สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 04/06/2020
สถิติผู้เข้าชม 9,412,894
Page Views 14,379,490
 
« June 2020»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930    

หญ้า-วัชพืช

หญ้า-วัชพืช

วัชพืช

ต้นไม้ที่เดินเหยียบกันไปเหยียบกันมา ทำความรู้จักกันบ้างก็จะดี ต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยพวกนี้มักไม่ค่อยมีคนสนใจ คิดแค่เป็นวัฃพืช อยากจะถอนทิ้งด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้จักอาจไม่อยากเหยียบ
ที่จริงแล้วต้นอะไรก็เป็นวัชพืชได้ทั้งนั้นถ้าไปขึ้นอยู่ผิดที่ ไปอยู่ในที่ๆไม่มีใครต้องการ หาประโยชน์ได้น้อยทำให้ระบบเขาเสียหาย ขึ้นง่ายตายยาก กำจัดยากต่างหาก ขยายพันธุ์รวดเร็ว เป็นอีกประเด็น
แต่...ไม่มีอะไรร้ายไปหมด ในความร้ายก็มีความดีอยู่  พืชที่นำมาลง บางชนิดเป็นผัก หรือเป็นสมุนไพร แต่ก็มีศักยภาพในการเป็นวัชพืชด้วยเหมือนกัน
จึงเป็นเรื่องดังนี้

ตามหมายเลขไปเลย

1 กรดน้ำ/Scoparia dulcis 67 ลำโพงขาว/Datura metel
2 หญ้าลิ้นงู/Hedyotis corymbosa 68 โคกกระออม/Cardiospermum halicacabum
3 หญ้าดอกขาว/Cyanthillium cinereum 69 เดือยหิน/Coix lachryma – jobi
4 หางปลาช่อน/Emilia sonchifolia 70 โคกกระสุน/Tribulus terrestris
5 เซ่งเล็ก/Melochia corchorifolia 71 ผักกระเฉดโคก/Neptunia javanica
6 ผักคออ่อน/Crassocephalum crepidioides 72 ชะคราม/Suaeda maritima
7 บาหยา/Asystasia gangetica 73 ถั่วลิสงนา/Alysicarpus vaginalis
8 หญ้าเกล็ดหอย/Desmodium triflorum  74 บานไม่รู้โรยป่า/Gomphrena celossioides
9 หญ้าน้ำดับไฟ/Lindenbergia philippensis 75 ฉัตรพระอินทร์/Leonotis nepetifolia
10 ปืนนกไส้/Bidens pilosa 76 ครอบจักรวาล/Abution indicum
11 หญ้ายาง/Euphorbia heterophylla 77 ครอบตลับ /Abutilon indicum (L.) Sweet
12 หญ้างวงช้าง/Heliotropium indicum 78 ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย)/ A. sinense Oliv.
13 หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima 79 เล็บเหยี่ยว/Ziziphus oenoplia
14 หญ้าพันงูขาว/Achyranthes aspera 80 หนามวัวซัง/Capparis sepiaria
15 หญ้าพันงูเขียว/Stachytarpheta jamaicensis 81 หนามพุงดอ/Actegeton sarmentosa
16 หญ้าพันงูแดง/Cyathula prostrata 82 ปอลมปม/Thespesia lampas
17 ผักโขมหัด/Amaranthus viridis 83 ปอบิด/Helicteres isora
18 ผักโขมหนาม/Amaranthus spinosus 84 สาบเสือ/Chromolaena odorata
19 ผักโขมสวน/Amaranthus tricolor 85 สาบหมา/Ageratina adenophora
20 ผักโขมหินต้นตั้ง/Boerhavia erecta 86 สาบแร้งสาบกา/Ageratum conyzoides
21 ผักโขมหินต้นแผ่/Boerhavia diffusa 87 แมงลักคา/Hypis suaveolens
22 ขมหินใบน้อย/Pilea microphylla 88 ขยุ้มตีนหมา/Ipomoea pes-tigridis
23 ลูกใต้ใบ/Phyllanthus amarus  89 กระถิน/Leucaena leucocephala
24 สันพร้ามอญ/กระดูกไก่ดำ/Justicia gendarussa  90 ชุมเห็ดไทย/Senna tora
25 สันพร้าหอม/Ayapana triplinervis 91 ชุมเห็ดเทศ/Cassia alata
26 ขอบชะนาง/Pouzolzia 92 มะระขี้นก/Momordica charantia
27 ผักปลัง/Basella  93 ย่านลิเภา/Lygodium flexuosum
28 กระเจานา/Corchorus aestuans 94 ขี้ไก่ย่าน/Mikania cordata
29 ปอกระเจาฝักยาว/Corchorus olitorius  95 ตำยาน/Zygostelma benthamii
30 ปอกระเจาฝักกลม/Corchorus capsularis 96 ถั่วไมยรา/ Desmanthus virgatus
31 ตำแยแมว/Acalipha indica 97 เครือซุด/Secamone villosa
32 สะเดาดิน/Glinus oppositifolius 98 เถาวัลย์เปรียง/Derris scandens
33 ตำลึงตัวผู้/Solena amplexicaulis 99 ตดหมูตดหมา/Paederia pirifera 
34 กะเม็งตัวเมีย/Eclipta prostrata 100 ตดหมูตดหมา/Paederia linearis Hook. f.
35 กะเม็งตัวผู้/Sphagneticola calendulacea 101 จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum
36 หญ้าขัดมอน/Sida acuta 102 ฝอยทอง/Cuscuta chinensis
37 หญ้าขัดมอนใบป้อม/Sida cordifolia L 103 กระทกรก/Passiflora foetida
38 หญ้าขัดมอนหลวง /Sida subcordata 104 ถั่วกรามช้าง/Lablab purpureus
39 หญ้าขัดมอนใบมน /Sida rhombifolia 105 ถั่วลาย/Centrosema pubescens
40 ขลู่/Pluchea indica 106 ถั่วผี/Macroptilium lathyroides
41 ขี้กาขาว/Trichosanthes cordata 107 ถั่วผีเลื้อย/Phaseolus atropurreus
42 ต้อยติ่ง/Ruellia tuberosa 108 มะแว้งต้น/Solanum indicum
43 เทียนนา/ Ludwigia hyssopifolia 109 มะแว้งเครือ/Solanum trilobatum
44 ผักแครด/Synedrella nodiflora 110 ผักบุ้งรั้ว/Ipomoea mauritiana 
45 ผักคราดทะเล/Wedelia biflora 111 ผักกาดน้ำ/Plantago major
46 ผักคราดหัวแหวน/Acmella oleracea 112 ผักกาดนา/Blumea napifolia
47 หญ้าลูกข้าว/Spermacoce ocymoides 113 ไมยราบ/Mimosa pudica
48 กระดุมใบ/Borreria laevis 114 ไมยราบเลื้อย/Mimosa diplotricha
49 เถาคัน/Cayratia trifolia 115 ไมยราบยักษ์/Mimosa pigra
50 ผักเป็ด/Alternanthera sessilis 116 ผกากรองป่า/Lantana urticoides
51 ผักเบี้ยใหญ่/Portulaca oleracea 117 ชิงช้าชาลี/Tinospora baenzigeri
52 ผักเบี้ยทะเล/Sesuvium portulacastrum 118 เทียนชะมด/Abelmoschus moschatus
53 ผักเบี้ยหิน/Trianthema portulacastrum 119 บุษบาริมทาง/Tithonia rotundifolia
54 ผักเสี้ยนขาว/Cleome gynandra 120 หงอนไก่ไทย/Celosia argentea
55 ผักเสี้ยนขน/Cleome rutidosperma 121 ดอกรัก/Calotropis gigantean
56 ผักเสี้ยนผี/Cleome viscosa 122 บัวตอง/Tithonia diversifolia
57 ผักกระสัง/Peperomia pellucida 123 ปอเทือง/Crotalaria juncea
58 ใบต่างเหรียญ/Evolvulus nummularius 124 หิ่งเม่น/Crotalaria pallida
59 น้ำนมราชสีห์/Euphorbia hirta 125 ปอคัน/Malachra capitata
60 น้ำนมราชสีห์เล็ก/Euphorbia thymifolia 126 หมามุ่ย/Mucuna pruriens
61 Euphorbia hypericifolia/Black purslane 127 หมามุ่ยช้าง/Mucuna gigantea
62 จิงจ้อเล็ก/Ipomoea obscura 128 โสน/Sesbania javanica
63 จิงจ้อเหลือง/Merremia vitifolia 129 โสนหางไก่/Aeschynomene indica
64 จิงจ้อเหลี่ยม/Operculina turpethum 130 สบู่แดง/Jatropha gossypifolia
65 เถาสะอึก/Merremia hederacea 131 ดาดตะกั่วทุ่ง/Hemigraphis alternata
66 เถาสองสลึง/Ipomoea pileata 132 กาฝากมะม่วง/Dendrophthoe pentandra
133 พริกฝรั่ง/Rivina humilis


1 กรดน้ำ/Scoparia dulcis


ชื่อวิทยาศาสตร์:     ---Scoparia dulcis Linn
ชื่อพ้อง ---Has 8 synonyms   
---Ambulia micrantha Raf.
---Capraria dulcis (L.) Kuntze
---Gratiola micrantha Nutt.
---Scoparia grandiflora Nash
---Scoparia nudicaulis Chodat & Hassl.
---Scoparia procumbens Jacq.
---Scoparia purpurea Ridl.
---Scoparia ternata Forssk.
ชื่อสามัญ:    ---Licorice weed, Sweet Broomweed, Scoparia-Weed
ชื่ออื่น:    ---กรดน้ำ,กระต่ายจามใหญ่,กัญชา,มะไฟเดือนห้า(กรุงเทพฯ),ขัดมอนเทศ(ตรัง),ขัดมอนเล็ก,หนวดแมว(ภาคกลาง), ข้างไลคุ(กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน),ตานซาน(ปัตตานี),เทียนนา(จันทบุรี),ปีกแมงวัน(กาญจนบุรี),หญ้าจ้าดตู๊ด, หญ้าหัวแมงฮุน(ภาคเหนือ),หญ้าพ่ำสามวัน(เงี้ยว แม่ฮ่องสอน); [CHINESE: Zhu zai cao.]; [BENGALI: Bon dhonya.]; [BRAZIL: Vassourinha.]; [FRENCH: Balai doux.]; [HINDI: Mithi patti, Ghoda tulsi.]; [NEPAL: Patal mishri, Mitha jhar.]; [NIGERIA: Ohinohine-sessere, Ungungbuhi, Roma fada, Aiya, Ufu-ija.]; [SPANISH: Escobilla, Escobilla amarga.]; [TAMIL: Sarak-kotthini.]; [PHILIPPINES: Mala-Anis (Pamp.), Saang-kabayo (Tag.).]
ชื่อวงศ์:    ---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
พืชพื้นเมืองของอเมริกาเขตร้อน พบได้ทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พบที่ระดับความสูงถึง 1,000 ม.
กรดน้ำ เป็นวัชพืชปีเดียวและวัชพืชข้ามปีคือมีอายุระหว่าง1-2 ปี ขึ้นในที่รกร้าง เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งหรือร่มเงาบางส่วน พบตามที่ดอนหรือริมน้ำชื้นแฉะทั่วไป  ชอบความชื้นค่อนข้างมาก ลักษณะของต้นกรดน้ำ  มีความสูงประมาณ 25-80 ซม.ลำต้นไม่มีขน ก้านใบยาว 1 ซม.ใบรูปไข่ยาว 0.5-2 ซม สีเขียวแก่ ขอบใบหยักแบบฟันปลา ใบเรียงตรงข้าม หรือเป็นวงรอบข้อ ข้อละ 3-4 ใบกิ่งเล็กเรียว แผ่สาขามาก ดอกขนาดเล็กกลีบดอกสีขาว กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ สีเขียว ผลกลมข้างในมีเมล็ดจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ -ใช้กิน ยอดอ่อนรสขมในตอนแรกรสหวานในภายหลัง หวานเล็กน้อยใช้รับประทานได้
-ใช้เป็นยา มี สรรพคุณทางเป็นสมุนไพรเช่น ใบใช้ลดไข้ แก้ไอ ขับระดู ใช้อมบ้วนปากแก้ปวดฟัน ทั้งต้นใช้ลดไข้ แก้หวัด ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา ใบและลำต้นใช้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

2 หญ้าลิ้นงู/Hedyotis corymbosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hedyotis corymbosa (L. ) Lamk.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Oldenlandia corymbosa L.
ชื่อสามัญ    ---Diamond flower,  Mutiara Grass, Pearl grass, Snake tongue grass, Flat top mille graines
ชื่ออื่น    ---หญ้าลิ้นงู(กรุงเทพ); [THAI: Yaa linnguu (Bangkok).]; [INDONESIA: Rumput Mutiara, Rumput siku-siku, bunga telor belungkas  ; Daun mutiara, rumput mutiara (Jakarta); Katepan, urek-urek polo (Jawa), Pengka (Makasar).]; ]CHINESE: Shui xian cao, Bai hua she she cao, San feng hue er cao.]; [MALAYSIA:Siku-siku, Siku dengan, Pokok telur belangkas]; [PHILIPPINES: Mala-ulasiman-aso (Tag).]
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา เอเชีย แคริบเบียน อเมริกา ออสเตรเลีย และแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศเขตร้อน ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา


แพร่หลายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน อารเบีย, กึ่งเขตร้อนและเอเชียเขตร้อนไปยังนิวกินี ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,300 เมตร
พืชล้มลุกคลุมดินอายุปีเดียว พบแพร่กระจายในทุกภาคของประเทศไทย พบมากตามที่รกร้างที่มีวัชพืชจำพวกหญ้าขึ้นน้อย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ความชื้นสูงมีแดดส่องถึง  ลักษณะของหญ้าลิ้นงู ลำต้นเป็นข้อ เหลี่ยมเรียบ เลื้อยยาวประมาณ 15-50 ซ.ม.ใบเดี่ยวขนาดเล็กยาว 2 - 5 ซม.เรียบแหลม ขอบใบหยาบ หูใบเล็ก ไม่มีก้านใบ หลังใบคดงอ ออกดอกตามง่ามใบ ดอกออกเป็นช่อประมาณ 2-4 ดอก กลีบดอกและกลีบรองดอกเป็นสีขาวหรือสีชมพูอ่อน ดอกรูปกรวยปลายแยกมีขนปก ผลขนาด กว้าง 1.75 - 2 มม. ยาว 2 - 2.5 มม.เป็นสันสี่มุม เปลือกหุ้มแข็ง ผลแตกออกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดมาก
การใช้ประโยชน์--ใช้ในยาแผนโบราณของอินเดียและจีนเพื่อรักษาโรคตับต่างๆ หญ้าลิ้นงูจัดเป็นหญ้าสมุนไพรชนิดหนึ่งของจีนที่เรียกว่า จัวจิเช่า รสเผ็ดขมนิดๆ ออกฤทธิ์เย็น ทุกส่วนของพืชทั้งสดและแห้งสามารถใช้เป็นยา มีคุณสมบัติเป็นพืชสมุนไพร แก้ร้อนใน ดับพิษ ใช้ภายนอก รักษาแผลสด รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
-อื่น ๆ รากให้สีย้อมสีเขียวที่เรียกว่า 'gerancine'
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

3 หญ้าดอกขาว/Cyanthillium cinereum

 

Cyanthillium cinereum var. cinereum
ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyanthillium cinereum (L.) H. Rob.
ชื่อพ้อง ---Has 65 Synonyms  
---Cacalia cinerea (L.) Kuntze.
---Conyza cinerea L.
---Vernonia cinerea (L.) Less.
.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Ironweed, Little Ironweed, Purple Fleabane, Ash-coloured fleabane, Ash-coloured ironweed, Purple-flowered fleabane
ชื่ออื่น    ---หญ้าสามวัน (เชียงใหม่), เสือสามขา (ตราด), ถั่วแฮะดิน ฝรั่งโคก (เลย), ก้านธูป ต้นก้านธูป (จันทบุรี), หนาดหนา (ชัยภูมิ), หญ้าละออง หญ้าดอกขาว หญ้าหมอน้อย หมอน้อย (กรุงเทพฯ); [THAI:  yaa dok khaao; yaa-saam-wan; ya-la-ong; Kaan thuup .] ; [CHINESE: ye xiang niu, Xiao shan hu, Ran se cao.]; [JAPANESE: mura-saki-mukashi-yomogi.]; [FRENCH: Ayapana sauvage.]; [GERMAN: Kleines Eisenholz, Kleines. Scheinaster.]; [HINDI: Sahadevi.]; [INDIA: Anktaa, Sahdei, Sandri, Naichette, Mukuthipundu, Sandri.]; [INDONESIA: Buyung-buyung, Sawi Langit, Lidah Anjing, Rumput ekor kuda.]; [JAPAN: Yambaru-higotai, Mura-saki-mukashi-yomogi.]; [LAOS: Nya Phaen Din Yen.]; [PHILIPPINES: Agas-moro (Ilk.), Tagulinai, tagulinay (Tag.).]; [MALAYSIA: Rumput tahi babi, Tambak-tambak, Tambak bukit.]; [MYANMAR: Byaing-chay-pin.]; [NEPALESE: Pramalamram.]; [NIGERIA: Bojure.]; [PUERTO RICO: Yerba Socialista, Rabo de buey.]; [SPANISH: Machadita, Rabo de buey, Yerba morada.]; [SRI LANKA: Alavangu pillu, Monara kudumbiya.]; [TANZANIA: Kifuha, Kifusa, Mhadu.]; [VIETNAM: Bach Dau Ong.]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกาและออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา - เซเนกัลไปยังโซมาเลีย,แอฟริกาใต้ ผ่านอารเบียเอเชียเขตร้อนไปยังนิวกินีและออสเตรเลีย

 

พืชในเขตร้อนชื้นมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาและออสเตรเลีย แพร่หลายอย่างกว้างขวางในภูมิภาคเขตร้อนในอเมริกาและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มักอยู่ในที่โล่งบนทางลาด ทุ่งนา และริมถนน  พบได้ที่ระดับความสูงถึง 1,300 เมตร
สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ง่ายด้วยลมและมีศักยภาพในการเติบโตเป็นวัชพืชใน ruderals (วัชพืชในพื้นที่เพาะปลูก) พื้นที่เกษตรกรรมและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เป็นไม้ล้มลุกขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติหรือด้วยการเพาะเมล็ด พบตามที่รกร้างทั่วไป อายุประมาณ1-5ปี ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูง 15 – 80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปวงรีแคบรูปไข่ รูปใบหอกหรือรูปแถบ ใบที่บริเวณโคนต้นขนาดใหญ่กว่าที่ปลายยอด ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกช่อกระจุกแน่น ออกรวมเป็นช่อแยกแขนง รูปคล้ายช่อเชิงหลั่น  ดอก สีม่วงเข้มแล้วค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาว หลุดร่วงง่าย ผลแห้งมีเมล็ดเดี่ยวเปลือกแข็งแห้งไม่แตก.
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค บางครั้งมีการเพาะปลูกเป็นผักในเคนยา และยังใช้ในยาสมุนไพรอายุรเวท
-ใช้กิน ใบ - ปรุงสุก ใบขมเล็กน้อยใช้เป็น potherb หรือเพิ่มในซุป
-ใช้เป็นยา  มีสรรพคุณทางสมุนไพรที่โดดเด่น มีการวิจัยพบว่า ในลำต้น ใบและรากของหญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ Soduim Nirate ซึ่ง มีฤทธิ์ ทำให้ประสาทรับรสบริเวณลิ้นเกิดอาการชา ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปไม่รับรู้รสชาดใดๆ และไม่รู้สึกอยากบุหรี่ เป็นที่มาของการนำหญ้าดอกขาว มาเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการเลิกบุหรี่
สำหรับสรรพคุณด้านอื่น ใบ ต้มดื่ม แก้บิด แก้หืด  แก้หลอดลมอักเสบ ตำพอกสมานแผล แก้กลากเกลื่อนเรื้อนกวาง แก้ปวดศรีษะ ตำผสมน้ำนมคนเอาน้ำหยอดตาแก้ตาแดง  ตาแฉะ -เมล็ด  ขับพยาธิ แก้ท้องอืดเฟ้อ พอกแก้โรคผิวหนัง  กำจัดเหา -ทั้งต้น รสเย็นขื่น  ต้มดื่มลดไข้ กินแก้ไอ แก้ดีซ่าน แก้ตับอักเสบเฉียบพลัน แก้ปัสสาวะรดที่นอน  แก้ร้ดสีดวงทวาร บำรุงกำลัง แก้ท้องร่วง คั้นเอาน้ำดื่มกระตุ้นให้เจ็บท้องคลอด ขับรก ขับระดู -รากใช้ในการรักษาอาการท้องมาน น้ำคั้นจากรากใช้ในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร, โรคท้องร่วงและความผิดปกติของกระเพาะอาหาร -สารสกัดต่าง ๆ ของพืช ต้านไวรัส ต้านมะเร็งและขับปัสสาวะ
-อื่น ๆ เมล็ดให้ผลผลิตน้ำมันไขมันที่ใช้เป็นยา
ระยะออกดอก--- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

4 หางปลาช่อน/Emilia sonchifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Emilia sonchifolia (L.) DC. ex Wight
ชื่อพ้อง ---Has 9 synonyms
---Cacalia sonchifolia L.
---Emilia javanica (Burm.f.) C.B.Rob.
---Emilia marivelensis Elmer
---Emilia purpurea Cass.
---Emilia rigidula DC.
---Emilia sinica Mq.
---Emilia scabra DC.
---Emilia sonchifolia (L.) DC. ex DC.
---Gynura ecalyculata DC.
---Senecio sonchifolius (L.) Moench
ชื่อสามัญ ---Cupid’s shaving Brush, Lilac tasselflower, Emilia , Sow Thistle, Red tasselflower.
ชื่ออื่น---หางปลาช่อน(ภาคกลาง),ผักแดง(เลย),ผักบั้ง(ลำปาง),เฮียะเออัง(จีน); [THAI: Hang pla chon(Central); Pak daeng (Lei); pak bang (Lampang).]; [ASSAMESE: Bonkapahua.]; [BENGALI: Sachimodi,Sadimodi.]; [HINDI: Hirankuri,Kirankuri,Hirankhuri.]; [SANSKRIT: Sasasruti, Sasasrutih.]; [FRENCH:  cacalie a feuilles de laiteron; émilie.]; [CHINESE: yi dian hong.]; [GERMAN: purpur-quastenkoepfchen.]; [SPANISH: borlitas, brochita, clavel chino, pincelillo de poeta, pincel de amor.] ; [PORTUGURSR: bela-emilia, serralha.]; [PUERTO RICO: clavelito Colorado; clavelitos del cafetal.]; [BRAZIL: brocha; falsa-serralha.]; [JAPANESE: usubeni-nigana.]; [PHILIPPINES: cetim, kipot-kipot, lamlampka.]; [INDONESIA: djombang; dwaji rowo.]; [MALAYSIA: ketumbit jantan; setumbak merah; tanbak-tambak merah; tetambak merah.]; [VIETNAM: co chua le.]; [BAHAMAS: purple emilia.]; [MADAGASCAR: tsiontsiona.]; [HAWAII: Pupu lele.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาตะวันตก เอเชีย โอเชียเนีย


พืชพื้นเมืองของอเมริกากลางและอเมริกาใต้  เกิดขึ้นในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนอย่างน้อย 54 ประเทศ มีการกระจายอย่างกว้างขวางในพื้นที่ชื้นของแอฟริกาตะวันตก เอเชียและโอเชียเนีย จัดเป็นวัชพืชที่มีการกระจายพันธุ์ได้รวดเร็ว พบได้ทั่วไปในทุ่งหญ้าเปิด พื้นที่ทิ้งขยะ ริมถนน ทุ่งหญ้า ขอบป่าไม้ชายฝั่งทะเลที่ลาดชัน นอกจากนี้ยังเติบโตในพื้นที่มีร่มเงาบางส่วนใต้ต้นกาแฟปาล์มน้ำมันและสวนชา ตามที่ชื้นที่มีแดดหรือที่โล่งปะปนไปกับวัชพืชชนิดอื่น ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1.700 เมตร
เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กอายุปีเดียว ลำต้นตรง สูงประมาณ 20-70 ซม. ตามลำต้นมีขนขึ้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ยาว4 - 16 ซม.กว้าง 1 - 8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบกว้างเรียวสอบเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยักลึกแบบฟันเลื่อยห่าง  ออกดอกเป็นช่อ โดยออกตามบริเวณกลางลำต้นหรือยอดต้น ช่อดอกหนึ่ง จะมีสองแขนงดอกย่อย ดอกรูประฆังแคบ กลีบดอกมี5กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก กลีบดอกส่วนโคนจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ ดอกสมบูรณ์เพศก้านดอกยาวมักแตกแขนง ดอกไม้อาจเป็นสีม่วง, สีแดง, ชมพู, ส้ม, ขาวหรือม่วง ผลเป็นผลเดี่ยว เปลือกผลแข็ง แห้งแล้วไม่แตก ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ยาว 2.4- 3 มม. มีสีน้ำตาลแดงหรือออกขาว มีขนสีขาวฟูยาวประมาณ 8 มม.
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีในที่ที่มีแสงแดดและมีค่า pH 4.5-6.5 ทนแล้ง
การใช้ประโยชน์---จำหน่ายในตลาดท้องถิ่นทั่วเอเชียเขตร้อนเพื่อเป็นอาหารหรือเพื่อใช้ในการแพทย์แผนโบราณ มีการใช้เป็นยาแบบดั้งเดิมและยังให้ใบที่กินได้ ถูกปลูกเลี้ยงเป็นครั้งคราวสำหรับใช้ใบเหล่านี้ซึ่งมักจะขายในตลาดท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ชวา
-ใช้กิน ยอดอ่อนและใบอ่อน ดิบหรือสุกรสขมเล็กน้อย ใช้รับประทานเป็นผักจิ้ม -ผลิตเป็นผงใช้ในการเตรียมเค้กที่หมักด้วยยีสต์ (เรียกว่ามาร์ชาในเนปาล) ซึ่งใช้กลั่นสุรา
-ใช้เป็นยา ชาที่ทำจากใบใช้รักษาโรคบิด น้ำคั้นจากใบใช้สำหรับรักษาอาการตาอักเสบ ตาบอดกลางคืน บาดแผล และอาการเจ็บหู น้ำจากรากใช้ในการรักษาอาการท้องเสีย ดอก เคี้ยวแล้วเก็บไว้ในปากประมาณ 10 นาทีเพื่อป้องกันฟันผุ
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล ---ตลอดปี
ขยายพันธุ์--- เมล็ด

5  เซ่งเล็ก/Melochia corchorifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Melochia corchorifolia L.
ชื่อพ้อง--- Has 2 synonyms
---Riedlea corchorifolia (L.) DC.
---Visenia corchorifolia (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ---Wire Bush, Red Weed, Chocolate Weed, Red-weed, Crab's Eggs.
ชื่ออื่น---ส้งเล็ก(อ่างทอง),ขางปากปุด(เชียงใหม่),สะแองใบมน(ชัยนาท); [THAI: Khaang paak put (Chiang Mai), sa aeng bai mon (Chai Nat), seng lek (Ang Thong).]; [CHINESE: ma song zi.]; [HINDI: bundahia, bundava, bundaya.]; [MALAYALAM: Cheruvuram, Seruvuram.]; [SIDDHA/TAMIL: Pinnakkuppundu.]; [MALAYSIA: Lemak Ketam, Lemak Kepiting, Limah Ketam, Bayam Rusa, Bunga Padang, Pulut- pulut.]; ; [INDONESIA: Orang-aring (General), jarring (Sundanese), gendiran (Javanese).]; [PHILIPPINES: Bankalanan (Iloko), kalingan (Panay Bisaya).]; [VIETNAM: Bái giấy, Vải giấy, Trứng cua lá bố.]
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้  อเมริกา ออสเตรเลีย

 

พบตั้งแต่ แอฟริกาตะวันออก และเอเชียใต้ ผ่านเอเชียตะวันออก สู่ออสเตรเลีย และหมู่เกาะโซโลมอน ส่วนใหญ่พบในที่ ที่มีแดดจัดหรือมีเงาเล็กน้อยในเขตร้อนชื้น เช่นฝั่งแม่น้ำ ชายฝั่งทะเลสาบ และที่ราบลุ่มน้ำ  เป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะในนาข้าว (ทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม) ถั่วเหลืองฝ้ายและมันสำปะหลัง เติบโตที่ระดับความสูง  0–950 เมตร
เป็นสายพันธุ์ที่มีความหลากหลายสูง หลายชนิดที่เรียกว่า เส้ง บางทีเขียนว่า เซ่ง เพื่อที่จะให้รู้ว่าเป็นชนิดไหนมักมีคำต่อท้าย เช่น เส้งใบมนหรือ เส้งเล็ก
เป็นพืชใบเลี้ยงคู่อายุฤดูเดียว ในประเทศไทยพบขึ้นในที่มีน้ำขัง ชื้นแฉะ เป็นวัชพืชในนาข้าว ในแปลงเพาะปลูกพืชสวน พืชไร่  ต้นสูงประมาณ 30 - 100ซม. ตามลำต้นมีขนปกคลุม เปลือกบางสามารถลอกออกได้  ก้านใบยาว 2 ซม. มีขนยาวอย่างน้อยด้านบน ใบเป็นใบเดี่ยว1-7.5 x 0.3–4.5 ซม. ออกแบบเรียงสลับ บางครั้งเป็นกระจุก 2 - 3 ใบ ใบรูปหอกปลายแหลม ฐานใบกว้าง โค้งมนเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยัก ที่โคนก้านใบมีหูใบเป็นแผ่นหรือเกล็ดแบน ๆ ปลายแหลม 2 อัน ดอกออกแบบช่อกระจุกออกตามปลายยอดและบริเวณซอกใบ สีม่วงหรือชมพู ก้านดอกสั้น ผล เป็นฝักกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม.แก่แล้วแตกตามรอยตะเข็บ เมล็ดสีน้ำตาลมีรอยย่นยาวประมาณ 2.0 - 2.5 มม
การใช้ประโยชน์---พบการใช้ประโยชน์ได้ทั่วไปในอินโดจีนและอินเดีย เพื่อใช้เป็นอาหารและยา
- ใช้กิน ใบปรุงและกินเป็น potherb ใบไม้ที่ปรุงแล้วจะเป็นเครื่องเคียงที่ได้รับความนิยมในมาลาวี
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ลำต้นและใบ ต้มในน้ำมันเป็นยาป้องกันพิษจากงูบางชนิด ใบ ใช้พอกแผล แก้บวมหรือแก้ปวดบริเวณท้อง-ยาต้มของพืชถูกนำไปใช้ในการแพทย์พื้นบ้านในอินเดียเพื่อรักษาอาการท้องบวม บิดและงูกัด ใบและรากใช้สำหรับเป็นยาพอกในกรณีเป็นไข้ทรพิษ ยาต้มใบและรากถูกใช้ภายในเพื่อรักษาโรคบิดและยาต้มของใบเพื่อทำให้หยุดอาเจียน
-อื่นๆ เส้นใยสีเงินที่สกัดจากเปลือกนั้นดีและแข็งแรง สวยงามวิจิตร แต่มีปริมาณน้อยเกินไปที่จะสำคัญ ลำต้นใช้สำหรับมัด และใช้ในการก่อสร้างหลังคารูปกรวยสำหรับบ้านในท้องถิ่น สารละลายน้ำในใบมีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง
ระยะออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม-ตุลาคม/กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์----เมล็ด เมล็ดที่ฝังลึก 1 - 5 ซม. ให้อัตราการงอก 80 - 90% หลังจาก 7 วัน เมื่อปลูกที่ผิวดินหรือลึกกว่า 8 ซม. เมล็ดไม่งอก

6 ผักคออ่อน/Crassocephalum crepidioides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Crassocephalum crepidioides (Benth.) S.Moore
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms
---Crassocephalum diversifolium Hiern
---Gynura crepidioides Benth.
---Gynura diversifolia Sch.Bip. ex Asch.
---Gynura microcephala Vatke
---Gynura polycephala Benth.
---Senecio crepidioides (Benth.) Asch.
---Senecio diversifolius A.Rich.
ชื่อสามัญ---Okinawa Spinach, Oldbag weed, Ebolo, Thickhead , Redflower ragleaf , Fireweed
ชื่ออื่น---ผักคออ่อน, ผักเผ็ดช้าง, ผักกาดช้าง, ผักกาดขมุ, ขี้งัว, ผักกาดง่อง, หญ้าดอกขาว, หญ้าดอกคำ, ผักห่าน, ผักขี้โว, ; [THAI: phak pet maeo.]; [CHINESE: ye tong hao.]; [JAPAN: benibanaborogiku.]; [MALAYALAM: Appuppanthadi.]; [INDONESIA: jukut jamalok; Java: sintrong.]; [TONGA: fisi puna.]; [SAMOA: fua lele, vao lele.] ; [FIJI: pua lele; se vuka.]; [PAPUA NEW GUINEA: thick head.]; [PHILIPPINES: bulak manok.]    
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน มันแพร่กระจายอย่างกว้างขวางไปทางตะวันออก จากแอฟริกาและมาดากัสการ์ สู่อินดีสตะวันออก อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่มันได้กลายเป็นธรรมชาติในส่วนอื่น ๆ ของประเทศในเขตร้อน และกลายเป็นวัชพืชรุกรานในบางแห่งเช่น นิวคาลิโดเนีย และยังคงแพร่กระจายอย่างแข็งขัน พบตามแหล่งที่ชื้น ตามแม่น้ำ หรือทะเลสาบ ในป่า สถานที่ท่ถูกรบกวน และพื้นที่เพาะปลูก ที่ระดับความสูง 0-2500 เมตร
บทสรุปของการบุกรุก C. crepidiodes ถือเป็นพืชสมุนไพรรุกรานที่รวมอยู่ในบทสรุปทั่วโลกของวัชพืช และจัดเป็นวัชพืชที่ก้าวร้าวที่สุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ( Randall, 2012 ) มันเป็นสายพันธุ์บุกเบิกที่มีความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ขนปุยลมจำนวนมาก
พืชล้มลุกอายุอยู่ได้ฤดูเดียว ในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือหรือในเขตที่สูง ตามริมทาง ที่รกร้างและแปลงเพาะปลูก เป็นวัชพืชในพืชไร่  พบได้ที่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับ 1,500 เมตร ลักษณะ ลำต้นสูง 40-100 ซ.ม. แตกกิ่งก้านสาขาหนาแน่น มีขนละเอียดทั่วลำต้นและกิ่งก้าน ใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปรีแกมขอบขนานสีเขียวเข้ม ยาว 6-18 ซม. และกว้าง 2 -5 ซม โคนใบแคบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยหรือเว้าเป็นแฉกบริเวณฐานใบ ดอกสมบูรณ์เพศ ช่อดอกออกที่ปลายยอด3-5 ช่อรูปทรงกระบอกยาว 1-2 ซ.ม.ที่ส่วนโคนมีใบประดับหุ้ม ดอกย่อย อยู่รวมกันเป็นกระจุก กลีบดอกย่อยสีเหลือง สีส้ม สีแดงเข้ม ที่ส่วนปลายมีสีเหลืองเกือบทั้งหมด อับเรณูเป็นสีม่วง ตลอดความยาว 9-11 มม. ก้านดอกอ่อนมาก ทานน้ำหนักดอกไม่ไหวเลยโค้งลง ผลขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้ม มีขนฟูสีขาวเป็นพู่ที่ปลาย น้ำหนักเบา ปลิวไปตามลม
การใช้ประโยชน์---นอกจากเป็นวัชพืชแล้ว บางครั้งพืชได้รับการปลูกในเขตร้อนสำหรับใบไม้ที่กินได้และใช้เป็นยาซึ่งมักจะขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กิน ในประเทศไทย ใบและยอดอ่อนกินได้ทั้งดิบและสุก  ถูกใช้เป็นผัก กินเป็นผักลวกจิ้ม รากกินกับซอสพริก -ในตะวันตกและแอฟริกากลาง ใช้ใบอ่อนฉ่ำและลำต้นที่มีเมือก ใช้เป็นผักในซุปและสตูว์ -ในไนจีเรียตะวันตกเฉียงใต้ ที่นี่ใบไม้ถูกลวกเล็กน้อยน้ำส่วนเกินจะถูกระบายออกและใบไม้ก็ถูกปรุงด้วยพริก หัวหอม มะเขือเทศ แตงโมและบางครั้งกับปลาหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำซุปและต้ม -ในเซียร์ราลีโอนใบไม้ยังเป็นที่นิยมและถูกทำเป็นซอสราดด้วยถั่วลิสง  -ในประเทศออสเตรเลียนั้นจะถูกกินเป็นสลัดสีเขียวไม่ว่าจะปรุงสุกหรือดิบ
-ใช้เป็นยา ใบใช้แก้อาการอาหารไม่ย่อย ปวดหัว ใช้ภายนอกรักษาแผลสด ผงใบแห้งถูกนำไปใช้เป็นยานัตถุ์เพื่อหยุดเลือดออกจมูก และรมควันเพื่อรักษาโรคนอนหลับ  แทนนินที่พบในรากของพืชใช้รักษาริมฝีปากบวม อย่างไรก็ตามความปลอดภัยของการใช้ภายในจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเนื่องจากมีสารพิษจากพืช
-ในวนเกษตร ได้ถูกนำมาใช้อย่างประสบความสำเร็จในการเป็นพืชดักจับเพื่อเก็บรวบรวมหนอนด้วงตัวเต็มวัยในสวนกล้วย
-อื่น ๆ ใช้เป็นอาหารสัตว์สีเขียวสำหรับสัตว์ปีกและปศุสัตว์
ออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด ปักชำ

7 บาหยา/Asystasia gangetica


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Asystasia gangetica (L.) T.Anderson
ชื่อพ้อง ---Has 2 Synonyms  
---Asystasia coromandeliana Nees
---Justicia gangetica L.
ชื่อสามัญ---Chinese violet, Asystasia, Indian Asystasia, Creeping Foxglove, Ganges primrose, Philippine violet
ชื่ออื่น---ย่าหยา, บุษบาฮาวาย, อ่อมแซ่บ; [THAI: baya, yaya.];  [CHINESE: kuan ye shi wan cuo.]; [SPANISH: asistasia, coromandel.]; [FRENCH: herbe le rail; herbe piment; herbe pistache.]; [MALAYSIA: rumput nyonya.]; [MAURITIUS: herbe pistache.]; [SOUTH AFRICA: asystasia; creeping foxglove.]
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของมาเลเซีย, อินเดีย, และแอฟริกา แต่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับพื้นที่เขตร้อนในอเมริกาเหนือ, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, ฮาวาย, หมู่เกาะอินเดียตะวันตกและออสเตรเลียเป็นสมุนไพรประดับและในที่สุดก็หนีเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ ที่ถูกรบกวน
บทสรุปของการบุกรุก เป็นไม้ยืนต้นที่เติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งรวมอยู่ในรายการพืชรุกรานหลายชนิดรวมถึงคิวบาเปอร์โตริโกและฮาวายในประเทศออสเตรเลียพืชชนิดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่รุกรานและเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศของประเทศอย่างร้ายแรง ความสามารถของA. gangeticaในการทนต่อแหล่งที่อยู่อาศัยอันน่าทึ่งรวมถึงพื้นที่ที่ถูกรบกวนพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่กึ่งน้ำท่วมขังรวมถึงสภาพอากาศหมายความว่าสปีชีส์นี้มีศักยภาพในการแพร่กระจายได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้สปีชีส์นี้ยังสามารถปกคลุมพื้นดินที่หนาแน่นซึ่งน่าจะแข่งขันกับสปีซีส์พื้นเมือง ( Varnham, 2006 )
ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค ชอบแสงแดดรำไร ชุ่มชื้น พบขึ้นตามที่รกร้าง ริมน้ำ ชายคลอง ทั่วไป และนำมาใช้ปลูกประดับหรือเป็นไม้คลุมดิน
บาหยาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก อายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง หรือทอดเลื้อย สูงได้ถึง 1-1.5 เมตร ลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวออกสลับเป็นคู่ตั้งฉากกัน รูปไข่แกมรี กว้าง2.5-6ซม.ยาว8-16ซม.โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อกระจะ ดอกสีม่วงอ่อน โคนกลีบสีขาวอมเหลือง ปลายกลีบแยกเป็น5แฉก นอกจากสีม่วงแล้วยังมีดอกสีอื่นอีก คือสีขาวและสีเหลืองอ่อน แคปซูลรูปไข่หรือรูปรียาว 2-2.5 ซม. สีน้ำตาลอ่อนเมื่อสุกปกคลุมด้วยขนต่อมหนาแน่น ผลแก่แตกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ด 2-4 เมล็ด เมล็ดรูปไต แบน สีน้ำตาล
การใช้ประโยชน์--- ใช้กิน ยอดอ่อนกินเป็นผักได้แต่เหม็นเขียว ในแอฟริกา (แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย, เคนยาและแทนซาเนีย) ใบไม้จะถูกกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางสมุนไพร รากใช้แก้ไข้ แก้พิษฝีภายใน แก้ไข้เหนือ ใบ แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ ใบและดอก สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่ -ในไนจีเรียใช้ใบเพื่อรักษาโรคหอบหืด
-ใช้ปลูกประดับ การนำมาใช้ ปลูกเป็นไม้ประดับและพืชคลุมดินในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มันทนทานต่อการตัดและสามารถปลูกในสนามหญ้าได้ พืชที่โตง่ายไม่เลือกดิน อยู่ในที่ที่มีแสงแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน มีความสามารถเจริญเติบโตได้แม้ว่าจะโตช้าด้วยแสงแดดเพียง 10%
-การนำมาใช้ในวนเกษตร มีประโยชน์อย่างยิ่งบนทางลาดซึ่งสามารถช่วยป้องกันการพังทลายของดิน เป็นพืชคลุมดินที่ป้องกันการรบกวนจากวัชพืชอื่น
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล---กันยายน-ธันวาคม/ธันวาคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

8 หญ้าเกล็ดหอย/Desmodium triflorum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Desmodium triflorum (L.) DC
ชื่อพ้อง ---Has 21 synonyms   
---Desmodium parvifolium Blanco
---Desmodium granulatum (Schumach. and Thonn.) Walp.
---Hedysarum triflorum L.
---Meibomia triflora (L.) Kuntze---(more)
ชื่อสามัญ---Three-flower Beggarweed , Black Cover, Ticktrefoil, Creeping ticktrefoil
ชื่ออื่น---เกล็ดปลา, ผักแว่นโคก,หญ้าตานอ้อย,หญ้าเกล็ดหอย, หญ้าตานหอย, หญ้าตานทราย, [THAI: ya-klethoi, ya-tanhoi, ya-tansai.]; [FRENCH:  desmodium à trois fleurs, petit oseille marron, trèfle gazon, trèfle noir.]; [GERMAN: dreiblütiger wandelklee.]; [CHINESE: san dian jin [Chinese.]; [JAPAN: hai-makie-hagi.]; [HINDI: Kudaliya (Bengali), Kudaliya,Motha.]; [ASSAM: kodalia.]; [TONGA: kihikihi.]; [FIJI: konikoni, vakathengu.]; [SPANISH: hierba cuartillo.]; [INDONESIA: udu pelian bule.]; [MALAYSIA: rumput barek, sisek putih, sisek tenggiling.]; [PHILIPPINES: himbispuyo (Visayas); kaliskis-dalag (Tagalog).]; [VIETNAM: trang qua ba hoa, hàn the ba hoa.]; [CAMBODIA: smau kaè lolook.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด----ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก
พืชเขตร้อนชื้นที่ลุ่มพบตามสนามหญ้า ที่รกร้างและพื้นที่โล่ง เจริญได้ดีในดินทุกชนิดและดินทั่วไป ในพื้นที่แห้งแล้งที่ถูกรบกวนใกล้ชายฝั่ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร
เป็นวัชพืชใบกว้างยืนต้น ลำต้นแตกกิ่งทอดนอนไปตามพื้น ต้นสูงประมาณ 3-5(-15) ซ.ม กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีขาว แตกแขนงออกไปได้ถึง 50 ซม.ใบประกอบแบบขนนก มี3ใบย่อยออกตามซอกใบ รูปไข่กลับปลายใบตัดเล็กน้อย ขนาดใบยาว0.3-01 (-1.5) ซม.กว้าง 0.3 - 0.9 (- 1.4) ซม.ก้านใบ ยาว 0.4 - 0.8 (- 1.5) ซม. มีขนสั้นนุ่ม ดอกออกเป็นช่อกระจะออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด 1–3 (- 5) ดอก ดอกขนาดเล็กรูปดอกถั่ว กลีบดอกย่อยสีม่วงอมชมพู ผลเป็นฝักแบนโค้งล็กน้อย ยาว 5-12 (- 18) มม. และกว้าง 2–3.5 มม. มี  3–5 (- 7) ข้อ แก่แล้วแตก เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมสีเหลือง ca.1.2 x 1.7 มม.
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ตำแหน่งแสงแแดดเต็มที่ แต่ทนระดับแสงจากที่ร่มลึกไปยังดวงอาทิตย์เต็มดวง ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงปานกลาง ทนต่อระดับอลูมิเนียมสูงในดิน ชอบ pH ในช่วง 5 - 6.5 ซึ่งทนได้ 4.5 - 7
การใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรคือใช้เป็นยาดับพิษร้อน ทั้งต้นมีรสจืดเย็น แก้อาการร้อนใน ช่วยฟอกโลหิต ใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ ยาแก้ดีพิการ ใบตำละเอียดนำไปใช้ภายนอกกับบาดแผลและสำหรับปัญหาผิวโดยทั่วไป ทุกส่วนใช้เป็นยาเพื่อกระตุ้นให้เกิดเหงื่อและส่งเสริมการย่อยอาหาร
-ใช้ในวนเกษตร ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดคลุมดินเพื่อกำจัดวัชพืชและป้องกันการพังทลายของดิน สายพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิด แบคทีเรียเหล่านี้ก่อให้เกิดก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้โดยพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ
ระยะออกดอก-ติดผล ---มิถุนายน-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

9 หญ้าน้ำดับไฟ/Lindenbergia philippensis

   

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth.
ชื่อพ้อง---  Has 3 Synonyms  
---Lindenbergia melvillei S.Moore
---Stemodia bodinieri Vaniot
---Stemodia philippensis Cham. & Schltdl.
ชื่อสามัญ---None (Not recorded.)
ชื่ออื่น---หญ้าน้ำดับไฟ,หญ้าดับไฟ(กรุงเทพฯ),กิมฮวยโพเช้า(จีน กรุงเทพฯ); [CHINESE:  hong 萼草 zhong e cao, Zhong Cao Cao]
ชื่อวงศ์---SCHROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ, กัมพูชา, ลาว, พม่า, ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นเกียรติแก่ Johann Bernhard Wilhelm Lindenberg (1781–1851) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน

แพร่กระจายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก พม่าและจีนตะวันออกเฉียงใต้(กวางตุ้ง, กวางสี, กุ้ยโจว, หูเป่ย, หูหนาน, ยูนนาน) สู่อินโดจีน และฟิลิปปินส์ พบเติบโตในที่ค่อนข้างแห้งบนเนินเขาหินและหินลาด แต่ยังอยู่ในสถานที่ที่ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ พบได้ที่ระดับความสูง 0- 2,600 เมตร
ในประเทศไทยจะพบอยู่เกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ที่ระดับความสูง 800 เมตร พบได้ตามริมทางเดินและที่รกร้างทั่วไป
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้น ตั้งตรง, กิ่งมาก, มีขนดก ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกยาว 2-8 ซม.ก้านใบ 6-12 มม.  ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ยาว 6-20ซม.ใบประดับเป็นรูปใบหอก กลีบเลี้ยง 5-6 มม กลีบดอกสีเหลืองติดกัน กลีบดอกยาว 12-15 มม. ด้านนอกมีขน ปลายแยกเป็น 2 ปาก กลีบบนปากแยกเป็น 2 แฉก รูปหอก กลีบล่าง ปากโค้งงุ้มขอบแยก เป็น 3 แฉกมน ขนาด ยาวกว่ากลีบปากบน  ผลเป็นฝักรูปรีแคบมีขนสีน้ำตาลเข้มขนาด 5-6 มม แห้งแตกได้ เมล็ดสีเหลือง ขนาด0.5มม.
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา ตำรับยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นตำคั้นเอาแต่น้ำทารักษาแผลพุพองส่วนตำรายาไทยใช้ ทั้งต้น ตำพอกศรีษะเด็กแก้หวัด ตำผสมเหล้าพอกรักษาแผลไฟไหม้ พอกฝี
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤศจิกายน-มีนาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำกิ่ง

10 หญ้าตีนตุ๊กแก/Tridax procumbens


ชื่อวิทยาศาสตร์---Tridax procumbens (L.) L
ชื่อพ้อง --- Has 9 synonyms
---Amellus pedunculatus Ortega ex Willd.
---Balbisia canescens Rich.
---Balbisia divaricata Cass.
---Balbisia elongata Willd.
---Balbisia pedunculata Ortega ex O.Hoffm.
---Chrysanthemum procumbens (L.) Sessé & Moc.
---Tridax procumbens var. canescens (Rich. ex Pers.) DC.
---Tridax procumbens var. ovatifolia B.L.Rob. ex B.L.Rob. & Greenm.
---Tridax procumbens var. procumbens
ชื่อสามัญ ---Wild Daisy, Mexican daisy, Coat buttons, Tridax daisy.
ชื่ออื่น---หญ้าตุ๊บโต๋,หญ้าต๊กโต๋,ตีนตุ๊กแก(สุพรรณบุรี) ; [THAI: yaa tub to, yaa tok to, tin tuk kae,]; [AUSTRALIA/USA: Tridax daisy.]; [BRAZIL: erva-de-touro.]; [COLOMBIA: cadillo chisaca.]; [FRENCH: herbe caille (Mauritius).]; [GERMAN: Dreibiss, Niederliegender.]; [INDIA: bisalyakarmi; mukkuthipoo.]; [INDONESIA: cemondelan; glentangan; gletang; gobesan; katumpang; londotan; orang aring.]; [JAPAN: kotobukigiku.]; [MADAGASCAR: anganiay.]; [MALAYSIA: kanching baju.]; [MEXICO: flor amarilla.]; [MYANMAR: mive sok ne-gya.]; [SPANISH: mata gusano.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---เม็กซิโก อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์---
นิรุกติศาสตร์---ชื่อ Tridax หมายถึงกลีบดอกสามกลีบในขณะที่ procumbens หมายถึงราบ, นิสัยการต่อท้ายของลำต้น ( Holm et al., 1997 )


มึถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและได้กลายเป็นวัชพืชในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก พบในดินที่เป็นทรายและหินเช่นริมถนน, ทางรถไฟ, เนินทราย, และที่รกร้าง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร
ต้นตีนตุ๊กแกเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน มีอายุฤดูเดียว เป็นวัชพืชที่ทนแล้ง ลักษณะคล้ายหญ้าทหารกล้าแต่มีความแตกต่างกัน ดูเผินๆแล้วคล้ายเป็นต้นเดียวกัน ลักษณะของต้นตีนตุ๊กแก มีระบบรากแก้ว ลำต้นและใบมึขนปกคลุม ทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดขึ้นสูง0.30-0.50เมตร ใบเดี่ยว ขนาด 2.5-6 x 2-4.5 ซม เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก เส้นกลางใบเห็นชัดด้านล่าง ผิวใบทั้งสองด้านมีขนสีขาวปกคลุมเบาบาง
ดอกออกที่ซอกใบขนาด 2x1ซม.ก้านดอกตั้งตรงยาว10-40ซม มีขน. กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน 5-8กลีบ เป็นกลีบประดับ ดอกจริงสีเหลืองสดอัดแน่นเป็นกระจุกตรงกลาง ผลแห้งไม่แตกมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ใช้รักษาโรคหวัดหลอดลมบิดและท้องเสีย ใบตำพอกแก้ปวด แก้อักเสบตามข้อ พอกฝี ใช้ใบไม้เป็นยาบำรุงผม
-ใช้ในวนเกษตร ใช้เป็นพืชคลุมดิน มีรายงานว่ามีการนำมาใช้ในประเทศไนจีเรียว่าเป็นไม้ประดับในต้นปี 1900 และต่อมาแพร่กระจายจากที่นั่นไปยังประเทศเขตร้อนอื่น ๆ  ( Holm et al., 1997 )
-อื่น ๆ  ต้นอ่อนใช้เป็นอาหารสัตว์ น้ำคั้นจากใบมีคุณสมบัติฆ่าแมลงและฆ่าพยาธิ ควันที่เกิดจากการเผาพืชถูกใช้เพื่อขับไล่ยุง บางครั้งพืชใช้เป็นอาหารสีเขียวสำหรับสัตว์ปีกในไนจีเรีย
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

11 ปืนนกไส้/Bidens pilosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Bidens pilosa L.
ชื่อพ้อง--- Has 42 Synonyms
---Bidens alausensis Kunth
---Bidens chilensis DC.
---Bidens leucantha (L.) Willd.
---Bidens scandicina Kunth
---Coreopsis leucantha L.
---(more)
ชื่อสามัญ---Spanish Needle, Devil’s needles, Black jack, Beggar-ticks.
ชื่ออื่น---ปืนนกไส้(เหนือ); กี่นกไส้, หญ้าก้นจ้ำขาว(สระบุรี); [THAI: puen nok sai; yah koen-jam khao.]; ; [FRENCH: piquant noirs.]; [GERMAN: Zweizahn, Behaarter.]; [CHINESE: hsien-feng-tsau; xiang feng cao.]; [JAPAN: ko-sendangusa.]; [PORTUGUESE: amor-de-burro.]; [AUSTRALIA: cobbler's pegs.]; [Barbados: spanish needle.]; [BRAZIL: amor seco; carrapicho-de-duas pontas.]; [COLOMBIA: cadillo; masquia; papunga chipaca.]; [FIJI: batimadramadra; matakaro.]; [INDIA: cobbler's pegs; dipmal; phutium.]; [INDONESIA: adjeran harenga; djaringan ketul.]; [LAOS: pak kwan cham.]; [MEXICO: acahual; acahual blanco; aceitilla.]; [MYANMAR: moat-so-ma-hlan; ne-gya-gale; ta-se-urt.]; [NEW ZELAND: cobbler's pegs.]; [PAPUA NEW GUINEA: kobkob.]; [PHILIPPINES: dadayem; nguad; panibat; pisau-pisau.]; [SAUDI ARABIA: piquant; sornette zerb lapin.]; [SOUTH AFRICA: blackjack; gewone knapseherel.]; [TAIWAN: hsien-feng-tsau.]; [TONGA: fisi'uli.]; [URUGUAY: amor seco.]; [USA: beggar ticks; hairy beggarticks; spanish needles.]; [USA/Hawaii: ki; ki nehe; ki pipili; kookoolau; nehe; pilipili.]; [VENEZUELA: cadillo rocero.]; [VIETNAM: cuc trang; su nha long.]
ชื่อวงศ์ ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ยูเรเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และ หมู่เกาะแปซิฟิก.
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล Bidens มาจากภาษาลาติน bi = two และ dens= teeth หมายถึงฟันที่มีหนามอันเด่นชัดที่ยื่นออกมาจากปลายยอดของแต่ละเมล็ด; ชื่อสายพันธ์ Pilosa หมายถึงขนอ่อนบนลำต้นและใบไม้


มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของอเมริกาและแคริบเบียน ไปยังทางใต้ของอเมริกาและ แพร่หลายไปที่อื่นๆที่อื่น เจริญเติบโตในพื้นที่ที่ถูกรบกวนแสงแดดสูงและดินแห้งปานกลาง ในทุ่งหญ้าป่าละเมาะ ป่าชายเลน ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ ริมถนน ทุ่งหญ้า พื้นที่ชายฝั่ง และพื้นที่เกษตรกรรม เป็นวัชพืชในเขตร้อนที่มีความสามารถในการบุกรุกที่อยู่อาศัย ในระดับความสูงถึง 3,600 เมตร
บทสรุปของการบุกรุก--- เนื่องจาก B.pilosa มีคุณสมบัติเป็น allelopathic ซึ่งมีสารจากใบและรากเป็นที่รู้จักกันดีว่า ยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของต้นกล้าของพืชอื่นจำนวนมากและเชื่อว่าจะยังคงใช้งานได้ตลอดการย่อยสลาย นอกจากนี้มันยังเติบโตเร็วกว่าพันธุ์พืชที่ใกล้เคียงสามเท่า ทำให้เป็นวัชพืชที่น่าเกรงขามสำหรับพืชผลและพืชผักพื้นเมืองอื่นๆ
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 15-100 (-150) ซม. มีระบบรากแก้ว แตกกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวสีเขียวเข้มออกตรงข้าม ยาว 4-20 ซม. กว้าง 6 ซม. ใบล่างเรียบง่ายรูปไข่และฟันปลาใบบนเปลี่ยนใบเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือใบรูปใบเดี่ยวกับใบย่อย 2-3 ใบ ก้านใบยาว 2-5 ซม.ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกช่อมีประมาณ 1-3 ดอก ดอกเดี่ยวขนาด 1 ซม. ดอกเป็นสีเหลืองซีดหรือสีครีม ผล Achenes (โดยทั่วไปเรียกว่า 'เมล็ด')แห้งไม่แตก เป็นเส้นตรงสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ขนาดยาว 1-1.5 ซม. แบน 4 มุมมีขนเบาบาง ปลายแยกเป็นแฉกมีหนามสีเหลือง 2 อัน
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มที่ ดินที่มีความชุ่มชื้นปานกลาง พืชสามารถเจริญเติบโตได้ในแหล่งอาศัยหลากหลายตั้งแต่ดินชื้นทรายหินปูน เป็นกรด หรือดินแห้งพืชทนได้  pH ตั้งแต่ 4 - 9 และทนดินเค็มสูง สามารถทนต่อความแห้งแล้งที่รุนแรง
การใช้ประโยชน์---พืชที่รวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยา ในส่วนของแอฟริกาพืชได้รับอนุญาตให้อยู่ในสภาพที่เป็นวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูกและบางครั้งก็ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์จากใบ
-ใช้กิน ใบอ่อน ยอดอ่อน ดิบหรือสุก นำมารับประทานเป็นผักจิ้มหรือแกง เพิ่มลงในสลัดหรือนึ่งและเติมลงในซุปและสตูว์ และสามารถนำไปตากแห้งเพื่อใช้ในภายหลัง เป็นแหล่งไอโอดีนที่ดี มีการวิเคราะห์ทางโภชนาการ ในฟิลิปปินส์การรับประทานใบเป็นผักในอาหารประจำวันมีการสังเกตเพื่อป้องกันโรคคอพอก ในเม็กซิโกใช้ใบสำหรับชงชาสมุนไพร และถูกใช้เป็นผักใบพื้นบ้านในภาคใต้ของแอฟริกา
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแพทย์แผนโบราณในการรักษาอาการที่หลากหลายมักจะถูกใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด และต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรียของระบบทางเดินอาหาร ใบสดใช้แก้ปวดฟัน ใช้เป็นยาห้ามเลือด รักษา แผลบวม แผลเน่า รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้หวัด -ในแอฟริกาใช้ใบเพื่อรักษาอาการอักเสบและโรคไขข้อ-ในฟิลิปปินส์B. pilosaใช้ในการรักษาโรคไขข้ออักเสบ, ตาเจ็บ, ปัญหาช่องท้อง, แผล, ต่อมบวมและปวดฟัน -ในเม็กซิโกใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร ริดสีดวงทวารและเบาหวานและยังมีคุณสมบัติต้านจุลชีพ
-อื่น ๆ พืชจะถูกรวบรวมเพื่อสกัดสีธรรมชาติ รากล้างแล้วตากแห้งใช้เป็นแปรงทาสี
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด  สามารถคงอยู่ได้นานหลายปีเมื่อฝังอยู่ใต้ผิวดิน ที่เก็บไว้เป็นเวลา 3 ถึง 5 ปียังคงให้การงอก 80%( Holm et al., 1977 ) Sahoo และ Jha (1997)

12 หญ้ายาง/Euphorbia heterophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์---Euphorbia heterophylla L
ชื่อพ้อง ---Has 4 synonyms   
---Cyathophora heterophyla (L.) Raf.
---Euphorbia heterophylla var. genuina Boiss.
---Poinsettia heterophylla (L.) Klotzsch & Garcke
---Tithymalus heterophyllus (L.) Haw.
ชื่อสามัญ---Mexican fire plant, Japanese poinsettia, Wild poinsettia, Wild spurge, Painted leaf, Painted spurge, Milk Weed, Milkweed.
ชื่ออื่น--หญ้ายาง(ภาคกลาง),ใบต่างดอก,ลูกเขยตายแม่ยายทำศพ(กรุงเทพ) ดอกบานบา(ลาว) ; [THAI: yaa yang, bai tang dok, luk khey tay mae yay tham sop.]; [CHINESE: bái bāo xīng xing cǎo.]; [JAPAN: shôjôsômodoki.]; [FRENCH: poinsettia d'Amerique.]; [SPANISH: gota de sangre; huchapurga; leche de sapo; leche vana.]; [PORTUGUESE: amendoim-bravo.]; [ARGENTINA: lecherón.]; [BRAZIL: adeus-brasil; café-do-diabo; leiteira; mata-brasil.]; [ITALIAN: poinsettia d'America.]
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนของ อเมริกากลาง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกา
นิรุกติศาสตร์---Pinio II กษัตริย์แห่งภูมิภาคมอริเตเนียโดย 30 ปีก่อนคริสตกาลตั้งชื่อพืชในแอฟริกา Euphorbia โดยคำนึงถึง Euphorbus แพทย์ผู้มีชื่อเสียงที่ค้นพบคุณสมบัติทางยาของ Euphorbia resinifera, Linnaeusใช้ชื่อEuphorbia เพื่ออธิบายสกุลทั้งหมด ; ชื่อสายพันธุ์ Heterophylla มาจากภาษากรีก heteros = different และ phyllon = leaf อ้งถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างใบในสายพันธุ์นี้ ( Kissman and Groth, 1993 )

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน จากสหรัฐอเมริกาตอนใต้ผ่านอเมริกากลางและแคริบเบียนทางใต้สู่อาร์เจนตินา ปัจจุบันมีการกระจายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อนเอเชียและแปซิฟิกอย่างน้อย 65 ประเทศ เป็นวัชพืชของพืชสวนผลไม้ ริมถนน ดินร้างในสวน สถานที่ที่ถูกรบกวน ยังพบได้ทั่วไปในป่าเมืองและตามลำห้วย จากระดับน้ำทะเลถึง 3,000 เมตร
ในประเทศไทยพบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ที่ระดับความสูง 400-1,400 เมตร
หญ้ายางเป็นพืชล้มลุก อายุปีเดียวเจริญได้ดีตลอดทั้งปีมีต้นตั้งตรงสูง 20-80 ซม.และอาจสูงถึง1-2เมตรได้  (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม) ขนาดที่พบมากที่สุดคือสูง 40-60 ซม.ลำต้นเรียบสีแดงอมเขียว ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปแถบแกมรูปใบหอก ออกเรียงเวียนรอบต้น แผ่นใบด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ปลายยอด มีใบเรียงเป็นกระจุกรองรับที่โคนใบมีสีเขียวอ่อน ดอกแยกเพศอยู่บนช่อเดียวกัน กลีบรวมสีเขียว ดอกเพศเมียรูปร่างกลม ดอกเพศผู้เกิดข้างๆดอกเพศเมีย เกสรเพศผู้สีเหลือง ผลแบบผลแห้งแล้วแตกกลางพู มี 3 พู กว้าง 3-4 มม.ยาว 5-6 มม แต่ละพูมี3เมล็ด  เมล็ดรูปไข่ยาว 2.5-3 มม. มี ทั้งสีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา มีพื้นผิวที่หยาบ
สภาพแวดล้อมและข้อกำหนด---ชอบตำแหน่งที่ไม่มีแสงแดดมาก แต่ทนแดดได้ ขึ้นได้ในดินหลากหลายประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีร่มเงาและในพื้นที่เพาะปลูก
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น
-ใช้กิน ใบไม้กินได้และถูกกินเป็นผักหรือเป็นอาหารอดอยาก ยามขาดแคลน
- ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ยอดอ่อนใช้รับประทานสดประมาณ 3 ใบ มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยแก้อาการท้องผูก -รากช่วยกระทุ้งพิษ ช่วยแก้พิษฝีภายใน เปลือกต้นช่วยขับน้ำนม -น้ำยางของใบและรากจะถูกนำไปใช้ในการรักษาเนื้องอก ผิวหนัง หูด
-ใช้เป็นไม้ประดับ บางครั้งมันก็โตเป็นไม้ประดับ
-อื่นๆ น้ำยาง ใช้ในการเตรียมลูกศรพิษและเบื่อปลา สีย้อม สีแดงที่รู้จักกันในชื่อ porcetin ได้มาจากใบ
รู้จักอันตราย---บริเวณก้านใบจะมีขนที่ทำให้เกิดอาการคัน จึงไม่ควรสัมผัสโดยตรง  ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวขุ่น เป็นพิษต่อปศุสัตว์และมนุษย์ หากสัมผัสผิวหนัง พิษของยางนั้นระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา อย่างไรก็ตามน้ำยางยังใช้เป็นยาแก้พิษต่อการระคายเคืองที่เกิดจากน้ำยางของสายพันธุ์ Euphorbia อื่น ๆ
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

13 หญ้างวงช้าง/Heliotropium indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Heliotropium indicum L.
ชื่อพ้อง --- Has 7 synonyms
---Eliopia riparia Raf.
---Eliopia serrata Raf.
---Heliophytum indicum (L.) DC.
---Heliotropium cordifolium Moench
---Heliotropium foetidum Salisb.
---Heliotropium horminifolium Mill.
---Tiaridium indicum (L.) Lehm.
ชื่อสามัญ---Indian Helitrope, Scorpion Weed, Devil weed.
ชื่ออื่น---หญ้างวงช้าง(ทั่วไป),หญ้างวงช้างน้อย(ภาคเหนือ),กุนอกาโม(มลายู ปัตตานี), ผักแพวขาว(กาญจนบุรี) ; [THAI:  yaa nguang-chang.]; [French: herbe papillon.]; [Germany: Indische Sonnenwende.]; [Portuguese: borragem-brava; rabo-de-mico.]; [SPANISH: cola de alacran; cotorrera; moco de pavo.]; [INDIA: hatisundha.]; [BENGALI: Hatisura.]; [NEPALI: Haattisunde Jhaar.]; [HINDI: Hathajori.]; [JAPAN: nanbanruriso.]; [MYANMAR: sin-letmaung-gyi.]; [TAIWAN: gou-wei-chung-tsan.] ; [Bangladesh: hatisur.]; [Cambodia: pamroy damrey.]; [Caribbean: erisipelas plant; wild clary.]; [Colombia: heliotropo silvestre.]; [Costa Rica: largatillo.]; [Cuba: alacrancillo.]; [Indonesia: bandotan lombok; djingir ajam; gadjahan; tlale; tusok konde.]; [Pakistan: ounth chara.]; [Philippines: buntot-leon; pengnga-pengnga; punta elepante.]; [Venezuela: rabo de alacrán de playa.]; [VIETNAM: vòi voi.]
ชื่อวงศ์---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา                                                                                        
เขตการกระจายพันธุ์--- อเมริกาใต้ (อาร์เจนตินา ปรากวัย บราซิล โบลิเวีย เปรู), อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา และเอเชียเขตร้อนรวมทั้ง สิงคโปร์     
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากกรีก helios สำหรับดวงอาทิตย์และ trope สำหรับการเลี้ยว อ้างอิงใบไม้และดอกไม้หันไปทางดวงอาทิตย์อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่นิสัยของเผ่าพันธุ์นี้: ชื่อสปีชีส์ indicum = เกี่ยวข้องกับอินเดีย                                                                           


มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วภูมิภาคเขตร้อนของโลกและได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการยากที่จะระบุแหล่งกำเนิดที่แม่นยำ แหล่งข้อมูลบางอย่าง (ตัวอย่างเช่นHolm et al., 1977 ; Kostermans และคณะ, 1987 ) ระบุว่ามีต้นกำเนิดจากทวีปเอเซีย  แต่ Waterhouse (1993) ถือว่าแหล่งกำเนิดเป็นของเขตร้อนของอเมริกา
การกระจายเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในแอฟริกา ภูมิภาคแคริบเบียนของอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ภูมิภาคเขตร้อนของอเมริกาเหนือและเอเชียใต้ เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลียซึ่งพบได้ในดินแดนทางเหนือและรัฐควีนส์แลนด์  พบที่ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 800 เมตร
พืช ล้มลุก อายุปีเดียว เจริญได้ดีในหน้าฝน พบได้ตามพื้นที่ชื้นแฉะ ริมแม่น้ำ ลำคลอง ท้องนา แหล่งน้ำต่าง ๆ  ลักษณะ ลำต้นแตกแขนงมีระบบรากแก้ว มีความสูงไม่ถึง1เมตร ลำต้นกลม อวบน้ำ มีขนขึ้นอยู่ทั่วไปทั้งต้นและใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเกือบตรงข้ามกัน รูปไข่กว้าง2-5ซม.ยาว3-8ซม. ผิวใบย่นหนาขอบใบจักตื้น ดอกเป็นช่อยาวม้วนงอที่ปลายช่อ ยาว9-16ซม.ก้านดอกยาว2-3ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กเรียงกันเป็นสองแถวสีขาวหรือขาวอมม่วงอ่อนๆ ผลรูปรียาว 2-3 มม.แก่แล้วแตกเป็น2พู มีพูละ 1เมล็ด
ข้อกำหนดและสภาพแวดล้อม---แสงแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน ดินเปียกและอุดมสมบูรณ์
การใช้ประโยชน์---พืชมักเก็บเกี่ยวจากป่าและใช้ในพื้นที่เพื่อใช้สรรพคุณทางยา
-ใช้เป็นยา ถูกใช้อย่างแพร่หลายมานานหลายศตวรรษในการรักษาหูด  การอักเสบและเนื้องอก  มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบมีรสเฝื่อนเย็น ต้มน้ำดื่มลดน้ำตาลในเลือด หรือน้ำคั้นใช้หยอดหูแก้ฝีในหู  ทั้งต้นรสขม ใช้เป็นยาเย็น  แก้ไข้ เจ็บคอ ไอ หืด ดับพิษร้อน ใบตำละเอียดรักษาเหงือกที่ติดเชื้อ-ถูกใช้เป็นยาแก้ปวดทั่วเขตร้อนของแอฟริกาเพื่อบรรเทาอาการปวดรูมาติก เป็นยาขับปัสสาวะและรักษาปัญหาผิวมากมายรวมทั้ง ลมพิษ, หิด, แผล, กลากและแผลพุพอง ทั่วทั้งทวีปมีความหลากหลายในการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช วิธีการเตรียมและการจัดการ การใช้อื่นๆ ใบนำมาย้อมเส้นไหมจะให้สีน้ำตาลอ่อน
-อืน ๆ พืชทั้งหมดจะถูกฝังและหลังจากเนื้อเยื่อเนื้อเน่าหายไป เส้นใยที่เหลืออยู่จะใช้ในการทำผมปลอมสำหรับผู้หญิง -H. indicum ถือเป็นไม้ประดับและมักปลูกในสวน มีการแนะนำให้ใช้ H. indicum เป็นกับดักพืชเพื่อควบคุมแมลงปีกแข็ง ที่ทำลายพืชผลในอินเดียโดยเฉพาะผักและธัญพืช
รู้จักอันตราย---พืชประกอบด้วยอัลคาลอย  pyrrolizidine alkaloids indicine, indicine-N-oxide, acetyl-indicine, indicinine, heleurine, heliotrine, supinine, supinidine and lindelofidine ปลอดภัยในปริมาณน้อยหากบริโภคเป็นประจำหรือในปริมาณมากจะแสดงพิษสะสมบนตับ
ระยะออกดอก---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

