปลายแผ่ติดกัน ขนาดดอก 4-5ซ.ม.
ผลรูปกลมเมื่อแก่แตกได้ มีเมล็ดสีดำมีขน 4 เมล็ด
ระยะออกดอก----เดือนตุลาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด

56 เถาสะอึก/Merremia hederacea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Merremia hederacea (Burm.f.) Hallier f.
ชื่อพ้อง    
---Convolvulus acetosellifolius Desr.         
---Convolvulus chryseides (Ker Gawl.) Spreng.       
---Convolvulus dentatus Vahl       
---Convolvulus flavus Willd.         
---Convolvulus lapathifolius Spreng.         
---Evolvulus hederaceus Burm. F.
---Ipomoea acetosellifolia (Desr.) Choisy
---Ipomoea chryseides Ker Gawl.
---Ipomoea dentata (Vahl) Roem. & Schult.           
---Ipomoea subtriflora Zoll. & Moritzi      
---Lepistemon glaber Hand.-Mazz.            
---Lepistemon muricatum Span.  ---Merremia chryseides (Ker Gawl.) Hallier f.         
---Merremia convolvulacea Dennst. Ex Hallier f.
ชื่อสามัญ    ---Ivy woodrose
ชื่ออื่น    ---สะอึก ฉะอึก
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเชียและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก


ไม้ ล้มลุกเนื้ออ่อนขนาดเล็กลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่นพวกหญ้าหรือไม้พุ่ม โคนใบรูปหัวใจปลายใบเรียวแหลม ขอบหยักเป็น3พูใบสีเขียวเข้ม  มีขนที่เส้นใบ ดอกสีเหลืองสด เป็นแบบดอกช่อ กระจุกซ้อน กลีบเลี้ยง 5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ขนาดดอก1-2ซ.มผลกลมเมล็ดมีขน
ใช้ใบตำกับขมิ้นเป็นยาพอกแผลและฝี
ระยะออกดอก--- ช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด


57 เถาสองสลึง/Ipomoea pileata


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ipomoea pileata Roxb.
ชื่อพ้อง    
---Convolvulus guinensis D.Dietr.
---Convolvulus pileatus (Roxb.) Spreng.
---Ipomoea pileata subsp. uniflora Ugbor. & Ogunw.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---เถาสองสลึง
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์

   

ไม้เถา ล้มลุกเลื้อยพัน ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ความสูงถึงประมาณ 500 เมตร ลักษณะลำต้นมีขนปกคลุมตามลำต้นหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจ
ดอกช่อแบบช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ใบประดับ2ใบขนาดใหญ่เชื่อมกันเป็นรูปเรือ กลีบเลี้ยง5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นกรวย ปลายแยกเป็น5แฉกตื้น สีชมพูแกมม่วง ผลทรงกลมแห้งแล้วแตก

58 ลำโพงขาว/Datura metel

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Datura metel L.
ชื่อพ้อง    
---Datura humilis Desf.
---Datura fastuosa L.
---Datura alba F.Muell.
---Datura fastuosa var. alba Bernh.
---Datura chlorantha Hook.
---Datura metel var. fastuosa (L.) Saff.
---Datura metel var. flaviflora (O.E.Schulz) Moldenke
ชื่อสามัญ    ---Thorn Apple,Hindu Datura, Apple of Peru
ชื่ออื่น    ---มะเขือบ้า ลำโพงดอกขาว
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ปากีสถานและอัฟกานิสถาน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

 

ไม้ ล้มลุกอายุ1-2ปี สูง1-2เมตร เป็นพรรณไม้กลางแจ้งพบขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วทุกภาค กิ่งก้านลำต้นสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ กว้าง8-15ซม.ยาว10-20ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันหยาบๆฐานใบไม่เสมอกัน ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวดอก กลีบดอกสีขาวชั้นเดียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบานออกเป็นรูปแตร  ผลกลม เป็นผลแห้งแตกได้ มีขนหนาคล้ายหนาม
ใบ ดอก เมล็ด ราก ทุกส่วนจะพบอัลคาลอยด์ atropine, hyoscine และ hyoscyamine 0.5% อัลคาลอยด์พวกนี้มีพิษมาก
ขยายพันธุ์ --- ใช้เมล็ด


59 โคกกระออม/Cardiospermum halicacabum

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cardiospermum halicacabum
ชื่อพ้อง    
---Cardiospermum corycodes Kuntze
---Cardiospermum corycodes Kunze
---Cardiospermum glabrum Schumach. & Thonn.
---Cardiospermum inflatum Salisb.
---Cardiospermum luridum Blume
---Cardiospermum moniliferum Sw. ex Steud.
---Cardiospermum pumilum Blume
---Cardiospermum truncatum A.Rich.
---Corindum halicacabum (L.) Medik.
ชื่อสามัญ    ---Balloon vine , Heart pea
ชื่ออื่น    ---ลูบลีบเครือ โพออม วิวี่ เครือผักไล่น้ำ
ชื่อวงศ์    ---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่เป็นวัชพืชไปทั่วโลก


ไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียว มักพบขึ้นตามข้างทางและที่รกร้างทั่วไป ตามริมน้ำ หรือบริเวณที่มีร่มเงา จนถึงระดับความสูงประมาณ 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในประเทศไทยพบแพร่กระจายไปทุกภาค ลักษณะลำต้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ลำต้นเหลี่ยมสีเขียวอ่อนใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ยาว3-7ซม. ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 1-1.5ซม.ยาว4-5ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ มีมือเกาะปลายม้วนงอ กลีบดอกสีขาว ดอกมีขนาดเล็กมาก ผลแห้งแตกได้ รูปทรงกลมแกมสามเหลี่ยม มีเยื่อบางๆสีเขียวหุ้มมิด ลักษณะเป็นถุงลม มีสามสัน แบ่งเป็น3ช่อง เมล็ดรูปทรงกลมสีดำ มีขั้วรูปหัวใจสีขาว
ชาวบ้านเรียกโคกกระออมว่าหญ้าแมลงหวี่ ใช้ต้นพันรอบศีรษะ กลิ่นของหญ้าชนิดนี้สามารถไล่แมลงหวี่ให้หายไปได้
ขยายพันธุ์ --- ใช้เมล็ด


60 เดือยหิน/Coix lachryma – jobi


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Coix lachryma – jobi Linn.
ชื่อสามัญ    ---Job's tears (US), Job's-tears (UK), Adlay, Adlay millet, Coixseed,  Tear grass.
ชื่ออื่น    ---เดือย มะเดือย ลูกเดือย
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า มีอายุเพียงปีเดียว เติบโตได้ดีในดินทุกฃนิดและดินที่มีสภาพเป็นกรด เดือยหินเป็นชนิดลูกเดือยที่พบมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะบนภูเขาสูง ลำต้นไม่สูงมาก เป็นชนิดลูกเดือยที่ไม่นำมารับประทาน เนื่องจากมีแป้งน้อย เปลือก และเนื้อเมล็ดแข็งมาก ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อทำเครื่องประดับ เพราะเปลือกที่มันวาว และมีหลายสี เดือยหินจะแตกหน่อรวมกันจนเป็นกอใหญ่ ใบเรียวยาว ปลายใบแหลม ผิวใบสากมือ
ดอกไม่สมบูรณ์เพศ ออกที่ปลายยอด ผลกลม 3 – 8 ผลต่อต้นรูปทรงคล้ายหยดน้ำ มีเปลือกแข็ง
เมล็ด แก้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้น้ำคั่งในปอด
ราก รสขื่น ชงดื่มขับพยาธิในเด็ก
ระยะออกดอก --- กรกฎาคม-ตุลาคม
ระยะเป็นผล --- กันยายน-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

61 โคกกระสุน/Tribulus terrestris

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tribulus terrestris L.
ชื่อพ้อง    
---Tribulus terrestris var. bicornutus
---Tribulus terrestris var. inermis
---Tribulus terrestris var. robustus
---Tribulus terrestris var. terrestris
ชื่อสามัญ    ---Bullhead,Ground Bur-nut, Small Caltrops, Caltrops
ชื่ออื่น    ---หนามดิน, หนามกระสุน, กาบินหนี
ชื่อวงศ์    ---ZYGOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายในประเทศที่อยู่ในแถบเขตเส้นศูนย์สูตรทั่วไป

 

เป็นพืช ที่ใช้คลุมดินในที่แล้งหรือที่ที่เป็นดินเค็ม ขึ้นได้ดีในที่ที่เป็นดินทรายมีการระบายน้ำดี ในธรรมชาติพบตามริมทาง ที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 200 ม. หนามกระสุนเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นทอดนอนตามพื้นดิน มีขนประปรายตลอดลำต้น ใบใหญ่จะมีใบย่อย 6-8 คู่ ส่วนใบเล็กจะมีใบย่อย 4-5 คู่ ก้านใบสั้น
ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองสด บานตอนเช้าเมื่อแดดจัดจะหุบ ออกตามซอกใบที่มีขนาดเล็ก กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง กลีบดอกบอบบางมาก มักหลุดร่วงง่าย ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อันเมื่อแห้งแล้วแตก ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก
ทั้งต้นใช้ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้อาการหน้ามืดเป็น ยาฝาดสมาน เมื่อมีการอักเสบในช่องปาก
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด


61 ผักกระเฉดโคก/Neptunia javanica

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Neptunia javanica Miq.
ชื่อพ้อง    
---Desmanthus acinaciformis Span.
---Neptunia acinaciformis (Span.) Miq.
---Neptunia acinaciformis Windler
---Neptunia robertsonii Raizada
---Neptunia triquetra
ชื่อสามัญ    ---Water mimosa, Water sensitive plant
ชื่ออื่น    ---ผักกระเฉดบก ผักกระฉูด กาเสดโคก กระเฉดโคก แห้วระบาด
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินโดจีน อินเดีย พม่า ชวา และติมอร์


ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักจะรู้จักกันหรือเรียกกันว่าผักกระฉูด จะพบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามที่รกร้างโล่งแจ้งแห้งแล้งหรือชื้นแฉะ ที่ความสูงไม่เกิน200เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดอ่อนของกระฉูดกินได้เหมือนผักกระเฉดน้ำ ผักกระฉูดจะมีลักษณะลำต้นนั้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 1 เมตร ใบประกอบมี 1-3 ใบ ใบประกอบย่อย มี 7-20 คู่ รูปขอบขนาน ยาว 0.2-0.8 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม มีติ่งที่ปลาย โคนใบตัด เส้นใบไม่ชัดเจนก้านช่อดอกยาว 3-7 ซม. มี 13-15 ดอก สีเหลือง
ผลติดกันเป็นกระจุกเป็นฝัก แบน โค้ง ยาว 3-5 ซม.มี เมล็ด 7-11 เมล็ด
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ดและปักชำลำต้นแก่

62 ชะคราม/Suaeda maritima


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Suaeda maritima (L.) Dumort.
ชื่อพ้อง    
---Chenopodium filiforme Moench
---Chenopodium macrocarpum Desv.
---Chenopodium maritimum L.
---Chenopodium prostratum Schult.
---Schoberia maritima (L.) C. A. Mey.
---Suaeda aestuaria Dumort.
---Suaeda maritima subsp. maritima
---Suaeda maritima subsp. richii (Fernald) Bassett & Crompton
---Suaeda maritima var. macrocarpa (Desv.) Moq.
---Suaeda richii Fernald.
ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Suaeda maritima (L.) Dumort
ชื่อสามัญ    ---Seablite, Herbaceous seepweed,  Annual seablite
ชื่ออื่น    ---ชักคราม, ส่าคราม
ชื่อวงศ์    ---CHENOPODIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตามชายฝั่งทะเล
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทุกประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เมื่ออายุมากลำต้นจะมีเนื้อไม้และพัฒนาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงถึง 1เมตร พบทั่วไปตามพื้นที่ราบดินเลนเค็มจัด พบมากตามชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรสงครามถึงชลบุรี ในฤดูแล้งจะเห็นเป็นหย่อมสีแดงอมม่วง ชะครามมีลักษณะลำต้นเป็นลำต้นเดี่ยว ทรงพุ่มแผ่กระจาย แตกกิ่งต่ำใกล้พื้นดิน และมักมีรากงอกตามข้อด้านล่าง ลำต้นแก่มีผิวหยาบขรุขระ ซึ่งเกิดจากรอยแผลใบ
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเบียดกันแน่น แผ่นใบรูปแถบยาว1-5ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม แผ่นใบเรียบ ปลายใบแหลม เนื้อใบอวบน้ำ ผิวใบเป็นฝ้านวล สีเขียวสดหรือสีเขียวอมม่วง ในฤดูแล้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงอ่อนคล้ายแต้มสี
ดอกแบบช่อเชิงลดไร้ก้านแยกแขนง ออกตามปลายยอด ช่อดอกยาว3-18ซม.ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก แต่ละกระจุกมีดอกย่อย2-5ดอก
ผลแบบผลแห้งไม่แตก ขนาด0.2-0.3ซม.มีเมล็ดรูปไต1เมล็ด
ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมาประกอบอาหาร มักนำใบชะครามมาลวกหรือต้มน้ำก่อน เพื่อลดความเค็มของเกลือ ใบใช้ในการถอนอาการแพ้จากยางต้นไม้
ระยะออกดอกและผล --- เกือบตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

63 ถั่วลิสงนา/Alysicarpus vaginalis

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Alysicarpus vaginalis (L.) DC
ชื่อพ้อง    
---Alysicarpus nummulariifolius (L.) DC.
---Hedysarum nummulariifolium L.
---Hedysarum vaginale L.
---Indigofera nummulariifolia (L.) Livera ex Alston
---Lotus monophyllus Houtt
ชื่อสามัญ    ---Alyce clover, Buffalo clover, Buffalo-bur, One-leaf clover, White moneywort.
ชื่ออื่น    ---หญ้าปล้องหวาย หญ้าเกล็ดหอยใหญ่
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศเขตร้อนจนถึงเขตกึ่งร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่า ลาว ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดเนียเซีย อินเดีย จีนตอนใต้ ออสเตรเลีย ประเทศในทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา


ถั่วลิสงนาเป็นพืชตระกูลถั่ว ชอบขึ้นในสภาพไร่ เหมาะสำหรับใช้ปรับปรุงทุ่งหญ้าจะทำเป็นหญ้าแห้งหรือปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มก็ได้ เนื่องจากรากถั่วลิสงนาสามารถสร้างปมราก ซึ่งไปจับไนโตรเจนในอากาศเพื่อช่วยบำรุงดินได้ ข้อเสียก็คือเป็นวัชพืชที่แพร่ระบาดรุนแรงชนิดหนึ่ง พบระบาดในนาข้าวและแปลงไร่ต่างๆ เนื่องจาก เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมได้ดี ผลิตเมล็ดได้จำนวนมาก อีกทั้งเมล็ดมีความคงทน แม้ในสภาพน้ำท่วมนาน มีอัตราการงอกสูง ทำให้แพร่ระบาดทำลายพืชผลได้กว้าง นอกจากนั้น ยังทนต่อการกำจัดด้วยสารเคมีหลายชนิด การเจริญเติบโตไม่เลือกชนิดและสภาพของดิน จึงพบอยู่ได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
ลักษณะของถั่วลิสงนาลำต้นมีขนสั้นๆปกคลุมเลื้อยแผ่ตามผิวดินยาว 30 – 100 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อกระจะตามปลายยอดมีดอกย่อย 4-12 ดอก ใบกลมแตกออกในด้านตรงกันข้าม ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ผลแก่สีน้ำตาลดำ เมล็ดรูปไตหรือทรงกระบอก ผิวเรียบเป็นมัน
ระยะออกดอก-ติดฝัก --- เดือนกันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

64 บานไม่รู้โรยป่า/Gomphrena celossioides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Gomphrena celossioides Mart.
ชื่อพ้อง    
---Gomphrena alba Peter.      
---Gomphrena globosa L. subsp. africana
ชื่อสามัญ    ---Wild globe everlasting,Gomphrena weed, Prostrate Globe-amaranth, Batchelor's button, Ant seed.
ชื่ออื่น    ---บานไม่รู้โรยป่า
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

 

บานไม่รู้โรยป่า เป็นไม้ล้มลุก  มักพบแพร่กระจายพันธุ์ขึ้นเป็นวัชพืชในพื้นที่เปิดโล่งมีแดดส่องถึง ตามที่รกร้างริมทาง ลำต้นทอดเลื้อย แตกกิ่งก้านมาก ใบออกตรงข้ามรูปรีถึงรูปขอบขนาน ไม่มีก้านใบ ขอบใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งลำต้นและใบ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กซ้อนกันสีขาวขุ่นสรรพคุณอย่างย่อต้นใช้แก้กามโรค หนองใน ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ระดูขาว ใบต้มน้ำผสมสมุนไพรอื่นดื่มแก้เบาหวาน รากแก้โรคทางเดินปัสสาสวะอักเสบ ขับนิ่ว
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


65 ฉัตรพระอินทร์/Leonotis nepetifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Leonotis nepetifolia (L.) R.Br.
ชื่อพ้อง    
---Leonotis nepetaefolia (R.Br.) W.T.Aiton
---Leonotis nepetifolia (L.) W.T.Aiton
---Leonurus globosus Moench
---Leonurus marrubiastrum Lour.
---Leonurus nepetifolius (L.) Mill.
---Phlomis nepetifolia L.
ชื่อสามัญ     ---Lion ‘s ear, Hallow stalk, Klip dagga, Christmas candlestick.
ชื่ออื่น     ---เสกกษัตริย์, นางอั้วโคก, จ่อฟ้า, เทียนป่า, หญ้าเหลี่ยม
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ตอนใต้ของอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ชอบขึ้นในบริเวณที่ชื้นตามป่าละเมาะ และที่ว่างร้างริมทางทั่วไป ลักษณะลำต้นสีเขียวสูงประมาณ 1-2.5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมร่องลึก มีขนละเอียดจำนวนมาก ใบมีสีเขียวเข้ม ก้านใบยาว ใบเดี่ยวออกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกมีสีส้มสดมีดอกย่อยจำนวนมากติดกันอยู่รอบ ๆ ลำต้น เป็นช่อแบบผสม เรียงตัวกันแน่นและมีใบแซมอยู่รอบ ๆ คล้ายฉัตร
ใช้เป็นยาสมุนไพร มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการต้านเชื้อแบคทีเรียและลดความดันโลหิตสูง
ใช้เป็นทั้งยาบำรุงและยาระบาย แก้ปวดตามกระดูกและข้อ แก้ปวดประจำเดือน อาจใช้แล้วเป็นสารเสพติดได้ใบใช้เป็นยาระบาย แก้ซาง แก้ไข้จับสั่นขี้เถ้าจากดอกบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลที่เกิดจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก
แก้คันจากกลากเกลื้อน

66 ครอบจักรวาล/Abution indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Abution indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้อง    
---Sida indica L.
ชื่อสามัญ     ---Chinese Bell Flower, Indian Mellow, Moon Flower
ชื่ออื่น     ---ครอบฟันสี,ครอบตลับ,บอบแปบ, โผงผาง, มะก่องเข้า
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ประเทศในเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ทวีปแอฟริกาและ ทวีปเอเชีย เช่น ประเทศศรีลังกา อินเดีย ไทย เวียดนาม ลาว
พืช ล้มลุกอายุหลายปี พบมากทางภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศสูง0.5-2.5เมตรมีขนสีขาว นวลปกคลุม ใบรูปค่อนข้างกลมขนาดประมาณ 7 ซม. ใบค่อนข้างหนามีขนสีขาวนวล ดอกขนาด 2-3 ซม. สีเหลือง ผลรูปทรงกลมเป็นกลีบๆ
เป็นสมุนไพรที่ใช้ทั้งต้นบำรุงเลือด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร ปัสสาวะขุ่นขัดเจ็บ หูอื้อ หูหนวก คางทูม
ราก แก้ไอแก้ไข้ ฟอกเลือด หูอื้อ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง ริดสีดวงทวาร
ใบตำพอกบ่มฝีใ้สุกและแตกเร็วขึ้น แก้ปวดฟันและเหงือกอักเสบ
เมล็ดใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว

***หมายเหตุ : จากข้อมูลทั่วไปแล้ว Abutilon indicum (L.) Sweet คือชื่อวิทยาศาสตร์ของต้น “ครอบฟันสี” แต่ในหนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย
จะแยกต้นครอบฟันสี ต้นครอบตลับ และต้นครอบจักวาลออกจากกัน โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
---ครอบตลับ Abutilon indicum (L.) Sweet (รูปบนอยู่ในเรื่องนี้)
---ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย) Abutilon sinense Oliv.
---ครอบจักรวาล หรือ ครอบจักรวาฬ (ก่องข้าวหลวง) Abutilon persicum (Burm.f.) Merr. (ชื่อพ้อง--- Abutilon polyandrum (Roxb.) Wight & Arn.)
(จากเว็บไซต์ เมดไทย)
ร้อยอธิบายไม่เท่า1ตาเห็น ไปดูรูปเลย

ครอบตลับ /Abutilon indicum (L.) Sweet

ลักษณะใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนดอกเป็นสีเหลือง

ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย)/ Abutilon sinense Oliv.

ชนิดนี้บริเวณกิ่งและลำต้นจะมีสีเพียงเล็กน้อย ใบเป็นรูปไข่ค่อนข้างกลม ส่วนดอกมีสีส้มหรือสีแสด ซึ่งต่างจากครอบตลับที่มีดอกสีเหลือง

ครอบจักรวาล หรือ ครอบจักรวาฬ (ก่องข้าวหลวง) / Abutilon persicum


ลีกษณะใบจะคล้ายกับครอบตลับแต่ใบจะใหญ่และบางกว่า ดอกสีเหลือง


67 เล็บเหยี่ยว/Ziziphus oenoplia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ziziphus oenoplia (L.) Mill.
ชื่อพ้อง    ---Rhamnus oenoplia L.
ชื่อสามัญ    ---Jackal Jujube, Small-fruited Jujube, Wild Jujube
ชื่ออื่น    ---เล็บแมว,  พุทราขอ, เล็ดเยี่ยว, เล็บเหยี่ยว (ภาคกลาง),มะตันขอ,หนามเล็บเหยี่ยว
ชื่อวงศ์    ---RHAMNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อนุทวีปอินเดียไปทางใต้ของประเทศจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงทางเหนือของประเทศออสเตรเลีย

เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย พบทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดจัด ลักษณะใบกลมรีคล้ายใบพุทรา มีหนามงองุ้มแหลมตามกิ่ง มีผลออกตามกิ่ง ลักษณะกลม เล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ5-10มิลลิเมตร ผลดิบสีเขียว ผลห่ามสีน้ำตาล ผลสุกสีดำ รสหวานอมเปรี้ยว แต่บางต้นก็หวานอร่อย  ผล มีเนื้อติดกับเปลือก ด้านในเป็นเมล็ด หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด นิยมกินทั้งเนื้อทั้งเมล็ด
สรรพคุณ ลูกสุก รสหวานอมเปรี้ยว กินสด แก้เสมหะ แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ
ระยะออกดอก --- เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ระยะติดผล --- เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เพาะเมล็ด


68 หนามวัวซัง/Capparis sepiaria


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Capparis sepiaria L.
ชื่อพ้อง    
---Capparis affinis Merr.
---Capparis emarginata Presl
---Capparis flexicaulis Hance
---Capparis glauca Wall.
---Capparis incanescens DC.
---Capparis retusella Thw.
---Capparis sepiaria var. retusella Thw.
---Capparis trichopetala Valeton
---Capparis umbellata R. Br. ex DC.
ชื่อสามัญ    ---Wild Orange, Bumble, Hedge Caper, Wild Caper Bush
ชื่ออื่น    ---วัวซัง, หางนกกะลิง, หางนกกี้,หนามเล็บแมว,หนามเกี่ยวไก่, ผีไหว้คาด
ชื่อวงศ์    ---CAPPARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกา


ไม้ พุ่มสูง2-4เมตร รอเลื้อย พบทั่วไปตามป่าละเมาะและภูเขาหินปูน ที่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 700 ม. ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามลำต้นมีหนามยาวแหลมโค้งกลับ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนและปลายใบมน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกสีขาวออกเป็นช่อแบบกึ่งช่อซี่ร่ม ออกที่ปลายยอดและซอกใบดอกย่อยมี 9-17 ดอก กลีบเลี้ยง 4 กลีบเรียงเป็น2ชั้น กลีบดอก 4กลีบรูปขอบขนานสีขาว หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลสดทรงกลม ผิวขรุขระสีเขียว เมื่อแก่สีม่วงดำ เมล็ดมี 1 เมล็ด
สรรพตุณทางสมุนไพร ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับน้ำเหลืองเสีย ราก  แก้ร้อนใน  กระหายน้ำ  แก้ไข้ ดับพิษร้อน
ยาพื้นบ้านใช้ลำต้นผสมลำต้นหรือรากลำเจียกและเปลือกต้นชะเอมไทย ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน
ออกดอกและติดผล --- เดือนธันวาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

69 หนามพุงดอ/Actegeton sarmentosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Azima sarmentosa (Blume) Benth & Hook.f.                                                        ชื่อพ้อง    ---Actegeton sarmentosa Blume
ชื่อสามัญ    ---
ชื่ออื่น    ---ขี้แฮด ขี้แรด ปิ๊ดเต๊าะ พุงดอ หนามรอบข้อ หมีเหม็น
ชื่อวงศ์    ---SALVADORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย,กัมพูชา, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์และเวียดนาม
ไม้เถาเนื้อแข็ง  พบตามริมน้ำ ที่ลุ่มชื้นแฉะ โดยเฉพาะนํ้ากร่อย และแนวป่าละเมาะชายทะเลทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้าม ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว 5-7ซม.เนื้อใบหนา สีเขียวสดเป็นมันเมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นน้ำมัน ตัวใบมีรูปร่างหลายแบบ ที่โคนใบมีหนามแหลมเรียวยาว 2 อัน ถูกตำแล้วจะเจ็บมาก
ดอกออกเป็นช่อ อาจยาวถึง 25 ซม.ดอกสมบูรณ์เพศและดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้นแตกเรียงกันหลายชั้น ดอกเล็ก สีเหลืองอมเขียว ดอกเพศผู้เกือบไร้ก้าน ออกหนาแน่น กลีบเลี้ยงเป็นแฉก กลีบดอกยาวกว่าเล็กน้อย เกสรเพศผู้ยื่นเลยกลีบดอก ดอกเพศเมียเล็กกว่าดอกเพศผู้เล็กน้อย เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันสั้นกว่ากลีบดอก
 ผลกลมสีเขียวมีเนื้อขนาด0.5ซม. รูปทรงกลม ปลายผลมีติ่งเกสรเมียติดอยู่ เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นใส ภายในมีเมล็ด 2 - 3 เมล็ด
สรรพคุณ ทางเป็นยา ราก  ถอนพิษ แก้ไข้ ใช้ภายนอกใช้ฝนทาแก้พิษฝี แก้ฟกบวม ใช้ฝนกับสุรา ทาแก้คางทูม
ออกดอกและผล ---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


70 ปอลมปม/Thespesia lampas

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Thespesia lampas (Cav.) Dalzell & A. Gibson
ชิ่อพ้อง    ---Hibiscus lampas Cav.
ชื่อสามัญ    ---Common Mallow
ชื่ออื่น    ---ปอเอี้ยว, ลมปม, ปอกะเจา, คว้ายกวาง
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย เนปาล พม่า ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี
 ไม้พุ่มสูงได้ประมาณ 0.5-3 เมตร ประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักขึ้นตามชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสน จนถึงระดับความสูง 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ลักษณะต้น แตกกิ่งก้านต่ำใกล้กับพื้นดินลำต้นและกิ่งก้านมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับแผ่กว้างหรือรูปคล้ายสามเหลี่ยม กว้าง 8-12 ซม. ยาว 13-16 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าตื้น ดอก สีเหลืองสด  ผล รูปไข่ป้อม มีสัน 5 สัน ผลแก่แล้วแตก ตามรอยสัน เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ระยะออกดอก --- เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

71 ปอบิด/Helicteres isora


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Helicteres isora Linn
ชื่อพ้อง    
---Helicteres brevior Mill.
---Helicteres chrysocalyx Miq. ex Mast.
---Helicteres grewiifolia DC.
---Helicteres macrophylla Wight ex Wight & Arn.
---Helicteres roxburghii G. Don
---Isora corylifolia Schott & Endl.
ชื่อสามัญ    ---East Indian Screw Tree, Deer’s Horn
ชื่ออื่น    ---ปอกะบิด,ปอทับ, ปอลิงไซ, ปอปิด, มะปิด, ขี้อ้นใหญ่
ชื่อวงศ์    ---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ไทย จีนตอนใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ไม้พุ่มขนาดเล็กเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง พบตามป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรังและที่รกร้างทั่วไป ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร ในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ต้นปอบิดจะ จะมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร เปลือกของลำต้นมียางเหนียว และทุกส่วนของลำต้น จะมีขนขึ้นทั่วไป หลังใบและใต้ท้องใบจะมีขนขึ้นประปราย
ดอกเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก ลักษณะของดอกกลีบมีสีส้ม หรือสีอิฐ ขนาดของดอกยาวประมาณ 2 ซม. ดอกจะออกระหว่างบริเวณต้นกับใบ
ผล มีลักษณะเป็นรูปฝัก บิดเหมือนเชือกควั่น มีขนาดยาวประมาณ 1-1.5 นิ้วผลเมื่อแก่เต็มที่มีเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ และผลนั้นก็จะแตกอ้าออก
เปลือกลำต้นและกิ่ง ให้เส้นใยใช้ทำเชือก กระสอบ กระดาษ ต้นสามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้
ขยายพันธุ์ : ต้องผสมเกสรเพื่อให้ได้ฝักและเมล็ด
ระยะออกดอก-ติดผล : ตลอดปี

72 สาบเสือ/Chromolaena odorata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.
ชื่อพ้อง    
---Chrysocoma maculata Vell.
---Chrysocoma maculata Vell. Conc.
---Chrysocoma volubilis Vell. Conc.
---Eupatorium brachiatum Sw. ex Wikstr.
---Eupatorium clematitis DC.
---Eupatorium conyzoides Mill.
---Eupatorium dichotomum Sch.Bip.
---Eupatorium divergens Less.
---Eupatorium floribundum Kunth
---Eupatorium graciliflorum DC.
---Eupatorium klattii Millsp.
---Eupatorium odoratum L.
---Eupatorium sabeanum Buckley
---Eupatorium stigmatosum Meyen & Walp.
---Osmia atriplicifolia (Vahl) Sch.Bip.
---Osmia clematitis (DC.) Sch.Bip.
---Osmia divergens (Less.) Sch.Bip.
---Osmia floribunda (Kunth) Sch.Bip.
---Osmia graciliflora (DC.) Sch.Bip.
---Osmia graciliflorum (DC.) Sch.Bip.
---Osmia odorata (L.) Sch.Bip.
ชื่อสามัญ    ---Siam weed, Christmas bush, Devil weed, Camfhur grass, Common floss flower.
ชื่ออื่น    ---หญ้าเสือหมอบ บ้านร้าง หมาหลง ฝรั่งรุกที่ หญ้าพระสิริไอยสวรรค์
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---รัฐฟลอริดา และ เท็กซัส ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ระบาดทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป

ไม้ ล้มลุก อายุปีเดียว เจริญเติบโตรวดเร็วในทุกสภาพดินไม่ว่าชื้นหรือแห้ง จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงที่ขึ้นแพร่กระจายในไร่ในสวนแหล่งปลูกพืชยืนต้น ตามที่ว่างรกร้างทั่วไป ลักษณะลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสูงถึง1.5เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนอยู่มีขนและมีกลิ่นสาบใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูป ไข่ ผิวใบมีขน  ขอบใบหยักฟันเลื่อย ขนาดของใบ กว้าง2-6.5ซม.ยาว5.5-11ซม.ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งกลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ดอกย่อย10-35ดอก ผลแห้งไม่แตกลักษณะเป็นเส้นยาวแบนมีขน
สรรพคุณทางยา ต้นเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ดูดหนอง
ใบหรือดอกขยี้ปิดแผลหรือใช้คั้นน้ำทาห้ามเลือด  หรือบดผสมปูนแดงกับเกลือก็ช่วยห้ามเลือดสมานแผลได้ดี  รากผสมรากมะนาวและย่านางต้มน้ำดื่มแก้ไข้ป่า
ทั้งต้นมีกลิ่นแรงใช้เป็นยาแก้บาดทะยัก ฆ่าแมลง ถ้าใช้น้อยเป็นน้ำหอมได้
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

73สาบหมา/Ageratina adenophora


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ageratina adenophora (Spreng.) King & H.Rob
ชื่อพ้อง    ----Basionym: Eupatorium adenophorum Spreng.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---สาบหมา สากหมา
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
 ต้นสาบหมาเริ่มระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทยจากประเทศพม่าและทางตอนใต้ของจีน เนื่องจากเป็นพืชที่เจริญได้ดีในที่โล่งแดดจัด  ระดับสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป
จากสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคเหนือจะพบระบาดมากจนเป็นปัญหาหนัก  และสาบหมา ยังเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ หลายพื้นที่  
ด้วยว่าเป็นชนิดพันธ์ต่างถิ่น แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และบ่อยครั้งเป็นพืชมีพิษอันตราย โดยต้นไม้ชนิดนี้ เนื่องมาจากมันเป็นพืชที่สามารถปล่อยสารพิษไปทำอันตรายต่อพืชชนิดอื่นๆข้างเคียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
ถ้าไปเกิดอยู่ท่ามกลางพืชเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดความสูญเสียต่อผลผลิตอย่างมาก
 ลักษณะของต้นสาบหมา เป็นไม้ ล้มลุกสูง 0.30-1.5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านสีม่วงแดงถึงม่วงดำ มีขนสากมือ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก  เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นสาบฉุนคล้ายสาบเสือ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อกระจุกกลมรวมกันคล้ายซี่ร่ม สีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้งไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก ชาวไทใหญ่ใช้ใบขยี้ห้ามเลือด รากต้มรักษาโรคกระเพาะ และตำรับไทยเป็นสมุนไพรใช้แก้ไข้ทับระดู ใช้ใบตำ หรือเคี้ยวพอกแผลห้ามเลือด หรือทาแก้ปวดเมื่อย เห็นไหม ว่ายังไงในความร้ายก็ยังมีความดีอยู่
นอกจากนั้นสาบหมายังเป็นพืชที่มี สารออกฤทธิ์ ที่สกัดด้วยเมทานอลจากใบยับยั้งการงอกและการเจริญของไมยราบเครือ โสนขน ผักโขมหนาม ผักโขมหัด ถั่วผี หญ้าปากควาย หงอนไก่ป่า กะหล่ำปลี คะน้า และข้าวพันธุ์ กข 23 ได้
 ส่วนสารสกัดด้วยเมทานอลจากส่วนเหนือดินยับยั้งการเจริญของผักโขมหนาม ปืนนกไส้ กระดุมใบใหญ่ หงอนไก่ป่า หญ้าขจรจบ โสนขนและหญ้าปากควาย ทีนี้เราก็รู้ว่ามีวัชพืชที่สามารถมาปราบวัชพืชด้วยกันได้ชนิดหนึ่งละ

74 สาบแร้งสาบกา/Ageratum conyzoides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ageratum conyzoides L.
ชื่อพ้อง    
---Ageratum obtusifolium Lam.
---Ageratum conyzoides f. album (Willd.) B.L.Rob.
---Ageratum conyzoides f. conyzoides
---Ageratum conyzoides f. obtusifolia (Lam.) Miq.
---Ageratum conyzoides var. hirtum (Lam.) DC.
---Ageratum conyzoides var. inaequipaleaceum Hieron.
---Ageratum conyzoides var. obtusifolium (Lam.) DC.
---Ageratum conyzoides var. pilosum Blume
---Cacalia mentrasto Vell. Conc
---many more
ชื่อสามัญ    ---Billygoat-weed, Chick weed, Goatweed, Whiteweed
ชื่ออื่น    ---ตับเสือเล็ก, หญ้าสาบแร้ง, เทียนแม่ฮาง
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    --อเมริกากลางและอเมริกาใต้ -บราซิล แคริเบียน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เป็นวัชพืชในเขตร้อน
วัชพืชล้มลุกอายุปีเดียว สูง 0.5-1 เมตร พบตามที่รกร้าง ริมถนนหนทางทั่วไป มัก งอกรากที่โคนต้น ลำต้นมีขนปกคลุมมาก ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ โคนใบรูปหัวใจกลมมนหรือแหลม ปลายใบค่อนข้างแหลม มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบหยักห่าง ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง  ดอกขนาดเล็กสีขาวหรือม่วงอ่อน ลักษณะคล้ายสาบเสือแต่ดอกเล็กและกลีบสั้นกว่า ทุกส่วนของต้นขยี้ดมมีกลิ่นเหม็น
ใช้เป็น สมุนไพร ใบใช้แก้ไข้หวัด เจ็บคอปวดบวมตามข้อ  หรือต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาลาเรีย รากตำคั้นน้ำดื่มแก้บิด ท้องเสีย ใบตำพอกรักษา แผลสด แผลถลอก ห้ามเลือด
 แก้อาการอักเสบจากพิษงู ตะขาบ แมงป่องหรือแมลง ยาพื้นบ้านใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ขับระดู ขับเสมหะ ขับลม แก้บิด ใบ คั้นน้ำดื่ม ช่วยให้อาเจียน ตำพอกแก้คัน หยอดตาแก้เจ็บ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

75 แมงลักคา/Hypis suaveolens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hypis suaveolens (Linn.) Poit.
ชื่อพ้อง    
---Ballota suaveolens L.
---Bystropogon graveolens Blume.
---Bystropogon suaveolens (L.) L'Hér.
---Gnoteris cordata Raf.
---Gnoteris villosa Raf.
---Hyptis congesta Leonard.
---Hyptis ebracteata R.Br. [Illegitimate]
---Hyptis graveolens Schrank.
---Hyptis plumieri Poit.
---Marrubium indicum Blanco.
---Mesosphaerum suaveolens (L.) Kuntze.
---Schaueria graveolens (Blume) Hassk.
---Schaueria suaveolens (L.) Hassk.
ชื่อสามัญ    ---Wild spikenard, Bush mint, Pignut, Chan, American mint. Horehound, Stinking Roger.
ชื่ออื่น    ---การา,กระเพราผี,แมงลักป่า,อีตู่ป่า
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง-เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ปาปัวนิกินี

 

ไม้ล้มลุกอายุหลายปี พบได้ตามที่รกร้าง ตามที่แห้ง เปิดโล่ง ริมถนน ริมน้ำ และตามป่าละเมาะทั่วไป ลักษณะของแมงลักคาลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้านมีขนเหนียวติดมือ มีกลิ่นหอมจัด สูงได้ประมาณ 0.50 -1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่ ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ขอบใบหยักย่นเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบช่อละ4ดอก กลีบดอกสีม่วงโคนกลีบสีขาวผลแห้งไม่แตก
ใช้กิ่งและใบทุบวางในเล้าไก่ไล่ ไรไก่
แมงลักคาเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดแมลง
ระยะออกดอกติดผล --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

 76 ขยุ้มตีนหมา/Ipomoea pes-tigridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea pes-tigridis Linn.
ชื่อพ้อง    
---Neorthosis tigrina Rafin.
---Ipomoea tigripes Stokes
---Ipomoea tigrina Pers.
---Ipomoea pes-tigridis f. africana Hallier
---Ipomoea hepaticifolia L.
---Ipomoea capitellata Choisy
---Convolvulus pestigridis (L.) Spreng.
---Convolvulus hepaticifolius Spreng.
---Convolvulus capitellatus Buch.-Ham. ex Wall.
---Convolvulus bryoniifolius Sims
---Convolvulus bryoniifolius Salisb.
---Convolvuloides palmata Moench
ชื่อสามัญ    ---Indian marsh fleabane,Tiger-foot morning Glory
ชื่ออื่น    ---เพา ละบูลู (มลายู-ยะลา)ผักบุ้งเล ( พังงา ),เถาสายทองลอย(สิงห์บุรี)
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกาเขตร้อนและเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เกือบทั่วโลก โดยพบในแถบเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
 ไม้ล้มลุก อายุ 1 ปี ลำต้นเล็กเรียว ไม่มีมือเกาะ ชอบเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือเลื้อยพาดพัน มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นพรรณไม้ที่พบขึ้นอยู่ตามบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป ในนาข้าว ริมถนนหนทาง และตามดินทรายใกล้ทะเล ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตร ความยาวเถาประมาณ 0.5-3 ม. ปกคลุมด้วยขนแข็งสีขาว ใบกว้างประมาณ 2.5-10 ซม. และยาวประมาณ 3-7.5 ซม. เป็นแฉกมี 7-9 แฉก จักลึกไปถึงโคนใบ ก้านใบเล็กและเรียวยาว
ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบมีประมาณ 2-3 ดอกสีขาว ก้านช่อดอกมีขนยาวประมาณ 2-18 ซม. ส่วนใบประดับนั้นเป็นรูปหอกแกมขอบขนาน กลีบรองกลีบดอกยาวประมาณ 8-12 มม. กลีบดอก เชื่อมติดกันเป็นรูปปากแตร
ผลแห้งสีน้ำตาลรูปไข่ผิวเกลี้ยง เมล็ดมีขนสีเทากระจาย
บอกสรรพคุณเลยตรงนี้เลย ทั้งต้น ใช้ทำเป็นยาระงับพิษสุนัขบ้า หรือตำให้ละเอียดผสมกับเนย ใช้ปิดหัวฝีไม่ให้แพร่กระจาย ราก ใช้เป็นยารุ รักษาโรคไอเป็นเลือด เมล็ด ใช้รักษาโรคท้องมาน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

77 กระถิน/Leucaena leucocephala


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit.
ชื่อพ้อง    
---Basionym: Mimosa leucocephala Lam.
---Acacia frondosa Willd.
---Acacia glauca Willd.
---Acacia leucocephala (Lam.) Link
---Leucaena glabra Benth.
---Leucaena glauca Benth.
---Mimosa leucocephala Lam.
ชื่อสามัญ    ---Lead Tree, Tender tops
ชื่ออื่น    ---ผักก้านถิน กะเส็ดโคก กะเส็ดบก สะตอเบา
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อนและในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก พบขึ้นเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่ป่าถูกทำลาย ตั้งแต่ความแห้งแล้งสูงจนถึงพื้นที่ชุ่มชื้น พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูงจนถึง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล กระถินถูกจัดเป็นพืชรุกรานร้ายแรงชนิดหนึ่งมีขนาดความสูงของต้นประมาณ 3-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่หรือกลม เปลือกต้นมีสีเทา และมีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป ใบ ประกอบแบบขนนกสองชั้น ท้องใบมีนวล
ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอกออกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามง่ามใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อยผล เป็นฝัก ฝักออกเป็นช่อแบนยาวประมาณ 4-5 นิ้วฟุต เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือในดินเหนียวอุ้มน้ำได้ดี
มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื่องจากต้นกระถินเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายจึงพบได้ทั่วทุกหัวระแหง จัดเป็นพืชทั่ไม่ค่อยมีใครต้องการน่าจะได้ เห็นถมที่ถางไร่ทีไรไถกระถินทิ้งทุกที
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด


78 ชุมเห็ดไทย/Senna tora

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Senna tora (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง    ---Cassia tora L.
ชื่อสามัญ    ---Sicklepod, Foetid Cassia, Sickle senna, Stinking Cassia
ชื่ออื่น    ---ชุมเห็ดควาย,ชุมเห็ดนา,ชุมเห็ดเล็ก,พรมดาน,ลับมือน้อย
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE (FABACEAE)-CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียตนาม อินโดนีเซีย



เป็นวัชพืชในเขตร้อนชื้น ในไทยพบทั่วทุกภาค มักพบขึ้นเองตามริมคลอง ตามที่รกร้าง หรือตามริมทางทั่วไป ชุมเห็ดไทยจัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก สูง0.5-1 เมตร ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาลแดง ไม่มีขนแตกกิ่งเป็นพุ่ม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3 คู่ รูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ
ดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อดอกที่ซอกใบ เป็นกระจุก ดอกเดี่ยวมีก้านช่อดอกออกจากจุดเดียวกัน ช่อดอก  มี 1-3 ดอกต่อช่อ มี 5 กลีบดอก ฐานรอบกลีบดอกสีขาวอมเหลืองมีขนครุยตามขอบ ผลเป็นฝักเล็กแบนยาว เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน สีน้ำตาลแกมเขียว
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

79 ชุมเห็ดเทศ/Cassia alata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cassia alata (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง    
---Cassia alata L.
---Cassia alata var. perennis Pamp.
---Cassia alata var. rumphiana DC.
---Cassia bracteata L.f.
---Cassia herpetica Jacq.
---Cassia rumphiana (DC.) Bojer
---Herpetica alata (L.) Raf.
---Herpetica alata O.F. Cook & G.N. Collins
---Herpetica rumphiana (DC.) J. Presl
ชื่อสามัญ    ---Ringworm Bush
ชื่ออื่น    ---ส้มเห็ด ขี้คาก ลับมืนหลวง หมากกะลิงเทศ
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE (FABACEAE)-CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---หลากหลายพื้นที่ในเขตร้อน


ไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตร ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื้น ไม่ชอบที่ร่ม สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด พรรณไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความเอาใจใส่ ขึ้นเองได้ พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูง จากระดับน้ำทะเลจนถึง 1,500เมตร ชุมเห็ดเทศจะแตกกิ่งขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนกขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม ใบย่อยรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบโคนใบและปลายใบมน  ดอกออกเป็นช่อตั้งขึ้นที่ปลายยอด รูปทรงกระบอกมีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกย่อยสีเหลืองทองใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลืองหุ้มดอกย่อย ผลเป็นฝักมีครีบ4ครีบ เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดแบนรูปสามเหลี่ยม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

80 มะระขี้นก/Momordica charantia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Momordica charantia L.
ชื่อพ้อง    ---Momordica thollonii Cogn.
ชื่อสามัญ    ---Bitter Cucumber, Bitter gourd, Balsam apple, Balsam pear, Bitter balsam apple
ชื่ออื่น    ---ผักเหย ผักไห่ มะร้อยรู มะห่อย มะไห่
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย คาบสมุทรอินโดจีน มาเลเซียและชวา


มะระ ขี้นกหรือผักไห่ พบขึ้นตามป่าของประเทศในเขตร้อน เป็นไม้เถาล้มลุก เนื้ออ่อน ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน เถาหรือลำต้นเป็นเส้นเล็กยาว มีขนนุ่มขึ้นประปรายใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปฝ่ามือ ชนาดกว้าง2.5-10ซม.ยาว3-12ซม.แผ่นใบบางสีเขียวมีขนอ่อน ใบจะมี 1 ใบ เปลี่ยนเป็นมือเกาะดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ มี5-8ดอก สีเหลืองอ่อน กลีบดอกบาง ช้ำง่าย มี 5 กลีบ เกสรด้านในสีหลืองแก่ถึงส้มอ่อน  ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้นผล ขนาดเล็กรูปกระสวยผิวขรุขระ ขนาดกว้าง 2-4ซม.ยาว3-10ซม ผลอ่อนสีเขียว .เมื่อสุกแตกอ้าออกและมีสีเหลืองถึงส้ม เมล็ดรูปไข่แกมรีมีเยื่อหุ้มสีแดงสด
ทุก ส่วนของต้นมีสารโมโนซิดีน(Monocidine) ทำให้มีรสขม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้เป็นเบาหวาน แต่ไม่ควรกินมากเพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำกว่าปกติ
และ ห้ามกินผลสุกของมะระ จะมีความเป็นพิษ เพราะมีซาโปนินมาก จะทำให้อาเจียนและท้องร่วงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  สำหรับหญิงมีครรภ์อ่อนไม่ควรกินมาก อาจทำให้แท้งได้
การแพทย์พื้นบ้านเชื่อว่า มะระขี้นกมีพลังความเย็น ซึ่งมีสรรพคุณขับพิษ ผลมะระขี้นกช่วยฟอกเลือดบำรุงตับ มีผลดีต่อสายตาและผิวหนัง ข่าวว่า สารบางอย่างในมะระขี้นกอาจเป็นยาต้านไวรัส HIV รักษาโรคเอดส์ได้
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

81 ย่านลิเภา/Lygodium flexuosum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lygodium flexuosum (L.) Sw.
ชื่อพ้อง    
---Hydroglossum flexuosum (L.) Willd.   
---Ophioglossum flexuosum L.
---Ramondia flexuosa (L.) Mirb.
ชื่อสามัญ    ---Big Lygodium, Climbing Fern, Darai Paya
ชื่ออื่น    ---เฟิร์นตีนมังกร,หมอยแม่ม่าย กระฉอก ตะเภาขึ้นหน ลิเภาใหญ่ ย่านยายเภา
ชื่อวงศ์    ---LYGODIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย มาเลย์เซีย จีนตอนใต้จนถึงออสเตรเลียเหนือ อินเดียใต้
    เป็นเฟิร์นทอดเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่นยาวได้หลายเมตร ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด พบขึ้นตามป่าทั่วไป ทั่วทุกภาคของประเทศลักษณะลำต้นเป็นเหง้าสั้นมีขนสีน้ำตาลเข้มหนาแน่น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-6 มิลลิเมตร ไม่มีเกล็ด ลำต้นเมื่อแก่จะมีสีดำและเป็นมัน ใบ ประกอบสามชั้น ก้านใบเรียวเล็กคล้ายเส้นลวด ยาวมาก บางครั้งยาวถึง 5 เมตร
การขยายพันธุ์ ---สปอร์และปักชำ


82 ขี้ไก่ย่าน/Mikania cordata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mikania cordata (Burm.f.) B.L.Rob
ชื่อพ้อง    ---Eupatorium cordatum Burm. f.
ชื่อสามัญ    ---Mile-a-minute, African mile a minute
ชื่ออื่น    ---ขี้เหล็กย่าน
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตอบอุ่นของ ทวีปอเมริกาเหนือ และ ใต้ หมู่เกาะแคริบเบียน เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

 

ไม้ล้มลุกเลื้อย ขึ้นเป็นพุ่มพันกันยุ่งขึ้นคลุมพืชอื่นค่อนข้างแน่น ลำต้นมีความยาวได้ประมาณ 7 เมตร มีขนเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มเล็กน้อย มักขึ้นตามชายป่า ตามสองข้างทาง และตามบริเวณป่านุ่น จัดเป็นวัชพืชที่เจริญได้ดีในเขตร้อน
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบค่อนข้างจักเป็นซี่ฟันหยาบ ๆ ผิวใบค่อนข้างเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มกระจายทั้งสองด้าน ด้านล่างมีต่อมเล็กน้อย ก้านใบเรียวเล็ก ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ริ้วประดับบาง ค่อนข้างจะโปร่งใส กลีบดอกเป็นสีขาวแกมเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก
ผลเป็นรูปขอบขนานแคบ มีต่อมรยางค์แข็งจำนวนมาก ผลอ่อนเป็นสีขาว ถ้าแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลเข้ม
ใบใช้ตำพอกตามบาดแผลหรือแผลบวม และรักษาโรคหิด


ตรงนี้ขอนำรูปที่ถ่ายมาจากสวนสิรีรุกขชาติมาให้ดูเป็นงานที่นำมาใช้เป็นซุ้มแสดงพืชพรรณในส่วนโซนไม้เลื้อย
สวยงามไม่เบาแต่ถ้าจะนำมาใช้ในงานแลนด์สเคป หรือจัดสวน ไม้เถาล้มลุกบางชนิดที่มีอายุสั้นอาจต้องทำใจกับความสวยที่อยู่ได้แค่ฤดูเดียว
ออกดอก---ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

83 ตำยาน/Zygostelma benthamii

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Zygostelma benthamii Baill.
ชื่อพ้อง    ---Zygostelma benthami.
ชื่อสามัญ    ---
ชื่ออื่น    ---อบเชยเถา, เครือเขาใหม่ , เชือกเถา , อบเชยป่า , กำยานเครือ , จั่นดิน, ตำยานตัวผู้
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้เลื้อย อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารใต้ดิน ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว ใบรูปใบหอกยาว ปลายแหลม ออกตรงข้ามกัน...ช่อดอกสีชมพูขลิบขาว ออกที่ซอกใบ มีกลีบดอกห้ากลีบ
ตำยานมีสองชนิด ตำยานตัวผู้ ตำยานตัวเมีย ตำยานเป็นสมุนไพรในอดีต ตำรายาโบราณไทย ลาว พม่า เขมร ถือเป็นยาชูกำลังชั้นหนึ่ง ใช้ เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ทำให้จิตใจชุ่มชื่น กระปรี้กระเปร่า ที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง  ใช้ตำยานมาต้มรวมกันแล้วกิน หรือใช้รวมกับเครือหมาน้อย หมอน้อย ย่านาง ตะไคร้บ้าน ตะไคร้น้ำ
       ถ้าไม่ใช้วิธีต้ม จะใช้ฝนกิน... ก็ได้ แก้ท้องผูก แก้ริดสีดวง ได้ชะงัด

84 เครือซุด/Secamone villosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Secamone villosa Blume
ชื่อพ้อง    ---Toxocarpus villosus (Blume) Decne
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---เครือซุด เครือมะแตก  เถาวัลย์แดง
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์    --- อินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน จีนตอนใต้ และชวา

 

ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2-4 เมตร ชอบขึ้นปกคลุมต้นไม้อื่น ในประเทศไทยส่วนมากพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ลักษณะของลำต้นเลื้อยพันไม่มีมือจับ มียางขาวทุกส่วนของลำต้น เถาอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น เถาแก่แตกเป็นร่องเหนียวมาก นำมาใช้ทำเครื่องจักสานหรือใช้แทนเชือกได้ เใบเดี่ยวรูปไข่ออกเรียงสลับกันปลายใบแหลม มีติ่งหนามเล็กๆ แผ่นใบขนาดกว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 5-8 ซม.ดอกออกเป็นช่อกระจุกซ้อนขนาดใหญ่ ดอกย่อย 1-1.5ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองสด ออกที่ซอกใบและปลายยอด  
ผลเป็นฝักเดี่ยวหรือเป็นคู่ กางออก รูปทรงกระบอก ยาว 8-18 ซม เมื่อแก่จะแห้งแล้วแตกแนวเดียว มีเมล็ดแบนจำนวนมากมีขนปลิวไปตามลม

85 เถาวัลย์เปรียง/Derris scandens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Derris scandens (Roxb.) Benth.
ชื่อพ้อง    
---Dalbergia scandens Roxb.
---Dalbergia timoriensis DC.
---Deguelia timoriensis (DC.) Taub.
ชื่อสามัญ    ---Jewel Vine, Hog Creeper, Malay Jewelvine
ชื่ออื่น    ---เครือตาปา , เครือเขาหนัง
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน อนุทวีปอินเดีย คาบสมุทรอินโด จีน ตอนเหนือออสเตรเลีย

 

ไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ ชอบขึ้นตามป่าดิบแล้ง หัวไร่ปลายนา ขึ้นง่าย มักขึ้นเองตามชายป่า และที่โล่งทั่ว ๆ ไป  ชอบอากาศเย็นแต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่แล้งจะออกดอกดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้นเป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุดในประเทศไทย พบขึ้นอยู่ทุกจังหวัด ลักษณะเนื้อไม้ในเถานั้นจะเป็นวง  คล้ายเถาคันแดง ใบหนาและแข็ง เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อย 4-8 ใบ  เป็นรูปรี ปลายใบเป็นรูปหอก โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบเรียบ
ดอกออกเป็นช่อสีขาวห้อยลง กลีบรองดอกสีม่วงดำ ปลายกลีบดอกสีชมพูเรื่อ  ดอกดกมาก และส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ  ผลออกเป็นฝักแบนเล็ก ๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด
ระยะออกดอก --- ช่วงฤดูฝน
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด แยกไหลใต้ดิน


86 ตดหมูตดหมา/Paederia pirifera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Paederia pirifera Hook.f.
ชื่อพ้อง    
---Hondbesseion piliferum (Hook.f.) Kuntze
---Hondbesseion wallichii (Hook.f.) Kuntze
---Paederia kerrii Craib
---Paederia pilifera var. siamensis Craib
---Paederia wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ    ---Sewer Vine
ชื่ออื่น    ---พอทุอี ตดหมูตดหมา กระพังโหม กระพังโหมใหญ่
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ เถาเนื้ออ่อน ขึ้นง่ายตามธรรมชาติ ชอบแสงแดดจัดและดินร่วนซุยมีการระบายน้ำดี พบตามสภาพป่าผลัดใบหรือชายป่าดิบ และป่าที่กำลังคืนสภาพที่ระดับความสูง 400-800 เมตร มีสรรพคุณทางเป็นสมุนไพร ลักษณะ ลำต้นกลมสีเขียวขนาดเล็ก มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่หรือรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง1-2ซม.ยาว 7-12ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบด้านบนมีขน ลำต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเนื่องจากมีสารMethyl mercaptan เมื่อนำมาต้มกลิ่นเหม็นจะหายไป ใช้ทำอาหารได้
ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปแตรกลีบดอกด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงอมแดง ผลรูปกลมรีผิวเกลี้ยง
**มีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ เช่น ชนิดใบใหญ่ ลักษณะของใบจะเป็นรูปไข่ มีขนสั้นขึ้นปกคลุม เรียกว่า “กระพังโหมใหญ่” หรือ "ตดหมู", ชนิดใบเล็ก ลักษณะของใบจะมีลักษณะเป็นรูปเรียวยาวหรือรูปหอก เรียกว่า “กระพังโหมเล็ก” หรือ "ตดหมา", ชนิดใบใหญ่ไม่มียางไม่มีขน มีกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ เรียกว่า “ย่านพาโหม” ส่วนกระพังโหมแท้ ๆ ต้องเป็นชนิดที่เด็ดใบและเถาสด ๆ จะมียางออกมา
ระยะเวลาออกดอก --- ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ ---โดยการเพาะเมล็ด

Paederia linearis Hook. f.

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Paederia linearis Hook. f.
ชื่อพ้อง    
---Hondbesseion lineare (Hook.f.) Ku
ชื่อสามัญ    ---Skunk Vine
ชื่ออื่น    ---พอทุอี ตดหมูตดหมา ตำยานตัวผู้ กระพังโหมตัวเมีย กระพังโหมน้อย
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


87 จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Oxystelma esculentum (L. f.) Sm.
ชื่อพ้อง    
--- Oxystelma wallichii Wight
---Periploca esculenta L.f.
--- Oxystelma secamone (L.) Karst.,
---Sarcostemma secamone (L.) Bennet
---Sarcostemma esculentum (L. f.) R.W. Holm
ชื่อสามัญ    ---Rosy Milkweed
ชื่ออื่น    ---ผักไหม เครือไส้ปลาไหล จมูกปลาไหลดง ผักจมูกปลาหลด ตะมูกปลาหลด
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย

 

ต้นนี้มีรูปเยอะหน่อย เจอข้างทางเหมือนกัน นานๆจะเจอในธรรมชาติเสียที มีเท่าไหร่เลยใส่หมด
ไม้ เลื้อยพัน ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปดาบ ขนาดของใบกว้าง1-1.5ซม. ยาว8-13ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดประมาณ 1.5ซม. กลีบดอกด้านในสีชมพูเข้มสีมีลายเส้นสีม่วง และจุดประสีน้ำตาล ด้านนอกสีขาว  ผลรูปไข่เมื่อแก่จะแตกออกข้างเดียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดสีน้ำตาลปลายเมล็ดจะมีขนสีขาวติดอยู่เป็นกระจุก
ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดจัด ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคไตได้อีก
ขยายพันธุ์ --- ด้วยการเพาะเมล็ด


88 ฝอยทอง/Cuscuta chinensis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cuscuta chinensis LAMK.
ชื่อพ้อง    
---Cuscuta chinensis var. carinata (R. Br.) Engelm.
---Grammica chinensis (Lam.) Hadač & Chrtek
ชื่อสามัญ    ---Cuscuta seed, Chinese Dodder seed,Love vine, Devil's-hair, Beggarweed, Devil's Guts, Dodder Of Thyme, Hellweed
ชื่ออื่น    ---เครือเขาคำ เครือเขาคา สายไหม ผักไหม
ชื่อวงศ์    ---CUSCUTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศจีน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ยุโรป เอเซีย แอฟริกาใต้

 

เหมือนยกขบวนไม้ข้างทางมาเลย ได้รูปมาเต็ม
ฝอยทอง เป็น พืชล้มลุก เจริญเติบโตอยู่บนต้นไม้อื่น ดูดอาหาร จากต้นไม้ที่เกาะอาศัยอยู่ ลำต้นกลม เป็นเถาเลื้อยยาวและอ่อนนุ่ม สีเหลืองทอง แตกกิ่งก้านมาก ใบมีลักษณะ เป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยม เล็กๆ ออกจากลำต้น โดยออกเรียงสลับ ใบเป็นสีเหลืองเหมือนสีของลำต้น
ดอก มีขนาดเล็กมาก ออก เป็นช่อสีขาว มีดอกย่อยจำนวนมาก ลักษณะ ดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ ปลายกลีบรูปกลมมนผลรูปกลม ขนาดเล็ก ออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และการแตกหน่อ
เป็นผักธรรมชาติที่รับ ประทานได้ ที่ชาวบ้านเอามาวางเป็นกองๆหรือใส่กระทงขาย เห็นเป็นเส้นๆเหลืองๆยาวๆ นั่นละ ฝอยทอง
การขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ดและการแตกหน่อ


89 กระทกรก/Passiflora foetida

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Passiflora foetida Linn.
ชื่อพ้อง    ---Passiflora foetida var. hispida Killipillip
ชื่อสามัญ    ---Running Pop, Fetid passionflower, Scarletfruit passionflower, Stinking passionflower, Love-in-a-mist, Wild water melon.
ชื่ออื่น    ---กระโปรงทอง เถาเงาะ ผ้าขี้ริ้วห่อทอง รกช้าง
ชื่อวงศ์    ---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก , อเมริกากลาง และ ทวีปอเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ภูมิภาค เขตร้อน ทั่วโลก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ฮาวาย

 

กระทกรกเป็นไม้เถาขนาดเล็กแต่เหนียว อายุหลายปี อยู่วงศ์เดียวกับเสาวรส PASSIFLORACEAE มีมือเกาะเลื้อยพาดพันได้ไกล3-5เมตร มักขึ้นเองไม่ต้องปลูก ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว ใบเดี่ยวออกสลับตามข้อ โคนก้านใบมีเส้นยาวขดเป็นวงเกลียว สำหรับยึดเกาะพยุง ใบรูปเหลี่ยม ริมวกหยักเว้าเข้าข้างในข้างละ1หยัก ขนาดใบ5-7.5 ซ.ม ดอกเดี่ยวกลีบซ้อนกัน2ชั้นผลสีเขียวเมื่อสุกสีเหลืองกินได้ ทั้งผลอ่อนผลแก่
คนไทยเรียกกันไว้หลายชื่อ เช่น ชาวเมืองอุทัย-ชัยนาทเรียก"เถาสิงโต"
ชาว อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชรเรียก "สลกบาตร" ชื่อนี้คงคุ้นๆสำหรับเราอยู่บ้างเพราะเวลาเรา ขึ้นเหนือจะต้องผ่านด่านนี้ที่อำเภอ ขาณุวรลักษ์บุรี จังหวัดกำแพงเพชร ทีนี้ คงจะเดากันได้แล้วสิว่าชื่อตำบลสลกบาตรนั้นคำว่า"สลกบาตร"หมายถึงอะไร แต่ก่อนคงมีกระทกรกขึ้นเต็ม
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