14 หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima


ชื่อวิทยาศาสตร์---Phylsalis minima Linn.
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms                                                                                                 
---Physalis indica Lam.
---Physalis micrantha Link
---Physalis parviflora R.Br.
ชื่อสามัญ---Sun berry, Native gooseberry, Wild cape gooseberry, Groundcherry Pygmy , Tinkling bell grass
ชื่ออื่น---หญ้าต้อมต้อก(เชียงใหม่),หญ้าถงเถง(อ่างทอง),เตงหลั่งเช้า(จีน),โทงเทง(ราชบุรี),ปุงปิง(นครศรีธรรมราช); [THAI: yaa tom tok, yaa tong tang, tong teng, pung ping.]; [BENGALI: Bantepariya, Bon-tepari]; [CHINESE: Xiao suan jiang, K'u chi.]; [FRENCH: Coqueret à petit fruit, Coqueret médicinal.]; [HINDI: Rasbhari, Ban tipariya, Chirpati.]; [INDONESIAN: Ceplukan.]; [GUJARATI: Popti.]; [KANNADA: Gadde hannu.]; [MALAY: Letup, Letup-letup, Rumput meranti.]; [MALAYALAM: Nottinota.]; [MARATHI: Chirboti, Nanvachivel, Ran-popti.]; [PHILIPPINES: Pantug-pantugan, Itlog-gagamba (Tag).]; [SUDAN: Chechendet.]; [AYURVEDIC: Tankaari, Parpotikaa, Chirapotikaa.]; [SIDDHA/TAMIL: Sodakku thakka.]
ชื่อวงศ์---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---จากเอเชียตะวันออก จีน เทือกเขาหิมาลัย ไปยัง ออสเตรเลีย


ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวมีแนวโน้มที่จะมีลักษณะเป็นวัชพืชซึ่งมักพบในพื้นที่ที่ถูกรบกวน พบตามที่รกร้างใกล้น้ำ ที่ดอนโล่งแจ้งทั่วไป และในป่าเบญจพรรณ ต้นสูงได้ถึง50ซม.ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ยาว 2.5–12 ซม. กว้าง 4.5- 7ซม. ใบเรียบไม่มีขนขอบใบหยักตื้นลึกไม่สม่ำเสมอ ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบ ก้านดอกยาว 1.2 ซม ดอกขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 -1.4 ซม กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียวมี5กลีบมีจุดสีม่วงขนาดใหญ่ 5 จุด ที่โคนกลีบดอกด้านใน ผลสดรูปค่อนข้างกลมหุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ยังคงอยู่ ก้านผลยาว 2.2 ซม. ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางผล 1.4- 1.6 ซม สุกเต็มที่สีเหลืองอ่อน เมล็ดกลมสีเหลือง
สภาพแวดล้อมและข้อกำหนด---ตำแหน่งแสงแดดจัด หรือร่มเงาบางส่วน ดินอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุอินทรีย์ มีการระบายน้ำได้ดี
การใช้ประโยชน์--- ผลไม้ที่กินได้บางครั้งถูกรวบรวมมาจากป่าและใช้ในท้องถิ่นพืชยังใช้เป็นสมุนไพรหลายชนิด
-ใช้กิน ผลสุกนั้นกินสด รสชาดเหมือนมะเขือเทศเชอร์รี่ ถูกกล่าวถึงว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย มีวิตามินซีสูง ผลดิบสามารถกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ใบไม้, ลำต้น, ราก, ผลไม้ มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยาเย็นแก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ต้นสดคั้นกับน้ำเล็กน้อยชุบสำลีอมข้างแก้มค่อยๆกลืนน้ำทีละน้อยแก้พิษฝีขึ้น ในคอ ยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย- ในอินเดียใช้สำหรับ dysuria, น้ำในช่องท้อง, แผล, ไอ, โรคหลอดลมอักเสบ, อาการคันและไฟลามทุ่ง ใช้เป็นยาบำรุงกำลังและขับปัสสาวะ เป็นยาสำหรับความผิดปกติของม้าม ยังใช้สำหรับโรคเบาหวาน-ในคาบสมุทรมลายูใบไม้ผสมกับน้ำมันมะพร้าวจะถูกทำให้ร้อนและนำไปใช้กับแผลและตุ่มหนอง รากใช้เป็นยาแก้พยาธิและรักษาไข้และปวดหัว-ในชวา รากใช้เป็นยาแก้พยาธิและสารสกัดใช้สำหรับรักษาไข้ -ในอินโดนีเซียผลไม้ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ-ในปัญจาบใช้สำหรับโรคหนองใน -น้ำคั้นจากใบผสมกับน้ำมันมัสตาร์ดและน้ำถูกใช้เป็นยาแก้ปวดหู มักใช้ใบและก้านเพื่อรักษามะเร็ง
ระยะออกดอก/ติดผล ---มีนาคม-เมษายนและยังออกต่อไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน/สิงหาคมถึง-ปลายพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด งอกภายใน 2-6 สัปดาห์ ภายใต้สภาพที่เหมาะสม

15 หญ้าพันงูขาว/Achyranthes aspera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Achyranthes aspera Linn.
ชื่อพ้อง---Has 6 synonyms  
---Achyranthes aspera var. albissima Suess.           
---Achyranthes aspera f. annulosa Suess.
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.)
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.) C.B. Clarke     
---Achyranthes aspera var. aspera             
---Achyranthes aspera var. australis (R.Br.) Domin
ชื่อสามัญ--- Devil's horsewhip, Burweed, Prickly chaff-flower, Rough chaff flower, Washerman’s plant.
ชื่ออื่---พันงู(กลาง), ควยงู, หญ้าตีนงูขาว(กรุงเทพฯ) หญ้าโคยงู ; [THAI: phan gnhu khao, yaa tin gnhu khow, yaa khoy ngu.]; [CHINESE:  tu niu xi.]; [FRENCH: herbe sergent, queue de rat.]; [GERMAN: Spreublume.]; [MEXICO: abrojo.]
; [AFRICA: panga za wayuka (Kiswahili).]; [SOUTH AFRICA: grootklits; isinama.]; [ZIMBABWE: udombo.]; [COSTA RICA: mozotillo, rabo de chanco.]; [LESSER ANTILLIS: ven-ven.]; [HAITI: Haiti: feuilles la fiebre; queue de rat; santypite.]; [INDIA: kunjar, puthkanda.]; [HINDI: chirachinta.]; [MALAYALAM: Katalati.]; [BENGALI: Apany.]; [SANSKRIT: Apamarg.]; [AYURVEDIC: Apamarga.]; [SIDDHA/TAMIL: Nayuruvi.]; [UNANI: Chirchitaa.]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนทวีป เอมริกา เอเซีย ยุโรป
เขตการกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก


พืชพื้นเมืองในธรรมชาติของเขตร้อน ทวีป เอมริกา เอเซีย ยุโรป แพร่หลายไปยัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียและบางพื้นที่ของหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก .ในประเทศจีน พบตามไหล่เขาสถานที่ทิ้งขยะริมถนนริมฝั่งแม่น้ำที่ระดับความสูง 800-2300 เมตร ในประเทศเนปาล พบในสถานที่เปิดโล่งที่ระดับความสูง 2,000 เมตร ในแทนซาเนียพบที่ขอบป่าในทุ่งหญ้าที่โล่งตามเส้นทางป่าหนองน้ำตามฤดูกาลและธารน้ำแห้งที่ระดับสูงถึง 3,000 เมตร มักขึ้นเป็นวัชพืชในบริเวณที่รกร้าง ที่โล่ง และในที่ที่มีความชุ่มชื้น  พบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง พืชได้หลบหนีจากการเพาะปลูกและกลายเป็นรุกรานในหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง (รวมถึงฮาวาย, ซามัว, หมู่เกาะมาเรียนา, หมู่เกาะคุก, ฟิจิและเฟรนช์โปลินีเซีย) ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็น“ สายพันธุ์รุกราน”และในฟลอริด้า สายพันธุ์ที่มีปัญหา”
เป็นไม้ล้มลุกมีอายุอยู่ได้ 1-2 ปี ต้นสูงประมาณ 30 - 100ซม. ลำต้นเป็นสันข้อโป่งพองออก มีหนามแน่น จะแตกกิ่งก้านสาขามากจากบริเวณโคนของลำต้น แตกกิ่งก้านเป็นคู่ๆ และสามารถทอดกิ่งนอนไปตามพื้นดินแล้วเกิดรากบริเวณข้อได้  กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม สีเขียว มีขนนุ่มสีขาวขึ้นอยู่ทั่วไป ใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนานหรือไข่กลับยาวสูงสุด10ซม. ปลายใบเรียวแหลมถึงกลม  ผิวใบมีขนสั้นละเอียดสีขาวนุ่มเกาะติดจำนวนมาก ดอกสมบูรณ์เพศออกเป็นช่อยาวที่ปลายกิ่ง ยาว15-20 ซม. สูงสุด 60ซม.ดอกย่อยเกาะติดห้อยหัวแนบกับก้านช่อ และมีจำนวนมาก สีขาว หรือแกมเขียว ผลเป็นฝักมีผิวเรียบรูปทรงกระบอกปลายตัดยาว 1-3 (-5) มม.สีม่วงหรือสีน้ำตาล เมล็ดรูปกระบอกรีหัวและท้ายเรียว ยาวประมาณ 2 มม ผิวเรียบสีน้ำตาลเหลือง
สภาพแวดล้อมและข้อกำหนด---เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี
การใช้ประโยชน์ ---เป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย มันได้รับการปลูกฝังเป็นพืชอาหารในประเทศจีน
-ใช้กิน ใบ - ปรุงสุก ใช้แทนผักขม กินพร้อมกับอาหารหลักหรือผสมกับผักอื่น ๆ เมล็ดสุก มักถูกมองว่าเป็นอาหารที่ขาดแคลนเมื่อไม่มีอะไรดีกว่า
-ใช้เป็นยา เป็นยาพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในระบบการแพทย์แบบดั้งเดิมในประเทศแถบเอเชียและแอฟริกาเขตร้อน มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นมีรสขม เผ็ดเล็กน้อย เป็นยาเย็นจัด ออกฤทธิ์ต่อปอดและไต ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ลำต้นสดนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุไฟ ตำรับยาแก้ไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย ให้ใช้หญ้าพันงูขาวประมาณ 30-45 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันในหมูรับประทาน-เถ้าจากพืชที่ถูกไฟไหม้มักผสมกับน้ำมันมัสตาร์ด และเกลือเล็กน้อยใช้เป็นผงฟันสำหรับทำความสะอาดฟัน เป็นที่เชื่อกันว่าบรรเทาอาการปวดฟัน ใบเป็นยาชูกำลังและยาต้มใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงและโรคบิด ใบถูกนำไปใช้ในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า, โรคประสาท, ฮิสทีเรีย, แมลงและงูกัด พืชมีสรรพคุณเป็นยาสมานแผล ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ยาระบาย ยาถ่ายและรักษาโรคกระเพาะ-เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่สำคัญของประเทศเนปาลมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาอาการต่างๆ-ในตำราอายุรเวทเรียกว่าApamarga มีการใช้อย่างกว้างขวางในAyurvedaเป็นสารต้านการอักเสบ นอกจากนี้มีประโยชน์ในริดสีดวงทวาร อาหารไม่ย่อย ไอ ไอหอบ หืด โรคโลหิตจาง โรคดีซ่านและงูกัด
-วนเกษตร สายพันธุ์นี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ที่มันเติบโต
-อื่น ๆ เมล็ดเป็นแหล่งอุดมด้วยโปแตชใช้สำหรับซักเสื้อผ้า และเป็นแหล่งของด่างในการย้อมสี กิ่งแห้งใช้เป็นแปรงสีฟัน
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม-กันยายน/กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : วิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ

16 หญ้าพันงูเขียว/Stachytarpheta jamaicensis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Stachytarpheta jamaicensis (L.) Vahl.
ชื่อพ้อง---Has 17 Synonyms
---Abena jamaicensis (L.) Hitchc.
---Stachytarpheta bogoriensis Zoll. & Moritzi
---Stachytarpheta friedrichsthalii Hayek
---Stachytarpheta pilosiuscula Kunth
---Valerianoides jamaicensis (L.) Medik.
---Verbena americana Mill.
---Basionym: Verbena jamaicensis L.
---Verbena pilosiuscula (Kunth) Endl.
---Zappania jamaicensis (L.) Lam.---(more)
ชื่อสามัญ---Jamaica-vervain, Jamaican snakeweed, Brazilian-Tea, Bastard- Vervain, Arron’s Rod, Blue porterweed, Blue snake weed, Light-blue snakeweed, Pale blue snakeweed, Blue rat's tail.
ชื่ออื่น---พันงูเขียว,สารพัดพิษ,สี่บาท(ภาคกลาง),เจ๊กจับกบ(ตราด),เดือยงู,พระอินทร์โปรย(ชุมพร), ลังถึ่งดุ๊ก(กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน),หญ้าหนวดเสือ(ภาคเหนือ),หญ้าหางงู(ภาคใต้);  [THAI: Phạn gnhū  k̄heiw, sa ra pat pit, si baht(Central).]; [AUSTRALIA: Jamaica snakeweed.]; [CARIBIAN: verbena; vervain.]; [COLOMBIA: golondrina; verbena azul.]; [CUBA: verbena cimarona.]; [INDIA: kariyartharani; katapunuttu; semainyuruvi.]; [INDONESIA: gajihan; ngadi rengga (Java) ;gewongan; jarong.]; [MADAGASCAR: ombimboalareo.]; [MALAYSIA: ramput tahi babi; selaseh dandi.]; [Mauritius: queue de rat.]; [Philippines: albaka; bilu-bilu; bolomaros; kandi-kandilaan.]; [SAMOA: mautofu tala.]; [SOLOMON ISLAND: kinilio.]; [SRI LANKA: bulunakuta; hai-or ingi.]; [TONGA: iku'i kuma.]; [USA/HAWAII: Jamaica vervain.]
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา(ฟลอริด้า อลาบามา) เม็กซิโก บราซิล อิคัวดอร์ โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า กีอาน่า แคริบเบียน เอเชีย (อินโดจีน)
นิรุกติศาสตร์---Stachy (เข็ม) อธิบายช่อดอกยาวและ tarphy (หนา) อ้างอิงถึงก้านดอกหนา ความหนาทึบของดอกไม้ ; ชื่อสายพันธุ์ jamaicensis อธิบายคุณลักษณะพืชเพื่อจาเมกาแม้ว่ามันอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของอเมริกาใต้


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน แต่เป็นที่รู้จักกันดีในเอเชียในศตวรรษที่ 18 ตอนนี้แพร่หลายในอเมริกากลาง, แคริบเบียน, เอเชียตะวันออก, เอเซียใต้ และ หมู่เกาะในแปซิฟิก ในแอฟริกา มีการบันทึกว่ามีการรุกรานในประเทศเคนยาและแทนซาเนีย มักขึ้นตามเนินเขา ตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า พื้นที่เปิด หรือตามริมถนน พบได้ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร
หญ้าพันงูเขียว เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 0.50 -2 เมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขาทางด้านข้าง ใบเป็นใบเดี่ยว ยาว 2-12 ซม.กว้าง 1-5 ซม. ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ก้านใบ ยาว 5-35 มม. ดอกออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งยาว 20-40 ซม ดอกเป็นฟ้าอ่อนสีฟ้าหรือสีม่วงน้ำเงิน เป็นรูปกลมงอเล็กน้อย มีกลีบดอก 5 กลีบ มีกาบใบ 1 ใบโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ดอกจะออกในช่วงฤดูร้อน ผลมีกลีบเลี้ยงหุ้มอยู่ สีเขียว พบได้ในบริเวณช่อดอก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก ยาว 3-7 มม. และกว้าง 1.5-2 มม.ไม่มีขน ถ้าแห้งแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม, สีม่วงเข้มหรือสีดำ แตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ด เมล็ดยาว 5 มม. สีน้ำตาล
สภาพแวดล้อมและข้อกำหนด---ต้องการแสงแดดเต็มที่ เติบโตได้ในดินหลากหลายชนิดที่ชื้นและอุดมสมบูรณ์ ทนต่อความแห้งแล้งตามฤดูกาล เติบโตได้ไม่ดีในที่ร่ม
การใช้ประโยชน์---พืชมีการใช้ยาที่หลากหลายและมักถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น ได้รับการปลูกเป็นพืชอาหารและพืชสมุนไพรในอินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่แคริบเบียน บางครั้งมันก็โตเป็นไม้ประดับ
-ใช้กิน ใบสีเขียวจะถูกสับและปรุงเพียงอย่างเดียวหรือผสมกับผักอื่น ๆ มีการเพิ่มกะทิหรือถั่วลิสงที่โขลกแล้วและเสิร์ฟพร้อมกับอาหารหลักเช่น ugali หรือข้าว กิ่งไม้ถูกใช้เป็นสมุนไพรหม้อและเครื่องปรุงรส ใบแห้งถูกนำมาใช้เพื่อเป็นชาหรือใช้เพื่อเจือปนชาจีน
-ใช้เป็นยา มีคุณสมบัติเป็นยาต่าง ๆ ในระบบยาแบบดั้งเดิมและแบบพื้นบ้านพร้อมกับการรักษาโรคหลายชนิด มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นมีรสขม ชุ่ม เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ช่วยขับเหงื่อ ใบใช้รักษาอาการเจ็บคอ คออักเสบ ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำตาล ใช้เป็นยาอม -น้ำคั้นจากใบใช้สำหรับรักษาอาการจุกเสียดและแก้ปวดบิด- น้ำคั้นจากใบใช้หยอดหูเพื่อบรรเทาอาการปวดหู -ใบถูกใช้ภายนอกสำหรับการรักษาผิวหนังที่ถูกไฟไหม้
-ใช้ปลูกประดับ S. jamaicensis มีให้บริการผ่านเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตอเมริกันหลายแห่งเช่นไม้ประดับป่าฝน ไม้ประดับและพืชสมุนไพร
-อื่น ๆ ดอกไม้ใช้ทำต่างหู
ระยะออกดอก : กรกฎาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำ

17 หญ้าพันงูแดง/Cyathula prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cyathula prostrata (L.) Blume
ชื่อพ้อง ---Has 13 Synonyms
---Achyranthes debilis Poir.
---Achyranthes diffusa Moench
---Achyranthes globosa Pers.
---Achyranthes prostrata L.
---Cyathula alternifolia Druce
---Cyathula geniculata Lour.
---Cyathula globosa (Pers.) Moq.
---Cyathula repens Moq.
---Desmochaeta globosa (Pers.) Schult.
---Desmochaeta micrantha DC.
---Desmochaeta prostrata (L.) DC.
---Desmochaeta repens Schult.
---Pupalia prostrata (L.) Mart.
ชื่อสามัญ ---Pastureweed
ชื่ออื่น---หญ้าพันงูเล็ก (นครราชสีมา), ควยงูน้อย หญ้าควยงู งูน้อย (ภาคเหนือ), พันงูแดง หญ้าพันธุ์งูแดง (ภาคกลาง)  ; [THAI: Yaa phaanngu lek (Eastern), yaa phaanghu daeng (Central).]; [AFRIKAANS: Shawere pepe, Tanaje, K'arangiya kusu.]; [ASSAMESE: Bun-shath, Bonkhoth.]; [AUSTRALIA: Purple Princess.]; [CAMBODIA: Andot ko.]; [CHINESE: Bei xian.]; [JAPANESE: inokodutimodoki.]; [BENGALI: Shyontula.]; [FRENCH: Cyathule couchée.]; [GHANA: Akukuamba, Apupuaa.]; [GUYANA: Ou-la-lik-yao-ku-yik.]; [INDONESIA: Rumput jarang-jarang, Ranggitan, Rai-rai fofoheka.]; [MALAYSIA: Nyarang, Menjarang, Keremak.]; [NIGERIA: Fula-fulfulde.]; [PAPUA NEW GUINEA: Kinjan.]; [PHILIPPINES: Dayang, Tuhod-manok (Tag).]; [PORTUGUESE: Carrapicho-rabo-de-raposa, Fia-bana, Mato-bana.]; [SPANISH: Chilillo, Cucua macho, Garabato, Picha di gato.]; [SURINAM: Ah-puh-muh-tib-kuh.]; [TONGA:  toloma'unga.]; [VIETNAM: Cước đài, Cỏ xước bông đỏ.]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซียเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเชีย นิวกินี ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก

 

แพร่หลายในเขตร้อนผ่านหลายส่วนของแอฟริกาผ่านเอเชียไปยังนิวกินีทางตอนเหนือของออสเตรเลียและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก พบขึ้นตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ หรือในที่ร่มทั่วไป และตามชายป่า โดยมักขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 0 - 1900 เมตร
พันงูแดงเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีอายุอยู่ได้หลายปี สูงประมาณ 30-70ซ.ม. ลำต้นเป็นข้อสีแดง เหลี่ยมมน ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยงหรือมีขนเล็กน้อยตามลำต้นหรือกิ่งก้าน ใบรูปสี่เหลี่บขนมเปียกปูนหรือขอบขนานยาว2-8 ซม. ก้านใบยาว 5-15 มม. ออกดอกเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบ ช่อดอกยาว 5-20 ซม. ปลายช่อมีดอกสีเขียวออกเป็นกระจุกรวมกัน ผล Achenes (โดยทั่วไปเรียกว่า 'เมล็ด') แห้งแตกได้ รูปสามเหลี่ยมผิวเรียบยาว1.5 - 2 มม ภายในผลมีเมล็ดรูปรี.สีน้ำตาล
การใช้ประโยชน์ ---พืชมักจะเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นยา แต่ยังเป็นอาหาร
-ใช้กิน ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก -ในกาบองและซาอีร์ใบไม้จะถูกกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ชิ้นส่วนของพืชที่ใช้: ใบ, ลำต้น, ราก ตำรายาโบราณใช้รากหญ้าพันงูแดงมีรสจืด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปัสสาวะหยดย้อย ใบ มีรสจืด แก้เม็ดยอดในคอ แก้คออักเสบ ดอก มีรสจืด แก้เสมหะที่คั่งในทรวงอก ละลายก้อนนิ่ว ทั้งต้น มีรสจืด มีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับโลหิตระดู เจริญไฟธาตุ แก้พิษฝี แก้ไข้ตรีโทษ แก้ไอ แก้เมาเบื่อ แก้บิด ขับนิ่ว ขับเสมหะ ตำพอกแก้พิษ ตะขาบและแมงป่อง-ยางของพืชใช้เป็นยาหยอดหูเพื่อรักษาโรคหูน้ำหนวกและปวดศีรษะ
-ในไนจีเรียใช้โดยหมอพื้นบ้านเพื่อรักษาโรคมะเร็งความเจ็บปวดและความผิดปกติของการอักเสบ
-ในไอวอรี่โคสต์มีการนำยางของพืชมาใช้กับแผลและแผลในหู กิ่งก้านใบดอกไม้และเมล็ดจะทำเป็นแผ่นแปะและนำไปใช้กับแผลไฟไหม้และกระดูกหัก -ในGuyanas , ยาต้มของพืชทั้งหมด ใช้เป็นยาแก้ปวดหัว ใช้เป็นยาลดไข้หรือนำมาอาบด้วยน้ำสมุนไพร -ชาวมาเลย์ใช้ทั้งภายนอกและภายใน ใช้สำหรับอาการคัน, อาการอาหารไม่ย่อย, หิด, แผลที่ผิวหนัง, ท้องร่วง, ไอ, โรคไขข้อ, โรคงูสวัด -ในเวียตนามใช้ลำต้น, ใบ เป็นยาระบาย, งูกัด, อหิวาตกโรค, ไข้, โรคไขข้อ, อาการบวมน้ำ, โรคตับ, ท้องร่วงและรากใช้กับโรคบิด
-การศึกษาแสดงคุณสมบัติ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านมะเร็ง, ยาแก้ปวด, ต้านการอักเสบ, ลดความดันโลหิต, ต้านอนุมูลอิสระ
ระยะออกดอก/ติดผล---กันยายน - เมษายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

18 ผักโขมหัด/Amaranthus viridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Amaranthus viridis L
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonyms
---Albersia caudata (Jacq.) Boiss.
---Albersia gracilis (Desf.) Webb & Berthel.
---Amaranthus fasciatus Roxb.
---Chenopodium caudatum Jacq.
---Euxolus caudatus (Jacq.) Moq.
---Euxolus caudatus var. gracilis Moq.
---Euxolus caudatus var. maximus Moq.
---Euxolus viridis (L.) Moq.
---Galliaria adscendens Bubani
---Glomeraria viridis (L.) Cav.
ชื่อสามัญ---Slender amaranth, African spinach, Calalu, Green amaranth, Rough pigweed, Wild amaranth
ชื่ออื่น---ผักขมหัด(กลาง); ผักขม, ผักหม(ใต้) [THAI: Phak hom, Phak khom, Phak khom hat.]; [ARGENTINA: bledo blanco, caruru, chichimeca, citaco.]; [BENGALI: Ban note, Bon note.]; [BRAZIL: caruru-de-mancha.]; [CHINESE: Lu xian, Ye xian, Niao xian, Kang xian, Ye xian cai, Shan xing cai, Zhou guo xian.]; [COLOMBIA: bledo manso.]; [CONGO:  bambo; dunda; kwelekwele; lenga-lenga.]; [BRAZIL: caruru-de-mancha.]; [JAPANESE: Aobiyu, Honaga inu biyu., Nagabo-biyu.]; [KOREAN: Cheong bi reum.]; [FRENCH: amarante verte, épinard vert, épinard du Congo.]; [GERMAN: Amarant, Liegender; Fuchsschwanz, Liegender.]; [HINDI: Jungali Chaulayi.]; [PAPUA NEW GUINEA: ]; [PHILIPPINES: colitis, Kulitis (Tag.).] ; [PUERTO RICO: Lumboo.]; [RUSSIAN: Shiritsa zelenaia.]; [SANSKRIT: Gandira, Thanduliya, Vishaghna.]; [VIETNAMESE: Dền xanh.]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---แหล่งกำเนิดคลุมเครือแม้ว่าอาจจะเป็นอเมริกาใต้ (GRIN)
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก

  

เขตร้อนของอเมริกา ที่อยู่อาศัยดั้งเดิมนั้นคลุมเครือ พืชกลายเป็นวัชพืชสากลเป็นหนึ่งในวัชพืชที่พบมากที่สุดในเขตร้อน  แต่ตอนนี้กระจายเข้าไปในเขตอบอุ่นบ้างเล็กน้อย เช่น พบในญี่ปุ่น จีน มีการเพาะปลูกเป็นครั้งคราว (เช่นในไนจีเรีย กาบองและสาธารณรัฐคองโก)
ไม้ พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก อายุฤดูเดียว เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่ไม่มีร่มเงา เป็นวัชพืชที่ขึ้นทั่วไป ไม่ชอบที่แฉะหรือมีน้ำขัง พบขึ้นเองรวมกับพืชชนิดอื่นในแปลงผัก และพื้นที่เพาะปลูกทั่วไป ลักษณะต้นสูงประมาณ 0. 30-1 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่มีหนาม ใบรูปไข่ ขนาด  2-7 x 1.5-5.5 ซม. ใบป้อมเล็กกว่าผักขมหนาม ออกแบบสลับ ช่อดอกมีสีเขียว น้ำตาลปนแดง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 2-12 ซม. เมล็ดกลมสีน้ำตาลเกือบดำขนาด 1.25-1.75 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ที่มีการระบายน้ำดีในที่ที่มีแสงแดดจัด
การใช้ประโยชน์--- เป็นได้ทั้งวัชพืชและพืชผักพื้นบ้าน พืชมักเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งอาหารและยาสำหรับใช้ในท้องถิ่น บางครั้งมันได้รับการปลูกฝังในเขตร้อนสำหรับใบไม้ที่กินได้และมักจะขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กิน ใบ ดอก เมล็ด-ปรุงสุกใช้เป็นอาหาร  เมล็ดสามารถปรุงได้ทั้งหมดและกลายเป็นวุ้น แต่ค่อนข้างยากที่จะบดขยี้เมล็ดเล็ก ๆ ทั้งหมดในปาก ดังนั้นเมล็ดบางส่วนจะผ่านเข้าสู่ระบบย่อยอาหารโดยไม่ต้องดูดซึม พืชอุดมไปด้วยแคลเซียมและธาตุเหล็กและเป็นแหล่งวิตามินบีและซีที่ดี
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ราก, ใบ, ลำต้น, ดอก ล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นและตากแดดให้แห้ง มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ต้นแก้อาการแน่นหน้าอกและไอหอบ ใบสดรักษาแผลพุพอง รักษาการอักเสบจากฝี หนองใน และริดสีดวงทวาร รากช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้ขับถ่ายปัสสาวะ น้ำใบใช้เป็นน้ำยาล้างตาในการรักษาโรคตา -ฟิลิปปินส์ใช้ใบช้ำโดยตรงกับกลาก โรคสะเก็ดเงินและผื่น-ในอายุรเวทใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวาน -ในอินเดียลำต้นใช้เป็นยาแก้พิษงูกัด ใบใช้สำหรับแมงป่องต่อย ใช้สำหรับรักษาอาการท้องผูก, อักเสบ, กลาก, หลอดลมอักเสบ, โรคโลหิตจางและโรคเรื้อน- ในเนปาลแช่เมล็ดและดอกไม้ใช้สำหรับแก้ปัญหากระเพาะอาหาร เมล็ดใช้ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดอาการปวดเบ่ง
-ใช้อื่นๅ พืชให้สีย้อม สีเขียว สีเหลือง เถ้าของพืชอุดมไปด้วยแร่โปแตชและใช้ทำสบู่ พืชยังเป็นอาหารสัตว์ปศุสัตว์ที่ดีและ.ใช้ทำปุ๋ยพืชสด
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

19 ผักโขมหนาม/Amaranthus spinosus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Amaranthus spinosus L.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Amaranthus caracasanus Kunth
---Amaranthus coracanus Mart.
---Amaranthus diacanthus Raf.
---Galliaria spitosa (L.) Nieuwl.
ชื่อสามัญ---Spiny amaranth, Spiny pigweed, Spiny calaloo, Sticker weed, Thorny pigweed, Wild callau
ชื่ออื่น---ผักขมหนาม(กลาง); กะเหม่อลอมี, แม่ล้อดู่, หมั่งลู่ดู่(กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน); ปะตึ(เขมร); ผักโหมหนาม(ใต้) ; [THAI: pak-khom-nam, pak hom nam.]; [CHINESE: ci xian, tsz-hsien.]; [JAPAN: haribiyu.]; [BANGLADESH: katanata.]; [FRENCH: Amarante épineuse, épinard malabar, épinard piquant.]; [GERMAN: Amarant, Dorn-; Fuchsschwanz, Dorniger; Malabar-Spinat.]; [ARGENTINA: ataco espinudo.]; [CUBA: bledo espinoso.]; [INDIA: bajra, chauli.]; [MALAYSIA: bayam duri .]; [INDONESIA: bayam eri, bayem cikron, senggang cucuk.]; [PHILIPPINES: akum, alayon.]; [VIETMAM: dén gai .]; [MYANMAR: hin-nu-nive-tsu-bauk; tsu-gyi.]; [KHMER: pti banlar.]; [SOUTH AFRICA: doring misbredie.]; [ZIMBABWE: imbowa; mohwa-gura.]; [ETHIOPIA: aluma.]; [HAITI: epinard piquard; epinard sauvage; zépina piquant; zépinard piquant.]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก

 

ช่วงการกระจายดั้งเดิมของ A. spinosusไม่แน่นอน อาจเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาในเขตร้อนชื้นและถูกนำเข้าสู่ส่วนอื่น ๆ ที่อบอุ่นของโลก ขยายเข้าไปในเขตอบอุ่นในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา มันสร้างปัญหาที่เกิดจากการเป็นวัชพืช ในทะเลแคริบเบียนทางตะวันตก และทางใต้ของแอฟริกา รอบอ่าวเบงกอล และในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากญี่ปุ่นไปยังอินโดนีเซีย พบได้ทั่วไปตามข้างถนนหนทาง ที่ทิ้งขยะริมถนน กองขยะและที่รกร้างหรือทุ่งนา ทุ่งหญ้าในประเทศออสเตรเลียมันเติบโตขึ้นเป็นวัชพืชสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและป่าฝน และเป็นวัชพืชการเกษตรในพื้นที่จากระดับน้ำทะเลใกล้ถึง 820 เมตร
บทสรุปของการบุกรุก--- เป็นวัชพืชที่ร้ายแรงในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก พืชมีหนามขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ไม่อร่อยสำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ การกำจัดวัชพืชทำด้วยมือทำได้ยาก เช่นเดียวกับผักโขมชนิดอื่นที่ผลิตเมล็ดจำนวนมากซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้หลังจากที่พืชถูกตัดและยังคงทำงานได้เป็นเวลานาน
A. spinosus เป็น ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวลักษณะ ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก สูง 0.30-1 (-2) เมตร.ในที่ดินอุดมสมบูรณ์อาจสูงถึง 2 เมตร ผิวเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานแกมใบหอก ขนาด 3-10 (-15) × 1.5-6 ซม.. มีหนามเล็กๆแหลมยาว2อันอยู่ที่โคนก้านใบ เมื่ออ่อนอยู่มีขนเล็กน้อยที่เส้นใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่งช่อดอกโค้ง ดอกย่อยเรียงตัวอัดกันแน่น มีหนาม ไม่แข็ง ขอบกลีบใส ตรงกลางมีแถบสีเขียวหรือม่วง ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ผลแห้งแตกได้ เมล็ดกลมสีดำมันขนาด 0.7-1 มม.ลักษณะที่โดดเด่นสังเกตุได้ มักจะสีแดงในก้านที่มีหนามแหลมคมยาวสองอันที่ฐานของก้านใบ
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---การเจริญเติบโตสูงสุดนั้นเกิดขึ้นในดินที่มีอินทรียวัตถุสูงมีเนื้อดินและดินที่มีไนโตรเจนเพียงพอ
การใช้ประโยชน์---ใช้ในหลายประเทศเป็นผักป่าและพืชสมุนไพร แต่ไม่ค่อยได้รับการเพาะปลูก
ใช้กิน ส่วนที่กินได้ ใบไม้ เมล็ดลำต้น - ดิบหรือปรุง เป็นพืชอาหารที่มีค่าในแอฟริกา ซึ่งมีค่าในอาหารไทยด้วยและในอีกหลายๆประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก บังคลาเทศ ใช้ใช้เป็นผักที่ปรุงสุกนึ่งหรือทอดหรือในซุปผสมกับผักอื่น ๆ พืชชนิดนี้เป็นที่รู้จักในภาษามัลดีฟส์ ว่า massaaguได้ถูกนำมาใช้เป็นอาหารมานานหลายศตวรรษ เช่นในอาหาร ที่เรียกว่า Mas HUNI
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ยาพื้นบ้านล้านนาใช้ รากเผาไฟพอข้างนอกดำ จี้ที่หัวฝี ช่วยให้ฝีที่แก่แตกใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะ แก้ตกเลือด แน่นท้องและขับน้ำนม -รากของผักโขมหนามเรียกได้ว่าเป็นยาขับปัสสาวะที่มีประสิทธิภาพ-ในฟิลิปปินส์ อินเดีย ไทยและอินโดจีน มีการใช้ยาต้มในการรักษาโรคหนองใน-ในการแพทย์พื้นบ้านของอินเดียใช้เถ้าของผลไม้สำหรับโรคดีซ่าน-บางเผ่าในอินเดียใช้ดอกเพื่อทำแท้ง-ในมาเลเซียใช้ขับเสมหะและบรรเทาอาการหายใจสำหรับหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน- ในอินเดียและฟิลิปปินส์พืชจะใช้รักษากลาก
-ใช้อื่นๆ ในกัมพูชาและเวียตนาม ใช้เถ้าถ่านเป็นสีย้อมผ้าสีเทาในอดีต-ในอินโดจีนและอินเดียใช้ผักโขมหนามเป็นอาหารสัตว์และมีการกล่าวกันว่าเพิ่มผลผลิตน้ำนมในวัว อย่างไรก็ตามมันมีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีของการเป็นพิษปศุสัตว์ในปี 1973 เมื่อโคนม39ตัวเสียชีวิตหลังจากได้รับอาหารสัตว์สับที่มีมากถึง 25-33% (โดยน้ำหนัก) ของวัชพืช การวินิจฉัยพิษนั้นเกิดจากไนเตรต ซึ่ง A. spinosusมีระดับไนเตรทสูง ดังนั้นจึงกล่าวกันถึงความเป็นพิษที่น่าสงสัย
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

20 ผักโขมสวน /Amaranthus tricolor

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Amaranthus tricolor L.
ชื่อพ้อง---Has 28 Synonyms

_Albersia polygama Boiss. _Amaranthus melancholicus L.
_Amaranthus bicolor Nocca ex Willd. _Amaranthus mucronatus Hook.f.
_Amaranthus cuspidatus Vis. _Amaranthus polygamus L.
_Amaranthus dubius Mart. _Amaranthus rotundifolius Moq.
_Amaranthus flexuosus Moq. _Amaranthus roxburghianus var. angustifolius (Moq.)
_Amaranthus gangeticus L. _Amaranthus salicifolius H.J.Veitch
_Amaranthus gangeticus var. angustior L.H.Bailey _Amaranthus tenuifolius Wall.
_Amaranthus inamoenus Willd. _Amaranthus tricolor var. acutus Saubhik Das
_Amaranthus incomptus Willd. _Amaranthus tristis L.
_Amaranthus japonicus Houtt. ex Steud. _Blitum gangeticum (L.) Moench
_Amaranthus japonicus Houtt. ex Willd. _Blitum melancholicum Moench
_Amaranthus lanceolatus Roxb. _Euxolus polygamus (L.) Moq.
_Amaranthus lancifolius Roxb. _Glomeraria bicolor Cav. ex Moq.
_Amaranthus mangostanus L. _Glomeraria tricolor (L.) Cav.

ชื่อสามัญ ---  Edible amaranth, Chinese Spinach, Chinese amarant, Joseph’s coat, Tampala, Summer-poinsettia.
ชื่ออื่น---ผักขมสวน, ผักขมจีน(กลาง); ผักขมขาว(เชียงใหม่); ผักขมสี(กรุงเทพฯ); ผักโหมป๊าว(เหนือ) [THAI: pak khom suan, pak khom chin, pak khom khao, pak khom si.]; [CHINESE: xian.]; [CUBA: blero morisco.]; [FRENCH: amarante comestible; brède de Malabar.]; [GERMAN: Gemüseamarant; Surinamesischer Fuchsshwanz.]; [INDIA: bishalya; bishalya karani; ranga sak; tampala; tandalja bhaji .]; [INDONESIA: aupa.]; [JAPANESE: hageito.]; [KOREAN: bireum; saegbireum.];[PORTUGUESE: bredo.];[PUERTO RICO: amaranto; moco de pavo.]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย นิวกินี แคริเบียน หมู่เกาะในแปซิฟิก แอฟริกา

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียจากอินเดียถึงจีนและญี่ปุ่นทางตอนเหนือและอินโดนีเซียทางใต้ ในนิวกีนีและนิวเฮบไบด์และฟิจิ และได้รับการปลูกเลี้ยงอย่างกว้างขวาง ในแอฟริกา ในเบนิน ไนจีเรีย เคนยา และแทนซาเนีย ( Grubben, 2004 ) ยังปลูกกันในแถบทะเลแคริบเบียน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลุยเซียน่า มิชิแกน และมิสซูรี่ และได้หลบหนีจากการเพาะปลูกในประเทศกลายเป็นวัชพืช
ไม้ล้มลุกจริญเติบโตได้เร็ว ในประเทศไทย พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ลักษณะ ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30–60 (–125) ซม แตกแขนงมาก เป็นเหลี่ยมเกลี้ยง ยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว ยาว 4–10 ซม เรียงเวียนสลับกัน รูปรีถึงรูปไข่  ปลายใบมน ส่วนโคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบสีเขียวเข้ม, สีเขียวอ่อนหรือสีแดง ขั้วใบอาจแดง, ม่วง, เหลืองหรือแตกต่าง ดอกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก ภายในผลมีเมล็ดรูปไข่สีดำขนาดเล็ก จำนวนมาก ต้นและใบของผักโขมสวนจะมีสีม่วงอมดำคล้ำอยู่ประมาณ 2 เดือนนับตั้งแต่การเพาะเมล็ด หลังจากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนสี โดยที่ส่วนของยอดลงมาประมาณ 1 ใน 3 ของลำต้นจะมีสีแดง
การใช้ประโยชน์--- ใช้กิน ใบอ่อนต้นอ่อน ดิบหรือปรุงสุก ผัด ต้ม ลำต้นขนาดใหญ่ทำให้ผักอร่อย กินดิบ หรือสุก ปรุงแทนหน่อไม้ฝรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการ อุดมไปด้วยวิตามิน A และมีเนื้อหาที่เป็นธรรมชาติของวิตามิน B1 และ C ไม่มีการระบุสมาชิกของพืชชนิดนี้ว่าเป็นพิษ แต่เมื่อปลูกบนดินที่อุดมด้วยไนโตรเจน จะเกิดไนเตรตในใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไนเตรตมีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร Baby blue และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่ควรกินพืชชนิดนี้หากปลูกแบบอนินทรีย์ (ใช้ปุ๋ยเคมี)
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนใช้เป็นยาสมานแผลและยาขับปัสสาวะ กล่าวกันว่าเมล็ดมีคุณสมบัติเป็นยาโป๊ว
-นำมาใช้เป็นไม้ประดับและใช้จัดสวน ในสวนไม้ดอก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า Joseph’s coat หรือ"เงาะถอดรูป"
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ เมล็ดเติบโต 6 สัปดาห์หลังจากหยอดเมล็ดและพืชจะกลายเป็นสีขาวหยุดการเจริญเติบโตหลังจากประมาณ 4 เดือนแล้วก็ตาย

21 โขมหินต้นตั้ง/Boerhavia erecta

ชื่อวิทยาศาสตร์--Boerhavia erecta L.
ชื่อพ้อง--- Has 3 synonyms
---Boerhavia elongata Salisb.
---Boerhavia thornberi M.E.Jones
---Valeriana latifolia M.Martens & Galeotti
ชื่อสามัญ---Erect Spidering, Erect Boerhavia
ชื่ออื่น---ผักขมหิน(ใต้); หญ้าหนวดแมว(กลาง), ผักโขมฟ้า, ผักปั๋งดิน; [THAI: pak khom hin, yaa hnaud meaw.] ; [HINDI: Shweta.]; [MARATHI: pandhari punarnava.]; [CHINESE: zhi li huang xi xin.]; [SPANISH: cadillo lagana, colombiana, golondrina, hierba blanca.]; [PORTUGUESE: Amarra-pinto.]; [VIETNAM: co hoi.]
ชื่อวงศ์---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 

ถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ,เม็กซิโก ,อเมริกากลางและตะวันตกของอเมริกาใต้ แต่ตอนนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกใน เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ในทวีปแอฟริกา จากแอฟริกาตะวันตก , ไปทางทิศตะวันออกไปยัง โซมาเลีย และลงไปที่แอฟริกาใต้ และเพิ่งถูกพบในส่วนของมาดากัสการ์และเรอูนียง. ในเอเชียมันเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย , ชวา , มาเลเซีย , ฟิลิปปินส์ , จีนและหมู่เกาะริวกิว พบได้ตามที่รกร้าง ไหล่ทาง ทางรถไฟ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,500 เมตร
เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวเป็นวัชพืชในแปลงพืชไร่ ประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประทศ ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30-60 ซม. มักแตกกิ่งที่โคน ผิวลำต้นเกลี้ยงบริเวณโคนต้นสีม่วงแดง ก้านใบยาว 1–3.5 ซม. (–4) ซม. ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก 2.5–4.5 (–8) x 1.5–2.5 (–6.5) ซม.ปลายใบแหลม โคนใบกลมหรือตัด ขอบใบเป็นคลื่น ออกเป็นคู่ตรงข้าม พื้นผิวด้านบนของใบเป็นสีเขียวและมีขนบางครั้งมีต่อมกระจัดกระจาย ด้านล่างเป็นสีเทาขาวมักมีสีแดงอมม่วงที่ขอบใบ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด2-3ช่อ  มีใบประดับสองใบที่รองรับช่อดอกแต่ละกิ่ง ที่แยกออกตั้งแต่แรก ดอกขนาดเล็กมี2-6ดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 3 มม. กลีบดอกรูประฆังสีขาวครีม 5 กลีบ เว้าตรงกลาง มีเส้นกลางกลีบสีชมพู  ผล anthocarp (หนึ่งเมล็ดผลไม้ล้อมรอบด้วยกลีบเลี้ยงถาวร)รูปกรวยกลับ ปลายตัดกว้าง 0.3-0.5 มม มีสันนูนชัดเจน 5 สัน เกลี้ยง สีเขียว ผลเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ผลสุกของพืชนี้มีความเหนียว ทำให้สามารถติดไปกับสิ่งของต่างๆ ได้ง่าย เป็นการแพร่กระจายโดยมนุษย์และสัตว์
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบตำแหน่งที่มีแดด ดินมีการระบายน้ำดีน้ำไม่ท่วมขัง ทนแล้งได้ดี
การใช้ประโยชน์ ---พืชมักถูกรวบรวมมาจากป่าโดยเฉพาะในอินเดียเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นอาหาร ในแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกใบจะถูกกินเป็นผักและในซอส ใน Sahel
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใช้ในยาแผนโบราณ ยาต้มจากทุกส่วนของพืชจะถูกนำไปใช้ในการรักษาปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร, ตับและปัญหาการมีบุตรยากและชักในเด็ก ขี้เถ้าของพืชทุกส่วนถูกถูบนหนังศีรษะเพื่อรักษาโรคติดเชื้อรา ใบถูกบดขยี้ในน้ำและสารสกัดที่ใช้รักษาอาการท้องเสีย น้ำจากใบใช้หยอดตาเพื่อรักษาโรคตาแดง รากถูกใช้ภายนอกถูบนฝีเพื่อทำให้ฝีสุก รากถูกใช้สำหรับการรักษาแผลจากสายสะดือเด็กที่ถูกตัดใหม่-ถูกใช้เป็นพืชสมุนไพรแบบดั้งเดิมในแอฟริกา ใช้ขับปัสสาวะ ต้านการอักเสบ-ใช้เป็นยาแผนโบราณในเวียดนาม สารสกัดจากน้ำและยาต้มจากใบพืช ถูกนำมาใช้ทั่วประเทศเวียดนามสำหรับการรักษาแผลเนื้อเยื่ออ่อนแผลไหม้และการติดเชื้อที่ผิวหนัง
รู้จักอันตราย---บาดทะยักในทารกแรกเกิดค่อนข้างแพร่หลายในบางส่วนของซูดานและสงสัยว่าพืชชนิดนี้เป็นพาหะสำหรับการติดเชื้อ
ระยะออกดอก/ติดผล--- สิงหาคม - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

22 โขมหินต้นแผ่/Boerhavia diffusa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Boerhavia diffusa L.
ชื่อพ้อง ---Has 16 synonyms

_Axia cochinchinensis Lour. _Boerhavia decumbens Vahl
_Boerhavia adscendens Willd. _Boerhavia diffusa var. leiocarpa (Heimerl) C.D.Adams
_Boerhavia africana Lour. _Boerhavia diffusa var. pubescens Choisy
_Boerhavia caespitosa Ridl. _Boerhavia obtusifolia Steud.
_Boerhavia ciliatobracteata Heimerl _Boerhavia paniculata Lam.
_Boerhavia coccinea var. leiocarpa (Heimerl) Standl. _Boerhavia paniculata var. guaranitica Heimerl
_Boerhavia coccinea var. paniculata (Kuntze) Moscoso _Boerhavia paniculata var. leiocarpa (Heimerl) Heimerl

ชื่อสามัญ--- Red spiderling, Hogweed, Pigweed, Spreading hogweed, Tarvine.
ชื่ออื่น---ผักขมหิน(กลาง); นังกู่แซ(กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน); ปังแป, ผักเบี้ยหิน(เหนือ); ผักขมฟ้า(สุโขทัย); ผักปั๋งดิน(เชียงใหม่); [THAI:  phak bia hin (northern), nang kuu sae (Karen, northern), phak khom hin (central).]; [ARABIC: handakuki; sabaka.]; [BOLIVIA: raíz china.]; [BRAZIL: amarra-pinto, celidônia]; [CHINESE: huang xi xin.]; [COLOMBIA: tripa de pollo.]; [FRENCH: boerhaavia à fleurs rouges.]; [MYANMAR:  khomhin pak.]; [NEPALI: Punarnava.]; [PAPUA NEW GUINEA: mamauri.]; [PHILIPPINES: paanbalibis (Tagalog), katkatud, tabtabokol (Iloko).]; [SPANISH: Hierba de cabro, escorian morado (Guatemala).]; [SRI LANKA: chattaranai; kancharanai; mukurattai.]
ชื่อวงศ์---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกา ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก

 

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมนั้นไม่ชัดเจนพืชชนิดนี้แพร่หลายในเขตร้อนของแอฟริกาเอเชียอเมริกาออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก    พบในออสเตรเลีย ปากีสถาน ซูดาน ศรีลังกา แอฟริกาใต้ บราซิล และสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง  พม่า จีน และอินเดีย Boerhavia diffusa ยังเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของอินเดียและพบได้ทั่วทุกส่วนของประเทศที่อบอุ่นถึงระดับความสูง 2,000 เมตรในเขตเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศจีนพบได้ในที่โล่งใกล้ทะเลและในหุบเขาที่แห้งและอบอุ่นที่ความสูง 100-1900 เมตร
วัชพืชใบกว้างอายุปีเดียวหรือข้ามปี พบระบาดทั่วไปในเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่นในหลายประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมักพบตามแปลงพืชไร่ ตามริมถนนหนทาง โดยขึ้นปะปนกับหญ้าและวัชพืชชนิดอื่น ผักโขมหินต้นแผ่ ลำต้นกลมเรียบมีขนนุ่มประปราย ทอดแผ่เลื้อยไปตามพื้นโดยแตกแขนงจำนวนมากที่โคนต้น อาจไปได้ไกลถึง2เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาด  1.5-6 ซม. × 0.5-5 ซม. ออกเป็นคู่ตรงข้าม ปลายใบมน โคนใบเว้า ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างใบสีเขียวอ่อนถึงขาว  ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดสีชมพูอมม่วง ดอกขนาดเล็กรูปทรงกรวย มี(1)3-5(-7)ดอก ผล anthocarp รูปทรงคล้ายกระบองสีเขียวยาว 2-2.5 มม.เป็นสัน5สัน มีต่อมเหนียว
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ตำแหน่งที่มีแดด ขึ้นได้ในดินที่หลากหลายและระบายน้ำดี ชอบดินที่มีค่า pH ตั้งแต่ 6.6 ถึง 7.8
การใช้ประโยชน์--- พืชสมุนไพรที่นิยมมากโดยเฉพาะในอินเดียที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอายุรเวท ยาที่มีพืชชนิดนี้มีจำหน่ายทั่วโลก พืชที่รวบรวมจากป่าและบางครั้งก็ใช้เป็นอาหาร
-ใช้กิน เป็นอาหารในแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกบางครั้งใบจะถูกเตรียมในซอสเป็นผัก มีการเพิ่มเมล็ดลงในซีเรียล -ในเซเนกัลและมาลี ใบปรุงเป็นผักในแกงและซุปในอินเดียก็เช่นกัน ทั้งรากและเมล็ดผสมกับแกงและขนมปัง รากนั้นยาวหนาและมีเนื้อ กินโดยชาวพื้นเมืองทางตอนกลางของออสเตรเลีย
-ใช้เป็นยา เป็นพืชในเขตร้อนชื้นที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพทั้งในใบและราก มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนใช้สด ยกเว้นรากที่ตากแห้งแล้วนำมาใช้ภายหลัง มีคุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสารต้านตับอักเสบและยาขับปัสสาวะ ใช้ในอายุรเวทเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น punarnava (หมายถึงสิ่งที่ rejuvenates หรือต่ออายุร่างกายในอายุรเวท) อยู่ในกลุ่มสมุนไพรต่อต้านริ้วรอย เป็นยาที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยลดอาการบวม ใบถูกใช้เป็นอาหารมังสวิรัติเพื่อลดอาการบวมน้ำ ในฐานะที่เป็นยาอายุรเวทสมุนไพรนี้มีการกล่าวถึงการรักษาความผิดปกติเช่นอาการจุกเสียดในลำไส้, โรคไต, ไอ, โรคริดสีดวงทวาร , โรคผิวหนัง, โรคพิษสุราเรื้อรัง , นอนไม่หลับ , โรคตา, asthama และโรคดีซ่าน-รากต้มใช้กับแผลฝีและช่วยในการสกัดหนอนกินี
-การใช้อื่นๆ ใช้เป็น อาหารสัคว์ แกะ โค กระบือ
ระยะออกดอก/ติดผล---เมษายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด จะผลิตดอก 4 สัปดาห์หลังจากการงอกของเมล็ด ผลไม้เล็ก ๆ ของB. diffusaนั้นเหนียวมากและเติบโตใกล้พื้นดิน พวกเขาสามารถติดกับเสื้อผ้าของมนุษย์หรือกับสัตว์และนกช่วยกระจายตัวกว้าง เนื่องจากสายพันธุ์นี้เติบโตเป็นวัชพืชเมล็ดของมันจึงสามารถแพร่กระจายโดยไม่ตั้งใจเป็นสารปนเปื้อน

23 ขมหินใบน้อย/Pilea microphylla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pilea microphylla (L.) Liebm.
ชื่อพ้อง---Has 18 synonyms 

_Adicea microphylla Kuntze _Pilea peperomiifolia Liebm.
_Chamaecnide microphylla Nees ex Miq. _Pilea portula Liebm.
_Dubrueilia microphylla (L.) Gaudich. _Pilea portulacina Blume
_Basionym: Parietaria microphylla L. _Pilea subcrenata Blume
_Pilea aripoensis Britton _Pilea trianthmoides var. microphylla (L.) Wedd.
_Pilea herniarifolia Blume _Urtica herniarifolia Willd.
_Pilea microphylla var. longifolia Wedd. _Urtica microphylla (L.) Sw.
_Pilea muscosa Lindl. _Urtica portulacina Spreng.
_Pilea muscosa var. microphylla (L.) Wedd. _Urtica portulacoides Spreng.

ชื่อสามัญ---Artilllery plany, Rock weed, Gunpowder plant, Military fern
ชื่ออื่น--- ขมหิน(เลย), ขมหินใบน้อย, ต้นไข่มด, หญ้าไข่มด, หยาดน้ำค้าง [THAI: khom hin, khom hin bai noi, ton khai mod.]; [CHINESE: xiao ye leng shui hua.]; [JAPANESE: Kogeme-mizu.]; [GERMAN: Artilleriepflanze, Kleinblättrige Kanonierblume]; [SWEDISH: Mosspilea.]; [MALAYSIA: Katumpangan.]; [INDONESIA: Akar nasi, Jalu-jalu bobudo.]; [PHILIPPINES: Alabong, Isang-dakot-na-bigas (Tag.).]; [TONGA: limu.]  
ชื่อวงศ์---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---พื้นที่เขตร้อนและเขตร้อนที่หลากหลายทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโกถึงบราซิลในอเมริกาใต้ ยกเว้นชิลี และอุรุกวัย ไปยังอเมริกากลาง -ปานามาไปยังเม็กซิโก; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปยังบาฮามาสและตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา  ชอบขึ้นอยู่ตามที่ชื้น ตามกระถางต้นไม้ริมรั้ว ผนังอิฐเก่า ในที่ร่มชื้นทั่วไป
ไม่เกี่ยวกับผักขมเลย อยู่คนละวงศ์กัน  ชื่อหลักตามบัญชีรายชื่อพรรณไม้แห่ง ประเทศไทยมีชื่อเรียกต้นนี้อยู่ชื่อเดียว คือ ขมหินใบน้อย แต่รู้จักและเรียกกันทั่วไปว่า หญ้าไข่มด หรือ ต้นไข่มด ส่วนทางเหนือจะเรียกว่า ต้นหยาดน้ำค้าง ชอบตำแหน่งในที่ร่มบางส่วน ต้องใช้ดินที่ชื้น แต่มีการระบายน้ำที่ดีและสามารถทนต่อน้ำท่วมในช่วงเวลาสั้น ๆ ทนทานต่อดินหลากหลายประเภท ลักษณะ ต้นกลมเกลี้ยงบางใสอวบน้ำ สูง 20-30 ซม. ใบออกตรงข้ามไม่เท่ากัน ขนาดเล็กมาก 4 x 3 มม. รูปไข่โค้งมนฉ่ำใบสีเขียวอ่อน ดอกออกตามซอกใบเป็นกระจุก สีเขียวเล็ก ๆ ไม่ฉูดฉาดขนาด1-1.5 มม ดอกไม้เพศผู้กระจายเรณูขึ้นสู่อากาศ เหตุนี้จึงได้ชื่อชื่อสามัญ Gunpowder plant ซึ่งหมายถึงว่ามันจะเพาะเมล็ดเองในบริเวณกว้าง เมล็ดรูปรี ยาว 1 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบตำแหน่งในที่ร่มบางส่วน ต้องเป็นดินที่ชื้น แต่มีการระบายน้ำที่ดีและสามารถทนต่อน้ำท่วมในช่วงเวลาสั้น ๆ ทนทานต่อดินหลากหลายประเภท
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บรักษาจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา  และใช้ปลูกประดับ
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใบใช้รักษาแผลฟกช้ำ
-ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับในสวน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเติบโตขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายเฟิร์นมักจะปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนไม้ประดับและยังปลูกเป็นพืชบ้านในที่ร่มและเย็น เพิ่มสีสันให้กับ terrariums, กระเช้าแขวน, และ หลังคาสีเขียว
ระยะออกดอก/ติดผล--- สิงหาคม - พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด,ชำราก

24 ลูกใต้ใบ/Phyllanthus amarus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phyllanthus amarus Schum. et Thonn
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Diasperus nanus (Hook.f. ) Kuntze
---Phyllanthus nanus Hook.f.
---Phyllanthus niruri baronianus (Leandri) ลีอันรี
---Phyllanthus niruri amarus (Schumach. & Thonn.) Leandri
---Phyllanthus niruri scabrellus (Webb) Müll.Arg
---Phyllanthus niruroides madagascariensis Leandri
---Phyllanthus scabrellusเวบบ์
---Phyllanthus swartzii Kostel
ชื่อสามัญ---Seed-under-leaf, Egg woman, Stonebreaker, Black catnip, Carry me seed, Child pick-a-back, Gale of wind, Shatterstone, Six o'clock, Sleeping plant.
ชื่ออื่น---ลูกใต้ใบ(ภาคกลาง),หญ้าใต้ใบ(นครสวรรค์,อ่างทอง,ชุมพร),มะขามป้อมดิน(ภาคเหนือ),หญ้าใต้ใบขาว(สุราษฎร์ธานี); [THAI: luk tai vai, yaa tai bai, ma kham pom din.]; [CHINESE: ku wei ye xia zhu.]; [JAPANESE: kidati-kominkaso.]; [SPANISH: Chanca Piedra.]; [SAMOA: fau lili‘i, fua lili‘i, lau lili‘i.]; [TAHITI: moemoe, moemoe uouo, tebe.]; [HINDI: Jar Amla, Bhui Aamla] ; [KANNADA: Nillanelli.]; [MALAYALAM: Keezhanelli, Kiruthaanelli.]; [TAMIL: Kizhar Nelli, Kizhaanelli.]; [AYURVEDA: Bhumyamalaki.]
ชื่อวงศ์ ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---หมู่เกาะแคริบเบียน สหรัฐอเมริกา บราซิล เปรู  ไทย ลาว พม่า เขมร อินเดีย

 

เติบโตขึ้นทั่วโลกในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนพืชมีการแพร่กระจายเพื่อกลายเป็นวัชพืชมักจะรุกรานในหลายพื้นที่ของเขตร้อน
ชอบขึ้นในที่ชื้น พบทั่วไปในพื้นที่เปิด ระบาดทั่วไปในแหล่งเพาะปลูก พื้นที่รกร้างและริมทาง พบตั้งแต่ระดับ 30-1100 ม. จากระดับน้ำทะเล
ต้นลูกใต้ใบเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียวต้นสูงประมาณ 10-50 ซม. ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง3-4 มม.ยาว5-9มม. ดอกออกที่ซอกใบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ กลม ผิวเรียบหรือมีพูบ้าง
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องใช้ตำแหน่งแดดจัด ดินร่วนปนทรายและดินดำที่มีค่า pH 7.5 - 8 ถือว่าดีที่สุด
การใช้ประโยชน์ ---มักถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น มันได้รับการปลูกฝังสำหรับการใช้ยาในอินเดียและมีการซื้อขายในเชิงพาณิชย์
-ใช้เป็นยา ถูกใช้ในระบบอายุรเวทมานานกว่า 2,000 ปีซึ่งเชื่อกันว่าป้องกันหรือรักษาภาวะสุขภาพหลากหลายรูปแบบ ยาอายุรเวท Bhumyamalaki ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาความผิดปกติของตับ สมุนไพรดั้งเดิมนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันและยารักษาโรคสำหรับโรคดีซ่านและโรคตับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังใช้สำหรับปัญหาการมีประจำเดือนและมดลูกในสตรี โรคเบาหวานและปัญหาต่อมลูกหมาก -ลำต้นใบและรากของพืชสามารถนำมาใช้ในการทำชา-,ใช้ยอดสดและใบนำไปใช้กับผิวเพื่อรักษาแผลและผื่น-ยาต้มของพืชทั้งหมดรวมกับน้ำผึ้งใช้เป็นยาแก้ไอ-ยาแผนโบราณของซูรินาเม มีการใช้สารสกัดขมในการป้องกันความผิดปกติของไตและกระเพาะปัสสาวะ, มดลูก, อาการท้องผูก, เบื่ออาหาร, อาการอาหารไม่ย่อยและโรคดีซ่าน
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา-พืชประกอบด้วยอัลคาลอยด์, ฟลาโวนอยด์และ triterpenes มันแสดงให้เห็นว่า ต้านจุลชีพ, ต้านเชื้อแบคทีเรีย, เชื้อราและกิจกรรมต้านไวรัส
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด เมล็ดสดจะงอกช้ากว่าเมล็ดที่เก็บไว้ ( เมล็ดพันธุ์สามารถใช้ได้นานถึงหกเดือนนับจากเวลาเก็บเกี่ยว)

26 สันพร้าหอม (Ayapana)

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ayapana triplinervis (Vahl) R.M.King & H.Rob.
ชื่อพ้อง ---Has 4 Synonyms
---Ayapana officinalis Spach
---Eupatorium ayapana Vent.
---Eupatorium luzoniense Llanos
---Eupatorium triplinerve Vahl
ชื่อสามัญ ---Triplinerved eupatorium, White snakeroot, Pool root
ชื่ออื่น ---เกี๋ยงใบพาย, สันพร้าหอม (ทั่วไป); [THAI: kieng bai pai, San phra hom (General).]; [BENGALI: Ayapana.]; [CAMBODIA: Pang'kacha:t.]; [GERMAN: Dreinerviger Wasserdost.]; [HINDI: Ayapan.]; [INDONESIAN: Acerang.]; [JAVANESE: Rajapanah.]; [MALAYALAM: Ayappana, Ayambana, Vishapach, Chuvanna kalyonni.]; [PHILIPPINES: Ayapana, Apana (Tag.).]; [SANSKRIT: Ayapama, Ajapama.]; [SUNDANESE: Jukut prasman, Daun prasman.]; [VIETNAMESE: Ba dot, Cay ba dot, Ca dot.]
ชื่อวงศ์ ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบนิน, สาธารณรัฐโดมินิกัน, อินเดีย, จาวา, มอริเชียส, ฟิลิปปินส์, เปอร์โตริโก, รอดริก, เรอูนียง, เซเชลส์, ตรินิแดด - โตเบโก, เวียดนาม
เป็นพืชพื้นเมืองของ อเมริกาใต้ บราซิล เอกวาดอร์, เฟรนช์เกียนา ถึง ซูรินัม กระจายอย่างกว้างขวางในอเมริกาเขตร้อนและประเทศอื่นๆ พบในป่าชั้นรองในร่มเงาที่ชื้นที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,600เมตร
ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูงถึง 30-60 ซม. ลำต้นตั้งตรง ผิวบางไม่มีขนสีแดง ใบเดี่ยวยาว 5 - 8 ซม. เรียงตรงข้าม เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวมัน แผ่นใบรูปรีแกมรูปใข่ ผิวใบด้านล่างมี 3 เส้นใบ ชัดเจน ดอกช่อ แบบช่อกระจุกแน่น ดอกย่อยสีชมพู มีประมาณ 20ดอก ขนาด 6-7มม.ผลรูปรีแคบยาวประมาณ2 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มแต่ทนในร่มเงาหนัก ดินมีการระบายน้ำดี
การใช้ประโยชน์ ---พืชที่ปลูกในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นพืชชาและสำหรับใช้เป็นยาในขณะที่ในบราซิลจะปลูกเป็นพืชหอมมันยังปลูกเป็นครั้งคราวในบางพื้นที่ เช่นแอฟริกาและอินโดนีเซีย
-ใช้กิน ใบและยอดอ่อนกินเป็นผัก ใบใช้ทำชา ทำเครื่องดื่มลดความอ้วนที่มีรสชาติอร่อยและเผ็ดร้อน
-ใช้เป็นยา พืชมีกลิ่นแรงของ coumarin โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบดและมีรสชาติซึ่งทั้งขมและหอม ใบใช้เป็นยาแก้พิษ, ยาแก้ไข้, ใบถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นชาในพื้นที่  ทุกส่วนของพืชใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงเรื้อรัง โรคปอด ไข้หวัดใหญ่  หวัดทรวงอก ปอดบวม และ ท้องผูก และยังเป็นยาแก้พิษงูกัด เนื่องจากชาที่ใช้มีคุณสมบัติห้ามเลือดจึงใช้ในการควบคุมปัญหาการมีประจำเดือน นอกจากนี้ยังใช้เป็นสารกระตุ้นการเต้นของหัวใจเพิ่มพลังแต่ลดความถี่ในการเต้นของหัวใจ น้ำยาบ้วนปากที่เตรียมจากใบนำมาใช้เพื่อบรรเทา เลือดออกตามไรฟันและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ- ชาวอินเดียเปรูใช้ใบและลำต้นแก้อาการอาการจุกเสียดท้อง ปวดบวม-ในประเทศฟิลิปปินส์ ใบช้ำใช้สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวของแผลที่มีกลิ่นเหม็น -ในเฟรนช์เกียนาใช้สำหรับแก้คลื่นไส้และอาเจียนที่เกิดจากมาลาเรีย- ในมาลายาใช้สำหรับหลอดลมอักเสบและท้องร่วง- ในตรินิแดดและโตเบโกใช้เป็นยาแก้พยาธิ
-ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชคลุมดิน
-ใช้ในวนเกษตร  เหมาะสำหรับคลุมดินในไร่ชาและสวนยาง บางครั้งมีการปลูกเพื่อจุดประสงค์นี้ แต่บ่อยครั้งมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและได้รับการบำรุงรักษาโดยการกำจัดวัชพืชแบบเลือกสรร มีคุณสมบัติครอบคลุมพื้นดินดีเยี่ยมและรักษาหน้าดิน
-อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยสีเขียวอ่อนได้มาจากการกลั่นใบ สารสกัดเมทานอลของพืชใช้เป็นยาฆ่าแมลงกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ชยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำกิ่ง

27 ขอบชะนาง/Pouzolzia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Pouzolzia zeylanica (L.) Benn. & R. Br.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Parietaria indica L.
---Pouzolzia indica (L.) G. Benn.
---Urtica glomerata Klein ex Willd.
ชื่อสามัญ---Graceful Pouzolzsbush
ชื่ออื่น---หญ้ามูกมาย (สระบุรี), ขอบชะนางขาว หนอนตายขาว หนอนขาว ขอบชะนางแดง หนอนตายแดง หนอนแดง (ภาคกลาง), หญ้าหนอนตาย (ภาคเหนือ) ; [THAI: yaa mook mai, khob cha nang, hnon tai khao.]; [CHINESE: Wu shui ge.]; [FRENCH: Pouzolzie de Ceylan.]; [ASSAMESE: Borali Bokua.]; [KANNADA: Kalkuri.];[MALAYALAM: Kallurukki, Bula.];  [TAMIL: Kallurukki.]; [PHILIPPINES: Tuia, Apoyapoyan (Tag.).]; [CAMBODIA: Toem tanhit jhnien, Kandab chhneang.]; [VIETNAM: Bo mam.].
ชื่อวงศ์ ---URTICACEAE (CECROPIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก


พบขึ้นอยู่ตามริมทาง พื้นที่รกร้าง ชอบขึ้นตามพื้นที่ร่มเย็นที่มีอิฐปูนเก่า ๆ หรือตามที่ผุพัง ตามสวนริมร่องน้ำ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ มีชื่อเรียกว่า ขอบชะนางขาว กับ ขอบชะนางแดง ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะกายภาพ พบขึ้นอยู่ตามริมทาง พื้นที่รกร้าง ชอบขึ้นตามพื้นที่ร่มเย็นที่มีอิฐปูนเก่า ๆ หรือตามที่ผุพัง ตามสวนริมร่องน้ำ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ
ไม้ ล้มลุกเลื้อยแผ่ไปตามดินยอดตั้งขึ้น ลำต้นโตกว่าก้านไม้ขีดเล็กน้อย สูง 10-40 ซม. มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปใบหอก ขนาด  1.2-9 x (0.6-) 0.8-3 ซม. เรียงสลับรูปใบหอกมีขนเล็กน้อยบนต้นและแผ่นใบดอกขนาดเล็กออกเป็น4กระจุกที่ซอกใบและกิ่งสีเขียวหรือสีแดง เป็นดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ดอกของขอบชะนางแดงจะเป็นสีแดง ส่วนดอกของขอบชะนางขาวจะเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือสีนวล ผลสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอ่อน เป็นผลแห้งไม่แตกแบบ achene ขนาด 2-3 มม. เมล็ดมี 2-3 เมล็ดรูปกลมรีสีน้ำตาลและมีขนาดเล็กมาก1-1.2 มม.
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร เปลือกของต้น ช่วยดับพิษในกระดูกในเส้นเอ็น หุงน้ำมันทารักษาพยาธิผิวหนัง แผลพุพอง นำมาปรุงรับประทานเป็นยาขับเลือด และขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน
-ใช้อื่นๆ ต้นและดอกจะมีรสเมาเบื่อ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก เอามาวางในปากไหปลาร้า ฆ่าหนอน วัวควายที่เป็นแผลขนาดใหญ่ ใช้ต้นสดตำเป็นยาฆ่าหนอนแมลง และรักษาแผลสดอีกด้วย
ระยะออกดอก/ติดผล---สิงหาคม - ธันวาคม
ขยายพันธุ์----ด้วยการใช้เมล็ด

28 ผักปลังขาว/Basella alba

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Basella alba L
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonyms
---Basella alba var. cordifolia (Lam.) M.R.Almeida
---Basella cananifolia Buch.-Ham. ex Wall.
---Basella cordifolia Lam.
---Basella crassifolia Salisb.
---Basella japonica Burm.f.
---Basella lucida L.
---Basella nigra Lour.
---Basella rubra L.
---Basella volubilis Salisb.
---Gandola nigra (Lour.) Raf.                          
ชื่อสามัญ---Ceylon spinach, East Indian spinach, Vine spinach, Malabar nightshade
ชื่ออื่น---ผักปลัง, ผักปลังใหญ่(กลาง); โปเด้งฉ้าย(จีน); ผักปั๋ง(เหนือ); [THAI: Phak pang, Phak plang, Phak plang yai, Po deng chai..]; [FRENCH: épinard de Malabar, baselle, brède d'Angola, brède de Malabar]; [SPANISH: espinaca blanca, espinaca de Malabar.]; [CHINESE: Mu er cai, Hong teng cai, Hong chan cai, Zi luo kui, Zi ruan teng, Zi bei teng cai, Yan zhi cai .]; [JAPANESE: Kuki no akai shin tsurumurasaki, Shin tsuru murasaki .]; [ASSAMESE: Puroi khak.]; [HINDI: Poi,Poi , poi, Poi saag, Saag.]; [PHILIPPINES: Grana, Libato (Tag.).]; [SANSKRIT: Upodika.]; [TAMIL: Paasaangalli,Vasalakkira.][VIETNAM:  Mong toi.]; [HAWAII: īnika.]
ชื่อวงศ์---BASELLACEAE
ถิ่นกำเนิด---แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---ในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา
ถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะอีสต์อินดีส เป็นพืชเขตร้อนชื้นซึ่งพบได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร
ประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าทุ่ง ที่รกร้าง หรือตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดรำไร
ไม้เถาเลื้อยล้มลุกมีความยาวประมาณ 2-6 เมตร  ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน ลำต้นมีสีม่วงหรือเขียว ใบเดี่ยวขนาด 5 - 12 ซม. เรียงสลับ รูปไข่ป้อม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อออกที่ซอกใบยาว 5-30 ซม.ดอกย่อยสีชมพูขนาด 4 มม. ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ สีดำ รูปกลมหรือรูปไข่ ยาว5-6 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร พืชได้รับการปลูกอย่างกว้างขวางสำหรับใบที่กินได้ในเขตร้อน สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---การเจริญเติบโตที่ดีที่สุดนั้นผลิตขึ้นในดินที่มีการระบายความชื้นได้ดีซึ่งเต็มไปด้วยอินทรียวัตถุและตำแหน่งที่มีแดดอบอุ่น ชอบดินร่วนปนทราย ทนต่อดินที่ไม่ดีได้พอสมควร ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 7 แต่สามารถทนได้ 4.3 - 7.5
การใช้ประโยชน์---พืชได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางสำหรับใบที่กินได้ในเขตร้อน สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี
-ใช้กิน ใบและก้าน - ดิบหรือปรุงสุก มีการวิเคราะห์ทางโภชนาการ เป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน A และ C, เหล็กและแคลเซียม
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร  รากฝาด รักษาโรคท้องร่วง ใบและลำต้นถูกปรุงและกินเพื่อเป็นยาระบาย เป็นยาขับปัสสาวะ ในเนปาล น้ำคั้นจากใบใช้แก้หวัด ใบรักษาภายนอกเพื่อรักษาฝีและแผล
-ใช้อื่นๆ สีแดงได้มาจากน้ำผลไม้ ถูกใช้เป็นสีแดง, หมึก, และสำหรับผสมสีในอาหาร
ระยะออกดอกผล : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เมล็ดใช้เวลาการงอกภายใน 10 - 21 วัน หรือ ปักชำเถาแก่