90 ถั่วกรามช้าง/Lablab purpureus

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lablab purpureus (L.) Sweet
ชื่อพ้อง    
---Dolichos lablab L.
---Dolichos purpureus L.
---Lablab niger Medikus
---Lablab lablab (L.) Lyons
---Lablab vulgaris (L.) Savi
---Vigna aristata Piper
ชื่อสามัญ    ---Hyacinth bean, Lablab-bean Tonga bean, Papaya bean, Poor man bean, Butter bean, Bonavista bean
ชื่ออื่น    ---ถั่วแปบ ถั่วแปบช้าง ถั่วนาง
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย-อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
 ไม้เลื้อยลำต้นกลมบิดมีขนสูงประมาณ1.5-3เมตร ในประเทศไทยพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณชื้น ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบใบย่อย3ใบ ก้านใบยาวประมาณ 10 ซม. ส่วนโคนบวม ใบบนมีขนาดใหญ่สุด รูปไข่กว้าง ขนาด 10-15ซม.ยาว 15-20ซม. ปลายใบแหลม 2ใบล่างรูปไข่เบี้ยว ขนาดกว้าง 8-12ซม.ยาว12-18ซม.  มีขนนุ่มปกคลุม ดอกมี 2 ชนิดคือ ชนิดดอกสีขาว และชนิดดอกสีม่วงดอกออกเป็นช่อตั้ง ก้านช่อดอกยาว 20-50ซม.ดอกย่อยเป็นแบบดอกถั่ว ขนาด 5ซม. กลีบตั้งมีแถบสีขาวตรงกลาง กลีบรองดอกเป็นถ้วยสีเทา เกสรผู้อยู่รวมเป็นกลุ่ม
ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกแกมแบน ปลายแหลม มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ขนาดกว้าง 1-2ซม. ยาว 4-8ซม.
ผลและใบอ่อนรับประทานเป็นผักสดได้
ระยะเวลาออกดอก --- เดือนกรกฏาคม-เดือนพฤศจิกายน
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด


91 ถั่วลาย/Centrosema pubescens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Centrosema pubescens Benth.
ชื่อพ้อง    ---Centrosema schiedeanum (Schltdl.) R.J. Williams & R.J. Clem.
ชื่อสามัญ    ---Butterfly pea
ชื่ออื่น    ---ถั่วสะแดด
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ในอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และหมู่เกาะคาริเบียน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศเขตร้อนชื้น รวมถึงประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย
พืชล้มลุกอายุฤดูเดียว ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินในที่โล่งแจ้ง ป้องก้นวัชพืชขึ้นโดยถั่วลายจะเลื้อยพันต้นวัชพืชทำให้วัชพืช ชะงักการเจริญเติบโตและช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ลักษณะลำต้นเป็นเถากลมเนื้ออ่อนมีข้อ สีเขียวเข้มปนน้ำตาลมีขนสั้น ๆ สีน้ำตาลแดงปกคลุม เลื้อยยาวได้ไกล 0.50-1.50เมตร ใบย่อยมี3ใบ รูปไข่สีเขียว  ใบกลางใหญ่สุด ใบค่อนข้างหยาบ หน้าใบและหลังใบมีขนละเอียดจำนวนมาก ดอกคล้ายดอกอัญชันสีม่วงอ่อน
การขยายพันธุ์ ---เมล็ด

92 ถั่วผี/Macroptilium lathyroides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Macroptilium lathyroides (L.) Urb.
ชื่อพัอง    
---Macroptilium lathyroides (L.) Urb. var. semierectum (L.) Urb.
---Phaseolus lathyroides L.
ชื่อสามัญ    ---Pea Bean,Phasey Bean,Scarlet Bean,Wild bean, Wild bush bean, One-leaf clover
ชื่ออื่น    ---ถั่วผี
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก หมู่เกาะแคริเบียน  อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 

พืชล้มลุกอายุฤดูเดียว  พบขึ้นอยู่ทั่วไปในพื้นที่ รกร้าง ว่างเปล่า ริมคูน้ำ คันนา ขึ้นได้ดีในดินที่ เป็นดินเหนียว ดินเหนียวปนลูกรังและดินร่วนปนเหนียว เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับ โค กระบือปลูกเพื่อปรับปรุงดินและคลุมดินในสวนผลไม้ เพราะพืชวงศ์ถั่วสามารถตรึงไนโตรเจนในดินได้ และพื้นที่ ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 31 เมตร ถั่วผีเป็นไม้พุ่มเล็กต้นเป็นกอตั้งตรง ปลายยอดทอดอ่อนเล็กน้อย สูงประมาณ100-130ซ.ม.ลำต้นเหนียวและกลวงสีเขียวเข้ม ผิวลำต้นเป็นเส้นตามยาวมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ลูบจะสากมือ ใบมี 3 ใบย่อย มีก้าน สีใบเขียวเข้ม หน้าใบมีขนสั้นๆ หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นกว่าหน้าใบ ขอบใบหยักแบบขนครุย ผิวใบค่อนข้างนุ่ม ออกดอก ช่วงเดือนเมษายน - ดอกเดี่ยวรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีแดงเลือดหมู ฝักรูปกลมมีรอยคอดตื้นๆ ในหนึ่งฝักมี 3-12 เมล็ด เมล็ดรูปทรงกระบอกปลายตัดสีน้ำตาลดำ ฝักแก่แตกเป็นสองซีก
ระยะออกดอก --- ช่วงเดือนเมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด


93 ถั่วผีเลื้อย/Phaseolus atropurreus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Phaseolus atropurreus Moc. Et Sessa ex DC.
ชื่อพ้อง    
---Phaseolus atropurpureus DC. in DC.
---Phaseolus dysophyllus Benth.
ชื่อสามัญ    --Siratro
ชื่ออื่น    ---ถั่วผีเลิ้อย
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ไม้ล้มลุกอยู่หลายปี พบตามที่ลุ่มหรือพื้นที่แห้งริมทาง ทุ่งหญ้าทั่วไป เป็นวัชพืชหรือปลูกเพื่อคลุมดินสามารถปรับปรุงดิน เพราะพืชวงศ์ถั่วสามารถตรึงไนโตรเจนได้ เลื้อยพันไปตามพื้นดินยาวได้1-2เมตร ลำต้นกลมสีเขียวมีขน  ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปหอก ดอกช่อแบบติดดอกสลับ ก้านดอกสั้น ดอกแดงปนม่วง ฝักรูปทรงกระบอก ภายในมีเมล็ด 18-30 เมล็ด แตกได้
ระยะออกดอก ---ช่วงเดือนเมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

94 มะแว้งต้น/Solanum indicum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Solanum indicum Linn.
ชื่อพ้อง    
---Solanum anguivi Lam. var. multiflora
---Solanum distichum Schum. & Thonn.
---Solanum ferox auct. plur. non L
---Solanum lasiocarpum Dunal
---Solanum violaceum Ortega ssp. Multiflorum
ชื่อสามัญ    ---Brinjal, Brihati, Poison berry, Indian Nightshade, African eggplant, Tomato bush.
ชื่ออื่น    ---มะแคว้ง มะแคว้งขม มะแว้ง แว้ง
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของทวีปเอเชียซึ่งรวมทั้งประเทศไทยและอินเดีย

 

ไม้พุ่มขนาดกลางสามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการแสงแดดมากน้ำมากความชื้นปานกลาง สามารถพบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ต้นมีความสูงประมาณ 100-150 ซม. ลำต้นแข็งแตกกิ่งก้านมีขนสั้นๆ ปกคลุมทั่วไปและมีหนามแหลมกระจายอยู่ทั่วต้น ใบเดี่ยวออกสลับ ก้านใบยาว ใบแผ่กว้าง ขอบใบหยักเว้าเข้าหาเส้นกลางใบมีขนสั้นๆ ทั่วไปที่ผิวใบทั้งสองด้านและก้านใบ ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีม่วงอ่อนมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง
ผลเดี่ยวรูปร่างกลมมี 2 ชนิด คือผลอ่อนสีเขียวอ่อนและชนิดผลอ่อนสีขาวผิวเรียบไม่มีลายผลทั้ง 2 ชนิด เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมส้ม
มะแว้งต้นเป็นส่วนผสมหลัก ยาประสะมะแว้ง ขององค์การเภสัชกรรมผลิตขึ้นตามตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

95 มะแว้งเครือ/Solanum trilobatum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Solanum trilobatum L.
ชื่อพ้อง    
---Solanum canaranum Miq.
---Solanum griffithii (C.B.Clarke) Kuntze
---Solanum hainanense Hance
---Solanum maingayi Kuntze
---Solanum miyakojimense T.Yamaz. & Takushi
---Solanum procumbens Lour.
---Solanum sarmentosum Nees
ชื่อสามัญ    ---Plate brush,egg plant
ชื่ออื่น    ---แขว้งเควีย
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – อินเดียพม่าไทยเวียดนามมาเลเซีย

 

 ไม้เถาขนาดเล็ก ลำต้นกลมเป็นเถา เลื้อยสีเขียวเป็นมัน มีหนามทุกส่วนตามกิ่งก้าน ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ กว้าง4-5ซม.ยาว5-8ซม.มีหนามตามเส้นกลางใบ ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลเป็นผลสด ผลกลมเป็นพวง ผลดิบสีเขียวมีลายตามยาวสีขาว ผลสุกสีแดง
มะแว้งเครือเป็นส่วนผสมหลักในยาประสะมะแว้งเช่นกัน ผลสดรับประทานเป็นยาแก้ไข้กัดเสมหะ แก้ไอ และกระทุ้งพิษไข้ให้ลดลง  ขับปัสสาวะ
ตำรา ยาไทยใช้ผลแก่สด รสขมขื่นเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

96 ผักบุ้งรั้ว/Ipomoea mauritiana


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea mauritiana Jacq.
ชื่อพ้อง    
---Ipomoea digitata auct.
---Ipomoea insignis Ker Gawl.
ชื่อสามัญ    ---Railway Creeper,Giant potato
ชื่ออื่น    ---บ้องเลน ,มันหมู,มันจรเข้
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทั่วไป
เขตการกระจายพันธุ์    ---ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และหมู่เกาะแปซิฟิก

 

พบ ได้ทุกภาคในประเทศไทย สมชื่อเพราะรูปนี้ถ่ายตามข้างทาง เป็นไม้เลื้อยล้มลุก ขึ้นอยู่ตามป่าชายหาด ทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง โล่งแจ้ง ผักบุ้งรั้วเจริญเติบโตเร็ว โดยเลื้อยคลุมไม้อื่น หรือทอดเลื้อยตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลถึง10เมตร ทอดยาวไปเรื่อย มีหัวอยู่ใต้ดินมียางสีขาว ลำต้นกลวงเป็นข้อ ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือมี5แฉก ใบสีเขียวอมแดงดอกออกตามซอกใบเป็นช่อ ช่อละ1-3ดอก เห็นแต่ดอกก็ต้องบอกว่าเหมือนดอกผักบุ้ง สีม่วง เพียงแต่ใบไม่เหมือนกัน  ขึ้นได้ดีในดินทั่วไปท่ามกลางแสงแดดจัด
ปัจจุบัน นิยมนำผักบุ้งรั้วมาปลูกประดับเป็นไม้เลื้อยสวยงาม แต่ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้รก นับเป็นพืชดอกสวยงามที่สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วชนิดหนึ่ง
ระยะออกดอก --- ตลอดปี แต่ดกมากช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
การขยายพันธุ์ ---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


97 ผักกาดน้ำ/Plantago major


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Plantago major L.
ชื่อพ้อง Has54sysnonyms    
---Plantago halophila Bickn.   
---Plantago major subsp. intermedia (DC.) Arcang.
---Plantago major var. intermedia (DC.) Pilger      
---Plantago major var. pachyphylla Pilger      
---Plantago major var. pilgeri Domin     
---Plantago major var. scopulorum Fries & Broberg
---many more
ชื่อสามัญ    ---Common Plantain, Plantains, Fleaworts, Broadleaf plantain, White man's foot, Greater plantain
ชื่ออื่น    ---หญ้าเอ็นยืด,หญ้าเอ็นหยืด, ผักกาดน้้ำไทย, ผักกาดน้ำใหญ่
ชื่อวงศ์    ---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปยุโรป ตอนเหนือและตอนกลางของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลก รวมทั้ง อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกา และ ยุโรป
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กเนื้ออ่อน อายุหลายปี มักขึ้นตามทุ่งหญ้า พื้นที่โล่งแจ้งที่มีความชุ่มชื้น พืชชนิดนี้เป็นไม้กลางแจ้ง ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค ลักษณะ ต้นสูงประมาณ 30-50ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดินรากสั้น แตกแขนงเป็นฝอยมาก ใบเดี่ยวออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง1 2-16 ซ.ม ยาว 20-30 ซ.ม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ดอกช่อ แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้งแตกได้
 ขยายพันธุ์ ---โดยใช้เมล็ด


98 ผักกาดนา/Blumea napifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Blumea napifolia DC.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     -----
ชื่ออื่น     ---กะเม็งหอม, ผักจ้ำป่า, หนาดน้อย
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อนุทวีปอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 เป็น วัชพืชขนาดเล็ก ล้มลุก โตเร็ว อายุปีเดียว พบได้ตามริมทาง ที่รกร้างทั่วไป ในประเทศไทยพบมากทางภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอิสาน ลักษณะของผักกาดนา ต้นลูงประมาณ30-70 ซ.ม ใบเป็น ใบเดี่ยว ขอบใบเว้า ใบกว้างประมาณ 5-10 ซม. หลังใบนูนระหว่างเส้นใย ดอกสีเหลือง เป็นช่อชูตั้ง ออกดอกฤดูแล้ง เมล็ดแก่จะมีขนสีขาวเป็นพู่กลม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

99 ไมยราบ/Mimosa pudica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mimosa pudica L.
ชื่อพ้อง    
---Eburnax pudica (L.) Raf.
---Mimosa hispidula Kunth
ชื่อสามัญ    ---Sensitive plant, Sleeping grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าต่อหยุบ กะหงับ  หงับพระพาย หญ้าจิยอบ
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นผอมเรียว แตกกิ่งก้านสาขามาก แผ่ทอดไปตามพื้นดินแต่อาจสูงได้ถึง1เมตร มีหนามตามลำต้นประปรายจนถึงหนาแน่น ลำต้นอาจยาวได้ถึง 1.5 เมตร ใบประกอบเหมือนขนนก 2 ชั้น ดอกช่อกระจุกแน่น สีชมพู ออกที่ง่ามใบ ผลเป็นฝักแบน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ไมยราบเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถพิเศษ โดยสามารถหุบใบในตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน หรือเมื่อถูกสัมผัส
หมอยาพื้นบ้านนิยมนำไมยราบมาใช้รักษาแผล ทั้งแผลสด แผลเรื้อรัง แผลพุพอง ฝี หนอง ผดผื่นคัน ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว แก้ไตพิการ
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

100 ไมยราบเลื้อย/Mimosa diplotricha

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Mimosa diplotricha C. Wright ex Sauvalle
ชื่อพ้อง    
---Mimosa invisa Mart. ex Colla
---Mimosa invisa Mart. ex Colla forma inermis Adelb.
---Mimosa invisa Mart. ex Colla var. inermis (Adelb.) Verdc.
ชื่อสามัญ     ---Giant false sensitive plant, Nila grass,Creeping sensitive plant, Tropical blackberry
ชื่ออื่น     ---ไมยรายขาว ไมยราบเถา เขี้ยวงู
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของ ทวีปอเมริกาใต้ และ อเมริกากลาง รวมถึงบางส่วนของ ทะเลแคริบเบียน
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซามัว ฟิจิ กวม นิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน ปาปัว นิวกินี

 

ไม้ล้มลุกทอดเลื้อย อายุหลายปีเป็นวัชพืชร้ายแรง พบทั่วไปตามที่รกร้างหรือที่เปิดโล่ง ที่ระดับ ความสูงได้ถึง 1,200 เมตร ลำต้นสี่เหลี่ยม มีหนาม แหลมและมีขนสากปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก ดอก สีม่วงแดงแกมชมพู ออกเป็นช่อกลมที่ซอกใบ มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน โค้งเล็กน้อย ผลแก่สีน้ำตาลอ่อน มี 3-6 เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือน ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด


101 ไมยราบยักษ์/Mimosa pigra

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mimosa pigra L.
ชื่อพ้อง    
---Mimosa asperata L.
---Mimosa berlandieri A.Gray ex Torr.
---Mimosa brasiliensis Niederl.
---Mimosa canescens Willd.
---Mimosa ciliata Willd.
---Mimosa hispida Willd.
---Mimosa pellita Humb. & Bonpl. ex Willd.
---Mimosa polyacantha Willd.
ชื่อสามัญ    ---Cat claw mimosa, Giant sensitive plant, Giant mimosa
ชื่ออื่น    ---ไมยราบต้น ไมยราบหลวง ไมยราบน้ำ จียอบหลวง
ชื่อวงศ์    ---MIMOSACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลางและทางตอนเหนือในแถบประเทศโคลัมเบียและเวเนซุเอลา
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่กระจายลงมายังทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา จนถึงทวีปเอเชีย

 

เป็นพืชตระกูลถั่ว และเป็นไม้ยืนต้น ถูกจัดเป็นวัชพืชต่างถิ่นประเภทรุกรานที่มีความรุนแรง เนื่องจากสามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และมีความทนต่อสภาพน้ำท่วม และแห้งแล้งได้ดี มีลำต้นสูงได้มากกว่า 3 เมตร เปลือกลำต้นอ่อนมีสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาล ทั้งลำต้น และกิ่งมีหนามแหลม ส่วนเนื้อไม้มีลักษณะแข็ง และเหนียว ใบประกอบแบบขนนก มีขนสีเหลืองอ่อนปกคลุมห่างๆ ใบไมยราบยักษ์มีความไวต่อสิ่งเร้า เมื่อถูกกระทบใบจะหุบเข้า บริเวณก้านใบ และแกนใบมีหนามแหลม ผลไมยราบยักษ์มีลักษณะเป็นฝัก ออกเป็นกลุ่มประมาณ 5-13 ฝัก มีขนหยาบ และยาวปกคลุม
ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ เมล็ดมีลักษณะกลม สีน้ำตาล ประโยชน์จากไมยราบยักษ์ช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยตรึงไนโตรเจน และช่วยบำรุงดิน

102 ผกากรองป่า/Lantana urticoides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lantana urticoides Hayek.
ชื่อพ้อง    
---Lantana hispida
---Lantana horrida Kunth
---Lantana notha Moldenke
---Lantana scorta
---Lantana urticoides var. hispidula
ชื่อสามัญ    ---Shrub verbena , Hedge Flower, West Indian shrubverbena,Texas lantana, Calico bush.     
ชื่ออื่น    ---เปญจมาศป่า สาบแร้ง
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ภูมิภาค เขตร้อน ของ อเมริกา และ แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้ แอฟริกาใต้ และ ออสเตรเลีย
ไม้พุ่มอายุหลายปีพบได้ตามทุ่งหญ้าทั่วไป มักอยู่เป็นพุ่มเตี้ย คอยขยายเผ่าพันธุ์และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่เติบโตอยู่ เพราะต้นผกากรองป่ามีการสร้างสารยับยั้งการเจริญต่อพืชชนิดอื่น และมีความแข็งแรงทนทานมาก ทนความแห้งแล้ง ทนไฟป่า สามารถขึ้นและขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพธรรมชาติจึงเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วประเทศ  ในไทยพบประปรายตามป่าเบญจพรรณและเขาหินปูนที่เปิดโล่ง ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,000 เมตร ลักษณะต้นสูงได้ประมาณ1- 2 ม. ลำต้นเป็นเหลี่ยมมน เกลี้ยงหรือมีขนแข็งสั้นๆ ใบเรียงรอบข้อหรือเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-10 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมน แผ่นใบด้านล่างมีขนหนาแน่น ช่อดอกออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อกระจุกแน่น กลีบดอกมี 4 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน กลีบเกือบกลมผลอ่อนสีเขียวแก่สีดำ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

103 ชิงช้าชาลี/Tinospora baenzigeri


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tinospora baenzigeri Forman
ชื่อสามัญ    ---Heart-leaved Moonseed, Gulancha Tinospora
ชื่ออื่น    ---จุ่งจะลิงตัวแม่
ชื่อวงศ์    ---MENISPERMACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---พืชพื้นเมืองในเขตร้อนของ อินเดีย พม่า ศรีลังกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีนตอนใต้ อัสสัม พม่า กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย

 

พืช ชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยยืนต้น ส่วนใหญ่จะเห็นลำต้นพาดหรือพันอยู่กับต้นไม้ กำแพงและเสาต่างๆพบตามที่รกร้างทั่วไป เป็นไม้เนื้ออ่อนแต่เหนียวมากใช้แทนเชือกได้ ลำต้นหรือที่เรียกว่าเถา มีลักษณะกลมโตเปลือกขรุขระมีตาแตกเป็นจุดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนประอยู่ตลอดเถา  ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร เนื้อใบบาง หลังใบและท้องใบเรียบ ด้านหลังใบใกล้กับโคนใบมีปุ่มเล็กๆ 2 ปุ่มอยู่บนเส้นใบ
ดอก ของชิงช้าชาลีมีขนาดเล็กมากไม่มีกลีบดอก  ดอกมีสีเหลืองอ่อนเป็นดอกฝอยๆ และมีกลิ่นหอมมาก เวลามีดอก ลำต้นจะสลัดใบทิ้งหมดเถา เพื่อต้อนรับดอกอ่อนที่เกิดขึ้น ส่วนผลเป็นผลสดรูปค่อนข้างกลมสีเหลือง
ระยะออกดอก --- เดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

104 เทียนชะมด/Abelmoschus moschatus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Abelmoschus moschatus Medik.
ชื่อพ้อง    
---Abelmoschus moschatus var. betulifolius (Mast.) Hochr.
---Hibiscus abelmoschus L.
---Hibiscus abelmoschus var. betulifolius Mast.
---Hibiscus chinensis Roxb
ชื่อสามัญ    
---Musk Mallow, Muskseed, Ornamental OkraAbel Musk, Annual hibiscus, Bamia Moschataชื่ออื่น    ---ชะมดต้น ฝ้ายผี เทียนชะมด
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน พม่า และภูมิภาคอินโดจีน

   

ไม้พุ่มล้มลุกพบทุกภาคของประเทศ ขึ้นตามที่โล่ง ริมลำธาร ชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูง 200-1000 เมตร ลักษณะลำต้นมีความสูงประมาณ 0.60 - 2 ม. ลำต้นเป็นขน
ใบรูปฝ่ามือ ๕-๖ แฉก ขอบหยัก ปลายใบแหลม ผิวใบสาก ก้านใบยาว
ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ กลีบดอกห้ากลีบ สีเหลือง ตรงกลางดอกด้านในมีจุดเป็นวงใหญ่สีเลือดหมู หรือม่วงเข้ม
ฝักหรือผล กลมยาว เป็นเฟืองห้าเฟือง มีขนผลแห้ง แตกได้ เมล็ดมีปุยเหมือนฝ้าย เมล็ดรูปใต มีกลิ่นคล้ายชะมดเช็ด ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอม มีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ และควบคุมฮอร์โมนเพศหญิง
ระยะออกดอก :
ขยายพันธุ์ : เมล็ด

105 บุษบาริมทาง/Tithonia rotundifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tithonia rotundifolia (Mill.) S.F. Blake
ชื่อพ้อง    
---Basionym: Tagetes rotundifolia Mill.
---Helianthus speciosus Hook.
---Tagetes rotundifolius Mill.
---Tithonia speciosa (Hook.) Griseb.
ชื่อสามัญ    ---Red sunflower , Mexican sunflower, Giant Mexican sunflower, Japanese sunflower, Mexican sunflower, Shrub sunflower, Tree marigold.,
ชื่ออื่น    ---บุษบาริมทาง
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเหนือ-เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---เม็กซิโก อเมริกากลาง  หมู่เกาะเวสต์อินดีส แอฟริกา เอเซียเขตร้อน
 ไม้ล้มลุกขนาดใหญ่อายุหลายปี ขึ้นเป็นวัชพืชริมทางตามที่รกร้างทั่วไป โตเร็วชอบแสงแดดจัด ทนแล้งระยะสั้นๆไม่ทนน้ำท่วม สูง 1.5-2 เมตรและบางทีอาจถึง 4เมตร ขึ้นเป็นวัชพืชริมทางขึ้นตามที่รกร้างทั่วไปที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,580 เมตiร ใบรูปไข่หรือรูปหัวใจ ขนาด กว้าง5-20ซม.ยาว10-30ซม.ใบอาจหยักเว้าเป็น3-5แฉก ขอบใบหยักมนหรือจักฟันเลื่อย มีขนสากมือ สีเขียวปนม่วง ดอกเป็นช่อเดี่ยวๆขนาด5-7ซม.ดอกวงนอกรูปรีปลายมนถึงแหลม สีแดงหรือส้มอมแดง มี10-14ดอก ดอกวงในสีเหลืองอัดกันแน่นเป็นช่อกลม เมล็ดอ่อนสีเขียว แก่สีน้ำตาลอาจมีถึง120เมล็ดต่อ1ดอก
ระยะออกดอก ---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด

106 หงอนไก่ไทย/Celosia argentea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Celosia argentea Linn.
ชื่อพ้อง    
---Amaranthus cristatus Noronha
---Amaranthus huttonii H.J.Veitch
---Amaranthus purpureus Nieuwl.
---Amaranthus pyramidalis Noronha
---Celosia aurea T.Moore
---Celosia castrensis L.
---Chamissoa margaritacea (L.) Schouw
---many more
ชื่อสามัญ    ---หงอนไก่ดง ดอกด้าย หงอนไก่ฟ้า
ชื่ออื่น    ---ดอกด้าย, สร้อยไก่, หงอนไก่ดง, หงอนไก่ดอกกลม, หงอนไก่ฝรั่ง, หงอนไก่ฟ้า
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวพบทั่วไปตามริมทาง ชายน้ำ ป่าโปร่ง ต้นสูงได้ประมาณ 30-90 ซม.ลำต้นอวบน้ำตั้งตรงสูง มีร่องตามยาว เปลือกต้นมีสีเขียวถึงม่วงแดง
 ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ แกมขอบขนานหรือรูปเส้นแกมใบหอก โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียว และสีแดงอมม่วง
ดอก ออกเป็นช่อ ตั้งตรงขึ้น ออกบริเวณซอกใบและปลายยอด ช่อดอกรูปทรงกระบอก  ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบดอกสีม่วงอมชมพู ผลแห้งแก่แล้วแตก  รูปไข่ กลมรี มีเมล็ดจำนวนมาก กลมแบน สีดำเป็นมัน
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด  


107 ดอกรัก/Calotropis gigantean

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Calotropis gigantean R.Br.
ชื่อพ้อง    ---Asclepias gigantea L
ชื่อสามัญ    ---Crown Flower, Giant Indian Milkweed
ชื่ออื่น    ---ปอเถื่อน ป่านเถื่อน
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซียและทวีปแอฟริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา อินเดีย จีน ปากีสถาน เนปาล และแอฟริกาเขตร้อน
 ไม้ พุ่มขนาดกลางอายุหลายปี พบทั่วไปเกือบทุกภาคของไทย ขึ้นเองตามที่รกร้างริมถนน ท้องนา ต้นสูงประมาณ1-3เมตร ลำต้นเปราะทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงครงข้าม รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขนาดของใบกว้าง4-15ซม.ยาว8-30ซม. ผิวใบมีนวลสีขาว ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด สีขาว และม่วงอ่อน ระยางค์รูปมงกุฏ ผลเป็นฝักคู่ เมล็ดสีน้ำตาลมีขนสีขาว
ระยะออกดอก :ระยะเวลาเติบโตจนออกดอกประมาณ 8 เดือนและออกดอกเกือบตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด, ปักชำ

108 บัวตอง/Tithonia diversifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray.
ชื่อพ้อง    
---Mirasolia diversifolia Hemsl.
---Helianthus quinquelobus Sessé & Moc.
ชื่อสามัญ    ---Tree marigold, Mexican tournesol, Mexican sunflower, Japanese sunflower
ชื่ออื่น    ---ดาวเรืองญี่ปุ่น. ทานตะวันหนู
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---อเมริกา แอฟริกา เอเซีย หมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย

 

บัวตองเป็นไม้ดอกมีอายุยืนยาวหลายปี ชอบขึ้นในที่ชื้นที่มีอากาศเย็น เป็นพืชบำรุงดิน ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เป็นพืชที่ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้ง สามารถขยายทรงพุ่มให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จะออกดอกสวยงามที่สุดบนยอดดอยที่สูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป ในต่างประเทศเช่น ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย จะพบตามข้างถนนและรบกวนพืชท้องถิ่นได้เป็นวงกว้าง มีการปล่อยสารพิษยับยั้งการเติบโตของพืชต้นอื่น มีอายุยืนยาว ต้นแตกหน่อได้ดี มีเมล็ดที่มีน้ำหนักเบาและผลิตได้จำนวนมาก จึงสามารถแพร่พันธุ์ไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนการรุกรานในประเทศไทย บัวตองเป็นพืชที่มักก่อความเสียหายต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ พบบัวตองระบาดในพื้นที่สูงเกินระดับ 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป พบระบาดมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบาดปานกลางในเชียงใหม่และเชียงราย ระบาดน้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย         หน้าดอกบัวตองบานในช่วงฤดูหนาว เราแห่แหนไปชื่นชมความงาม แต่ในความดีก็มีความร้ายอยู่ เหมือนกัน
ลักษณะของบัวตองต้นสูงได้ถึง 5 เมตร ใบของบัวตองเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมขอบขนาน มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย บริเวณ ปลายใบเว้า มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก
ออกดอกเป็นช่อเดียว บริเวณปลายกิ่ง มีสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวัน แต่มีขนาดเล็กกว่า ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบเรียวมีประมาณ 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้มเป็นดอกสมบูรณ์เพศ
ระยะออกดอก ---เดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์---:ด้วยการเพาะเมล็ด

109 ปอเทือง/Crotalaria juncea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Crotalaria juncea L
ชื่อพ้อง    
---Crotalaria benghalensis Lam.
---Crotalaria fenestrata Sims
---Crotalaria ferestrata Sims
---Crotalaria porrecta Wall.
---Crotalaria sericea Willd.
---Crotalaria tenuifolia Roxb.
---Crotalaria viminea Wall.
ชื่อสามัญ    ---Sunn Hemp ,Indian Hemp ,Brown hemp, Madras hemp
ชื่ออื่น    ---คำบูชา
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ภูฎาน เนปาล เอเซียใต้


พืชตระกูลถั่ว พุ่มสูง  150 – 300  เซนติเมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม ดอกสีเหลือง
ฝักเป็นรูปทรงกระบอก  เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้าตาล  มี 10 -20  เมล็ดต่อฝัก
พืชฤดูเดียวปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หลังจากปอเทืองออกดอกช่วงอายุประมาณ50-60วันก็ไถกลบในขณะที่ความชื้นในดินมีสูงพอสมควร
ระยะออกดอก --- พฤษภาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


110 ปอคัน/Malachra capitata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Malachra capitata (L.) L
ชื่อพ้อง    
---Malachra mexicana Schrad.
---Malachra palmata Moench
---Malachra poeppigii Gürke
---Malachra ruderalis Gürke
---Malachra velutina Triana & Planch.
---Sida capitata L.
---Urena capitata (L.) M.Gómez
ชื่อสามัญ    ---Brazil Jute,Yellow leafbract
ชื่ออื่น    ---ปอขี้ไก่
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ออสเตรเลีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-ทั่วโลก

 

ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2 ม. มีขนรูปดาวและสากคายกระจายทั่วไป หูใบข้างละประมาณ 3 เส้น ใบรูปไข่กว้างหรือเกือบกลม จักเป็นพูตื้น ๆ หรือรูปฝ่ามือ 3, 5 หรือ 7 พู โคนใบเว้าลึก ขอบใบจัก ดอกสีเหลือง มี 5 กลีบ รูปไข่กลับ แฉก ผลแห้งแตก
ขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อน เปลือกใช้ทำเชือก สารสกัดจากรากและใบใช้อาบทำให้ผิวชุ่มชื้น

111 หมามุ่ย/Mucuna pruriens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mucuna pruriens (L. ) DC
ชื่อพ้อง    
--Carpopogon atropurpureum Roxb.
---Carpopogon pruriens (L.) Roxb.
---Dolichos pruriens L.
---Hornera pruriens (L.) Neck.
---Labradia pruriens (L.) Swendiatavr
---Mucuna axillaris Baker
---Mucuna bernieriana Baill.
---Mucuna cochinchinensis (Lour.) A.Chev.
---Mucuna esquirolii H.Lév.
---Mucuna minima Haines
---Mucuna nivea (Roxb.) DC.
---Mucuna prurita (L.) Hook.
---Mucuna prurita Wight
---Negretia pruriens (L.) Oken
---Stizolobium atropurpureum (Roxb.) Kuntze
---Stizolobium axillare (Baker) Piper
---Stizolobium pruriens (L.) Medik.
---Stizolobium pruritum (Wight) Piper
ชื่อสามัญ    ---Velvet bean, Bengal velvet bean, Florida velvet bean, Mauritius velvet bean, Yokohama velvet bean, cowage, cowitch, lacuna bean
ชื่ออื่น    ---บะเหยือง หมาเหยือง
ชื่อวงศ์    --- LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---จีนตอนใต้ อินเดียตะวันออก
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตร้อน


พืชเถาเลื้อยทอดยาว3-10เมตร มีขนจากฝัก  เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้คัน จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองมาก คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดง
ใบหมามุ่ยมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ มีกลิ่นเหม็น ออกเป็นช่อตามง่าม  ผลเป็นฝักโค้ง ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ผิวเปลือกมีขนแข็งสั้นปกคลุม ฝักอ่อนเปลือกมีสีเขียวอ่อน และค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล และสีน้ำตาลอมแดงเมื่อฝักแก่เต็มที่ โดยขนติดกับฝักไปจนถึงระยะฝักแก่ ขนมีลักษณะหลุดร่วงง่ายหากถูกกระทบหรือเสียดสี ฝักแก่นี้เองจะทำให้หมามุ่ยกลายร่างเป็นพืชที่มีพิษ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด(สรรพคุณของเมล็ดหมามุ่ยดูต่อในเรื่องสมุนไพร)
เมื่อสัมผัสกับขนหมามุ่ย ให้รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ


หมามุ้ยมี 2 สายพันธุ์คือ
หมามุ่ยใหญ่ Mucuna monosperma DC. Ex Wight Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
หมามุ่ยลาย Mucuna stenoplax Wilmot-Dear Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบจะเป็นกลุ่มไม้ป่า Mucuna pruriens (L.) DC. Cultivar group Pruriens ซึ่งจะมีขนพิษปกคลุมที่ฝัก ทำให้เกิดอาการคันเมื่อสัมผัส ส่วนกลุ่มที่เป็นไม้ปลูก Mucuna pruriens (L.) DC. Cultivar group Utillis จะไม่มีขนพิษที่ฝัก ไม่มีการปลูกในประเทศไทย
ระยะออกฝัก --- ช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูแล้ง
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด


112 หมามุ่ยช้าง/Mucuna gigantea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mucuna gigantea (Wild.)DC.
ชื่อพ้อง    
---Mucuna gigantea (Willd.) DC. subsp. Gigantean
---Dolichos giganteus Willd
ชื่อสามัญ    ---Deer-eye beans, Donkey-eye beans, Ox-eye beans, Hamburger seed.
ชื่ออื่น    ---สะบ้าลิงลาย, หมามุ่ย                                                                                                      ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---Indo-Malaysia, Australia to the Pacific Islands กระจายพันธุ์ทั่วเอเชียและแปซิฟิก
ไม้เถาไม่มีหนาม ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หินหรือต้นไม้อื่น ยาวถึง80เมตร กิ่งแขนงเรียว ผิวเกลี้ยงสีเทาถึงคล้ำ
ใบ ประกอบแบบขนนกมี3ใบย่อย ก้านช่อใบยาว5-12ซม.ใบย่อยคู่ล่างรูปไข่เยื้องโคนใบไม่สมมาตร แผ่นใบยอดรูปไข่ ขนาดกว้าง4-10ซม.ยาว6-18ซม.ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม
ดอก แบบช่อเชิงลดรูปพัดคล้ายซี่ร่ม ออกตามง่ามใบ ช่อดอกห้อยลงยาว10-30ซม.ดอกย่อยรูปดอกถั่วสีเหลืองหรือเขียวอ่อน  ผล แบบฝักถั่วมีครีบ รูปแถบแบนขนาดกว้าง2-4ซม.ยาว5-12ซม.ขอบฝักเป็นร่องครีบแคบ ผิวฝักมีขนคันสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น หลุดร่วงง่าย เมล็ดแบนสีดำมี1-5เมล็ด
ออกดอกเดือนตุลาคม-ธันวาคม
พบตามพื้นที่รกร้าง ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองและพื้นที่ใกล้ทะเล

113 โสน/Sesbania javanica

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sesbania javanica Miq
ชื่อพ้อง    
---Aeschynomene paludosa Roxb.
---Sesbania aculeata var. paludosa Baker
---Sesbania chochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis Kurz
---Sesbania cochinensis Kurz
---Sesbania paludosa (Roxb.) King
---Sesbania paludosa Prain
---Sesbania roxburghii Merr.
ชื่อสามัญ    ---Hemp Sesbania Flower
ชื่ออื่น    ---โสนหิน,โสนกินดอก,ผักฮองแฮง
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์ ---จากอินเดียไปทางตะวันออกจนถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลียไม้ล้มลุกอายุปีเดียว เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี  พบขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมักพบขึ้นในพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง หรือลำประดง ต้นสูงประมาณ 1-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ เป็นเหลี่ยมหรือมีร่องละเอียดตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้อ่อนและกลวง
ใบประกอบแบบมีใบย่อย10-30คู่ ใบรูปร่างรีกลม ปลายใบมน ใบยาว 1.2-2.5 ซม.กว้าง 2.4 มม. ดอกเป็นช่อ ช่อดอกยาว10ซม.มีดอกย่อย5-12ดอก กลีบดอกสีเหลืองบางครั้งมีจุดกระสีน้ำตาลหรือม่วงอดง กระจายอยู่ทั่วไป
ผลเป็นฝักผอมยาว 18-20 ซม.ฝักอ่อนสีเขียวเมื่อแก่เป็นสีม่วงและน้ำตาล เมล็ดมีหลายเมล็ดเรียงอยู่ในฝัก
ขยายพันธุ์ ---ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

114 โสนหางไก่/Aeschynomene indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Aeschynomene indica L.
ชื่อพ้อง    
---Aeschynomene cachemiriana Cambess.
---Aeschynomene diffusa Klein ex Willd.
---Aeschynomene glaberrima Poir.
---Aeschynomene macropoda DC.
---Aeschynomene Montana Span.
---Aeschynomene oligantha Welw. ex Baker
---Aeschynomene pumila L.
---Aeschynomene punctata Steud.
---Aeschynomene quadrata Schumach. & Thonn.
---Aeschynomene roxburghii Spreng.
---Aeschynomene subviscosa DC.
---Hedysarum alpinum Lour.
---Hedysarum neli-tali Roxb.
---Hedysarum virginicum Lour.
ชื่อสามัญ    ---Indian jointvetch, Sola pith plant
ชื่ออื่น    ---โสนหิน
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนในหลายประเทศทั่วโลก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว พบขึ้นในนาข้าว หรือตามพื้นที่ชื้นแฉะมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย ลักษณะของโสนหางไก่ลำต้น ตั้งตรงสูงได้ถึง1.5เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 20-40 คู่ ใบย่อยรูปไข่ขอบขนาน ขนาดเล็ก โคนใบย่อยขนาดใหญ่กว่าปลายใบย่อย ดอกออกเป็นช่อแบบดอกย่อยเกิดห่างๆกันบนก้านช่อ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากันสีเหลืองครีม ผลเป็นฝักขนาดเล็กรูปทรงกระบอกยาวประมาณ5ซม.กว้าง0.5ซม. เมล็ดสีน้ำตาลทองประมาณ8-10เมล็ด
ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ตามริมคันนา ริมหนองน้ำทั่วไป
ระยะออกดอก --- ปลายเดือนมกราคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

   115 ดาดตะกั่วทุ่ง/Hemigraphis alternata

ชื่อวิทยาศาสตร์     Hemigraphis alternata (Burm. f.) T. Anderson
ชื่อพ้อง   

---Hemigraphis colorata (Blume) Hallier fil.
---Ruellia alternata Burm. f.
ชื่อสามัญ     Red ivy, Red-flame ivy, Waffle plant, Metal-leaf, Metallic plant,
ชื่ออื่น     ดาดตะกั่ว
ชื่อวงศ์    ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    อินโดนีเซีย ชวา
เขตกระจายพันธุ์    เอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


ต้นนี้ก็มักพบให้เห็นตามกระถางต้นไม้หรือในสนามหญ้าอยู่บ่อยๆ หน้าตาคล้ายดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับแต่ปลายใบมนไม่เแหลมและขอบใบไม่หยักเท่า
 เป็นดาดตะกั่วชนิดที่ถือว่าเป็นวัชพืช ไม่ต้องปลูกแต่ขึ้นเองขยายพันธุ์เร็ว กำจัดก็ไม่หมดง่ายๆ ไม่เหมือนดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับที่ต้องนำมาปลูกไม่มีทางขึ้นเอง

มาถึงตรงนี้ยังไม่เห็นหญ้าจริงๆซักต้น
รวบรวม...Tipvipa..V
SUANSAVAROSE
2.16น. -25/8/2016


หญ้าแฝก/Chrysopogon zizanioides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Chrysopogon zizanioides (L.)
ชื่อพ้อง    ---Vetiveria zizanioides (L.) Nash
ชื่อสามัญ    ---Vetiver grass,Sevendara grass, Khuskhus, Cuscus
ชื่ออื่น    ---แกงหอม,แคมหอม
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศในเขตร้อน


พืชที่ มีระบบรากลึกและแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ มีอายุหลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น มีใบเป็นรูปขอบขนานแคบปลายสอบแหลม
หญ้าแฝก (Vetiveria spp.) มีอยู่ในโลกประมาณ 11 ชนิด ในประเทศไทยนักพฤกษศาสตร์ได้ตรวจสอบพบว่ามีอยู่เพียง 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ หญ้าแฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash) และหญ้าแฝกดอน (Vetiveria nemoralis A. Camus) ในธรรมชาติพบว่าหญ้าทั้งสองชนิดมีการกระจายทั่วไป ขึ้นได้ดีในสภาพพื้นที่ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน ในดินสภาพต่าง ๆ จากความสูงใกล้ระดับน้ำทะเล จนถึงระดับประมาณ 800 เมตร
หญ้าแฝกดอน รากไม่มีกลิ่น ใบโค้งงอ สูงประมาณ 100-150 เซนติเมตร
หญ้าแฝกหอม มีรากที่มีกลิ่นหอม ใบยาวตั้งตรง สูงประมาณ 150-200 เซนติเมตร(ตามรูป)
 การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน กักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน และฟื้นฟูทรัพยากรดิน ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม หรือพื้นที่ดินมีปัญหา จึงมีส่วนช่วยฟื้นฟู และปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น
การขยายพันธุ์ --- สามารถขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว โดยการแตกหน่อจากลำต้นใต้ดิน ในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อหญ้าแฝกโน้มลงดินทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝกใหม่ได้