ผักปลังแดง/Basella rubra


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Basella alba L. 'Rubra'
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Basella rubra L.
---Basella alba L. var. rubra L.
---Basella alba L. var. rubra (L.) Stewart.
ชื่อสามัญ---Climbing Ceylon spinach, Red Ceylon spinach, Red-stemmed Malabar spinach, Red vine spinach.
ชื่ออื่น---ผักปั๋ง ผักปลังใหญ่  ผักปลังแดง ผักปรัง ; [THAI : Phak pang   (Northern Thailand), Phak plang , Phak plang yai  (Central Thailand), Po deng chai  (Chinese translit.).]; [ASSAMESE:  Ronga puroi, Ronga puroi sak .]; [CHINESE: Zi luo kui,  Zi ruan teng,  Zi bei teng cai.]; [FRENCH: Baselle rouge, Epinard de Malabar à tiges rouges.]; [JAPANESE: Kuki no akai shin tsurumurasaki, Shin tsuru murasaki.]; [KANNADA: Basaḷe kempu.]; [MALAYALAM :Basella cheera, Vashala cheera.]; [RUSSIAN: Bazella krasnaia.]; [TAMIL:  Kodippasali, Koṭippacaḷi, Pasalai keerai, Vasalakirrai.]; [PHILIPPINES: alugbati.]; [VIETNAM: Mongtoi.]
ชื่อวงศ์    ---BASELLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้ ถูกปลูกเลี้ยงในเขตร้อนของชายฝั่ง Malabar ของอินเดียและศรีลังกา ในทวีปเอเชีย
ไม้ เถาเลื้อยล้มลุกพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าทุ่ง ที่รกร้าง หรือตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดรำไร ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน สีแดง มีความยาวประมาณ 2-6 เมตร  ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อออกที่ซอกใบดอกย่อยสีม่วง ขาว ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ สีดำ
การใช้ประโยชน์ เหมือนผักปลังขาว
ระยะออกดอกผล : ตลอดปี

29 กระเจานา/Corchorus aestuans


ชื่อวิทยาศาสตร์:---Corchorus aestuans L.
ชื่อพ้อง  --- Has 7 Synonyms
---Corchorus acutangulus Lam.
---Corchorus acutangulus var. brachycarpus Domin
---Corchorus aesticans Hill
---Corchorus campestris Macfad.
---Corchorus furcatus G.Don
---Corchorus fuscus Roxb.
---Corchorus oppositiflorus Hassk.
ชื่อสามัญ:---White Jute,  East Indian jew's-mallow, West African mallow, East Indian mallow.
ชื่ออื่น:--- กระเจานา ปอเส้ง ปอวัชพืช ขัดมอญตัวผู้ ; [THAI: Khat mon tua phu (Northern Thailand), Krachao na (Central).]; [BENGALI: Tita Pat.]; [HINDI: Chonch,Hade-ka-khet.]; [KANNADA: Chanchu Gida.]; [CHINESE: Tian ma, Jia huang ma.]; [FRENCH:  Gombo par terre, Gombo rampant .] ; [MALAY:   Rumput bayam.]; [PPHILIPPINES: Pasau-na-haba.]; [SANSKRIT: Chunchuh.]; [VIETNAMESE :  Bố dại.]
ชื่อวงศ์วงศ์: ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์--S. อเมริกา - บราซิล, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, กายอานา; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปบาฮามาส; C. America - นิการากัว, กัวเตมาลา, เม็กซิโก เอเซีย  แหลมมาลายู


มีการกระจายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อน จากเซเนกัลไปทางทิศตะวันออกถึงโซมาเลีย และทางใต้ไปยังแอฟริกาใต้ และ มีมากในภูมิภาคเอเซีย แหลมมาลายู  พบในในทุ่งหญ้าที่ราบชายฝั่งทะเลตลิ่งแม่น้ำ สถานที่ที่ถูกรบกวน จากระดับน้ำทะเลสูงถึง 1,350-2000 เมตร มีการเพาะปลูกในท้องถิ่นเพื่อใช้ประโยชน์ และนอกจากนี้ก็ยังเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในที่เพาะปลูกพืชอื่นๆด้วย กลายเป็นวัชพืชรุกรานในบางพื้นที่ ในประเทศไทย พบทุกภาคฃอบขึ้นในที่ มีความชื้นสูง เป็นวัชพืชในพืชไร่ และพืชหลังนา ตามที่ราบระดับต่ำ ริมทาง ทุ่งนา ทุ่งหญ้าที่รกร้าง
ไม้ล้มลุกโตเร็วอายุปีเดียว เป็นพวกเดียวกับปอกระเจา ต้นสูงประมาณ 0.60-1 เมตร ลำต้นแตกแขนงมาก เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง มีเส้นใยเหนียวใช้ทำเชือกได้ ลำต้นมีขนละเอียด  ก้านใบยาวไม่เกิน 3 ซม ใบเดี่ยว รูปไข่ เรียงสลับ ขนาด 2.5-7 x 1.5-3.5 ซม มีหูใบรูปเส้นด้าย 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน  ปลายใบแหลมหรือแหลม ยาว โคนใบมนหรือกลม บางครั้งเบี้ยว แผ่นใบมีขนยาวกระจายทั้งสองด้าน ขอบใบจักซี่ ดอกออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบหรือตรงข้ามใบ ใบประดับคล้ายหูใบ ก้านดอกสั้นมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับ ผลแบบแคปซูลทรงกระบอก ขนาด1–4 ซม. × c 0.5 ซม.ออกเดี่ยวหรือ 2–3 ตรงหรือโค้งงอเล็กน้อย ปลายแยกเป็นพู 2 แฉก มีเมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้มขนาด 0.5-1 มม.จำนวนมาก
การใช้ประโยชน์---พืชให้ผลผลิตเส้นใยและใบที่กินได้ มันถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นและบางครั้งก็ปลูกเป็นพืชเส้นใยในแอฟริกาเขตร้อนและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-ใช้กิน ใบ- ดิบหรือสุก กินในสลัดใช้เป็นผักหรือ potherb หรือใช้สำหรับน้ำซุปผัก มีการกินกันอย่างแพร่หลาย เช่นในภาคเหนือของเบนินมันถูกใช้เป็นผักใบในซอส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียรากสุกกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ในยาแผนโบราณของแอฟริกันสารสกัดจากรากหรือใบถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคหนองในและสารสกัดจากพืชทั้งหมดรวมถึงรากใช้สำหรับการฉีดเพื่อรักษาท่อปัสสาวะ ในอินเดียมีการใช้เมล็ดในการรักษาอาการปวดท้องและโรคปอดบวม
-ใช้อื่นๆ ใบไม้ใช้เลี้ยงสัคว์ ไฟเบอร์คุณภาพดีนั้นได้มาจากเปลือกไม้ ใช้สำหรับทำเชือก หนึ่งในพืชเส้นใยปอกระเจา
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---เมล็ด

30 ปอกระเจา/Corchorus olitorius


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Corchorus olitorius Linn.
ขื่อพ้อง---Has 5 synonyms
---Corchorus catharticus Blanco
---Corchorus decemangularis Roxb. ex G.Don
---Corchorus longicarpus G.Don
---Corchorus malchairii De Wild.
---Corchorus quinquelocularis Moench
ชื่อlสามัญ--- Tossa Jute, Jew’s Mallow, Nalta Jute.
ชื่ออื่น--- ปอกระเจาฝักยาว; [THAI: Po Krachao phak yao.]; [ARABIC: al-juta.]; [BANGLADESH: pat.]; [CHINESE: huang ma.]; [FRENCH: corète potagère.]; [FIJI: melokhia.]; [GERMAN: Jute; Langkapsel- Jute; Nalta- Jute.]; [ITALIAN: corcoro, corcoro siliquoso.]; [JAPANESE: nagami tsunaso; Taiwan tsunaso.]; [PAKISTAN: patsan.];[PORTUGUESE: juta.] [SIERRA LEONE: krin-krin.]; [SPANISH: yute; yute de fruto alargado.]; [WEST AFRICA: krin-krin.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา หรือทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน


อาจจะมีต้นกำเนิดในแอฟริกาแม้ว่าอาจจะเป็นในอินเดียและพม่า แต่พืชก็มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อน ถึงระดับความสูงประมาณ 700 เมตร
วัชพืชล้มลุกชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ  สูงประมาณ 0.8-1.5 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ลำต้นเกลี้ยง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปใบหอก ใบกว้างประมาณ 5-6 ซ.ม. ยาว 5-12 ซ.ม.ใบคล้ายใบปอกระเจา แต่ความกว้างของใบกว้างกว่า ที่ฐานของโคนแผ่นใบมีเส้นสีแดงๆ เล็กๆ 2 เส้น ขอบใบหยัก มีขนเล็กน้อยโดยเฉพาะที่ปลายยอด ดอกขนาดเล็กสีเหลือง ออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ระหว่างซอกใบและกิ่ง ผลเป็นแคปซูล เป็นรูปทรงกระบอกยาว ขนาด ยาวประมาณ 3-6.5 ซม., ซ.ม. มีสัน 10 สันและมีเส้นสานกันเป็นตาข่ายเล็กๆ ผิวผลไม่เรียบ ผลแตกได้ 3-6 แฉก มีเมล็ดสีเขียวอมนํ้าตาลเป็นเหลี่ยม
การใช้ประโยชน์ ---พืชชนิดนี้เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศในเขตร้อนซึ่งใช้แทนผักโขมในฤดูร้อน พืชยังเป็นแหล่งของเส้นใยที่ดีเยี่ยม มันมักจะได้รับการปลูกฝังในเขตร้อนและพื้นที่อบอุ่นทั้งสำหรับเส้นใยในลำต้นและสำหรับใบที่กินได้
-ใช้กิน เป็นอาหาร ในอียิปต์ใบแห้งใช้ในซุปภายใต้ชื่อภาษาอาหรับ "Molukhyia"-ในอินเดียจะรับประทานใบและหน่ออ่อน ผลอ่อนจะถูกเพิ่มลงในสลัดหรือใช้เป็น potherb-ใบตากแห้งใช้ชงเป็นชา
-ใช้เป็นยา เป็นยาพื้นบ้าน สำหรับแก้อาการปวดเมื่อย  ปวดบิด, ลำไส้บิด, ไข้, ปวดทรวงอก และเนื้องอก  ตำราอายุรเวทใช้ใบสำหรับน้ำในช่องท้องปวดกองและเนื้องอก ที่อื่นๆ ใบใช้สำหรับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ปัสสาวะลำบาก, ไข้และโรคหนองใน เมล็ดพืชนั้นเป็นยาถ่าย -การฉีดสาร olitoriside ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชช่วยปรับปรุงภาวะหัวใจขาดเลือดอย่างชัดเจนและไม่มีคุณสมบัติสะสม ดังนั้นจึงสามารถใช้แทน strophanthin
-ใช้อื่นๆ ไฟเบอร์ได้มาจากลำต้นมันเป็นแหล่งหลักของปอกระเจา เส้นใยค่อนข้างหยาบและส่วนใหญ่ใช้สำหรับผ้ากระสอบ
ขยายพันธุ์---เมล็ด

31 ปอกระเจาฝักกลม/Corchorus capsularis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Corchorus capsularis Linn.
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms
--Corchorus cordifolius Salisb.
---Corchorus marua Buch.-Ham. nom. inval.
ชื่อสามัญ ---Jute, Nalta Jute, Tossa Jute, White Jute,
ชื่ออื่น---ปอเส้ง, เส้ง ปอกระเจา ปอกระเจาฝักกลม ปอ ; [THAI: Po krachao, Po seng, Seng, Po.]; [ARABIC: Jût (Egypt).]; [AYURVEDIC: Kaala shaaka.]; [BANGLADESH: Jhuto, Koshta.]; [CHINESE: Huang ma, Yuan guo huang ma.]; [FRENCH: Chanvre de Calcutta, Corète textile.]; [GERMAN: Indischer flacks, Jutepflanze, Rundkapseljute.]; [HINDI: Patsan, Shuti paat, Tita (Bitter) paat, San.]; [JAPANESE: Ichibi, Tsunaso.]; [KOREAN: Hwangma.]; [MALAYSIA: Kancing baju.]; [PHILIPPINES: Pasau-na-bilog (Tag.).]; [PORTUGUESE: Juta branca, Juta de fruto redondo.]; [SIDDHA/TAMIL: Pirattai-keerai.]; [VIETNAM: Bằng đay, Đay quả tròn.]  
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพัรธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน จีน ญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม มลายูภาคใต้ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์


พืชถูกปลูกเลี้ยงอย่างกว้างขวางในอินเดียและบางลาเทศ รวมถึงในประเทศเขตร้อนอื่น ๆ
วัชพิชล้มลุกขนาดเล็ก อายุอยู่ได้ปีเดียว สูงประมาณ 1 เมตร ใบเดี่ยวรูปใบหอก ยาว 5 - 12 ซม.   ออกเรียงสลับ ใบรูปยาวเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบอ่อนบาง ที่โคนใบมีเส้นเล็ก ๆ สีแดงอยู่ 2 เส้น ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก โดยจะออกบริเวณระหว่างซอกใบกับกิ่ง ดอกเป็นสีเหลืองมีขนาดเล็ก ผลแบบแคปซูล รูปกลม เป็นพู 5 พู ผิวผลขรุขระ ไม่เรียบเกลี้ยง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซ.ม แกแล้วแตก มีเมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์---เพาะปลูกในประเทศจีนอินเดียบังคลาเทศเพื่อผลิตเส้นใย
-ใช้กิน ใบ - ดิบหรือสุก ใบอ่อนและผลอ่อนจะถูกเพิ่มลงในสลัดในขณะที่ใบเก่าทำเป็นหม้อสมุนไพร มีโปรตีนสูง ใบแห้งสามารถใช้ใส่ในซุปข้น - ในรัฐเบงกอล ถือว่าเป็นยาชูกำลัง ใบจะถูกใช้เป็นเครื่องปรุงรสเพิ่มโดยทั่วไปในข้าวซึ่งอาหารประจำวัน -ในญี่ปุ่นถือเป็นรายการอาหารเพื่อสุขภาพบางครั้งใบแห้งใช้แทน ใบกาแฟและชาบางครั้งใช้เป็นเครื่องปรุง
-ใช้เป็นยา ใบเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, ขับลม, ยาระบาย, ใช้ยาต้มจากรากและผลไม้สุกในการรักษาโรคบิด  -ชาวมาเลย์ใช้ยาต้มจากใบสำหรับโรคบิด อาการไอและเป็นยาบำรุงสำหรับเด็ก ยังใช้สำหรับการพอกแผล-ในแคว้นเบงกอลมีการใช้ยาต้มใบแห้งเพื่อความผิดปกติของตับ น้ำมันจากเมล็ดใช้สำหรับโรคผิวหนัง
-ใช้อื่นๆ  เส้นใยได้จากลำต้น ค่อนข้างหยาบ มีความแข็งแรง นี้ใช้ทำถุงกระสอบ เชือก พรม ผ้าหยาบและสิ่งของอื่น ๆ ที่คล้ายกันในชีวิตประจำวัน แก่นที่เหลือหลังจากการสกัดเส้นใยถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษและในการเตรียมแอลกอฮอล์-สารสกัดด้วยน้ำ / แอลกอฮอล์ที่มีโพลีแซคคาไรด์อาจนำมาใช้ในการเตรียมเครื่องสำอางผิวหรือเตรียมผมเพื่อให้ความชุ่มชื้น
ออกดอก/ติดผล---ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

32 ตำแยแมว/Acalipha indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Acalipha indica L.
ชื่อพ้อง    ---Has 9 synonyms
---Acalypha caroliniana Blanco
---Acalypha decidua Forssk.
---Acalypha fimbriata Baill.
---Acalypha somalensis Pax
---Acalypha somalium Müll.Arg.
---Acalypha spicata Forssk.
---Cupamenis indica (L.) Raf.
---Ricinocarpus deciduus (Forssk.) Kuntze
---Ricinocarpus indicus (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ    ---Indian copperleaf, Indian acalypha, Indian-nettle, Tree-seeded mercury
ชื่ออื่น    ---ตำแยแมว, ตำแยตัวผู้, ตำแยป่า, หญ้าแมว, หญ้ายาแมว, หานแมว, ลังตาไก่, อเนกคุณ; [THAI: tam yae meow, tam yae paa, han meow, lung ta kai, a- nek -khun.]; CHINESE: Tie xian, Re dai tie xian cai..]; [PHILIPPINES: Maraotong.]; [FRENCH: Ricinelle des Indes, Oreille de chatte, Herba chate.]; [HINDI: Kuppikhokli.]; [BENGALI: Muktajhuri, Sveta-basanta.]; [ASSAMESE: Patra-manjori, Muktojhuri.]; [KANNADA: Chalmari, Kuppigida]; [MALAYALAM: Kuppameni.]; [TAMIL: Naaikurungu, Kuppaimeni.]; [SANSKRIT: Haritha manjari.]; [SPANISH: hierba de cancer, ricinela.]; [INDONESIA: Lelatang, Kucing-kucingan, rumput kokosongan (Sunda); rumput bolong-bolong (Jawa).]; [MALAYSIA: Chikka Emas, Galak Kuching.]; [BURMESE: kyaung-yo-thay pin , kyaung-se-pin , kyaung-yo-the .]
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย  อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ indica อ้างอิงจากการบันทึกถึงแหล่งกำเนิดที่แท้จริงคืออินเดีย


เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนของโลกเก่า ในแอฟริกามันเกิดขึ้นใน ไนจีเรีย ในแอฟริกาตะวันตก และครอบคลุมทั่วทั้งแอฟริกาเขตร้อน และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย , เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ , เยเมนและโอเชียเนีย  เติบโตในสถานที่ที่ถูกรบกวน สถานที่ที่ชื้นและมีร่มเงา มักพบบริเวณริมถนนที่ดินที่รกร้าง ป่าผลัดใบและชายป่าละเมาะจากที่ราบถึง 1,350 เมตร
ลักษณะเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ต้นตรงสูงประมาณ40-60ซม.ใบค่อนข้างกลมหรือรูปไข่กว้าง ขนาด 1.2 - 6.5  × 1-4 ซม. ปลายใบแหลมเล็กน้อย ขอบใบจักเล็กๆ ดอกเป็นดอกช่อออกตามซอกใบยาว 2.5–6 ซม. ส่วนยอดของช่อดอกเป็นดอกเพศเมีย  ลักษณะของดอกจะคล้ายกับใบอ่อนที่มีขนาดเล็ก แต่เมื่อบานเต็มที่แล้วใบอ่อนนี้ก็ยังคงติดอยู่และไม่ร่วงมีใบประดับหยักเป็นซี่ฟัน มีขนปกคลุม แต่ละใบประดับหุ้มห่อดอก 2-6 ดอก ผลแห้งแตกได้ขนาด 1.5-2 มม.  ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการน้ำและสารอาหารในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว มันถูกระบุว่าเป็น 'Invasive' ในหลายพื้นที่ที่อยู่นอกขอบเขตดั้งเดิม
การใช้ประโยชน์---พืชสมุนไพรที่สำคัญในหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียเช่นเดียวกับในอินเดียและอินโดนีเซียพืชได้รับการเพาะปลูก
-ใช้กิน ใช้เป็นอาหาร ตามยอดและใบที่กินได้ใช้ปรุงเป็นผัก
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ตำแยแมวมี 2 ชนิด คือ ชนิดใบกลมเรียกว่าตำแยแมวตัวเมีย ชนิดใบแหลมเรียกตำแยแมวตัวผู้ ที่นิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรคือตำแยแมวตัวเมีย- ราก ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน ทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร-ใบ ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก ขับเสมหะในโรคหลอดลมอักเสบ ขับเสมหะในโรคหอบหืด เป็นยาถ่าย (ถ้ารับประทานจำนวนมากจะทำให้ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน) ใบแห้งป่นโรยรักษาแผลกดทับเนื่องจากนอนมาก ยาระบาย แก้หืด ขับเสมหะทั้งต้น ขับเสมหะ -ตำรับยาของอินเดียใช้ในการรักษาโรคหอบหืด โรคปอดบวมและโรคไขข้อ
-การใช้อื่นๆ พืชเป็นที่รู้จักกันว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อรากับโรคพืช -ใบทำให้อาเจียนถอน พิษของโรคแมวได้ดีตำแยแมวนี้ถ้าถอนเอาขั้นมาทั้งต้นทั้งรากแล้วโยนทิ้งไว้ แมวเห็นเข้า จะตรงเข้ากลิ้งเกลือกไปมาแล้วกินราก เป็นยารักษาโรคของแมวและเป็นที่ทราบกันดีอีกด้วยว่ารากของมันนั้นมีเสน่ห์ต่อแมวในบ้าน
ระยะออกดอกและติดผล--- กรกฎาคม – ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

33 สะเดาดิน/Glinus oppositifolius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Glinus oppositifolius (L.) Aug.DC.
ชื่อพ้อง  ---Has 19 synonyms

_Glinus cambessedesii var. nudiusculus Fenzl _Mollugo oppositifolia L.
_Glinus cambessedesii var. villosus Fenzl _Mollugo serrulata Sond.
_Glinus denticulatus (Guill. & Perr.) Fenzl _Mollugo spathulata Poepp. ex Fenzl
_Glinus mollugo Fenzl _Mollugo spergula L.
_Glinus spergula (L.) Steud. _Nemallosis prostrata Raf.
_Glinus spergula var. rotundifolia (Ewart & A.H.K.Petrie) _Pharnaceum denticulatum D.Dietr.
 Ewart & P.H.Jarrett _Pharnaceum oppositifolium (L.) Spreng.
_Mollugo denticulata Guill. & Perr. _Pharnaceum parviflorum Roth
_Mollugo erecta Burm.f. _Pharnaceum spergula (L.) Dillwyn
_Mollugo novohollandica F.Muell. _Wycliffea rotundifolia Ewart & A.H.K.Petrie

ชื่อสามัญ---Sweetjuice, Slender Carpet-weed, Bitter Cumin,Indian Chickweed,Bitter Leaf
ชื่ออื่น---ผักขี้ขวง (ภาคเหนือ, ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), สะเดาดิน ผักขวง (ภาคกลาง),; {THAI:  Phak-khee-khuang.]; [AUSTRALIA: Bitter leaf.]; [FRENCH : Balassa (Mali), Glinus des vietnamiens.]; [BENGALI: Gima shak.]; [CHINESE: Jia fan lu, Cu huo li mu cao, Cheng geng xing su cao.]; [HINDI: Jima.]; [MARATHI: Jharasi, Kadvi Bhaji.]; [MALAYALAM: Kaippujeerakam.]; [BANGLADESH: Gima.]; [PHILIPPINES:  Sarsalida, Malagoso (Tag, Papait (Ilk.).]; [SANSKRIT: Trayamana.]; [TAMIL: Thara.]; [VIETNAM: Rau đắng đất.]
ชื่อวงศ์---MOLLUGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก

 

เขตร้อนของแอฟริกาผ่านเอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อนชื้นไปยังออสเตรเลียตอนเหนือ พบในภูมิภาคที่แห้งแล้งจากที่ราบสูงถึง 100 เมตร และถึง 275 เมตรในเขตพื้นที่พรุตามฤดูกาลในสระแห้ง คูน้ำ ในนาข้าว บางครั้งพบในเขตทรายใกล้ทะเล  และพบได้ทั่วไปในเขตร้อนที่ระดับความสูง 0-1,000เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นบริเวณที่ชื้น ในไร่นา และตามสนามหญ้าโดยทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นทอดเลื้อยแตกแขนงแผ่ออกรอบต้นไปตามพื้นดิน ยาว 5–80 ซม.  ใบมีขนาดเล็กเรียวยาวขนาด 4-12.5 มม. ออกจากบริเวณข้อ 4-5 ใบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้น ดอก ออกรอบๆ ข้อ 4-6 ดอก กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว  ผลรูปยาวรี กว้าง 1.5–2.5 มม.ยาว  3.5–5 มม ผลแก่แตกออกเป็นสามแฉก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลแดงจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค มันถูกปลูกฝังเป็นครั้งคราวในประเทศไทยและฟิลิปปินส์เพื่อใช้เป็นผักและมักจะขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กิน ใบ - ปรุงและใช้เป็นผัก ยอดจะกินสด นำมาประกอบอาหารก็ได้ รสขมคล้ายสะเดา
-ใช้เป็นยา สรรพคุณเป็นสมุนไพร แก้โรคเบาหวาน ทั้งต้นใช้ แก้ไข้ แก้ไอ แก้หวัด แก้ร้อนใน  บำรุงน้ำดี  ใช้หยอดหูแก้ปวดหู ลำต้น,ใบแก้คุณไสย เข้าเครื่องยาแก้คัน เข้าเครื่องยาแก้ปวดเมื่อย ใช้เป็นยารักษาอาการลำไส้และซิฟิลิส ในอินเดียใช้โดยคนชนเผ่าสำหรับโรคตับ
ระยะออกดอกและติดผล --- เดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน
ขยายพันธุ์ ---- เมล็ด

34 ตำลึงตัวผู้/Solena amplexicaulis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Solena amplexicaulis (Lam.) Gandhi.
ชื่อพ้อง    ---Has 14 Synonyms---Basionym: Bryonia amplexicaulis Lam

_Bryonia amplexicaulis Lam. _Karivia amplexicaulis (Lam.) Arn.
_Bryonia hastata Lour. _Karivia sinuosa M.Roem.
_Bryonia heterophylla Raeusch. _Melothria amplexicaulis (Lam.) Cogn.
_Bryonia solena Mirb. ex Steud. _Momordica heterophylla Cogn. ex F.B.Forbes 
_Cucurbita sagittata Klein ex Steud. & Hemsl.
_Harlandia bryonioides Hance _Zehneria connivens Miq.
_Juchia hastata M.Roem. _Zehneria filiformis Miq.
_Zehneria hastata Miq.

ชื่อสามัญ     ---Creeping Cucumber, Diversely-leaved Melothria
ชื่ออื่น     ---ตำลึงตัวผู้ ;[BENGALI: Kudri.]; [HINDI:  Amantamul, Ban Kakra, Tarali.]; [KANNADA: Bimpuli.]; [MARATHI: Gometi.]; [MALAYALAM: Njerinjampuli, Kakkarikka, Karakia, Kalpurikkadu, Karuvikizhangu, Makirla, Oriya]; [SANSKRIT: Amlavetasah.]; [TAMIL: Pulivanci.]; [PAKISTAN: bankakra.]
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย, สิกขิม, จีน, พม่า,ไทย, ลาว, กัมพูชา เวียดนาม, สิกขิม, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย
ตำลึงตัวผู้เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กมีมือจับไว้เกาะยึดหลักหรือต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาด 4-8 x 3-7 ซม. ใบแยกเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉกหยักเว้าลึก ต่างจากใบตำลึงตัวเมียที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหยักใบตื้นกว่า ผลไม้ 1.5-2 x 1-1.5 ซม. มียาง, ปลายแหลม เมล็ดขนาด 6-7 x 5-6 มม. ต้นผู้กับต้นเมียจะต่างคนต่างอยู่แยกจากกัน แกงจืดใบตำลึง ต้มเลือดหมูที่เรารับประทานกัน จะได้จากใบตำลึงตัวเมีย ส่วนใบตำลึงตัวผู้จะรับประทานไม่ได้รับประทานเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสีย ห้ามรับประทานนะท่าน สังเกตุให้ดีอย่าเก็บเพลิน
การใช้ประโยชน์--- รากและเมล็ดถือว่าเป็นยากระตุ้นและรักษา
ระยะออกดอกติดผล---กรกฎาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

35 กะเม็งตัวเมีย/Eclipta prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Eclipta prostrata (L.) L.
ชื่อพ้อง---Has 104 Synonyms
---Eclipta erectra L.
---Verbesina alba L.
---Verbisina prostrata L.---(many more)
ชื่อสามัญ---Eclipta, White Head , False Daisy, Swamp daisy, Thistles, Trailing eclipta, Tattoo Plant
ชื่ออื่น ---กะเม็ง,กะเม็งตัวเมีย(ภาคกลาง),บั้งกี้เช้า(จีน),หญ้าสับ,ฮ่อมเกี่ยว(ภาคเหนือ) ;[THAI: ka meng tuo mia, hom kieo, yaa sab.] ;[BRAZIL: erva-port?o.]; [FRENCH: eclipte blanche.]; [GERMAN: mehlblume.]; [JAPANESE: takasaburo.]; [MALAYSIA: urang-aring, aring-aring, ari-aring.]; [PORTUGUESE: erva-portao; verbesina.]; [SPANISH:  hierba prieta; yerba-de-tajo.]; [SANSKRIT: Kehraj, Bhringraja, Bhangra.]; [TAMIL: Karisalankanni.]  ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย เนปาล ไทย จีน บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Eclipta มาจากภาษากรีก "ekleipta", "ขาด" หมายถึงตัวตนของขนอ่อนขนหงอนที่ achenes           : ชื่อสายพันธุ์นั้นมาจากภาษาละติน "prostratus" และหมายถึงนิสัยการเจริญเติบโต


พืชพื้นเมืองของเอเชีย มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วประเทศอินเดีย , เนปาล , จีน , ไทยและบราซิล จากเขตอบอุ่นไปยังเขตร้อนทั่วโลก
พบตามที่ชื้นแฉะทั่วไป อยู่ได้ทั้งแดดจัดและร่มรำไร แต่อยู่ในร่ม ใบจะใหญ่กว่า เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียวสูง 30-50 ซม.ลำต้นสีเขียวหรือน้ำตาลแดงมีขนละเอียด ใบเดี่ยวตรงข้ามรูปหอกผิวใบมีขนทั้งสองด้าน  กว้าง1-2.5ซม.ยาว3-7ซม.ขอบใบมีรอยหยักเล็กน้อย ไม่มีก้านใบ มีขนสั้นๆ สีขาวปกคลุมทั่วใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบกลีบดอกสีขาวมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มม. ดอกย่อยรอบนอกเป็นดอกเพศเมีย ลักษณะเป็นแผ่นสีขาวปลายมน ดอกย่อยที่อยู่ตรงกลางเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ลักษณะคล้ายรูปถ้วย กลีบดอกติดกัน ปลายกลีบแยกออกเป็นแฉก มีส่วนที่คล้ายกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ สีเขียวรองรับช่อดอก ผลแห้งไม่แตก เมล็ดแบนด้านข้างรูปลิ่มยาว 2-3 มม. กว้าง 0.9 มม. สีดำ
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องใช้ดินเปียกชื้นและตำแหน่งในที่ร่ม พืชมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและออกดอกเร็วสามารถผลิต 17,000 เมล็ดจากโรงงานเดียว มันได้กลายเป็นวัชพืชในหลายส่วนของเขตร้อนและมักจะรุกราน เป็นวัชพืชที่พบบ่อยมากของนาข้าวไร่อ้อยและสวนมะพร้าว
การใช้ประโยชน์ ---ยาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกที่มีการเก็บเกี่ยวพืชจากป่าอย่างกว้างขวาง บางครั้งมันก็ปลูกในกาบองเป็นหม้อสมุนไพร บางครั้งพืชได้รับการปลูกฝังสำหรับสารประกอบ wedelolactone ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมยา
-ใช้กิน ใบอ่อนและยอดอ่อน - ปรุงและใช้เป็นผัก
-ใช้เป็นยา ใช้กันอย่างแพร่หลายในยาสมุนไพรจีนโบราณและการใช้งานแบบดั้งเดิมในตำราอายุรเวท มันถือว่าเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับผมและยังใช้เป็นยาชูกำลัง ฟื้นฟูตับ พืชทั้งหมดเป็นยาสมานแผล,ยาแก้ไข้, ตา, ยาถ่ายและยาชูกำลัง มันถูกใช้ภายในในการรักษาอาการท้องมานและตับ, โรคโลหิตจาง, โรคคอตีบ ฯลฯ หูอื้อสูญเสียฟันและผมหงอกก่อนวัย-น้ำผลไม้ผสมกับอะโรมาติก (น้ำมันหอมระเหย) ใช้ในการรักษาปัญหาโรคหวัดและโรคดีซ่าน -ใช้ภายนอกใส่แผลสดห้ามเลือด ทั้งต้นแก้มะเร็ง (อาการแผลเรื้อรัง เน่าลุกลาม รักษายาก) เป็นยาฝาดสมาน-ดอกไม้ใช้รักษาโรคตาแดง
-อื่น ๆ  สีดำได้มาจากพืช มันถูกใช้เป็นสีย้อมผมและใช้ในการทำรอยสักสีฟ้า-พืชชนิดนี้ใช้ในการแพทย์แผนจีนและถูกพบว่าทำหน้าที่เป็นยาแก้พิษของงูหางกระดิ่ง เห็นได้ชัดว่าเมื่อสารละลายน้ำของพืชถูกฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบจะช่วยลดการตกเลือดที่เกิดจากพิษงู- ใช้ภายนอกเป็นยาฆ่าเชื้อแผลกับวัว
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด เริ่มผลิตดอกสัปดาห์ที่ 5 หลังจากการงอก และผลิตเมล็ดในสัปดาห์ที่6

36 กะเม็งตัวผู้/Sphagneticola calendulacea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sphagneticola calendulacea (L.) Pruski  
ขื่อพ้อง---Has 8 synonyms   
---Complaya chinensis (Osbeck) Strother
---Jaegeria calendulacea (L.) Spreng.
---Seruneum calendulaceum (L.) Kuntze
---Solidago chinensis Osbeck
---Thelechitonia chinensis (Osbeck) H.Rob. & Cuatrec.
---Verbesina calendulacea L.
---Wedelia calendulacea (L.) Less.
---Wedelia chinensis (Osbeck) Merr.
ชื่อสามัญ    ---Wedelia, Chinese wedelia, Bay Biscayne creeping-oxeye, Creeping daisy, Gold-cup, Rabbit's paw, Singapore daisy, Trailing daisy, Water zinnia, Wild marigold, Yellow dots.
ชื่ออื่น    ---กะเม็งตัวผู้, ฮ่อมเกี่ยวคำ, กะเม็งดอกเหลือง [THAI:  Ka meng tua phuu, horn kieo kham, ka meng dok leung.]; [BENGALI: Bhimra.]; [HINDI: Pilabhangara, Bhanra.]; [KANNADA: Gargari, Kalsarji.]; [MARATHI: Pivala-Bhangra.]; [MALAYALAM: Mannakkannunni.]; [SANSKRIT: Pitabhrnga, Pitabhrngarajah.]; [TAMIL: Manjalkarilamkanni, Patalai kayyantakarai.]; [CHINESE: peng qi ju, nan mei peng qi ju]; [HONGKONG; Parng-kay-guk ]; [ TAIWAN: Hwang-hua-mih-tsay]; [JAPAN:Hama-guruma][CUBA: romero de playa];[SPANISH: clavelín de playa; clavelito de muerto];[FRENGH: patte canard];[Hindi: Pilabhamgara, Bhringraj].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย, ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---อเมริกาเขตร้อน อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น แคริเบียน

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย จีน ( ฝูเจี้ยน, กวางตุ้ง, เหลียวหนิง, ไต้หวัน) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาเขตร้อน ตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงบราซิลรวมถึงแคริบเบียน และแพร่หลายไปยังแอฟริกา พบตามพื้นที่ดินแฉะหรือที่ลุ่มต่ำน้ำขัง
ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นทอดเลี้อยได้ไกลถึง 2เมตร ยอดชูตั้งขึ้นจนกว่าจะสูงประมาณ 10-50 ซ.ม ถึงล้มลงราบในภายหลัง เมื่อลำต้นสัมผัสพื้นจะงอกรากจากข้ออย่างรวดเร็ว ใบรูปหอกแกมขอบขนาน (1.5-) 2-5 ซม เรียงตรงข้าม โคนใบเรียวปลายใบแหลม ขอบใบหยัก หน้าใบและหลังใบมีขนทั้ง2ด้าน ดอกขนาดเล็กสีเหลืองออกที่ปลายยอด ขนาดดอกประมาณ 6-15 มม. มี 8-12 กลีบ ใบประดับรูปใบหอก ผลขรุขระไม่เรียบสีน้ำตาลแห้ง เมล็ดรูปร่างสอบแคบ ยาว 4-5มม.
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา พืชนี้มีประเพณีเก่าแก่โบราณของการใช้ยาใน Ayourveda, การแพทย์แผนจีน, Unani (ระบบการแพทย์ดั้งเดิม Perso- อาหรับ) และ Siddha (ระบบการแพทย์แผนโบราณของวัฒนธรรมทมิฬ) เช่นเดียวกับประเพณีของการใช้ยาในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ของแคริบเบียน อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ในพืชชนิดนี้ในหลาย ๆ ประเทศเช่นอินเดีย จีน ไต้หวัน ปากีสถาน บังคลาเทศ ไทยและบราซิล และคุณสมบัติการรักษาหลายอย่างของมันได้รับการพิสูจน์อย่างดี ดังนั้นจึงใช้ในการรักษาโรคตับ การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร การติดเชื้อที่ผิวหนัง  โรคไขข้ออักเสบ-พืชส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการรักษาของการอักเสบรวมทั้งฝีและเจ็บคอและใช้ในการรักษาอาการไอ-พืชสดรวมกับน้ำมันงาใช้ในการรักษาโรคเท้าช้าง- ในบังคลาเทศใช้สำหรับมะเร็งและผมร่วง- ในยาสิทธาใช้เป็นยากระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและการย้อมผม
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับและไม้คลุมดิน ความนิยมเป็นไม้ประดับเติบโตในโลกตะวันตก เช่นเดียวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ในประเทศเขตร้อนอื่นที่มันเติบโตเป็นพืชป่าและเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามีคุณสมบัติด้านการรักษา แต่มันก็เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นไม้ประดับด้วย ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ในฐานะที่เป็นพืชคลุมดินที่ดี ทนทาน และมีการบำรุงรักษาต่ำ ผลิตดอกไม้มากมายตลอดทั้งปี แม้ว่ามันจะกลายเป็นพืชที่รุกรานได้ง่าย
-ใช้ในวนเกษตร เป็นพืชที่คลุมดินได้หนาแน่น ผลิตสาร allelopathic ที่หยุดเมล็ดพืชอื่น ๆ จากการแตกหน่อ ใช้เพาะปลูกเพื่อการเก็บรักษาดินและการควบคุมการพังทลายของเนินเขาและฝั่งแม่น้ำ
-อื่น ๆ ใบใช้สำหรับทำน้ำให้บริสุทธิ์ -เป็นพืชที่มีคุณค่าสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกพืชผลไม้และผู้ผลิตน้ำผึ้งเชิงพาณิชย์
รู้จักอันตราย--- ทุกส่วนของพืชไม่ใช้กับการเลี้ยงสัตว์ เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ออกดอกและติดผล---ตลอดปี
ฃยายพันธุ์ ---เมล็ด

37 หญ้าขัดมอน/Sida acuta

ทั่วไปมีการแยกหญ้าขัดมอนออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะของรูปใบ คือ

33.1---หญ้าขัดมอนใบรี หรือหญ้าขัดมอนใบยาว ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Sida acuta Burm.f.
33.2---หญ้าขัดมอนใบป้อม (Sida cordifolia L.)
33.3---หญ้าขัดมอนหลวง (Sida subcordata Span.)
33.4---หญ้าขัด, หญ้าขัดมอนใบมน (Sida rhombifolia L.)

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sida acuta Burm.f.
ชื่อพ้อง---Has 28 synonyms

_Sida arrudiana Monteiro _Sida lancea Gand.
_Sida berlandieri Turcz. _Sida lanceolata Retz.
_Sida bodinieri Gand. _Sida malifolia Gand.
_Sida bradei Ulbr. _Sida martinicensis Gand.
_Sida brasila Schrank ex Link _Sida parens Gand.
_Sida capensis Cav. _Sida repanda Roth
_Sida carpinifolia var. acuta (Burm.f.) Kurz _Sida rugosa Thonn.
_Sida chanetii Gand. _Sida schrankii DC.
_Sida commixta Gand. _Sida scoparia Lour.
_Sida crassa Gand. _Sida spiraeifolia Willd.
_Sida foliosa Splitg. ex de Vriese _Sida stauntaniana DC.
_Sida frutescens Cav. _Sida versatilis Gand.
_Sida garckeana Pol. _Sida vogelii Hook.f.
_Sida grandior Gand. _Sida zelotes Gand.

ชื่อสามัญ---Morning mallow, Broom weed, Spiny-head sida, Horn bean leaved sida, Paddy's lucerne, Common Wireweed, Teaweed, Ironweed, Narrow-leaved sida.
ชื่ออื่น---หญ้าขัดใบยาว,หญ้าขัดมอนหญ้าข้อ(ภาคเหนือ),นาคุ้ยหมี่,เน๊าะคุ้ยเหม่,เน่าเค๊ะ,หน่อคึ้ยเหม่(กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), ยุงกวาด,ยุงปัด(ภาคกลาง); [THAI: Ya khat bai yao, Ya khat mon, yung kwat; yung pat.]; [CHINESE: Huang hua ren, Xì yè jīn wǔshí huā.]; [JAPANESE: Ho soba- kin goji ka, Ka soba-san goji ka]; [SPANISH: Escoba larga]; [ASSAMESE: Boriala.]; [AUSTRALIA: spinyhead sida.]; [AYURVEDIC: Balaa.]; [CAMBODIA: kantrang bay sar.]; [COLOMBIA: escoba; escobilla.]; [CUBA: malva bruja; malva de caballo.]; [FIJI: deni vuaka; paddy's lucerne.]; [FRENCH: herbe à balais; herbe à panniers; herbe dure.]; [GERMAN: Samtmalve, Südliche.]; [HAITI: balai cing heures, petit lalo; ti-lalo.][HINDI: Baraira.][KANNADA: Dodda bindige gida.]; [MARATHI: Chikana .]; [MALAYALAM: Malatanni Shiruparuva.]; [MALAYSIA: bunga telur belangkas; dukong anak; ketumbar hutan.]; [PHILIPPINES: basbasot; escuba; surusighid; walis walisan.]; [SANSKRIT: Bala, Rajbala, Pranijivika, Pitberela, Brihannagabala.]; [SRI LANKA: gas belila; kesar belila.]; [TAMIL: Palambasi, Kayappundu, Karuncaranai ,Appatta, Ariva-mooku keerai.]; [TAIWAN: Suh huih áchháu. Te soh á.]; [[TONGA: te'ehoosi.]; [[VIETNAM: bai nhon.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE.
ถิ่นกำเนิด---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
สายพันธุ์นี้อาจมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง แต่ตอนนี้แพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเขตร้อนและเขตร้อนของโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออก (เช่นจีนและไต้หวัน)  และในหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง  เป็นวัชพืชรุกรานในแอฟริกา ออสเตรเลียใต้ สหรัฐอเมริกา ฮาวาย เกาะนิวกินีและเฟรนช์โปลินีเซีย พบบุกรุก ป่าเปิด ทุ่งหญ้า ชายฝั่ง พื้นที่การเพาะปลูก พื้นที่รกร้าง ประสบความสำเร็จในการรุกรานเขตร้อนทั่วโลก ในอินโดนีเซียมีการรายงานพบที่ระดับความสูง 1500 เมตร ในเคนยาและบริเวณเชิงเขา Andes ในเปรู พบที่ระดับความสูงปานกลางและสูงกว่า
ไม้พุ่มขนาดเล็กอายุหลายปี  ลำต้นตั้งตรงแข็งแรงสูงได้ถึง 0.50-1-5 เมตร  ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหูใบ 1 คู่ ใบรูปไข่กลับถึงรูปข้าวหลามตัด โคนใบแหลมหรือมน ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ท้องใบมีนวลสีขาว ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ดอกเดี่ยวเกิดที่ซอกใบกว้าง 1-2 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูติดกันเป็นกลุ่มเดียวและเป็นหลอดหุ้มเกสรเพศเมียเอาไว้ โคน หลอดเชื่อมติดกับโคนกลีบดอก หลอดก้านชูอับเรณูสีเหลืองแกมขาว มีขนอ่อนเล็กๆปกคลุม ตอนปลายแยกเป็นยอดเกสร 5-6 แฉก ผลยาว 2-6 มม.แห้งแตกเป็น  5-6 พู  ผิวเรียบ ปลายแต่ละพูเป็นหนามสองอันยาว 0.5-1.5 มม. ซึ่งมักติดกับขนสัตว์หรือเสื้อผ้าไปได้ เมล็ดรูปไตยาวประมาณ 1.5 มม.สีน้ำตาลแดงถึงสีดำ
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ทนต่อความหลากหลายของดินและเจริญเติบโตได้ในสภาพที่แห้งและเปียก
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งยาและเส้นใยท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนต้มเป็นยารักษาไข้ ใบใช้ล้างแผล ขับปัสสาวะ พอกยาแก้ปวดศีรษะ รากเคี้ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน แก้ไข้ -พืชบดผสมกับไขมันและน้ำตาลอ่อนใช้พอกฝีกัดหนอง -น้ำใบนั้นผสมกับน้ำส้มสายชูเพื่อเป็นยาแก้อักเสบและช่วยย่อยอาหาร
-ใช้อื่นๆ เปลือกไม้เป็นแหล่งของไฟเบอร์ ใช้ทำเชือกผ้าใบและอวนจับปลา ใบจะถูกหมักในน้ำเพื่อทำครีมนวดผมและแชมพู และสำหรับผิวเป็นขุย-ลำต้นและกิ่งอ่อนใช้ทำไม้กวาด
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

38 หญ้าขัดมอนใบป้อม/Sida cordifolia L


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida cordifolia L
ชื่อพ้อง---Has 23 synonyms

_Abutilon truncatum (Cav.) G.Don _Sida hongkongensis Gand.
_Malvastrum cordifolium Rojas Acosta _Sida micans Cav.
_Malvinda cordifolia (L.) Medik. _Sida portoricensis Spreng.
_Sida aristata Willd. ex Spreng. _Sida pungens Kunth
_Sida borbonica Cav. _Sida rotundifolia Lam.
_Sida byssina Schrank _Sida subspicata Colla
_Sida ciliosa Bojer ex Baker _Sida truncata Cav.
_Sida conferta Link _Sida velloziana Steud.
_Sida cordifolia var. conferta (Link) Griseb. _Sida velutina Willd. ex Spreng.
_Sida decagyna Schumach. & Thonn. _Sida vestita Steud.
_Sida herbacea Cav. _Sida waltheriifolia Bojer ex Baker
_Sida holosericea Willd. ex Spreng.

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Sida cordifolia L
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms
---Sida herbacea Cav.
---Sida holosericea Willd. ex Spreng.
---Sida rotundifolia Lam.    
ชื่อสามัญ---Flannel weed, Bala, Country mallow, Heart-leaf sida
ชื่ออื่น---หญ้าขัดใบป้อม(ตาก),ตานทราย(ประจวบคีรีขันธ์); [THAI: yaa khat bai pom, tan sai.][ASSAMESE: Son-borial,Boriala.]; [AYURVEDIC: Batyalaka.]; [CHINESE:  xin ye huang hua ren.]; [HAWAII: lei ilima.]; [KANNADA: Benne garaga, Cittuharalu.]; [MALAYALAM: Kattooram,Kurunthotti,Velluppan.]; [SANSKRIT: Svetberela, Suvarna, Raktatandula, Badiyalaka, Shitapaki, Samanga.]; [TAMIL: Kurunthotti,Kucci,Arputavati,Muttiver.]; [SWEDISH: Sammetsmalva.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แพร่กระจายไปเขตร้อนทั่วโลก

-Photo: Sheldon Navie
-https://keyserver.lucidcentral.org/weeds/data/media/Html/sida_cordifolia.htm
มีถิ่นกำเนิดในอินเดียกัมพูชาและศรีลังกา และแปลงสัญชาติเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศในเขตร้อนต่างๆในฐานะที่เป็นวัชพืชมันจะบุกรุกพื้นที่เพาะปลูก ในบางพื้นที่เช่นออสเตรเลียมันถูกประกาศเป็นวัชพืชพิษ มักจะเติบโตเป็นวัชพืชในพื้นที่การเกษตรและสถานที่ทิ้งขยะ ตามถนนในป่าฝน ป่ามรสุม ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800 เมตร
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่ลำต้นสูงได้ถึง 0.50 เมตร ใบรูปหัวใจ ยาว 2.5-7 ซม. และกว้าง 2.5-5 ซม.ลำต้นและใบปกคลุมไปด้วยขนนุ่มที่หนาแน่น ใบรูปหัวใจ ขอบใบหยัก ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบสีเหลือง ผลกว้าง 3-8 มม.สูง2-2.5มม.  เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลเข้ม แยกออกเป็นส่วน ๆ คล้ายลิ่ม 8-10 เมื่อสุก มี1เมล็ดยาว 2-2.5 มม รูปลิ่ม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินทราย ในที่ที่มีแสงแดดจัด
การใใช้ประโยชน์---พืชนี้มีประวัติการใช้ยามายาวนานและมักถูกเก็บเกี่ยวจากป่า มันยังให้เส้นใยที่มีประโยชน์
-ใช้เป็นยา เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าในอายุรเวท ใบ เมล็ดและรากใช้สำหรับการรักษาโรค เช่นหอบหืด หลอดลม, ไข้, ไอแห้ง, ประสาทอ่อนเพลีย, มีบุตรยาก, ผอมแห้ง ในอายุรเวทรากถือว่าเป็นความเย็น, ยาสมานแผล, ยาแก้ท้อง, ยาบำรุงและยาขมและมีคุณสมบัติลดไข้ ขับปัสสาวะ ในโรคเกี่ยวกับประสาทเช่นอัมพาตครึ่งซีก ใบหน้าอัมพาตและปวดศีรษะ มีรายงานว่ามีการใช้พืชเพื่อการจัดการโรคทางระบบประสาทเช่นพาร์กินสัน, อัลไซเมอร์, สูญเสียความจำ-ยังใช้เป็นส่วนผสมหลักในน้ำมันนวดที่ใช้ภายนอกในโรคข้ออักเสบ ปวดข้อ - เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่า "malva-branca" (สีขาวหรือชบาสีขาวเนียน) มันถูกใช้ในการแพทย์พื้นบ้านสำหรับรักษาอักเสบหอบหืดหลอดลมอักเสบและคัดจมูก -ในประเทศฟิลิปปินส์ใบยาต้มถือว่าเป็นยาทำให้ผิวนวลและขับปัสสาวะ เมล็ดถือว่าเป็นยาโป๊และยังใช้สำหรับโรคหนองใน, โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, โคลิกและเบ่ง ในแอฟริกาตะวันออกรากโขลกและผสมกับไขมันถู เพื่อรักษาโรคปวดเอว เปลือกต้นถูกเคี้ยวเพื่อกระตุ้นการมีประจำเดือนและใช้เป็นพืชในการทำแท้ง ในบูร์กินาฟาโซ (แอฟริกาตะวันตก) มีการใช้ยาต้มใบในการรักษาอาการไอ, ไขข้ออักเสบและปวดท้อง, ท้องร่วง, ไข้และเพื่อป้องกันการแท้งบุตร (ตรงข้ามกับที่ใช้ในแอฟริกาตะวันออก),
*ได้มีการส่งเสริม Sida cordifolia เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยอ้างว่ามันกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่มีการวิจัยเพิ่มเติมปรากฏขึ้นเพื่อยืนยันว่า Sida cordifolia ไม่สามารถส่งเสริมการสูญเสียไขมันผ่านการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (Medeiros et al., 2005) *(แปลโดยกูเกิ้ล)  
-อื่น ๆ ไฟเบอร์คุณภาพดีได้มาจากลำต้น มันสามารถใช้งานได้เหมือนปอกระเจา (Corchorus spp.)
ระยะออกดอก---สิงหาคม-ธันวาคม , ติดผล---ตุลาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

39 หญ้าขัดมอนหลวง /Sida subcordata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sida subcordata Span.
ชื่อพ้อง ----Has 3 synonyms  
---Sida corylifolia Wall.
---Sida corylifolia Wall. ex Mast.
---Sida puberula Merr.
ชื่อสามัญ---None
ชื่ออื่น ---ขัดมอนตัวผู้ (กรุงเทพฯ), ขัดมอนหลวง หญ้าขัดหลวง (ภาคกลาง);; [THAI: yaa khat hloung, khat mon hloung.]; [CHINESE: zhen ye huang hua ren];  [ VIETNAM: Ké quả trám]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด--ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เกิดในป่าหญ้าหรือริมถนน เผยแพร่ในภูมิภาคเขตร้อนเช่น ในประเทศจีน(กวางตุ้ง, กวางสี, ไหหลำ, ยูนนาน) ไทย วียดนาม ลาว พม่า อินเดียและอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค พบได้ตามชายป่า พื้นที่รกร้าง หรือตามข้างถนนหนทาง
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กลำต้นตั้งตรงสูง 1-2 เมตร มีกิ่งย่อยมีขน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ ยาว 5-10 ซม. กว้าง 3-7.5 ซม. ปลายยอดแหลมเล็กน้อยฐานใบกว้าง ขอบใบหยัก ก้านใบ 2-6 ซม ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยมีขนาดเล็กเป็นสีเหลือง มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มักมีริ้วประดับ กลีบดอกสีเหลืองมี5กลีบโคนกลีบเชื่อมติดกัน   ผลแห้งและแตกได้ ในผลประกอบไปด้วยซีกผลหลายซีก ในแต่ละซีกผลที่ปลายจะมีหนามแหลม 2 อัน เมล็ดรูปไข่, สีน้ำตาลเข้ม
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา ทุกส่วนต้มกับน้ำดื่ม เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษร้อนภายในร่างกาย ขับเสมหะ แก้พิษโลหิต เป็นยาแก้อาเจียน บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน-ในเวียตนามใช้ ราก รักษาพิษแผลเปื่อย -ทุกส่วนมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ
ระยะออกดอก---มนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

  40 หญ้าขัดมอนใบมน /Sida rhombifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sida rhombifolia L.
ชื่อพ้อง----Has 30 Synonyms    
---Malva rhombifolia (L.) E.H.L.Krause.
---Sida alba Cav. Non L.
---Sida compressa Wall.
---Sida insularis Hatus.---(more)
ชื่อสามัญ ---Arrowleaf sida, Rhombus-leaved sida, Paddy's lucerne, Jelly leaf, Cuban jute, Queensland-hemp.
ชื่ออื่น---หญ้าขัด(เชียงใหม่),ขัดมอน(ภาคกลาง),หญ้ายุงปัดแม่ม่าย(กรุงเทพฯ),หญ้าขัดมอนใบมน, ขัดมอนใบมน ; [THAI: yaa khat, khat mon.]; [FRENCH: faux thé, herbe à balais.]; [CHINESE: bai bei huang hua ren.]; [ARGENTINA/URUGUAY : afata.]; [SPANISH: escubilla, malva de escoba, malva prieta, malva de puerco]; [SAMOA: mautofu.]; [TONGA: matala hoatā, te‘ehoosi, te‘ehosi.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
มีการกระจายอย่างกว้างขวาง เป็นวัชพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ของซีกโลกตะวันออกและตะวันตก วัชพืชที่พบได้ทั่วไปและแพร่หลายในพื้นที่ที่ถูกรบกวน บนถนน ทุ่งหญ้า พื้นที่ขยะ ทางเท้า ตามริมถนนพุ่มไม้หนา ทางลาดและป่าพรุและสวนในเขตร้อนกึ่งเขตร้อนเขตอบอุ่นและกึ่งแห้งแล้ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000เมตร ลักษณะทั่วไปคล้าย Sida acuta ต่างกันที่ใบ(ดูรูป)กว้างกว่า เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีอายุยืนยาว ลำต้นตั้งตรง สูง 60-100 ซม. แต่บางครั้งอาจสูงถึง 2 เมตร ค่อนข้างเป็นไม้มีเปลือกแข็งที่เหนียว ใบมักจะเป็นรูปเพชร( rhomboid) แต่อาจเป็นรูปขอบขนาน รูปไข่ หรือใบหอก มีระยะขอบฟันไม่สม่ำเสมอ ดอกมีสีเหลืองถึงสีส้มซีด มีความกว้าง 15-20 มม. มีห้ากลีบและมีก้านเดี่ยวค่อนข้างยาว (ยาว 1-4 ซม.)ผลไม้แบนเล็กน้อยหรือเกือบกลม 5-6 มม. เมื่อแก่แล้ว แยกออกเป็น 8-12 ส่วน 'เมล็ด' รูปลิ่มมีหนามเล็ก ๆ สองอัน ยาว 0.5-1 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ขึ้นได้ในดินประเภทต่างๆตั้งแต่สภาพที่อุดมสมบูรณ์ไปจนถึงสภาพที่เสื่อมโทรม
การใช้ประโยชน์--- เป็นแหล่งยาและไฟเบอร์ในท้องถิ่น
-ใช้กิน ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก ใบประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 7.4%
-ใช้เป็นยา ทุกส่วนของพืชใช้เป็นยา -ใบทุบนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการบวม, ผลไม้ที่ใช้ในการบรรเทาอาการปวดหัว , เมือกใช้เป็นยาทำให้ผิวนวลและรากใช้รักษาโรคไขข้ออักเสบ-  ในออสเตรเลีย การเยียวยาพื้นเมืองที่รู้จักกันดีที่สุดใช้ในการรักษาสำหรับโรคท้องร่วงที่ดีเยี่ยม
-การใช้อื่นๆ ไฟเบอร์คุณภาพดีที่ได้จากเปลือกใช้สำหรับทำเชือกและเส้นใหญ่  ลำต้นมีเส้นใยที่มีคุณภาพสูงครั้งหนึ่งเคยถูกส่งออกจากอินเดียและที่อื่น ๆ เป็น " ป่าน " - ใน Jalapa (เม็กซิโก)ลำต้นใช้ทำไม้กวาด-ใช้เป็นยาเสพติดแทนกัญชา (Fryxell, 1992) มันอาจกลายเป็นพิษเนื่องจากการมีอัลคาลอยด์บางอย่าง
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

41 ขลู่/Pluchea indica


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Pluchea indica (L.) Less
ชื่อพ้อง ---Has 5 synonyms   
---Baccharis indica L.
---Conyza corymbosa Roxb.
---Conyza foliolosa Wall. Ex DC.
---Conyza indica (L.) Blunme ex DC.
---Erigeron denticulatus Burm. F.
ชื่อสามัญ---Indian (Marsh) Fleabane, Indian fleabane, Indian camphor weed, Indian pluchea
ชื่ออื่น---ขลู่(ภาคกลาง),ขลู(ภาคใต้),หนาดงั่ว,หนาดงิ้ว,หนาดวัว,หนาดงัว(อุดรธานี) ; [THAI: khluu,  Nuat ngua, naat wua.]; [GERMAN: Indische puche.]; [JAPAN: hiiragi-giku]; [CHINESE: Ge za shu, Kuo bao ju, Luan yi.]; [MALAYSIA: beluntas]; [CAMBODIA: Pros anlok]; [INDONESIAN: Beluntas]; [PHILIPPINES: Kalapini (Tag.)]; [PAPUA NEW GUINEA: A'apu.]; [LAOS: Nat luat, Me jay ma.]; [VIETNAM: lú’c cây]
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีบ
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตั้งแต่อินเดียทางตะวันออกไปจนถึงจีนและฟิลิปปินส์และไปทางเหนือของออสเตรเลีย แต่มันได้รับการแนะนำและกลายเป็นธรรมชาติบนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกหลายแห่ง กลายเป็นพืชรุกรานในหลาย ๆพื้นที่ในเขตร้อนเช่น เป็นวัชพืชรุกรานร้ายแรงในฮาวาย  เกิดขึ้นในเขตชายฝั่งที่ลุ่ม พื้นที่ชุ่มน้ำ บึงน้ำกร่อย ชายฝั่ง และพื้นที่น้ำเค็มอื่น ๆ ป่าโกงกาง และที่ราบน้ำขึ้นน้ำลง พบได้เป็นครั้งคราวในพื้นที่ป่า
ขลู่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มักขึ้นกันเป็นกอ สูง 1-2.5 เมตร ลำต้นกิ่งก้านมีขนละเอียด ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับกว้าง1-5ซม.ยาว2.5-10ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันห่างๆ ดอกช่อออกที่ยอดและซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผล achene ยาว 1 มม. กว้าง 0.3 มม. มี 5-7แห้งไม่แตก เมล็ดเป็นฝอยปลิวไปตามลม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ไม่สามารถทนต่อร่มเงาได้
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกรวบรวมมาจากป่าและมีการซื้อขายเฉพาะที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นยาขับปัสสาวะ พืชยังให้ใบกินได้และได้รับการปลูกในสวนเป็นรั้ว
-ใช้กิน ใบมีรสหวานตามธรรมชาติและมีรสฝาด ใบอ่อนใช้กินเป็นผักจิ้มได้ ในมาเลเซียใช้ใบใส่ในสลัด ในอินโดนีเซีย ใช้ใบกินเป็นผัก ใบเมื่อนำมาผึ่งให้แห้ง จะมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง นิยมใช้ชงดื่มแทนชาในประเทศไทยใบใช้เป็นสมุนไพรการทำอาหาร ชา Khlu เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมสุขภาพ - ใน ชวา หน่ออ่อน, ใบและช่อดอก, ดิบหรือปรุงสุกกินเป็นกับข้าว  ทำสลัดหรือเป็นส่วนผสมของน้ำซุป .
-ใช้เป็นยา การใช้แบบดั้งเดิมสำหรับP. indicaในโรคบิด, ไข้, โรคเนื้อตาย, โรคปวดเอว, โรคอ้วน, โรคอ้วน, ระดูขาว, myosis, ไข้ทรพิษ, แผลและแผล; และเป็นยาสมานแผล, diaphoretic หรือยาชูกำลัง -ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน น้ำคั้นใบสดรักษาริดสีดวงทวาร ในประเทศอินเดีย เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องฤทธิ์ต้านการอักเสบ  ลดน้ำตาล ขับปัสสาวะ -ในมาเลเซีย คนในท้องถิ่นใช้เพื่อบรรเทาอาการของวัณโรค ใบที่บดแล้วดิบหรือนึ่งจะถูกกินเพื่อแก้ไขลมหายใจเหม็นและกลิ่นเหงื่อที่น่ารังเกียจ การใช้ภายนอกใช้ใบเพื่อบรรเทาโรคผิวหนัง หิด รากผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ถูกนำมาใช้เป็นยาพอกสำหรับปวดไขข้อ-การ ทดลองในสัตว์และคนปกติ พบว่ายาชงทั้งต้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะมากกว่ายาขับปัสสาวะแผนปัจจุบัน(hydrochlorothiazide) และมีข้อดีคือสูญเสียเกลือแร่น้อยกว่า
ระยะเวลาออกดอก ---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด และการปักชำ

42 ขี้กาขาว/Trichosanthes cordata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trichosanthes cordata Roxb.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms
---Involucraria cordata (Roxb.) M. Roem.
---Trichosanthes microsiphon Kurz
ชื่อสามัญ--None
ชื่ออื่น---ขี้กาขาว(ภาคกลาง) ขี้กาเถา, แตงโมป่า, ขี้กาดิน,[THAI: khee ka khao, khee ka thao, tang mo paa, khee ka din.]; [INDIA: Lal Indrarun, Mahuri, Kohar (Hindi)]; [CHINESE: xin ye gua lou, Xinye fang lou.]; [AYURVEDIC:  Bhuumi-kushmaanda.] 
ชื่อวงศ์---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน, อินเดีย, เนปาล, ภูฏาน, พม่า, ไทย, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ม ออสเตรเลีย

 

พืชพื้นเมือง จากเทือกเขาหิมาลัย , อินเดีย , จีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเขตร้อนของประเทศออสเตรเลีย เกิดขึ้นในพื้นที่รกร้าง ที่ทิ้งขยะตามถนน ในป่าทุรกันดาร ป่าไม้ และป่าทึบบนเนินเขา ที่ระดับความสูง 400 - 900 เมตร
ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก ยาวถึง 5 เมตร เลื้อยไปตามพื้นดินหรือกิ่งไม้ มีมือเกาะ ตามเถามีขนสีขาวหนาแน่น ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยมหรือห้าเหลี่ยม ขนาดใบกว้าง 4-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ออกเรียงสลับกัน แผ่นใบสีเขียวหนาสากมือ โคนใบมีหนวดแผ่นใบหยักเว้า ปลายใบเป็นแฉก ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบกว้าง 3.5-4 ซม. กลีบดอกบางสีขาว ผลกลมสีเขียว เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-4.5 ซม.มีแถบขาวตามแนวตั้งหลายเส้น เมื่อสุกสีแดงภายในมีเมล็ดสีดำรูปสามเหลี่ยมขนาด 1.2 x 0.5 ซม.
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค  
-ใช้กินในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค ผลไม้ดังกล่าวมีพิษมากแม้ว่าจะถูกบันทึกว่าใช้เป็นเครื่องปรุงรสและขนมหวาน
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบใช้ต่อต้านโรคไขข้อและโรคบาดทะยัก น้ำคั้นจากใบใช้หยอดตาเพื่อรักษา ophthalmia (เยื่อบุตาอักเสบ) ยาต้มของใบใช้ในการรักษาโรคบาดทะยักที่เกิดจากการแท้ง ยาต้มยังใช้เป็นยาแก้พิษจากการกินผลไม้
ระยะออกดอก/ติดผล--- กรกฎาคม - สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

43 ต้อยติ่ง/Ruellia tuberosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ruellia tuberosa L.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Cryphiacanthus barbadensis Nees
---Dipteracanthus clandestinus (L.) C.Presl
---Ruellia clandestina L.
ชื่อสามัญ--- Minnie root, Popping pod, Snapdragon root, Sheep potato, Daniel's great gun, Cracker plant, Pink-striped trumpet lily, Meadow weed, Large bell flower, Fever root
ชื่ออื่น---ต้อยติ่ง, อังกาบฝรั่ง, เป๊าะแป๊ะ, [THAI: toi ting (Bangkok).]; [CHINESE: Lu li cao.]; [ASSAM: Chatpati.]; [BANGLADESH: Potpoti.]; [SRI LANKAN: Heen amukkara.];[ SPANISH: Espanta suegras, Salta perico]; [FRENCH:  Patate-Chandelier, Patate-macaque.]; [MARATHI: Ruwel.]; [INDONESIA: Pletekan, Pletikan, Ceplingan, Pletesan.]
ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์--- อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
มีถิ่นกำเนิดในแถบแคริบเบียน มักพบบริเวณที่โล่งที่รกร้าง แปลงผัก ริมทางทั่วไป เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน แต่ไม่ทนต่อดินเค็ม สามารถทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี มีการขยายพันธุ์เร็วถ้ามีความชื้นพอเพราะเมล็ดจะมีอัตราการงอกสูงและเจริญเติบโตรวดเร็วจึงกลายเป็นวัชพืชตัวสำคัญที่ทำให้พืชปกติถูกรบกวน
ต้อยติ่งเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนอายุหลายปีมีลำต้นสูงประมาณ 20-30 ซม.มีรากหัวใต้ดิน ตามลำต้นจะมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่เล็กน้อย ก้านใบยาว 1.5 ซม. ใบรูปไข่หรือรูปรี ยาว 4-6 x 1.5-2.5 ซม.ดอกสีม่วงอ่อน ผลเป็นฝักแคปซูลยาว 1.5 ซม. มีขน สีเขียวอ่อนพอแก่สีดำแตกได้มีเมล็ดจำนวนมากหากนำฝักแก่ไปแช่น้ำฝักจะแตกเสียงดังเป๊าะแป๊ะ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ในจาเมกาบริโภคชาสมุนไพรที่ทำจากรากของพืชและหรือใบ ชาสมุนไพรนี้ทำโดยการปอกและทำความสะอาดชิ้นส่วนของราก และล้างใบไม้ แช่ในน้ำร้อนสักสองสามนาทีก่อนที่จะถูกทำให้หวานด้วยน้ำผึ้ง อาจผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อสร้างชารากที่มีศักยภาพและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ราก ใบเมล็ด ต้อยติ่งจะมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร นิยมใช้เมล็ดแช่น้ำนำมาพอกฝีดูดหนอง และใช้เป็นยาสมานแผลที่คนสมัยก่อนรู้จักกันดี สันนิษฐานกันว่าเป็นต้นไม้ พื้นเมืองของประเทศจีน แต่เข้ามาในเมืองไทยนานแล้วโดยซินแสจีนนำเมล็ดมาเผยแพร่ เป็นยารักษาแผล เมื่อใช้เสร็จก็แกะเมล็ดทิ้ง จึงเกิดการกระจายพันธุ์ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ -ในยาพื้นบ้านใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, เบาหวาน, ลดไข้, ยาแก้ปวด, ยาแก้พิษ -ใช้สำหรับโรคหนองใน, ซิฟิลิส, นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, หลอดลมอักเสบและมะเร็ง -ในยาแผนโบราณของซูรินาเม ใช้เป็นยาแก้พยาธิ  ปวดข้อและลดความเครียดของกล้ามเนื้อ ใช้เป็นยาทำแท้ง ใช้ต่อต้านโรคไตโรคไอกรนและใช้สำหรับฟอกเลือด-ในตรินิแดด และโตเบโกใช้เป็นตัวแทน "ระบายความร้อน" สำหรับปัญหาปัสสาวะและคอเลสเตอรอลสูง -ในยาแผนโบราณศรีลังกาใช้สำหรับปัญหากระเพาะอาหาร-ในอินเดียใช้สำหรับโรคนิ่วในไต
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล ---มิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด
ต้อยติ่ง

44 เทียนนา/ Ludwigia hyssopifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell  
ชื่อพ้อง (Synonyms)--- Has 7 Synonyms
---Fissendocarpa linifolia (Vahl) Bennet
---Jussiaea fissendocarpa Haines
---Basionym: Jussiaea hyssopifolia G.Don
---Jussiaea linifolia Vahl
---Jussiaea micrantha Kunze
---Jussiaea weddelii Micheli
---Ludwigia micrantha (Kunze) H.Hara
ชื่อสามัญ---Narrow-leaved Malayan Willow-herb, Seedbox, Water Primrose.
ชื่ออื่น---เทียนนา(ภาคกลาง),ผักกาดรอ(ภาคเหนือ), ผักกะเดียง; [THAI: tian na, phak kad ro,phak ka dieng.]; [ASSAM: Neergrampu.]; [AUSTRALIA: ludwigia.]; [CHINESE: cao long.]; [SPANISH: mimbra, palo de agua.]; [MLAYSIA: inai pasir; jinaleh.]; [PHILIPPINES: basrigaua; mankatud; passau-hupai; taklang-duron.]; [INDONESIA: anggerman; cacdean; kayu ragi; lombokan; meligai.]; [FIJI: nai kisa.]
ขื่อวงศ์---ONAGRACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---ทั่วไปในประเทศเขตร้อน


อาจมีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้ซึ่งเติบโตจากศรีลังกาและอินเดียตอนใต้ถึงไต้หวัน ไมโครนีเซีย อินโดนีเซีย นิวกีนีและออสเตรเลียตอนเหนือและอาจอยู่ในแอฟริกาตะวันตกและอเมริกากลางและอเมริกาใต้จาก เม็กซิโกไปบราซิล ไม่ใช่พืชพื้นเมืองในแอฟริกาตะวันออก มาดากัสการ์และโอเชียเนีย ส่วนใหญ่ในบางสถานที่เกิดขึ้นเกิดจากการขยายตัวหรือรุกราน แพร่หลายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อน เอเชีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก  พบทั่วไปในที่น้ำขังที่มีระดับน้ำไม่สูงมาก ที่ดินมีความชุ่มชื้นสูง อิ่มน้ำ  ตามลำธาร ริมฝั่งแม่น้ำ คูคลอง ริมถนน พื้นที่เพาะปลูก หรือที่โล่งในป่าชื้น จากระดับน้ำทะเลถึง 1000 เมตร เป็นวัชพืชที่ก้าวร้าวของข้าวและพื้นที่ชุ่มน้ำที่คุกคามต่อระบบนิเวศที่แพร่หลายอย่างมากในสามทวีป Holm et al. (1979)บันทึกเป็นวัชพืช 'ร้ายแรง' ในอินโดนีเซีย บอร์เนียว ไทย มาเลเซีย ไนจีเรียและตรินิแดดและร่วมกันในโคลัมเบียและฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค
เป็นวัชพืชประเภทใบกว้าง อายุปีเดียว ต้นสูง 0.50-1(-3) เมตร ลำต้นเหลี่ยมกลวงไม่มีขน สีเขียวปนม่วงแดง รากมีรากแก้วแตกแขนงมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดใบ กว้าง 1- 5 ซม ยาว 5 - 15 ซม.ใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ก้านใบเรียวยาว 10- 15 มม ใบสีเขียวเข้มภึงม่วง ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.5 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลืองร่วงง่าย ผลเป็นแคปซูลรูปทรงกระบอก สีม่วงแดง มีขนละเอียด ขนาดกว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว2-2.5ซม.ผลแบบแห้งแก่แล้วแตกเป็น4  มีเมล็ดจำนวนมากรูปกระสวยกลมสีน้ำตาลแดง ขนาดกว้าง 0.5 มม ยาว 0.8 มม.
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ต้องการสภาพอากาศที่อบอุ่นและเปียกชื้นและส่วนใหญ่ถูก จำกัด ให้อยู่ในเขตร้อนชื้นแม้ว่ามันอาจเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ชุ่มน้ำในสภาพอากาศที่ชื้นน้อย ตำแหน่งที่แสลแดดเต็ม เติบโตได้ในดินทรายที่เปียกชื้นและทั้งดินร่วนเหนียวและดินเหนียว
ใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นสีย้อมและยารักษาโรค
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ในอินโดนีเซียถูกนำมาใช้ทำให้สิวสุก ใช้รักษาฝีและการติดเชื้ออื่น ๆ ในประเทศลาว กัมพูชาและเวียดนามใช้เพื่อหยุดอาการท้องร่วง รักษาโรคบิดโรคลำไส้และป่วง ในมาเลเซียใช้ในการรักษาโรคซิฟิลิส
-ใช้อื่นๆ พืชให้สีย้อมสีดำ
ระยะออกดอก---มิถุนายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด เติบโตอย่างรวดเร็ว มีศักยภาพในการสืบพันธุ์สูง มีการเผยแพร่ที่สามารถทำงานได้นานกว่าหนึ่งปี

45 ผักแครด/Synedrella nodiflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Synedrella nodiflora (L.) Gaertn.
ชื่อพ้อง ---Has 6 synonyms    
---Blainvillea latifolia (L.f.) DC.
---Blainvillea latifolia var. latifolia    
---Eclipta latifolia L.f.
---Ucacou nodiflorum (L.) Hitchc.
---Basionym: Verbesina nodiflora L.
---Wedelia cryptocephala Pete
ชื่อสามัญ---Nodeweed, Synedrella, Pig grass, Cinderella weed
ชื่ออื่น---ผักแครด,สับกา(ภาคกลาง),หญ้าขี้หมา(นครศรีธรรมราช); [THAI:  phak-khrad, sab ka, yaa khee hma.]; [AUSTRALIA: Cinderella weed.]; [BRAZIL: barbatana; botao de ouro; vassourinha.]; [CHINESE: Jin Yao Jian.]; [COLOMBIA: cerbatana; flor amarilla; venturosa.]; [JAPAN: fushizakiso.]; [TAIWAN: fushizaki-so.]; [SPANISH: cerbatana.]; [KINYARWANDA: Inkuruba.]; [MALAYALAM: Mudundrapacha ,Mudiyendra Pacha ,Mudianpacha ,Mudiyendrapacha.]; [MALAYSIA: rumput babi]; [PHILIPPKNES: fantakuen; tuhod-manok.]; [INDONESIA: babadotan, babadotan lalaki, beruan; glentang warwak.]; [TONGA: pakaka]; [SAMOA: lau'oti'oti; tae'oti.]; [PAPUA NEW GUINEA New: pig grass]; [TONGA: pakaka.]; [TRINIDAD & TOBAGO: fatten barrow; porter bush.]; [USA/HAWAII: node weed.]; [VIETNAM: bo xit.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาเขตร้อน-หมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตการกระจายพันธุ์---ทั่วภูมิภาคที่ร้อนขึ้นของโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสามัญ Synedrella เป็นอนุพันธ์ของ synedros กรีก (= วางไว้ด้วยกัน) และอธิบายการเบียดเสียดกันของดอกไม้เล็ก ๆ ในขณะที่ชื่อเฉพาะ nodiflora เกี่ยวข้องกับการปรากฏตัวของกลุ่มดอกไม้รอบ ๆ โหนดในส่วนบนของ พืช
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน -เม็กซิโก, อเมริกากลาง (คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, นิการากัวและปานามา),-แคริบเบียนและอเมริกาใต้ (เฟรนช์เกียนา, กายอานา, ซูรินาเม, เอกวาดอร์, เปรูและอาร์เจนตินา)และแพร่ไป ออสเตรเลียตอนเหนือ เกาะคริสต์มาสและหมู่เกาะโคโคส -ในสหรัฐอเมริกาตะวันออกเฉียงใต้ (ฟลอริดา)และฮาวาย-ในเอเซีย-[จีน (กวางตุ้ง กวางสี ยูนนาน ไหหลำ) ไต้หวัน, ญี่ปุ่น ภูฏาน, อินเดีย, มัลดีฟส์, เนปาล, ศรีลังกา,  กัมพูชา, ไทย, เวียดนาม มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ล] เป็นวัชพืชที่แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคที่อบอุ่นของโลก มันอาจจะพบได้ในทุกประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต พบได้ทั่วไปในสนามหญ้า สวนสาธารณะและสถานที่ที่ถูกรบกวนอื่น ๆ เช่นริมถนน ที่ทิ้งขยะมูลฝอย รอบอาคาร และบนดินแดนรกร้าง ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลถึง 1.200 เมตร
ประเทศไทยพบเป็นวัชพืชในพืชผักในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ทั่วไปในที่ลุ่ม ชื้นแฉะ หรือตามป่าละเมาะ ตามที่รกร้างว่างเปล่า ทั้งในที่โล่งแจ้งและที่มีร่มเงาเล็กน้อย
ผักแครดเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียวหรือข้ามปี ต้นสูงประมาณ 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ สีเขียวหรืออาจมีสีม่วงแดง มีระบบรากแก้ว ต้นทอดไปตามพื้นดินเล็กน้อย ตามกิ่งจะมีขนอ่อนอยู่ประปราย ใบเดี่ยว กว้าง  3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม ผิวใบทั้งสองข้างจะมีขนปกคลุมอยู่ มีเนื้อใบบาง  ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกออกเป็นกลุ่มอัดแน่น 2-8 ดอก แต่จะมีเฉพาะที่ส่วนยอดของต้นเท่านั้น รูปกรวยคว่ำ สีเหลืองอ่อน ผลแห้งรูปไข่ สีน้ำตาลหรือดำ ยาว 3-4 มม., มีขนแข็ง 2-4 อันที่ปลายยอด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตในดินหลากหลายชนิด แสงแดดเต็มหรือร่มเงาชื้น มีวงจรชีวิตน้อยกว่า 100 วันทำให้มันงอกงอกและเจริญเติบโตได้เร็วมากบางครั้งหลายครั้งในแต่ละปี
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บรวบรวมจากป่าเพื่อเป็นอาหารและยา
-ใช้กิน ยอดอ่อนกินเป็นผักปรุงสุก
-ใช้เป็นยา ใบใช้ในการรักษาโรคไขข้อ ผสมกับพืชอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง -มีรายงานการตรวจสอบในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า S. nodiflora อาจเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ระงับปวดและระบบประสาทส่วนกลาง
-ใช้อื่นๆ ในปาปัวนิวกินีใช้เลี้ยงหมู
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ชยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

Ogiera-Eleutheranthera ruderalis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Eleutheranthera ruderalis (Swartz) Sch.-Bip.                                                                        ชื่อพ้อง--- Has 18 synonyms---Basionym: Melampodium ruderale Sw.

_Eleutheranthera discoidea (Less.) Gomez _Ogiera eleuthranthera Steud.
 de la Maza _Ogiera leiocarpa Cass.
_Eleutheranthera ovata Poit. ex Steud. _Ogiera ruderalis (Sw.) Griseb.
_Eleutheranthera prostrata Sch. Bip. _Ogiera triplinervis Cass.
_Eleutheranthera ruderalis (Sw.) Hitchc. _Ogiera triplinervis var. portoricensis DC.
_Fingalia hexagona Schrank _Pectis ramosissima Sch.Bip.
_Gymnopsis microcephala Gardn. _Sigesbeckia portoricensis Bert. ex DC.
_Kegelia ruderalis (Sw.) Sch. Bip. _Tetranthus ruderalis (Sw.) Griseb.
_Melampodium ruderale Sw. _Verbesina foliacea Spreng.
_Wedelia discoidea Less.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Eleutheranthera ruderalis (Swartz) Sch.-Bip.        
ชื่อสามัญ--- Ogiera, Porter-bush, Ogiera Weed
ชื่ออื่น---[CHINESE: li yao jin yao jian]; [SINHALESE: Agara, Wal Mudu, Hulan Tala.]; [SPANISH: ogiera]; [TONGA: pakaka]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ไต้หวัน
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปเอเซียเขตร้อนและกึ่งร้อน
เป็นวัชพืชประเภทใบกว้าง อยู่ในวงศ์ทานตะวัน หรือ ASTERACEAE  พบกระจายทั่วไปทั้งในพื้นที่การเกษตร และนอกพื้นที่การเกษตร วัชพืชชนิดนี้หากดูผิวเผิน อาจคล้ายกับผักแครด Synedrella nodiflora (L.) Gaertn. จึงสับสนในการระบุชื่อพืชชนิดนี้ Ogiera เป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาเขตร้อนและตอนนี้แปลงเป็นวัชพืชในหลายประเทศในเอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาใต้และหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรและตอนนี้ก็แพร่กระจายในแอฟริกา
ไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 60-75 ซม.ลำต้นและกิ่งก้านมีขนปกคลุม ใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน 2.5-5.5 x 2-3.5 ซม.ผิวด้่านบนและด้านล่างใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 1 ซม.ดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ  6-12 ดอก ก้านช่อดอกยาว 0.2-1 ซม. ตั้งตรง ใบประดับ 2 ชุด ใบนอก 5-8 x 2-3 มม.กลีบดอก สีเหลืองยาว 3-4 มม. 5 แฉก ผล Achenes ยาว 3-3.5 มม. รูปไข่กลับสีดำ มีขนละเอียด เล็กน้อย ยาว1 มม
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

46 ผักคราดทะเล/Wedelia biflora


ชื่อวิทยาศาสตร์---Wedelia biflora (L. ) DC
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Wollastonia biflora (L.) DC.
ชื่อสามัญ---Sunflower daisy, Beach Sunflower, Wedelia, Sea Ox eye.
ชื่ออื่น---ผักคราดทะเล(กรุงเทพฯ), เบญจมาศน้ำเค็ม [THAI: phak kraad tha lae, ben cha maat nam khem.]; [CHINESE: Luán huā péng qí jú.]; [JAPAN: Kidachi Hamaguruma.]; [INDIA: Bhringaraaja.]; [MALAYSIA: Serunai laut.]; [MARATHI:: Solanki.]; [PHILIPPINES: Hagonoi (Tag)]; [SPANISH: Verba de Maluco]; [VIETNAMESE: Son cuc hai hoa,  Hai cuc, Rau mui, Sai dat hoa, Cuc bien.]; [FIJI: Kovekove, Sekawa.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย


การแพร่กระจาย จากเอเชียกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน - จากอินเดีย [มหาราษฏระ, เบงกอลตะวันตก] ศรีลังกาและจีน(กวางตุ้ง ยูนนาน กวางสี ไหหลำ)ไปยัง อินโดจีน: อินเดีย, [หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์] ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย; ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก (หมู่เกาะมาร์แชลล์, ไมโครนีเซีย, ฟิจิ, ซามัว);  เขตร้อนตะวันออกแอฟริกา - เคนยา, แทนซาเนีย,โมซัมบิก เกิดขึ้นตามแนวชายฝั่ง บนขอบของป่าชายเลน ในที่โล่งและที่แห้งแล้ง บนเนินหญ้าและขอบป่า ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 450 เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นทั่วไปตามชายหาด ที่ชื้นใกล้ชายฝั่งทะเล ที่โล่งใกล้ขอบพรุ มักทอดเลื้อยคลุมพื้นดิน
เป็นไม้เถาล้มลุกอายุหลายปีเลื้อยได้ไกลประมาณ1.5-5เมตร ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาล ลำต้น,กิ่งใบและช่อดอกมีขนสั้นสีขาวสากมือปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปใบหอก ขนาดกว้าง 2-4ซม. ยาว6-8ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม ขอบใบหยักฟันเลื่อยปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังบาง ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 3-6 ซม.ดอกแบบช่อเชิงลดกระจุกแน่นสีเหลืองดูคล้ายดอกเดี่ยวบนปลายก้านช่อดอก ขนาด 6 ซม. ผลแบบผลแห้งเมล็ดล่อน มีสัน3สัน รูปขอบขนานขนาดเล็กยาวประมาณ0.3-0.395ซม.ปลายผลมีขนแข็งเป็น พู่
การใช้ประโยชน์ ---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค เป็นสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปตามแนวชายหาดในเขตร้อน มันเป็นยาให้กับชุมชนตามภูมิภาคชายฝั่ง
-ใช้กิน ใบ-ปรุงสุก ใช้สำหรับห่ออาหารโดยให้รสชาติเมื่ออาหารถูกอบ ใบและรากใช้ทำชา -ในมาเลเซียยอดอ่อนจะกินเป็นผัก-ในลังกาวีใบกินดิบกับพริกขี้หนูและกุ้งแห้ง
-ใช้เป็นยา  ใช้สำหรับการแพทย์แผนโบราณ ลำต้นหรือใบรักษาอาการปวดท้องบิดและท้องเสีย ท้องร่วง บรรเทาอาการปวดท้อง รากสดเคี้ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันและเหงือกอักเสบ ก้านอ่อนถูกทำเป็นยาพอกเพื่อรักษาฝีแผล ฝีที่ติดเชื้อ ฯลฯ- ดอกไม้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นยาระบายรุนแรง-พืชชนิดนี้ถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อการรักษาโรคในปาปัวนิวกินี-ในหมู่เกาะฟิจิมีการนำใบและลำต้นมาใช้ในการรักษาไส้ติ่งอักเสบและสิวอักเสบ น้ำมันนวดที่ทำจากใบที่แช่ในน้ำมันมะพร้าวใช้สำหรับรักษาอาการเคล็ดขัดยอกและแขนขาช้ำ ชาวตองกาใช้ประโยชน์จากใบเพื่อรักษาโรคบาดทะยัก-ในอินเดีย ใช้น้ำของใบผสมนมวัวเป็นยาบำรุงหลังคลอด -ในประเทศมาเลเซียใช้พืชทั้งหมดในการรักษาความดันโลหิตสูง- ชาวฟิจิใช้ต้นและใบต้มในการรักษาโรคไซนัสอักเสบและใช้ในการรักษากล้ามเนื้อกระตุกและชัก เปลือกผสมกับกะทิและรากของต้นไทร(ficus)ในการรักษาพิษของปลา -ในแอฟริกาตะวันออกจะใช้ใบในการรักษาโรคหลอดลมอักเสบและช่วยในการหายใจ
-อื่น ๆ ใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับกระต่ายได้
รู้จักอันตราย---มีการบันทึกไว้ว่าWedelia biflora มี kaurene aminoglycoside biofloratoxin สารประกอบนี้มีผลกระทบต่อตับซึ่งเป็นสาเหตุของการแข็งตัวของเนื้อร้ายแบบเฉียบพลันของเซลล์ตับ periacinar ที่เสียชีวิตอย่างรวดเร็วหลังจาก hepato encephalopathy (ภาวะสมองที่เกิดจากโรคตับ)ในบางกรณี
ระยะออกดอก/ติดผล --กรกฎาคม-กันยายน
ชยายพันธุ์ -- ด้วยเมล็ด

47 ผักคราดหัวแหวน/Acmella oleracea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen
ชื่อพ้อง   --- Has 14 Synonyms

-Anacyclus pyrethraria Spreng. -Pyrethraria dichotoma Pers. ex Steud.
-Bidens fervida Lam. -Pyrethrum spilanthus Medik.
-Bidens fixa Hook.f. -Spilanthes acmella var. oleracea (L.) C.B.Clarke 
-Bidens fusca Lam. ex Hook.f.
-Bidens oleracea Cav. ex Steud. -Spilanthes fusca Lam.
-Cotula pyretharia L. -Basionym: Spilanthes oleracea L.
-Isocarpha pyrethraria (L.) Cass. -Spilanthes oleracea var. fusca (Lam.) DC.
-Spilanthes radicans Schrad. ex DC.

ชื่อสามัญ---Para Cress, Spot Flower, Tooth-ache plant, Brazilian cress, Sichuan buttons, Buzz buttons, Tingflowers,  Electric daisy.
ชื่ออื่น ---ผักคราดหัวแหวน, หญ้าตุ้มหู, ผักเผ็ด (ภาคเหนือ), ผักตุ้มหู (ภาคใต้); [THAI: phak kraat hoa hwaen, yaa toom hoo, phak phet.]; [CHINESE: jin chou kou.]; [FRENCH: Brède mafane, cresson de Para, Cresson du Brazil, Cresson du Para.]; [GERMAN: Husarenknopfblume.]; [PORTUGUESE: Agrião, Agrião do Pará, jambú.]; [SPANISH: Paracress, Brazilcress, jambu.]; [SWEDISH: tandvärksplanta.]
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี แอฟริกาตะวันออก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อเฉพาะ oleracea มาจากภาษาละติน หมายถึง "ผัก / สมุนไพร"

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรูและบราซิล และมีการเพาะปลูกในแอฟริกาและหมู่เกาะมหาสมุทรอินเดีย ไม่พบในในอเมริกาเหนือ
ผักคราดหัวแหวนหรือทางภาคเหนือเรียก ผักตุ้มหู เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าละเมาะ รวมไปถึงที่รกร้างโล่งแจ้งและที่ลุ่มชื้นแฉะ จัดเป็นผักที่เป็นทั้งอาหารและยาของคนไทย แต่ไปเป็นวัชพืชในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี ลักษณะของผักคราดหัวแหวนมีลำต้นตั้งตรง กลมอวบน้ำสีเขียวม่วงแดง มีขนปกคลุม สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ทอดไปตามดินปลายยอดชูขึ้น ใบเดี่ยว ขนาด กว้าง 4-8 ซม.ยาว5-11ซม.ออกตรงข้ามกัน รูปสามเหลี่ยม รูปไข่ หรือเป็นรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขอบใบเรียบ หรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยแบบหยาบ ๆ ผิวของใบมีขนและสากออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นกระจุกสีเหลือง ดอกมีลักษณะกลมเป็นรูปไข่ ขนาด2.5x1.5ซม. ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ดอกย่อยมี 2 วง วงนอกเป็นดอกเพศเมีย ส่วนวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านของดอกเรียวยาว ผลเป็นผลแห้ง achene 2-2.5 มม. × 1 มม.ปลายผลมีขนแข็ง2อัน
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---แสงแดดเต็มไปยังที่ร่มบางส่วน ไม่ทนต่อความเย็นจัดและเติบโตได้เพียงปีละครั้งในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศที่อบอุ่น แต่มักจะยืนต้นในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อน
การใช้ประโยชน์---ได้รับการปลูกฝังไปทั่วโลกเพื่อการประดับ เพื่อใช้เป็นอาหารหรือเครื่องเทศและเป็นพืชสมุนไพร มีการปลูกเป็นผักในมาดากัสการ์ คอโมโรส เรอูนียงและมอริเชียส
-ใช้เป็นอาหาร  ใบสดใช้กินเป็นผัก ในภาคเหนือของประเทศบราซิลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐปารา จะใช้ใบสดหรือปรุงสุกต้มรวมกับพริกและกระเทียมเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอื่น ๆ  ในอินเดียใบถูกนำไปนึ่งและรับประทาน ใบดิบใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในซุปและสลัด รสชาติเข้มข้นเผ็ด
-ใช้เป็นยา รักษาแบบดั้งเดิมใช้ใบและดอกแก้อาการปวดฟัน ในเวชศาสตร์พื้นบ้านช่อดอกและใบจากA. oleraceaใช้รักษาโรคปากและลำคอเป็นวัณโรค ยาขับปัสสาวะ รักษาโรคไข้หวัดและไอ เป็นยาต้านแบคทีเรีย ยาต้านเชื้อรา ยาต้านมาลาเรีย และ รักษาโรคไขข้อในฐานะตัวแทนต้านการอักเสบ, ยาแก้ปวดและช่อดอกยังใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ และแก้ปวดฟัน-สารสกัด จาก Acmella Oleracea ถือเป็นทางเลือกตามธรรมชาติของโบท็อกซ์ ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อลดริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากกล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งหรือหดเกร็ง มันถือว่าเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ
-ใช้ปลูกประดับ มีการจำหน่ายเป็นไม้ประดับในตลาดในมาดากัสการ์ตลอดทั้งปีโดยมียอดจำหน่ายสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - มีนาคม-เมื่อดอกบานจะดึงดูดหิ่งห้อย
-ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและแชมพู -ทั้งต้นใช้เป็นยาฆ่าแมลง
ชยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

48 หญ้าลูกข้าว/Spermacoce ocymoides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Spermacoce ocymoides Burm.f.
ชื่อพ้อง    ---Has 16 Synonyms

-Bigelovia gracilis Spreng. -Borreria trichantha Miq.
-Bigelovia laevicaulis Miq. -Spermacoce aspera Vahl
-Bigelovia ocymoides (Burm.f.) Miq. -Spermacoce hirta Sw.
-Bigelovia parviflora Spreng. -Spermacoce laevis Spreng.
-Bigelovia tenera (R.Br. ex G.Don) Heynh. -Spermacoce ramosa Wall.
-Borreria laevicaulis (Miq.) Ridl. -Spermacoce tenera R.Br. ex G.Don
-Borreria ocymoides (Burm.f.) DC. -Spermacoce trichantha (Miq.) Kuntze
-Borreria ocymoides var. thekkumalensis Sivar. -Tardavel ocymoides (Burm.f.) Hiern
. & K.T.Joseph

ชื่อสามัญ---Purple-leaved button weed, Prostrate false buttonweed, Basil-like spermacoce.
ชื่ออื่น----หญ้าลูกข้าว; [THAI: yaa look khaow.]; [MALAYALAM: Tharakeera.]; [VIETNAM: Ruột gà dạng húng.]
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซียและแอฟริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---มัลดีฟส์ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซียอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินีเ กาะโซโลมอน ฟิจิ ซามัว วานูอาตู
พบขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งและตามพื้นที่น้ำขังแฉะ ที่รกร้าง พื้นที่ที่ถูกรบกวน ตามคลอง บึง ในทุ่งหญ้า และตามริมถนน  ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 650 - 1,400 เมตร
วัชพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเกลี้ยงตั้งตรง สูงประมาณ 15-40 ซ.ม. ใบเดี่ยวขนาด ยาว 0.4-3.6 ซม., กว้าง 0.25-1.6 ซม. ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก แผ่นใบเป็นสีเขียว ส่วนเส้นใบเป็นสีม่วงแกมน้ำตาล มีขนเล็กน้อยทั้งสองด้าน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ มีไม่กี่ดอก ดอกสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-6 มม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ผลสดขนาดเล็ก 1.5 x 1 มม.  แตกตามขวาง เมล็ดพันธุ์พืช สีน้ำตาลเข้ม, รูปไข่กลับหรือรูปไข่, ถึง 1.4 x 0.8 มม.,
การใช้ประโยชน์---พืชเติบโตตามธรรมชาติถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็น ยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา ใบใช้พอกเพื่อรักษาอาการปวดหัว ใบที่บดละเอียดนำไปใช้กับบาดแผล ใช้น้ำคั้นใบเป็นยารักษากลาก-ตำรับยาพื้นบ้านล้านนา ใช้หญ้าลูกข้าวทั้งต้นดองกับน้ำซาวข้าว ใช้ดื่มเป็นยาแก้โรคผอมแห้ง -ในมาเลเซียใช้ใบตำเพื่อรักษาอาการปวดหัว -ในอินโดนีเซียใบที่ถูกทุบจะรักษาบาดแผล -ในประเทศไนจีเรียใช้น้ำใบเพื่อรักษาโรคเรื้อนกวาง, ฝีและฝีเย็บ
ออกดอก/ติดผล--- ตุลาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

49 กระดุมใบ/Borreria laevis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Spermacoce laevis Lam.
ชื่อพ้อง---Has 7 synonyms
---Borreria capitellata (Willd.) Cham. & Schltdl.
---Borreria herbert-smithii Rusby
---Borreria laevis (Lam.) Griseb.
---Spermacoce capitellata Willd.
---Spermacoce guianensis Bremek.
---Spermacoce riparia Cham. & Schltdl.
---Tardavel laevis (Lam.) Standl.
วงศ์ ---RUBIACEAE
ชื่อสามัญ ---- Buttonweed
ชื่ออื่น---กระดุมใบ, ชากรูด  ตาฉี่โพ ผักสังเขา  ผักฮากกล้วย, (ภาคเหนือ); [THAI: kra doom bai, cha kroot.] ; [FRENCH: Couper Colonne, herbe à macornet.]; [JAPAN: nagabaharifutahamugura.]; [SPANISH: hierba de la araña, cansa mozo, hierba de toro, hierba del pájaro , tabaquillo]; [CUBA: Garro Morado, yerba de garro.]; [MALAYSIA: Rumput kuning ungu.]; [VIETNAM: Cây Ruột Gà Vùng ]  
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน


จากอเมริกาใต้ บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา;  อเมริกากลาง - เม็กซิโก แคริบเบียน เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า ตามถนน ในนาข้าวมักจะอยู่ในดิน ที่อุดมสมบูรณ์พบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,200 เมตร
เป็นพืชล้มลุกมีระบบรากแก้ว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-50 ซม.  แตกกิ่งก้านใกล้โคนต้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ปลายแหลมหรือค่อนข้างทู่ ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบจนเห็นก้านใบสั้นมาก หรือไม่มีก้านใบขนาดใบยาวประมาณ 2.5-6 ซม. กว้าง 1-1.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวเป็นจำนวนมากอัดแน่นกันอยู่ ผลแบบแคปซูล ยาว2.5–4 มม. มม.กว้าง 1 มม.เมล็ดสีน้ำตาลรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 1.8 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบตำแหน่งที่มีแสงแดดหรือร่มเงาเล็กน้อย
การใช้ประโยชน์---พืชมีการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
- ใช้เป็นยา ใบผสมกับรากอีเหนียวกับเหง้าของขิงป่าและขี้เถ้าถูกนำมาใช้สำหรับอาการปวดฟัน ยาต้มของพืชใช้ในการรักษาโรคหวัด
-ใช้อื่นๆ ใช้เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว แพะและไก่
ขยายพันธุ์ - เมล็ด
เหิ่มเติม*Borreira และ Spermacoce เป็นสกุลของ Rubiaceae ที่แพร่หลายในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนอเมริกา, แอฟริกา, เอเชียและยุโรป ขึ้นอยู่กับลักษณะทางสัณฐานวิทยาของผลไม้พวกเขาได้รับการพิจารณาโดยนักเขียนหลายคนว่าเป็นสกุลจำพวกที่แตกต่างกันและส่วนใหญ่อื่น ๆ แต่ชอบที่จะรวมแท็กซ่าสองชนิดภายใต้ชื่อสามัญ ในขณะที่การสนทนายังไม่ชัดเจนในงานนี้พวกเขาถือว่าเป็นคำพ้องความหมาย จำพวกนี้มีบทบาทสำคัญในการแพทย์แผนโบราณในแอฟริกาเอเชียยุโรปและอเมริกาใต้ การใช้งานบางอย่าง ได้แก่ การรักษามาลาเรีย, โรคท้องร่วงและปัญหาการย่อยอาหารอื่น ๆ , โรคผิวหนัง, ไข้, ตกเลือด, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินหายใจ, ปวดหัว, ตาอักเสบและเหงือก  จนถึงปัจจุบันมีรายงานสารประกอบมากกว่า 60 ชนิดจากสายพันธุ์ Borreria และ Spermacoce รวมถึง alkaloids, iridoids, flavonoids, terpenoids และสารประกอบอื่น ๆ มีการศึกษายืนยันว่าสารสกัดจากสปีชีส์ Borreria และ Spermacoce รวมถึงสารประกอบที่แยกได้ของพวกเขามีกิจกรรมทางชีวภาพที่หลากหลายรวมถึงการต้านการอักเสบ, antitumor, ยาต้านจุลชีพ, larvicidal, สารต้านอนุมูลอิสระ, ระบบทางเดินอาหาร, ต่อต้านแผลและ hepatoprotective*(แปลโดยกูเกิ้ล)
https://www.researchgate.net/publication/225086625_Borreria_and_Spermacoce_species

50 เถาคัน/Cayratia trifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cayratia trifolia (L.) Domin
ชื่อพ้อง ---Has 7 synonyms
---Causonis trifolia (L.) Raf.
---Cayratia carnosa (Lam.) Gagnep.
---Cayratia mekongensis C.Y.Wu
---Cayratia timorensis (DC.) C.L.Li
---Vitis carnosa (Lam.) Wall.
---Vitis carnosa Wall. ex M.A. Lawson
---Basionym: Vitis trifolia L.
ชื่อสามัญ ---Bush Grape, Fox-grape, Three-leaved wild vine , Three leaf cayratia, Slender Water Vine,
ชื่ออื่น ---เถาคัน(นราธิวาส) เถาคันขาว(ภาคกลาง) ,เครือพัดสาม (ภาคเหนือ), ; [THAI: thao khan (Narathiwat), thao khan khao(Central), khruea phat sam (Northern).]; [CHINESE: san ye wu lian mei]; [ASSAMESE: Chepeta-lota,Chepeta-lata.]; [BENGALI: Amal-lata.]; [HINDI: Amalbel, Ramchana, Tamanya, Gidardrak.]; [KANNADA: Heggoli.]; [LAOS: Ta det .]; [MARATHI: Sarbarival, Amboshi, Ambatvel.]; [MALAYALAM: Tsjori-valli, Kattuperanta ,Chorivalli, Amarcakkoti.]; [PAPUA NEW GUINEA: Vualai, vaulai .]; [PHILIPPINES: Kalit-kalit (Tagalog); alangingi (Bisaya); arinat (Iloko).]]; [SANSKRIT: Amlavetasah, Atyamlaparni, Gandirah.]; [TAMIL: Kattuppirantai.]; [MALAYSIA: Lakum, daun kapialun, Lambai- lambai / Galik-galik ( Kalimantan) .]; [INDONESIA: Galing (Javanese); gumburu rogbo-robo (Ternate); ai lau salak (Ambonese).]; [VIETNAM:  Vác, dây vác, dây sạt.]
ชื่อวงศ์ ---VITACEAE
ถิ่นกำเนิด ----ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ปาปัวนิวกินี และรัฐควีนส์แลนด์ (ออสเตรเลีย)

  

มีถิ่นกำเนิดในเอเซียแพร่กระจายใน จีน (ยูนนาน) บังคลาเทศ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เนปาล ไทย เวียดนาม เกิดขึ้นในป่าทึบและป่าเปิด ป่าบนเนินเขาหรือตามลำธารบนโขดหิน ที่ระดับความสูง 500 - 1,000 เมตร
ลักษณะของเถาคันเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขึ้นตามที่รกร้างทั่วไป อายุหลายปี เลื้อยได้ไกล 2-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางถึง7ซม. มีมือเกาะ ใบประกอบแบบมี ใบย่อย3 ใบ แผ่นใบด้านล่างมีขนเล็กน้อย ใบย่อยปลายสุดรูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5-6 ซม. ขอบใบจักซี่ฟัน ใบย่อยคู่ข้างรูปไข่เบี้ยวและขนาดเล็กกว่า ดอกออกเป็นช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวอ่อน ผลสดมีเนื้อหลายเมล็ด รูปร่างกลมแป้น ขนาด 0.5-1 ซม. เมื่อสุกสีดำ
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยาและบางครั้งเป็นอาหาร  
-ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก  ส่วนผลอ่อนใส่ในแกงส้มเพิ่มรสเปรี้ยว (ผลสุกกินไม่ได้)
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ใบ, ลำต้น, ราก, เมล็ด ตำรา ยาไทยใช้ ใบและราก ลดไข้ ฝาดสมาน เถา ขับเสมหะ แก้ลมวิงเวียนหน้ามืด ขับลม ขับเสมหะลงสู่ทวารหนัก แก้กษัย  ฟอกเลือด แก้ช้ำใน ใบ รักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน พอกรักษาแผลในจมูก ทาถูนวดให้ร้อนแดงแก้ปวดเมื่อย หรืออังไฟปิดฝี ถอนพิษปวดบวม
-ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ สามารถนำมาปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มหรือตามรั้วบ้านได้ เพราะทั้งเถาทั้งดอกทั้งผลไม่มีผลทำให้เกิดอาการคัน
ระยะออกดอกและติดผล---: ตลอดทั้งปี
การฃยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำกิ่งแก่

         51 ผักเป็ด/Alternanthera sessilis


ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.
ชื่อพ้อง---  Has 33 Synonyms
---Alternanthera denticulata R. Brown
---Alternanthera glabra
---Alternanthera nodiflora R. Brown
---Gomphrena sessilis L.
---Illecebrum sessile L.
---(more)
ชื่อสามัญ---Sessile joyweed, Dwarf copperleaf, Rabbit weed, Rabbit-meat, Tangle Mat.
ชื่ออื่น---ผักเป็ดไทย, ผักเป็ด, ผักเป็ดขาว(กลาง); เปรี้ยวแดง(เชียงใหม่); [THAI: phakpet khaao, phakpet thai.];  [FRENCH: brède chevrette; herbe d'emballage; magloire; serenti.]; [GERMAN: Garnelenkraut.]; [PORTUGUESE: bredo-de-agua; periquito-sessil; perpetua.]; [SPANISH: colchon de nino; coyuntura; hierba de perico; paja blanca.]; [HINDI: Gudrisag .]; [ASSAMESE: Matikaduri,Menmeni,Mati-kaduri,Sakraj.]; [KANNADA: Honagone soppu.]; [MALAYALAM: Ponamgani,Kozhuppacheera.]; [NEPALI:  bhirangijhar.]; [TAMIL: Ponnaankannikkeerai,Poonnankannikeerai.]; [SRI LANKA: mukunuwanna.]; [CHINESE: lian zi cao]; [CAMBODIA: cheng bângkong; phak phew.]; [JAPAN: tsurunogeito.]; [TAIWAN: periquito-sessil.]; [LAOS: khaix ped.]; [INDONESIA: bayem kremah; daun tolod; kremah; kremek; tolod.]; [MALAYSIA: akar rumput; bayam pasir; bayam tan.]; [PHILIPPINES: bonga-bonga.][TONGA: brede embellage.]; [ZAMBIA: mkungira.].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้มีการกระจายพันธุ์แบบกึ่งเขตร้อนมีอยู่ทั่วเขตร้อนของโลกเก่า แอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้ และตะวันออกและออสเตรเลีย ถิ่นกำเนิดไม่แน่ชัด พบที่ระดับความสูงถึง 2,400เมตร
A. sessilisเป็นสปีชีส์บุกเบิกโดยทั่วไปเติบโตในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและในที่อยู่อาศัยของพื้นที่ชุ่มน้ำและถือเป็นวัชพืชที่รุกรานอย่างรวดเร็ว ขึ้นได้ในทุกสภาพของดิน ไม่ว่าจะเป็นดินแห้งหรือดินแฉะ มักจะพบได้ตามที่รกร้างทั่วไปหรือตามที่ชื้นข้างทาง ในประเทศไทยพบมากภาคกลาง ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตร
ผักเป็ดที่พบเห็นทั่วไป จะมีอยู่สองแบบ คือ ผักเป็ดใบกลมและผักเป็ดใบแหลม โดยชนิดใบแหลมมักจะในพบบริเวณที่อยู่ไกลจากแหล่งน้ำ ได้รับแสงน้อย ส่วนชนิดใบกลม (ใบไข่กลับ) จะอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานเป็นผัก มากกว่าใบแหลม เพราะใบกลมจะอวบน้ำ เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย มีรสจืด ไม่ขมเหมือนชนิดใบแหลม
ผักเป็ดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียวมีลำต้นตั้งตรงหรืออาจเลื้อย สูงประมาณ 10-45 เซนติเมตร มีรากแก้ว ตามข้อของลำต้นจะมีรากระหว่างข้อต่อมีร่องและมีขนปกคลุมเล็กน้อย ลำต้นมีทั้งสีแดง หรือสีขาวอมเขียว ใบ เป็นใบเดี่ยวยาว 0.6-5 ซม. และกว้าง 0.3-1 ซม ออกเรียงตรงข้าม โดยจะออกตามข้อของต้น ลักษณะรูปร่างไม่แน่นอน มีทั้งใบแคบ ยาว เรียวแหลม ปลายแหลม ปลายมน หรือเป็นรูปไข่กลับ ขอบใบเรียบหรือเป็นหยักเล็กน้อย โดยแผ่นใบจะเป็นสีเขียว ไม่มีก้านใบหรือมีแต่จะขนาดสั้นมาก ออกดอกเป็นช่อกลม ๆ ตามง่ามใบ ช่อดอกหนึ่งจะมีดอกย่อยประมาณ 1-4 ดอก ไม่มีก้าน ผลเป็นรูปไตหรือรูปหัวใจกลับ มีขนาดเล็กมากพบอยู่ในดอก ขนาด2-2.5 มม มีเมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8-1 มม
ข้อกำหนอสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มหรือร่มเงาปานกลาง ชอบดินร่วนปนอัลคาไลน์ แต่สามารถเติบโตได้ในดินหลากหลาย เติบโตได้ในที่ชื้นไปยังดินเปียกและในน้ำตื้น ลำต้นจะตั้งตรงถ้าดินอยู่ในสภาพแห้ง แต่จะทอดเลื้อยในดินที่เปียกชื้นและจะเกิดรากตามข้อ
การใช้ประโยชน์--- พืชมักเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค ใบมักจะขายในตลาดท้องถิ่นในเบนินและศรีลังกา
-ใช้กิน ใบและยอดอ่อน - ดิบหรือสุก ใช้ในสลัดซุปและปรุงเป็น potherb ซึ่งดูคล้ายกับผักขมในรสชาดและรูปลักษณ์  
-ใช้เป็นยา นิยมและใช้เป็นพืชยาพื้นบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นคือเป็นยาบำรุงโลหิต กระจายโลหิตไม่ให้จับเป็นก้อน แก้ช้ำใน ฟกช้ำและใช้เป็นยาระบาย น้ำคั้นจากรากใช้ในการรักษาโรคบิดไข้และบิดเป็นเลือด
-ใช้ปลูกประดับ ใช้ปลูกเป็นไม้คลุมดินที่ดี
-อื่น ๆ ใช้เป็นอาการสัตว์
ออกดอกและติดผล--- ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ --- โดยใช้เมล็ด ปักชำราก กิ่ง


52 ผักเบี้ยใหญ่/Portulaca oleracea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Portulaca oleracea L.
ชื่อพ้อง---Has 15 Synonyms   
---Portulaca consanguinea Schltdl.
---Portulaca fosbergii Poelln.
---Portulaca latifolia Hornem.
---Portulaca marginata Kunth
---Portulaca neglecta Mack. & Bush
---Portulaca officinarum Crantz
---Portulaca oleracea var. sativa (Haw.) DC.
---Portulaca oleracea subsp. stellata Danin & H.G.Baker
---Portulaca olitoria Pall.
---Portulaca parvifolia Haw.
---Portulaca pilosa var. marginata (Kunth) Kuntze
---Portulaca retusa Engelm.
---Portulaca sativa Haw.
---Portulaca stellata (Danin & H.G.Baker) Ricceri & Arrigoni
---Portulaca suffruticosa Thwaites
ชื่อสามัญ    ---Purslane,Common Purslane, Wild portulaca, Pigweed purslane, Duck weed.
ชื่ออื่น    ---ผักเบี้ยใหญ่,ผักเบี้ยดอกเหลือง(ภาคกลาง),ผักอีหลู(เงี้ยว แม่ฮ่องสอน),ผักตาโค้ง(นครราชสีมา),[THAI: phak bia yai.] ; [CHINA: ma chi xian, ma chia xian]; [JAPAN: Suberi-hiyu]; [SPANISH: verdolaga]; [FRENCH: courpier; pourcellaine; pourpie potager; pourpier.]; [GERMAN: Portulak, Gelber.]; [PORTUGUESE: beldroega-comum.]; [SWEDISH: portulak, vanlig.]
ชื่อวงศ์    ---PORTULACACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไม่แน่ชัด
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
ภูมิภาคต้นกำเนิดมีความไม่แน่นอนอาจเป็นภูมิอากาศที่แห้งแล้งเช่นแอฟริกาเหนือ พบมากที่สุดในเขตอบอุ่นและกึ่งเขตร้อน พบในอินเดีย, จีน, มาเลเซีย, แอฟริกาเหนือ, ยุโรป, อเมริกาเหนือและดินแดนรกร้าง จากระดับน้ำทะเลถึง 2,600 เมตร
เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้เองโดยไม่ต้องทำการเพาะปลูก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มักขึ้นบริเวณชายฝั่งริมน้ำที่โล่งดินทราย ที่ชื้นแฉะ ที่รกร้างทั่วไป หรือพบขึ้นเป็นวัชพืชตามริมถนน ข้างทางเดิน เป็นพืชที่มีอายุเพียงปีเดียว ลักษณะลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน บางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไป ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม ใบสลับกันเป็นกระจุกที่โคนข้อต่อ ใบแต่ละใบค่อนข้างอ้วนเก็บน้ำไว้ได้มาก ใบสีเขียวแบนแต่ละใบเป็นรูปไข่ถึงรูปช้อน ขอบใบสีแดง ไม่ค่อยมีก้านใบและติดโดยตรงกับลำต้น ดอกสีเหลืองมี5กลีบแต่บางครั้งก็มี4กลีบตั้งแต่ 3-10 มม. กว้าง 2 - 8 มม. มีเกสรเพศผู้ 6-15 (3-20) แคปซูลรูปไข่ขนาดตั้งแต่ 4 - 9 มม. แก่แล้วแตกเปิดที่ด้านล่างตรงกลาง เมล็ดเล็ก ๆ สีน้ำตาลถึงดำ เมล็ดมีความยาว 0.6-1 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องอยู่ในที่ที่มีแดดจัด ดินที่มีการระบายน้ำที่ดี สามารถปรับตัวได้กับดินส่วนใหญ่ต้องการ pH ในช่วง 5.5 - 7 ซึ่งทนได้ 4.3 - 8.3
การใช้ประโยชน์---มันได้รับการปลูกฝังมานานกว่า 4,000 ปีในฐานะพืชอาหารและสมุนไพรและยังคงได้รับการปลูกฝังในหลายสถานที่ในปัจจุบัน  เป็นพืชผักที่มีคุณค่าสำหรับการบริโภคของมนุษย์ และเป็นอาหารของปศุสัตว์
-ใช้กิน ใบและลำต้น - ดิบหรือสุก ใช้ปรุง เป็น potherb, เมล็ด - ดิบหรือสุก บดเป็นผงและผสมกับซีเรียลเพื่อใช้ใน gruels, ขนมปัง, แพนเค้กและอื่น ๆ-เถ้าของพืชที่ถูกไฟไหม้ถูกใช้แทนเกลือ เป็นพืชที่ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูงเนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง (พบมากในปลาและเมล็ดแฟลกซ์) และมีวิตามิน A และ C จำนวนมากรวมทั้งแคลเซียมเหล็กแมกนีเซียมและโพแทสเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีสารออกซาเลตในปริมาณสูง (เช่นเดียวกับผักขม) ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคมากเกินไปโดยผู้ที่ไวต่อการก่อนิ่วในไต
-ใช้เป็นยา Purslane ถูกใช้ในการแพทย์พื้นบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณและรวมอยู่ในรายชื่อพืชสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายขององค์การอนามัยโลก -ในออสเตรเลีย ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาแก้อักเสบและยาปฏิชีวนะ -ใบเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งป้องกันหัวใจวายและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
-อื่น ๆ บางครั้ง ถูกใช้เป็นอาหารสัตว์และถูกเลี้ยงให้สัตว์ปีกเพื่อลดโคเลสเตอรอลในไข่
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

53 ผักเบี้ยทะเล/Sesuvium portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sesuvium portulacastrum (L.) L
ชื่อพ้อง --- Has 23 Synonyms    
---Portulaca portulacastrum L
---more.
ชื่อสามัญ  ---Seaside purslane, Sea Purslane, Sea portulaca, Shoreline sea-purslane.
ชื่ออื่น ---ผักเบี้ยทะเล(เพชรบุรี),แพงพวยทะเล(ชุมพร); [THAI: phakbia-thale (central), phaengphuai-thale (southern).]; [CAMBODIA: ânluëk preah.]; [CHINESE: Hǎimǎ chǐ.]; [FRENCH: Pourpier de mer, Pourpier maritime.]; [GERMAN: Meerportulak.]; [HAWAIIAN: Akulikuli.]; [INDIA: Sea Purslane, Dhapa, Daula Dhapa.]; [INDONESIA: gelang pasir, gelang laut (Java), karokot (Madura).]; [MALAYSIA: Gelang laut, sepit.]; [PHILIPPINES: dampalit (Tagolog), bilang-bilang (Bisaya), kokobarangka (Tagbanua)]; [PORTUGUESE: Beltroega de praia.]; [SENEGAL: Sâbańańi, Sâbana.]; [TONGA: Kihikihimaka.]; [VIETNAM: Rau heo, Sam biển, Hải châu.]  
ชื่อวงศ์ ---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา , เอเชีย , ออสเตรเลีย , อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้และกระจายในหลายพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นพืชพื้นเมือง เติบโตในพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก
ไม้ เถาล้มลุกอายุหลายปี พบขึ้นตามชายหาดหรือพื้นที่เปิดตามชายฝั่งทะเลในเขตน้ำเค็มจัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรม มีลำต้นทอดยาวแผ่คลุมดินลำต้นกลมอวบเกลี้ยงภายในเป็นโพรง สีเขียวถึงแดงเรื่อ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูป ใบรูปหอกกลับถึงรูปไข่แกมรูปรี ขนาด0.2-1.5x1-5ซม.โคนใบสอบแคบเข้าหา กันและแผ่เป็นกาบเล็กๆหุ้มลำต้น เนื้อใบอวบน้ำ หนา ด้านบนด้านล่างคล้ายกัน แผ่นใบตอนปลายมักสีแดงเรื่อ ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ ดอกรูปกงล้อ ด้านนอกสีเขียวอ่อนด้านในสีม่วงอมชมพู ขนาด1.2-2.4ซม.ผลแบบผลแห้งแตกตามขวางมี 20-30 เมล็ด เมล็ดดำเงาเรียบ ยาว 1,2-1,6 มม.
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ในหลายประเทศทั่วโลกกินเป็นผัก บางครั้งวางขายในตลาดท้องถิ่น เนื่องจากมีรสเค็มมากจึงต้องปรุงในน้ำจืดหลายครั้ง-ในฟิลิปปินส์ซึ่ง เรียกว่า dampalitในภาษาตากาล็อกและ "Bilang" หรือ "bilangbilang" ในภาษาวิซายัน พืชส่วนใหญ่จะถูกดองและกินเป็น atchara (เป็นเครื่องปรุงรสของฟิลิปปินส์มักจะมีเนื้อปลา)
-ใช้เป็นยา ใช้ห้ามเลือด ยาต้มของพืชถือเป็นยาแก้พิษที่ดีที่สุดสำหรับการต่อยของปลาที่เป็นพิษ
-ใช้ในวนเกษตร ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับและเป็นพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการกัดเซาะ
-เป็นอาหารสัตว์  (แกะ แพะ อูฐ) และเป็นอาหารที่ปูชอบมาก
ระยะออกดอก/ติดผล--- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

54 ผักเบี้ยหิน/Trianthema portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Trianthema portulacastrum L.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms   
---Portulacastrum monogynum Medik.
---Tetragonia chisimajensis Chiov.
---Trianthema flexuosum Schumach. & Thonn.
---Trianthema littorale Cordem.
---Trianthema obcordatum Roxb.
---Trianthema procumbens Mill.
ชื่อสามัญ--- Black pigweed, Giant pigweed, Horse purslane, Dessert horse purslane
ชื่ออื่น---ผักเบี้ยหิน, ผักขมหิน ผักขมฟ้า ผักปั๋งดิน ปังแป; ; [CHINESE: jia hai ma chi.]; [FRENCH: Pourpier courant.]; [HAWAII: Akulikuli.]; [INDIA: ambatimadu, bishkapra, gadabani]; [MALAYALAM: Vallikeera, Manal vallikeera, Pasalikeera.]; [MALAYSIA: pasalikeera]; [SPANISH:  verdolaga, Verdolaga blanca, Verdolaga de hoja ancha]; [PORTUGUESE: Bredo, Bredo-fino.]; [TAMIL: Mookarata.]
ชื่อวงศ์---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา, แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์--- ประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Sesuvium หมายถึงดินแดนแห่ง Sesuvii เผ่า Gallic (กอล) : ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ portulacastrum-มาจากPortulaca , purslane  อ้างอิงถึงอุปมากับพืชจำพวกPortulaca


มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ของหลายทวีปรวมถึงแอฟริกาและอเมริกาเหนือและใต้ เติบโตในที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทและสามารถขึ้นได้ง่ายในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและพื้นที่เพาะปลูก พบตามนาข้าว นาดอน นาน้ำฝน ที่ว่างเปล่าทั่วไป เป็นวัชพืชรุกรานของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
วัชพืชล้มลุกอายุฤดูเดียวชอบความชื้นและแดดจัด อยู่ในที่แห้งน้ำน้อยลำต้นจะเป็นสีแดงดูแกรนแต่แข็งแรง ลักษณะทั่วไปของผักเบี้ยหินหรือผักขมหิน ลำต้นจะตั้งตรงหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นดินยาวประมาณ 1 เมตร ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 1-3.5ซม.ยาว ประมาณ 2-4 ซม. ก้านใบยาว1-2ซม.ปลายใบโค้งมนกว้าง โคนใบตัด มีต่อมสีแดงตามขอบ ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นช่อแยกแขนง มีดอกย่อยรวมกันเป็นกลุ่ม กลีบรวม ดอกสีชมพู ม่วง แดงหรือขาว ผลรูปแคปซูลทรงกระบอกโค้งออกยาว 0.5ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดงผลแห้งเมล็ดล่อน มี2-8เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เป็นพืชเขตร้อนเกิดขึ้นตามธรรมชาติบนหาดทรายที่มีลมแรงและพื้นที่ชายฝั่งทะเลแนวปะการัง เติบโตเร็ว เริ่มผลิตดอกไม้และเมล็ดหลังจากงอก 20 - 30 วัน
การใช้ประโยชน์ ---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น มันมีสรรพคุณทางยาจำนวนมากและบางครั้งก็กินด้วยแม้ว่าจะมีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับภูมิปัญญาของสิ่งนี้ พืชแห้งมีการซื้อขายเป็นสมุนไพรเป็นครั้งคราวในตลาดท้องถิ่น
-ใช้เป็นอาหาร ใบดิบกินเป็นผัก-ในแอฟริกา ยอดอ่อนและใบกินเป็นผักปรุงสุกหรือในซุป  มีบันทึกการใช้ดังกล่าวจาก กานา แคเมอรูนและแทนซาเนีย ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการใช้เช่นเดียวกัน
*"Seaside purslane" เป็นหนึ่งในพืชไม่กี่แห่งที่ถูกระบุว่าเป็นอาหารฉุกเฉินในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในคู่มือที่เรียกว่า "พืชอาหารฉุกเฉินและพืชที่มีพิษของหมู่เกาะแปซิฟิก" โดยกระทรวงสงคราม คู่มือระบุว่า“ จุดประสงค์ของคู่มือนี้เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่แยกตัวออกจากหน่วยของเขา…เพื่อให้บุคคลนี้สามารถอยู่นอกแผ่นดินได้” จากนั้นจะระบุพืชโดยย่อและวิธีการเตรียม*(แปลโดยกูเกิ้ล) http://nativeplants.hawaii.edu/plant/view/Sesuvium_portulacastrum#top
-ใช้เป็นยา มีการใช้แบบดั้งเดิมเป็นยาแก้ปวด, ยาระบาย, การรักษาโรคเลือด, โรคโลหิตจาง, การอักเสบและตาบอดกลางคืน-รากต้มแก้ริดสีดวง แก้เสมหะ แก้ฟกช้ำ บวมในท้อง ใบแก้เสมหะ แก้โรคลม -ดอกขับโลหิต- ใบขับปัสสาวะ ใช้ในการรักษาอาการบวมน้ำโรคดีซ่านและท้องมาน- ยาต้มของสมุนไพรถูกนำมาใช้เป็น vermifuge (เป็นยาตัวแทนขับไล่เวิร์มหรือปรสิตสัตว์อื่น ๆ จากลำไส้)และมีประโยชน์ในการรักษาโรคไขข้อ ; ถือว่าเป็นยาถอนพิษของแอลกอฮอล์-ในไนจีเรียใช้ใบเก่าในการรักษาโรคหนองใน -ในประเทศกาบองยาต้มของรากผงถูกนำไปรักษากามโรค-ในแอฟริกา, ฟิลิปปินส์, ไทยและอินเดียใช้เพื่อบรรเทาสิ่งกีดขวางของตับและบรรเทาโรคหอบหืด -ในระบบอายุรเวท (Ayurveda -ระบบการแพทย์โบราณ) ของอินเดียพืชถือ เป็นหนึ่งในสมุนไพรต้านการอักเสบที่สำคัญที่สุดและเป็นที่รู้จักกันสำหรับกิจกรรมลดอาการบวมและขับปัสสาวะ
-วนเกษตร เป็นแหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์เนื่องจากประกอบด้วย N,P,K จำนวนมาก-ในฮาวาย ulkulikuli เป็นพืชทางเลือกสำหรับการทำความสะอาดน้ำนิ่งในคลอง Ala Wai (Waikīkī) บน Oʻahu แพลตฟอร์มที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของพืชเหล่านี้ถูกวางไว้ในคลองและรากช่วยกรองและล้างน้ำของสารพิษและวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ
-อื่นๆ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชและพืชอื่น ๆ รวมถึงข้าวฟ่าง, ฟักทอง, มะเขือยาว, หัวไชเท้า,  และข้าวสาลี จำนวนมากโดยยับยั้งการงอกของเมล็ดและความแข็งแรงของต้นกล้า ที่น่าสนใจคือ เป็นพิษอัตโนมัติกับตัวเอง เนื่องจากสารสกัดจากพืชลดการงอกของเมล็ดของตัวเองและทำให้อ่อนแอ
รู้จักอันตราย---ยอดอ่อนและใบอ่อนจะถูกกินในบางครั้ง แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากินใบเก่าพืชอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงหรือเป็นอัมพาต - เมล็ดเป็นสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายในเมล็ดอาหารและเมล็ดพืชอื่น ๆ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด และไหลในดิน

55 ผักเสี้ยนขาว/Cleome gynandra


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cleome gynandra L.
ชื่อพ้อง---Has 31 Synonyms
---Cleome pentaphylla L.
---Gynandropsis pentaphylla (L.) DC.
---Gynandropsis gynandra (L.) Briq.
---(more)
ชื่อสามัญ-Wild spider flower,Spiderwisp, African cabbage,Whiskered Spider Flower,African spider flower
ชื่ออื่น---ผักเสี้ยน, ผักส้มเสี้ยน(เหนือ), ผักเสี้ยนขาว(กลาง); [THAI: phak sian (Central), phak som sian (Northern),  phak sian khao (Central).];  [AFRIKAANS: snotterbelletjie.]; [ANGORA: Musambe.]; [ASSAMESE: Bhutmala.]; [CUBA: volantín]; [FIJI: galuti.]; [FRENCH: Caya blanc, brède caya, mouzambé.]; [HINDI: Safed Hulhul,Jakhiya,Parhar,Safed Bagro,Aajgandha.]; [INDONESIA: babowan.]; [MARATHI: Pandhari Ghetuli.]; [SANSKRIT: Ajagandha,Ajagandha.]; [SPANISH: volatin, masambey, jasmin de rio]; [SWAHILI: mgagani.]; [TAMIL: Acakanta,Nalla Velai,Taivelai,Nalvela.]; [SIMBABWE: Bangara , Nyevhe (Shona).]; [SOUTH AFRICA: Oorpeultjie, Snotterbelletjie, Oorpynpeultjie.]; [WEST AFRICA: boanga, mugole.]  
ชื่อวงศ์---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย, ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการกระจายอย่างกว้างขวางในพื้นที่แห้งแล้งของเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เป็นวัชพืชในหลายพื้นที่รวมถึงหมู่เกาะแคริบเบียน (เบอร์มิวดา, บาฮามาส, คิวบา), สหรัฐอเมริกาตอนใต้, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, กลางและยุโรปเหนือ, รัสเซีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์และ หมู่เกาะแปซิฟิก
ในประเทศไทย พบขึ้นเป็นวัชพืชตามท้องไร่ปลายนา ที่ว่างเปล่ารกร้างทั่วไป พบได้ทุกภาค
ไม้ล้มลุกมัก มีความสูงประมาณ 25-60 ซ.ม.ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม  มีรากแก้ว และรากแขนงจำนวนมาก ใบเป็นใบประกอบ มี 3-5 ใบย่อย รูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ ปลายใบแหลม โคนเรียวสอบ ส่วนขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยละเอียด และมีใบประดับจำนวนมาก ก้านใบยาว 2 -5 ซม. ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกจำนวนมาก กลีบเลี้ยงดอกมี 4 กลีบ ผลเป็นฝักขนาด30-70 x 4-8 มม. ยาวคล้ายถั่วเขียว ฝักอ่อนสีเขียวแก่แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก15-40 เมล็ด บีบอัดขนาดประมาณ 1-1.6 มม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ในที่ที่มีแดดจัดและมีที่ว่างมากมายให้กระจาย ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 7 ที่ทนได้ 5 - 7.5
การใช้ประโยชน์--- พืชมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นผักพื้นบ้านในพื้นที่ชนบททางตอนใต้ของแอฟริกา มันยังได้รับการปลูกฝัง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแคริบเบียน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีการปลูกในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ พืชมักจะวางขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กิน ใบอ่อนและลำต้นสุก กินเป็นพืชผักเพียงอย่างเดียวหรือในสตูว์ วิธีการต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขความขมขื่น -ในประเทศเคนยานำใบแช่ในนมค้างคืน -ในบอตสวานามีการลวกต้นและใบแล้วทิ้งน้ำก่อนนำไปปรุงอาหาร -ในประเทศไทยใบหน่ออ่อนและดอกไม้ถูกดองน้ำเกลือ กินกับน้ำพริก-บางครั้งเมล็ดที่ฉุนจะถูกกินเป็นอาหารเมื่อไม่มีอะไรดีกว่า เมล็ดยังใช้เป็นเครื่องปรุงที่ใช้แทนเมล็ดมัสตาร์ด
-ใช้เป็นยา ใช้กันอย่างแพร่หลายในยาแผนโบราณ เป็นยารักษาโรคทั่วไป ใช้ใบ ในการรักษาอาการท้องเสียและโรคโลหิตจาง  ใบและเมล็ดจะถูกใช้ภายนอกและภายในเพื่อรักษาโรคไขข้อ น้ำมันจากเมล็ด ใช้ในการขับพยาธิตัวกลม รากใช้ในการรักษาอาการเจ็บหน้าอก โรคทางเดินอาหารอักเสบ โรคลมชักและมาลาเรีย ทุกส่วนของพืชทั้งหมดจะใช้ในการรักษาแมงป่องต่อยและงูกัด-ในแซมเบีย C. gynandra ใช้รักษาแผลริมอ่อนติดเชื้อกามโรคทำให้เกิดแผลที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ
-ใช้ปลูกประดับ บางครั้งใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในแปลงเป็นกลุ่ม
-อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืช อุดมไปด้วย senevol มีคุณสมบัติคล้ายอนุพันธ์ของกำมะถันที่พบในน้ำมันกระเทียมและมัสตาร์ด น้ำมันที่ได้จากเมล็ดสามารถนำมาทำสบู่ได้ ใและช้แต่งผมเพื่อฆ่าเหา -ต่อมบนลำต้นและใบมีคุณสมบัติขับไล่แมลง ปลูกรวมกับพืชผักอื่นๆ ผลิตผลจะได้คุณภาพดีขึ้น
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

56 ผักเสี้ยนขน/Cleome rutidosperma


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cleome rutidosperma DC.
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Cleome ciliata Schum. & Thonn.
---Cleome guineensis Hook.f.
---Cleome thyrsiflora De Wild. & T.Durand
---Cleome thyrsiflora De Wild. & T. Durand
ชื่อสามัญ---Spider weed. Fringed spiderflower,  Purple cleome, Consumption weed.
ชื่ออื่น---ผักเสี้ยนขน(ภาคกลาง) ; [THAI:  phak sian khon (Central).]; [AUSTRALIA: fringed spider flower; spiderplant.]; [BRAZIL: Musambe.]; [CAMEROON: Lovanga.]; [CHINESE: Zhou zi bai hua cai.]; [CONGO: Batina-ba-baku.]; [FRENCH: mouzambe rampant.]; [GABON: dougo dougo.]; [GERMAN: Kleome, Runzelsamige.]; [GHANA: nanjinda; tete.]; [INDIA: Anasorisho.]; [MALAYSIA: Maman, Seru walai.]; [MALAYALAM: Neelavela.]; [NIGERIA: Agbalala, Akidimmoo.]; [PHILIPPINES: Seru-walai, Tamil-malaya (Tag.).]; [SPANISH: Jasmin del rio.]
ชื่อวงศ์---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปเอเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกา


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อนเป็นวัชพืชของภูมิภาคชายฝั่ง มีการกระจายอย่างกว้างขวางจากเซเนกัลถึงแองโกลา ในแอฟริกาตะวันออก (ยูกันดา, แทนซาเนีย) ในไนจีเรียมันเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในนาข้าว ในแอฟริกาตะวันตกมีการเพาะปลูกบ้าง เกิดขึ้นที่ระดับความสูง 1,000–1600 เมตร และกลายเป็นธรรมชาติในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเชีย อเมริกาและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก -ในประเทศจีนมันเติบโตระหว่างนาข้าว ลำธารและพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลใกล้ถึง 200 เมตร
วัชพืชล้มลุกอายุปีเดียวลำต้นเป็นเหลี่ยมส่วนที่แก่จะมีสีม่วงปน มีต่อมขนปกคลุมหรืออาจไม่มี ต้นสูงอยู่ประมาณ0.20-0.50 เมตร  ใบประกอบมี3ใบย่อย ใบขนาด 1–6 ซม. × 0.5–2.5 ซม.ใบกลางรูปคล้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายและโคนใบแหลม ใบข้างรูปรีปลายแหลมโคนเบี้ยว  ก้านใบยาวไม่เกิน 7 ซม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีม่วงอ่อนอมน้ำเงิน ก้านดอกยาว ผลแคปซูลรูปทรงกระบอก 3-6 ซม. × 3–4 มม. มีก้านยาว 5–13 มม.เมล็ดกลมสีน้ำตาลดำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---พบได้ในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ชื้นและร้อน นอกจากพบตามริมทางและที่รกร้างทั่วไปแล้ว ยังพบว่ามีการเจริญเติบโตเป็น epiphyte บนต้นไม้กำแพงหินและหน้าผา
การใช้ประโยชน์--- พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยาและแหล่งที่มาของใบกินได้ บางครั้งมีการปลูกฝังสำหรับใบและบางครั้งก็ขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้เป็นอาหาร ใบ - ปรุง  มีรสขมค่อนข้างคล้ายกับมัสตาร์ดและบางครั้งก็กินเป็น potherb หรือเพิ่มในซุป บางครั้งมีการเติมเนยใสเพื่อเพิ่มรสชาติ
-ใช้เป็นยา เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, ยาระบาย ยาต้มใช้รักษาโรคมาลาเรีย ใช้ หยอดหูเพื่อรักษาอาการปวดหูอักเสบและหูหนวก สารสกัดจากใบทำเป็นโลชั่นที่ใช้เพื่อบรรเทาสภาพผิวที่ระคายเคืองจากความร้อนและหนาม ฯลฯ ในประเทศไนจีเรียจะใช้ในการรักษาอาการชัก - ในแคเมอรูนใช้พืชโดยหมอโบราณเพื่อรักษาโรคมาลาเรีย -มีรายงานตรงข้ามกันเกี่ยวกับการ มีและไม่มี อัลคาลอยด์ในพืช
-ใช้ปลูกประดับ สามารถใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน
ระยะออกดอกผล --- พฤษภาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

57 ผักเสี้ยนผี/Cleome viscosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cleome viscosa L
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Arivela viscosa (L.) Rafin.
---Cleome acutifolia Elmer
---Cleome icosandra L.
---Corynandra viscosa (L.) Cochrane & Iltis
---Polanisia icosandra Wight & Arn.
---Polanisia microphylla Eichler
---Polanisia viscosa (L.) DC.
---Sinapistrum viscosum (L.) Moench
ชื่อสามัญ---Asian spiderflower, Polanisia Vicosa, Wild Caia, Tickweed, Sticky cleome, Dog mustard, Wild mustard, Spiderplant, Yellow Spider Flower,
ชื่ออื่น---เสี้ยนผีตัวเมีย, ส้มเสี้ยนผี,ผักส้มเสี้ยนผี,ไปนิพพานไม่กลับ; [THAI: phak sian phee; phak som sian phee.]; [AUSTRALIA: tickweed.]; [CHINESE: Huang long cai, Huang hua cao.]; [FRENCH: Acaya jaune, brède caya, collant, mouzambé jaune.]; [HINDI: Ujla Hulhul, Bagra.]; [INDONESIA: ancang ancang (Java), mamang.]; [JAMAICA: wild caia.]; [JAPANESE: hime-futyoso.]; [LAOS: sa phac son tien.]; [MALAYALAM: Naivela.]; [MALAYSIA: mamang kebo.]; [NEPALI: Hur hure, Ban toreem Toree jhaar.];  [PHILIPPINES: apoi-apoian, Silisian (Tagalog), Hulaya (Panay Bisaya).]; [SPANISH: Barba de chivo, frijolillo, jitomate, malva pegajosa, plantanillo, sambo, tabaquillo.]
ชื่อวงศ์---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในเอเชีย แอฟริกา อเมริกา และโอเชียเนีย

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย แต่ตอนนี้มีการกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในเอเชียแอฟริกาอเมริกาและโอเชียเนีย มันถูกแปลงให้เป็นธรรมชาติในที่ราบลุ่มที่แห้งแล้ง ในหมู่เกาะกาลาปากอส  มันมีความอุดมสมบูรณ์ในระดับท้องถิ่นในฐานะวัชพืชในไร่และทุ่งหญ้า ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 1,000 เมตร
บทสรุปของการบุกรุกสายพันธุ์นี้รวมอยู่ในบทสรุปทั่วโลกของวัชพืชที่ระบุว่าเป็นวัชพืชด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตรที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในนาข้าวและไร่อ้อย ( Randall, 2012 )
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ในประเทศไทยพบได้ตามข้างถนนหนทาง ที่รกร้าง ริมลำธารทั่วไป ต้นสูงประมาณ0.30- 1เมตร  มีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมตลอดลำต้น ภายในมีเมือกเหนียว เวลาเด็ดหรือหักกิ่งจะมีกลิ่นฉุน ใบประกอบแบบ3ใบย่อย ก้านใบยาวไม่เกิน 5 ซม. ช่อดอก 3-6- ดอก กลีบเลี้ยงสีเขียว ดอกผักเสี้ยนผีมีสีเหลืองสดใส ผลแคปซูล 3-10 ซม. × 2–4 มม. เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน 25–40 (สูงถึง 100)เมล็ด ต่อแคปซูล,ขนาดเมล็ด 1.2-1.8 × 1–1.2 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในแหล่งที่อยู่อาศัยที่ชื้นและร้อนบนดินทราย แต่ยังคงอยู่ในดินปูนและหิน
ใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นอาหาร ในเขตร้อนของแอฟริกาใบที่มีรสขมนั้นจะกินสดแห้งหรือสุก ในอินเดียเมล็ดที่มีรสชาติดีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงแทนเมล็ดมัสตาร์ดและยี่หร่าในการเตรียมเครื่องเทศ
-ใช้เป็นยา จะมีสรรพคุณทางยาในการฆ่าเชื้อโรคใช้แก้อาการอักเสบของแผลสด ใช้ดอกผักเสี้ยนผีตำพอกทำให้แผลหายเร็วขึ้น ใช้ดอกผักเสี้ยน2ช่อต้มน้ำดื่มฆ่าพยาธิในกระเพาะและลำไส้โดยเฉพาะพยาธิ ไส้เดือนขับออกดีนัก (มีคุณสมบัติในการถ่ายพยาธิ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคพยาธิตัวกลม) ส่วนรากแก้ผอมแห้งแรงน้อยเนื่องจากคลอดบุตรและอยู่ไฟไม่ได้, รากเป็นยาสำหรับโรคเลือดออกตามไรฟันและโรคไขข้อ -ใบแก้ปัสสาวะพิการ (อาการปัสสาวะปวด กะปริบกะปรอย ขุ่นข้นสีเหลืองเข้ม หรือมีเลือด) ใช้ภายนอก ในตำรับ ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เป็นยาประคบหรือประน้ำมันขี้ผึ้ง-ตำรับพื้นบ้าน ใช้เป็นยาทำให้นอนหลับ แก้ปวดหัวดิบ ลมปะกัง วิตกกังวล เครียด ท้องผูก พรรดึก-ในเอเชีย(ทางตอนใต้ของจีน, กวม, อินเดีย)ใบและเมล็ดใช้เป็นยารักษาโรคติดเชื้อ, ไข้, โรคไขข้อและปวดหัว
-วนเกษตรใช้ ปลูกเป็นพืชคลุมดิน และใช้เป็นปุ๋ยพืชสด  
-อื่น ๆ ในสุมาตราใบและเมล็ดแห้งและผงจะถูกเพิ่มเข้าไปในยาสูบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติยาเสพติด
ระยะออกดอก --- มีนาคม-กรกฏาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด การออกดอกของพืชเริ่ม 3-4 สัปดาห์หลังจากการงอกและวงจรชีวิตประมาณ 3 เดือน