หญ้าเม็กซิกัน/Pennisetum setaceum Cv. Purpureum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pennisetum setaceum ( Forssk. ) Chiov. Cv. Purpureum
ชื่อสามัญ    ---African Fountain Grass, Tender Fountain Grass, Fountain Grass, Purple Fountain Grass, Black grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าแดง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ในทวีปแอฟริกาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
ไม้ ล้มลุก  พุ่มแน่น  สูง  1 - 1.50  เมตร  แผ่กว้าง    ใบเดี่ยว  เรียงเวียนสลับ  รูปแถบ  เรียวยาว  มีขนเล็ก ๆ  ปกคลุมบนแผ่นใบ  ปลายใบลู่ลงพื้น  สีแดงเลือดหมู ช่อดอกสีแดงเรื่อออกที่ปลายยอดชูตั้งขึ้น
จากวัชพืชสู่แลนด์สเคปPennisetum setaceum " Rubrum " (หญ้าน้ำพุสีแดง) สีจะเข้มกว่า สวยกว่าสำหรับนำมาใช้จัดในสวนหินหรือสวนที่ไม่ต้องดูและรักษามาก  หรือจะใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน  ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน  แต่ต้องหมั่นตัดแต่งช่อดอกและใบแห้งออกจากต้นอย่างสม่ำเสมอ  การทำอย่างนี้นอกจากต้นจะไม่โทรมแล้วจะป้องกันเรื่องดอกหญ้าที่แห้งปลิวไป ตามลมด้วย กันข้างบ้านจะบ่นเอาหนาว่าตากผ้าแล้วมีดอกหญ้าไปกวน
ระยะออกดอก --- เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด แยกกอ

หญ้าน้ำพุ/Pennisetum setaceum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pennisetum setaceum (Forssk.) Chiov.
ชื่อสามัญ    ---Crimson fountaingrass, Fountain Grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าน้ำพุ
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ในทวีปแอฟริกาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
หญ้า น้ำพุ เป็นหญ้าอีกชนิดที่นำมาใช้ปลูกประดับสวน สไตล์โมเดิร์นและสวนอังกฤษ ลักษณะต้นที่แตกกอเหมือนน้ำพุ ดอกสีขาวฟูนุ่ม จึงมีชื่อทางการค้า ที่เรียกกันว่า หญ้าน้ำพุ
ระยะออกดอก --- เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด เหง้า แยกกอ


หญ้าแห้วหมู/Cyperus rotundus

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyperus rotundus L.
ชื่อพ้อง    
---Cyperus merkeri C.B.Clarke
---Cyperus nubicus C.B.Clarke
---Cyperus retzii Nees
---Cyperus rotundus L. ssp. taylorii (C.B.Clarke) Kük.
---Cyperus taylorii C.B.Clarke
ชื่อสามัญ    Nut Grass, Nut sedge, Coco-grass, Java grass, Purple nut sedge, Red nut sedge.
ชื่ออื่น    ---หญ้าขนหมู ซาเชา ซัวฉ่าว อินเดียเรียก mutha, musta, mustuka ญี่ปุ่นเรียก ko-bushi
ชื่อวงศ์    ---CYPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้ ตอนกลางของยุโรป และเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ทั่วโลกทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น

ไม้ล้มลุกอยู่ในจำพวกหญ้า อายุหลายปีหรือหลายฤดู เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด ในประเทศไทยพบได้ทั่วประเทศ ที่ ระดับความสูง 0-1100 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล พบขึ้นตามข้างทาง ทุ่งนา ที่รกร้างและสนามหญ้า มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เติบโตออกดอกออกผลได้หลายครั้ง เป็นวัชพืชที่กำจัดยากมาก เนื่องจากมีหัวอยู่ใต้ดินและทนทานต่อสารกำจัดวัชพืช ไม่สามรถกำจัดได้โดยใช้หญ้าคลุม เกิดการแพร่ระบาดและการกระจายอย่างรวดเร็ว จนเรียกได้ว่าเป็นวัชพืชยอดแย่ที่สุดในโลก "the world's worst weed"
แห้วหมู มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ แห้วหมูใหญ่และแห้วหมูเล็ก ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของความสูงของลำต้น แห้วหมูจะมีลำต้นสูงอยู่ประมาณ 20-40 เซนติเมตร ทั้ง2ชนิดจะมีลำต้นอยู่ใต้ดินที่สามารถแพร่ขยายได้เป็นเส้นยาว ที่ปลายสุดมีหัวรูปกลมรีแข็งสีดำ เป็นหัวคล้ายแห้วไทย แตกแขนงลำต้นเป็นเส้นเหนียวแข็ง อยู่ใต้ดินและงอกเป็นหัวใหม่ได้ ใบเดี่ยวจำนวนมากแทงออกจากหัว  รูปรีแกมขอบขนาน เล็กยาวเรียว ปลายแหลมทู่ กลางใบเป็นสันร่อง ผิวใบเกลี้ยงสีเขียวเข้ม โคนใบออกสีแดงเรื่อๆ
 ดอกช่อคล้ายดอกหญ้าสีน้ำตาลแดง ขึ้นจากกลางต้น ช่อหนึ่งมีใบประดับรองรับช่อดอก2-4ใบกางออกอยู่ฐานช่อดอก ดอกย่อยไม่มีก้าน
ผล รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายแหลมสีน้ำตาลหรือดำ หน้าตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม
ขยายพันธุ์ --- โดยใช้หัวหรือลำต้นใต้ดิน

หญ้าคา/Imperata cylindrica

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Imperata cylindrica (L.) Raeusch.
ชื่อพ้อง Has 62 synonyms    
---Imperata arundinacea Cirillo.
---more
ชื่อสามัญ     ---Cogongrass, Alang-Alang, Imperata, Blady grass, Silver spikegrass
ชื่ออื่น     ---หญ้าคา แฝกคา
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ตะวันออกของแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก


วัชพืชใบแคบ อายุหลายปี พบทั่วไปตามแปลงปลูกพืชที่รกร้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถางป่าเพื่อทำไร่และทิ้งไป หรือไร่เลื่อนลอย เป็นวัชพืชร้ายแรงในไม้ผล ชา กาแฟ ปาล์มน้ำมัน และไร่ที่เปิดใหม่ พบทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ลักษณะของหญ้าคา มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสูงประมาณ 1.50 เมตร แผ่นใบแคบยาว ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม ผิวใบเรียบหรือมีขนเล็กน้อยที่บริเวณใกล้ฐานใบ ขอบใบคมคายมือ ช่อดอกเป็นแท่งกลมยาว มีขนฟูสีขาวเงินยวงหรือสีครีม ดอกติดเป็นคู่ ก้านดอกยาวไม่เท่ากัน ดอกรูปร่างคล้ายใบหอก เมล็ดแคบยาว สีน้ำตาล
ยังมีหญ้าคาพันธุ์สีแดงที่นำมาปลูกเป็นไม้ประดับเรียกว่า Japaneese bloodgrass
ระยะออกดอก----ตลอดปี
ขยายพันธุ์----ด้วยเมล็ดและเหง้า

หญ้าดอกแดง/Melinis repens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Melinis repens (Willd.) Zizka
ชื่อพ้อง    
---Melinis repens (Willd.) Zizka subsp. repens
---Rhynchelytrum repens (Willd.) C.E. Hubb.
---Saccharum repens Willd.
ชื่อสามัญ    ---Natal Grass, Natal Redtop, Ruby Grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าดอกแดง หญ้าดอกชมพู
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ตอนใต้ของทวีปแอฟริกา

เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายไปยังทวีปต่างๆ รวมทวีปอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย


ลำต้นตั้งสูง 80-115 ซม.หากดินแน่น ต้นจะเตี้ย ลำต้นมีขนปกคลุม ข้อมีปุยสีน้ำตาลแดงใบเรียวไปที่ปลายใบ  ใบนุ่ม หน้าใบและหลังใบไม่มีขน กาบใบและลำต้นมีขนยาวปกคลุม รอยต่อใบและกาบใบ ลักษณะเป็นแผงขน ออกดอกที่ตาข้างและที่ยอด ช่อดอกยาว 45-50ซม.ดอกมีปุยขนยาวสีขาวแกมแดงถึงม่วงแดงหุ้มอยู่จำนวนมาก เมื่อช่อดอกแก่สีจะจางลงเป็นสีขาวและชมพู
ชอบดินแห้ง พบในพื้นที่รกร้างและพื้นที่เกษตรกรรม แพร่กระจายในสวนสับปะรด และบริเวณปลูกพืชอื่นๆในประเทศไทย
ใช้ เป็นอาหารสัตว์ โค กระบือ โดยปล่อยสัตว์แทะเล็มตามธรรมชาติ
ปลูกเป็นไม้ประดับคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน
ระยะออกดอก --- ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


หญ้าปากควาย/Dactyloctenium aegyptium

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Dactyloctenium aegyptium (L.) P. Beauv.
This name is a synonym of Dactyloctenium aegyptium (L.) Willd.
ชื่อสามัญ    ---Durban Crowfoot, Beach wiregrass, Crowfoot grass, Egyptian Finger Grass, Egyptian grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าสายน้ำผึ้ง,หญ้าตีนตุ๊กแก
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เป็นวัชพืชในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก
 เป็นวัชพืชใบแคบอายุหลายปี ในประเทศไทยพบทุกภาค มักขึ้นตามที่โล่งแจ้ง หรือมีร่มเงาบางส่วน ดินที่มีการระบายน้ำได้ดี เช่น ดินทราย ทนแล้งได้ดี พบที่ระดับความสูง 50-650 เมตร เป็นวัชพืชในพืชไร่ พืชผัก พืชผลยืนต้น และพื้นที่ที่ไม่ได้ทำการเกษตร เช่นที่รกร้างว่างเปล่า สนามหญ้า ไหล่ทาง
ลักษณะหญ้าปากควาย ลำต้นมักแตกใหม่จากข้อที่ติดอยู่กับพื้นดินและมีราก ใบรูปหอก ยาว6-8ซม.ปลายแหลม มีขนเห็นชัด ช่อดอกมีก้านดอกกลมยาว10-20ซม.ปลายก้านดอกมีช่อดอกย่อยแตกออกจากจุดกึ่งกลาง เป็นแฉก3-6ช่อ แต่ละช่อยาว3-4ซม.ดอกย่อยสีขาวแกมเขียว ขนาดเล็ก แบน ออกเรียงติดกัน ผลแบบธัญพืฃ
ในทวีปแอฟริกา พืชชนิดนี้ใช้เป็นพืชอาหารแบบดั้งเดิม โดยมีการใช้เมล็ดของพืชชนิดเป็นอาหารสัตว์ เมื่อเกิดความแห้งแล้งและอดอยาก ในขณะที่ในพื้นที่อื่นๆถือว่าเป็นวัชพืช
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ;โดยการแยกไหล และเมล็ด

หญ้าเจ้าชู้/Chrysopogon aciculatus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Chrysopogon aciculatus (Retz.) Trin.
ชื่อพ้อง
---Basionym: Andropogon aciculatus Retz.
ชื่อสามัญ    ---Love Grass, Golden false beardgrass, Golden beardgrass, Mackie's pest,  Seed grass.
ชื่ออื่น    ---หญ้ากร่อน หญ้าขี้ครอก หญ้านกคุ่ม หญ้ากะเตรย หญ้าขี้เตรย
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน ไทย ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย 

หญ้าอายุหลายปี ทนแล้งได้ดี พบตามเนินเขา หาดทราย ไหล่ทาง พื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมขัง ขึ้นเป็นกอ เหง้าแข็งลำต้นทอดนอนไปตามพื้นดินได้ไกล ตามลำต้นมีกาบใบแก่หุ้มอยู่ ลำต้นตั้งตรง สูง 15–25 เซนติเมตร  โคนมีขน กาบใบ เป็นแผ่นหยาบแข็งมีขนสีขาว ขอบเกลี้ยงแผ่เป็นเยื่อบาง  แผ่นใบ รูปแถบ ปลายใบเรียวแหลม ช่อดอก แบบช่อแยกแขนงกว้าง สีทองหรือสีน้ำตาลเข้ม แขนงช่อดอก เรียวยาวเป็นเส้นแตกจากแกนกลางแบบเวียนรอบข้อหรือเอียงเล็กน้อยรูปกลม เรียวคล้ายเมล็ดข้าว มีหนามแหลม สามารถปักติดเสื้อผ้าและผิวหนังได้ โดยเฉพาะเมื่อติดผิวหนังจะรู้สึกเจ็บแสบและคันยิบ ๆ แกะออกจากเสื้อผ้ายากมาก จึงถูกเรียกชื่อว่า หญ้าเจ้าชู้
หญ้า เจ้าชู้มีเมล็ด ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปได้ โดยมี ลม น้ำ คน และสัตว์เป็นเครื่องช่วยทำให้กระจายไปได้ไกล ๆ และรวดเร็วเช่น เมล็ดวัชพืชอื่นๆ อาจจะติดไปกับเสื้อผ้าซึ้งช่วยในการแพร่พันธุ์ไปได้ในระยะไกล
ออกดอกติดผล : ช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด และ ไหล

หญ้าไซ/Leersia hexandra

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Leersia hexandra Sw.
ชื่อพ้อง    
---Asprella hexandra  (Sw.) P. Beauv.
---Homalocenchrus hexandrus  (Sw.) Kuntze
---Leersia australis  R. Br.
ชื่อสามัญ    ---Southern cutgrass, Swamp Rice grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าทราย
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

เป็นพืชวงศ์หญ้าอายุหลายปีชอบขึ้นตามลำคลองหนองบึงหรือที่ชื้นแฉะริมน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำขังทั่วประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียวทนน้ำท่วมขัง ลักษณะลำต้นเลื้อยทอดขนานไปกับพื้นดินหรือตามริมน้ำ บางทีลำต้นทอดเลื้อยตอนล่างแล้วปลายยอดชูตั้งขึ้น ลำต้นสูงประมาณ30-70ซม.ตรงข้อตอนล่างมีรากแตกยึดพื้นดิน
ใบ แคบเล็กเรียวยาว ขนาดกว้าง3-10มม. ยาว5-15ซม.ระหว่างแผ่นใบและกาบใบมีลิ้นใบลักษณะเป็นเยื่อ บางแข็ง คมและสากคายมาก มีขนแข็งเล็กสากมือขูดผิวหนังทำให้เกิดพิษคัน  เหมือนใบหญ้าคา
ช่อ ดอกแบบช่อดอกรวมยาว5-15ซม. ก้านช่อดอกแตกแขนงเป็นก้านช่อดอกย่อย ช่อดอกย่อยยาว3-5มม.จำนวนมากเรียงสลับกันแน่นที่ช่อดอก แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยเพียง1ดอก ผลเป็นผลแห้งมี1เมล็ด
ระยะออกดอก --- พฤศจิกายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเหง้าและเมล็ด


หญ้ายอนหู/Leptochloa chinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Leptochloa chinensis (L.) Nees
ชื่อพ้อง
---Cynodon virgatus Willd.
---Dinebra chinensis (L.) P.M.Peterson & N.Snow
---Eleusine chinensis F.Muell.
---Leptochloa eragrostoides Steud.
---Leptochloa tetraquetra J.Presl
---Poa chinensis L.
---Poa sessilis Lam.
---Poa sinensis J.F.Gmel.
ชื่อสามัญ    ---Chinese sprangletop, Feather grass, Red sprangletop, Asian sprangletop.
ชื่ออื่น    ---หญ้าเม็ดงา หญ้าดอกขาว หญ้าลิเก หญ้าไม้กวาด หญ้าพระเอก
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย แอฟริกา และโอเชียเนีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี สวาซีแลนด์ แอฟริกาตะวันตก ฟิจิ ซามัว


เป็นหญ้าประเภทอายุปีเดียวขึ้นในพื้นที่ลุ่ม ชื้นแฉะ ทนต่อน้ำท่วมขังหรือแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำไม่ลึกนัก เป็นวัชพืชร้ายแรงชนิดหนึ่งในนาข้าวในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย ลักษณะทรงต้นแบบกอพุ่มตั้งลำต้นส่วนล่างทอดเอนเล็กน้อย แตกรากตามข้อที่แตะดิน ต้นสูง 40-70ซม. ต้นสีเขียว กลม ข้างในกลวง ไม่มีขน ใบแบบรูปใบแถบ โคนใบตัดตรง ปลายใบเรียวสอบ กว้าง 3-10มม.ยาว 15-20 ซม. แผ่นใบเรียบ สีเขียว ผิวใบค่อนข้างสาก ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อยถี่สั้นๆ  ลิ้นใบ เป็นแผ่นเยื่อขอบลุ่ยเป็นเส้นๆ
ดอกแบบช่อดอกรวมสีเขียวอ่อนหรือออกแดง มีดอกย่อย3-7ดอก ดอกแก่สีน้ำตาล ร่วงง่าย ผลแบบผลแห้งมีเมล็ดเดียว
ระยะออกดอก -- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

หญ้าตีนกา/Eleusine indica

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Eleusine indica (L.) Gaertn
ชื่อพ้อง      --
Cynosurus indicus L.
ชื่อสามัญ    ---Goose grass, Indian Goosegrass,Wire grass, Yard grass, Crab Grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าปากคอก,หญ้าฝากควาย
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปแอฟริกาและเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก และแพร่ไปในเขตกึ่งร้อนในอเมริกาเหนือ และแอฟริกา

เป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยวอายุปีเดียว เป็นวัชพืชพบทั่วไปในทุกภาคของประทศไทย เจริญเติบโตได้ทั้งในที่ชุ่มชื้นน้อย พบขึ้นทั่วไปตามพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ไหล่ทาง ที่รกร้างว่างเปล่า โดยเฉพาะในดินที่ไม่มีการไถพรวน ลักษณะลำต้นสั้นตั้งเป็นกอ สูงประมาณ 30-60 ซม. ลำต้นแบนสีขาว ถึง เขียวอ่อน แตกต้นใหม่ที่โคนกอเป็นกอขนาดใหญ่  ใบรูปแถบยาวปลายเรียวแหลม โคนใบมีขนไม่แข็งนัก กาบใบค่อนข้างใหญ่สีเขียวอ่อน - ขาวหุ้มซ้อนทับใบที่เกิดลำดับหลัง ออกดอกที่ปลายยอด ก้านดอกสีเขียวกลมยาว และแตกช่อดอกที่ส่วนปลาย 3 - 8 ช่อ ในแต่ละช่อย่อยมีดอกย่อยจำนวนมาก
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


หญ้าตีนนก/Digitaria ciliaris

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Digitaria ciliaris (Retz.) Koel
ชื่อพ้อง   
---Basionym: Panicum ciliare Retz.
---Digitaria adscendens (Kunth) Henr.    
---Digitaria sanguinalis var. ciliaris (Retz.) Parl.    
---Digitaria sanguinalis var. marginata (Link) Fernald    
---Digitaria sanguinalis var. rhachiseta (Henr.) B. Boivin    
---Panicum adscendens Kunth    
---Panicum ciliare Retz.    
---Syntherisma marginata (Link) Nash
ชื่อสามัญ    ---Henry's crabgrass, Southern crabgrass, Summergrass, Tropical finger grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าปล้องข้าวนก
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

  

เป็นวีชพืชจำพวกหญ้าขึ้นเป็นกอ อายุฤดูเดียว พบขึ้นเป็นวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูกทั้งพืชอายุปีเดียวและพืชยืนต้น มักพบขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า สนามหญ้า ไหล่ทาง เป็นวัชพืชพบทั่วไปในทุกภาคของประทศไทย ลักษณะ ลำต้นส่วนล่างมักทอดเอน ชูส่วนยอด สูง 50 - 60 เซนติเมตร แตกรากและต้นใหม่ตามข้อ กาบใบเป็นสันทำให้ลำต้นแบนโดยเฉพาะที่โคนต้นและต้นอ่อน ใบมีเส้นกลางใบเด่นชัด ขอบใบเรียบ ใบกว้าง 4-7มม. ยาว 11 - 22 ซม. หน้าใบมีขน กระจายตามขอบใบ และโคนใบเล็กน้อย หลังใบไม่มีขน รอยต่อใบและกาบใบมีลิ้นใบ เป็นแผ่นสีน้ำตาลอ่อนปลายลุ่ย สั้นมาก
ช่อดอกยาว 40 – 45 ซม.มี 4 - 7 แขนงแต่ละแขนงยาว 8 – 10ซม. ผลเป็นผลแห้ง มีส่วนของใบประดับนอกและใบประดับในที่แข็งติดอยู่
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


หญ้ารังนก/Chloris barbata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Chloris barbata Sw.
ชื่อพ้อง
---Andropogon barbatus L.
---Chloris barbata Sw.
ชื่อสามัญ    ---Swollen finger grass, Windmill Grass, Giant finger grass, Purpletop chlori
ชื่ออื่น    ---หญ้ารังนก
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศไทย และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่ระบาดทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งร้อน พบแพร่ระบาดในหลายประเทศ


หญ้า อายุปีเดียวขึ้นเป็นกอมักพบในที่รกร้างและริมถนนพบ ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งในที่แจ้งและในร่มเงาเล็กน้อย ในประเทศไทยพบทุกภาค ลักษณะลำต้นทอดไปกับพื้นและยกสูงขึ้นแล้วตั้งตรงได้ประมาณ 30-100 ซ.ม. ที่แตะพื้นจะแตกราก โคนต้นแบน ข้อมีสีม่วง กาบใบเกลี้ยง ยาว 8-10 ซม. แผ่นใบ รูปขอบขนาน ฐานกว้างบริเวณคอใบมีขนสีขาวอ่อนนุ่มคล้ายไหม กว้าง3-5 มม. ยาว 10-35ซม. ท้องใบมีขนคล้ายไหมกระจาย ปลายใบเรียวแหลม ลิ้นใบเป็นแผ่นบาง ออกดอกตรงส่วนปลายของลำต้น ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดแบบช่อกระจะ แตกช่อแขนงย่อยเรียงเป็นรูปนิ้วมือที่ปลายก้านช่อดอก 5-15 ช่อ ช่อดอกย่อยสีม่วงแดง เรียงสลับเป็นสองแถวบนแกนกลางด้านเดียว ช่อดอกยาว 20 - 30 ซม. มี 9-12 แขนง  
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