58 ผักกระสัง/Peperomia pellucida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Peperomia pellucida ( L.) Humb, Bonpl & Kunth
ชื่อพ้อง---Has 32 synonyms
---Piper pellucidum L.
---Peperomia ephemera Ekman---(more)
ชื่อสามัญ---Shiny Bush, Shiny leave, Rat's Ear, Silverbush, Pepper Elder, Slate Pencil Plant, Pepper elder,  Cow foot, Rabbit ear, Vietnamese Crab Claw.
ชื่ออื่น---ผักกระสัง(ภาคกลาง),ชากรูด(ภาคใต้),ตาฉี่โพ(กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน),ผักกูด(เพชรบุรี),ผักราชวงศ์(แม่ฮ่องสอน), ผักสังเขา(สุราษฎร์ธานี),ผักฮากกล้วย(ภาคเหนือ) ; [THAI: phak kra sang, cha krut,  ta-chi-pho , phak kut , phak ratchawong, phak sang khao, phak hak kluai .]; [ASSAMESE: Pononoa.]; [CHAMORRO: Podpod-lahe, potpopot]; [CHINESE: Cao hu jiao.]; [FRENCH: herbe à couleuvre]; [INDONESIA: Tumpang air, tumpang angin, suruhan.]; [MALAYALAM: Mashitandu chedi.]; [NEPALI: Latapate.]; [PALAUAN: Rtetill]; [PHILIPPINES: Ulasimang bato, Pansit-pansitan, Sahica-puti, Ikmo-ikmohan (Tag.).]; [SAMOA: Vao vai]; [SANSKRIT: Toyakandha, Varshabhoo.]; [SPANISH: Alumbre, Erva de vidro.]; [VIETNAM: Rau Càng Cua.]
ชื่อวงศ์---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ตอนนี้มันถูกกระจายอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนและมักจะแปลงเป็นวัชพืชและเพาะปลูกเป็นครั้งคราว ในแอฟริกาเกิดขึ้นจากเซเนกัลตะวันออกถึง เอริเทรียและโซมาเลีย ทางใต้ถึงแองโกลา แซมเบีย ซิมบับเว และโมซัมบิก มันยังเกิดขึ้นในมาดากัสการ์และเรอูนียง พบได้ทั่วไปในพื้นที่ที่ถูกรบกวน เป็นวัชพืชที่แพร่หลายของทุ่งนาและสวน  เติบโตในสถานที่ร่มรื่นชื้นใกล้บ้านตามเส้นทางและถนน บนริมฝั่งแม่น้ำที่ท่วมตามฤดูกาลและบนเนินเขาที่เป็นป่าหินที่ระดับความสูงถึง 1100 เมตร
เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวขนาดเล็ก สูงประมาณ 10-20 ซม.  ลำต้นและใบมีสีเขียวใส เปราะหักง่าย ใบเดี่ยวขนาด  2-3.5 ซม. × 2–3.5 ซม.ออกตรงข้าม รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาวไม่เกิน 1.5 (–2) ซม. ดอก ออกเป็นช่อ ตามปลายยอด ช่อดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีครีม ผล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-1 มม. กลม สีน้ำตาลดำถึงส้ม เหนียวมีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่ร่มรื่น ชอบดินที่อุดมด้วยฮิวมัสเนื้อดี เป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปและแพร่หลายบ่อยในสวนและพื้นที่เพาะปลูกที่ชื้นและมีร่มเงาเบาโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วไปบนพื้นผิวที่แข็งชื้นเช่นผนัง หลังคาและในกระถางดอกไม้
ใช้ประโยชน์---เป็นสมุนไพรรากตื้นที่นิยมใช้เป็นอาหาร พืชจะถูกเก็บเกี่ยวจากป่าและใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารยาและชา บางครั้งพืชได้รับการปลูกฝังเป็นยาและพืชอาหารในส่วนของเขตร้อนและขายเป็นอาหารและยาในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กิน ต้นและใบใช้กินเป็นผักสด กินในสลัดหรือใช้เป็น potherb ใบสามารถนำมาชงเป็นชาได้
-ใช้เป็นยา ใบและลำต้นเป็นยาแก้ปวด, ต้านมะเร็ง, ต้านเชื้อรา, ต้านการอักเสบ, ขับปัสสาวะ ใช้ในการรักษาโรคหลอดลมอักเสบและโรคหอบหืด โรคเกาต์และโรคข้ออักเสบ; ปวดหัว; อาการปวดไขข้อ; ความอ่อนแอ, ปวดท้อง, ปัญหาไต ฯลฯ-ใช้ภายนอกใบและลำต้นใช้สำหรับล้างหน้าสำหรับการรักษาปัญหาผิวพรรณ  น้ำคั้นจากใบใช้ทารักษาสิว  ใช้น้ำต้มจากผักกระสังนำมาล้างหน้าประจำ เพื่อบำรุงผิวทำให้ผิวหน้าสดใส มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและถูกจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง          มีประวัติยาวนานในการใช้ยาในอเมริกาใต้และการใช้งานนี้แพร่กระจายไปกับพืชไปยังประเทศอื่น ๆ ในเขตร้อน เช่นในประเทศฟิลิปปินส์มันเป็น 'รายการที่ต้องการ' ของพืชสมุนไพรเพื่อใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์-ในบราซิลใช้เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอล, ฝีและเยื่อบุตาอักเสบ-ในจาไมก้า และ แคริบเบียนใช้สำหรับหวัดและเป็นยาขับปัสสาวะสำหรับปัญหาไต-ในแอฟริกาใช้สำหรับการชักและเนื้องอก- ในไนจีเรียใช้สำหรับความดันโลหิตสูง
-อื่น ๆใช้ผักกระสังเป็นยาสระผม โดยนำใบมาขยำกับน้ำแล้วชโลมศีรษะให้ศีรษะเย็นเพื่อช่วยป้องกันผมร่วงและทำให้ผมนุ่ม
ระยะออกดอกผล---กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ระยะเวลาการงอก 15 วัน

59 ใบต่างเหรียญ/Evolvulus nummularius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Evolvulus nummularius (L.) L.
ขื่อพ้อง ---Has 6 synonyms
---Basionym: Convolvulus nummularius L
---Evolvulus dichondroides Oliv.
---Evolvulus domingensis Spreng. ex Choisy
---Evolvulus veronicifolius Kunth
---Evolvulus yunnanensis S. H. Huang
---Volvulopsis nummularia (L.) Roberty,
ชื่อสามัญ ---Agracejo rastrero, Dwarf morning-glory, Roundleaf bindweed, Money-wort Evolvulus
ชื่ออื่น ---ใบต่างเหรียญ ;[THAI: bai tang hrean.]; [ASSAMESE: Bhui-ankra.];[CHINESE: duan geng tu ding gui .]; [HINDI: Musakarni ]; [GUATEMALA: Cuartillo, hierba de pesar.]; [MARATHI: Nimulwel.]; [PORTUGUESE: algodeiro.]; [NEPALI: Chhatbatiza.]; [SPANISH: agracejo rastrero.]; [SANSKRIT: Musakarni ,Akhuparni.]  
ชื่อวงศ์ ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปแอฟริกา,ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---จีน(ยูนนาน) อินเดีย เนปาล ภูฎาน ไทย มาเลเซีย
นิรุกติศาสตร์---nummularius : เป็นวงกลม, เหมือนเหรียญ (หมายถึงใบไม้)

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนและ แอฟริกาเขตร้อนและมาดากัสการ์ มีการแนะนำแพร่หลายในทวีปเอเซีย เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในทุ่งหญ้า บนดินทราย พบได้ในป่าดิบแล้งและป่าทึบหนาแน่นหรือแม้กระทั่งบนพื้นดินเสีย ที่ระดับความสูงถึง 1050เมตร ในประเทศไทยพบตามพื้นที่โล่งในธรรมชาติทุกภาคของประเทศ  
ใบต่างเหรียญเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลักษณะ ลำต้นจะราบไปกับพื้นดินทอดยาวได้ประมาณ1เมตร ออกรากตามข้อ มีขนทั่วไป ใบ 5-15 x 4-10 มม ออกสลับ รูปไข่ถึงเกือบกลม ปลายมนถึงป้าน โคนเว้าเล็กน้อยหรือรูปหัวใจ ขอบเรียบ ก้านใบยาว 5 มม. มีดอกเล็ก ๆ สีขาว 1-2 ดอก ดอกจะบานช่วงเช้า สาย ๆ หรือแดดออก ดอกก็จะหุบ ผลแคปซูลกว้างประมาณ 3-4 มม. เมล็ดมีสีน้ำตาลถึงดำ
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบดินปนทราย ปลูกได้ทั้งกลางแดด รำไร และในร่ม บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึงก็ใช้ปลูกคลุมดินได้ แต่การเจริญเติบโต และลักษณะใบก็จะแตกต่างกันอย่างที่เห็น 2 รูปบน ปลูกในร่มใต้ต้นไม้ใหญ่  2 รูปล่างขวาปลูกในที่มีแสงแดดรำไร ส่วนรูปล่างซ้ายปลูกกลางแจ้งแดดจัด ปลูกในร่มจะโตช้ากว่ามากไม่ค่อยมีดอก
การใช้ประโยชน์--ใช้เป็นยา มีรายงานผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารสกัดเมทานอลของE.nummulariusมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สามารถยืนยันถึงการใช้งานของพืชนี้ในยาพื้นบ้านของอินเดีย
-ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชที่กรมส่งเสริมวิชาการเกษตรส่งเสริมให้ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ใช้ปลูกแทนหญ้าได้ ไม่ต้องตัดแต่ง ทนต่อการเหยียบย่ำ ไม่ตายง่ายๆ
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ปักชำลำต้น

60 น้ำนมราชสีห์/Euphorbia hirta


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Euphorbia hirta L.
ชื่อพ้อง ---Has 8 Synonyms
---Chamaesyce hirta (L.) Millsp.
---Euphorbia capitata Lam.
---Euphorbia globulifera H.B.K.
---Euphorbia modiflora Steud.
---Euphorbia obliterata Jacq.
---Euphorbia pilulifera L.
---Euphorbia pilulifera var. hirta (L.) Thell.
---Euphorbia verticillata Vell.
ชื่อสามัญ ---Pillpod sandmat, Asthma-plant, Asthma herb, Garden spurge, Snake weed, Milkweeds, Dove milk
ชื่ออื่น ---น้ำนมราชสีห์,นมราชสีห์,ผักโขมแดง(ภาคกลาง),หญ้าน้ำหมึก(ภาคเหนือ), หญ้าหลังอึ่ง(เงี้ยว แม่ฮ่องสอน); [THAI: nam nom raatchasee (central), yaa nam muek, yaa-lang-ueng (northern), phak khom daeng (Central).]; [AFRIKAANS: rooi melkkruid, rooimelkbossie (Namibia).]; [ASSAMESE: Gakhiroti-bon.]; [BANGLADESH: bara dudhia]; [BENGALI: Barokherni.]; [CAMBODIA: tuk das khla thom]; [FRENCH: Jean Robert, malnommée, euphorbe poilue]; [GHANA:  kakaweadwe.]; [HINDI: Dudhi, Mothi Dudhi, Bara Dudhi, Lal-dudhi.]; [INDONESIA: daun biji kacang (Malay, Moluccas), nanangkaan (Sundanese), patikan kebo (Javanese).]; [JAPAN: shima-nishikiso, Taiwan-nishikiso]; [MALAYALAM: Kuzhinagappala, Nilappala.]; [MALAYSIA: ambin jantan, kelusan, keremak susu (Peninsular).]; [MYANMAR: mayo]; [PHILIPPINES:  botobotonis; gatas-gatas; luha ng birhen; maragatas; pansi-pansi; soro-soro; tawa-tawa.]; [PORTUGUESE: Erva de Santa Luzia, luzia, burra leiteira, erva andorinha.]; [SANSKRIT: Nagarjun, Nagari, Ksira, Dugdhika.]; [SPANISH: Tripa de pollo, atu rui, yerba de pollo.]; [SURINAME: mirki-tite.]; [TAIWAN: ru-tzu-tsau.]; [TAMIL: Amman-paccarici.]; [TONGA: sakisi.]; [USA/HAWAII: koko kahiki.]; [VIETNAM: co sua long.].
ชื่อวงศ์ ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด  ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---สกุล Euphorbia ได้รับการตั้งชื่อตาม Euphorbus ซึ่งเป็นแพทย์ของ King Juba แห่ง Muritania ประเทศโบราณของแอฟริกาเหนือ ชื่อเฉพาะ Hirta มีการอ้างอิงถึงสภาพที่แปลกประหลาดของพืช


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เกิดขึ้นทั่วแอฟริกาเขตร้อนและในแอฟริกาใต้ พบขี้นเองตามริมทางถนนที่รกร้างทั่วไป
ไม้ ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านจำนวนมากจากโคนต้น สูง 15-50 ซม ลำต้นมีน้ำยางสีขาวขุ่น ทั้งลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดงจางปนเหลืองและมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน กว้าง1-1.5ซม.ยาว2-4ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบสีเขียวปนม่วงแดง ดอกแยกเพศ ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ใบประดับเป็นรูปถ้วยสีเขียว ผล1.25-2 x 1.5 มม แห้งแตกได้ มี 3 พูเมื่อสุกสีเหลืองอ่อน เมล็ดสีน้ำตาลแดงมีขนาดเล็กมาก, รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 0.57-0.70 มม
การใช้ประโยชน์ -ใช้เป็นอาหาร ใบกินได้แต่มักเป็นอาหารแห่งความอดอยาก เมื่อไม่มีตัวเลือกอื่น ในชวาและอินเดียหน่ออ่อนทำหน้าที่เป็นอาหารอดอยากดิบหรือนึ่ง แต่อาจทำให้เกิดอาการปั่นป่วนในลำไส้
-ใช้เป็นยา สรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้น ตัดสั้นๆคั่วไฟพอเหลืองนำมาชงดื่มต่างน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะแดงหรือขุ่น ต้นสดต้มน้ำดื่ม เพิ่มน้ำนมและฟอกน้ำนมให้สะอาด บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกาย ยาพื้้นบ้านใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ระงับอาการชัก แก้ไอ แก้หืดและรักษาอาการไตอักเสบ  หรือผสมน้ำตาลอ้อย ต้มน้ำดื่มรักษาบิดมูกเลือด รากผสมกับรากทับทิม รากส่องฟ้าดง และเดือยไก่ป่าฝนน้ำกินและทา แก้ไข้ทำมะลา (อาการไข้หมดสติ และตายโดยไม่ทราบสาเหตุ) เป็นวัชพืชยาสมุนไพรในช่วงพื้นเมืองที่สำคัญมากถูกใช้ในการรักษาความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจรวมถึงหลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ไข้ละอองฟาง, ถุงลมโป่งพอง, ไอ, หวัดและกล่องเสียงกระตุก พืชยังใช้เป็นยาขับปัสสาวะและในการรักษาโรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์เช่นนิ่วในไตปัญหาเกี่ยวกับระดูการเป็นหมันและกามโรค ใช้เป็นยาแก้ปวดรักษาอาการปวดหัวอย่างรุนแรง, ปวดฟัน, โรคไขข้อ, อาการจุกเสียดและปวดในระหว่างตั้งครรภ์ มันถูกใช้เป็นยาแก้พิษและบรรเทาอาการปวดของแมงป่องต่อยและงูกัด ภายนอกพืชยังใช้ในการรักษาผิวหนังและเยื่อเมือกรวมถึงหูดหิด ขี้กลาก เกลื้อน เชื้อรา หัด หนอนกินี  และเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อในการรักษาแผล และเยื่อบุตาอักเสบ ไม่ควรใช้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเนื่องจากปริมาณมากทำให้เกิดการระคายเคืองในทางเดินอาหาร, คลื่นไส้และอาเจียน
-ใช้อื่นๆ ในแอฟริกาตะวันตกใช้เป็นอาหารสัตว์ -ในสารสกัดจาก Euphorbia hirta หลายชนิดที่มีศักยภาพในการควบคุมโรคพืชและศัตรูพืช ยับยั้งการติดเชื้อเน่าที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Erwinia carotovora ได้อย่างสมบูรณ์ ลดการฟักไข่ในไส้เดือนฝอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รู้จักอันตราย---น้ำยางที่เป็นพิษต่อการกลืนกินและเกิดการระคายเคืองสูงจากภายนอกทำให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังที่ไวต่อแสงและการอักเสบรุนแรงโดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับดวงตาหรือแผลเปิด ความเป็นพิษยังคงอยู่ในระดับสูงแม้ในวัสดุพืชแห้ง
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ปักชำกิ่ง

61 น้ำนมราชสีห์เล็ก/Euphorbia thymifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Euphorbia thymifolia L.
ชื่อพ้อง---Has 13 Synonyms   
---Anisophyllum thymifolium (L.) Haw.
---Aplarina microphylla (Lam.) Raf.
---Chamaesyce mauritiana Comm. ex Denis
---Chamaesyce microphylla (Lam.) Soják
---Chamaesyce rubrosperma (Lotsy) Millsp.
---Chamaesyce thymifolia (L.) Millsp.
---Euphorbia afzelii N.E.Br.
---Euphorbia botryoides Noronha
---Euphorbia foliata Buch.-Ham. ex Dillwyn
---Euphorbia microphylla Lam.
---Euphorbia philippina J.Gay ex Boiss.
---Euphorbia rubicunda Blume
---Euphorbia rubrosperma Lotsy
ชื่อสามัญ---Gulf sandmat, Pill-bearing Spurge, Thyme-leaf Spurge, Chicken Weed, Gulf sandmat, Red caustic creeper, Close up of the flowers
ชื่ออื่น---น้ำนมราชสีห์เล็ก(ภาคกลาง) ; [THAI: nam nom raachasee lek.]; [ASSAMESE: Shwet-karni,Nagarjuli.]; [AYURVEDA: Laghu Dugdhikaa.]; [BENGALI: Nanha pusi toa, Raktakerui, Shwet-keruee.]; [CHINESE: Xi ye du jian cao, Xiao fei yang, Ziao lei yang cao, Qian gen cao.]; [FRENCH: petite rougette.]; [HINDI: Duddhi, Dudhiya, Choti-dudhi]; [INDONESIA: Patikan china, Gelang pasir, Krokot china, Ki mules, Nanagkaan gede, Jalu-jalu tona.]; [KANNADA: Bilechitra phala, Bilee chitraphala.]; [MADAGASCAR: Kinononono madiniky.];  [MALAYALAM: Chitrapala,Nilappala.]; [MALAYSIA: Gelang susu, Jarak blanda, Rumpot janggot, Sedang padang, Sisik merah.]; [PHILIPPINES: makikitot]; [SANSKRIT: Lakhu dugdhi, Dugdhika, Raktabinducchada.]; [SIDDHA: Ammanpthrishi.]; [SINHALESE: Bindadakiriya, Chittirapalavi.]; [SPANISH: golondrina.]; [UNANI: Dudhi khurda.]; [VIETNAM: Co sa dat.].  
ชื่อวงศ์ ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ทั่วไปในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---Euphorbiaได้รับการตั้งชื่อตาม Euphorbus ศัลยแพทย์ชาวกรีกซึ่งจะใช้น้ำยางเป็นส่วนผสมในการปรุงยา


มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปอเมริกา และมีการกระจายอย่างกว้างขวางใไปยังพื้นที่อื่นๆของเขตร้อน พบได้ทั่วไป ที่ระดับความสูงถึง 1,650 เมตร
ในประเทศไทยพบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วทุกภาคตามชายป่า ที่รกร้าง ตามท้องนา และในพื้นที่โล่งจนถึงระดับความสูง 800 เมตร
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียวลักษณะ ลำต้นแตกกิ่งก้านทอดเลื้อยเป็นวง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 ซ.ม. หรือลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 15 ซ.ม. มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นตั้งแต่ 1-3 มม.ลำต้นและกิ่งมีสีชมพูอมน้ำตาลแดง มีขนขึ้นที่ส่วนต่าง ๆ ของลำต้น มีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว, 2-7 x 2-4 มม เรียงตรงข้ามในระนาบเดียวกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบมีลักษณะกลม หยักแหลมเล็กน้อย ส่วนโคนใบเบี้ยว ข้างหนึ่ง ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อยแบบห่าง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบสั้น ๆ และไม่มีก้าน ดอกย่อย เรียงชิดกันอยู่ มีประมาณ 1-3 ช่อ ดอกสีชมพูอมแดง ผลเป็นแบบแคปซูล มีพู 3 พู เมล็ดมี 1 เมล็ดในแต่ละซีกผล เมล็ดสีเหลืองอมน้ำตาล รูปรี เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย ยาวประมาณ 0.8 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---มักจะอยู่บนดินทรายหรือก้อนกรวด
การใช้ประโยชน์--- พืชชนิดนี้เป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแอฟริกาและในพื้นที่เขตร้อนอื่น ๆ มันจะถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าและยังมีขายในตลาดท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา  ยาต้มจากทุกส่วนรักษาปัญหาปอด, ไข้, ไข้หวัดใหญ่, ความดันโลหิตสูง, การไม่มีประจำเดือนและกามโรค ใบและเมล็ดแห้งมีกลิ่นหอมเล็กน้อยและใช้เป็นยาบำรุง, ยาสมานแผล, ยาแก้ปวด, ยาถ่ายพยาธิและยาระบาย น้ำยางถูกนำมาใช้ภายนอกเพื่อรักษาหูดและเป็นยาสำหรับกลากและหิด ใช้ในการรักษาโรคตาแดง และเยื่อบุตาอักเสบ -น้ำมันหอมระเหยถูกใส่ลงในสบู่สมุนไพรเพื่อรักษาไฟลามทุ่ง-ในแอฟริกาใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้ในการ รักษาโรคบิด, ลำไส้, โรคท้องร่วงและกามโรค-ในอินเดียและอินโดนีเซียใช้ใบแห้งและเมล็ดเป็นยารักษาโรคท้องร่วงและโรคบิดในเด็ก นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในกรณีที่ท้องอืดและท้องผูก - ชาวอินเดียใช้พืชชนิดนี้ในการรักษาอาการไอเรื้อรัง โรคหอบหืดและโรคหลอดลมอักเสบ-ในคองโกและไอวอรี่โคสต์ ยาต้มของพืชทั้งหมดถูกนำมาใช้ในการรักษาปัญหาปอด -ในคองโกหมักใบแห้งกินเพื่อข่วยในการคลอดบุตร (เพื่อกระตุ้นการหดตัวของมดลูก)
-ใช้อื่นๆ น้ำผลไม้ของพืชที่ใช้กับแอมโมเนียมคลอไรด์ในการรักษารังแค-น้ำมันหอมระเหยถูกใส่ลงในสเปรย์เพื่อป้องกันแมลงวันและยุง -น้ำมันเป็นส่วนผสมของพืชที่ใช้สำหรับฟาร์มสุนัข
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

62 Euphorbia hypericifolia/Black purslane

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Euphorbia hypericifolia
ชื่อพ้อง--- Has 8 Synonyms
---Anisophyllum hypericifolium (L.) Haw.
---Chamaesyce boliviana (Rusby) Croizat.
---Chamaesyce glomerifera Millsp.
---Chamaesyce hypericifolia (L.) Millsp.
---Ditritea obliqua Raf.    
---Euphorbia boliviana Rusby.
---Euphorbia glomerifera (Millsp.) L.C.Wheeler.
---Euphorbia papilligera Boiss.
ชื่อสามัญ--- Black purslane; Chickenweed; Flux weed; Graceful spurge; Large spotted spurge; Milk purslane; Tropical euphorbia
ชื่ออื่น---น้ำนมราชสีห์(อ่างทอง),เบื้อแดง(ลำปาง); [THAI: nam nom ratchasi, bue darng.][CHINESE: tong nai cao.] [FRENCH: herbe colique.] [MARSHALL ISLANDS: bwilbwilikkaj.] [PORTUGUESE: canchlagua, yerba golondrina.] [SPANISH: golondrina; lechera; lechosa, Pimpinela blanca.] [USA: graceful sandmat.][VIETNAM: Co sa dat.]  
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา แคริบเบียน อเมริกาใต้ หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


มีถิ่นกำเนิดทางใต้ของสหรัฐอเมริกาแคริบเบียนและทั่วทั้งอเมริกาใต้และกระจายไปยังหมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง มาดากัสการ์อินเดีย นิวซีแลนด์ ไทย ศรีลังกาและญี่ปุ่น เกิดขึ้นตามถนนริมฝั่งแม่น้ำในที่ทิ้งขยะและในพื้นที่การเพาะปลูก จากระดับน้ำทะเลสูงถึง 600 เมตร
บทสรุปของการบุกรุก ---เป็นต้นไม้พื้นเมืองของอเมริกา มันถูกมองว่าเป็นวัชพืชที่รุกรานในหลาย ๆ เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งฮาวายซึ่งได้รับการจัดอันดับว่ามีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังเป็นวัชพืชในสิงคโปร์และไต้หวันแม้ว่าสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดปัญหาจะไม่ได้รับการบันทึกไว้อย่างดีแต่เป็นที่รู้จักในฐานะวัชพืชในถั่วเหลืองอ้อยและฝ้ายในบางประเทศและอาจคุกคามพืชพื้นเมืองในประเทศอื่นด้วย
เป็นวัชพืชใบกว้างล้มลุกกิ่งก้านกระจายหรือตั้งตรงสูงได้ถึง 60 ซม. ปลายกิ่งแตกกิ่งก้านสาขาพร้อมกับมียาง ใบเดี่ยว1–2 (–3.5) × 0.5–1 (–1.5) ซม รูปไข่ออกตรงข้าม.โคนใบไม่สมมาตร ก้านใบยาว 1-2 มม  ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อกระจุกเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ซม. ก้านช่อดอกยาวไม่เกิน 3 ซม. ผลไม้แคปซูล 3 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 มม. มี 3 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ c. ความยาว 1 มม., 4 มุม, รอยย่นเล็กน้อย, สีม่วงอมเทา,
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---แสงแดดเต็มถึงร่มเงาบางส่วน ในดินที่ระบายน้ำได้ดีความ ต้องการค่า pH ของดินอยู่ระหว่าง 6-8
การใช้ประโยชน์ ---พืชบางชนิดมีการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นยาในท้องถิ่น น้ำยางถูกใช้เป็นยาถ่าย  รักษาโรคติดเชื้อที่ตาและโรคหวัด โรคท้องร่วงและโรคบิด อาการบวมน้ำ-มีการซื้อขายผลิตภัณฑ์กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาในรูปแบบ เป็นเม็ดและเป็นผง ส่วนใหญ่เพื่อรักษาความผิดปกติของลำไส้ มีการซื้อขายระหว่างประเทศผ่านทางอินเทอร์เน็ต -การใช้ยาอื่น ๆ ที่ระบุโดยUSDA-ARS (2013)รวมถึงการรักษาอาการปวดฟัน, โรคหอบหืด, โรคหลอดลมอักเสบ, เยื่อบุตาอักเสบ, โรคบิด, บิด, ปัสสาวะลำบาก, ไข้และช่องคลอดอักเสบ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการรักษาโรคหัดและผื่นที่ผิวหนัง
-ใช้ปลูกประดับ E. hypericifolia มีอยู่ทั่วไปที่เป็นไม้ประดับ พันธุ์พาณิชย์ ได้แก่ 'Breathless Blush Euphorbia' ที่มีใบแต่งแต้มสีแดงและดอกไม้สีขาวและ 'Diamond Frost' ที่มีใบสีเขียวเรียวและดอกไม้สีขาวละเอียดอ่อน 'Diamond Frost' เป็นการกลายพันธุ์แบบสุ่มที่พบในกลุ่มของE. hypericifoliaในประเทศเยอรมนีในปี 2004 โดยมีการเติบโตที่สม่ำเสมอกว่าด้วยการแตกแขนงมากมายและดอกไม้ที่เล็กลง
รู้จักอันตราย---แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลเฉพาะของพืชชนิดนี้ แต่น้ำยางของ Euphorbias ทั้งหมดนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นพิษ - การสัมผัสทางผิวหนังมักทำให้เกิดการระคายเคืองและพอง สัมผัสกับดวงตาทำให้ตาบอดชั่วคราวหรือแม้กระทั่งถาวร ในขณะที่การกลืนกินสามารถทำให้เกิดการกวาดล้างหรือปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น
ระยะออกดอกและติดผล--- พฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

63 จิงจ้อเล็ก/Ipomoea obscura

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ipomoea obscura (L.) Ker-Gawl.
ชื่อพ้อง ---Has 1 Synonyms
---Convolvulus obscurus L.
ชื่อสามัญ---Obscure morning glory,Small white morning glory, Lesser Glory, Wild petunia, Yellow ipomoea.
ชื่ออื่น---จิงจ้อเล็ก,โตงวะ(เชียงใหม่),สะอึก(ภาคกลาง) ; [THAI: jing- jor lek, sa uek, tong wa.]; [BENGALI: Chhagalkuri.]; [CHINESE: xiao xin ye shu.]; [CUBA: aguinaldo amarillo.]; [HINDI: Pan Bel,Ker-gawl.]; [JAPANESE: Himeno asagao.]; [KANNADA: Bokadi Mooguthi Balli,Cherutali,Bilichita Bogari.]; [MALAYALAM: Cherutali, Thiruthali.]; [MARATHI: Pivali Pungali, Pivali Bonvari.]; [SANSKRIT: Lakshmana, Vachagandha.]; [TAMIL: Kuruguttali, Chirudalli, Siruthaali.]; [VIETNAM: Bìm mờ.]
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา เอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---แอฟริกาเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก


แพร่หลายในเขตร้อนของแอฟริกาตอนใต้ เติบโตใน sub-Saharan Africa -จากเซเนกัลไปยังเอธิโอเปีย ไปยังแอฟริกาใต้-ในมาดากัสการ์ มอริเชียสและเซเชลส์ขยายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับและเกิดขึ้นในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้-จากอินเดียและศรีลังกาไปทางใต้สุดของจีนและไต้หวัน ขยายไปถึงอินโดนีเซียไปยังนิวกินีฟิจิและเฟรนช์โปลินีเซีย ผ่านเขตร้อนของเอเซียไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือและฟิจิ ฮาวาย แคลิโดเนีย พบขึ้นตามป่าละเมาะ ตามทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งแม่น้ำ ที่โล่งแจ้ง และ ริมถนน เป็นวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูกบางครั้งพบตามแนวหาดทราย  ที่ระดับความสูง 500-2000 เมตร มันถูกแพร่กระจายโดยกิจกรรมของมนุษย์และหลบหนีจากการเพาะปลูก มันได้รับการประกาศให้เป็นวัชพืชที่รุกรานในหลายพื้นที่โดยเฉพาะฮาวายและหมู่เกาะแคลิโดเนีย
ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนล้มลุกอายุปีเดียวลำต้นทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือเลื้อยพันพืชอื่นเตี้ยๆ  เลื้อยได้ไกลถึง3 เมตร ลำต้นมีขนปกคลุมหรือเกลี้ยง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2 ซม.ใบเดี่ยว 2.5-6 x 2-4 ซม. เรียงสลับรูปหัวใจหรือค่อนข้างกลม ผิวใบทั้งสองด้านมีขนประปรายหรือเกลี้ยง  ก้านใบยาว 3 ซม ดอกเป็นช่อกระจุก มี 1-3 ดอก ออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองนวล ใจกลางดอกสีม่วงเข้ม รูปกรวยตื้น ดอกบานกว้าง 3-3.5 ซม. ผลแคปซูล 6-8 มม.เป็นผลแห้งแตกได้  เมล็ดรูปไข่สีดำมีขนเล็กน้อย  5.5ป3.5 มม.
การใช้ประโยชน์---พืชเก็บจากท้องถิ่นเป็นอาหารและยา  
-ใช้กิน ยอดอ่อน และผลแก่ปานกลาง ใช้ต้มจิ้มน้ำพริก ใบเป็นเมือกมีกลิ่นหอม ปรุงและกินเป็นผักหรือเพิ่มในซุป
-ใช้เป็นยา รักษารักษาอาการวิกลจริต ใช้กับแผลเปิดและตุ่มหนอง รักษาแผลในปาก  รากต้มกับเหล้ารักษาโรคบิด
-ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับเลื้อยขึ้นซุ้มหรือปลูกริมรั้ว
ระยะออกดอก/ติดผล--- ตุลาคม - มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

64 จิงจ้อเหลือง/Merremia vitifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Merremia vitifolia Haller.f.
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Convolvulus angularis Burm.f.
---Convolvulus vitifolius Burm.f.
---Ipomoea angularis (Burm.f.) Choisy
---Ipomoea vitifolia (Burm.f.) Sweet
ชื่อสามัญ---Grape-leaf Wood Rose, Bombay nawal.
ชื่ออื่น---จิงจ้อเหลือง,จิงจ้อหลวง,จิงจ้อขน,จิงจ้อใหญ่(ภาคเหนือ) ; [THAI: jing-ior hleung, jing-jor khon, jing -jor yai.]; [ASSAMESE: Digi-lewa.]; [BANGLADESH: Dudh lota.];  [CAMBODIA: Var moba mek.]; [CHINESE: Zhang ye yu huang cao.]; [HINDI: naval-susarini.]; [INDONESIAN: Ginda purang utang, Areuy kawoyang, Dewulu, Bilajang bulu.]; [MARATHI: navali.]; [MALAYALAM: Manja kolambi valli ,Manja vayaravalli.]; MALAYSIA: Akar lulang bulu, Ulan raya, Lulang bulu.]; [PHILIPPINES: Lakmit (Tag.), Kalalakmit (Sul.).];[VIETNAM: Bìm Lá Nho.]
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า พุ่มไม้ ตามทุ่งนา ขอบป่าชั้นรอง ริมฝั่งแม่น้ำ และริมถนน ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร
ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อน ทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือพุ่มไม้เตี้ยๆ ในประเทศไทยพบตามที่แห้งแล้ง ทุ่งหญ้า ไร่ร้าง ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งน้ำและสองข้างทาง ตั้งแต่ระดับน้ำทะเล จนถึง 500เมตร ลักษณะลำต้นกลมตามกิ่งก้านมีขนแข็งสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน เป็นเส้นยาว  2 - 5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปเกือบกลม กว้าง 5- 16 ซม.ยาว 5-18ซม. โคนใบรูปหัวใจขอบใบจักแฉกเป็นรูปพัด 5-7แฉก ปลายแหลม และมีติ่งสั้นผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว2-15ซม.ดอกสีเหลืองสดออกเป็นช่อตามง่ามใบ มักมี1-3ดอก ก้านช่อดอกยาว 1-15ซม. กลีบดอกรูปกรวยตื้น ปลายแผ่บานหยักเป็น5แฉกตื้นๆมีเส้นแฉกเป็นรูปดาวชัดเจน ขนาดดอก3-4ซม.ผล แห้งสีฟางแห้ง รูปกึ่งกลม ขนาดยาว 10-25 มม. ผิวค่อนข้างหนาคล้ายแผ่นหนัง  เมล็ดสีดำหรือน้ำตาลรูปรี ยาว   6-8 มม. มี 4 เมล็ด หรือมากกว่า
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บจากป่า ใช้ในท้องถิ่นเป็นยา
-ใช้เป็นยา น้ำผลไม้ของพืชถือว่าเย็นและขับปัสสาวะ ใช้ได้ทั้งภายในภายนอก ราก รสร้อน แก้เสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้ฟกช้ำ แก้เลือดกำเดาไหล รักษามาลาเรียและไข้ทรพิษ รากกินดิบรักษาโรคกระเพาะ
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับขึ้นซุ้ม หรือปลูกริมรั้ว
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ

65 จิงจ้อเหลี่ยม/Operculina turpethum

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Operculina turpethum (L. ) Silva Manso
ชื่อพ้อง ---Has 19 synonyms

Argyreia alata Montrouz. Ipomoea triquetra (Vahl) Roem. & Schult.
Argyreia alulata Miq. Ipomoea turpethum (L.) R.Br.
Convolvulus anceps L. Merremia triquetra (Vahl) Roberty
Convolvulus gaudichaudii Choisy Merremia turpethum (L.) Rendle
Convolvulus riedlei Choisy Operculina triquetra (Vahl) Hallier f.
Convolvulus triqueter Vahl Operculina turpethum var. humilior (Haines) -
Convolvulus turpethum L. -K.K.Khanna
Ipomoea anceps (L.) Roem. & Schult. Spiranthera turpethum (L.) Bojer
Ipomoea diplocalyx Baker Turpethum australe Raf.
Ipomoea saundersiana Baker Turpethum indicum Raf.

ชื่อสามัญ---St. Thomas lidpod, Transparent Wood Rose, White Day Glory, Indian Jalap, Turpeth, Turpeth root, Indian jalap.
ชื่ออื่น---จิงจ้อเหลี่ยม(ภาคเหนือ); [THAI: jing-jor liam.]; [AYURVEDA: Trivrit, Tribhandi, Rechani, Nishotra, Kumbha, Kala, Shyama, Triputa.]; [CHINA: He guo teng.]; [HINDI:  nisoth, pitohri .]; [INDONESIA: Areuy jotang, Sampar-kedung.]; [KANNADA:  bilitigade, tigade beru.]; [MARATHI: nisottar.]; [MALAYALAM: [MALAYALAM: Thrikoolpakkonna, Manja vayaravalli, Manja kolambi valli.]; [NEPALI: nishodhi, nisoth.]; [PHILIPPINES: Kamokamotihan (Tag.).]; [SANSKRIT: nishotra, triputa, trivrutha.]; [TAMIL: caralam, civatai, kumpncan, paganrai.]; [VIETNAM: Bìm nắp,] 
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเซีย และ ออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก


มีถิ่นกำเนิดในเคนยาเขตร้อนของแอฟริกาใต้ ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย  เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชียไปจนถึงแปซิฟิก เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าโล่ ตามทุ่งนาในป่าสักตามขอบป่ารองริมฝั่งแม่น้ำและริมถนนที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1300 เมตร ในประเทศไทย  พบได้ทั่วไปตามริมทางที่โล่งแจ้ง ในป่าผลัดใบ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 25-200 เมตร เป็นวัชพืชเถาเนื้ออ่อนเลื้อยพันต้นไม้อื่นและทอดเลื้อยไปตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลราว4-5 เมตร ลักษณะลำต้นกลมมีปีกสามเหลี่ยมขนาบ สีเขียวอมม่วงเรื่อๆ ใบมีหลายแบบ อาจพบเป็นรูปหัวใจแคบ หรือรูปหัวใจกว้าง หรือรูปไข่แกมใบหอก ขนาดใบกว้างประมาณ 1.5-3.ซ.ม. ยาว 6-9  ซ.ม. ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ด้านบนเรียบ ด้านล่างมีขน ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อขนาดเล็ก มีใบประดับ2ใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวเรื่อแดงรูปท้องเรือ 5 อัน ดอกสีขาว รูปกรวย ปลายแผ่ติดกัน ขนาดดอก 4-5ซ.ม. ผลรูปกลมเมื่อแก่แตกได้ ขนาด 1 ·5 ซม. มีเมล็ดสีดำเกลี้ยง 4 เมล็ด หรือน้อยกว่า
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นไม้ประดับที่มีคุณค่ายาและเป็นพืชอาหาร เป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญที่มีประวัติยาวนานของการใช้ยาในอินเดีย ใช้ในระบบอายุรเวท, สิทธาและอุนานีเพื่อการรักษา
-ใช้กิน ก้านอ่อนรสหวานกินได้ ผลกินดิบหรือคั่วเหมือนถั่ว
-ใช้เป็นยา เหง้าใช้เป็นยา ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในหลายตำรับโดยเฉพาะในอเมริกาใต้และอินเดีย มีเหง้าอยู่สองประเภท - เหง้าสีขาวนั้นมีความบริสุทธิ์อย่างอ่อนโยนในขณะที่เหง้าดำให้ผลที่รุนแรงและมักเป็นพิษ -สารสกัดจากรากได้แสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบ - สารสกัดด้วยน้ำมีประสิทธิภาพมากที่สุด-รากใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ บรรเทาอาการท้องอืดและอาการจุกเสียด รักษาบาดแผลที่ติดเชื้อ โรคโลหิตจาง โรคตับ เนื้องอกในช่องท้อง โรคเกาต์, โรคดีซ่าน,-ใบหรือลำต้นอ่อนใช้สำหรับเตรียมน้ำชาที่ดื่มบ่อยๆเพื่อใช้ในการรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะและป้องกันความเจ็บปวดในช่องท้อง
-อื่น ๆ ลำต้นใช้เป็นเชือกสำหรับผูกมัด
รู้จักอันตราย---เหง้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบสีดำเป็นยาระบายรุนแรง
ระยะออกดอก----พฤษภาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด

66 เถาสะอึก/Merremia hederacea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Merremia hederacea (Burm.f.) Hallier f.
ชื่อพ้อง  ---Has 13 synonyms
---Convolvulus acetosellifolius Desr.         
---Convolvulus chryseides (Ker Gawl.) Spreng.       
---Convolvulus dentatus Vahl       
---Convolvulus flavus Willd.         
---Convolvulus lapathifolius Spreng.         
---Basionym: Evolvulus hederaceus Burm. F.
---Ipomoea acetosellifolia (Desr.) Choisy
---Ipomoea chryseides Ker Gawl.
---Ipomoea dentata (Vahl) Roem. & Schult.           
---Ipomoea subtriflora Zoll. & Moritzi      
---Lepistemon glaber Hand.-Mazz.            
---Lepistemon muricatum Span.  ---Merremia chryseides (Ker Gawl.) Hallier f.         
---Merremia convolvulacea Dennst. Ex Hallier f.
ชื่อสามัญ---Ivy woodrose
ชื่ออื่น---เถาสะอึก(ภาคกลาง),ฉะอึก,มะอึก(นครราชสีมา) ; [THAI: thao sa uek, cha uek, ma uek.] ; [CHINESE: li lan wang]; [MALAYALAM: kudicivalli.]; [MARATHI: hemali.]; [TAMIL: Elikkatutalai.]; [VIETNAM:  Bìm vàng, Bìm hoa vàng.]
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปเอเชียและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---แอฟริกา ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก


แพร่หลายในพื้นที่เขตร้อนของแอฟริกาและเอเชียไปยังนิวกินี, ออสเตรเลียและทางตะวันตกของแปซิฟิก เกิดขึ้นตามพุ่มไม้ ในทุ่งหญ้าโล่ง และบนสันทราย ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 250 เมตร เป็นวัชพืชรุกรานในหมู่เกาะแปซิฟิกบางแห่งเช่น กวมและตาฮิติ
ไม้ ล้มลุกเนื้ออ่อนขนาดเล็กลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่นพวกหญ้าหรือไม้พุ่มยาว 1 - 2 เมตร  ใบเดี่ยว 2-4 x 1.5-3ซม.โคนใบรูปหัวใจปลายใบเรียวแหลม ขอบหยักเป็น3พู ใบสีเขียวเข้ม  มีขนที่เส้นใบ ก้านใบยาว 1-2 ซม ดอกสีเหลืองสด เป็นแบบดอกช่อ กระจุกซ้อน กลีบเลี้ยง 5กลีบกลีบดอก5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ขนาดดอก 1-2 ซ.ม.ผลแคปซูลยาว 5-7 มม. เมล็ดกลม สีน้ำตาลดำ  5 x 5 มม..
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา
-ใช้เป็นยา ใบรวมกับขมิ้น (Curcuma longa) และข้าวหัก ใช้ในการรักษารอยแตกในมือและเท้า ใช้ใบตำกับขมิ้นเป็นยาพอกแผลและฝี ใช้เป็นยาสำหรับรักษาทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน
ระยะออกดอก/ติดผล--- ตุลาคม - มกราคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

67 เถาสองสลึง/Ipomoea pileata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ipomoea pileata Roxb.
ชื่อพ้อง ---Has 2 synonyms
---Convolvulus pileatus (Roxb.) Spreng.
---Ipomoea involucrata P. Beauv.
ชื่อสามัญ ---None (Not records)
ชื่ออื่น ---เถาสองสลึง; [THAI: thao song sa hlueng,]; [JAPANESE: Tamazaki asagao.]
ชื่อวงศ์  ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์

   

แพร่กระจายในแอฟริกาเขตร้อน แอฟริกาใต้ตอนเหนือ เกาะมาสคาเรนและจากอนุทวีปอินเดีย-จีน อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นตามแนวชายป่า ทุ่งหญ้า ริมถนนและเป็นวัชพืชในแปลงเพาะปลูก
ในประเทศไทยไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ที่ระดับความสูงถึงประมาณ 500 เมตร  
ลักษณะเป็นไม้เถาล้มลุกเลื้อยพัน อายุปีเดียวหรืออาจอยู่ได้หลายปี ลำต้นมีขนปกคลุมตามลำต้นหนาแน่นเลื้อยได้ไกล1-2 เมตร ใบเดี่ยว 6-8 x 7-9 ซม..เรียงสลับรูปหัวใจ โคนใบมนปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.15-1ซม. ด้านบนผิวใบเกลี้ยง ด้านล่างใบมีขน ดอกช่อแบบช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ก้านช่อดอกมักยาวกว่าก้านใบ มีใบประดับ2ใบขนาดใหญ่เชื่อมกันเป็นรูปเรือ กลีบเลี้ยง5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นกรวย ปลายแยกเป็น5แฉกตื้น สีชมพูแกมม่วง ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม.แห้งแล้วแตก เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลดำ 3-4 มม.
การใช้ประโยชน์---ไม่มีบันทึก
ระยะออกดอกและติดผล--- พฤศจิกายน - มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

68 ลำโพงขาว/Datura metel

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Datura metel L.
ชื่อพ้อง   ---Has 24 Synonyms

Brugmansia chlorantha (Hook.) Melliss Datura laevis Schkuhr
Brugmansia waymanii Paxton Datura metel var. dentata Schltdl. & Cham.
Datura bojeri Delile Datura metel var. flaviflora (O.E.Schulz) Moldenke
Datura chlorantha Hook. Datura muricata Link
Datura cornucopia Pitcher & Manda Datura nanakii Pandeya & A.B.Bhatt
Datura dubia Bianca ex Tod. Datura nigra Hassk.
Datura fastuosa L. Datura nilhummatu Dunal
Datura fastuosa var. flaviflora O.E.Schulz Datura timoriensis Zipp. ex Span.
 ex O.C.Schmidt Datura trapezia Nees
Datura fruticosa Hornem. Datura waymanii (Paxton) Steud.
Datura humilis Desf. Stramonium fastuosum (L.) Moench
Datura hummatu var. muricata (Link) Bernh. Stramonium metel (L.) Moench
Datura hummatu var. rubra Bernh.

ชื่อสามัญ---Purple Horn-of-Plenty, Thorn Apple, Indian Thorn Apple, Hindu Datura, Apple of Peru, Datura, devil's trumpet, Devils Weed, Jimson- Weed, Moonflower  
ชื่ออื่น---มะเขือบ้า, ลำโพงดอกขาว ; [THAI: ma kheu ba, lamphong khao.]; [AFRIKAANS: Dhatura,Dhutura.]; [BAHAMAS: prickly-bur.]; [BRAZIL: Trombeteira-roxa.]; [CHINESE: Yang jin hua.]; [CUBA: clarin; clarin blanco; clarin morado.]; [DOMINICAN REPUBLIC: buenas tardes; chamico; chamisco; cornicopio; cornucopio; floribunda; guanábana cimarrona.]; [FRENCH: herbe diable; stramoine metel.]; [GERMAN: Metel- Stechapfel.][HINDI: Kala Dhutura.]; [JAPANESE: Chosen-asagau, Hime-togarasi.]; [KOREA: huindogmalpul.]; [MALAYALAM:Madanam, Karucoomatha, Kariymmatta, Omathinkai, Neelaummam, Ummam, Karummattu.];  [MYANMAR: horn of plenty; pa-daing-byu; pa-daing-khata; pa-daing-ni.]; [PORTUGUESE: burbiaca.]; [PUERTO RICO: chamisco amarillo; chamisco morado.][SANSKRIT: Dhattura, Dhatura.]; [SPANISH: burladora.]; [SWEDISH: indisk spikklubba.];[TAMIL: Karu Umathai,Karu-Oomatthai, Karoo Omatay.]
ชื่อวงศ์---SOLANACEAE    
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา    
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาปัจจุบันพบได้ในหลายพื้นที่ของโลกตั้งแต่เขตอบอุ่นไปจนถึงเขตร้อน พบตามสถานที่ทิ้งขยะ ดินทรายริมแม่น้ำ ฯลฯ ในตำแหน่งที่มีแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน ในแอฟริกาตะวันออกเกิดขึ้นในระดับความสูงตั้งแต่ 50-2200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล   
ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาคเป็นพรรณไม้กลางแจ้งพบขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม้ล้มลุกอายุ1-2ปี สูง1-2เมตร  กิ่งก้านลำต้นกลวงสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ กว้าง8-15ซม.ยาว10-20ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันหยาบๆฐานใบไม่เสมอกัน  ก้านใบยาว 6 ซม.  ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวติดกันเป็นหลอด ยาวกลีบเลี้ยงยาว 6-8 ซม. กลีบดอกชั้นเดียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบานออกเป็นรูปแตร ยาว 15 ซม. สีของดอกมีตั้งแต่สีขาวครีม สีเหลือง สีแดงและสีม่วง   ผลกลมสีเขียว ศก.3ซม. มีขนหนาคล้ายหนาม เป็นผลแห้งสีน้ำตาลแตกได้ เมล็ดเรียบสีน้ำตาลอัดแน่น ยาว 5 มม.     
การใช้ประโยชน์ ---ใช้เป็นยา  เป็นพืชยาเสพติดที่มีรสขมซึ่งช่วยบรรเทาความเจ็บปวด รักษาอาการเจ็บหน้าอกรวมถึงโรคหอบหืด, ไอ, วัณโรคและหลอดลมอักเสบ    
ความเป็นพิษ ใบ ดอก เมล็ด ราก ทุกส่วนจะพบอัลคาลอยด์ atropine, hyoscine และ hyoscyamine 0.5% อัลคาลอยด์พวกนี้มีพิษสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากมนุษย์หรือสัตว์กินเข้าไป ในบางสถานที่ห้ามมิให้ซื้อขายหรือปลูก อาการแสดงที่เกิดหลังกินแม้ในปริมาณน้อย ผิวแดง, ปวดหัว, ภาพหลอนและอาจชักหรือแม้กระทั่งอาการโคม่า
-.ใช้ปลูกประดับ ในประเทศฟิลิปปินส์สิงคโปร์และส่วนอื่น ๆ ของ Pacific มีการปลูกเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นไม้ประดับและขยายพันธุ์เมล็ด-มีสายพันธุ์ของ D. metel ที่มีลำต้นสีดำ Black daturas ( Datura metel 'Fastuosa') ที่รู้จักกันในฐานะพืชสวน  โดยปกติแล้วดอกของมันจะมีกลีบดอกสองหรือสามกลีบแต่ละกลีบมีภายนอกสีม่วงเข้มและ ภายในสีขาว สายพันธุ์สีดำอาจกลายเป็นพบเห็นได้ตามริมถนนทั่วไปเหมือนกับบรรพบุรุษดอกสีขาว D. metel ที่มีลำต้นสีดำเป็นที่รู้จักกันในชื่อต่าง ๆ เช่น 'Blackcurrant Swirl', 'Cornucopaea', 'Double Blackcurrant Swirl', 'Double Purple' และ 'Purple Hindu' และในชื่อภาษาไทย 'ลำโพงกาสลัก'
-ใช้อื่นๆ ใบไม้ให้สีย้อมผ้าสีเขียว, ใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นสารกำจัดศัตรูพืช เชื้อโรคฝ้ายและสัตว์ที่มีชีวิตในบ้านเช่นหมัดและจิ๊กเกอร์มี ประโยชน์ในการควบคุมไส้เดือนฝอยและโรครากปม สารสกัดจากรากนั้นโรยในบ้านเพื่อขับไล่งู เมล็ดผสมกับแป้งข้าวฟ่างถูกใช้เป็นเหยื่อพิษล่อหนู
ระยะออกดอกและติดผล--- มีนาคม - ธันวาคม    
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด  

69 โคกกระออม/Cardiospermum halicacabum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cardiospermum halicacabum L.
ชื่อพ้อง---Has 7 synonyms
---Cardiospermum acuminatum Miq.
---Cardiospermum corycodes Kunze
---Cardiospermum glabrum Schumach. & Thonn.
---Cardiospermum inflatum Salisb.
---Cardiospermum luridum Blume
---Cardiospermum moniliferum Schwagr. ex Steud.
---Corindum halicacabum (L.) Medik.
ชื่อสามัญ---Balloon vine , Heart pea, Love- in- a- puff, Heart seed, Heart's pea, Blister creeper, Balloonvine heartseed
ชื่ออื่น---โคกกระออม(กลาง); โพออม(ปัตตานี); ลูบลีบเครือ(เหนือ); วิวี่(ปราจีนบุรี); [THAI:  kok kra om; luupleep khruea; pho om .]; [ASSAMESE: Kapal Phuta,Kopal-phuta-bon.]; [BENGALI:  Phutka, Lataphutki, Kanphutki, Lataphatkari.]; [CHINESE: dao di ling]; [FRENCH: pois de merveille]; [KANNADA: Agniballi,Erumballi.]; [MALAYALAM: Uzhinja, Jyotishmati, Valliuzhinjai.]; [MARATHI: Shibjal,Kakumardanika,Kanphuti.]; [MALAYSIA: bintang berahi]; PHILIPPINES: kana; paria-aso];  [NEPALI: Jyotismati.]; [SPANISH: amor en bolsita]; [SANSKRIT: Indravalli,Bunu-uchchhe,Jyotishmati.]; [TAMIL: Modikkottan, Kottavan, Mudakattan.]; [TELUGU: Kasaritige,Buddakakara.].
ชื่อวงศ์---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---แพร่เป็นวัชพืชไปทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์ : ชื่อสกุล Cardiospermum คือการรวมกันของ cardio คำภาษาละตินหมายถึงหัวใจและ sperma หมายถึง เมล็ด อ้างอิงถึงรูปแบบรูปหัวใจสีขาวบนเมล็ด:  ชื่อสายพันธุ์ Halicacabum มาจากคำภาษากรีกหมายถึง "ถังเกลือ" อ้างอิงถึงผลไม้กลม


ถิ่นกำเนิดไม่แน่นอนเชื่อว่าเป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาเขตร้อน มีการแพร่กระจายไปทั่วเขตร้อนของโลก ถูกระบุเป็นพืชรุกรานในหลายประเทศ ในประเทศนิวซีแลนด์มีชื่ออยู่ในAccord Plant Pest Accordซึ่งระบุพืชศัตรูพืชที่ห้ามเผยแพร่และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ในเบอร์มิวดา ถูกระบุว่าเป็นประเภทที่ 1 พืชรุกรานโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในสหรัฐอเมริกาสี่รัฐทางใต้ได้แก่ อลาบาม่า อาร์คันซอ เซาท์แคโรไลนา และเท็กซัส  ได้วางลงในรายการวัชพืชที่เป็นพิษ
สามารถพบได้ในสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่หลากหลายรวมถึงภูมิอากาศแบบเปียกหรือตามฤดูกาล   มักพบขึ้นตามข้างทางและที่รกร้างทั่วไป ตามริมน้ำในที่ดินแห้ง แอ่งน้ำ หรือเป็นระยะ ๆ มันชอบสถานที่ที่มีแดดเช่นพื้นที่ว่างเลียบ ถนน ทุ่งหญ้าพุ่มไม้ และขอบป่าที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร ไม่สามารถเติบโตในพื้นที่ที่มีร่มเงา
ไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียว ในประเทศไทยพบแพร่กระจายไปทุกภาค ลักษณะลำต้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ลำต้นเหลี่ยมสีเขียวอ่อนใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ยาว3-7ซม. ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 1-1.5ซม.ยาว4-5ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ มีมือเกาะปลายม้วนงอ กลีบดอกสีขาว ดอกมีขนาดเล็กมาก ผลแห้งแตกได้ รูปทรงกลมแกมสามเหลี่ยมขนาด3-4.5ซม. มีเยื่อบางๆสีเขียวหุ้มมิด ลักษณะเป็นถุงลม มีสามสัน แบ่งเป็น3ช่อง เมล็ดรูปทรงกลมสีดำ มีขั้วรูปหัวใจสีขาว
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---พืชเติบโตอย่างรวดเร็ว ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วอุดมสมบูรณ์ ชอบดินชื้นและมีที่กำบังแดด
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อเป็นอาหารและยาและแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ มันถูกขายเป็นผักในตลาดท้องถิ่นในศรีลังกามีการปลูกเป็นบางครั้งสำหรับการใช้งานที่หลากหลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-ใช้กิน- ใบอ่อนกินเป็นผักได้  
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร รากเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของพืชที่ใช้สำหรับการรักษาโรค ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ขับปัสสาวะ ลดไข้ และยาถ่าย ใช้ในการรักษาโรคไขข้อโรคทางประสาทความฝืดของแขนขา น้ำคั้นใบใช้รักษาอาการปวดหู
-อื่น ๆ น้ำมันเมล็ดมีคุณสมบัติในการไล่แมลงและมีฤทธิ์ในการต่อต้านแมลง ชาวบ้านเรียกโคกกระออมว่าหญ้าแมลงหวี่ ใช้ต้นพันรอบศีรษะ กลิ่นของหญ้าชนิดนี้สามารถไล่แมลงหวี่ให้หายไปได้-ใบไม้ใช้สำหรับซักเสื้อผ้าและผม-เมล็ดใช้เป็นลูกปัดและใช้ลำต้นในการทำตะกร้า
ระยะออกดอก/-ติดผล---กรกฎาคม-สิงหาคม/สิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

70 เดือยหิน/Coix lachryma – jobi


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Coix lacryma – jobi Linn.
ชื่อพ้อง---Has 19 synonyms

Coix agrestis Lour.
Coix ovata Stokes nom. illeg.
Coix arundinacea Lam. Coix palustris Koord.
Coix chinensis Tod. Coix pendula Salisb. nom. illeg.
Coix chinensis Tod. ex Balansa nom. illeg. Coix pumila Roxb.
Coix exaltata Jacq. ex Spreng. Coix stenocarpa (Oliv.) Balansa
Coix gigantea J.Jacq. nom. illeg. Coix stigmatosa K.Koch & Bouché
Coix lacryma L. nom. illeg. Coix tubulosa Hack.
Coix ma-yuen Rom.Caill. Lithagrostis lacryma-jobi (L.) Gaertn.
Coix ouwehandii Koord. Sphaerium lacryma (L.) Kuntze nom. illeg.
Sphaerium tubulosum (Warb.) Kuntze

ชื่อสามัญ    ---Job's tears (US), Job's-tears (UK), Adlay, Adlay millet, Coixseed,  Tear grass.
ชื่ออื่น    ---เดือย, มะเดือย, ลูกเดือย,[THAILAND:  Duai, maduai.]; [ARAB: Damu Daud, Damu Ayub.]; [ASSAMESE: kauramani.]; [AYURVEDA: Gavedhukaa.];  [BENGALI:  gurgur.]; [CAMBODIA: Skuoy]; [CHINESE: Yemi ren, ye yi ren, ye yi mi, shan yi mi, Chuan gu.]; [FRENCH: Larmes- de- Job.]; GERMAN: Hiobsträne, Hiobstränengras.]; [HINDI: sankru, Gurlu.]; [INDONESIA: Hanyere, Hanjeli, Jali-jali, Jali Watu, Japen, Jhangle (Java).]; [JAPANESE: Juzudama, Hatomugi]; [KANNADA: ashru bija .]; [LAOS: Duay.]; [MALAYALAM: kattugotampu .]; [MALAYSIA:  Jelai batu, jelai pulut, menjelai.]; [MARATHI: ran jondhala.]; [PHILIPPINES: Kudlasan (Tag.), Katigbi (C. Bis.).]; [SANSKRIT: gavedhuka.]; [SIDDHA/TAMIL: Kaatu Kunthumani.]; [SPANISH:  Lagrimas de San Pedro, Lagrimas de Job.]; [TAMIL: kuratti-p-paci.]  
ชื่อวงศ์    ---POACEAE (GRAMINEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า มีอายุเพียงปีเดียว เติบโตได้ดีในดินทุกฃนิดและดินที่มีสภาพเป็นกรด เดือยหินเป็นชนิดลูกเดือยที่พบมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะบนภูเขาสูง ลำต้นไม่สูงมาก เป็นชนิดลูกเดือยที่ไม่นำมารับประทาน เนื่องจากมีแป้งน้อย เปลือก และเนื้อเมล็ดแข็งมาก ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อทำเครื่องประดับ เพราะเปลือกที่มันวาว และมีหลายสี เดือยหินจะแตกหน่อรวมกันจนเป็นกอใหญ่ ใบเรียวยาว ปลายใบแหลม ผิวใบสากมือ
ดอกไม่สมบูรณ์เพศ ออกที่ปลายยอด ผลกลมเมล็ดรูปทรงคล้ายหยดน้ำ มีเปลือกแข็ง
ใช้ประโยชน์-ใช้กิน เมล็ดสุก รสชาติอ่อนใช้ในซุป สามารถบดเป็นแป้งและใช้ทำขนมปัง ชาสามารถทำจากเมล็ดแห้ง เมล็ดหมักทำเบียร์และไวน์- เป็นธัญพืชที่มีประโยชน์มากโดยมีอัตราส่วนโปรตีนต่อคาร์โบไฮเดรตสูงกว่าธัญพืชชนิดอื่น แม้ว่าเปลือกจะแข็งทำให้การดึงแป้งค่อนข้างยาก
-ใช้เป็นยามีสรรพคุณ เมล็ด แก้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้น้ำคั่งในปอด ราก รสขื่น ชงดื่มขับพยาธิในเด็ก-ในประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้ยาต้มรากสำหรับโรคหนองใน-ในอินเดียมีการใช้รากสำหรับความผิดปกติของประจำเดือน-- ในเม็กซิโกต้มหรือแช่ใบใช้รักษาโรคเบาหวาน -ในจีนยาแผนโบราณ, ใช้สำหรับการฟื้นฟูม้าม, ท้องร่วง, อาการบวมน้ำ, โรคเหน็บชา, ไส้ติ่งอักเสบและหูด นอกจากนี้ยังใช้เป็นอาหารสำหรับคนป่วย มีการใช้เมล็ด Coix ในการเตรียมการที่ใช้ในการรักษาเนื้องอก
-อื่น ๆ ผลแห้งแช็ง ใช้ทำลูกปัด ลูกประคำและตกแต่งสำหรับผ้าม่าน, กระเป๋า, ถาด, สร้อยคอ, ฯลฯ
ระยะออกดอก --- กรกฎาคม-ตุลาคม--ติดผล --- กันยายน-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

71 โคกกระสุน/Tribulus terrestris

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tribulus terrestris L.
ชื่อพ้อง    ---Has 15 Synonyms

Hedysarum uniflorum Lapeyr. Tribulus maximus var. roseus Kuntze
Tribulus acanthococcus F.Muell. Tribulus micans Welw.
Tribulus albus Poir. Tribulus murex C.Presl
Tribulus gussonei Tod. & Pirain. ex Parl. Tribulus muricatus Stokes
Tribulus hispidus C.Presl Tribulus orientalis A.Kern.
Tribulus humifusus Schumach. & Thonn. Tribulus robustus Boiss. & Noë
Tribulus kotschyanus Boiss. Tribulus terrestris var. macrocarpus Rouy
Tribulus lanuginosus L. -

ชื่อสามัญ--- Bindii, Burra, Bullhead, Ground Bur-nut, Small Caltrops, Cat's-head, Devil's eyelashes, Devil's-thorn, Devil's-weed, Puncture vine, Tackweed.
ชื่ออื่น---หนามกระสุน(ลำปาง),โคกกระสุน(ภาคกลาง),หนามดิน(ตาก); [THAI: hnam kra soon, khok kra soon, hnam din. ka bin hnee.]; [CHINESE: Ji li, CI ji li, Bai ji li.]; [HINDI: Gokharu.].
ชื่อวงศ์---ZYGOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปยุโรป
เขตการกระจายพันธุ์---เขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก

  

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน กระจายไปทั่วโลก ในเขตอุ่น และเขตร้อน ในภาคใต้ของยูเรเซีย ,แอฟริกา ,อเมริกาเหนือ,  นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย มีอยู่ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาและในอเมริกากลางและอเมริกาใต้  เป็นสายพันธุ์แพร่กระจายที่ก้าวร้าวและแข็งแกร่ง  เป็นวัชพืชที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ขึ้นได้ดีในที่ที่เป็นดินทรายมีการระบายน้ำดี ในธรรมชาติพบตามริมทาง ที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 200 เมตร
หนามกระสุนเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นยาวประมาณ 20-60 ซม. ทอดนอนตามพื้นดิน มีขนประปรายตลอดลำต้น ใบใหญ่จะมีใบย่อย 6-8 คู่ ส่วนใบเล็กจะมีใบย่อย 4-5 คู่ ก้านใบสั้น ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองสด บานตอนเช้าเมื่อแดดจัดจะหุบ ออกตามซอกใบที่มีขนาดเล็ก 0.5-1ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง กลีบดอกบอบบางมาก มักหลุดร่วงง่าย ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อันเมื่อแห้งแล้วไม่แตก ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นใช้ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้อาการหน้ามืดเป็น ยาฝาดสมาน เมื่อมีการอักเสบในช่องปาก -สมุนไพรนี้มีการใช้ มานานหลายศตวรรษในอินเดียและยุโรปตะวันออก เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายและผู้หญิง -ใช้ในการแพทย์แผนจีนมานานกว่า 3,000 ปี มันเป็นพืชที่ใช้แบบดั้งเดิมเป็นยาชูกำลังฟื้นฟูร่างกายสำหรับการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันรักษาตับไตและหัวใจและหลอดเลือดในฐานะที่เป็นตัวต้านการอักเสบและเป็นยาโป๊ วันนี้ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มมวลกล้ามเนื้อและเพิ่มการเคลื่อนไหวของอสุจิ นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาอาการอื่น ๆ เช่นปัญหาทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต, ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์, ภาวะมีบุตรยาก, หย่อนสมรรถภาพทางเพศ-ในยุคปัจจุบันมีการทำตลาดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรที่ใช้โดยนักกีฬาและนักเพาะกายในความเชื่อที่ว่ามันสามารถเพิ่มความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายส่วนใหญ่สำหรับสร้างร่างกาย Body building (ในการศึกษาและควบคุม ไม่ได้รับการพิสูจน์ ว่าปลอดภัย)
-วนเกษตร ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินในที่แล้งหรือที่ที่เป็นดินเค็ม หรือในพื้นที่ ที่พืชชนิดอื่นไม่สามารถอยู่รอดได้
รู้จักอันตราย---ความเป็นพิษ การบริโภคต. terrestrisทำให้เกิดโรคไทรอยด์ในแกะ - สารพิษในพืชสามารถทำให้ไตและตับถูกทำลาย และมีการสะสมของ phylloerythrinในเลือด
ระยะออกดอก/ติดผล-- เมษายน- ตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด
เป็นสมุนไพรจีนดั้งเดิม

72 ผักกระเฉดโคก/Neptunia javanica

  

ชื่อวิทยาศาสตร์--Neptunia javanica Miq.
ชื่อพ้อง ---Has 5 Synonyms   
---Desmanthus acinaciformis Span.
---Neptunia acinaciformis (Span.) Miq.
---Neptunia acinaciformis Windler
---Neptunia robertsonii Raizada
---Neptunia triquetra
ชื่อสามัญ---Water mimosa, Water sensitive plant
ชื่ออื่น---กาแสดโคก(อุดรธานี),แห้วระบาด(ปราจีนบุรี) ผักกระเฉดบก, ผักกระฉูด,; [THAI: ka saet khok, haew ra baat.]; [CHINESE: Ya cai, shuǐ hehuan]; [FRENCH: neptunie potagère]; [SPANISH: carurú de agua, juqueri manso.]; [VIETNAM: Chi Rau rút, rau nhút.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-อินโดจีน อินเดีย พม่า ชวา และติมอร์


ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักจะรู้จักกันหรือเรียกกันว่าผักกระฉูด จะพบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามที่รกร้างโล่งแจ้งแห้งแล้งหรือชื้นแฉะ ที่ระดับความสูงไม่เกิน200เมตรจากระดับน้ำทะเล จัดเป็นวัชพืชที่กำจัดยาก หากให้เลื้อยคลุมพืชชนิดอื่นจะตายหมด
ลักษณะลำต้นนั้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 1 เมตร (แต่ที่พบเห็นทั่วไปลำต้นจะตั้งตรงเป็นส่วนใหญ่) ใบประกอบมี 1-3 ใบ ใบประกอบย่อย มี 7-20 คู่ รูปขอบขนาน ยาว 0.2-0.8 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม มีติ่งที่ปลาย โคนใบตัด เส้นใบไม่ชัดเจน  ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ทรงกลม ก้านช่อดอกยาว 3-7 ซม. มี 13-15 ดอก สีเหลือง ผลติดกันเป็นกระจุกเป็นฝัก แบน โค้ง ยาว 3-5 ซม.มีเมล็ด 7-11 เมล็ด เมล็ดรูปรีขนาด ยาว 3-4 มม.
ใช้ประโยชน์----ใช้กิน ยอดอ่อนของกระฉูดกินได้เหมือนผักกระเฉดน้ำ ปัจจุบันเริ่มมีผู้นิยมกินกระเฉดโคกหรือกระเฉดบกกันมากขึ้น
-อื่นๆ ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ถั่วจึงเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำลำต้นแก่

73 ชะคราม/Suaeda maritima


ชื่อวิทยาศาสตร์---Suaeda maritima (L.) Dumort.
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms
---Atriplex maritima (L.) Crantz
---Chenopodina maritima (L.) Moq.
---Chenopodium maritimum L.
---Dondia maritima (L.) Druce
---Lerchea maritima (L.) Kuntze
---Salsola maritima (L.) M.Bieb.
---Salsola maritima (L.) Poir.
---Schoberia maritima (L.) C.A.Mey.
ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Suaeda maritima (L.) Dumort
ชื่อสามัญ ---Seablite, Sea Blight, Herbaceous seepweed,  Annual seablite, White sea-blite, Seaside Indian saltwort
ชื่ออื่น ---ขะคราม,ชักคราม(ภาคกลาง),ส่าคราม(สมุทรสาคร) ; [THAI: cha khram, chak khram, saa khram.]; [DANISH: Strandgåsefod.]; [FRENCH: Suéda maritime]; [GERMAN: Strand-Sode, Strandgåsefod.]; [LATVIA: Jūrmalas sveda.]; [LITHUANIA: Pajūrinė soduotė.]; [MALTA: Swejda tal-baħar]; [SPANISH: Cañametes, Espejuelo, Sosa azuleja, Sosa blanca]; [TAMIL: nir-umari, umari-k-kirai.]; [TELUGU: ila kura, uppu aku.]
ชื่อวงศ์ ---CHENOPODIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย ยุโรป แอฟริกา อเมริกาเหนือ
เขตการกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Suaeda มาจากชื่อภาษาอาหรับโบราณ ; ชื่อสายพันธุ์ maritima คำคุณศัพท์ ภาษาละติน หมายถึง  ใกล้ทะเล
มีการกระจายไปทั่วโลก พบตามชายฝั่งทะเล ชายฝั่งยุโรปและพื้นที่น้ำเค็มในประเทศทางตอนใต้จากนอร์เวย์ไปยังเอเชียตะวันออก,อีสต์อินดีส, อเมริกาเหนือ
ในประเทศไทยพบทั่วไปตามพื้นที่ราบดินเลนเค็มจัด พบมากตามชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรสงครามถึงชลบุรี
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เมื่ออายุมากลำต้นจะมีเนื้อไม้และพัฒนาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงถึง 1เมตร ในฤดูแล้งจะเห็นเป็นหย่อมสีแดงอมม่วง ชะครามมีลักษณะลำต้นสูง1-1.5 เมตร เป็นลำต้นเดี่ยว ทรงพุ่มแผ่กระจาย แตกกิ่งต่ำใกล้พื้นดิน และมักมีรากงอกตามข้อด้านล่าง ลำต้นแก่มีผิวหยาบขรุขระ ซึ่งเกิดจากรอยแผลใบ
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเบียดกันแน่น แผ่นใบรูปแถบยาว1-5ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม แผ่นใบเรียบ ปลายใบแหลม เนื้อใบอวบน้ำ ผิวใบเป็นฝ้านวล สีเขียวสดหรือสีเขียวอมม่วง ในฤดูแล้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงอ่อนคล้ายแต้มสี ดอกแบบช่อเชิงลดไร้ก้านแยกแขนง ออกตามปลายยอด ช่อดอกยาว3-18ซม.แต่ละกระจุกมีดอกย่อย2-5ดอก ประกอบด้วยดอกย่อยขนาด0.1- 0.2 ซม. ผลแบบผลแห้งไม่แตก ขนาด 0.2-0.3 ซม.มีเมล็ดรูปไต1เมล็ด
ใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมาประกอบอาหาร มักนำใบชะครามมาลวกหรือต้มน้ำก่อน เพื่อลดความเค็มของเกลือ
-ใช้เป็นยาใช้ใบถอนพิษอาการแพ้จากยางต้นไม้ ใช้ขับปัสสาวก แก้หนองใน รักษารากผม แก้ผมพิการ
-ใช้อื่นๆ ในยุคกลางและต้นศตวรรษ ถูกเก็บเกี่ยวและเผา ขี้เถ้าถูกประมวลผลเป็นแหล่งสำหรับโซเดียมคาร์บอเนตสำหรับใช้ในการทำแก้ว
ระยะออกดอก/ติดผล ---มิถุนายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