หญ้าข้าวนก/Echinochloa colona

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Echinochloa colona L.Link
ชื่อพ้อง
---Oplismenus daltoni (Parl.) J. A. Schmidt
---Panicum arabicum Nees ex Steud.
---Panicum colonum L.
---Panicum daltoni Parl.
ชื่อสามัญ    ---Barnyard grass, Barnyard millet ,Chicken panic grass, Cook’s foot baronet, Jungle rice, Birdsrice
ชื่ออื่น    ---หญ้าปล้องนก หญ้านกเขา
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ไม่มีหลักฐานที่ระบุถิ่นกำเนิดที่แน่นอน สันนิษฐานว่าเป็นพืชท้องถิ่นในเอเชียกลางหรือเอเชียตะวันออก บ้างก็ระบุว่ามีแหล่งกำเนิดในยุโรปตะวันออก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา


หญ้าอายุปีเดียว   ชอบขึ้นตามพื้นดินชื้นแฉะหรือมีสภาพน้ำขัง โดยเฉพาะในนาข้าว จนจัดเป็นวัชพืชสำคัญของนาข้าวชนิดหนึ่ง และขึ้นได้ในแหล่งเพาะปลูกทั่วไปแพร่กระจายได้เร็ว ทนต่อดินเค็ม ดินเปรี้ยวได้สูง พบได้ทั่วประเทศไทย  ลักษณะลำต้นเป็นกอตั้งตรง ลำต้นที่เกิดดอกสูงประมาณ30-60ซ.ม. ตรงข้อพองเล็กน้อยและมักมีสีม่วงแดง
ช่อดอกเป็นช่อดอกรวมประกอบด้วยก้านช่อดอกที่แตกแขนงไปประมาณ 3-10แขนง แต่ละแขนงมีช่อดอกย่อยเรียงติดกันตามยาว ช่อดอกย่อยประกอบด้วยดอกย่อยเพียงดอกเดียว ผลเป็นผลแห้ง
ระยะออกดอก --- ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด          


หญ้าพุ่มพวง/Echinochloa crus-galli


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Echinochloa crus-galli (L.) P. Beauv.
ชื่อพ้อง
---Basionym: Panicum crus-galli L.
---Pennisetum crusgalli (L.) Baumg.
ชื่อสามัญ    ---Cockspur, Cockspur grass, Barnyard millet, Japanese millet, Water grass, Barnyard grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าข้าวนกสีชมพู  หญ้าพุ่มพวง หญ้าละมาน
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของ เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา เขตร้อน (ทั่วไปในพื้นที่ชุ่มน้ำชลประทานและที่ราบลุ่มน้ำ)

 

วัชพืชอายุปีเดียว เจริญเติบโตได้ทั้งในที่ชุ่มชื้นมากและที่ชื้นค่อนข้างแห้ง ทั้งที่โล่งแจ้ง และใต้ร่มเงาพืชอื่น มักพบขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า ไหล่ทาง พื้นที่ข้าวนาหว่าน จนถึงพืชไร่   เป็นวัชพืชพบทั่วไปในทุกภาคของประทศไทย ลักษณะหญ้านกสีชมพู ลำต้นตั้ง แตกเป็นกอแผ่กว้าง สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร โคนกาบใบสีม่วงแดง ผิวใบเรียบ ไม่มีลิ้นใบ ดอกออกเป็นช่อ แบบช่อแขนง มี 8-10 แขนง ค่อนข้างแบน และมีขนสากคาย
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


หญ้าบุ้ง,หญ้าสอนกระจับ/Cenchrus echinatus

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cenchrus echinatus Linn.
ชื่อสามัญ    ---Burgrass, Hedgehog grass, Southern sandbur
ชื่ออื่น    ---หญ้าบุ้ง, หญ้าขี้ครอก, หญ้าสอนกระจับ, หญ้าสนกระจับ
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---พืชท้องถิ่นในทวีปอเมริกาใต้ อเมริกากลางเขตร้อนและหมู่เกาะแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วเขตร้อนและ แอฟริกาตะวันตก

เป็น พืชอายุฤดูเดียวชอบขึ้นตามที่ร่มเงา ที่ชุ่มชื้น ที่โล่ง พื้นที่ว่างเปล่า ดินทราย ดินเหนียว ดินลูกรังเจริญเติบโตดีในฤดูฝน พบทั่วไป ทั้งในและนอกพื้นที่การเกษตรที่น้ำไม่ท่วมขัง ในประเทศไทยพบทุกภาค ลักษณะของหญ้าสอนกระจับทรงต้นเป็นกอค่อนข้างตั้ง สูง 70-90 แตกรากตามข้อที่แตะพื้นดิน ลำต้นสีเขียวปนม่วงแดง เรียบค่อนข้างมันมีขนปกคลุม
 ใบ เป็นแบบรูปใบหอกโคนใบป้านมน ปลายใบเรียวแหลมใบยาว 15-25ซม. กว้าง 1.5-2.5ซม.ใบสีเขียวเข้ม ผิวใบค่อนข้างนุ่ม หน้าใบมีขน ปกคลุมปานกลาง  หลังใบไม่ มีขน ลิ้นใบเป็นแผ่นเยื่อขอบลุ่ยเป็น กาบใบสีเขียวเข้ม เป็นสันแบนหุ้ม
ออกดอกในช่วงฤดูฝน ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อเชิงลดยาว 18-35 ปลายยอดช่อดอกโค้งงอลงเล็กน้อย โคนก้านดอกมีขนแข็งหยาบ เหนียว จำนวนมาก โคนขนเหล่านี้แผ่ติดกันเกิดเป็นกระพุ้งแข็งรองรับกลุ่มดอก เมื่อดอกแก่ขนแข็งทำให้กลุ่มดอกสามารถติดไปกับวัสดุอื่นได้ ดอกอ่อนสีเขียว ดอกแก่สีน้ำตาล ผลเป็นผลแห้งแก่แล้วไม่แตก รูปรี ยาวประมาณ 2 มม. เมื่อแก่ผลมีสีน้ำตาล-เหลือง หญ้าสอนกระจับ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติในช่วงต้นฤดูฝน สำหรับโค กระบือ
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

หญ้าบุ้ง,หญ้าขี้ครอก/Cenchrus brownii

ชื่อวิทยาศาสตร์    ----Cenchrus brownii Roem & Schult
ชื่อสามัญ    ---Slim-bristle Sandbur, Fine-bristle sandbur
ชื่ออื่น    ---หญ้าบุ้ง, หญ้าขี้ครอก, หญ้าสอนกระจับ
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---พืชท้องถิ่นในทวีปอเมริกาใต้ อเมริกากลางเขตร้อนและหมู่เกาะแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    --ทั่วเขตร้อนและ แอฟริกาตะวันตก


วัชพืชประเภทใบแคบ อายุฤดูเดียว พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในที่แจ้งและร่มเงา ในประเทศไทยพบทุกภาค (บางแห่งพบขึ้นปะปนกับหญ้าบุ้งอีกชนิด (E. echinatus)ซึ่งมีช่อดอกย่อยอยู่บนแกนกลางไม่แน่นเท่า สามารถเห็นแกนกลางได้ง่ายกว่า และมักมีขนาดต้นเล็กกว่า)
ลักษณะของหญ้าบุ้งชนิดนี้ ขึ้นเป็นกอ สูงประมาณ 30-50 ซม. ลำต้นสีเขียวปนม่วง-แดง แตกรากตามข้อ แผ่นใบยาวเป็นแถบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยง ดอกเป็นช่อดอกรวม ออกที่ปลายยอด ช่อดอกทรงกระบอก แกนกลางช่อดอกเป็นเหลี่ยม เกลี้ยง ช่อดอกย่อยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแน่นและมีก้านสั้นๆเกิดเรียงสลับอยู่รอบๆแกนช่อดอก ที่โคนก้านดอกมีขนแข็ง หยาบ จำนวนมาก ซึ่งติดอยู่จนกระทั่งกลายเป็นผล ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล-แดง ผลเมื่อแก่สามารถหลุดร่วงออกจากช่อดอกได้ง่าย โดยส่วนปลายช่อจะหลุดออกไปก่อน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


หญ้าดอกห่าง/Setaria flavidum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Setaria flavidum (Retz.) A. Camus
ชื่อพ้อง    ---Paspalidium flavidum (Retz.) A. Camus
ชื่อสามัญ    ---
ชื่ออื่น    ---หญ้าดอกห่าง หญ้านกสีชมพู(กรุงเทพ)

ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE(POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียเขตร้อน

 พืชพวกหญ้าขึ้นเป็นกอแผ่ออกอายุหลายปี พบขึ้นอยู่ทั่วไปในสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกัน ทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม ดินร่วน ดินลูกรัง ดินเหนียวปนลูกรัง ดินเหนียวนา อยู่กลางแจ้งหรือใต้ร่มเงา ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 130-800 เมตร เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับ โค กระบือ ลักษณะของหญ้าดอกห่างมีลำต้นค่อนข้างแบนสีเขียวเรียบเป็นมัน ทอดนอนตามพื้นดิน ปลายยอดตั้งขึ้นสูง 40-60ซม. ใบแบบใบดาบ โคนตัด ปลายใบแหลมใบยาว 20-30ซม. กว้างประมาณ1 ซม. หน้าใบมีขนสั้น ๆ หลังใบไม่มีขน ใบสีเขียวเข้มมีสีม่วงแดงปน ผิวใบมัน ย่นเป็นแห่ง ๆ หยาบเล็กน้อย ขอบใบสีม่วงแดงหยักแบบฟันเลื่อยถี่สั้น ๆ
ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อกระจะ มีช่อดอกย่อยแนบไปกับแกนช่อดอก มี 8-11 ช่อดอกย่อย กลุ่มช่อดอกย่อย มี 1 ไม่มีก้านดอก ดอกเกิดสลับกันบนแกน ด้านเดียว มี 12-19 ดอก ดอกแก่สีขาวอมเขียวอ่อน ๆ ร่วงยาก
ระยะออกดอก --- เดือน เมษายน-มกราคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


หญ้ากุศลา/Panicum cambogiense


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Panicum cambogiense Balansa
ชื่อพ้อง    
---Panicum cambogiense Balansa.
---Panicum cruciabile Chase
ชื่อสามัญ     ---Net-veined panicum, Da Luo Bay grass (Taiwan)
ชื่ออื่น     ---หญ้ากากอ้อย(กรุงเทพฯ), หญ้ากุศลา(นครสวรรค์), หญ้าปล้องขน(กาญจนบุรี)
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีนและเอเชียตะวันออก อินเดีย อินโดจีน มาเลเซีย ปาปัวเซีย ออสเตรเลีย แปซิฟิก

วัชพืชพวกหญ้า เป็นพืชอายุปีเดียว เจริญเติบโตในช่วงต้นฤดูฝน ชอบขึ้นในสภาพไร่ ในสภาพน้ำขังแต่หากน้ำเพิ่มระดับและท่วมยอดจะเน่าตายเพราะไม่สามารถยืดตัวหนีน้ำได้ พบได้ตามทุ่งนา ชายป่า ริมถนนหนทาง ที่รกร้างทั่วไป ลักษณะหญ้ากุศลาต้นสูงโดยประมาณ 20 - 50 เซนติเมตร ใบเรียวไปที่ปลายใบ หน้าใบมีขนประปราย หลังใบมีปุยขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น ใบกว้าง 0.9 – 1.2 ซม. ยาว 13.9 – 18.8 ซม. ช่อดอก ยาว 40-55ซม. เมล็ดแก่ต้นจะแห้งตาย
ระยะออกดอก ---เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

หญ้าไข่เหาหลวง/Panicum  notatum.

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Panicum  notatum. Retz.
ชื่อพ้อง    ---Panicum montanum Roxb.
ชื่อสามัญ    ---Narhali
ชื่ออื่น    ---หญ้าไข่เหาหลวง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เนปาล ภูฏาน ยูนนาน พม่า ไทย ลาว เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
พืชค้างปีขึ้นตามริมป่า พบขึ้นในที่ค่อนข้างร่มเงา ดินร่วนปนทราย ลำต้นกลวง ทรงต้นค่อนข้างตั้งความสูงของต้น 1.5-2เมตร ลำต้นสีเขียวอมเหลือง ไมีมีขน ค่อนข้างแข็งเหนียว ข้อสีเขียวอมม่วงมีขนรอบๆข้อเล็กน้อย ใบเป็นแบบรูปใบหอกปลายใบเรียวแหลม โคนใบป้านมนบานรูปหัวใจ ซึ่งเป็นลักษณะเด่น เส้นใบขนานไปปลายใบ สีใบเขียวเข้ม ผิวใบค่อนข้างหยาบเล็กน้อย  ยอดอ่อนโผล่แบบม้วน ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบแยกแขนง ดอกสีเขียวอมม่วง มีกาบหุ้มดอกสองกาบ เมล็ด รูปรียาวประมาณ 3 มิลลิเมตร กลุ่มดอกย่อยมี2ดอก ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกล่างหมัน
การใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ธรรมชาติแทะเล็มสำหรับ โค กระบือ
เริ่มออกดอกตั้งแต่ --- เดือนเมษายน - กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


หญ้าแพรก/Cynodon dactylon


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cynodon dactylon (L.) Pers.
ชื่อพ้อง    
---Agrostis linearis Retz.,
---Agrostis stellata Willd.,
--Capriola dactylon (L.) Kuntze,
---Capriola dactylon var. maritima (Kunth) Hitchc., ---Chloris maritima Trin.
ชื่อสามัญ     ---Bermuda grass, Couch grass, Devil grass, Dog's tooth grass, Quick grass, Star grass
ชื่ออื่น     ---หญ้าแพรก, หญ้าแผด
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ตะวันออกกลาง
เขตกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
วัชพืชข้ามปี ประเภทใบแคบ อายุหลายปี พบเป็นวัชพืชทั่วไปทั้งในและนอกพื้นที่การเกษตร เช่น คันนา ไหล่ทาง ที่รกร้าง บางแห่งนำมาปลูกเป็นหญ้าสนาม สามารถทนแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี ทนดินเค็ม และเจริญเติบโตได้แม้จะอยู่ในร่มเงา
ลักษณะลำต้นสูงได้ ประมาณ 30 ซ.ม. แตกกอแผ่กว้าง มีไหลเลื้อยไปตามพื้นดิน และมีรากตามข้อที่ติดผิวดิน ใบแคบเรียวยาว ผิวใบเกลี้ยง ลิ้นใบเป็นแผ่นบาง ปลายเป็นริ้ว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกแบบช่อกระจะ แตกช่อแขนงย่อย 45 ช่อ ที่ปลาย ช่อดอกย่อยเรียงสลับบนแกนกลางด้านเดียว ช่อดอกย่อยมี 1 ดอกย่อย
ออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด และไหล

กกดอกแบน/Cyperus compressus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cyperus compressus L.
ชื่อพ้อง    
---Chlorocyperus compressus (L.) Palla,
---Cyperus brachiatus Poir.,
---Cyperus caffer G.Bertol., Cyperus compressus var. brachiatus (Poir.) Nees,
---Cyperus compressus var. capillaceus C.B.Clarke
ชื่อสามัญ     ---Annual sedge
ชื่ออื่น     ---กกดอกแบน
ชื่อวงศ์    ---CYPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของ แอฟริกา เอเซียและอเมริกา
วัชพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเภทกก อายุฤดูเดียว มักชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง หรือชื้นแฉะทั้งในดินและดินทราย พบทั่วไปตามชายน้ำ ที่ที่มีน้ำท่วมขังไม่ลึกนัก เช่น ริมคันคลอง หนอง บึง ทุ่งหญ้า สามารถทนแล้งได้ พบทุกภาคของประทศไทย
ลักษณะแตกกอแผ่กว้าง ต้นตั้งตรง สูงประมาณ 10-45 ซม. ใบรูปแถบ กว้าง 1-5 มม. ยาว 5-25 ซม. มีวงใบประดับรองรับช่อดอกรูปร่างคล้ายใบ 2-5 ใบ ยาวกว่าความยาวช่อแขนง ช่อดอกเป็นช่อเดี่ยวหรือช่อกระจุกเชิงประกอบ แตกช่อแขนง 3-10 ช่อ ยาว 2-10 ซม. แต่ละช่อแขนงมีช่อดอกย่อย 3-10 ช่อ เรียงเป็นกลุ่มเป็นรูปนิ้วมือ ช่อดอกย่อยแบนข้าง รูปขอบขนาน กาบช่อย่อยปลายเป็นติ่งหนาม เกสรเพศเมีย 3 ผลขนาดเล็กรูปไข่กว้าง มี 3 มุม มีจุดโปร่งแสงขนาดเล็ก
ออกดอก--- ผลิตเมล็ดได้ตลอดปี
 ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

กกทราย/-Cyperus iria


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cyperus iria L.
ชื่อพ้อง    
---Chlorocyperus iria (L.) Rikli,
---Cyperus chrysomelinus Link,
---Cyperus diaphaniria Steud.,
---Cyperus iria f.chrysomelinus (Link) Kuk.,
---Cyperus iria f. diaphaniria (Steud.) Miq.
ชื่อสามัญ     ---Rice flatsedge, Rice flat sedge
ชื่ออื่น     ---กกทราย, กกหัวแดง
ชื่อวงศ์    ---CYPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
วัชพืชประเภทกก อายุฤดูเดียว พบทุกภาคของประทศไทย ชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง ชื้นแฉะ แต่ไม่ท่วมขัง ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นๆ ลำต้นเหนือดินแตกเป็นกอ ประกอบด้วยใบและลำต้นที่สร้างช่อดอก ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมไม่มีข้อปล้อง ใบ ออกจากโคน เรียวยาว แคบ ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกแตกแขนงจากจุดเดียวกัน
ออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

หนวดปลาดุก/Fimbristylis polytrichoides

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Fimbristylis polytrichoides ( Retz. ) R.Br.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---Rusty sedge
ชื่ออื่น     ---หนวดปลาดุก
ชื่อวงศ์    ---CYPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    --แอฟริกา ตะวันออก มาดากัสการ์ จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี และ ออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์    ตามชายฝั่งทะเล ทวีปแอฟริกา เอเซีย ออสเตรเลีย



เป็นพืชยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ5-30ซ.ม.ใบออกเป็นกระจุกหนาแน่นยาวครึ่งหนึ่งของลำต้นหรือเท่าลำต้น ช่อดอกเดี่ยว ดอกสีสนิมซีด ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม มักพบตามชายผั่งทะเลและปากอ่าว


หญ้าชันกาด/Panicum repens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Panicum repens L
ชื่อสามัญ    ---Torpedo grass, Creeping witchgrass, Quack grass, Dog-tooth grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าชันอากาศ แขมมัน หญ้าอ้อน้อย หญ้าขิง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ยุโรป อเมริกาเหนือและใต้ แอฟริกา เอเชีย จนถึงออสเตรเลีย


หญ้าชันกาดเป็นวัชพืช ประเภทใบแคบ อายุหลายปีพบมากในพื้นที่ชุ่มน้ำ นาข้าว และพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง เติบโตได้ดีในดินชื้นหรือมีน้ำขัง ยากต่อการกำจัด และเป็นวัชพืชสำคัญที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย และแพร่ระบาดทั่วไปในที่รกร้าง ข้างถนน และแหล่งเพาะปลูก พบทั่วประเทศ ลักษณะของหญ้าชันกาดทรงต้นสูงประมาณ 50-120 ซม. มีเหง้าหรือลำต้นใต้ดิน โคนลำต้นโค้งงอเล็กน้อยไม่แตกแขนง ปล้องรูปทรงกระบอกกลวง ใบรูปแถบ ยาว 15-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบมีขนสาก แผ่นใบเกลี้ยง กาบใบยาว 4-10 ซม. เกลี้ยง คอใบมีขน ลิ้นใบเป็นเยื่อ ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง กว้าง 4-10 ซม. ยาว 8-14 ซม. ช่อดอกย่อยออกเดี่ยวๆ เป็นแบบช่อแขนง
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ดและเหง้า


หญ้าขน/Brachiaria mutica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Brachiaria mutica (Forsk.) Stapf
ชื่อพ้อง
---Urochloa mutica (Forssk.) T.Q. Nguyen
---Panicum barbinode Trin.
---Panicum muticum Forssk.
---Panicum purpurascens Raddi.
ชื่อสามัญ    ---Paragrass, Buffalo grass,Panicum grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าขน
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของแอฟริกาและอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกาและบางส่วนของตะวันออกกลาง  อเมริกากลาง เอเซียเขตร้อน ออสเตรเลียเขตร้อน หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
เจริญเติบโตได้ทั้งบนบกและในน้ำเป็นวัชพืชอายุหลายปี ใช้ปลูกเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ หรือเป็นอาหารของโค กระบือ ในธรรมชาติ ชอบขึ้นตามดินแฉะ หรือชายตลิ่งแล้วเจริญงอกงามแผ่ลงน้ำ มีไหลเลื้อยทอดไปตามดินหรือน้ำ ลักษณะลำต้นกลวง  อวบน้ำ ใบขนาดกลางรูปหอกปลายแหลม ยาว ๕-๘  ซม.  กว้าง ๐.๘-๑.๒ ซม. มีขนตามใบ กาบใบและข้อ เห็นได้ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีก้านช่อดอกยาว ช่อดอกย่อยมี 10-20 ช่อ สีเขียวคล้ำปนดำ
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