74 ถั่วลิสงนา/Alysicarpus vaginalis

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Alysicarpus vaginalis (L.) DC
ชื่อพ้อง    ---Has 7 Synonyms
---Alysicarpus rupicola Edgew.
---Alysicarpus nummularifolius (L.) DC.
---Alysicarpus nummularifolius sensu auct.
---Alysicarpus nummularifolius (L.) DC. var. angustatus Ohwi
---Alysicarpus vaginalis (L.) DC. var. diversifolius Chun
---Hedysarum cylindricum Poiret
---Hedysarum vaginale L.
ชื่อสามัญ    ---Alyce clover, Buffalo clover, Buffalo-bur, One-leaf clover, White moneywort.
ชื่ออื่น    ---หญ้าปล้องหวาย, หญ้าเกล็ดหอยใหญ่, ถั่วลิสงนา,  thua lisongna [THA: yaa plong wai,yaa klet hoy yai, thua li song na.I]; [BAHAMAS: false moneywort.]; [FRENCH: Alysicarpus.]; [CHINESE: lian jia dou.]; [CUBA: maní cimarrón.]; [INDONESIA: brobos, tebalan, gudé oyod (Javanese).]; [ITALIAN: trifoglio d'Alice.]; [MALAYSIA: akar seleguri.]; [MYANMARr: than-ma-naing-kyauk-ma-naing.]; [PHILIPPINES: banig-usa.(Tagalog)]; [SPANISH: Trebol alicia.]; [PUERTO RICO: yerba de contrabando.]; [VIETNAM: cây me dât, cây the the.]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา, เอเชีย, และออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่า ลาว ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดเนียเซีย อินเดีย จีนตอนใต้ ออสเตรเลีย ประเทศในทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลนั้นมาจากคำว่า 'hylysis' ในภาษากรีกซึ่งแปลว่าโซ่และ 'carpos' หมายถึงผลไม้โดยอ้างอิงกับส่วนต่างๆของฝัก


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา, เอเชีย, มาเล่เซีย, และออสเตรเลีย และแพร่หลายไปยัง แพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเขตร้อนทั่วโลก ในอเมริกาใต้, หมู่เกาะอินเดียตะวันตกและสหรัฐอเมริกาพบในธรรมชาติตามทางลาด ริมถนน หาดทราย ทุ่งหญ้า สวนสาธาณะ เป็นวัชพืชในสนามหญ้า ที่ระดับความสูง 0-1,380 เมตร พบทั้งในธรรมชาติและเพาะปลูก
ในประเทศไทยพบได้ทุกภาคชองประเทศ ถั่วลิสงนาเป็นพืชตระกูลถั่ว ชอบขึ้นในสภาพไร่ ข้อเสียก็คือเป็นวัชพืชที่แพร่ระบาดรุนแรงชนิดหนึ่ง พบระบาดในนาข้าวและแปลงไร่ต่างๆ เนื่องจาก เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมได้ดี ผลิตเมล็ดได้จำนวนมาก อีกทั้งเมล็ดมีความคงทน แม้ในสภาพน้ำท่วมนาน มีอัตราการงอกสูง ทำให้แพร่ระบาดทำลายพืชผลได้กว้าง นอกจากนั้น ยังทนต่อการกำจัดด้วยสารเคมีหลายชนิด การเจริญเติบโตไม่เลือกชนิดและสภาพของดิน
บทสรุปของการบุกรุก---เป็นวัชพืชที่แพร่หลายและถูกระบุว่าเป็น 'วัชพืชที่สำคัญ' (ภัยคุกคามที่มีความสำคัญต่อพืช)-ในประเทศไทยระบุว่าเป็น 'วัชพืชที่พบได้ทั่วไป' (แพร่หลายมากและต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ภัยคุกคามพืชที่ร้ายแรง)
ลักษณะของถั่วลิสงนาลำต้นมีขนสั้นๆปกคลุมเลื้อยแผ่ตามผิวดินยาว 30 – 100 ซม. ใบรูปไข่ มีความยาวประมาณ 3-10 มม.แตกออก ด้านตรงกันข้าม  มีก้านใบ ยาวประมาณ 1-5 มม. ดอกสีม่วงแดงออกเป็นช่อกระจะตามปลายยอด ช่อดอกยาวถึง 13 ซม. มีดอกย่อย 4-12 ดอก ขนาดดอก 6 มม. ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกมีรอยต่อยาว1.2-2.5 ซม.ผลแก่สีน้ำตาลดำ มีเมล็ด5-7เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่ยาว  1.5-1.7 มม ผิวเรียบเป็นมัน
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ตำแหน่งร่มเงาปานกลางเติบโตใต้ร่มไม้อื่นดีกว่าในที่โล่ง ขึ้นได้ในดินหลากหลายประเภทตั้งแต่ทราย อัลคาไลน์ไปจนถึงดินเหนียว ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 6.5 ซึ่งทนได้ 4.5 - 8.5
ใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา
-ใช้เป็นยา ใช้ในยาอายุรเวท ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในการแพทย์พื้นบ้านมีรายงานว่ามีการใช้ยาต้มราก รักษาอาการไอ ในชวา, ในขณะที่ในเวียดนามมีการใช้เมล็ดผงบดเพื่อต่อต้านโรคบิดและลำไส้ใหญ่ ในประเทศจีนมีการใช้ยาทั้งต้นในการรักษาบาดแผล และกระดูกหัก
-อื่นๆใช้สำหรับปรับปรุงทุ่งหญ้า ทำเป็นหญ้าแห้งหรือ ปลูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มก็ได้ เนื่องจากรากถั่วลิสงนาสามารถสร้างปมราก ซึ่งไปจับไนโตรเจนในอากาศเพื่อช่วยบำรุงดินได้- ในประเทศอินเดีย มีการใช้สายพันธุ์นี้ทั้งในรูปแบบของหญ้าแห้งและหญ้าสด ในฟลอริด้าสำหรับการเลี้ยงสัตว์และในประเทศฟิลิปปินส์นั้นได้รับการอธิบายว่าเป็นพืชอาหารสัตว์ที่ดีที่สุด ( Duke, 1981 ) มันถูกใช้เป็นพืชคลุมดินในปาปัวนิวกีนีและในสวนยางพาราในชวาและยังเป็นพืชแห้งในประเทศสหรัฐอเมริกา
ระยะออกดอก/ติดผล ---กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด 

75 บานไม่รู้โรยป่า/Gomphrena celossioides


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Gomphrena celossioides Mart.
ชื่อพ้อง ---Has 10 Synonyms   
---Gomphrena alba Peter
---Gomphrena celosioides var. aureiflora Stuchlík
---Gomphrena celosioides f. aureiflora (Stuchlík) Pedersen
---Gomphrena celosioides f. grandifolia Stuchlík
---Gomphrena celosioides f. suberecta Stuchlík
---Gomphrena decumbens var. albiflora Stuchlík
---Gomphrena decumbens var. aureiflora Stuchlík
---Gomphrena hygrophila var. subecristata Herzog
---Gomphrena lutea Rusby
---Xeraea celosioides (Mart.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Wild globe everlasting,Gomphrena weed, Prostrate Globe-amaranth, Batchelor's button, Ant seed, Water globehead, Khaki weed , Soft khaki weed.
ชื่ออื่น---บานไม่รู้โรยป่า(ภาคกลาง) ; [THAI: ban mai ru roi pa (Central).]; [AFRIKAANS: Lebolomo la naga.]; [AUSTRALIA: Soft khakiweed.]; [CHINESE: Ji guan qian ri hong, Yin hua xian.]; [GERMAN: niederliegender, Kugelamarant.]; [JAPANESE: sennichinogeitô.];  [MALAYALAM: Nirvadamalli, Neervadamalli.];[NEPALI: tuligaro.]; [PHILIPPINES: Botonsilyong-gapang.(Tag.)];
ชื่อวงศ์ ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล'gomphos' = club ; ชื่อสายพันธุ์ 'celosioides' = คล้าย Celosia

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ (อาร์เจนติน่า โบลิเวีย เวเนซุเอลา บราซิล ปรากวัย อุรุกวัย เอกวาดอร์และเปรู )แพร่หลายไปทั่วประเทศในเขตร้อนรวมถึงทวีปแอฟริกาในพื้นที่ ที่ถูกรบกวน ถนนสนามหญ้า พื้นที่เพาะปลูก ที่ระดับความสูง 400-1600 เมตร
บานไม่รู้โรยป่า เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี  มักพบแพร่กระจายพันธุ์ขึ้นเป็นวัชพืชในพื้นที่เปิดโล่งมีแดดส่องถึง ตามที่รกร้างริมทาง ลำต้นทอดเลื้อย 7-30ซม. แตกกิ่งก้านมาก ใบ 2-4 x 1 ซม. ออกตรงข้ามรูปรีถึงรูปขอบขนาน ไม่มีก้านใบ ขอบใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งลำต้นและใบ ดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กซ้อนกันสีขาวขุ่น เมล็ดที่ถูกบีบอัดรูปไข่สีน้ำตาล  1.5 มม.
ใช้ประโยชน์--พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยา
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ใช้ทั้งหมดทุกส่วน สรรพคุณอย่างย่อ ต้นใช้แก้กามโรค หนองใน ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ระดูขาว ใบต้มน้ำผสมสมุนไพรอื่นดื่มแก้เบาหวาน รากแก้โรคทางเดินปัสสาสวะอักเสบ ขับนิ่ว-ในอเมริกาใต้มีการใช้ประโยชน์จากพืชในการทำแท้ง ยาต้มของพืชทั้งหมดพร้อมกับ G. globosa นำไปใช้กับบาดแผลเรื้อรัง -ในแอฟริกาใช้สำหรับรักษาโรคดีซ่านและมาลาเรีย ใน โตโก แอฟริกาตะวันตกใช้สำหรับรักษาโรคตับ -ในแอฟริกาใต้ราก ใช้เป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมในการรักษาโรคเบาหวาน ใบใช้รักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์-- ทางตอนใต้ของประเทศไนจีเรียใช้สำหรับรักษาโรคผิวหนังจากการติดเชื้อหนอนและโรคติดเชื้อ--ในตรินิแดดและTobago ใช้ในการรักษาโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงปัญหาไตและเป็นยาบำรุงหัวใจ
รู้จักอันตราย---G. celosioides สามารถเป็นพิษต่อม้าได้หากกินเข้าไปเป็นเวลานาน ทุกส่วนของพืชมีซาโปนินสเตียรอยด์และแอลกอฮอล์ G. celosioidesเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคชายฝั่งในม้าในออสเตรเลีย See more at: http://www.horsedvm.com/poisonous/gomphrena-weed/
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

76 ฉัตรพระอินทร์/Leonotis nepetifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Leonotis nepetifolia (L.) R.Br.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Leonurus globosus Moench
---Leonurus nepetifolius (L.) Mill.
---Phlomis nepetifolia L.
ชื่อสามัญ---Lion ‘s ear, Lion's Tail, Hallow stalk, Klip dagga, Christmas candlestick, Bald bush, Bald head, Bird honey, Bird-head, Wild dagga
ชื่ออื่น---ฉัตรพระอินทร์(ภาคกลาง), เสกกษัตริย์, นางอั้วโคก, จ่อฟ้า, เทียนป่า, หญ้าเหลี่ยม ; [THAI: Chat phra-in.]; [ASSAMESE: jathi tuloshi.]; [AYURVEDA: Granthiparni.]; [BENGALI: bhutabhairab, granthika, khejurachari, madhucusi.]; [CHINESE: zungzu]; [FRENCH: grasse mulatre, gros bouton.]; [HINDI: bara guma, deepa shoole, Hejurchei.]; [KANNADA: deepa shoole, deva tumbe, kaadu tumbe gida.]; [MARATHI: dipamaal, maati sul.]; [NEPALI: udushmara.]; [PORTUGUESE: Cauda-de-Leão, Coração-de-Frade, Cordão-de-Frade, Cordão-de-São-Francisco, Rubim-de-Bola , São Francisco.]; [SOUTH AFRICA:  ihambambeba, kambanje, mudyatsonzo.]; [SANSKRIT: granthiparni.]; [SPANISH: botón de cadete, cebadilla, cevadille.]; [SWEDISH: Sommarlejonöra.]; [TAMIL: ranaperi.].
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา  อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา ตอนใต้ของอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นพืชพื้นเมืองในเขตร้อนของทวีปแอฟริกาและอินเดียตอนใต้ แพร่หลายจากเซเนกัล ไปยัง เอริเทรียและเอธิโอเปียทางใต้สู่แอฟริกา มาดากัสการ์ มอริเชียสและอนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, หมู่เกาะแปซิฟิก, ออสเตรเลีย, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, สหรัฐอเมริกาตอนใต้, เม็กซิโกและหมู่เกาะแคริบเบียนมักพบเป็นวัชพืช เกิดขึ้นตามริมถนนและในพื้นที่เพาะปลูก ที่ว่างร้างริมทางทั่วไป ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 เมตร
เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ลักษณะลำต้นสีเขียวสูงประมาณ 1-2.5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมร่องลึก มีขนละเอียดจำนวนมาก ใบ ยาว 4.5-20 ซม. และกว้าง 2-15 ซม.มีสีเขียวเข้ม ก้านใบยาว ใบเดี่ยวออกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกมีสีส้มสด เป็นกระจุกกลมหนายาว 5-6 ซม มีดอกย่อยจำนวนมากติดกันอยู่รอบ ๆ ลำต้น เป็นช่อแบบผสม เรียงตัวกันแน่นและมีใบแซมอยู่รอบ ๆ คล้ายฉัตร  ผลแต่ละชิ้นเป็น 'แคปซูล' สี่แฉก ที่แยกออกเป็นสี่ 'เมล็ด' เมื่อสุก 'เมล็ด' เหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ยาว 2.5-4.3 มม. และกว้าง 1-1.9 มม.
การใช้ประโยชน์ --- พืชมักถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค  ได้รับการปลูก เป็นพืชสมุนไพรในอินเดีย มาเลเซีย บนแอนทิลลิส ในบราซิลและแอฟริกา และปลูกทั่วไปเป็นไม้ประดับ
-ใช้กิน ดอกใช้ชงเป็นชาดื่ม
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นทั้งยาบำรุงและยาระบาย แก้ปวดตามกระดูกและข้อ แก้ปวดประจำเดือนใบใช้เป็นยาระบาย แก้ซาง แก้ไข้จับสั่น- ขี้เถ้าจากดอกบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลที่เกิดจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก -ในรวันดาใบของพืชชนิดนี้ใช้รักษาโรคปอดบวมโรคระบาดและโรคซิฟิลิสแก้คันจากกลากเกลื้อน -ในกานาใช้ใบไม้แห้งที่มีคุณสมบัติทางจิตประสาทและใช้เป็นสารทดแทนทางกฎหมายสำหรับกัญชา-ถูกใช้โดยชนเผ่าและประเพณีคติชนในอินเดีย ชาวซูลูใช้ ราก ส่วนผสมของพืชโรยรอบ ๆ บ้านเพื่อไม่ให้งูเข้า ชาวซูลูและชาวโซซาใช้ใบเป็นยาพอกสำหรับงูกัด พวกเขายังใช้เปลือกของรากใช้ภายในเมื่องูกัด-ใช้ในยาแผนโบราณของแอฟริกามานานเพื่อรักษาอาการไข้ปวดหัว มาลาเรีย บิดและงูกัด-เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการต้านเชื้อแบคทีเรียและลดความดันโลหิตสูง
-อื่นๆ เมล็ดอุดมไปด้วยน้ำมันไขมันที่คล้ายน้ำมันมะกอก, ดอกไม้ผลิตน้ำหวานซึ่งดึงดูดนก ผึ้งและผีเสื้อ
ระยะออกดอกติดผล---ธันวาคม-กรกฎาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด    

77 ครอบจักรวาล/Abution indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Abution indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้อง---Has 26 Synonyms
---Sida indica L.
ชื่อสามัญ ---Chinese Bell Flower, Indian Mallow, Moon Flower, Country Mallow,
ชื่ออื่น---มะก่องข้าว(เหนือ), ตอบแตบ(ราชบุรี), ปอบแปบ, โผงผาง(นครราชสีมา), ครอบฟันสี(กลาง); [THAI: ma kong khaao; tob-tab; pob-pab; phong phaang; khrop fan see.]; [ASSAMESE: Japapetari,Jopa bondha.]; [CAMBODIA: dok toc lai.]; [CHINESE: mo pan cao.]; [FRENCH: fausse guimauve; gimauve.]; [GERMAN: Indische Schoenmalve.]; [HINDI: Kanghi.]; [HONG KONG: Tung k’uei tzu.]; [INDONESIA: belangan sumpa, cemplok, kecil.]; [ITALIAN: fiore di dodici ore.]; [KANNADA: Shrimudri, Gidutingi,Hettukisu, Tutti, Hetutti, Urki.]; [LAOS: houk phao ton.]; [MALAYALAM: Velluram.]; [MALAYSIA: bunga kisar; kembang lohor, kambang lobo, kambong lubok.]; [MARATHI: Petari.]; [PHILIPPINES: dalupang; tabing, giling-gilingan.]; [PUERTO RICO: buenas tardes.]; [SANSKRIT: Atibala.]; [SPANISH: Malva amarilla.]; [TAMIL: Ottututti,Tuttikkirai,Thuthi,Kakkati,Paniyaratutti.]; [VIETNAM: coosi xay; dawfng xay]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด----ทวีปแอฟริกา เอเชีย และออสตราเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---ทวีปแอฟริกาและ ทวีปเอเชีย เช่น ประเทศศรีลังกา อินเดีย ไทย เวียดนาม ลาว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสามัญสำหรับAbutilon indicumที่ใช้มากที่สุดคือ Country mallow และสำหรับอินเดีย Kanghi (ฮินดี) และ Atibala (สันสกฤต) สายพันธุ์นี้อาจมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียอย่างแท้จริง ( PROTA, 2015 )ดังนั้นชื่ออื่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Indian mallow หรือ Indian abutilon.
การกระจายจากอินเดียและศรีลังกาผ่านพม่าและไทยไปยังภาคใต้ของจีนและเวียดนาม ในเขตร้อนของแอฟริกา (จากกานาถึงแองโกลา, ควาซูลู - นาตาลและมาดากัสการ์) และบางทีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (จีนตอนใต้, ไต้หวัน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ปาปัวนิวกินี) พบในที่โล่ง ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ริมถนน พุ่มไม้ต่ำ ซาวันนา ทะเลสาบ ชายหาดทราย จากระดับน้ำทะเลไปจนถึงระดับความสูง 1600 เมตร
ในประเทศไทยพบมากทางภาคกลางและภาคตะวันออก เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ต้นสูง 0.5-2.5 เมตร มีขนสีขาว นวลปกคลุม ก้านใบยาว 2-4 ซม.ใบรูปหัวใจค่อนข้างกลมขนาด 3-9 × 2.5-7 ซม. ค่อนข้างหนามีขนสีเทาหนาแน่น ขอบใบหยักไม่สม่ำเสมอ ปลายยอดแผลม  ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบขนาด 2-3 ซม. สีเหลือง ผลรูปทรงกลมเป็นกลีบๆ ขนาด1.5ซม.
การใช้ประโยชน์--- ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในพฤกษศาสตร์พื้นบ้านมานานหลายศตวรรษ บางครั้งพืชถูกรวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารยาและแหล่งของเส้นใยใย
-ใช้กิน เมล็ดคั่วกินได้
-ใช้เป็นยา เป็นสมุนไพรที่ใช้ทั้งต้นบำรุงเลือด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร ปัสสาวะขุ่นขัดเจ็บ หูอื้อ หูหนวก คางทูม ราก แก้ไอแก้ไข้ ฟอกเลือด หูอื้อ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง เมล็ดเป็นยาระบาย รักษาริดสีดวงทวารใบตำพอกบ่มฝีให้สุกและแตกเร็วขึ้น แก้ปวดฟันและเหงือกอักเสบ เมล็ดใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว-ในอายุรเวทและ Unaniใช้เป็นยาสำหรับอาการไอ A. indicum เป็นหนึ่งในแหล่งที่มาของยา“ Bala” ที่ขายในตลาดในอินเดียและใช้ในระบบอายุรเวทของยาเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ-ในยา Siddha เปลือกไม้, ราก, ใบ, ดอกไม้และเมล็ดใช้สำหรับการรักษาโรคโดยชาวทมิฬ ใบใช้รักษาโรคต่าง ๆ ดอกไม้ที่ใช้แบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มน้ำอสุจิในผู้ชาย-การแพทย์แผนจีนใช้ในการรักษาอาการหูหนวก หูอื้อ ปวดหูและโรคหวัดมีไข้สูง คางทูม ลมพิษ, วัณโรคปอด,ไส้เลื่อน
-ใช้ปลูกประดับมีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ  แต่ควรระมัดระวังจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรุกรานของสายพันธุ์
-ใช้อื่นๆ เส้นใยสีขาวที่แข็งแกร่งได้จากเปลือกไม้ ใช้ทำเชือก เส้นใบจากต้นที่อ่อนกว่าใช้ทอผ้า
ระยะออกดอกผล---กันยายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด
***หมายเหตุ : จากข้อมูลทั่วไปแล้ว Abutilon indicum (L.) Sweet คือชื่อวิทยาศาสตร์ของต้น “ครอบฟันสี” แต่ในหนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย จะแยกต้นครอบฟันสี ต้นครอบตลับ และต้นครอบจักวาลออกจากกัน โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
---ครอบตลับ Abutilon indicum (L.) Sweet
---ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย) Abutilon sinense Oliv.
---ครอบจักรวาล หรือ ครอบจักรวาฬ (ก่องข้าวหลวง) Abutilon persicum (Burm.f.) Merr. (ชื่อพ้อง--- Abutilon polyandrum (Roxb.) Wight & Arn.)
(จากเว็บไซต์ เมดไทย)
ร้อยอธิบายไม่เท่า1ตาเห็น ไปดูรูปเลย

ครอบตลับ /Abutilon indicum (L.) Sweet

ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้อง---Sida indica L.
ชื่อสามัญ---Moon flower, Country mellow, Country Mallow, Indian Abutilon.
ชื่ออื่น---ครอบตลับ ปอบแปบ ตอบแตบ มะก่องข้าว
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อาฟกานิสถาน ภูฏาน จีน อินเดีย อิสราเอล จอร์แดน มาเลเซีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย มาดาดัสการ์ มอริเชียส ออสเตรเลีย
ลักษณะใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนดอกเป็นสีเหลือง
ระยะออกดอกผล---กันยายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

79 ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย)/ Abutilon sinense Oliv.

ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon sinense Oliv.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms
---Abutilon sinense var. edentatum K.M.Feng
---Abutilon sinense var. sinense
ชื่อสามัญ---None (Not records)
ชื่ออื่น---ก่องข้าวดอย ก่องข้าวเชียงดาว; [THAI:  kong khaao doi,  kong khaao doi chiang dao.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนกลางและตอนใต้ ไทย
ชนิดนี้บริเวณกิ่งและลำต้นจะมีสีเพียงเล็กน้อย ใบเป็นรูปไข่ค่อนข้างกลม ส่วนดอกมีสีส้มหรือสีแสด ซึ่งต่างจากครอบตลับที่มีดอกสีเหลือง

80 ครอบจักรวาล (ก่องข้าวหลวง) / Abutilon persicum


ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon persicum (Burm. f.) Merr.
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Abutilon oxyphyllum C.Presl
---Abutilon polyandrum (Roxb.) Wight & Arn. ex Wight
---Sida australis Hort.Berol. ex C.Presl
---Sida macrophylla Wall.
---Sida oxyphylla Wall.
---Sida persica Burm. f. Sida polyandra Roxb.
---Sida polyandra Roxb.
---Sida wallichii Steud.
ชื่อสามัญ---Persian Mallow, Maddam, Madan-mast
ชื่ออื่น---ก่องข้าวหลวง(เหนือ), ก่องข้าวต้น(เชียงใหม่), ครอบ(กลาง); [THAI: kong khaao hloung, kong khaao ton, krop.]; [KANNADA: Bettabendu Gida,Bettadabende gida.]; [MALAYALAM: Thuththi,Thutthi,Persian Mallow.]; [MARATHI:  Madam.]; [SANSKRIT: Atibala.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูฏาน อินเดีย จีน อินโดจีน มาเลเซีย
 มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า อินโด - มาเลเชียและจีน มีการอ้างอิงบางอย่างชี้ให้เห็นว่ามันมีอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ (แอฟริกา ภูฏานและจีน) พบใน ป่าผลัดใบชื้นและกึ่งป่าดิบชื้น
ลักษณะใบจะคล้ายกับครอบตลับแต่ใบจะใหญ่และบางกว่า ดอกสีเหลืองสูงประมาณ 1-3 เมตร ลักษณะใบจะคล้ายกับครอบตลับแต่ใบจะใหญ่และบางกว่า ดอกสีเหลือง กว้าง 3.5-4.5 ซม.ผลแห้ง แตกได้ มีขน แบ่งเป็น 12-18 ครีบ
ใช้ประโยชน์----ใช้เป็นยา ตำรายาไทยใช้ เช่นเดียวกับมะก่องข้าว คือ ต้น บำรุงโลหิต ขับลม ช่วยย่อย และเจริญอาหาร ราก แก้โรคเกี่ยวกับลมและดี บำรุงธาตุ แก้มุตกิต (อาการปัสสาวะขุ่น เสียวมดลูก ตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาว ปวดชายกระเบนเหน็บ) แก้ไอ แก้ไข้ ผอมเหลือง บำรุงกำลัง ใบหรือทั้งต้น ต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤศจิกายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

81 เล็บเหยี่ยว/Ziziphus oenoplia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ziziphus oenoplia (L.) Mill.
ชื่อพ้อง---Has Synonyms
Basionym: Rhamnus oenopolia L.
ชื่อสามัญ---Jackal Jujube, Small-fruited Jujube, Wild Jujube
ชื่ออื่น---เล็บเหยี่ยว,พุทราขอ,เล็ดเยี่ยว(ภาคกลาง),ตาฉู่แม,ไลชูมี(กระเหรี่ยง เชียงใหม่),มะตันขอ,หนามเล็บเหยี่ยว, หมากหนาม(ภาคเหนือ),ยับยิ้ว(ภาคใต้),ลั่งคัน(สุราษฎร์ธานี,ระนอง),แสงคำ(นครศรีธรรมราช); [THAI: leb yaew, pood za kho, ta choo mae, ma tan kho, hnam leb yaew.]; [AYURVEDA: Laghu-badara, Shrgaala-badari.]; [BENGALI: Siakul.]; [CHINESE:  Xiao guo zao.]; [FRENCH : Jujubier à petits fruits.]; [ HINDI: Makkay, Makai, Makoh.]; [KANNADA: Barige, Karisurimullu, Harasurali, Pargi.]; [MALAYALAM: Cheruthudali, Kottaipazham, Cheriyalantha, Kothavalli.]; [MALAY : Bidara letek (Indonesia).]; [MARATHI: Burgi.]; [NEPALI: aule bayar, boksi bayar.]; [SANSKRIT: Karkandhauh.]; [SIDDHA/TAMIL: Soorai.]; [SRI LANKA: Heen eraminiya.]; [TAMIL: Chooraimullu, Kottei, Surai Ilantai, Churai Mullu, Surai mullu.]; [TELUGU: Paraki,Paringi.]; [VIETNAM: Cây Táo Dại.]   
ชื่อวงศ์---RHAMNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---จีน (S-Yunnan, Guangxi), อินเดีย, เนปาล, พม่า, ศรีลังกา, ลาว, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, นิวกินี, ชวา,ออสเตรเลีย (ดินแดนทางเหนือ, รัฐควีนส์แลนด์)คาบสมุทรมาเลเซียรวม สิงคโปร์,อันดามัน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Ziziphus-ชื่อกรีกโบราณที่มาจากคำภาษาเปอร์เซีย  zizafun
กระจายจากอนุทวีปอินเดียไปทางใต้ของประเทศจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงทางเหนือของประเทศออสเตรเลียพบทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,600 เมตร
เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามงองุ้มแหลมตามกิ่งสูง 0.5-2 เมตร ใบเดี่ยวกลมรีคล้ายใบพุทรา ขนาด 4-6.5 x 2-3 ซม.เรียงสลับ ข่อดอกออกที่ซอกใบ ก้านดอกยาว มี 6-20 ดอก ขนาดดอก 3 มม.ดอกสีเหลืองแกมเขียว มีผลออกตามกิ่ง กลม เล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ5-10,มม. ผลดิบสีเขียว ผลห่ามสีน้ำตาล ผลสุกสีดำ ผลมีเนื้อติดกับเปลือก ด้านในเป็นเมล็ด หนึ่งลูกจะมี1-2 เมล็ด สีดำมันวาว ขนาดความยาวประมาณ 5 - 7 มม. และกว้าง 5 - 6 มม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดจัด
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บจากป่าใช้เป็นอาหารยา และแหล่งวัสดุ ผลไม้บางครั้งวางขายในตลาดท้องถิ่น พืชบางครั้งปลูกเป็นต้นไม้ป้องกันความเสี่ยง
-ใช้กิน ผลไม้ - ดิบหรือสุก นิยมกินทั้งเนื้อทั้งเมล็ด รสหวานอมเปรี้ยว แต่บางต้นก็หวานอร่อย
-ใช้เป็นยา เปลือกผลไม้ใบและลำต้นของพืชมีการใช้อย่างกว้างขวางในพื้นที่ชนบทสำหรับกระเพาะอาหาร, ความดันโลหิตตก, ยาขับปัสสาวะ , การรักษาบาดแผล, ต้านเชื้อแบคทีเรีย , ต้านการอักเสบและยาแก้ปวด -มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร  ลูกสุกกินสด แก้เสมหะ แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ รากมีรสฝาดสมานแผล ฆ่าพยาธิ เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร รักษาบาดแผลและยาฆ่าเชื้อ  -ในพม่าลำต้น เปลือกใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากสำหรับอาการเจ็บคอ สำหรับโรคบิดและการอักเสบของมดลูก
-อื่น ๆ เปลือกไม้เป็นแหล่งของแทนนิน เมล็ดใช้สำหรับทำลูกประคำ กิ่งไม้ใช้ทำรั้ว
ระยะออกดอก/ติดผล ---มีนาคม-พฤษภาคม/มิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เพาะเมล็ด

82 หนามวัวซัง/Capparis sepiaria

ชื่อวิทยาศาสตร์---Capparis sepiaria L.
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms
---Capparis affinis Merr.
---Capparis emarginata C.Presl
---Capparis flexicaulis Hance
---Capparis glauca Wall. ex Hook.f. & Thomson
---Capparis incanescens DC.
---Capparis retusella Thwaites
---Capparis trichopetala Valeton
---Capparis umbellata R.Br. ex DC
ชื่อสามัญ---Wild Orange, Bumble, Hedge Caper,  Hedge caper-bush, Wild Caper- Bush, Indian Caper
ชื่ออื่น---หนามวัวซัง, วัวซัง, หางนกกี้(เลย); ผีไหว้ดาด(สงขลา); หนามเกี่ยวไก่(กลาง) ; [THAI: hnam wua zung, wua zung, haang nok kee, phi hwai khat.];  [AFRIKAANS: Chikatabvuwa (Shona).]; [AUSTRALIA: Wild Orange; Bumble]; [AYURVEDA: Himsra.]; [BENGALI: Kaliakara.]; [CHINESE: Gong xu hua, Qu zhi chui guo teng, Qing pi ci.]; [FRENCH:  câprier, câpres, fabagelle, tapana.]; [GERMAN: kapper, Kapernstrauch.]; [HINDI: Kanthari, Heens, Kantari.]; [PHILIPPINES: Tarabtab (Tag.).]; [KANNADA: Kadukattari.]; [MALAYALAM: Kaakkaththonbhi,Kakkathondi.]; [MARATHI: Maastodi, Kantara.]; [NEPALESE: Junge laharo.]; [PORTUGUESE: alcaparra.]; [SANSKRIT: Grdhranakhi, Kantari.]; [SPANISH: alcaparro,caparra.]; [TAMIL: Kaatukathiri, Karunchurai, Thoratti, Kattu-k-kattari, Kattukkathiri.]; [SWEDISH: kapris.]; [TELUGU:  Nalla Uppi, Nallapuyyi.]; [VIETNAM: Cáp hoa lông, Cáp hàng rào.]
ชื่อวงศ์---CAPPARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกา


แพร่กระจายในดินแดนแห้งแล้งของแอฟริกา ตั้งแต่เซเนกัลถึงโซมาเลียทางใต้ถึงแอฟริกา ผ่านเอเชียเขตร้อนจากอินเดียไปยังฟิลิปปินส์ นิวกินี, ออสเตรเลีย พบเกิดขึ้นทั่วไปตามป่าละเมาะและภูเขาหินปูน ที่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 700 เมตร ในประเทศไทยพบทุกภาค                                                                                                                   ไม้ พุ่มสูง 2-4 เมตร รอเลื้อย ตามลำต้นมีหนามยาวแหลมโค้งกลับ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนและปลายใบมน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกสีขาวออกเป็นช่อแบบกึ่งช่อซี่ร่ม ออกที่ปลายยอดและซอกใบดอกย่อยมี 9-17 ดอก กลีบเลี้ยง 4 กลีบเรียงเป็น2ชั้น กลีบดอก 4กลีบรูปขอบขนานสีขาว หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลสดทรงกลม ขนาด  1.5 ซม.ผิวขรุขระสีเขียว เมื่อแก่สีม่วงดำ เมล็ดมี 1-2 เมล็ดสีน้ำตาลดำ ขนาด 6มม.
ใช้ประโยชน์--- ในท้องถิ่นพืชเป็นแหล่งอาหาร ยาและเชื้อเพลิง บางครั้งมีการเพาะปลูกสำหรับใบกินได้และขายในตลาดท้องถิ่นในเขตร้อนของแอฟริกา
-ใช้กิน ใบปรุงสุก ผลอ่อน เพิ่มในซุป ใช้ในเวลาที่ขาดแคลนเท่านั้น ผลดิบรสขมกินได้ ใบและดอกไม้ถูกนำมาใช้ในการเตรียมซอส ในมาดากัสการ์ผลไม้และเมล็ดจะถูกกินและใช้เป็นเครื่องปรุง ดอกตูมหมักในน้ำส้มสายชูหรือดองในเกลือเม็ด
-ใช้เป็นยาส่วนที่ใช้ เปลือก ลำต้น ราก ใบ มีสรรพตุณทางสมุนไพร ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับน้ำเหลืองเสีย ราก  แก้ร้อนใน  กระหายน้ำ  แก้ไข้ ดับพิษร้อน ยาพื้นบ้านใช้ลำต้นผสมลำต้นหรือรากลำเจียกและเปลือกต้นชะเอมไทย ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน เปลือกและรากใช้สำหรับทำแผล ในแทนซาเนีย รากบดเป็นผง นำมาทำเป็นโจ๊กหรือเป็นชาเพื่อรักษาโรคแอนแทรกซ์และมะเร็ง เปลือกต้นใช้แก้ไข้และปวดท้อง-ในประเทศฟิลิปปินส์พืชมีคุณสมบัติต้านไข้และผลิตยาบำรุง-ในอายุรเวทรู้จักกันในชื่อ 'Himsra'
-ใช้อื่นๆ กิ่งก้านที่แห้งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในเขตร้อนของแอฟริการากแห้งบางครั้งขายในตลาดท้องถิ่นใช้เป็นเชื้อเพลิง
รู้จักอันตราย---พืชถือเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง
ออกดอก/ติดผล ---ธันวาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

83 หนามพุงดอ/Actegeton sarmentosa


84 ปอลมปม/Thespesia lampas

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Thespesia lampas (Cav.) Dalzell & A. Gibson
ชิ่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Abelmoschus zollingeri (Alef.) Müll.Berol
---Azanza lampas (Cav.) Alef.
---Bupariti lampas (Cav.) Rothm.
---Hibiscus lampas Cav.
ชื่อสามัญ---Common Mallow
ชื่ออื่น---ปอลมปม(อุบลราชธานี,ปราจีนบุรี),คว้ายกวาง(ชุมพร),ปอกะจา(สระบุรี),ปอเอี้ยว(เชียงใหม่),โพป่า(ภาคกลาง) ลมปม(ชัยภูมิ) ; [THAI: Pho paa, Po eio, Khwaai kwaang.]; [ASSAMESE: bon kapas.]; [BENGALI: ban kapas.]; [CHINESE: Bai jiao tong mian, Bai jiao tong, Xiao jin, Shan mian hua.]; [FRENCH: Polompom.]; [HINDI: jangli bhindi, bankapasi.]; [INDONESIA: Kapas utan, Kapasan, Kemiren.]; [KANNADA: kaadu binde.]; [MALAYALAM: Katthurparathi, Katupuvarasu.]; [MARATHI: jangli bhendi, raan bhendi.]; [PHILIPPINES: Bulak-bulakan, Bulak-bulak, Amagong (Tag.), Maratarong (Ilk.).]; [SANSKRIT: Vanakarpasah.]; [TAMIL: kattupparutti .]; [TELUGU: adavi benda, adavi pratti.]; [VIETNAM: Hoàng quỳ, Cây van rừng]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---แอฟริกา อินเดีย เนปาล พม่า ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล thespios จากคำกรีก=มหัศจรรย์พระเจ้า ; ชื่อสายพันธุ์ lampa ภาษากรีก=คบเพลิง
พบได้ในแอฟริกาตะวันออกเขตร้อนเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มันเกิดขึ้นจากอินเดีย เนปาลและศรีลังกา ผ่านทางพม่า, ไทย, อินโดจีน, ทางใต้ของจีน (กวางตุ้ง, กวางสี, ไหหลำ, ยูนนาน) และอินโดนีเซียไปยังฟิลิปปินส์และนิวกินี T. lampasมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อนเป็นไม้ประดับเช่นในอินเดียและคาบสมุทรมาเลเซีย ใน ชวา มันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งที่ระดับความสูงถึง 300 เมตร ในฟิลิปปินส์พบได้ในสถานที่เปิดที่ระดับความสูงต่ำและปานกลาง ในประเทศลาวมีการเจริญเติบโตตามธรรมชาติบนดินลุ่มน้ำใกล้กับแม่น้ำหรือบ่อน้ำ ในอินเดียพบที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,200 เมตร ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักขึ้นตามชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสน จนถึงระดับความสูง 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล  
ไม้พุ่มสูงได้ประมาณ 0.5-3 เมตร ลักษณะต้น แตกกิ่งก้านต่ำใกล้กับพื้นดินลำต้นและกิ่งก้านมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับแผ่กว้างหรือรูปคล้ายสามเหลี่ยม กว้าง 8-12 ซม. ยาว 13-16 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าตื้น  ดอกออกเดี่ยว ๆ 1-5 ดอก ก้านดอกมีความยาว 10-35 มม กลีบดอกมี5กลีบเป็นรูประฆัง สีเหลืองอ่อนมีสีม่วงแดงเข้มตรงกลาง  ผลแคปซูล รูปไข่ป้อมขนาด 2-3 ซม. x 2 ซม มีสัน 5 สัน ผลแก่แล้วแตก ตามรอยสัน มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เมล็ดสีดำมันวาวเป็นเหลี่ยมเชิงมุมมีขนาด 4-5 มม. x 2.5 มม.
การใช้ประโยชน์---พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยาและแหล่งที่มาของเส้นใยและสีย้อม บางครั้งมีการเพาะปลูกในแอฟริกา
-ใช้เป็นยา รากและผลไม้ ใช้ในการรักษาโรคหนองในและซิฟิลิส-ในระบบการแพทย์ของอินเดียน้ำรากใช้ในโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และเป็นยาบำรุงสุขภาพ-สารสกัดด้วยน้ำของพืชมีประสิทธิภาพเป็นยาแก้พยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลม
-ใช้อืนๅ เส้นใยที่ได้จากเปลือกด้านในใช้ทำเชือกอ่อน ฝ้ายที่ได้จากเมล็ดเพื่อทำเสื้อผ้า
ระยะออกดอก ---กันยายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด-พืชเริ่มออกดอกและผลิตผลเมื่อสูงประมาณ 1 - 2 เมตร

85 ปอบิด/Helicteres isora


ชื่อวิทยาศาสตร์---Helicteres isora Linn
ชื่อพ้อง---Has 6 synonyms
---Helicteres brevior Mill.
---Helicteres chrysocalyx Miq. ex Mast.
---Helicteres grewiifolia DC.
---Helicteres macrophylla Wight ex Wight & Arn.
---Helicteres roxburghii G. Don
---Isora corylifolia Schott & Endl.
ชื่อสามัญ---East Indian Screw Tree, Deer’s Horn, Nut-leaved Screw Tree, Red isora, Spiralbush.
ชื่ออื่น---ปอปิด,มะปิด(ภาคกลาง,ภาคเหนือ),ช้อ(กระเหรี่ยง เชียงใหม่),ปอทับ(เชียงใหม่); [THAI: Po ka bid, ma pid, sor, po tup.]; [AYURVEDA: Aavartani, Aavartphalaa, Aavartaki.]; [BENGALI: Antamoraใลว [CHINESE: Niǔ shuò shān zhīma.]; [HINDI: Marorphali, bhendu, jonkphal.]; [INDONESIA: üles Kayu Buah, ulet-ulet]; [KANNADA: Yedamuri.]; [MALAYALAM: Kayinaru, Eeswaramoori, Valambiri, Valampiri, Kaivum, Isora-murri.]; [MARATHI: Dhamani, Ati, Muradsheng, Kewan.]; [SANSKRIT: Avartani, Mrigashringa.]; [SIDDHA/TAMIL: Valampiri .]; [TAMIL: Valampuri,Kaiva, Valampuri,Idamburi,Valamburi .]; [TELUGU:  Nulitada.]; [UNANI: Marorphali.]; [VIETNAM: Duoi chon.]
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย ไทย จีนตอนใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เป็นพืชเขตร้อนในทวีปเอเชีย พบได้ทั่วอินเดีย, ปากีสถาน , เนปาล , พม่า , ไทย, ศรีลังกา นอกจากนี้ยังพบใน จีน, คาบสมุทรมลายู, ชวา ซาอุดิอาระเบียและ ออสเตรเลีย เกิดขึ้น ตามป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรังและที่รกร้างทั่วไป ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร ประเทศไทยพบในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  
ต้นปอบิดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง สูงประมาณ 1.5-3 เมตร  เปลือกของลำต้นมียางเหนียว และทุกส่วนของลำต้นจะมีขนขึ้นทั่วไป ใบ 5-12 x 3-8 ซม.  ก้านใบยาว 1.2 ซม. หลังใบและใต้ท้องใบจะมีขนขึ้นประปราย ดอกออกที่ซอกใบเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก ลักษณะของดอกกลีบมีสีส้ม หรือสีอิฐ ขนาดของดอกยาวประมาณ 2 ซม.
ผล มีลักษณะเป็นรูปฝัก บิดเหมือนเชือกควั่น มีขนาดยาว  4-6 ซม.ผลเมื่อแก่เต็มที่มีเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ และผลนั้นก็จะแตกอ้าออก เมล็ดสีดำยาว 2-3 มม.
ใช้ประโยชน์---พืชถูก รวบรวมจากป่าและใช้ในประเทศเป็นยา พืชยังได้รับการปลูกฝังทดลองเป็นพืชเส้นใยในอินเดีย
-ใช้เป็นยา พืชถูกนำมาใช้ในระบบการแพทย์แผนโบราณของเอเชีย อิรักและแอฟริกาใต้ ในอินเดียพืชถูกนำมาใช้เป็นยาในรูปแบบ Ayurveda, Unani & Siddha มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ต้านเบาหวาน และต้านจุลชีพ ใช้เป็นยาพื้นบ้านในการรักษางูกัด ท้องเสีย และท้องผูกของทารกแรกเกิด
-อื่น ๆเปลือกลำต้นและกิ่งเป็นแหล่งของเส้นใยที่แข็งแรง ให้เส้นใยใช้ทำเชือก กระสอบ กระดาษ ใยเปลือกไม้นั้นสำหรับทำเชือกและเสื้อผ้า
ระยะออกดอก/ติดผล--- เมษายน-ธันวาคม/ตุลาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---ต้องผสมเกสรเพื่อให้ได้ฝักและเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

86 สาบเสือ/Chromolaena odorata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.
ชื่อพ้อง---Has 18 synonyms

Eupatorium brachiatum Sw. ex Wikstr. Eupatorium klattii Millsp.
Eupatorium clematitis DC. Eupatorium odoratum L.
Eupatorium conyzoides Mill. Eupatorium sabeanum Buckley
Eupatorium conyzoides Vahl Eupatorium stigmatosum Meyen & Walp.
Eupatorium dichotomum Sch.Bip. Osmia clematitis (DC.) Sch.Bip.
Eupatorium divergens Less. Osmia conyzoides Sch.Bip.
Eupatorium floribundum Kunth Osmia conyzoides Small
Eupatorium graciliflorum DC. Osmia floribunda (Kunth) Sch.Bip.
Eupatorium incisum Rich. Osmia odorata (L.) Sch.Bip.

ชื่อสามัญ---Siam weed, Christmas bush, Camfhur grass, Common floss flower, Paraffin weed, Armstrong’s weed, Jack In The Bush
ชื่ออื่น---สาบเสือ(สิงห์บุรี),เส้โพกวย,หนองเส้งเปรง(กระเหรี่ยง เชียงใหม่), หญ้าค่าพั้ง(เงี้ยว แม่ฮ่องสอน),หญ้าดงร้าง(สระบุรี),หญ้าดอกขาว(ภาคกลาง), หญ้าฝรั่งเศส(จันทบุรี,ตราด),หญ้าพระศิริไอยสวรรค์,หมาหลง(ชลบุรี ฝรั่งรุกที่ ; THAI:  ; [AFRIKAANS: paraffienbos]; [AUSTRALIA: butterfly-weed; devilweed; hagonoy; jack-in-the-bush.]; [BANGLADESH: Assam lata.]; [CAMBODIA: kântrèang'khaêt; tönöör.]; [CHINA: fei ji cao.]; [COLOMBIA: varejón de caballo.]; [CONGO: comilog; diabantou; kalamana.]; [EL SALVADOR: chimuyo.]; [FRENCH: Eupatoire odorante; fleurit-Noël; herbe du Laos.]; [GERMAN: Siam-Kraut.]; [GUAM: kesengesil; masigsig.]; [INDIA: ashoke lata.];  [INDONESIA:  fausse ramie; Siamweed.]; [LAOS: nha flang; nroj pawm thsis.]; [MALAYSIA: maleanum; pokok german, Daun Kapal Terbang, Busuk-busuk.]; [MYANMAR: bizat; taw-bizat.]; [NEPALI: barnmara.]; [PANAMA: hierba de Chiva; paleca.]; [PERU: chisca.]; [PHILIPPINES: agonoi; daladay; devil weed; gonoi; hulohagonoy; huluhagonoi; lahuneri; malasili; talpuspalad.]; [SOUTH AFRICA: Amstrong's weed; eupatorium; isandanezwa.]; [SPANISH: chimuyo; crucito; Eupatorio oloroso; hierba de chiva; paleca.]; [SRI LANKA: mile-a-minute.]; [VIETNAM: co hoi; yên-bach]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง มาสู่เอเชียเป็นครั้งแรกในสวนพฤกษศาสตร์กัลกัตตาในศตวรรษที่สิบเก้าในฐานะไม้ประดับ แต่ได้แพร่กระจายไปยังมาเลเซียสุมาตราและอินโดจีน  Burkill (1935)มีรายงานว่าในคาบสมุทรมลายูมันเป็น "การแพร่กระจายจากสยาม" จึงก่อให้เกิดชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ 'สยามวัชพืช' (Siam weed)และได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต่อมามีรายงานว่ามีการระบาดทางตอนใต้ของไต้หวันในอีกหลายทศวรรษต่อมา ( Peng และ Yang, 1998 ) จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงที่ขึ้นแพร่กระจายในไร่ ในสวนแหล่งปลูกพืชยืนต้น ตามที่ว่างรกร้างทั่วไป ในเขตร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แอฟริกาและหมู่เกาะแปซิฟิก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว เจริญเติบโตรวดเร็วในทุกสภาพดินไม่ว่าชื้นหรือแห้ง ลักษณะลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มหนาทึบ สูงถึง1.5-2 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนอยู่มีขน ใบเมื่อขยี้มีกลิ่นสาบเฉพาะตัว ใบเดี่ยว กว้าง2-6.5ซม.ยาว5.5-11ซม.เรียงตรงข้ามรูป ไข่ ผิวใบมีขน  ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อย10-35ดอก กลีบดอกไม้มีความยาว 5 มม. มีห้าแฉกมีขนยาวที่ปลาย กลีบดอกสีขาวหรือสีม่วงอ่อน ผลแห้งไม่แตกลักษณะเป็นเส้นยาวแบนมีขน
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องใช้ตำแหน่งที่มีแดด ขึ้นได้ในดินหลายประเภท ที่ระบายน้ำได้ดี ชอบ pH ในช่วง 5 - 6.5 ซึ่งทนได้ 4 - 7.5
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้เก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งผลิตยาในท้องถิ่น บ่อยครั้งที่ปลูกเป็นไม้ประดับ
-ใช้กิน ใบมีการใช้กินเป็นครั้งคราว ใบมีกลิ่นหอมทำเป็นซุป
-ใช้เป็นยา สรรพคุณทางยา ต้นเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ดูดหนอง ใบหรือดอกขยี้ปิดแผลหรือใช้คั้นน้ำทาห้ามเลือด  หรือบดผสมปูนแดงกับเกลือก็ช่วยห้ามเลือดสมานแผลได้ดี ใช้เป็นยาปฏิชีวนะ ยาต้านมาลาเรีย และยาแก้ไข้ รากผสมรากมะนาวและย่านางต้มน้ำดื่มแก้ไข้ป่า ทั้งต้นมีกลิ่นแรงใช้เป็นยาแก้บาดทะยัก ฆ่าแมลง ถ้าใช้น้อยเป็นน้ำหอมได้ -ในประเทศมาเลเซียใช้งานแบบดั้งเดิมสำหรับการรักษาแผลไฟไหม้, การรักษาแผลติดเชื้อที่ผิวหนังแผลหลังคลอดและเป็นยาต้านมาเลเรีย ( Nurul Huda, et al., 2004 )
-ใช้ในวนเกษตร มีศักยภาพในฐานะผู้บุกเบิกสายพันธุ์ในโครงการปลูกป่าใช้เป็นสายพันธุ์บุกเบิกเมื่อสร้างป่าขึ้นมาใหม่ พืชสร้างฮิวมัสจำนวนมากและเพิ่มระดับ pH บนดินที่เป็นกรด
-อื่น ๆ ใช้เป็นยากำจัดศัตรูพืชชีวภาพ ทั้งต้นระยะก่อนออกดอกติดผลใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หรือปุ๋ยหมักอย่างดี
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม--- อาจเกิดอันตรายจากไฟไหม้อย่างรุนแรงเนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยในลำต้นและใบ ไฟที่ไม่มีการควบคุมสามารถทำลายสวนป่าหมู่บ้านและพืชพรรณธรรมชาติ ปัญหานี้รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Natal, South Africa มีรายงานการเผาไหม้ในฤดูปลูก ( Macdonald, 1983 )-ปุ๋ยพืชสดหากนำไปใช้ในนาข้าว สารประกอบในพืชอาจฆ่าปลา-ในแอฟริกาใต้มันเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงมากต่อการอยู่รอดของจระเข้ไนล์อย่างต่อเนื่อง
ระยะออกดอก/ติดผล--- พฤศจิกายน - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด เมล็ดจะงอกเมื่อเก็บเกี่ยวสดใหม่ แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เฉยๆ - หลังจาก 2 ปี  เมล็ดจะยังคงงอกถึง40%

87 สาบหมา/Ageratina adenophora


ชื่อวิทยาศาสตร์---Ageratina adenophora (Spreng.) King & H.Rob
ชื่อพ้อง--Has 4 synonyms
---Basionym: Eupatorium adenophorum Spreng.
---Eupatorium adenophorum var. peruvianum Hieron.
---Eupatorium glandulosum Kunth
---Eupatorium pasadenense Parish
ชื่อสามัญ---Crofton weed, Sticky snakeroot, sticky eupatorium
ชื่ออื่น---สาบหมา, สากหมา ;[THAI: saab hma, saak hma.]; [AUSTRALIA: catweed; hemp agrimony; Mexican devil; sticky agrimony.]; [CHINESE: po huai cao.]; [INDIA: cypress weed.]; [MALAYALAM: Neelagiri,Thravada.]; [NEW ZEALAND: catweed; hemp agrimony; Mexican devil.]; [USA: sticky agrimony; sticky snakeroot.]; [USA/Hawaii: Maui pamakani.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล Ageratina มาจากความหมายของกรีก 'un-aging' ในการอ้างอิงถึงดอกไม้ที่มีอายุยั่งยืนเป็นเวลานาน ; ชื่อสายพันธุ์ 'adenophora' คือการรวมกันของคำกรีก 'aden' (ต่อม) และ 'phoros' (หมายถึง 'bearing') = งหมายถึงต่อมผลิตน้ำมันในใบ ชื่อพื้นถิ่นที่พบมากที่สุดในภาษาอังกฤษคือวัชพืช Crofton ตั้งชื่อตามที่ปรึกษาใน Lismore Shire, นิวเซาธ์เวลส์, ออสเตรเลีย, ในปี ค.ศ. 1920
มีถิ่นกำเนิดมาจากเม็กซิโกและอเมริกากลาง และแพร่กระจายไปในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก อยู่ในรายการวัชพืชที่เป็นพิษของรัฐอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาและในบางส่วนของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังระบาดในบางส่วนของแอฟริกา เอเชียและยุโรปใต้ ในเอเชียการแพร่กระจาย ได้รับการบันทึกไว้ ในประเทศจีนซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเกษตร (Niu et al., 2007; Wang and Wang, 2006) ต้นสาบหมาเริ่มระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทยจากประเทศพม่าและทางตอนใต้ของจีน ที่ระดับสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป จากสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคเหนือจะพบระบาดมากจนเป็นปัญหาหนัก  และสาบหมา ยังเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ หลายพื้นที่  ด้วยว่าเป็นชนิดพันธ์ต่างถิ่น แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และบ่อยครั้งเป็นพืชมีพิษอันตราย โดยต้นไม้ชนิดนี้ เนื่องมาจากมันเป็นพืชที่สามารถปล่อยสารพิษไปทำอันตรายต่อพืชชนิดอื่นๆข้างเคียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดถ้าไปเกิดอยู่ท่ามกลางพืชเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดความสูญเสียต่อผลผลิตอย่างมาก
ลักษณะของต้นสาบหมา เป็นไม้ ล้มลุกสูง 0.30-1.5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านสีม่วงแดงถึงม่วงดำ มีขนสากมือ รากเป็นแง่งสั้นหนาสีเหลืองซีดมีกลิ่นคล้ายแครอทเ แตกแขนงจำนวนมากแผ่ไปด้านข้างจนถึงรัศมี 1 เมตรและลึกลงถึง 40 ซม. ใบเดี่ยวสีเขียวเข้มกว้าง 3-7.5 ซม ยาว 5-8 ซม. เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก ก้านใบเรียวยาว 2-4 ซม.  เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นสาบฉุนคล้ายสาบเสือ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อกระจุกกลมรวมกันคล้ายซี่ร่ม 50-70ดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้งไม่แตก เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำเรียวยาว 1.5-2 มม มีขนอ่อนสีขาวยาว 4 มม.5-10เส้น
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ชาวไทใหญ่ใช้ใบขยี้ห้ามเลือด รากต้มรักษาโรคกระเพาะ และตำรับไทยเป็นสมุนไพรใช้แก้ไข้ทับระดู ใช้ใบตำ หรือเคี้ยวพอกแผลห้ามเลือด หรือทาแก้ปวดเมื่อย
-ใช้อื่นๆ ป็นวัชพืชที่สามารถมาปราบวัชพืชด้วยกันได้ สาบหมาเป็นพืชที่มี สารออกฤทธิ์ ที่สกัดด้วยเมทานอลจากใบยับยั้งการงอกและการเจริญของไมยราบเครือ โสนขน ผักโขมหนาม ผักโขมหัด ถั่วผี หญ้าปากควาย หงอนไก่ป่า กะหล่ำปลี คะน้า และข้าวพันธุ์ กข 23 ได้ ส่วนสารสกัดด้วยเมทานอลจากส่วนเหนือดินยับยั้งการเจริญของผักโขมหนาม ปืนนกไส้ กระดุมใบใหญ่ หงอนไก่ป่า หญ้าขจรจบ โสนขนและหญ้าปากควาย
รู้จักอันตราย---เป็นพิษกับปศุสัตว์ วัวและม้าป่วยและบางครั้งก็เสียชีวิตจากการบริโภคหญ้า crofton อย่างต่อเนื่องนำไปสู่โรคปอดเรื้อรังที่รู้จักกันในชื่อ Numinbah Horse Sickness หรือโรคม้า Tallebudgera
ระยะออกดอก/ติดผล--- กุมภาพันธ์ - มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด  

88 สาบแร้งสาบกา/Ageratum conyzoides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ageratum conyzoides L.
ชื่อพ้อง---Has 26 synonyms

Ageratum album Willd. Ex Steud. Ageratum obtusifolium Lam.
Ageratum arsenei B.L.Rob. Ageratum odoratum Vilm.
Ageratum ciliare L. Ageratum suffruiticosum Regal
Ageratum conyzoides var hirtum (Lam.) DC. Alomia microcarpa (Benth.) B.L.Rob.
Ageratum cordifolium Roxb. Cacalia mentrasto Vell.
Ageratum hirsutum Lam. Caelestina microcarpa Benth. ex Oerst.
Ageratum hirtum Lam. Caelestina suffruticosa Sweet
Ageratum humile Salisb. Carelia brachystephana (Regel) Kuntze
Ageratum iltisii R.M.King & H.Rob Carelia conyzoides (L.) Kuntze
Ageratum latifolium Cav. Carelia mutica (Griseb.) Kuntze
Ageratum microcarpum (Benth.) Hemsl. Eupatorium conyzoides (L.) E.H.Krause
Ageratum muticum Griseb. Eupatorium paleaceum Sessé & Moc.
Ageratum nanum Hort. Ex Sch. Bip. Sparganophorus obtusifolius Lag.

ชื่อสามัญ---Billygoat-weed, Chick weed, Chick Chick, Goatweed, Whiteweed
ชื่ออื่น---สาบแร้งสาบกา, หญ้าสาบแฮ้ง(เชียงใหม่); ตับเสือเล็ก(สิงห์บุรี); เทียมแม่ฮาง(เลย); หญ้าสาบแร้ง(ราชบุรี); [THAI: saapkaa, thiam mae haang, ya-sap-raeng, ya-tabsua.]; [BRAZIL: agerato; camará apeba.]; [CHINESE]; hou xiang ji.]; [COLOMBIA: manrubio.]; [CUBA: celestina azul; celestina blanca; lora; moratoria.]; [EL SALVADOR: hierba de perro; mejorana.]; [FIJI: botekoro; mata mothemothe.]; [FRENCH: azier francois; baume blanc; baume mauve; bouton.]; [GERMAN: Leberbalsam, Dürrwurzähnlicher.]; [GHANA: efoe momoe.]; [GUAM:  mumutung.]; [INDIA: gundhaubon, mahakaua, neela phulnu]; [INDONESIA:babadota; bandotan; berokan; dus-bedusan; wedusan.]; [JAPAN: kakkoazami.]; [MALAYSIA: herbe de bouc, rumput pereh jarang.]; [NIGERIA:  imiesu; tamasondji bata.]; [PALAU: agmak; ngmak.]; [PHILIPPINES: asipukpuk; bahu-bahu; bahug-bahug; budbuda; bulak-manok; kakalding; kamabuag; kolokong-kabanyo; kulong-kogong-babae; singilan.]; [SOUTH AFRICA: bokkruid; indringer-ageratum.]; [SPANISH: Spanish: barba de chivo; catinga de bode; chuva; hierba del perro; hierba del zorro; hierbe de chivo.]; [TAIWAN: hwo-hsiang-ji.]; [TONGA:  te’ehosi.]; [UGANDA: nnamirembe.]; [USA/HAWAII: maile hohono; maile honohono; maile kula.]; [VIETNAM: cứtlợn, co cut-heo.]; [ZAMBIA: kabalakila; kafwaya; nthongola; ntongola.]; [ZIMBABWE: jerimani; nyani.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Ageratum มาจากภาษากรีก“ a”= ไม่ใช่และ“ geras” อ้างอิงถึงดอกไม้ที่มีอายุยั่งยืนเป็นเวลานาน ; ชื่อสายพันธุ์ Conyzoides หมายถึงความคล้ายคลึงกันของสปีชีส์กับสกุลConyza


ถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง เป็นวัชพืชในเขตร้อนที่สามารถขยายออกเป็นเขตกึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น ได้รับการยอมรับว่าเป็นไม้ประดับและพืชที่เพาะปลูกในยุโรปตั้งแต่ก่อนปี 1697 ( Johnson, 1971 ) สายพันธุ์นี้พบในเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง แคริบเบียน อเมริกาใต้ ยุโรปและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พบตามที่รกร้าง ริมถนนหนทางทั่วไป ที่ระดับความสูง ถึง 2,500 เมตร
วัชพืชล้มลุกอายุปีเดียว สูง 0.5-1 เมตร  มักมีรากงอกที่โคนต้น ลำต้นสูงถึง 5-15ซม.มีขนปกคลุมมาก ใบเดี่ยวกว้าง0. 5-5ซม.ยาว 2-10ซม.เรียงตรงข้าม รูปไข่ โคนใบรูปหัวใจกลมมนหรือแหลม ปลายใบค่อนข้างแหลม มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบหยักห่าง ช่อดอกออกที่ซอกใบเป็นช่อแยกแขนง 4-18ดอก เรียงเป็นกระจุกแบน  ดอกขนาดเล็กสีฟ้าอ่อน สีขาวหรือสีม่วงอ่อน ลักษณะคล้ายสาบเสือแต่ดอกเล็กและกลีบดอกสั้นกว่า ทุกส่วนของต้นขยี้ดมมีกลิ่นเหม็น
การใช้ประโยชน์---วัชพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนบางครั้นำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และใช้กันทั่วไปเป็นยาแผนโบราณ
- ใช้เป็นยามีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบใช้แก้ไข้หวัด เจ็บคอปวดบวมตามข้อ  หรือต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาลาเรีย รากตำคั้นน้ำดื่มแก้บิด ท้องเสีย ใบตำพอกรักษา แผลสด แผลถลอก ห้ามเลือด
แก้อาการอักเสบจากพิษงู ตะขาบ แมงป่องหรือแมลง- ยาพื้นบ้านใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ขับระดู ขับเสมหะ ขับลม แก้บิด ใบ คั้นน้ำดื่ม ช่วยให้อาเจียน ตำพอกแก้คัน หยอดตาแก้เจ็บ -น้ำผลไม้จากพืชสดหรือสารสกัดจากพืชแห้งใช้ในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และไซนัสอักเสบ-น้ำผลไม้ของพืชสดยังมีประโยชน์ในการรักษาอาการตกเลือดมดลูกหลังคลอด-ชาที่ทำจากดอกไม้ผสมกับ Ocimum tenuifolium (กระเพรา) ใช้ในการรักษาอาการไอและหวัด
-ใช้ในวนเกษตร ปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนยางพารา บำรุงพื้นดินและเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าในสวนส้ม เนื่องจากวัชพืชให้ที่หลบภัยสำหรับนักล่าของไร ( Zhou et al., 1994 ) สารสกัดมีคุณสมบัติของสารฆ่าแมลงและเชื้อรา มีประสิทธิภาพเป็นยาฆ่าแมลงสำหรับการควบคุม Sitophilus zeamais ซึ่งเป็นด้วงงวงข้าวโพด
-อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยใช้สำหรับรักษารังแคและใช้เป็นแชมพูสระผม ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ รวมทั้งมีการอ้างถึงคุณสมบัติที่มีมนต์ขลังและเชื่อโชคลางโดยบางวัฒนธรรม ( PROTA, 2016 )
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

89 แมงลักคา/Hypis suaveolens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hypis suaveolens (Linn.) Poit.
ชื่อพ้อง    ---Has 13 synonyms

Ballota suaveolens L. Hyptis ebracteata R.Br.
Bystropogon graveolens Blume Hyptis graveolens Schrank
Bystropogon suaveolens (L.) L'Hér. Hyptis plumieri Poit.
Gnoteris cordata Raf. Marrubium indicum Blanco
Gnoteris villosa Raf. Mesosphaerum suaveolens (L.) Kuntze
Hyptis congesta Leonard Schaueria graveolens (Blume) Hassk.
Schaueria suaveolens (L.) Hassk.

ชื่อสามัญ -Wild spikenard, Bush mint, Bush-tea-bush, Pignut, Chan, American mint, Horehound, Stinking Roger. 
ชื่ออื่น ---แมงลักคา(ชุมพร),การา(สุราษฎร์ธานี), กระเพราผี, แมงลักป่า, อีตู่ป่า, [THAI: kaaraa, maeng lak khaa] ; [AYURVEDA: Tumbaaka.]; [BENGALI: Belati tulas.]; [CHINESE: Mao she xiang, Jia huo xiang, shan xiang.]; [GHANA:  brong peeah; filingoro.]; [GUAM: mumutun.]; [HINDI: Vilaiti tulsi, Wilayti tulsi.]; [INDIA: bhustrena; bhustrna; bilatti tulas; darp tulas.]; [INDONESIA: babadotan; jakut bau.]; [MARATHI: Bhustrena, Darp tulas, Jungli tulas.]; [MALAYSIA: malbar hutan; pokok kemangi; sělaséh hutan.]; [NIGERIA: jogbo; koulouvi; koutoubi.]; [PHILIPPINES: kablíng kabáyo, Suob-kabayo, Pansi-pansian (Tag.).]; [PORTUGUESE: alfavaca-brava; betônica-brava; chan; hortela do campo; mentrasto do grande.]; [SANSKRIT: Bhustrena.]; [SENEGAL: brégé; gumgûné; kuyhuye; ngungun.]; [SPANISH:  chia grande; hierba de las muelas.]; [TANZANIA: kifumbasi.]; [TELUGU: Sima tulasi.]; [VIETNAM: esthowm; tiastoodaji.]
ชื่อวงศ์ ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ปาปัวนิกินี

 

มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกากลาง-เม็กซิโก และมีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก พบเป็นวัชพืชริมถนน พื้นที่เพาะปลูก, ทุ่งหญ้า, ป่าเปิดโล่ง, ริมฝั่งแม่น้ำ, ที่ราบน้ำท่วม, พื้นที่ชายฝั่งทะเลและบนดินแดนรกร้าง ที่ระดับความสูง 1,600 เมตร เป็น วัชพืชในประเทศออสเตรเลีย บนพื้นที่ป่าที่มีหญ้าเปิดอย่างหนาแน่นและพบได้ในป่ามรสุมและพุ่มไม้เถาที่ระดับความสูงถึง 750 เมตร
ในประเทศไทย พบได้ตามที่รกร้าง ตามที่แห้ง เปิดโล่ง ริมถนน ริมน้ำ และตามป่าละเมาะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีลักษณะของแมงลักคาลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้านมีขนเหนียวติดมือ มีกลิ่นหอมจัด สูงได้ประมาณ 0.50 -1.5 เมตร ใบเดี่ยวยาว 2-10 ซม. และกว้าง 1-7 ซม เรียงตรงข้ามรูปไข่ ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ขอบใบหยักย่นเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบช่อละ 4 ดอก กลีบดอกสีม่วง โคนกลีบสีขาว ผลแห้งไม่แตก 'เมล็ด' ยาว 3-4 มม. และกว้าง 2.5-3 มม. มีสีน้ำตาลเข้มถึงดำมีสีขาวที่ปลายด้านหนึ่ง
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นอาหารและยารักษาโรคหลากหลายชนิดซึ่งมักถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น มีการปลูกเป็นครั้งคราวในเม็กซิโกและอินเดีย
-ใช้กิน หน่ออ่อนจะถูกเพิ่มเข้าไปในอาหารเป็นเครื่องปรุง -ใบที่หอมใช้ในการเตรียมชาแทนรสมินต์ -เมล็ดมีการใช้งานในหลายส่วนของอเมริกากลางเช่นเดียวกับ Salvia hispanica (แมงลักแต่เม็ดเล็กกว่า) ทำให้เป็นเครื่องดื่มสดชื่นโดยแช่เมล็ดในน้ำ เมล็ดจะพองตัวและนำไปแช่เย็น บางคนเพิ่มมะนาวหรือส้มอื่น ๆเพื่อปรับปรุงรสชาด ในโคลิมาประเทศเม็กซิโก ใช้เมล็ด เพื่อเตรียมเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า "Bate" โดยคั่วและบดเมล็ดจากนั้นผสมกับน้ำ  เมล็ดที่มีลักษณะเป็นเม็ดก็สามารถเตรียมเป็นข้าวต้มหรือพุดดิ้ง
-ใช้เป็นยา รักษาแบบดั้งเดิมสำหรับโรคอุจจาระร่วง ใบและลำต้นใช้ในการรักษาบาดแผล แผลเปื่อย และโรคผิวหนังอื่น ๆ -ในประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้ใบรักษาโรคไขข้อและใช้เป็นยาแก้ไข้ -ในปาปัวนิวกินีใบถูกนำมาใช้ภายในเพื่อรักษาโรคหวัดและมีไข้  ในประเทศไนจีเรียพืชชนิดนี้ใช้ในการรักษาอาการไอมีไข้และโรคโลหิตจาง  นอกจากนี้ยังพบว่ามีฤทธิ์ต้านจุลชีพ, ต้านเชื้อรา, ฤทธิ์ลดน้ำตาล, ฤทธิ์ต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระในสายพันธุ์นี้
-อื่นๆ แมงลักคาเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดแมลง  ในประเทศไทยใบและกิ่งที่ทุบถูกใช้เป็นยาขับไล่ไรไก่ สำหรับไก่ มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยับยั้งการงอกของเมล็ดวัชพืชอื่น  บางครั้งใช้พืชทั้งหมดเป็นอาหารสัตว์สำหรับปศุสัตว์
ระยะออกดอก/ติดผล --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

 90 ขยุ้มตีนหมา/Ipomoea pes-tigridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ipomoea pes-tigridis L.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Convolvuloides palmata Moench
---Convolvulus bryoniifolius Salisb.
---Convolvulus pes-tigridis (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ---Indian marsh fleabane,Tiger-foot morning Glory, Tiger-foot Ipomoea, Bindweed, Cupid's flower, Tiger's foot, Tiger's footprint (tiger's paw).
ชื่ออื่น---ขยุ้มตีนหมา(เชียงใหม่),เถาสายทองลอย(สิงห์บุรี),เพาละบูลู(มลายู ยะลา); [THAI: Khayum teenmaa, Thao saai thong loi, Phao-la buu-luu.]; [BENGALI: Anguli lota, Languli lala.]; [CHINESE: Sheng mao teng, Hu zhang teng.]; [HINDI: Panchpatia]; [INDIA: Gulabitilwan.]; [INDONESIA: Garnet (Javanese), samaka furu (Ter­nate), maka-maka (Tidore).]; [MALAYALAM: Pulichuvatu.]; [MARATHI: Vagh-padi.]; [PHILIPPINES: Bangban­gau-ng-buduan (Iloko), malasandia, Salasandia (Panay Bisaya).]; [SRI-LANKA: Divi pahauru.]; [TAMIL: Pulichovadi, Punaikkirai.]; [VIETNAM: Cây Bìm Bìm Chân Cọp, Chân chó.]
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


แพร่กระจายเกือบทั่วโลก โดยพบในแถบเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นวัชพืชที่พบขึ้นอยู่ตามบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป ในนาข้าว ริมถนนหนทาง และตามดินทรายใกล้ชายหาด ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตร
ไม้ล้มลุก อายุ 1 ปี ลำต้นเล็กเรียว ไม่มีมือเกาะ ชอบเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือเลื้อยพาดพัน ความยาวเถาประมาณ 0.5-3 ม. ปกคลุมด้วยขนแข็งสีขาว ใบกว้างประมาณ 2.5-10 ซม. และยาวประมาณ 3-7.5 ซม. เป็นแฉกมี 7-9 แฉก จักลึกไปถึงโคนใบ ก้านใบเล็กและเรียวยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบมีประมาณ 2-3 ดอกสีขาว ก้านช่อดอกมีขนยาวประมาณ 2-18 ซม. ส่วนใบประดับนั้นเป็นรูปหอกแกมขอบขนาน กลีบรองกลีบดอกยาวประมาณ 0.8-1.2 ซม. กลีบดอกยาว 4 ซม. เชื่อมติดกันเป็นรูปปากแตร ผลแห้งสีน้ำตาลรูปไข่ผิวเกลี้ยงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 -7 มม. เมล็ดมีขนสีเทากระจาย
ใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา บางครั้งปลูกเป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ต้น ราก ใบ -ใบตำให้ละเอียดผสมกับเนย ใช้ปิดหัวฝีไม่ให้แพร่กระจาย ราก ใช้เป็นยารุ รักษาโรคไอเป็นเลือด เมล็ด ใช้รักษาโรคท้องมาน-ในศรีลังกาทั้งต้นตำคั้นน้ำกิน เพื่อรักษาหรือป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหากถูกสุนัขกัด - ในบังคลาเทศใช้สำหรับรักษาเนื้องอกและมะเร็ง ผงใบรมควันเพื่อบรรเทาอาการกระตุกของหลอดลม
-อื่น ๆในอินเดียใช้เป็นพืชอาหารสัตว์
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

91 กระถิน/Leucaena leucocephala


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit.
ชื่อพ้อง    ---Has 7 synonyms
---Basionym: Mimosa leucocephala Lam.
---Acacia frondosa Willd.
---Acacia glauca Willd.
---Acacia leucocephala (Lam.) Link
---Leucaena glabra Benth.
---Leucaena glauca Benth.
---Mimosa leucocephala Lam.
ชื่อสามัญ    ---Lead Tree, Tender tops, white leadtree, Coffee bush, cow tamarind, horse tamarind
ชื่ออื่น    ---ผักก้านถิน, กะเส็ดโคก, กะเส็ดบก, สะตอเบา; [THAI: kra thin, to-bao, phak kratin.]; [AFRIKAANS: lukina (Amharic); lusina, mlusina (Swahili); lucina (Tigrinya).]; [BANGLADESH: Subabul.]; [BURMESE: bɔ́ zagáĩ,  aseik-pye, aweya, bawzagaing.]; [CHINESE: yin he huan.]; [LAOS: kathin; kh'oonz, koong khaaw.]; [FRENCH: graines de lin, faux mimosa, leucene.]; [HINDI: subabul, koobabul.]; [INDIA: kubabul, lasobayal.]; [INDONESIA: klandingan, pethet (Javanese), peuteuy sélong (Sundanese), lamtoro, petai cina, petai selong.]; [JAPANESE: ginnemu.]; [KHMER: kantʰum.]; [LAOS: kathin, kh'oonz, koong khaaw.]; [MALAYSIA: lamtoro, petai belalang.]; [SPANISH: acacia bella rosa.]; [TONGA: siale mohemohe.]; [VIETNAM: kay keo dâu, keo dậu, keo giậu,  schemu.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะอินเดียตะวันตกตั้งแต่บาฮามาสและคิวบาไปจนถึงตรินิแดดและโตเบโกและจากทางใต้ของเม็กซิโกไปจนถึงอเมริกาใต้ตอนเหนือ และ ทางใต้ของเท็กซัสแคลิฟอร์เนียและฟลอริดาตอนใต้ ไปยังบราซิลและชิลี  พบขึ้นเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่ป่าถูกทำลาย ตั้งแต่ความแห้งแล้งสูงจนถึงพื้นที่ชุ่มชื้น พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูงจนถึง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื่องจากต้นกระถินเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายจึงพบได้ทั่วทุกหัวระแหง ถูกจัดเป็นพืชรุกรานร้ายแรงชนิดหนึ่ง
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก มีขนาดความสูง  3-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่หรือกลม เปลือกต้นมีสีเทา และมีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป ใบ ประกอบแบบขนนกสองชั้น ท้องใบมีนวลดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอกออกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามง่ามใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผล เป็นฝักสีเขียวมีขอบนูนแบนบางเมื่อแก่กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและแข็ง ยาว 10-15 ซม. กว้าง 1.6–2.5 ซม. เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอดแถว15-30เมล็ดต่อฝัก เมล็ดมีความยาว 6-9 มม. และกว้าง 4-6 มม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม--- ต้องการแสงแดดจัดหรือส่องถึง 50% ขี้นได้ดีในดินทุกสภาพ ชอบ pH ในช่วง 6 - 7.7 ซึ่งทนได้ 5 - 8.5 ทนทานต่อความแห้งแล้ง ลมแรงและไอเกลือ
การใช้ประโยชน์-- ต้นไม้อเนกประสงค์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารยาและสินค้าหลากหลายสำหรับประชากรในท้องถิ่นและยังขายเป็นอาหารในตลาดท้องถิ่นและระดับชาติ
-ใช้กิน ใบอ่อนฝักและดอกตูม - ดิบกินเป็นผัก กินสุก ใส่ในซุปกินกับข้าวหรือผสมกับพริกและเครื่องเทศอื่น ๆ ใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหารปรุงสุกหรือ ต้มผสมกับถั่วและข้าวโพดตอติญ่า ฯลฯ-หลังจากนำออกจากฝักเมล็ดที่ไม่สุกสามารถนำไปตากแห้งและเก็บไว้ใช้ในภายหลังหรือบดเป็นแป้งและผสมกับข้าวสาลีข้าวโพด ฯลฯ-เมล็ดแห้งสามารถนำไปคั่วและนำไปใช้แทนกาแฟได้
-ใช้เป็นยา เมล็ดคั่ว-ทำให้ผิวนวล ยาต้มจากรากและเปลือกไม้คือแท้ง
-ใช้ในวนเกษตร เป็นสายพันธุ์บุกเบิกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการฟื้นฟูป่าไม้ ใช้ในโครงการปลูกป่าและรักษาเสถียรภาพของดิน สามารถปลูกในแถวหนาแน่นเป็นรั้วมีชีวิตและใช้เพื่อรองรับพืชเถาเช่นพริกไทยและเสาวรส
-ใช้ปลูกประดับ พืชแข็งแรงและเติบโตอย่างรวดเร็วมักจะปลูกในหลาย ๆ พื้นที่ของเขตร้อนเป็นไม้ประดับ
-อื่น ๆ แก่นไม้เป็นสีน้ำตาลแดงอ่อน กระพี้เหลืองซีด มีความหนาแน่นปานกลางใช้งานได้ง่าย เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลายของช่าง แปรรูปอุปกรณ์ทำเฟอร์นิเจอร์และพื้นปาร์เก้เป็นที่นิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ - ไม้สามารถใช้สำหรับเสาและการก่อสร้างเล็กน้อยและเป็นไม้ฟืน -สีแดง, สีน้ำตาลและสีดำที่สกัดจากฝัก, ใบและเปลือกไม้-.เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องแทะเล็มกินมากที่สุด
รู้จักอันตราย---ใบในรูปแบบส่วนใหญ่ของพืชนี้มีกรดอะมิโนที่ผิดปกติ mimoseneในปริมาณมากสิ่งนี้อาจเป็นอันตรายได้
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

92 ชุมเห็ดไทย/Senna tora

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Senna tora (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง    ---Has 19 synonyms

Cassia borneensis Miq. Cassia tala Desv.
Cassia contorta Vogel Cassia tora L.
Cassia foetida Salisb. Cassia tora f. hirsuta Chodat & Hassl.
Cassia gallinaria Collad. Cassia tula Desv. ex Steud.
Cassia humilis Collad. Chamaecrista tagera (L.) Standl.
Cassia obtusifolia var. humilis (Collad.) Chamaefistula contorta (Vogel) G.Don
 Torr. & A.Gray Diallobus tora (L.) Raf.
Cassia sagera Lam. Emelista tora (L.) Britton & Rose
Cassia sunsub Forssk. Glycyrrhiza kansoo Siebold
Cassia tagera L. Tagera filiformis Raf.

ชื่อสามัญ---Foetid Cassia, Sicklepod, Sickle senna, Stinking Cassia, Java bean, Peanut weed, Ring worm plant, Wild senna.
ชื่ออื่น---พรมดาน,(สุโขทัย), หญ้าลึกลืน,หญ้าลักลืน(ปราจีนบุรี), เล็นเค็ด (มหาสารคาม), เล็บหมื่นน้อย ลับมืนน้อย.เล็บมื่นน้อย (ภาคเหนือ), ชุมเห็ดควาย, ชุมเห็ดเขาควาย, ชุมเห็ดนา, ชุมเห็ดเล็ก, เล็บมื่นน้อย, เล็บมื้น (ภาคกลาง) ; [THAI: chumhet khwaai, chumhet naa, chumhet lek (Central); phrom daan (Sukhothai); lapmuen noi (Northern); yaa luek luen (Prachin Buri).]; [ASSAMESE: Soru-medeluwa, Dari-diga.]; [BRAZIL: matapasto-liso]; [CHINA: Xiao jue ming.]; [FRENCH: herbe pistache, Casse Puante Petite Espece, Cassier sauvage, Pois puant, Séné.]; [GERMAN: Gemuese- Kassie.]; [HINDI: tarota, Chakunda, Chakwar, Panevar, Pawad.]; [HONG KONG: Kuet Ming.]; [INDONESIA: Ketepeng sapi, ketepeng cilik (Java); ketepend lentik (Sunda); pepo (Timor).]; [ITALIAN: cassia selvatica.]; [JAPAN: Hosomi, Ebisugusa.]; [KOREA: gyeol myeong ja.]; [LAOS: Nha leung meum, nha lap mun.]; [MALAYALAM: Thakara, Chakramandarakam, Ponthakara.]; [MALAYSIA: Gelenggang kecil, gelenggang padang, gelenggang nasi, ketepeng.]; [MARATHI: takala.]; [PORTUGUESE: fedegoso-branco.]; [SANSKRIT: chakramarda, dadmari, dadrughra,taga.]; [SPANISH: chilinchil; guanina.]; [TAMIL:  ushit-tagarai, tagarai.]; [TELUGU: chinnakasinda.]
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์---จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียตนาม อินโดนีเซีย


ช่วงที่แน่นอนของสายพันธุ์นี้คลุมเครือ แต่เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดของอนุทวีปอินเดีย (เช่นอินเดีย ภูฏาน เนปาล ปากีสถานตะวันออก ศรีลังกา) จีนตอนใต้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และปาปัวนิวกินี) และบางส่วนของโปลินีเซียตะวันตก (เช่นหมู่เกาะโซโลมอน)เป็นวัชพืชในสภาพแวดล้อมแบบเขตร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อนชื้น ในพื้นที่ที่ถูกรบกวน พื้นที่ของเสีย ริมถนน ทางน้ำ พืชไร่และทุ่งหญ้า
ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาค มักพบขึ้นเองตามริมคลอง ตามที่รกร้าง หรือตามริมทางทั่วไป
ชุมเห็ดไทยจัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก สูง0.5-1 เมตร ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาลแดง ไม่มีขนแตกกิ่งเป็นพุ่ม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3 คู่ รูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ 2-6 x 1.5-2.5 ซม.ช่อดอกออกที่ซอกใบ เป็นกระจุก ดอกเดี่ยวมีก้านช่อดอกออกจากจุดเดียวกัน ช่อดอก มี 1-3 ดอกต่อช่อ ดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกสีขาวอมเหลือง มีขนครุยตามขอบ ผลเป็นฝักเล็กแบนขนาด 10-15 x 0.3-0.5 ซม. เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมี20-30 เมล็ด  สีน้ำตาลแกมเขียวมันวาว
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนปนทรายที่อุดมสมบูรณ์ปานกลางและมีแสงแดดเพียงพอ มีรายงานที่ขัดแย้งกันว่าต้นไม้นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินหรือไม่ดังนั้นจึงไม่มีความชัดเจนว่าต้นไม้นี้แก้ไขไนโตรเจนในบรรยากาศได้หรือไม่
ใช้ประโยชน์--- ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยา
-ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนและยอดอ่อน - ปรุงสุก  นึ่งเหมือน potherb หรือปรุงกินกับข้าว มีโปรตีนประมาณ 6% ใช้ใบและผงหมักเป็นเครื่องปรุงรส ใบถูกนำมาใช้ในการชงเหมือนชา -เมล็ด สุกหรือคั่วในฝัก กินเป็นกับข้าวหรือนำมาคั่วชงดื่มแทนกาแฟที่ไม่มีกลิ่นของกาแฟ
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ใบ เมล็ดและราก เมล็ดมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและขับถ่าย ใบเป็นยาถ่ายพยาธิและใช้ในการรักษากลากและโรคผิวหนัง เมล็ดกับใบรวมกัน ต้มกินรักษาโรคตาแดง -ในการรักษาอายุรเวท ใบและเมล็ดจะใช้ในการรักษาอาการท้องอืดอาการจุกเสียดและอาการอาหารไม่ย่อย- แพทย์ชาวอินเดียและจีนพิจารณาว่าพืชมีคุณสมบัติในการป้องกันตับจึงใช้เป็นยาบำรุงตับและรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับตับเช่นโรคดีซ่านตับแข็งที่มีอาการผิดปกติเช่นน้ำในช่องท้อง -คนไทยใช้พืชทั้งต้นในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารเรื้อรังของเด็กที่เกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหารและปรสิตในลำไส้และเป็นยาระบาย
-อื่นๆ  เมล็ดถูกใช้เป็น mordant เมื่อย้อมผ้าสีน้ำเงิน เมล็ด, ใบที่หมักและราก ให้สีดำ, สีฟ้า, สีเหลืองและสีส้ม ลำต้นใช้ทำเสื่อและรั้ว -Myrothecium verrucaria เป็นเชื้อราที่แยกได้จากชุมเห็ดไทย ใช้สำหรับควบคุมไส้เดือนฝอยในพืชอาหารและไม้ประดับและได้รับการทดสอบอย่างกว้างขวางว่าเป็นยากำจัดวัชพืชอื่น เช่นผักตบชวา
ระยะออกดอก/ติดผล---สิงหาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

93 ชุมเห็ดเทศ/Cassia alata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cassia alata (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง ---Has 5 synonyms   
---Cassia alata L.
---Cassia bracteata L.f.
---Cassia herpetica Jacq.
---Cassia rumphiana (DC.) Bojer
---Herpetica alata (L.) Raf.
ชื่อสามัญ---Ringworm Bush, Emperor's candlesticks, Christmas candle, Large-leafletted Eglandular Senna, Ringworm Shrub.
ชื่ออื่น---ส้มเห็ด, ขี้คาก, ลับมืนหลวง, หมากกะลิงเทศ ; [THAI: Chumhet thet, Somhet, khi kak, Lapmuen hluang, Maak ka ling thet.]; [ARGENTINA: Taperibá Guazú, yunka mutuillu.]; [BANGLADESH: Dadmardan, Dadmari.]; [BRAZIL: Café-Beirão, Fedegoso-Gigante, Fedegoso-Grande, Mangerioba-Do-Pará, Mangerioba-Grande, Mata-Pasto.]; ; [CHINESE: Yì bing jue míng, chi jia jue ming.]; [FRENCH: bois dartre, dartres.]; [GERMAN: Kerzenstrauch.]; [HINDI : Dadmurdan, Datkapat, Senamukhi.]; [JAPANESE: Gōrudenkyandoru, kyandorubusshu.]; [KANNADA: Sime Agase.]; [LAOs : Khi lek ban.]; [MALAYALAM: Malamtakara, Aanattakara, Puzhukkadittakara, Seema Agatti.]; [MALAYSIA: daun kurap, gelenggang, ludanggan, Gelenggang Besar.]; [MARATHI: Shimai Agase.]; [PHILIPPINES: Akapulko.]; [SANSKRIT: Uranakshaka, Urabhrh, Prapunal, Edagaja.]; [SINHALESE:  Eth Thora.]; [SPANISH : Bajagua, Flor del Secreto.]; [TAMIL: Cimai-y-akatti, Vantu-kolli, Seemai Agathi.]; [TELUGU: Avicicettu, Tantemu, Shima Avisi, Metta-tamara.]; [VENEZUELA: mocote.]
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE (FABACEAE)-CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เม็กซิโก บราซิล โคลัมเบีย เวเนซูเอลา และหลากหลายพื้นที่ในเขตร้อน


พบในเม็กซิโกทางตอนเหนือของบราซิล โคลัมเบีย เวเนซูเอลา ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น เกิดขึ้นในที่เปิดโล่ง เช่นริมถนน ริมฝั่งแม่น้ำ ป่าฝน ขอบทะเลสาบ บ่อน้ำและคูน้ำเค็ม สวนผลไม้และรอบหมู่บ้านที่ระดับความสูงจาดระดับน้ทะเล 1,400 เมตร หรืออาจถึง 2100เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นได้ทั่วไป ตามที่ชุ่มชื้น ไม่ชอบที่ร่ม สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด พรรณไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความเอาใจใส่ ขึ้นเองได้ ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูง จากระดับน้ำทะเลจนถึง 1,500เมตร
เป็นไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนกขนาดใหญ่ สีเขียวเข้มยาว 40 - 60 ซม.ใบย่อยรูปขอบขนาน 16 - 28 ใบความยาว 5 -15ซม.ขอบใบเรียบโคนใบและปลายใบมน  ดอกออกเป็นช่อตั้งขึ้นที่ปลายยอดยาว10-50ซม. รูปทรงกระบอกมีดอกย่อยขนาด 4 ซม.จำนวนมาก กลีบดอกย่อยสีเหลืองทองใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลืองหุ้มดอกย่อย ผลเป็นฝักมีครีบ4ครีบยาวประมาณ 15 ซม. เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดแบนรูปสามเหลี่ยม50-60เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ตำแหน่งแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีทั้งบนดินเหนียวและดินทราย เป็นกรดหรือเป็นด่างเล็กน้อย แต่มีการระบายน้ำดี ถึงแม้ว่าหลายสายพันธุ์ในครอบครัว Fabaceae จะมีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดิน แต่สายพันธุ์นี้บอกว่าไม่มีความสัมพันธ์ดังกล่าวดังนั้นจึงไม่สามารถตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ
การใช้ประโยชน์--- พืชมีคุณค่าสูงในหลายพื้นที่ของเขตร้อนสำหรับสรรพคุณทางยา มันถูกรวบรวมโดยทั่วไปจากป่าส่วนใหญ่สำหรับใช้เป็นยา แต่ยังเป็นอาหารและแหล่งของวัสดุ  มักจะได้รับการเพาะปลูก เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และยังเป็นไม้ประดับในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
-ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ปรุงและกินเป็นผัก ใช้ในปริมาณน้อยเท่านั้น บางครั้งใช้ใบปิ้งชงกินแทนกาแฟ
-ใช้เป็นยา ใบใช้เป็นยาระบาย, ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย, ต้านการอักเสบ, ยาขับปัสสาวะ, ยาแก้ปวด, รากจะถูกใช้ภายนอกเพื่อรักษาแผลและเชื้อราผิวหนัง เมล็ดเป็นยาระบายและ ยาฆ่าพยาธิ ใช้เป็นยาสำหรับหนอนลำไส้
-ใช้อื่นๆ ใช้เป็นยาฆ่าแมลง เปลือกไม้เป็นแหล่งของแทนนิน บางครั้งถูกใช้เป็นสีในการสักผิวหนัง
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

94 มะระขี้นก/Momordica charantia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Momordica charantia L.
ชื่อพ้อง---Has 19 synonyms

Cucumis argyi H.Lév. Momordica elegans Salisb.
Cucumis intermedius M.Roem. Momordica indica L.
Momordica anthelmintica Schumach. & Thonn. Momordica jagorana K.Koch
Momordica charantia subsp. abbreviata (Ser.) Greb. Momordica muricata Willd.
Momordica charantia var. abbreviata Ser. Momordica papillosa Peckolt ex Rosenthal
Momordica charantia f. muricata (Willd.) V.P.Prasad Momordica roxburghiana G.Don
Momordica charantia var. muricata (Willd.) Chakrav. Momordica senegalensis Lam.
Momordica charantia var. pseudobalsamina Griseb. Momordica thollonii Cogn.
Momordica charantia var. zeylanica Hitchc. Momordica zeylanica Mill.
Sicyos fauriei H.Lév.

ชื่อสามัญ --Bitter Cucumber, Bitter gourd, Balsam apple, Balsam pear, Bitter balsam apple.  Wild balsam-apple
ชื่ออื่น----มะระ(ทั่วไป),ผักเหย(สงขลา),ผักไห(นครศรีธรรมราช),มะร้อยรู(ภาคกลาง,ภาคใต้),มะห่อย,มะไห่(ภาคเหนือ), สุพะซู,สุพะเด(กระเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน); [THAI: ma hai; ma roi ruu; mara pah; phak hai; phak hoei.];  [BRAZIL: erva de lavaderia; fruto de cobra; malao de Sao Ceatano.]; [BANGLADESH: korolla.]; [BOLIVIA: balsamina.]; [CAMBODIA: moreas.]; [CHINESE: ku gua.]; [COLOMBIA: archucha; balsamina.]; [FIJI: bitter gourd; kerla.]; [FRENCH: margose; margose a piquant; pomme de merveille.]; [GERMAN: Balsambirne; Bitter balsamkuerbis; Bittere springgurke.]; [GHANA: kakle; nya nya; nyinya.]; [GUAM: alamgosa; wild bitter melon.]; [INDIA: kakara; karakara-chettu; karela; kuraila.]; [INDONESIA: pare; paria; pepare; peria.]; [MALAYSIA: kyet-hin-ga; peria laut.]; [NIGERIA: akban ndene; daddagu.]; [PHILIPPINES: amargosa; ampalaya; ampalia; palia; paria.]; [PORTUGUESE: melao de Sao Caetano.]; [SENEGAL: barbouf; beurhoh.]; [SPANISH: achochilla; archicha; balsamina; carilla; cundeamor; estropajo; pepinillo.]; [SRI LANKA: pahal-ka.]; [SURINAME: wild soproro.]; [USA/HAWAII: peria.]; [VENEZUELA: maravilla .]; [VIETNAM: cay muop mu; muop dang hona; muop dong.].
ชื่อวงศ์---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---ไทย คาบสมุทรอินโดจีน มาเลเซียและชวา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษาละติน mordeo (กัด) บางทีอาจมีการอ้างอิงถึงรอยหยักของเมล็ด; ชื่อสายพันธุ์ charantia มาจากภาษากรีกโบราณ= ดอกไม้ที่สวยงาม


มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของแอฟริกาและเอเชีย ตอนนี้มันถูกกระจายอย่างกว้างขวางทั่วภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในทุกทวีป เกิดขึ้นตามป่าของประเทศในเขตร้อน พบได้ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตามลำธารและแม่น้ำขอบป่าและพื้นที่ที่ถูกรบกวน จากระดับน้ำทะเลถึง 1,300 เมตร
มะระ ขี้นกหรือผักไห่ เป็นไม้เถาล้มลุก เนื้ออ่อน ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีระบบรากแก้ว เถาหรือลำต้นเป็นเส้นเล็กยาวประมาณ 2-3 เมตร มีขนนุ่มขึ้นประปราย ใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปฝ่ามือ ชนาดกว้าง 3-5 ซม.ยาว 4-10 ซม. ก้านใบยาว 0 ·5–7 ซม. แผ่นใบบางสีเขียวมีขนอ่อน ใบจะมี 1 ใบ เปลี่ยนรูปเป็นมือเกาะ ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ มี 5-8 ดอก ก้านช่อดอกยาว 2-10 ซม ดอก สีเหลืองอ่อน กลีบดอกบาง ช้ำง่าย มี 5 กลีบ เกสรด้านในสีหลืองแก่ถึงส้มอ่อน  ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ผล ขนาดเล็กรูปกระสวยผิวขรุขระ ขนาดกว้าง 2-4 ซม.ยาว 3-10 ซม ก้านผลยาว 3 · 4 ซม.ผลอ่อนสีเขียว .เมื่อสุกแตกอ้าออกและมีสีเหลืองถึงส้ม เมล็ดรูปไข่แกมรีขนาด 5–8 × 2–3·5 มม. มีเยื่อหุ้มสีแดงสด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตภายใต้เงื่อนไขที่หลากหลายมากในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ความชื้นในดินต่อเนื่อง ดินที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 4.3 ถึง 8.7
การใช้ประโยชน์--- เป็นพืชผักที่มีความสำคัญในตลาดเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังได้มีการเพาะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กในอเมริกาเขตร้อน และทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา พืชยังปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นยารักษาโรค และบางครั้งนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และพืชคลุมดิน
-ใช้เป็นอาหาร  ผลอ่อนแช่ในน้ำเกลือเพื่อให้รสขมออกแล้วปรุงเป็นผัก มีการนำไปใส่ในสลัดกินในลักษณะเดียวกับแตงกวา ผลมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยธาตุเหล็กฟอสฟอรัสและวิตามินซี  หน่ออ่อนและใบ - ปรุงสุกและใช้เป็นผัก ชามะระที่ทำจากผลแห้งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมในญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย สีผสมอาหารสีแดงได้จากผลสุก
-ใช้เป็นยา ทุกส่วนของต้นมีสารโมโนซิดีน (Monocidine) ทำให้มีรสขม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้เป็นเบาหวาน แต่ไม่ควรกินมากเพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำกว่าปกติ การแพทย์พื้นบ้านเชื่อว่า มะระขี้นกมีพลังความเย็น ซึ่งมีสรรพคุณขับพิษ ผลมะระขี้นกช่วยฟอกเลือดบำรุงตับ มีผลดีต่อสายตาและผิวหนัง มีรายงานว่าสารบางอย่างในมะระขี้นกอาจเป็นยาต้านไวรัส HIV รักษาโรคเอดส์ได้-พืชชนิดนี้มีการใช้เป็นยาจำนวนมากรวมถึงการใช้เป็นยาแก้พยาธิ, ยาถ่ายและบรรเทาอาการปวดและเพื่อรักษาริดสีดวงทวาร, ปรสิตภายในและผื่น สารสกัดจากเมล็ดมีความสามารถในการยับยั้งเนื้องอกมะเร็งบางชนิดและอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว; นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาผลกระทบของโรคเบาหวาน
-ใช้ปลูกประดับ อาจปลูกเป็นไม้ประดับได้แม้ว่าการใช้งานนี้มักจะรวมกับการเก็บผลไม้และยอดอ่อนสำหรับเป็นอาหาร สามารถใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน
รู้จักอันตราย--- ห้ามกินผลสุกของมะระ จะมีความเป็นพิษ เพราะมีซาโปนินมาก จะทำให้อาเจียนและท้องร่วงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  สำหรับหญิงมีครรภ์อ่อนไม่ควรกินมาก อาจทำให้แท้งได้
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

95 ย่านลิเภา/Lygodium flexuosum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Lygodium flexuosum (L.) Sw.
ชื่อพ้อง ---Has 24 synonyms

Ophioglossum flexuosum L. Lygodium pinnatifidum Sw.
Ophioglossum scandens L. Lygodium polymorphum (Cav.) Kunth
Hydroglossum elegans Steud. Lygodium pubescens Wall.
Hydroglossum flexuosum (L.) Willd. Lygodium rottlerianum C.Presl
Hydroglossum microstachyum Steud. Lygodium scandens (L.) Sw.
Hydroglossum pinnatifidum Willd. Lygodium semibipinnatum R.Br.
Hydroglossum scandens (L.) Willd. Lygodium serrulatum Blume
Hydroglossum semipinnatum Poir. Lygodium tenue C.Presl
Lygodium elegans Desv. Odontopteris scandens (L.) Bernh.
Lygodium maculatum Bory Ramondia flexuosa (L.) Mirb.
Lygodium meyenianum C.Presl Ramondia scandens (L.) Mirb.
Lygodium pilosum Desv. Ugena polymorpha Cav.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lygodium flexuosum (L.) Sw.
ชื่อพ้อง---Has 24 Synonyms  
---Hydroglossum flexuosum (L.) Willd.   
---Ophioglossum flexuosum L.
---Ramondia flexuosa (L.) Mirb.
ชื่อสามัญ---Big Lygodium, Climbing Fern, Maidenhair Creeper, Old World climbing fern, Small leaf climbing fern
ชื่ออื่น---เฟิร์นตีนมังกร, หมอยแม่ม่าย, กระฉอก, ตะเภาขึ้นหน, ลิเภาใหญ่, ย่านยายเภา.; [BENGALI: Miau-maka-la, Kuttijurkha, Huttigurpo.]; [CHINA: qu zhou hai jin sha.]; [GERMAN:  bogen-kletterfarn.]; [HINDI: bhutraj.]; [MALAYSIA: Akar Sidin, Darai Paya, Ribu-ribu besar, Ribu-ribu Gajah.];  [PHILIPPINES: Nitong-puti (Tag.), Nito-a-dadakkel (Ilk.), Kakulung (Ibn.).]; [VIETNAM: Bòng bong, thòng bong, bòng bong dẻo.]
ชื่อวงศ์---LYGODIACEAE
ถิ่นกำเนิด--- ทวีปเอเซีย และทวีปออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์---ไทย มาเลย์เซีย จีนตอนใต้จนถึงออสเตรเลียเหนือ อินเดียใต้ แอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบใน จีน (ฝูเจี้ยน, กวางตุ้ง, กวางสี, กุ้ยโจว, ไหหลำ, หูหนาน, ยูนนาน) ภูฏาน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เนปาล, ฟิลิปปินส์, ศรีลังกา, ไทย, เวียดนาม; E ออสเตรเลีย เป็นวัชพืชในนาข้าวและในพื้นที่ธรรมชาติที่ลุ่ม พบตามพื้นที่เปิดโล่ง บนพุ่มไม้ ในป่าสักและป่าไผ่ไม่ได้อยู่ในป่าดิบชื้น เติบโตที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1000เมตร ในประเทศไทย พบขึ้นตามป่าทั่วไป ทั่วทุกภาคของประเทศ
เป็นเฟิร์นทอดเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่นยาวได้หลายเมตร ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าสั้นมีขนสีน้ำตาลเข้มหนาแน่น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 มม. ไม่มีเกล็ด ลำต้นเมื่อแก่จะมีสีดำและเป็นมัน ใบเป็นประกอบสามชั้น ก้านใบเรียวเล็กคล้ายเส้นลวด ยาวมาก บางครั้งยาวถึง 5 เมตร
ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด
การใช้ประโยชน์---พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่นและสำหรับลำต้นที่ใช้ในเครื่องจักสาน พืชที่ปลูกยังเป็นไม้ประดับมีค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความสามารถในการครอบคลุมโครงสร้างที่ไม่น่าดูอย่างรวดเร็วและให้ร่มเงาสำหรับพืชอื่น ๆ
-ใช้กิน ใบอ่อนกินเป็นผัก - ในเนปาลในช่วงเวลาที่ขาดแคลนผู้คนในจิตวันใช้เป็นอาหาร
-ใช้เป็นยา รากสดถูกนำมาใช้ภายนอกเป็นการรักษาโรคไขข้ออักเสบ เคล็ดขัดยอกและบาดแผล- ในยาแผนโบราณของอินเดียใช้สำหรับโรคดีซ่านและตับ ความผิดปกติของประจำเดือน รักษาบาดแผลและกลาก พืชทั้งต้นใช้ขับเสมหะและเคล็ดขัดยอก- ในเนปาลเถ้าของพืชใช้รักษาโรคเริม--ในเวียดนามใช้กับบาดแผลและยังใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
-อื่น ๆ ใช้ลำต้นสำหรับถัก สานและทอ เพื่อทำหมวกตะกร้า กล่องและกระเป๋า นอกจากนี้ยังใช้เพื่อผูกฝักข้าวในทุ่งนา     
การขยายพันธุ์ ---สปอร์และปักชำ

96 ขี้ไก่ย่าน/Mikania cordata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Mikania cordata (Burm.f.) B.L.Rob
ชื่อพ้อง--- Has 5 synonyms
---Eupatorium cordatum Burm.f.
---Eupatorium trinitarium volubilis (Poepp.) M.Gómez
---Eupatorium volubile (Poepp.) Vahl
---Eupatorium volubile Norona
---Knautia sagittata Blanco
---Mikania volubilis (Vahl) Willd.
ชื่อสามัญ---Mile-a-minute, African mile a minute, Heartleaf hempvine, Bitter vine,  American rope, Chinese creeper.
ชื่ออื่น ---ขี้ไก่ย่าน, ขี้เหล็กย่าน, [THAI; khi kai yan, khi lek yan,]; [CHINESE: Mi gan cao, Jia ze lan.]; [INDIA: Japani habi.]; [INDONESIA: Brojo lego (Javanese).]; [MALAYSIA: Akar lupang, selaput tunggul.]; [PHILIPPINES: Bikas (Tag.).]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ เขตอบอุ่นของ ทวีปอเมริกาเหนือ หมู่เกาะแคริบเบียน เม็กซิโก เขตร้อนทั่วโลก

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และตอนกลางซึ่งเป็นที่แพร่หลาย แต่ไม่ถือว่าเป็นวัชพืช ถูกนำเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกระจายไปยังประเทศในเขตร้อนทั่วโลก มักขึ้นตามชายป่า ตามสองข้างทาง และตามบริเวณป่านุ่น เติบโตตามลำธาร และริมถนนตามสวนป่า ตามแนวรั้วในทุ่งหญ้าและพื้นที่รกร้าง จัดเป็นวัชพืชที่เจริญได้ดีในเขตร้อน มีการกระจายตัวของระดับความสูงอย่างกว้าง ๆ ซึ่งอาจสูงถึงระดับ 2,000 เมตรหรือมากกว่า
ไม้ล้มลุกเลื้อยขึ้นเป็นพุ่มพันกันยุ่ง ขึ้นคลุมพืชอื่นค่อนข้างแน่น ลำต้นมีความยาวได้ประมาณ 7 เมตร มีขนเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มเล็กน้อย ใบเป็นใบเดี่ยว กว้าง 2-9 ซม ยาว 4-13 ซม ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบค่อนข้างจักเป็นซี่ฟันหยาบ ๆ ผิวใบค่อนข้างเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มกระจายทั้งสองด้าน ด้านล่างมีต่อมเล็กน้อย ก้านใบเรียวเล็กยาวประมาณ 2-9 ซม. ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ริ้วประดับบาง ค่อนข้างจะโปร่งใส กลีบดอกเป็นสีขาวแกมเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก ผลเป็นรูปขอบขนานแคบ มีต่อมรยางค์แข็งจำนวนมาก ผลอ่อนเป็นสีขาว ถ้าแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลเข้ม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในที่มีแสงแดดเต็ม แต่ทนร่มเงาได้บางส่วน ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และชื้น ต้องการ pH ในช่วง 4.5 - 5.5 ซึ่งทนได้ 4-7
ใช้ประโยชน์--- มีการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นส่วนใหญ่ใช้เป็นยา และใบที่กินได้
-ใช้กิน ใบ - ปรุงและกินในซุป
-ใช้เป็นยา ใบใช้ตำพอกตามบาดแผลหรือแผลบวม รักษาโรคหิด และใช้เป็นยาแก้งูและแมงป่องกัด น้ำจากใบใช้เป็นยาแก้ปวดตา รากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของตับและปรับสภาพ
-ใช้ในวนเกษตร ใช้เป็นพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน มันได้รับการแนะนำให้รู้จักในหลายประเทศ  ถูกนำเข้ามาในไต้หวันเพื่อการอนุรักษ์ดิน ในอินเดีย อินโดนีเซีย และในประเทศมาเลเซียนำมาใช้ ในฐานะเป็นพืชปกคลุมดินที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว ในสวนยางพารา
-ใช้อื่น ๆ ใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับแกะและวัวควายในอินเดียมาเลเซียและฟิจิ


            ตรงนี้ขอนำรูปที่ถ่ายมาจากสวนสิรีรุกขชาติมาให้ดูเป็นงานที่นำมาใช้เป็นซุ้มแสดงพืชพรรณในส่วนโซนไม้เลื้อย
สวยงามไม่เบาแต่ถ้าจะนำมาใช้ในงานแลนด์สเคป หรือจัดสวน ไม้เถาล้มลุกบางชนิดที่มีอายุสั้นอาจต้องทำใจกับความสวยที่อยู่ได้แค่ฤดูเดียว
ออกดอก---ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

97 ตำยาน/Zygostelma benthamii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Zygostelma benthamii Baill.
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---อบเชยเถา(ชัยนาท),เครือเขาลวก,ตำยานตัวผู้(นครสวรรค์); [THAI: Op choei thao (Chai Nat),Khruea khao luak, Tamyaan tua phuu (Nakhon Sawan).]
ชื่อวงศ์--- ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินโดจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
มีถิ่นกำเนิดในอินโดจีน (กัมพูช าลาว ไทย เวียดนาม) ไม้เลื้อย อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารใต้ดิน ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว ใบรูปใบหอกยาว ปลายแหลม ออกตรงข้ามกัน.ยาว 6-15 ซม., กว้าง 3-4.5 ซม. ช่อดอกสีชมพูขลิบขาว ออกที่ซอกใบ ช่อหนึ่งจะมีอยู่ 3-4 ดอก กลีบดอกจะมีฐานติดกันเป็นท่อสั้น ๆ ตรงปลายจะแยกออกเป็น 5 กลีบ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายแหลม กลีบดอกจะบิดไปทางเดียวกัน
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ตำยานมีสองชนิดคือ ตำยานตัวผู้ และ ตำยานตัวเมีย ตำยานเป็นสมุนไพรในอดีต ราก จะมีกลิ่นหอมคล้ายเปลือกอบเชย ใช้ปรุงเป็นยาหอมรักษาอาการหน้ามืดตาลาย อาการวิงเวียนศีรษะ และช่วยขับลมในลำไส้ -ตำรายาโบราณไทย ลาว พม่า เขมร ถือเป็นยาชูกำลังชั้นหนึ่ง ใช้ เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ทำให้จิตใจชุ่มชื่นกระปรี้กระเปร่าที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง  ใช้ตำยานมาต้มรวมกันแล้วกิน หรือใช้รวมกับเครือหมาน้อย หมอน้อย ย่านาง ตะไคร้บ้าน ตะไคร้น้ำ ถ้าไม่ใช้วิธีต้ม จะใช้ฝนกิน... ก็ได้ แก้ท้องผูก แก้ริดสีดวง ได้ชะงัด

98 ถั่วไมยรา/ Desmanthus virgatus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Desmanthus virgatus (L.) Willd.
ชื่อพ้อง---Has 18 Synonyms

Acacia angustisiliqua Desf. Acuan virgatum var. flaviflorum Kuntze
Acacia depauperata Mart. ex Steud. Desmanthus depressus Humb. & Bonpl. ex Willd.
Acacia leptosperma Bello Desmanthus pratorum Macfad.
Acacia virgata (L.) Gaertn. Desmanthus tenellus DC.
Acuan depressum (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Kuntze Desmanthus virgatus var. depressus (Humb. & -
Acuan texanum Britton & Rose -Bonpl. ex Willd.) B.L.Turner
Acuan tracyi Britton & Rose Mimosa angustisiliqua Lam.
Acuan virgatum (L.) Medik. Mimosa depressa (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Poir.
Acuan virgatum var. albiflorum Kuntze Mimosa pernambucana Mill.
Bassionym: Mimosa virgata L.

ชื่อสามัญ--- Wild tantan, Prostrate bundleflower, Dwarf koa, Desmanthus, Bundle flower, Acacia courant, Ground tamarind, Slender mimosa
ชื่ออื่น----ถั่วไมยรา ; [THAI: thua mai ya ra.]; [ARGENTINA: espinillo rastrero, modestancia, yucarí niná, yuquerí-pí, yvá-carininá.]; [BRAZIL: angiquinho, anis-de-bode, canela-de-ema, junco-preto, jureminha,  pena-da-saracura, vergalho-de-vaqueiro.]; [CHINESE: Duō zhī cǎo héhuān, Héhuān cǎo]; [CUBA: adormidera, morivivi hembra .]; [FRENCH: Petit Acacia, Petit Mimosa, Sensitive de Montravel.]; [JAPANESE: Himegin'nemu.]; [MEXICO: adormidera, brusca prieta, dwarf koa, frijolillo, ground tamarind, guajillo.]; [SPANISH: bilil, brusca prieta, frijolillo, ground tamarind, guajillo.]; [USA/HAWAII: dwarf koa.]; [HAWAII: guashillo, huarangillo, langalet, virgate mimosa.]  
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ และอเมริกากลาง
การกระจายตามธรรมชาติในอเมริกาเขตร้อน ตั้งแต่เท็กซัสและฟลอริดาในสหรัฐอเมริกาตอนใต้ เวราครูซและเชียปัส ในเม็กซิโก ทั่วอเมริกากลางและหมู่เกาะแคริบเบียนจนถึงประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ เกิดขึ้นตามธรรมชาติในแนวชายฝั่งทะเลและบนชายหาดถนนและในพื้นที่ที่ถูกรบกวนอย่างหนักอื่น ๆ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,900 เมตร
ในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ แล้วก็กลายเป็นวัชพืช ที่พบมากทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคกลางตอนล่างของประเทศ
ลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้รอเลื้อยมีเนื้อไม้ มีระบบรากแก้ว สูงได้ถึง 1.5- 2 เมตร. ลำต้นเป็นเหลี่ยมสันมีถึง 7-8 เหลี่ยม  หูใบรูปลิ่มแคบ ติดทน ใบประกอบ 2 ชั้น แกนมีขนสั้นนุ่ม ใบประกอบย่อยมี 1-7 คู่ ยาว 2.5-7 ซม.ใบย่อยมี 10-25 คู่ คู่ที่โคนขนาดเล็กหรือลดรูป รูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 4-9 มม. ปลายมีติ่งแหลม โคนตัด เบี้ยว แผ่นใบด้านล่างมีนวล ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศ ไม่สมบูรณ์เพศ หรือเป็นหมัน ดอกสีขาว มี 5 กลีบ รูปขอบขนาน ในแต่ละช่อมีได้ถึง 10 ฝัก ติดเป็นกระจุก ตั้งขึ้นหรือแผ่กว้าง รูปแถบ ยาว 5-9 ซม. เมล็ดเป็นเหลี่ยม แบน 9-27 ต่อฝัก ขนาดยาว 2.1-2.9 มม. กว้าง 1.4-2.7 มม. (ตามรูปที่ได้มาเป็นฝักแห้งล้ว)
การใช้ประโยชน์---เป็นพืชตระกูลถั่วที่ทนต่อการแทะเล็มและทนทานต่อการตัดอย่างสม่ำเสมอ ใช้เป็นอาหารสัตว์ปลอดสารพิษและมีโปรตีนเพียงพอ เป็นพืชอาหารที่ดีสำหรับวัว หลายสายพันธุ์ที่ใช้เป็นการค้าเชิงพานิชย์ ในบางพื้นที่มีการเพาะปลูกเป็นแปลงเพื่อเป็นพืชอาหารสัตว์  
-อื่น ๆ พืชช่วยควบคุมการถูกกัดเซาะ ในฟิลิปปินส์ใช้ป้องกันการพังทลายของดินบนพื้นที่ลาดชันและแก้ไขไนโตรเจนทำให้ดินดีขึ้น
ขยายพันธุ์---เมล็ด

99 เครือซุด/Secamone villosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Toxocarpus villosus (Blume) Decne.
ชื่อพ้อง---Secamone villosa Blume
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)                                               
ชื่ออื่น ---เถาวัลย์แดง(ราชบุรี),เครือซุด(เลย),เครือมะแตก(ภาคเหนือ),,อบเชยเถา(กรุงเทพฯ) ; [THAI: Tao-wan Daeng.]; [CHINESE: mao gong guo teng.].;[VIETNAM: Dây giang mủ, Dây gáo vàng.]
ชื่อวงศ์ ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ --- จีน อินเดีย อินโดจีน, อินโดนีเซีย หมู่เกาะซุนดาน้อย

 

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในจีนตอนใต้ (ฝูเจี้ยน, กวางสี, กุ้ยโจว, หูเป่ย์, เสฉวน, ยูนนาน)กระจายไปยัง อินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน (ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม) อินโดนีเซีย(ชวา)จนถึงหมู่เกาะซุนดาน้อย พบเกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าดิบเขา และป่าเปิด ที่ระดับความสูง 500-1500 เมตร
ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2-10 เมตร ชอบขึ้นปกคลุมต้นไม้อื่น ในประเทศไทยส่วนมากพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ลักษณะของลำต้นเลื้อยพันไม่มีมือจับ มียางขาวทุกส่วนของลำต้น เถาอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น  ก้านใบยาว 1-1.5 ซม ใบเดี่ยว  แผ่นใบขนาดกว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 5-8 ซม รูปไข่ออกเรียงสลับกันปลายใบแหลม มีติ่งหนามเล็กๆ ดอกออกเป็นช่อกระจุกซ้อนขนาดใหญ่ ก้านช่อดอก 3-10 ซม ดอกย่อย 1-1.5ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองสด ออกที่ซอกใบและปลายยอด ผลเป็นฝักเดี่ยวหรือเป็นคู่ กางออก รูปทรงกระบอก ยาว 8-18 ซม เมื่อแก่จะแห้งแล้วแตกแนวเดียว มีเมล็ดแบนจำนวนมากมีขนปลิวไปตามลม
การใช้ประโยชน์--- ในเวียตนาม ใช้ใบเป็นยารักษาอาการเต้านมบวมโรคไขข้ออักเสบ ปัสสาวะขัด
---ใช้อื่นๅ เถาแก่แตกเป็นร่องเหนียวมาก นำมาใช้ทำเครื่องจักสานหรือใช้แทนเชือกได้
ระยะออกดอก/ติดผล---เมษายน-พฤษภาคม/มิถุนายน -ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

100 เถาวัลย์เปรียง/Derris scandens


ชื่อวิทยาศาสตร์---Derris scandens (Roxb.) Benth.
ชื่อพ้อง---Has 10 synonyms
---Brachypterum scandens (Roxb.) Wight
---Brachypterum scandens Benth.
---Brachypterum timorense Benth.
---Dalbergia scandens Roxb.
---Dalbergia timoriensis DC.
---Deguelia timoriensis (DC.) Taub.
---Derris timoriensis (DC.) Pittier
---Galedupa frutescens Blanco
---Millettia litoralis Dunn
---Dalbergia venusta Zipp. ex Span.
ชื่อสามัญ---Jewel Vine, Hog Creeper, Malay Jewelvine
ชื่ออื่น---เครือเขาหนัง, เถาตาปลา (นครราชสีมา); เถาวัลย์เปรียง (ภาคกลางl); พานไสน (ชุมพร) ; [ASSAMESE: subai sali.]; [BANGLADESH:  amakurchi, kholalata, mahajani Lata, noyalata.]; [HINDI: gonj,Tup-bel.].[KANNADA: Hallebilu,Handiballi.]; [MALAYALAM: Panivalli,Ponnamvalli,Noel-valli,Poonjali.]; [MARATHI: Mota-sirili, Garudvel.]; [TAMIL: Koti-p-punku.]; [TELUGU: Chiru-tali-badu, Nalla Tiga.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---จีน อนุทวีปอินเดีย คาบสมุทรอินโด จีน ตอนเหนือออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “derris”= แผ่นหนัง ตามลักษณะเปลือกเมล็ด

 

ถิ่นกำเนิดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย พบตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ พื้นที่เกษตรกรรม ขอบทุ่งนา ทุ่งหญ้า ชายหาดและป่าชายเลน ที่ระดับความสูงไม่เกิน 750 เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นอยู่ทุกจังหวัดเป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุด ชอบขึ้นตามป่าดิบแล้ง หัวไร่ปลายนา ขึ้นง่าย มักขึ้นเองตามชายป่า และที่โล่งทั่ว ๆ ไป  ชอบอากาศเย็นแต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่แล้งจะออกดอกดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้น ลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ขึ้นพาดพันต้นไม้ใหญ่ ยาวได้ถึง 20 เมตร เนื้อไม้ในเถานั้นจะเป็นวง  คล้ายเถาคันแดง ใบหนาและแข็ง เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อย9-13 ใบ ใบเป็นรูปรี ปลายใบเป็นรูปหอก โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร  ก้านใบยาว 2-5 ซม.  หลังใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อสีขาวห้อยลง กลีบรองดอกสีม่วงดำ ปลายกลีบดอกสีชมพูเรื่อ  ดอกดกมาก และส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ  ผลออกเป็นฝักแบนเล็ก ๆ 2.5-6.5 x 1-1.4 ซม. ภายในจะมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม อยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด เมล็ดแบน รูปรี ยาวประมาณ 7 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็มประสบความสำเร็จในดินที่ชื้น การระบายน้ำดี สายพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิด แบคทีเรียเหล่านี้ก่อให้เกิดก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้ในพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา บางครั้งมันได้รับการปลูก เป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ถูกใช้มานานหลายศตวรรษในอายุรเวท ยาสมุนไพรไทยและจีน เพื่อรักษาความหลากหลายของอาการเจ็บปวดรวมถึงอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ข้ออักเสบและปวดหัว- ทั้งลำต้นและรากใช้ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นยาขับปัสสาวะ ขับ เสมหะและยาระบาย ไข้หวัดและปวดหลัง รากใช้เพื่อเพิ่มการหลั่งน้ำนมหลังคลอด-ถูกใช้เป็นสมุนไพรในการแพทย์แผนไทยในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก
-ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับขึ้นซุ้มหรือริมรั้ว  
-ใช้อื่นๆ ใช้เป็นยาฆ่าแมลง ส่วนต่าง ๆ ของพืชมีแนวโน้มที่จะมีสารเคมี rotenone (สารออกฤทธิ์ในยาฆ่าแมลงเดอริส)
ออกดอกและติดผล--- มิถุนายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด แยกไหลใต้ดิน ปักชำ

101 ตดหมูตดหมา/Paederia pirifera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Paederia pirifera Hook.f.
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Hondbesseion piliferum (Hook.f.) Kuntze
---Hondbesseion wallichii (Hook.f.) Kuntze
---Paederia kerrii Craib
---Paederia wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ---Sewer Vine
ชื่ออื่น---จ๊าบ่าหลอด, ตดหมูตดหมา, เถาออน (เชียงใหม่) พอทุอี (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), หญ้าตดหมา (ปราจีนบุรี) ; [THAI: cha ba lot, tot mu tot ma,  thao on (Chiang Mai), pho-tu-i (Karen-Kanchanaburi), ya tot ma (Prachin Buri).]
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว เวียตนาม


พบใน พม่า ไทย ลาว เวียตนาม ตามสภาพป่าผลัดใบหรือชายป่าดิบ และป่าที่กำลังคืนสภาพที่ระดับความสูง 400-800 เมตร
ในประเทศไทย พบที่ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร ; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู; ภาคใต้ - ตะวันตก: กาญจนบุรี, เพชรบุรี ที่ระดับความสูง 100–1200 เมตร
ไม้ เถาเนื้ออ่อน ขึ้นง่ายตามธรรมชาติ ลักษณะ ลำต้นกลมสีเขียวขนาดเล็กยาวถึง 6 เมตร ปกคลุมด้วยขนสีเหลืองขาวถึงขนสีเหลืองทองยาว 2 มม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่หรือรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง1-2ซม.ยาว 7-12ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนเว้าเป็นรูปหัวใจ ก้านใบยาว 1-9 ซม.ผิวใบด้านบนมีขนขนหนาแน่นถึงนุ่มด้านล่าง ใบที่เกี่ยวข้องกับช่อดอกมีขนาดเล็กและมักจะค่อนข้างแคบ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกมักยาวถึง 30 ซม. (หรือมากกว่า) ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปแตรกลีบดอกด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงอมแดง ผลรูปกลมรีผิวเกลี้ยงกว้าง (5.5) 6.5-8.5 (10) x (5) 5.5-7 (8.5) ซม. diaspores ส่วนที่มีเมล็ด 3.8-5.5 x 3.4-5.4 มม. สีดำปีกกว้าง 0.8-1.5 มม
**มีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ เช่น ชนิดใบใหญ่ ลักษณะของใบจะเป็นรูปไข่ มีขนสั้นขึ้นปกคลุม เรียกว่า “กระพังโหมใหญ่” หรือ "ตดหมู", ชนิดใบเล็ก ลักษณะของใบจะมีลักษณะเป็นรูปเรียวยาวหรือรูปหอก เรียกว่า “กระพังโหมเล็ก” หรือ "ตดหมา", ชนิดใบใหญ่ไม่มียางไม่มีขน มีกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ เรียกว่า “ย่านพาโหม” ส่วนกระพังโหมแท้ ๆ ต้องเป็นชนิดที่เด็ดใบและเถาสด ๆ จะมียางออกมา
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม--- ชอบแสงแดดจัดและดินร่วนซุยมีการระบายน้ำดี
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ลำต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเนื่องจากมีสารMethyl mercaptan เมื่อนำมาต้มกลิ่นเหม็นจะหายไป ใช้ทำอาหารได้
-ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางเป็นสมุนไพร
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล ---(กันยายน) ธันวาคม - มีนาคม (- เมษายน)/กุมภาพันธ์ - เมษายน
ขยายพันธุ์ ---โดยการเพาะเมล็ด

102 ตดหมูตดหมา/Paederia linearis Hook. f.

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Paederia linearis Hook. f.
ชื่อพ้อง---Has 1 synonyms
---Hondbesseion lineare (Hook.f.) Ku
ชื่อสามัญ---Skunk Vine
ชื่ออื่น-ตำยานตัวผู้ เครือตดหมา (นครราชสีมา), หญ้าตดหมา (ภาคเหนือ), พังโหม (ภาคกลาง), ย่านพาโหม (ภาคใต้), ตดหมูตดหมา, หญ้าตดหมูตดหมา ; [THAI: tam yan tuo phu, ya tot ma, phang hom, yan pha hom, tot mu tot ma.]
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    --- อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สายพันธุ์นี้แบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยดังต่อไปนี้:
---Paederia linearis Hook. f. var. linearis---ตดหมูตดหมา, พังโหม  (ภาคกลาง), ตำยานตัวผู้ (นครราชสีมา), ย่านพาโหม (ภาคใต้) ; [THAI: tot mu tot ma, phang hom  (Central);, tam yan tua phu (Nakhon Ratchasima); yan pha hom (Peninsular).
---Paederia linearis Hook. f. var. pilosa (Craib) Puff---หญ้าตดหมา(ภาคเหนือ); [THAI: ya tot ma (Northern).]
ถิ่นกำเนิด ในประเทศอินเดีย ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม (ใต้)ขึ้นทั่วไปในที่รกร้าง ในป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะตามป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง และป่าที่กำลังคืนสภาพที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 400-800 เมตร
ไม้เถาเลื้อยประเภทล้มลุก ลำต้นมีขนาดเล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.8-5 ซม. ลำต้นและใบมียางสีขาว ขยี้ดมจะมีกลิ่นเหม็น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปเรียวยาวหรือรูปหอกออกเป็นคู่ตรงข้าม ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2.2ซม. ยาว7.1-12ซม. ใบสีเขียว เนื้อในบาง ก้านใบสั้น ยาวประมาณ 1.2-2.3 ซม.เส้นใบโค้งจรดกันที่ใกล้ๆขอบใบ ดอกออกเป็นช่อ ตรงซอกใบ หรือโคนก้านกลีบปลายแยกกันยาวประมาณ 15-25ซม. กลีบด้านนอกสีขาว กลีบด้านในสีม่วงแดงหรือสีชมพูประด้วยสีม่วงจุดสี น้ำตาลผลเป็นรูปไข่หรือกลมแบน ผลมีขนาด 0. 5-0.8 x 0.45-0.75 ซม.มีเมล็ด 0.38-0.55x 0.3-0.5 ซม. สีดำปีกกว้าง 0.6-1.6 มม.
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ชาวเหนือ, ชาวอีสานและชาวใต้ใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักสด น้ำคั้นจากเถาและใบ มาผสมปรุงเป็นขนมขี้หนูช่วยทำให้ขนมขี้หนูเป็นสีเขียว ราก ปอกเปลือกแช่น้ำนําไปตํากับข้าวเหนี่ยวนึ่งเพื่อทำข้าวพอง
-ใช้เป็นยา เถาและใบ ใช้ตำคั้นเอาน้ำกิน ช่วยขับลมในท้อง, แก้จุกเสียด ทั้งต้นแก้ตานร่วง -ใบแก้พิษงู แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด -ราก ฝนหยอดตาแก้ตาซาง ตาแฉะตามัว-รากมีสรรพคุณแก้โรคตานขโมย รักษาดีซ่าน แก้ท้องเสีย ลำไส้พิการ แก้อาการจุกเสียด ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย -ดอกแก้ไข้จับสั่น ช่วยขับน้ำนม -ผล แก้ไข้จับสั่น หืดไอ แก้มองคร่อ แก้ท้องมาน แก้ริดสีดวง-ไม่ระบุส่วนที่ใช้ เป็นยาแก้ไข้สัมประชวร แก้เสมหะ แก้ฟกบวมในท้อง และช่วยบำรุงธาตุไฟ (ข้อมูลจากเว็บไซต์ทองไทยแลนด์)-*หมอยาพื้นบ้านใช้ตดหมูตดหมากินเป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่าการกินเป็นประจำจะสามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ช่วยทำให้สีผมเงางาม ช่วยกำจัดพิษ ช่วยย่อย ช่วยขับลม ให้กินเป็นประจำทั้งกินเป็นผักและต้มกินเป็นยา และสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัย-ตดหมูตดหมาเป็นยาแก้ทาง “กองลม” (กองลมในความหมายของแพทย์แผนไทย คือกลไกที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ) การทำงานของระบบประสาท เช่น ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ อาการปวดหัว รวมไปถึงอาการท้องอืดท้องเฟ้อ- ตดหมูตดหมาเป็นสมุนไพรที่เข้าอยู่ในตำรับยาแก้ซางมากที่สุดชนิดหนึ่ง กล่าวได้ว่าสรรพคุณสำคัญของตดหมูตดหมาคือ การแก้ซางเด็ก ซึ่งเด็กที่เป็นซางจะมีอาการพุงโรกันปอด ผอม ซึ่งอาจจะเกิดจากพยาธิ อาหารไม่ย่อย หรือขาดสารอาหาร* *ขอขอบคุณข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน โดย ภกญ.ดร.สาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี *
ระยะออกดอก/ติดผล---มกราคม-พฤษภาคม/เมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

103 จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Oxystelma esculentum (L. f.) Sm.
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms
---Oxystelma wallichii Wight
---Periploca esculenta L. f.
---Sarcostemma esculentum (L. f.) R.W. Holm
ชื่อสามัญ---Rosy Milkweed, Rosy Milkweed Vine, Needle-leaved swallow-wort
ชื่ออื่น---จมูกปลาหลด,สะอึก(ภาคกลาง),จมูกปลาไหลดง(เพชรบูรณ์),ตะมูกปลาไหล(นครราชสีมา),ผักไหม(เชียงใหม่) ; [THAI: chamuk pla lai dong (Phetchabun), chamuk pla lot , sa uek (Central), tamuk pla lai (Nakhon Ratchasima), phak mai (Chiang Mai).]; [ASSAMESE: Bengena bulia lota, Gongamala.]; [BENGALI: dudhi, dudhiyalata, kshirai.]; [CHINESE: jian huai teng.]; [HINDI: Dudhiya lata, Jal Dudhi, Dudhi-ki-be.]; [KANNADA: dugdhika, maeke kombu balli.]; [MALAYALAM: Kulappala, kinikinippala.]; [MARATHI: dudhani.]; [NEPALI: Anarsinge laharo.]; [SANSKRIT: dugdhika, kshirini, uttama, uttamaphalini, yugmaphalottama.]; [TAMIL: uci-p-palai, uttamai.]; [TELUGU: pala.]
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---แอฟริกา เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ---แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย

 

เป็นพืชพื้นเมืองในจีน, เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เกิดขึ้นตามป่าชื้น ริมลำธาร  พบที่ระดับความสูง สูงสุด 900 เมตร
ไม้เลื้อยพันเลื้อยได้ไกลประมาณ1-2 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปดาบ ขนาดของใบกว้าง1-1.5 ซม. ยาว 8-13 ซม. ก้านใบสั้นและเล็ก ยาวได้ประมาณ 0.5-1.3 ซม.ยอดอ่อนมีขนเล็กน้อยและจะค่อนข้างเกลี้ยงเมื่อแก่ลำต้นและใบเมื่อนำมาขยี้ดมดูจะมีกลิ่นเหม็น ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อตามซอกใบช่อละประมาณ 2-3 ดอก บางครั้งช่อใหญ่อาจมีดอกถึง 6-9 ดอก  ก้านช่อดอก 6-15 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบขนาด 1x 2-3 มม. ดอกย่อยขนาดประมาณ 1.5-2.5 ซม. กลีบดอกด้านในสีชมพูเข้มสีมีลายเส้นสีม่วง และจุดประสีน้ำตาล ด้านนอกสีขาว  ผลเป็นฝักรูปไข่ 1x4-7.5ซม. ปลายฝักแหลมโค้งเรียว โคนฝักกว้าง เปลือกนิ่ม ภายในพองลม เมื่อแก่จะแตกออกข้างเดียว ภายในมีเมล็ด เมล็ดรูปไข่, 2.5 x 2 มม จำนวนมาก เมล็ดสีน้ำตาลปลายเมล็ดจะมีขนสีขาวติดอยู่เป็นกระจุก ยาวประมาณ 1.5-2 ซม.
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกกินเป็นผักสด ผลกินได้เหมือนกัน น้ำคั้นจากเถาและใบใช้ผสมในขนมขี้หนู ทำให้ขนมขี้หนูมีสีเขียว
-ใช้เป็นยา  มีอยู่ในตำรายาอินเดียโบราณ รู้จักกันทั่วไปว่า 'Jaldudhi' มีประโยชน์ในการรักษาหลายอย่างซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาโรคในโลกสมัยใหม่เช่นมะเร็งตับอักเสบไตผิดปกติโรคที่เกี่ยวกับความเครียดและการติดเชื้อจุลินทรีย์  
-ใช้อื่นๆใช้เป็นไม้ประดับเป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก
ระยะออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม- กันยายน/ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

104 ฝอยทอง/Cuscuta chinensis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cuscuta chinensis LAM.
ชื่อพ้อง--- Has 1 Synonyms
---Pentake chinense (Lam.) Raf.
ชื่อสามัญ---Dodder, Cuscuta seed, Chinese Dodder, Love vine, Devil's-hair, Beggarweed, Devil's Guts, Dodder Of Thyme, Hellweed
ชื่ออื่น---ฝอยทอง(ภาคกลาง), ฝอยไหม(นครราชสีมา), ผักไหม (อุดรธานี) เครือเขาคำ เครือเขาคา สายไหม ; [THAI:  foi thong (Central); foi mai (Nakhon Ratchasima); phak mai (Udon Thani).]; [CHINESE: Tusizi, Tu Si Zi (mandarin).]; [HINDI: Makhanio, Amar Bel, Amar Bel .]; [MARATHI: Amarvel.]
ชื่อวงศ์---CUSCUTACEAE
ถิ่นกำเนิ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---ยุโรป เอเซีย ออสเตรเลียอเมริกากลาง

 

มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนทางตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา, มาดากัสการ์, ในเอเชียตะวันออก - จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน  อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงออสเตรเลีย อเมริกากลาง และจากสหรัฐอเมริกาไปยังเม็กซิโก เกิดขึ้นตามธรรมชาติพบในทุ่งนา เนินเขาเปิดโล่ง พุ่มไม้และหาดทรายที่ระดับความสูง 0- 3,000 เมตร
ฝอยทอง เป็น พืชกาฝาก เจริญเติบโตอยู่บนต้นไม้อื่น ดูดอาหาร จากต้นไม้ที่เกาะอาศัยอยู่ ลำต้นกลมสีเหลืองสดใสลักษณะคล้ายเส้นไหม เป็นเถาเลื้อยยาวและอ่อนนุ่ม ไม่มีใบหรือรากที่แท้จริงและไม่มีคลอโรฟิลล์ แตกกิ่งก้านมาก ใบมีลักษณะ เหมือนเป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยม เล็กๆ บนลำต้นยาวประมาณ 1/16 นิ้ว ดอกไม้รูประฆังมี 3-5 กลีบยาวประมาณ 1/8 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. มักจะเกิดขึ้นในกลุ่ม แต่บางครั้งก็ออกเดี่ยว ดอกไม้มีหลายสีตั้งแต่สีขาวชมพูจนถึงเหลืองจนถึงครีม ผลรูปกลม ขนาดเล็ก มีเมล็ด 2 ถึง 4 เมล็ด พวกมันจะก่อตัวเป็นกระจุกตามลำต้นระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นอาหารเป็นผักธรรมชาติที่รับ ประทานได้ มักซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่น ชาวบ้านเอามาวางเป็นกองๆหรือใส่กระทงขาย เห็นเป็นเส้นๆเหลืองๆยาวๆ นั่นละ ฝอยทอง
-ใช้เป็นยาแผนโบราณในประเทศจีน เกาหลี ปากีสถาน เวียดนาม อินเดียและไทย เป็นที่นิยมใช้เป็นสารต่อต้านริ้วรอย, สารต้านการอักเสบ, ยาแก้ปวดและยาโป๊
ในการแพทย์แผนจีน ใช้เมล็ดฝอยทองใช้เป็นยามาหลายพันปีแล้ว อธิบายว่าเมล็ดมีลักษณะเป็นกลางและมีรสหวานฉุน พวกเขาเกี่ยวข้องกับไตและตับและมักใช้ในสูตรที่ช่วยปรับสมดุลการขาดหยินและหยาง เมล็ดฝอยทองหรือที่เรียกว่า เมล็ด Dodder หรือที่รู้จักกันในชื่อ cuscuta seed หรือ Tu Si Zi ในภาษาจีนกลางได้รับการพิจารณาว่าเป็นยาบำรุงอ่อน ๆ ที่ใช้ในสมุนไพรจีน เช่นเดียวกับชื่อของมันบ่งบอกว่ามันมาจากพืชกาฝากที่มีชีวิตรอดโดยการดูดซับสาระสำคัญจากโฮสต์ เนื่องจากสมุนไพรโบราณไม่พบรากจากสิ่งมีชีวิตพวกเขาคิดว่ามันมีพลังเวทย์มนตร์ อาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรชั้นเลิศใน “Shen Nong’s Herbal Classic.” เป็นยาบำรุงที่ดีเยี่ยมสำหรับไต, ตับ, และม้าม, ใช้แบบโบราณดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวโดยมีการเก็บเมล็ด ใช้เป็นยาดิบหรือปรุงสุกแล้วบดหรือใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองเห็นไม่ชัดและตาแห้ง ผมร่วง, ยาต้านการแท้งบุตร, การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ, ปัสสาวะบ่อย, ฝ้า, ปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากไต, การหลั่งเร็วและภาวะมีบุตรยาก
ระยะออกดอก---กรกฎาคม-กันยายน---ติดผล---สิงหาคม-ตุลาคม
การขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ดและการแตกหน่อ

105 กะทกรก/Passiflora foetida


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Passiflora foetida Linn.
ชื่อพ้อง---Passiflora foetida var. hispida Killipillip
ชื่อสามัญ---Running Pop, Fetid passionflower, Scarletfruit passionflower, Stinking passionflower, Love-in-a-mist, Wild water melon, Wild maracuja, Bush passion fruit, Stoneflower
ชื่ออื่น---กะทกรก(ภาคกลาง),กระโปรงทอง(ภาคใต้),ตำลึงฝรั่ง(ชลบุรี),เถาเงาะ,เถาสิงโต(ชัยนาท), ผักขี้หิด(เลย),ผักแคบฝรั่ง(ภาคเหนือ),เยี่ยววัว(อุดรธานี),ละพุบาบี(มลายู นราธิวาส,ปัตตานี), หญ้าสลกบาต(พิษณุโลก,อุตรดิตถ์),หญ้ารกช้าง(พังงา),เครือขนตาช้าง(ศรีษะเกษ) ; [THAI: ka-thok-rok, rok (Central); khruea khon ta chang (Si Sa Ket); thao ngo (Chai Nat); thao singto (Chai Nat); yiao wua (Udon Thani); kra prong thong (Peninsular); ka thok rok (Central); tam lueng farang (Chon Buri); phak khaep farang (Northern); phak khi hit (Loei); la-phu-ba-bi (Malay-Narathiwat, Pattani); ya thalok bat (Phitsanulok, Uttaradit); ya rok chang (Phangnga).]; [AUSTRALIA: mossy passion flower.];[CAMBODIA: sav mao prey.]; [CUBA: caguajasa.]; [FRENCH: marie goujeat; passiflore fétide.]; [GERMAN: Passionsblume, Rotfrüchtige.]; [GUAM: kinahulo atadeo.]; [HAITI: toque molle.]; [INDIA: banchathail; mukkopeera.]; [INDONESIA:  buah tikus; ceplukan blunsun.]; [JAPANESE:  kusa-tokeiso.]; [MALAYSIA: pokok lang bulu; timun dendang.]; [MEXICO: clavellín blanco; granadilla; jujito peludo; jujo.]; [Philippines: kurunggut; lupok-lupok; masaflora; melon meleonan; pasionariang-mabaho; prutas taungan.]; [SIDDHA/TAMIL: Siru Ponaikalli.]; [SINGAPORE: timun dendang; timun hutan; timun padang.]; [SOUTH AFRICA:  running pop.]; [SPANISH:  caguajasa (Cuba); clavellin blanco (Honduras); granadilla colorada; granadilla silvestre; norbo cimarrón (Bolivia); tumbillo.]; [TONGA: vaine 'a e kuma.]; [USA/HAWAII: scarlet fruited passion flower.]; [VIETNAM: chum bao.]
ชื่อวงศ์---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด---เม็กซิโก , อเมริกากลาง และ ทวีปอเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์---ภูมิภาค เขตร้อน ทั่วโลก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ฮาวาย

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางอเมริกาใต้และหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ปัจจุบันมีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เกิดขึ้น ตามริมถนน ขอบป่า พื้นที่เกษตรและป่าชายฝั่ง จากระดับน้ำทะเลถึง 200 เมตร Holm et al. (1997) โปรดทราบว่าP. foetida เป็นวัชพืช 20 ชนิด ใน 49 ประเทศ มันเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงที่สุดในข้าวโพดและยางของประเทศมาเลเซีย เป็นวัชพืชที่ร้ายแรงของยาง และปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย เปรู ในมะพร้าวในมหาสมุทรแปซิฟิก ข้าวโพด ฝ้าย และอ้อยในประเทศไทย เผือกในซามัวและพืชต่าง ๆ ในซาราวัก
กระทกรกเป็นไม้เถาขนาดเล็กแต่เหนียว อายุหลายปี อยู่วงศ์เดียวกับเสาวรส PASSIFLORACEAE มีมือเกาะเลื้อยพาดพันได้ไกล3-5เมตร มักขึ้นเองไม่ต้องปลูก ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว ใบเดี่ยวยาว 5-15 ซมออกสลับตามข้อ ก้านใบยาว 2-10 ซม โคนก้านใบมีเส้นยาวขดเป็นวงเกลียว สำหรับยึดเกาะพยุง ใบรูปเหลี่ยม ริมวกหยักเว้าเข้าข้างในข้างละ1หยัก ขนาดใบ5-7.5 ซ.ม ดอกเดี่ยวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 ซม. ออกที่ซอกใบ กลีบ5กลีบซ้อนกัน2ชั้น ผลสีเขียวเมื่อสุกสีเหลืองกินได้ ทั้งผลอ่อนผลแก่ เมล็ดสุกสีดำแบนรูปลิ่มยาว 3-4 มม. มีรอยย่นบางครั้งล้อมรอบด้วยวุ้นใส
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน เป็นพืชที่กินได้ ใช้ผลไม้เพื่อทำเครื่องดื่มในเวเนซุเอลา ผลและใบอ่อนที่ปรุงแล้วกินในประเทศไทย
-ใช้เป็นยา ใบแห้งใช้ในชาในยาพื้นบ้านของเวียดนาม เพื่อบรรเทาปัญหาการนอนหลับรวมถึงการรักษาอาการคันและอาการไอ ใบสดใช้เป็นยาแก้พยาธิไส้เดือนในลำไส้สำหรับเด็ก ใบอ่อนสดบดแล้วถูบนแผลงูกัด
-วนเกษตร ควบคุมการกัดเซาะ ปลูกคลุมดินสำหรับกำจัดวัชพืชในมาเลเซียและแอฟริกาตะวันออก
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นเถาไม้ประดับ (อาจเป็นเหตุผลสำหรับการกระจายอย่างกว้างขวาง) เมล็ดถูกจำหน่ายเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะในยุโรป
-อื่น ๆ สารในใบยับยั้งการกินของแมลง
รู้จักอันตราย---ผลไม้ดิบมีไซยาไนด์และมีพิษ ห้ามกิน
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