หญ้าเลา/Neyraudia reynaudiana

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Neyraudia reynaudiana (Kunth) H. Keng ex Hitchc
ชื่อสามัญ    ---Kans grass,Wild Cane
ชื่ออื่น    ---หญ้าพง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน เอเชียเขตร้อน อินเดีย อินโดจีน อเมริกาเหนือ  ตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา
หญ้าเลาลักษณะ คล้ายอ้อหรือแขม อายุปีเดียวหรือหลายปี  พบขึ้นอยู่บนพื้นที่สูงของทุกภาคบริเวณพื้นที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 90-1,000 เมตรขึ้นไป พบได้ริมทาง ข้างถนนและริมน้ำทั่วไป ลำต้นของหญ้าเลากลวงตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-4 เมตร ใบรูปใบหอกมีขนาดใหญ่ ขนาดของใบ กว้าง 3.5-4.5 ซม.ยาว 170-190 ซม. หน้าใบมีขนปกคลุมเล็กน้อย ผิวใบเรียบ เส้นกลางใบสีขาวนวลเด่นชัด กาบใบไม่มีขน ลิ้นใบเป็นขอบชายครุยเป็นเส้น ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อแยกแขนง มีขนแบบเส้นไหมสีขาวเงิน ช่อดอกมีขนาดใหญ่และหนัก ยาว 170-220 ซม. ช่อดอกจะลู่เอนไปด้านใดด้านหนึ่ง สรรพคุณทางเป็นสมุนไพร รากของเลามีรสหวาน ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาบำรุง ยาสมาน และรักษาอาการอาหารไม่ย่อย แต่ในสหรัฐอเมริกาจัดพืชชนิดนี้เป็นพืชรุกราน
ระยะออกดอก --- ช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนาย
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด,เหง้า

หญ้ากระดูกไก่/Ischaemum rugosum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ischaemum rugosum
ชื่อสามัญ    ---Wrinkle duck-beak,Saramolla grass, Muraino grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าแดง, หญ้าก้านธูป,หญ้าดอกต่อ,หญ้าสร้าง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนของเอเชีย
พืชจำพวกหญ้าอายุปีเดียว นับเป็นวัชพืชร้ายแรงตัวสำคัญ พบแพร่กระจายทั่วไปในพื้นที่ชื้นแฉะ โดยเฉพาะในนาข้าวที่เติบโตพร้อมกับต้นข้าว พบได้มากในแถบจังหวัดภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ของประเทศ ลักษณะของหญ้ากระดูกไก่มีลำต้นตั้งตรง กลม และเป็นข้อปล้อง แตกหน่อเป็นลำต้นใหม่จนเป็นกอใหญ่ สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร โคนลำต้นห่อด้วยกาบใบ สีแดงเรื่อ
ใบเป็นใบเดี่ยวออกบริเวณข้อลำต้น มีก้านใบสั้น ก้านใบมีสีแดงประ ใบมีลักษณะเรียวยาว ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวที่ปลายลำต้น  ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สามารถผสมเกสรในตัวเองได้ เมล็ด รวมกันเป็นกลุ่ม และเรียงชิดเป็นคู่ๆล้อมแกน เปลือกเมล็ดอ่อนมีสีเขียว เมล็ดแก่มีสีน้ำตาล
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


หญ้ากับแก/Paspalum longifolium



ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Paspalum longifolium Roxb
ชื่อสามัญ    ---Long-leaved Paspalum
ชื่ออื่น    ---หญ้าหวาย หญ้าปล้องหิน หญ้ารังตั๊กแตน หญ้าตุ๊กแก
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อัสสัม ภูฎาน บอร์เนียว
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียเขตร้อน
พบตามที่รกร้างริมทางทั่วไปเจริญ เป็นกอสูง 110 - 140 เซนติเมตร บริเวณข้อใกล้ดินมีรากและขนยาว ใบเรียวไปที่ปลายใบ แผ่นใบมีเส้นกลางใบเด่นชัด หน้าใบและหลังใบไม่มีขน ใบกว้าง 0.9 – 1.10 ซม.ยาว 30-50ซม. ช่อดอกยาว 40 - 50 ซม.แกนช่อดอก ที่ขอบมีขนสั้นๆ รอยต่อระหว่าง ก้านช่อดอกมีขนแข็งยาว อับเรณู สีม่วงอ่อน บางครั้งพบด้านนอกสีม่วง ด้านในสีขาวนวล ยอดเกสรเพศเมียสีม่วง
ระยะออกดอก : ช่วงพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด


หญ้าผักไก่/Brachiaria reptans


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Brachiaria reptans (L.) C.A.Gardner & C.E.Hubb.
ชื่อพ้อง    
---Brachiaria balansae Henrard.
--- Brachiaria prostrata (Lam.) Griseb.
---Brachiaria reptans var. hispida Basappa & Muniy.
---Digitaria umbrosa (Retz.) Pers.
---Echinochloa reptans (L.) Roberty.
ชื่อสามัญ     ---Running grass, Sprawling panicum, Alpiste de la tierra, Cohitrillo, Zacate cuero de conejo, Chiendent blanc
ชื่ออื่น     ---หญ้าผักไก่, หญ้าตีนติด
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
หญ้าผักไก่เป็นวัชพืชใบแคบ อายุฤดูเดียว พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปใน ทั้งที่แจ้งและร่มเงา ที่ไม่มีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานๆ ในประเทศไทยพบทุกภาคของประเทศ ลักษณะต้นสูงประมาณ20-40ซ.ม.แตกแขนงบริเวณโคนต้น และแขนงทอดนอนไปตามพื้นดิน มีรากออกตามข้อ ตามกาบใบและโคนมีขนเส้นเล็กๆ ยาว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


หญ้าโขย่ง/Mnesithea laevis var. cochinchinensis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mnesithea laevis var. cochinchinensis (Lour.) de Koning & Sosef
ชื่อพ้อง    ---Rottboellia cochinchinensis (Lour.) Clayton
ชื่อสามัญ    ---Itch grass
ชื่ออื่น    ---หญ้าโปงคาย
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่กระจายไปยังเขตร้อนทวีปอื่น

  

พืชล้มลุกอายุฤดูเดียว ใช้ประโยชน์ได้โดยใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ป้องกันหน้าดินพังทลาย ปลูกเป็นรั้วป้องกันสัตว์ ปลูกเป็นแนวแบ่งเขตไร่นา และปลูกเป็นแนวป้องกันลม ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1.5-2 เมตร และอาจสูงได้ถึง 4 เมตร ลำต้นแตกหน่อเติบโตรวมกันเป็นกอใหญ่ แต่มีทรงพุ่มค่อนข้างโปร่ง ใบมีก้านใบสั้น แผ่นใบเรียว ยาว ประมาณ 20-60 ซ.ม แผ่นใบมีเส้นกลางใบสีขาวขนาดใหญ่ชัดเจน แผ่นใบ และขอบใบเรียบ ขอบใบหยาบ และเป็นคม  ดอกออกเป็นช่อแขนง มีก้านช่อดอกยาวประมาณ 10-25 ซ.ม เมล็ดมีเปลือกหุ้มบาง และมีกลีบรองดอกแข็งหุ้ม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

หญ้าพง หญ้าปง/ Sorghum halepense


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sorghum halepense (L.) Pers
ชื่อพ้อง   
---Andropogon decolorans Kunth.
---Andropogon dubitatus Steud.
---Andropogon halepensis (L.) Brot.
---Andropogon halepensis subsp. anatherus Piper.
---Andropogon halepensis var. anatherus Piper.
ชื่อสามัญ     ---Johnson grass, Aleppo millet grass, Aleppo grass, Arabian millet, Egyptian millet, Evergreen millet, False guinea, Morocco millet, Syrian grass
ชื่ออื่น     ---หญ้าพง หญ้าปง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE(POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา เมดิเตอเรเนียน
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก

เป็นวัชพืชจำพวกหญ้าอายุหลายปี สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่แหล้งแล้งและที่ความชื้นสูง พบตามไหล่ทาง ที่รกร้างว่างเปล่า ทุ่งหญ้า
 ลำต้นใต้ดินเจริญ ยืดยาว แตกรากจากข้อ รากฝอยแตกแขนงและเจริญลึกลงในดินได้มากกว่า 1 เมตร ลำต้นเหนือดิน โค้งงอบริเวณโคนแล้วตั้งตรง อาจสูงถึง 3 เมตร ใบเป็นแผ่นยาวประมาณ 60 ซม. กว้าง 0.50ซม.เส้นกลางใบเห็นชัดเจน
ดอกออกเป็นช่อสีเขียวอ่อน – ม่วง มีขนปกคลุม ยาวประมาณ 1.50 เมตร รูปทรงคล้ายปิรามิด แตกแขนงย่อยจำนวนมาก
ขยายพันธุ์---เหง้าและลำต้นเหนือดิน เมล็ด


หญ้าขจรจบดอกเล็ก/Pennisetum polystachion


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Pennisetum polystachion (L.) Schult

ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ     ---Mission grass, Feather pennisetum, Thin napiergrass, West indian pennisetum
ชื่ออื่น     ---หญ้าขจรจบ, หญ้าคอมมิวนิสต์
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE(POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซีย ออสเตรเลีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ขจรจบดอกใหญ่/ Pennisetum pedicellatum

ชื่อวิทยาศาสตร์     --- Pennisetum pedicellatum Trin
ชื่อพ้อง   
---Cenchrus pedicellatus (Trin.) Morrone
ชื่อสามัญ     ---Desho grass, Annual Kyasuwa Grass, Feather pennisetum, Nigeria grass, Hairy fountain grass.
ชื่ออื่น     ---หญ้าขจรจบดอกใหญ่ หญ้าขจรจบดอกแดงใหญ่ หญ้าขจรจบปุยมาก หญ้าคอมมิวนิสต์
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE(POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเหนือออสเตรเลีย

ลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร หรือมากกว่า ลำต้นเป็นข้อปล้อง แตกแขนงบริเวณโคนต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับกาบใบสีเขียวอ่อนหุ้มรอบลำต้น แผ่นใบกว้างประมาณ 5-10 ซ.ม. ความยาวประมาณ 15-25 ซ.ม.
ใบเรียวยาว ปลายแหลม แผ่นใบมีขนปกคลุมทั้งด้านบน และด้านล่าง ดอกออกเป็นช่อ ออกตามข้อ ปลายยอด
ช่อดอกยาวประมาณ 10-12 ซ.ม. มีช่อดอกย่อยจำนวนมาก สีม่วงแดงดอกแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน

หญ้าขจรจบดอกเหลือง/Pennisetum setosum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Pennisetum setosum (Sw.) L.C. Rich.
ชื่อพ้อง    ---
ชื่อสามัญ     ---The West Indies pennisetum
ชื่ออื่น     ---หญ้าขจรจบดอกเหลือง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE(POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปอเมริกา แอฟริกา เอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ไต้หวัน ฟิจิ อินเดีย ไทย
ต้นหญ้าขจรจบดอกเหลืองมักเกิดขึ้นทีหลังหญ้าขจรจบดอกใหญ่และขจรจบดอกเล็ก ลักษณะการแตกกอสูง มีลำต้นสูง ช่อดอกมีขนาดยาว มีอายุหลายฤดู สีของดอกมักจะมีสีนํ้าตาลอมเหลืองและดอกใหญ่
พบมากในสวนยางและที่รกร้างข้างทาง

แขม/Phragmites karka


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Phragmites karka (Retz.)Trin. Ex Steud.
ชื่อพ้อง    ---Arundo karka Retz.
ชื่อสามัญ     ---Tall reed
ชื่ออื่น     ---แขม ปง
ชื่อวงศ์    ---POACEAE (GRAMINEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน แอฟริกา แปซิฟิก ออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น

วัชพืชน้ำอายุอยู่ได้หลายฤดู มักพบขึ้นเป็นกอหนาแน่นบริเวณริมน้ำ และพื้นที่ชื้นแฉะริมน้ำ  ต้นสูงประมาณ2-3เมตร มีเหง้าใหญ่แข็งแรง ใบหยาบโคนใบเรียวปลายใบแหลม ยาวประมาณ30-80ซ.ม. ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่สีน้ำตาล ยาวประมาณ50ซ.ม


ตองกง/Thysanolaena latifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda .
ชื่อพ้อง    
---- Agrostis maxima Roxb.
--- Thysanolaena maxima (Roxb.) Kuntze.
--- Melica latifolia Roxb. ex Hornem.)
ชื่อสามัญ     --- Bamboo grass, Tiger grass
ชื่ออื่น     ---ตองกง หญ้าไม้กวาด หญ้ายูง , หญ้ากาบไผ่ใหญ่, เลาแล้ง , ก๋ง
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเชีย แอฟริกา แปซิฟิก อเมริกาใต้

     เป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้าอายุหลายปี เป็นวัชพืชตามที่โล่งสองข้างทาง ตามไหล่เขา และตามชายป่า ลักษณะคล้ายต้นไผ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 7-18 ม.ม. สูงได้ถึง3-4เมตร ลำต้นของตองกงตั้งตรงและเป็นกอที่แข็งแรงมาก  ใบเป็นรูปใบหอก กว้างประมาณ 4-7 ซ.ม.และยาวประมาณ 30-55 ซ.ม. ปลายใบแหลม โคนใบป้าน ส่วนขอบใบจักละเอียด เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอกออกเป็นช่อแบบกระจายขนาดใหญ่ ปลายช่อดอกโค้งลง ยาวประมาณ 50 ซ.ม. ผลรูปไข่สีน้ำตาลแดง
ใช้เป็นยาสมุนไพรโดยนำรากตองกงมาต้ม ใช้อมกลั้วคอเมื่อมีไข้ และ นำมาใช้ทำเป็นเครื่องจักสานและเครื่องมือใช้สอยต่าง ๆ ได้ดี

ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและเหง้า

หญ้าใบไผ่/Acroceras munroanum


ชื่อวิทยาศาสตร์     
---Acroceras munroanum (Balansa) Henrard
ชื่อพ้อง    
---Basionym: Panicum munroanum Balansa
---Acroceras ridleyi Stapf ex Ridl.             
---Acroceras crassiapiculatum (Merr.) Alston      
---Panicum crassiapiculatum Merr.         
---Panicum ridleyi Hack. ex Ridl.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---หญ้าใบไผ่ หญ้าไผ่
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย พม่า มาเลเซีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

วัชพืชพวกหญ้าอายุหลายปีชอบดินเหนียวและอยู่ใต้ร่มเงาจะเจริญได้ดี แต่ก็ขึ้นได้ในดินร่วนปนทรายหรือดินทรายค่อนข้างเค็ม ผิวใบที่เรียบลื่นนุ่มและเขียวสด ไม่สากคายและความสูงที่โตเต็มที่แล้วสูงประมาณ20-30ซ.ม.ทำให้นักนิยมธรรมชาติมักจะตัดให้สั้นเก็บไว้คลุมดินในที่ร่ม  ลักษณะลำต้นสีเขียวปนม่วงแดง แตกรากตามข้อ เลื้อยไปตามพื้นดิน ช่วงปล้องสั้น ใบรูปใบหอก ดอกออกที่ปลายยอดแบบแยกแขนง ช่อดอกยาวประมาณ8-10ซ.ม.มี3-4ช่อดอกย่อย

ระยะออกดอก—มีนาคม-พฤษภาคม

ขยายพันธุ์---เมล็ดและแตกรากตามเหง้า

หญ้าหนวดฤๅษี/Heteropogon contortus

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Heteropogon contortus (L.) P.Beauv. ex Roem. & Schult
ชื่อพ้อง    
---Andropogon contortus L.
---Heteropogon hirtus Pers.
ชื่อสามัญ     ---Black speargrass, Tanglehead, Steekgras
ชื่ออื่น     ---หญ้าหนวดฤๅษี
ชื่อวงศ์    ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีป อเมริกา เอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกา แอฟริกาใต้ เอเซียใต้ ตอนเหนือออสเตรเลีย โอเชียเนีย


วัชพืชใบแคบ พวกหญ้าอายุอยู่ได้หลายปี มักพบได้ตามป่าหญ้า ริมถนน ที่ร้างรก ที่มีแสงแดดจัดจ้าไปจนถึงสภาพใต้ร่มเงาต้นสูงประมาณ25-100ซม. ใบรูปขอบขนานขนาดของใบยาวประมาณ 10-25ซม.ช่อดอกแบบช่อกระจะยาวประมาณ4-6ซม.กว้าง0.4ซม.มีขนกระจาย ออกดอกติดผลช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม

หญ้ากอ/Eragrostis pilosa


        ชื่อนี้เป็นชื่อที่ยอมรับได้ของสายพันธุ์หญ้าในสกุลEragrostis สกุลเดียวกับ หญ้าไข่เห็บ หญ้าหวาย หญ้าโขมง เป็นวัชพืชใบแคบจำพวกหญ้าอายุปีเดียว ลำต้นเจริญออกเป็นกอกระจุกแผ่ไปรอบๆเป็นกอ  กอเล็กใหญ่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของดิน ต้นสูงประมาณ 10-60 ซม.ใบรูปหอกสีเขียว ฐานใบกลมปลายใบแหลมหน้าใบหลังใบไม่มีขน ขนาดของใบ 5-18 x 0.2-0.4 ซม ช่อดอกเปิดรวงแยกแขนง ยาวประมาณ10-20 ซม. ดอกสีเทาหรือสีม่วงสีเขียว แต่ละช่อมีได้10-17ดอก ระยะออกดอกเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม มักพบได้ตามที่เปียกชื้น ริมหนองน้ำ ริมทาง (รูปนี้)ได้จากริมทะเล กระจายพันธุ์ด้วยเมล็ดที่ปลิวไปตามลม และพักตัวอยู่ได้นานเพื่อรอสภาพเหมาะสมในการงอกในปีต่อไป

หญ้าชะกาดน้ำเค็ม/Paspalum distichum


ชื่อวิทยาศาสตร์       --- Paspalum distichum L.
ชื่อพ้อง (Synonym)
---Anastrophus paspalodes (Michx.) Nash
---Digitaria disticha (L.) Fiori & Paol.
---Digitaria paspalodes Michx.,
---Dimorphostachys oaxacensis (Steud.) E.Fourn. ex Hemsl.
---Milium distichum (L.) Muhl.
ชื่อสามัญ   ---Dallisgrass
ชื่ออื่น       ---หญ้าสะกาดน้ำเค็ม
วงศ์         ---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด  ---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์   ---ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค


วัชพืชประเภทใบแคบอายุหลายฤดู เหง้าแตกไหลทอดนอนตามพื้น และแตกรากตามข้อสูงประมาณ15-50ซ.ม พบเป็นวัชพืชทั่วไปในนาข้าว คันนา ค้นคลอง ขอบบ่อ แหล่งที่มีความชื้น ดินชื้นแฉะหรือน้ำขัง  ทั่วไป
ลักษณะใบ แข็ง รูปแถบ ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีหูใบ ดอกออกเป็นช่อ มักแตกแขนง แต่ละแขนงมีช่อดอกย่อยเรียงตัวแน่นเป็นสองแถว ผลเป็นผลแห้ง ร่วงง่าย
---ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เหง้าและไหล 

   

อ้างอิง (Reference) แหล่งที่มา


1 ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2555. URL http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_page.asp
2 เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.
3 สวนพฤกษศาสตร์สายยาไทย. มปป. ผักขม. URL: http://www.saiyathai.com/herb/484000.htm
4 Plants Database. 2013. Needle and thread. Natural Resources Conservation Service (NRCS). USDA. URL: http://plants.usda.gov/java/
5 ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2552. วัชพืช:  URL: http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/w-variety/354-imperata
6 อำไพ ยงบุญเกิด. 2514. เอกสารทางวิชาการ วัชพืชบางชนิดในไร่ข้าวโพด. กองพืชพันธุ์ กรมกสิกรรม.
7 ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย. 2555" URL: http://www.thaibiodiversity.org/
8 กรมการข้าว. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: กกทราย. URL: www.http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=7.htm
9 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: หญ้าแดง. URL: http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=3.htm
10 ฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2555. . URL: http://www.qsbg.org/Database/_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1597.
11 พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. 2540. วัชพืชศาสตร์. โรงพิมพ์ลินคอร์น, กรุงเทพฯ.
12 หนังสือ "ป่าชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้" สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน, รุ่งสุริยา บัวสาลี บ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) 2554
13 พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. 2540. วัชพืชศาสตร์. โรงพิมพ์ลินคอร์น, กรุงเทพฯ.
14 เว็บไซต์เมดไทย (MedThai) URL: https://www.medthai.com
15 สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) URL:www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Neptunia0javanica0Miq.
16 ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)  http://ippc.acfs.go.th/pest/
---หญ้าผักไก่---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Brachiari reptans
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED011
---หญ้าพันงูขาว--ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Achyranthes aspera
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED001
---โสนหางไก่--ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Aeschynomene indica
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED002
---สาบแร้งสาบกา---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Ageratum conyzoides
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED003
---ผักเป็ดไทย---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Alternanthera sessilis
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED004
---ผักโขมหนาม---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Amaranthus spinosus
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED005
---ผักโขมหัด---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)   Amaranthus viridis
http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T010/WEED006

---หญ้าพง หญ้าปง---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed)  Sorghum halepense

---บัวตอง---ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)   วัชพืช (Weed) Tithonia diversifolia


Check for more information on the species:  

         
Plants Database           Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    Tropicos    Nomenclature, literature, distribution and collections    

Tropicos -                    Home    www.tropicos.org/
GBIF                           Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI                           International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL                            Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/PROTA   Uses    the Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude                       Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images            Images


รูปภาพประกอบ
---ทิพพ์วิภา วิรัชติ
---บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
---สวน-เทวา อ.แม่สอย จ.เชียงใหม่
---www.suansavarose.com
---www.suan-theva.com















ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view