106 ถั่วกรามช้าง/Lablab purpureus

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lablab purpureus (L.) Sweet
ชื่อพ้อง ---Has 6 Synonyms   
---Dolichos lablab L.
---Dolichos purpureus L.
---Lablab niger Medikus
---Lablab lablab (L.) Lyons
---Lablab vulgaris (L.) Savi
---Vigna aristata Piper
ชื่อสามัญ    ---Hyacinth bean, Lablab-bean, Tonga bean, Papaya bean, Poor man bean, Butter bean, Bonavista bean,  poor man's bean, Field bean, Pig-ears, Egyptian kidney bean.
ชื่ออื่น    ---ถั่วแปบ, ถั่วแปบช้าง, ถั่วนาง (ภาคกลาง), ถั่วแปะยี (ภาคเหนือ) ; [THAI: thua paep, thua paep chang, thua nang, thua pae yi (Northern).]; [ASSAMESE: Urchi,Urohi,Urahi,Uri.]; [AUSTRALIA: Rongai dolichos, lab-lab bean.]; [BENGALI: Rajashimbi.]; [BRAZIL: cumandiata; labe-labe.]; [CUBA: frijol caballero.]; [FRENCH: lablab, dolique lab-lab, dolique d'Egypte, pois boucoussou, pois Gervais, pois Gerville.]; [GERMAN: Helmbohne, Indische Bohne.]; [HINDI: Shimi, Bhatvas, Sem.]; [INDONESIA: komak, kacang komak, kacang bado, kacang biduk.]; [ITALIAN: dolico egiziano.]; [KANNADA: Avare Baele,Capparada-avare,Avare.]; [MALAYALAM: Amara,Avara.]; [MARATHI: Kadavebaala,Pandhre Pavate,Anvare.]; [NEPALI: Raj Simi .]; [PHILIPPINES: bitsuwelas, abitsuwelas, habitsuwelas, sibatse, bataw (Tagalog ).]; [PORTUGUESE: Labe-labe, feij?o cutelinho, feij?o padre, feij?o da India, cumandati?.]; [SANSKRIT: Nispavah.]; [SPANISH:  jacinto, quiquaqua, caroata chwata, poroto de Egipto.]; [TAMIL: Motchai, Avarai.]; [TELUGU: Chikkudu,Alsanda,Adavichikkudu.]; [VIETNAM: ??u v?n.].
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย-อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
Lablab purpureus เป็นเผ่าพันธุ์เดียวของ สกุล Lablab มีสามชนิดย่อย:
---Lablab purpureus subsp bengalensis  พบได้ในพื้นที่เขตร้อนส่วนใหญ่ของแอฟริกาเอเชียและอเมริกาและมีผลไม้ที่มีความนุ่มสูงถึง 15 ซม. ? 2.5 ซม.
---Lablab purpureus  subsp purpureus  ปลูกในเอเชียเป็นพืชไร่สำหรับเมล็ดและอาหารสัตว์ มันเป็นไม้ยืนต้นแบบกึ่งตั้งตรง ผลไม้นั้นค่อนข้างสั้นมากถึง 10 ซม. x 4 ซม. และพืชทั้งหมดนั้นแต่งแต้มด้วยสีม่วง มีกลิ่นแรงและไม่เป็นที่พอใจ
---Lablab purpureus  subsp uncinatusต้นกำเนิดของแอฟริกาตะวันออกมีผลไม้ค่อนข้างเล็กกว้าง 4 ซม. ? 1.5 ซม
ที่มาของ lablab ถูกถกเถียงกันและอาจมีต้นกำเนิดมาจากเอเชียใต้หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือจากแอฟริกา
ไม้เลื้อยลำต้นกลมบิดมีขนสูงประมาณ1.5-3เมตร ในประเทศไทยพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณชื้น ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบใบย่อย3ใบ ก้านใบยาวประมาณ 10 ซม. ส่วนโคนบวม ใบบนมีขนาดใหญ่สุด รูปไข่กว้าง ขนาด 10-15ซม.ยาว 15-20ซม. ปลายใบแหลม 2ใบล่างรูปไข่เบี้ยว ขนาดกว้าง 8-12ซม.ยาว12-18ซม.  มีขนนุ่มปกคลุม ดอกมี 2 ชนิดคือ ชนิดดอกสีขาว และชนิดดอกสีม่วงดอกออกเป็นช่อตั้ง ก้านช่อดอกยาว 20-50ซม.ดอกย่อยเป็นแบบดอกถั่ว ขนาด 5ซม. กลีบตั้งมีแถบสีขาวตรงกลาง กลีบรองดอกเป็นถ้วยสีเทา เกสรผู้อยู่รวมเป็นกลุ่ม ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกแกมแบน ปลายแหลม มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ขนาดกว้าง 1-2ซม. ยาว 4-8ซม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม-ตำแหน่งที่มีแดดจัด ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีปริมาณอินทรียวัตถุสูง มีค่า pH ในช่วง 5 - 7.5 ซึ่งทนได้ 4.5 - 8
ใช้ประโยชน์---Lablab เป็นพืชตระกูลถั่วอเนกประสงค์ ได้รับการปลูกฝังทั่วไปทั้งในบ้าน ในสวนและในเชิงพาณิชย์ในเขตอบอุ่น-เขตร้อน บางครั้งเป็นไม้ประดับ
-ใช้กิน ผลและใบอ่อนรับประทานเป็นผักสดได้ ใบใช้เป็นผักใบเขียวเหมือนผักขม พวกมันมีโปรตีนสูงถึง 28% -เมล็ดสามารถเตรียมเป็น 'เต้าหู้' หรือหมักเป็น 'เทมเป้' ในแบบเดียวกับที่ใช้ถั่วเหลืองในญี่ปุ่น ฝักอ่อนที่ยังไม่สุกมีโปรตีน 3.2% ไขมัน 0.8% คาร์โบไฮเดรต 5.4% เถ้า 0.81% อุดมไปด้วยวิตามินบี 1-ดอกไม้ - ดิบหรือปรุงสุกในซุปและสตูว์
-ใช้เป็นยา พืช (แม้ว่าส่วนที่แน่นอนที่ใช้ไม่ได้ระบุไว้) เป็นยาต้านจุลชีพ, ยาแก้พิษ มันถูกใช้ในการรักษาอหิวาตกโรค, อาเจียน, ท้องร่วง, leucorrhoea, โรคหนองใน-มีการใช้ใบไม้สีเขียวบดในน้ำส้มสายชูเพื่อรักษางูกัด ดอกไม้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ, alexiteric และขับลม  ก้านใช้ในการรักษาอหิวาตกโรค น้ำผลไม้จากฝักใช้รักษาหูอักเสบและคอ เมล็ดที่โตเต็มที่จะเป็นยาถ่ายพยาธิ, ย่อยอาหาร, ยาแก้ไข้และยาแก้ปวดท้อง คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องร่วง, ลำไส้, พิษสุราเรื้อรังและพิษสารหนู
-ใช้ในวนเกษตร เป็นพืชผู้บุกเบิกที่ดีในการเตรียมดินซึ่งก่อนหน้านี้มีหญ้าAxonopusและCynodonสำหรับปลูกหญ้าผสมกับพืชตระกูลถั่ว ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดี
-ใช้อื่น ๆ ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ สามารถนำไปเลี้ยงหรือเก็บเกี่ยวในระบบตัดและขนถ่ายหญ้าแห้งและหญ้าหมัก ทำเป็นหญ้าแห้งดีเยี่ยม และสามารถผลิตหญ้าหมักคุณภาพดีเพียงอย่างเดียว หรือ ผสมกับข้าวฟ่างอาหารสัตว์ การผสมกับพืชธัญญาหาร (ข้าวโพดหรือข้าวฟ่าง) ช่วยในการหมัก ไม่จำเป็นต้องเติมกากน้ำตาล
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล --- กรกฏาคม-พฤศจิกายน
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

107 ถั่วลาย/Centrosema pubescens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Centrosema pubescens Benth.
ชื่อพ้อง---Centrosema schiedeanum (ined.)
ชื่อสามัญ---Butterfly pea, Centro, Butterfly pea, Spurred butterfly pea
ชื่ออื่น---ถั่วลาย(กรุงเทพฯ). ถั่วสะแดด, ; [THAI: Thua lai.]; [BRAZIL: patinho; roxinha.]; [CHINESE: Ju ban dou.]; [FRENCH: Centroseme pubescente, Centrosema petite feuille, Centrosema.]; [INDONESIA: Kacang kupu-kupu.]; [PORTUGUESE: jitirama.]; [PHILIPPINES: Pukingan (Tag.).]; [SPANISH: Caracucho; Flor de pito.];
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ประเทศเขตร้อนชื้น
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง(เช่น คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิการากัวและปานามา) แคริบเบียนและอเมริกาใต้เขตร้อน (เช่น เวเนซุเอลา บราซิล โบลิเวีย โคลัมเบีย เอกวาดอร์และเปรู) ตอนนี้แพร่หลายในเขตร้อนชื้น รวมถึงประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย เกิดขึ้นตามริมถนน ในที่ทิ้งขย ะริมฝั่งแม่น้ำและในสวนมะพร้าว ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลถึง 600 เมตร
พืชล้มลุกอายุฤดูเดียว  ลักษณะลำต้นเป็นเถากลมเนื้ออ่อนมีข้อ สีเขียวเข้มปนน้ำตาล มีขนสั้น ๆสีน้ำตาลแดงปกคลุม เลื้อยยาวได้ไกล 0.50-1.50เมตร ใบย่อยมี3ใบ รูปไข่สีเขียว กว้าง 4 ซม. x 3.5 ซม  ใบกลางใหญ่สุด ใบค่อนข้างหยาบ หน้าใบและหลังใบมีขนละเอียดจำนวนมาก ดอกคล้ายดอกอัญชัน  เกิดในซอกใบเป็นสีม่วงหรือสีม่วงอ่อนมีแถบสีม่วง ฝักมีลักษณะเป็นเส้นตรงบิดตัว ยาว 7.5 -15 ซม.  สีน้ำตาลเข้มเมื่อสุก มีเมล็ดมากถึง 20 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4  มม.
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินในที่โล่งแจ้ง ป้องก้นวัชพืชขึ้นโดยถั่วลายจะเลื้อยพันต้นวัชพืชทำให้วัชพืช ชะงักการเจริญเติบโตและช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
-อื่น ๆ ใช้เป็นพืชสำหรับปุ๋ยพืชสดในสวนยางพารามะพร้าวและปาล์มน้ำมัน
-ใช้เป็นอาหารสัตว์ ใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นอาหารสัตว์และเป็นแหล่งของโปรตีนในการเลี้ยงปศุสัตว์จากทางใต้ของเม็กซิโกไปจนถึงโคลัมเบีย เป็นพืชอาหารสัตว์ตระกูลถั่วที่มีคุณค่าสำหรับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ทำเป็นหญ้าแห้งและหญ้าหมัก เป็นสายพันธุ์พืชที่ได้รับการพัฒนาเพื่อการค้า สามารถผสมกับหญ้าอื่น ๆได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโปรตีนในอาหารของวัว  ใบยังใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับไก่เนื้อ ราคาถูกได้ มันเป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียมและโพแทสเซียมสำหรับสัตว์
การขยายพันธุ์ ---เมล็ด

108 ถั่วผี/Macroptilium lathyroides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Macroptilium lathyroides (L.) Urb.
ชื่อพัอง---Has 25 synonyms

-Lotus maritimus Vell. -Phaseolus lathyroides subf. nanus Hassl.
-Macroptilium lathyroides var. bustarretianum - -Phaseolus lathyroides f. repandus Hassl.
Stehlé & Quentin -Phaseolus lathyroides var. semierectus Hassl.
-Macroptilium lathyroides var. semierectum (L.) Urb. -Phaseolus lathyroides f. typicus Hassl.
-Phasellus lathyroides (L.) Moench -Phaseolus maritimus Benth.
-Phaseolus candidus f. maritimus (Benth.) Hassl. -Phaseolus psoraleoides Wight & Arn.
-Phaseolus crotalarioides Mart. ex Benth. -Phaseolus semierectus L.
-Phaseolus hastifolius Mart. ex Benth.- -Phaseolus semierectus var. angustifolius Micheli
Phaseolus lathyroides L. -Phaseolus semierectus var. angustifolius Benth.
-Phaseolus lathyroides f. chacoensis Hassl. -Phaseolus semierectus var. gracilis M.Gómez
-Phaseolus lathyroides var. genuinus Hassl. -Phaseolus semierectus var. nanus Benth.
-Phaseolus lathyroides var. Hastifolius- -Phaseolus semierectus var. subhastatus Benth.
 (Mart. ex Benth.) Hassl. -Phaseolus strictus A.Braun & C.D.Bouché
Phaseolus lathyroides f. hirsutus Hassl.

ชื่อสามัญ---Pea Bean, Phasey Bean, Scarlet Bean, Wild bean, Wild bush bean, One-leaf clover, , Quail bean, Wild dolly bean.
ชื่ออื่น---ถั่วผี (กรุงเทพฯ); [THAI: thua phi (Bangkok).]; [BRAZIL: feijão-dos-arrozais, feijão-de-rola.]; [CHINESE: Da yi dou.]; [COLOMBIA: frijol de los arrozales.]; [FRENCH: macroptilium à fleur rouge.]; [GERMAN: phasemybohne.]; [HAWII: wild pea bean.]; [INDONESIA: kacang batang.]; [INDONESIA: kacang batang.]; [JAPANESE: nanban-akabana-azuki.]; [LESSER ANTILLES: pois-poison, pois-zombi(e).]; [SPANISH:  habichuela parada, frijolito de los arrozales, pico de aura.]; [TONGA: pini.]; [USA: quail bean (Florida).]; [VENEZUELA: frijol de monte.].
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 

มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาในเขตร้อนชื้น (อเมริกากลางหมู่เกาะแคริบเบียนอเมริกาใต้)กระจายไปทั่วเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก มันถูกนำเข้าสู่อินเดีย, ออสเตรเลีย, แอฟริกาและทางใต้ของสหรัฐอเมริกา พบได้บ่อยครั้งในสถานที่เปียกชื้นตามริมถนนบนพื้นที่ทิ้งขยะในทุ่งโล่งทุ่งหญ้าในสถานการณ์เปิดตามลำธารและแม่น้ำ จากระดับน้ำทะเลถึงความสูง 1,800-2,000 เมตร ในประเทศไทยพบขึ้นอยู่ทั่วไปในพื้นที่ รกร้างว่างเปล่า ริมคูน้ำ คันนา
ถั่วผีเป็นไม้พุ่มเล็กอายุฤดูเดียว ต้นเป็นกอตั้งตรง ปลายยอดทอดอ่อนเล็กน้อย สูงประมาณ100-130ซ.ม.ลำต้นเหนียวและกลวงสีเขียวเข้ม ผิวลำต้นเป็นเส้นตามยาวมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ลูบจะสากมือ ก้านใบยาว 1-5 ซม.มี 3 ใบย่อยรูปไข่ หรือรูปใบหอก ยาว 3-8 ซม. กว้าง 1-3.5 ซม สีใบเขียวเข้ม หน้าใบมีขนสั้นๆ หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นกว่าหน้าใบ ขอบใบหยักแบบขนครุย ผิวใบค่อนข้างนุ่ม ช่อดอกออกที่ซอกใบยาวประมาณ 30 ซม.ดอกเดี่ยวรูปดอกถั่ว ยาว 2.8- 3 ซม. กลีบดอกสีแดงเลือดหมู (crimson) ดอกออกจากจุดเดียวกันเป็นคู่ๆบนแกนช่อดอกรวม โคนดอกมีกลีบรองดอกรูปกรวยส่วนปลายสีแดงเข้มแยกเป็น 5 หยัก ส่วนโคนสีอ่อนกว่า  ฝักรูปกลมมีรอยคอดตื้นๆ ยาว 5.5-12 ซม., กว้าง 2.5-3 มม.มี 4-6 ฝักต่อช่อ ในหนึ่งฝักมีมีเมล็ด 18-20 เมล็ด เมล็ดรูปทรงกระบอกปลายตัดสีน้ำตาลดำ  ยาว 5 - 12 ซม.กว้าง 2 - 3 มม. ฝักแก่แตกเป็นสองซีก
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ทนต่อแสงและเงาปานกลาง ปรับให้เหมาะกับช่วงกว้างของดินที่มีการระบายน้ำไม่ดีตั้งแต่ทรายลึกไปจนถึงดินเหนียวหนัก ดินเหนียวปนลูกรังและดินร่วนปนเหนียว และมีค่า pH ตั้งแต่ (5.0-) 6.0-7.0 (-8.0) มันสามารถทนต่อความเค็มปานกลาง แต่ไวต่อแมงกานีสและอลูมิเนียมในดิน
การใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหาร มันสามารถปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดและพืชคลุมดิน
-ใช้กิน เมล็ดสุก กินได้  
-เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับ โค กระบือ ใช้ปลูกเพื่อปรับปรุงดินและคลุมดินในสวนผลไม้ พืชสามารถแก้ไขไนโตรเจนในบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากและสามารถใช้เป็นพืชคลุมดินและปุ๋ยพืชสด
ระยะออกดอก --- เมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

109 ถั่วผีเลื้อย/Phaseolus atropurreus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Macroptilium atropurpureum (DC.) Urb.
ชื่อพ้อง---[Basionym]: Phaseolus atropurpureus DC.
ชื่อสามัญ--Purple bush-bean, Siratro
ชื่ออื่น ---ถั่วผีเลิ้อย,ถั่วเซอราโตร ; [THAI: thua phi leiay, thua-sirato.]; [CHINESE: Zǐ huā dà yì dòu.]; [DOMINICAN REPUBLIC:  kruzu; Kudzu.]; [FRENCH: macroptilium à fleur pourpre.]; [GERMAN: purpurbohne.]; [LESSER ANTILLIS: red pea.]; [SPANISH: conchito, jícama silvestre.]
ชื่อวงศ์ ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน
มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลาง-อเมริกาใต้และจากหมู่เกาะแคริบเบียน และแปลงสัญชาติผ่านเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พบตามที่ลุ่มหรือพื้นที่แห้งริมทาง ทุ่งหญ้าทั่วไป จากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูง 1,600 เมตร ในเคนยาสูงถึง 2,900 เมตร
ไม้ล้มลุกอยู่หลายปี เลื้อยพันไปตามพื้นดินยาวได้1-2เมตร ลำต้นกลมสีเขียวมีขน  ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปหอกขนาด 2-7 x 1.5-5 ซม. ดอกช่อแบบติดดอกสลับยาว 10-30 ซม.  ก้านดอกสั้น ดอกแดงปนม่วง 6-12 ดอก ฝักรูปทรงกระบอกยาว 5-10 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มม. มีเมล็ดมากถึง 12 (-15) เมล็ด แก่แล้วแตกได้ เมล็ดจุดด่างดำสีน้ำตาลอ่อนถึงดำรูปไข่แบน 4 x 2.5 x 2 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม--- มีระบบการหยั่งรากลึกและสามารถทนต่อสภาพแห้งแล้ง ไม่ทนต่อน้ำท่วมหรือน้ำขัง เติบโตได้ในดินหลากหลายประเภทตั้งแต่ดินเหนียวสีดำไปจนถึงดินเหนียวสีเหลืองและสีแดง เนินทรายขนาดเล็กทรายแดงและกรวดที่มีค่า pH ตั้งแต่ 4.5 ถึง 6.5 ถึง 8.0 (-8.5) มันถูกปรับให้เข้ากับการเจริญเติบโตได้ดีภายใต้สภาวะที่มีความเค็มปานกลาง
ใช้ประโยชน์ ---เป็นพืชตระกูลถั่วเขตร้อนที่มีคุณค่าต่อการเลี้ยงสัตว์ เป็นวัชพืชที่ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ สามารถปรับปรุงดินทำให้ดินมีเสถียรภาพเหมือนพืชตระกูลถั่วอื่นๆ ใช้ทำปุ๋ยหมักปุ๋ยพืชสด
ระยะออกดอก ---เมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

110 มะแว้งต้น/Solanum violaceum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Solanum violaceum Ortega
ชื่อพ้อง ---Has 9 Synonyms
---Solanum chinense Dunal
---Solanum ferox Jungh. ex Miq.
---Solanum indicum L.
---Solanum junghuhnii Miq.
---Solanum kurzii Brace ex Prain
---Solanum multiflorum Roth ex Roem. & Schult.
---Solanum nivalomontanum C.Y.Wu & S.C.Huang
---Solanum sanitwongsei Craib
ชื่อสามัญ --- Poison berry, Indian Nightshade, African eggplant, Tomato bush.
ชื่ออื่น ---มะแคว้ง มะแคว้งขม มะแว้งต้น แว้ง; [THAI: ma waeng (Central, Peninsular); ma khwaeng khom (Northern);  ma khwaeng (Northern).]; [ASSAMESE: Tilabhakuri.]; [BENGALI:  Phutki, Brihati begun, Baikur.]; [CHINESE: Ci tian qie, Xiao dian qie, Zi hua qie, Ci ding qie.]; [JAPANESE: Shiro suzume nasubi.]; [HINDI: Vanabharata, Badikateri, Jangli bhata, Bari-khatai, Birhatta, Barhanta.]; [MALAYALAM: Cheru Vazhuthina, Putirichunda, Cheruchunta.]; [MALAY: Terong pipit puteh.]; [MARATHI: Dorli, Chichuriti, Dorale, Dorh, Mothi-ringani.];[PHILIPPINES: Talong-pipit (Tag.).]; [SANSKRIT: Akranta, Asprasi, Bahupatri, Bhantaki.]; [TAMIL: Chiru vazhuthalai, Papparamulli, Mullamkatti, Mulli, Pappara-mulli.]; [TELUGU: Tella Mulaka, Tellamulaka.]; [UNANI: Kateli.];
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนของทวีปเอเชีย แอฟริกา

 

ถิ่นกำเนิดเขตร้อน และ กึ่งเขตร้อนของทวีปเอเซีย เกิดขึ้นในอินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย จีน ฟิลิปปินส์และแอฟริกา พบได้ถึงระดับความสูง 1,500 เมตร
ในประเทศไทยพบทุกภาคของประเทศ สามารถพบได้ทั่วไปสามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง
ไม้พุ่มขนาดกลางต้นมีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นแข็งแตกกิ่งก้านมีขนสั้นๆ ปกคลุมทั่วไปและมีหนามแหลมกระจายอยู่ทั่วต้น ใบเดี่ยวออกสลับ 5-15 ซม. × 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว ใบแผ่กว้าง ขอบใบหยักเว้าเข้าหาเส้นกลางใบมีขนสั้นๆ ทั่วไปที่ผิวใบทั้งสองด้านและก้านใบ ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง 8 - 10 ช่อดอก มีขนยาว กลีบดอกสีม่วงอ่อนมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง ผลเดี่ยวรูปร่างกลมมี 2 ชนิด คือผลอ่อนสีเขียวอ่อนและชนิดผลอ่อนสีขาวผิวเรียบไม่มีลายผลทั้ง 2 ชนิด เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดมาก น้ำมากความชื้นปานกลาง  
การใช้ประโยชน์--- พืชใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารและยา ได้รับการปลูกในฟิลิปปินส์
-ใช้กิน ผลมะแว้งต้นกินเป็นอาหารกับน้ำพริก แต่นิยมน้อยกว่ามะแว้งเครือ ลูกมะแว้งต้นมีวิตามินเอค่อนข้างสูง ชาวกะเหรี่ยงนำผลมาใส่แกงหรือน้ำพริก
-ใช้เป็นยา ใช้กันอย่างแพร่หลายในอายุรเวท ในชื่อ  Brihati หมายถึงรากแห้งของพืช เป็นหนึ่งในสิบราก (มาภายใต้ Laghu panchamula) ของ Dashmula ที่มีชื่อเสียง (กลุ่มของสิบราก) สูตรที่ยอดเยี่ยมสำหรับเงื่อนไขการอักเสบ และถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ (หอบหืด, โรคหวัดไอแห้งและเกร็ง) ท้องมาน โรคหัวใจ ไข้เรื้อรัง อาการจุกเสียด ปัสสาวะขัด และพยาธิรบกวน สำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้ยาอื่นๆผลไม้ยังใช้เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ต้านอาการอักเสบและระบบประสาทส่วนกลาง มะ-ตำรายาไทยระบุว่าผลมะแว้งต้นมีรสขมขื่นเปรี้ยว ใช้แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยให้เจริญอาหาร รากมะแว้งต้นมีรสขมขื่นเปรี้ยวเช่นกัน มีสรรพคุณแก้ไอ แก้ไข้สันนิบาต กัดเสมหะแว้งต้นยังเป็นส่วนผสมหลักของ ยาประสะมะแว้ง ขององค์การเภสัชกรรมผลิตขึ้นตามตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ระยะออกดอก---กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

111 มะแว้งเครือ/Solanum trilobatum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Solanum trilobatum L.
ชื่อพ้อง ---This name is unresolved.
---Solanum canaranum Miq.
---Solanum griffithii (C.B.Clarke) Kuntze
---Solanum hainanense Hance
---Solanum maingayi Kuntze
---Solanum miyakojimense T.Yamaz. & Takushi
---Solanum procumbens Lour.
---Solanum sarmentosum Nees
ชื่อสามัญ ---Plate brush, Thai Nightshade, Purple Fruited Pea Eggplant.
ชื่ออื่น ---มะแว้งเครือ, แขว้งเควีย.; [THAI: ma waeng khreu.]; [HINDI: Kantakaari-lataa.]; KANNADA: Kakamunji, Ambusondeballi.]; [MALAYALAM: tutavalam, putharichunda, putricunta, puttacunta, tudavalam.]; [MARATHI: mothiringnee, thoodalam.]; [SANSKRIT: Alarka, Vallikantakaarika, Kantakaari-lata.]; [TAMIL: Tuduvalai, Nittidam, Sandunayattan, Surai.]; [TELUGU: alarkapatramu, kondavuchinta, mullamusti.]
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – อินเดีย พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซีย

 

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดียศรีลังกาและอินโดจีน
ไม้เถาขนาดเล็ก ลำต้นกลมเป็นเถา เลื้อยสีเขียวเป็นมัน มีหนามทุกส่วนตามกิ่งก้าน ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 4-5 ซม.ยาว 5-8 ซม.มีหนามตามเส้นกลางใบ ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ3-9ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลสดออกเป็นพวง ผลกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม  ผลดิบสีเขียวมีลายตามยาวสีขาว ผลสุกสีแดง เมล็ดขนาด 3 มม.
การใช้ประโยชน์---พืชชนิดนี้เป็นยาที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในอินเดียซึ่งมักจะเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น มันยังใช้เป็นอาหารและขายเป็นผักสีเขียวในตลาดท้องถิ่น
-ใช้กินผลกินได้ ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ตำรายาไทยใช้ผลแก่สด รสขมขื่นเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ ใช้เป็นส่วนผสมหลักในยาประสะมะแว้งเช่นกัน ผลสดรับประทานเป็นยาแก้ไข้กัดเสมหะ แก้ไอ และกระทุ้งพิษไข้ให้ลดลง  ขับปัสสาวะ -เป็นสมุนไพรโบราณที่ใช้อย่างกว้างขวางใน Siddha และอายุรเวทในการรักษาโรคต่าง ๆ  เช่น รักษาปัญหาระบบทางเดินหายใจ - การคั้นน้ำจากใบใช้กับโรคปอดหลายอย่างเช่นโรคหอบหืดหรือหายใจลำบากเนื่องจากอาการไอหรือเสมหะ สามารถนำมาบรรเทาได้มากเท่ากับประโยชน์ของขมิ้นสำหรับปอด-ช่วยย่อยอาหาร -บริโภคใบและน้ำผลไม้ผสมกับน้ำอุ่นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดีสำหรับอาการท้องผูกและอาหารไม่ย่อย -ป้องกันไข้และหวัด -เป็นยาที่ใช้กันมากที่สุดในการรักษาอาการไอและหวัดในพื้นที่ชนบทในอินเดีย ผสมกับน้ำผึ้งได้ดีเพื่อลดความร้อนจากการลาและอาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะหายไป -โรคไขข้อ -ผลไม้แห้งของ Solanum trilobatum สามารถใช้บรรเทาอาการปวดในโรคไขข้อ -ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องและก๊าซมากเกินไปโดยการบดใบและพริกไทยดำด้วยกัน-งานวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่า Solanum มีคุณสมบัติต่อต้านการเกิดมะเร็ง หากคุณรวมสิ่งนี้ในอาหารของคุณมากกว่าสองครั้งในหนึ่งสัปดาห์มันจะป้องกันคุณจากมะเร็งกระเพาะอาหารและปาก สำหรับผู้ที่ติดบุหรี่และดื่มสามารถรวมอยู่ในอาหารเพื่อให้สามารถช่วยเหลือจากโรคมะเร็ง
ระยะออกดอก/ติดผล--- มกราคม - สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

112 ผักบุ้งรั้ว/Ipomoea mauritiana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Ipomoea mauritiana Jacq.
ชื่อพ้อง---Has 29 Synonyms
---Ipomoea digitata auct.
---Ipomoea insignis Ker Gawl.---(more)
ชื่อสามัญ---Railway Creeper, Giant potato, Large Forest Ipomoea.
ชื่ออื่น---บ้องเลน (นครพนม); ผักบุ้งรั้ว (กรุงเทพฯ); มันจระเข้ (นราธิวาส); มันหมู (ตราด); หูบีบอยอ (มาเลย์-นราธิวาส); [THAI: Phak bung rua, Bong len,  Man mu, Mun cha ra khe, Hu-bi-bo-yo.]; [ASSAMESE: Bhui-kumura.]; [AYURVEDA: Kiribadu Ala.]; [CHINESE: Qī zhǎo lóng.]; [Hindi: bhuyi kohada.]; [INDONESIA: Akar lanar, kaledek hutan, akar laus, akar keremek, akar kangkung laut, ubi jalar liar.]; [JAVA:  widosari (Jawa.]; [KANNADA: Nadakumbala,Bujagumbala,Bhoomichakragedde.]; [MALAYALAM: Anchilatthali, Muthalakizhangu, Palmuthukku, Palthookkamkizhangu.]; [MARATHI: Bhuikoholi,Bhuikohala.]; [SANSKRIT: Vidari-kanda,Ksiravidari,Vidari.]; [TAMIL: Palmudangi,Palmudukan Kizhangu.]; [TELUGU: Nelagummudu,Bhuchakragradda.]     
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา และแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทวีปอเมริก เอเซีย ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และหมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา

 

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาจากเม็กซิโกไปยังโคลัมเบียและบราซิล, หมู่เกาะอินเดียตะวันตก, เขตร้อนแอฟริกาและหมู่เกาะใกล้เคียงกับจีนและญี่ปุ่น  แพร่กระจายไปในเอเชีย ( อินเดีย อินโดนีเซีย ), ภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย นิวกินี  และอีกหลายเกาะ ที่ระดับความสูง 280-1,020 เมตร
ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค ขึ้นอยู่ตามป่าชายหาด ทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง โล่งแจ้ง ผักบุ้งรั้ว เป็นไม้เลื้อยล้มลุกเจริญเติบโตเร็ว โดยเลื้อยคลุมไม้อื่น หรือทอดเลื้อยตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลถึง10เมตร ทอดยาวไปเรื่อย มีหัวอยู่ใต้ดินมียางสีขาว ลำต้นกลวงเป็นข้อ ใบเดี่ยวยาว 7-18 X 7-22 ซม รูปฝ่ามือมี 5 แฉก ใบสีเขียวอมแดงดอกออกตามซอกใบเป็นช่อ ช่อละ1-3ดอก เห็นแต่ดอกก็ต้องบอกว่าเหมือนดอกผักบุ้ง สีม่วง เพียงแต่ใบไม่เหมือนกัน ช่อดอกยาวประมาณ 15-18 ซม.ดอกรูปลำโพง สีชมพูหรือม่วงแดง ยาว 5-6 ซม. ผลรูปไข่ ยาว 1.2-1.4 ซม. เมล็ดขนาดประมาณ 6 มม. สีน้ำตาลเข้ม มีขนนุ่มคล้ายไหมและขนยาว
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ในอายุรเวทยาต้มของรากหัวใต้ดิน ใช้ในการเตรียมไวน์สมุนไพร ชื่ออายุรเวทคือ Kiribadu Ala รากใช้เป็นยาโป๊ว ใช้ในการรักษาไข้และหลอดลมอักเสบ โรคของม้ามและตับ ใบและรากถูกใช้ภายนอกเพื่อรักษาวัณโรคและสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อจากภายนอกและเต้านม  ราก ทุบนำไปใช้เป็นยาพอกแก้อาการบวม
-อื่นๆ ปัจจุบัน นิยมนำผักบุ้งรั้วมาปลูกประดับเป็นไม้เลื้อยสวยงาม แต่ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้รก นับเป็นพืชดอกสวยงามที่สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วชนิดหนึ่ง ในอินโดนีเซียพืชได้รับการปลูกสำหรับใช้หัวซึ่งใช้เป็นยาและบางครั้งก็ปลูกเป็นไม้ประดับด้วย
ระยะออกดอก --- ตลอดปี แต่ดกมากช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
การขยายพันธุ์ ---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


113 ผักกาดน้ำ/Plantago major


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Plantago major L.
ชื่อพ้อง ---Has 41 Synonyms   
---Plantago halophila Bickn.   
---Plantago major subsp. intermedia (DC.) Arcang.
---Plantago major var. intermedia (DC.) Pilger      
---Plantago major var. pachyphylla Pilger      
---Plantago major var. pilgeri Domin     
---Plantago major var. scopulorum Fries & Broberg---(more)
ชื่อสามัญ---Common Plantain, Plantains, Fleaworts, Broad-leaf plantain, White man's foot, Greater plantain
ชื่ออื่น    ---หญ้าเอ็นยืด,หญ้าเอ็นหยืด, ผักกาดน้้ำไทย, ผักกาดน้ำใหญ่, หมอน้อย.; [THAI:  ya en yuet (Northern); phak kat nam (Bangkok); Mo noi]; [CHINESE: Ch'e-ch'ien.]; [FRENCH: grand plantain; plantain majeur.]; [GERMAN: Breitwegerich.]; [ITALIAN:  petacciola; piantaggine maggiore.]; [JAPANESE: onioobako; seiyooobako.]; [NETHERLANDS: weegbree, groote.]; [PERSIAN: Lesan-ol-haml, Barhang.]; [PHILIPPINES: Lanting (Tag.).]; [PORTUGUESE: tanachagem major.]; [SOUTH AFRICA: broad-leaved ribwort; cart-track plant; indlebe-ka-tekwane.]; [SPANISH: llantén; llantén común; llantén major.]; [SWEDISH: groblad.]
ชื่อวงศ์---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปยุโรป ตอนเหนือและตอนกลางของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---ทั่วโลก รวมทั้ง อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกา และ ยุโรป
นิรุกติศาสตร์--- การเพาะปลูกครั้งแรกเกือบ 4000 ปีที่ผ่านมา ชาวอินเดียในยุโรปเรียกมันว่า White man's foot = "รอยเท้าของคนขาว" เพราะพบได้ทุกที่ในยุโรปและจากนั้นจึงมีชื่อพืชสกุลPlantagoซึ่งมีความหมายเดียวกับเท้า
มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและเอเชีย มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วยุโรป, แอฟริกาเหนือ, เอเชียเหนือและเอเชียกลางและมีการถ่ายทอดทางธรรมชาติไปทั่วโลกส่วนใหญ่ในภูมิอากาศอบอุ่น แต่ก็มีบางส่วนในเขตร้อน มักขึ้นตามพื้นที่โล่งแจ้งที่มีความชุ่มชื้น ในสวนและทุ่งหญ้าบางครั้งก็ถือว่าเป็นวัชพืช ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กเนื้ออ่อน อายุหลายปี  พืชชนิดนี้เป็นไม้กลางแจ้ง  ลักษณะ ต้นสูงประมาณ 30-50ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดินรากสั้น แตกแขนงเป็นฝอยมาก ใบเดี่ยวออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง1 2-16 ซ.ม ยาว 20-30 ซ.ม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ดอกช่อ แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้งแตกได้
การใช้ประโยชน์---ใช้กินได้  ใบไม้, ราก, เมล็ด - ใบอ่อน, ดิบในสลัดหรือปรุงเป็นสมุนไพรหม้อ - อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และไรโบฟลาวิน   เมล็ดสามารถบดเป็นอาหารและผสมกับแป้ง ใบแห้งทำชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
-ใช้เป็นยาส่วนที่ใช้ เมล็ด ราก ใบ มีคุณสมบัติเป็นยาและใช้กันอย่างแพร่หลายในยาสมุนไพรในยุโรปพื้นเมือง เป็นที่รู้จักของชาวโรมันในฐานะ Plantago และได้รับการพิจารณาว่ามีประสิทธิภาพมากสำหรับโรคไขข้ออักเสบ และอาการเจ็บปวดในลำไส้ ใบและรากเป็นยาสมานแผลและใช้เป็นยาห้ามเลือด-เป็นยาจีนที่นิยมใช้ในการรักษาอาการอักเสบ โรคกระเพาะและแผลในกระเพาะอาหาร โรคหวัด, ไวรัสตับอักเสบ มีประสิทธิภาพในการควบคุมเคลือบฟันและเหงือกอักเสบ-ในUnani ใบไม้เขียวและเมล็ดถือว่าเป็นยาสมานแผลและยาแก้ปวดใช้ในการรักษาเลือดกำเดาไหล ประจำเดือนมีเลือดออกมากเกินไปและไอเป็นเลือด-ในJava ใช้สำหรับขับปัสสาวะสำหรับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ใช้ในยาต้มสำหรับเบาหวาน เวิร์ม ริดสีดวงทวารและทำให้เลือดบริสุทธิ์- ในญี่ปุ่นสารสกัดจากเมล็ดใช้สำหรับโรคไอกรน- มาเลย์ใช้ใบต้มสำหรับโรคบิดและโรคหนองใน ใช้รักษาโรคเบาหวานและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของเพศชาย- ในกัวเตมาลาและตุรกีใช้สำหรับรักษาสิว ในอินเดียใช้สำหรับผึ้งตัวต่อต่อยและตำแย
-ใช้ปลูกประดับ---ปลูกเป็นไม้ประดับในแอฟริกาใต้
-อื่นๆ เป็นอาหารสัตว์ -สารสกัดจากน้ำมันและใบไม้มีขายในไซเบอร์มาร์เก็ต
ขยายพันธุ์ ---โดยใช้เมล็ด

114 ผักกาดนา/Blumea napifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Blumea napifolia DC.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---กะเม็งหอม, ผักจ้ำป่า, หนาดน้อย ; [THAI: ka meng hom, phak cham paa, nat noi.]; [CHINESE: Wú jīng yè ài nà xiāng.]; [VIETNAM: Kim đầu lá cải.]
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พบในจีน(ยูนนาน) [อินเดีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ไทย, เวียดนาม พบตามทุ่งหญ้า ป่าเปิด ในประเทศไทยพบมากทางภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอิสาน พบได้ตามริมทาง ที่รกร้างทั่วไป
เป็น วัชพืชขนาดเล็กล้มลุกโตเร็วอายุปีเดียว ลักษณะ ต้นลูงประมาณ30-70 ซ.ม ใบเป็น ใบเดี่ยว ขอบใบเว้า ใบกว้างประมาณ 5-10 ซม. หลังใบนูนระหว่างเส้นใย ดอกสีเหลือง เป็นช่อชูตั้ง ออกดอกฤดูแล้ง เมล็ดแก่จะมีขนสีขาวเป็นพู่กลม
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ทั้งต้น รสจืดเย็น กระทุ้งพิษ ขับพิษร้อน ขับพิษไข้หัว เช่น เหือด หัด สุกใส ดำแดง ขับเหงื่อ
ระยะออกดอก/ติดผล---มกราคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

115 ไมยราบ/Mimosa pudica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Mimosa pudica L.
ชื่อพ้อ---Has 1 Synonyms
---Eburnax pudica (L.) Raf.
ชื่อสามัญ---Sensitive plant, Sleeping grass, Touch-me-not, Shameplant, Zombie plant, Shy plant
ชื่ออื่---กระทืบยอด (จันทบุรี); กะหงับ (ภาคใต้); ก้านของ (นครศรีธรรมราช); นาหมื่อม้ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ไมยราบ, ระงับ (ภาคกลาง); หงับพระพาย (ชุมพร); หญ้าจิยอบ, หญ้าปันยอด (ภาคเหนือ); หนามหญ้าราบ (จันทบุรี) ; [THAI: maiyarap (Central); kra thuep yot (Chanthaburi); ka ngap (Peninsular); kan khong (Nakhon Si Thammarat); na-mue-ma (Karen-Mae Hong Son); ra ngap (Central); ngap phra phai (Chumphon); ya chi yop (Northern); ya pan yot (Northern); nam ya rap (Chanthaburi).]; [BANGLADESH: lajjabati; lajjabati lata.]; [BRAZIL: dorme-dorme; dormilona; malicia.]; [CAMBODIA: paklab; sampeas.]; [CUBA: dormidera.]; [DOMINICAN REPUBLIC: moriviví.]; [FIJI: cogadrogadro.]; [FRENCH: honteuse mâle; mimosa commun; mimosa pudique.]; [GERMAN: Mimose, Gemeine; Sinnpflanze, Schamhafte.]; [GUAM: betguen sosa.]; [HAITI: honte.]; ; [HINDI: Chui Mui .]; [INDIA: lajja; lajjavathi; lajkuli; lajwanti; mutlamurike; thotta surungi; thottavadi.]; [INDONESIA: boedjang kajit; daven kagat-kaget; koetjingan; pis kucing; putri malu; si kejut.]; [JAPANESE: ojigiso, Ojigi-Sô.]; [JAVA: kuchingan; randelik; ri sirepan.]; [MALAYSIA: Keman; Kembang gajah; Kemunchup; malu-malu; Melamu; Puteri malu; Rumput rimau; Semalu.]; [PAKISTAN: chui mui; lajwanti .]; [PHILIPPINES: babain; huya-huya; kirom-kirom; makahiya; makahiyang babae; sipug-sipug; torog-torog; tuyag-tuyag.]; [SAMOA: vao fefe; vao tuitui.]; [SOUTH AFRICA: humble plant; kruidjie-roer-my-nie; shame plant; shame weed.]; [SPANISH: Dormidera, adormidera, sensitiva, mimosa, cerrate puta]; [SRI LANKA: dedinnaru; nidi-kumba; thodda-chinunki; thoddal-vadi; thodda-vadi-kodi.]; [SURINAME: kruidje-roer-me-niet; sien sien; sjeng sjeng tap joe kotto; sjensjen.]; [TAIWAN: han hsui tsau; hau hsui tsau.]; [TANZANIA: Kifyauwongo.]; [TAMIL: Thotta Chinnugi.]; [TONGA: mateloi.]; [USA/HAWAII: hilahila; pua hilahila; pua-hilahila; sleeping grass.]; [VENEZUELA: dormidera.]; [VIETNAM: mäc cö.];
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทั่วไปในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---Mimosaมาจากคำภาษากรีก mimikos ซึ่งหมายถึง 'เพื่อเลียนแบบ' หรือ 'ของปลอม' ผ่านคำภาษาละติน mimus และคำต่อท้าย -osa ซึ่งหมายถึง 'มากมายใน' หมายถึงดอกไม้มากมายที่ปรากฏเป็นดอกไม้ดอกเดียว ; ชื่อเฉพาะ pudica มาจากคำภาษาละตินที่หมายถึง 'เจียมเนื้อเจียมตัว' หรือ 'bashful'
มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง แต่ตอนนี้กระจายทั่วดขตร้อน สามารถพบได้ในภาคใต้ของสหรัฐอเมริกาและในภูมิภาคอื่นๆ เป็นสายพันธุ์ที่รุกรานในแทนซาเนีย ,เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่งและกลายเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงทั่วภูมิภาคเขตร้อนของโลก พบตามทุ่งหญ้า สนามหญ้า ถนน สถานที่ที่ถูกรบกวน เป็นองค์ประกอบหลักของชุมชนวัชพืชของพื้นที่เพาะปลูก ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 1,300 เมตร
เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นผอมเรียว แตกกิ่งก้านสาขามาก แผ่ทอดไปตามพื้นดินแต่อาจสูงได้ถึง1-1.5เมตร ลำต้นเป็นไม้ที่ฐานแข็งทรงกระบอกสีน้ำตาลแดงหรือม่วงมีขนและกระจัดกระจายไปตามหนามประปรายจนถึงหนาแน่นยาว 3-4 มม. บีบอัดโค้งเล็กน้อย ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น สีเขียวเข้ม ยาว 2.5-5 ซม ก้านใบยาวประมาณ 2.5 ซม. ดอกช่อกระจุกแน่นออกที่ง่ามใบ ดอกไม้มีสีชมพูอมม่วงสดใสมีเกสรตัวผู้สี่อันที่เด่นชัดและเกิดขึ้นในหัวกลมหรือรูปไข่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 9 มม. ผลเป็นฝักแบนรูปรียาวประมาณ 8-20 มม. กว้าง 2-6 มม. บรรจุ 1-5 เมล็ด เมล็ดมีสีน้ำตาลอ่อนแบนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-3 มม.  
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม--- พืชมักจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่เปียกและสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่หลากหลายรวมถึงที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ โดยทั่วไปแล้วจะมีความต้องการแสง แต่ดูเหมือนว่าจะสามารถทนต่อร่มเงาในระดับหนึ่ง-ไมยราบเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถพิเศษ โดยสามารถหุบใบในตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน หรือ ตอบสนองต่อการสัมผัสและการกระตุ้นอื่น ๆ
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา หมอยาพื้นบ้านนิยมนำไมยราบมาใช้รักษาแผล ทั้งแผลสด แผลเรื้อรัง แผลพุพอง ฝี หนอง ผดผื่นคัน ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว แก้ไตพิการ -พืชนี้มีประวัติการใช้มายาวนานในระบบการรักษาแบบองค์รวมที่มีต้นกำเนิดในอินเดียในสมัยโบราณ -ทุกส่วนของพืชนี้มีการใช้ยา ในอินเดียใช้ในรูปแบบอายุรเวท, Siddha และ Unani สำหรับการรักษาโรคต่างๆ -รากใช้สำหรับการรักษางูกัด, โรคท้องร่วง, โรคฝีเล็ก ๆ , ไข้, แผลในกระเพาะอาหาร, ดีซ่าน, ริดสีดวงทวาร, โรคหอบหืด-ใบใช้ได้ทั้งในรูปแบบของยาต้มหรือเป็นยาที่ใช้สำหรับการรักษาริดสีดวงทวาร บาดแผล ตาแดง ตาติดเชื้อ ซึมเศร้านอนไม่หลับ-เมล็ดพืชใช่ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เยื่อเมือกใช้สำหรับทำยาเม็ดเนื่องจากเป็นสารยึดเกาะที่ดีและสลายง่าย-ทั้งต้นจะใช้สำหรับการรักษาโรคไขข้อ, โรคมะเร็ง, อาการบวมน้ำ, ซึมเศร้า, ปวดกล้ามเนื้อและเท้าช้าง
-อื่น ๆ รากให้ผลแทนนินประมาณ 19% และถูกนำมาใช้ในการผลิตวัสดุเคลือบผิว -ในกวาเดอลูป ตรินิแดดและโตเบโก คิวบา บราซิล อินเดีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ M. pudica เป็นแหล่งสำคัญของละอองเรณูสำหรับผึ้งน้ำผึ้งอิตาลี ( Apis mellifera ) และผึ้งอื่น ๆ-สารสกัดจากพืชเป็นที่รู้จักกันว่ามีฤทธิ์ฆ่าแมลงปานกลาง
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด 

116 ไมยราบเลื้อย/Mimosa diplotricha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mimosa diplotricha C. Wright ex Sauvalle
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms
---Mimosa invisa Mart. ex Colla
---Mimosa invisa Mart. ex Colla forma inermis Adelb.
---Mimosa invisa Mart. ex Colla var. inermis (Adelb.) Verdc.
ชื่อสามัญ---Giant sensitive plant, Giant false sensitive plant, Nila grass, Creeping sensitive plant, Tropical blackberry.
ชื่ออื่น--- ไมยราบขาว, ไมยราบหนาม (กรุงเทพฯ),ไมยราบเถา ; [THAI: maiyaraap thao, maiyaraap khao, maiyaraap hnam.]; [BRAZIL: analeira; dormideira; juquirí-rasteiro; malicia-de-mulher; sensitiva.]; [CAMBODIA: banla saet (balna sael).]; [CHINESE: ba xi han xiu cao.]; [FIJI: co gadrogadro; wa ngandrongandro ni wa ngalelevu; wagadrogadro levu.]; [FRENCH: grande sensitive; sensitive géante.]; [GERMAN: Mimose, Übersehene.]; [INDIA: anathottavadi.]; [INDONESIA: pis koetjing.]; [JAPANESE: gingokwan.]; [JAVA: rèmbètè.]; [PALAU: mechiuaiu.]; [PAPAU NEW GUINEA: nil grass.]; [PHILIPPINES: makahiang lalake.]; [SAMOA: la'au fefe palagi; vao fefe palagi.]; [SPANISH: dormilona de playa; rabo de iguana.]; [VIETNAM: cõ trinh nu móc.];
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของ ทวีปอเมริกาใต้ และ อเมริกากลาง รวมถึงบางส่วนของ ทะเลแคริบเบียน
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซามัว ฟิจิ กวม นิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน ปาปัว นิวกินี
Mimosa diplotrichaประกอบด้วยสามสายพันธุ์ย่อย :
-Mimosa diplotricha var. diplotricha C. Wright ex Sauvalle - โดดเด่นด้วยฝักเมล็ดที่ยาว 10 - 25 มม. มี 3-8 เมล็ด
-Mimosa diplotricha var. odibilis Barneby - พบเฉพาะในเม็กซิโกจากซีนาโลอาจะมิโชอากัง โดดเด่นด้วยฝักเมล็ดที่มีความยาว 40- 70 มม. มี 12-16 เมล็ด
-Mimosa diplotricha var. inermis (Adelbert) Verdcourt - ไม่มีหนาม พบในเอเชียเขตร้อน มันดูเหมือนจะเป็น de novo  กลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซียและปาปัวนิวกินี
นิรุกติศาสร์---ชื่อสายพันธุ์ diplotricha มาจากกรีกโบราณ διπλόος ( diplóos , "สอง") และθρίξ ( thríx , "ผม")

 

มีถิ่นกำเนิดใน neotropics รวมถึงอเมริกาใต้ อเมริกาและ แคริบเบียน ตอนนี้กลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่วทั้งเขตร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น มักจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่รุกรานได้ทุกที่เกิดขึ้นทั่วไปตามที่รกร้างหรือที่เปิดโล่ง ที่ระดับ ความสูงไม่เกิน 2,000 เมตร
ไม้ล้มลุกทอดเลื้อย อายุหลายปีเป็นวัชพืชร้ายแรงในหลายพื้นที่ของเขตร้อน มีระบบรากแก้ว ที่แข็งแกร่งแตกแแขนงได้ยาว1-2เมตร ลำต้นสี่เหลี่ยมเลื้อยไกลได้ถึง 6 เมตร มีหนาม แหลมและมีขนสากปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก 4-9 คู่ แต่ละคู่มี 12-30 คู่ ดอกสีม่วงแดงแกมชมพู ออกเป็นช่อกลมที่ซอกใบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 มม. มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน โค้งเล็กน้อย ยาว 8-35 มม. และกว้าง 3-10 มม. ผลแก่สีน้ำตาลอ่อน มี 3-6 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ ยาว 2-3.6 มม. กว้าง 1.9-2.7 มม. สีน้ำตาลอ่อนมันวาว
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---สปีชีส์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิดแบคทีเรียเหล่านี้ก่อตัวเป็นก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้ในพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถนำมาใช้กับพืชชนิดอื่นที่ปลูกในบริเวณใกล้เคียงได้
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา ทุกส่วนของพืชนี้มีการใช้เป็นยา ในอินเดียใช้ในรูปแบบอายุรเวท, Siddha และ Unani สำหรับการรักษาโรคต่าง ๆ โรคไขข้อ, โรคมะเร็ง, อาการบวมน้ำ, ซึมเศร้า, ปวดกล้ามเนื้อ และเท้าช้าง ในประเทศไทยใช้ ใบและลำต้น ผสมกับรากสะเดาดินและไมยราบทั้งต้น ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ
-ใช้นวนเกษตร พืชนี้ได้รับการปลูกฝังในฐานะเป็นพืชคลุมดินเพื่อควบคุมการพังทลายและใช้เป็นปุ๋ยพืชสด
-ใช้อื่นๅเป็นแหล่งสำคัญของละอองเรณูสำหรับผึ้ง น้ำผึ้งในอิตาลี และในฟิลิปปินส์ ( Payawal et al., 1991 )
ระยะออกดอก--- ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

117 ไมยราบยักษ์/Mimosa pigra

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mimosa pigra L.
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Mimosa asperata L.
---Mimosa berlandieri A.Gray ex Torr.
---Mimosa brasiliensis Niederl.
---Mimosa canescens Willd.
---Mimosa ciliata Willd.
---Mimosa hispida Willd.
---Mimosa pellita Humb. & Bonpl. ex Willd.
---Mimosa polyacantha Willd.
ชื่อสามัญ ---Cat claw mimosa, Giant sensitive tree, Giant mimosa, Black mimosa, Thorny sensitive plant
ชื่ออื่น---ไมยราบต้น, ไมยราบยักษ์ (ทั่วไป), ไมยราบหลวง, ไมยราบน้ำ, จียอบหลวง ; [ARGENTINA: yuquerí.]; [BRAZIL: calumbi-d’agua; calumbi-da-lagoa; jiquiriti; juquiri; juquiri grande; malícia-de-boi; unha-de-gato.]; [CAMBODIA: preahkhlab yok, bɑnlaːjuən, banlea yok.]; [CUBA: aroma espinosa; reina; sensitiva mimosa; weyler.]; [FRENCH: amourette riviére; amourette violet; banglin.];  [MADAGASCAR: roitia; roui; rouitibe; roy.]; [MEXICO: dormilona; sensitiva.]; [MOZAMBIQUE: namanhalo.]; [NAMIBIA: murombe; namanhalo; nambara; vambara-vambara.]; [PUERTO RICO: dormilona; moriviví gigante.]; [SOUTH AFRICA:: raak-my-nie.]; [SPANISH: adormidera; aqüiste; aroma espinosa; carpinchera; dormilona; espina de vaca; espino; pigra; reina; sensitiva mimosa; uña de gato; vergonzosa; zaraz; zarza; zarzon; zorzon.]; [TANZANIA: mbengu.]; [USA: shamebush].
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา จนถึงทวีปเอเชีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ pigra = ขี้เกียจช้า

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและทางตอนเหนือในแถบประเทศโคลัมเบียและเวเนซุเอลา แพร่กระจายมายัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงหมู่เกาะแปซิฟิกรวมถึงฮาวาย ภาคเหนือของประเทศออสเตรเลียและบางส่วนของแอฟริกา  มันถือได้ว่าเป็น one of the worst alien invasive weeds ของพื้นที่ชุ่มน้ำในแอฟริกาเขตร้อนเอเชียและออสเตรเลียและค่าใช้จ่ายในการควบคุมมักจะสูง ในประเทศอื่นๆถูกจัดเป็นวัชพืชต่างถิ่นประเภทรุกรานที่มีความรุนแรง เนื่องจากสามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และมีความทนต่อสภาพน้ำท่วม และแห้งแล้งได้ดี
เป็นพืชตระกูลถั่ว และเป็นไม้ยืนต้นอยู่ได้ถึง 5ปี มีลำต้นสูงได้มากกว่า 3 เมตร เปลือกลำต้นอ่อนมีสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาล ทั้งลำต้น และกิ่งมีหนามแหลม ส่วนเนื้อไม้มีลักษณะแข็ง และเหนียว ใบประกอบแบบขนนก ยาวถึง 18 ซม. มีขนสีเหลืองอ่อนปกคลุมห่างๆ ใบไมยราบยักษ์มีความไวต่อสิ่งเร้า เมื่อถูกกระทบใบจะหุบเข้า บริเวณก้านใบ และแกนใบมีหนามแหลม ช่อดอกมีดอกไม้มากถึง 100 ดอกเป็นทรงกลม (ประมาณ 1 ซม.) สีชมพู ผลไมยราบยักษ์มีลักษณะเป็นฝัก ออกเป็นกลุ่มประมาณ 5-13 ฝัก มีขนหยาบ และยาวปกคลุม ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ แตกออกเป็น8 -24 ส่วน เมล็ดมีลักษณะกลม สีน้ำตาล  ขนาดประมาณ 5 x 2.4 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องใช้ตำแหน่งที่มีแดด เติบโตได้ในดินตั้งแต่ดินเหนียวสีดำไปจนถึงดินทราย ทรายแม่น้ำ ทรายหยาบ ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 7 ที่ทนได้ 5 - 7.5 ทนต่อความแห้งแล้งและน้ำท่วมตามฤดูกาล
การใช้ประโยชน์ ---พืชถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่นและได้รับการปลูกฝังเพื่อต้านการพังทลายของดินและเป็นวัสดุสำหรับปุ๋ยพืชสด
-ใช้เป็นยา ใช้ในการรักษาด้วยสมุนไพรและพิธีกรรมต่าง ๆ ในแอฟริกา ( Burkill, 1995 ) ในประเทศมาเลเซียมีรายงานว่าใช้รักษางูกัดในยาแผนโบราณ ( Anwar, 2001 ) ใช้ใบและต้นในเขตร้อนของแอฟริกาเป็นยาชูกำลังและ รักษาโรคท้องร่วงโรคหนองในและเลือดเป็นพิษ-ขี้เถ้ารากจะใช้โรยให้ทั่วบริเวณที่เป็นโรคเรื้อนบนผิวหนัง
-วนเกษตร ช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยตรึงไนโตรเจน และช่วยบำรุงดิน ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและพืชคลุมดินในประเทศไทยตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ยังใช้ปลูกเพื่อป้องกันความเสี่ยง
-อื่น ๆ  เป็นแหล่งที่ดีของเกสรสำหรับผึ้ง- ไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิง
ขยายพันธุ์---เมล็ด

118 ผกากรองป่า/Lantana urticoides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Lantana urticoides Hayek.
ชื่อพ้อง ----Has 4 Synonyms   
---Lantana hirta f. ternata Moldenke
---Lantana horrida f. bracteosa Moldenke
---Lantana horrida f. latibracteata Moldenke
---Lantana × urticoides var. hispidula Moldenke
ชื่อสามัญ---Shrub verbena , Hedge Flower, West Indian shrubverbena,Texas lantana, Calico bush.     
ชื่ออื่น---เบญจมาศป่า สาบแร้ง, ผกากรองป่า ; [THAI: Pha-Ka-Krong Paa, Ben cha mat Paa, Saap raeng.]; [SPANISH:: Hierba de Cristo, Mejorana, Monte Cristo.]
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้ แอฟริกาใต้ และ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Lantana มาจากภาษาละติน ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ urticoides หมายถึง“ เหมือนตำแย”
มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาค เขตร้อน ของ อเมริกา และ แอฟริกา พบในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา(เท็กซัส ,หลุยเซียและมิสซิสซิปปี้)โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวอ่าวชายฝั่ง
ไม้พุ่มอายุหลายปีพบได้ตามทุ่งหญ้าทั่วไป มักอยู่เป็นพุ่มเตี้ย คอยขยายเผ่าพันธุ์และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่เติบโตอยู่ เพราะต้นผกากรองป่ามีการสร้างสารยับยั้งการเจริญต่อพืชชนิดอื่น และมีความแข็งแรงทนทานมาก ทนความแห้งแล้ง ทนไฟป่า สามารถขึ้นและขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพธรรมชาติจึงเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วประเทศ
ในประเทศไทยพบประปรายตามป่าเบญจพรรณและเขาหินปูนที่เปิดโล่ง ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,000 เมตร ลักษณะต้นสูงได้ประมาณ1- 2 ม. ลำต้นเป็นเหลี่ยมมน เกลี้ยงหรือมีขนแข็งสั้นๆ ใบเรียงรอบข้อหรือเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-10 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมน แผ่นใบด้านล่างมีขนหนาแน่น ช่อดอกออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อกระจุกแน่น กลีบดอกมี 4 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน กลีบเกือบกลมผลอ่อนสีเขียวแก่เกือบดำ
ใช้ประโยชน์--- น้ำหวานของมันเป็นที่ชื่นชอบของผีเสื้อและนกจำนวนมากจะกินผลไม้
รู้จักอันตรย---เป็นพืชมีพิษสำหรับสัตว์เลี้ยง ใบของมันจะเป็นพิษต่อปศุสัตว์และมนุษย์
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

119 ชิงช้าชาลี/Tinospora baenzigeri


ชื่อวิทยาศาสตร์---Tinospora baenzigeri Forman
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.The record derives from WCSP (World checklist of select plant)   
ชื่อสามัญ---Heart-leaved Moonseed, Gulancha Tinospora, Tinospora.
ชื่ออื่น---จุ่งจะลิงตัวแม่(ภาคเหนือ), ชิงช้าชาลี(ทั่วไป), ตะชีคิ (กะเหรี่ยง - ภาคเหนือ), บอระเพ็ดตัวผู้ ; [THAI: chung chaling tua mae (Northern); chingcha chali (General).]
ชื่อวงศ---MENISPERMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ อัสสัม พม่า กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย

 

พืชพื้นเมืองในเขตร้อนของ อินเดีย พม่า ศรีลังกา
พืช ชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยยืนต้น เป็นไม้เถาคล้ายบอระเพ็ด จะแตกต่างกันที่เถาชาลีขมมีตุ่มน้อยกว่า ส่วนใหญ่จะเห็นลำต้นพาดหรือพันอยู่กับต้นไม้ กำแพงและเสาต่างๆพบตามที่รกร้างทั่วไป เป็นไม้เนื้ออ่อนแต่เหนียวมากใช้แทนเชือกได้ ลำต้นหรือที่เรียกว่าเถา มีลักษณะกลมโตเปลือกขรุขระมีตาแตกเป็นจุดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนประอยู่ตลอดเถา เถาอ่อนเป็นสีเขียว ทุกส่วนมีรสขม โดยเฉพาะเถาแก่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 6-10 ซม. เนื้อใบบาง หลังใบและท้องใบเรียบ ด้านหลังใบใกล้กับโคนใบมีปุ่มเล็กๆ 2 ปุ่มอยู่บนเส้นใบ ก้านใบยาวประมาณ 3-5ซม. ดอกออกเป็นช่อ โดยช่อดอกจะออกตามเถาและตามซอกใบ ดอกของชิงช้าชาลีมีขนาดเล็กมากไม่มีกลีบดอก ดอกมีสีเหลืองอ่อนเป็นดอกฝอยๆ และมีกลิ่นหอมมาก เวลามีดอก ลำต้นจะสลัดใบทิ้งหมดเถา เพื่อต้อนรับดอกอ่อนที่เกิดขึ้น ส่วนผลเป็นผลรูปค่อนข้างกลมเป็นมัน ขนาดประมาณ 1-1.5 ซม.ผลสดเป็นสีเขียวเข้ม เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใส เนื้อผลฉ่ำน้ำเป็นสีขาวใส เมล็ดเดี่ยวสีดำหรือสีเทาค่อนข้างดำ ผิวเมล็ดขรุขระ
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา มีรสขมเย็น มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย แก้โลหิตอันเป็นพิษ แก้ร้อนใน ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ -เถา แก้ไข้ ใช้แทนเถาบอระเพ็ด บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แต่จากงานวิจัย ไม่มีฤทธิ์ลดไข้ แต่มีฤทธิ์แก้ปวดและลดการอักเสบ -รากอากาศมีรสเย็น ใช้เป็นยาแก้ไข้พิษร้อน-ดอกมีรสขมเมาใช้เป็นยาแก้แมลงเข้าหู ใช้แก้อาการปวดฟัน แก้รำมะนาด-ใบมีรสขมเมา มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงน้ำดี แก้ดีพิการ ใบสดใช้ตำพอกรักษาอาการปวด ใบใช้เป็นยาถอนพิษ ดับพิษทั้งปวง
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้ประดับซุ้มหรือไม้ริมรั้ว
-อื่น ๆ ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ เถาใช้แทนเชือก
ระยะออกดอก/ติดผล ---กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

120 เทียนชะมด/Abelmoschus moschatus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Abelmoschus moschatus Medik.
ชื่อพ้อง ---Has 4 synonyms
---Abelmoschus moschatus var. betulifolius (Mast.) Hochr.
---Hibiscus abelmoschus L.
---Hibiscus abelmoschus var. betulifolius Mast.
---Hibiscus chinensis Roxb
ชื่อสามัญ---Musk Mallow, Tropical jewel Hibiscus, Muskseed, Ornamental Okra, Abel Musk, Annual hibiscus, Bamia Moschata  
ชื่ออื่น---เทียนชะมด, ฝ้ายผี (ภาคกลาง), ชะมดต้น(กรุงเทพฯ), มหากาแดง, ส้มชบา ; [THAI: thian chamot, fai phi (Central); chamot ton (Bangkok); mahakadaeng; som-chaba.]; [AUSTRALIA: fautia.]; [CHINESE: huang kui.]; [CUBA: ambarina.]; [DOMINICAN REPUBLIC: albalia; albangalia; algalia; medic.]; [FRENCH: ambrette; gombo musqué; graine de musc; guimauve veloutée; ketmie des marais; ketmie musquée.]; [HAITI: gombo marron; gumbo.]; [HINDI: Kasturi bhindi, Muskdana.]; [INDONESIA: gandapura; kakapasan; kasturi.]; [ITALIAN: ambretta.]; [JAPANESE: Ryûkyû tororo aoi.]; [LESSER ANTILLIS: gombo maudi; gombo modi.]; [MALAYSIA: kapas hantu; kapas hutan.]; [MYANMAR: balu-wah; kon-kado; taw-wah.]; [NETHERLANDS: abelmos; amberbloem; muskuszaad.]; [PHILIPPINES: dalupang, kastiokastiokan, kastuli (Tagalog).]; [PUERTO RICO: almizcle vegetal; caballo asi; malva almizclera.]; [SPANISH: abelmosco; algalia; almisclillo; almisquillo; almizcle; ambarcillo.]; [VIETNAM: búp vàng; cây bông vàng.]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน พม่า และภูมิภาคอินโดจีน

   

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียตอนเหนือ กระจายทั่วไปในประเทศเขตร้อน ที่ระดับความสูง 200-1,650 เมตร
สายพันธุ์นี้ถือได้ว่าเป็นวัชพืชนอกถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ มันได้หลบหนีจากการเพาะปลูกซ้ำไปซ้ำมาเพื่อทำให้เป็นธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ปลูกฝังเป็นพื้นฐานและกึ่งธรรมชาติ เมื่อจัดตั้งขึ้นแล้วมันมักจะทำหน้าที่เป็นวัชพืช, outcompeting และแทนที่พันธุ์พืชพื้นเมือง มันถูกระบุว่าเป็นสายพันธุ์รุกรานในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเจริญเติบโตและการอยู่รอดของพืชพื้นเมือง มันถูกระบุว่าเป็น "แพร่หลาย" และ "อาจรุกราน" บนเกาะต่าง ๆ ในแคริบเบียนและประเทศในอเมริกาใต้ ในประเทศไทยพบทุกภาคพบขึ้นตามที่โล่ง ริมลำธาร ชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น
ไม้พุ่มล้มลุกลำต้นสูงประมาณ 0.60 - 2 เมตร มี taproot หรือรากหัวใต้ดิน ลำต้นมีขนนุ่ม ใบรูปฝ่ามือ5-6 แฉก มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันมาก 6-22 ซม. × 8–24 ซม.ขอบหยัก ปลายใบแหลม ผิวใบสาก ก้านใบยาวกว่าใบ ยาว 6-30 ซม.ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง ตรงกลางดอกด้านในมีจุดเป็นวงใหญ่สีเลือดหมู หรือม่วงเข้ม ฝักหรือผลกลมยาว เป็นเฟืองห้าเฟือง มีขนผลแห้ง แตกได้ เมล็ดมีปุยเหมือนฝ้าย เมล็ดรูปไตยาว 3–4.5 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มที่ เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและดินทรายที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 5.5-7.8 แต่ยังสามารถเจริญได้ในดินเหนียว ทนแล้งได้พอสมควรและสามารถงอกใหม่หลังจากเกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ช่วงชีวิตประมาณ 15 ปีหรือน้อยกว่า ในฤดูแล้งต้นจะตายเหลือหัวใต้ดินซึ่งจะเกิดใหม่ในช่วงฤดูฝนต่อไป
ใช้เประโยชน์---เป็นพืชอเนกประสงค์ที่มีคุณค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับน้ำมันหอมระเหยและยังเป็นแหล่งอาหารยาและสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิด
-ใช้กิน ฝักอ่อน ใบ และหน่อ กินเป็นผัก เมล็ดจะถูกเพิ่มลงในกาแฟ ดอกไม้และเมล็ดสามารถกินดิบได้
-ใช้เป็นยา ใช้ในอายุรเวท  มีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ รักษาโรคหนองใน และควบคุมฮอร์โมนเพศหญิง
-อื่นๆ น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดซึ่งรู้จักกันในชื่อน้ำมันแอมเบรสต์(ambrette oil) มีกลิ่นหอมคล้ายชะมดเช็ด ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและน้ำมันหอมระเหย แทนน้ำหอมในมัสค์สัตว์-รากใช้ในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ; บางครั้งดอกไม้ปรุงแต่งเป็นยาสูบ-เมล็ดใช้ในการทำธูป (agarbattis)-สารสกัดจากผลไม้และส่วนบนของพืชมีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง ในอินเดียและมาเลเซียเมล็ดพันธุ์จะถูกวางไว้ระหว่างเสื้อผ้าเพื่อป้องกันแมลง
ระยะออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม-กันยายน/สิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

121 บุษบาริมทาง/Tithonia rotundifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Tithonia rotundifolia (Mill.) S.F. Blake
ชื่อพ้อง---Has 16 synonyms

Helianthus speciosus Hook. Tithonia uniflora J.F.Gmel.
Leighia speciosa (Hook.) DC. Tithonia vilmoriniana Pamp.
Tagetes rotundifolia Mill. Urbanisol aristatus (Oerst.) Kuntze
Tithonia aristata Oerst. Urbanisol heterophyllus (Griseb.) Kuntze
Tithonia heterophylla Griseb. Urbanisol tagetiflorus (Desf.) Kuntze
Tithonia macrophylla S.Watson Urbanisol tagetiflorus var. normalis Kuntze
Tithonia speciosa (Hook.) Hook. ex Griseb. Urbanisol tagetiflorus var. speciosus Kuntze
Tithonia tagetiflora Desf. Verbesina szyszylowiczii Hieron.

ชื่อสามัญ---Red sunflower , Mexican Sunflower, Giant Mexican sunflower, Japanese sunflower, Mexican sunflower weed, Shrub sunflower, Tree marigold.,
ชื่ออื่น---บุษบาริมทาง ; [THAI: bussaba rim thang (General).]; [AFRIKAANS: Roosionneblom.]; [GERMAN: Mexikanische Sonnenblume, Mexikanische Tithonie.]; [HAITI: belle Vénus.]; [KOREA: megsikohaebalagi.]; [MEXICO: acahual; acaute de flor; tzum; zuum.]; [PORTUGUESE: Girassol mexicano, Margarida mexicana.]; [PUERTO RICO: escopeta.]; [SPANISH: chilicacate; clavel de muerto; flor amarilla; jacalate ; margarita roja; varga amarga.]; [SWEDISH: Inkakrage.].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---เม็กซิโก อเมริกากลาง  หมู่เกาะเวสต์อินดีส แอฟริกา เอเซียเขตร้อน
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง พืชพื้นเมืองที่เกิดขึ้นในฟลอริด้า, หลุยเซียน่า, เม็กซิโก, อเมริกากลางและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก สายพันธุ์นี้บุกรุกทุ่งหญ้าสะวันนา , ถนน, ที่ดินที่เสื่อมโทรมและเขตชายฝั่ง (ฝั่งแม่น้ำ) พบได้ในที่ชื้นแฉะไปจนถึงแห้งเปิดโล่งหรือเป็นทุ่งหญ้าหินลาด ที่ดินเพื่อการเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์  นอกเขตพื้นที่ ถูกปลูกเป็นไม้ประดับและกลายเป็นสัญชาติในบางแห่ง ในแอฟริกา มีการบันทึกพบที่ระดับความสูงถึง 1,580 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
เป็นไม้ล้มลุกขนาดใหญ่อายุหลายปีต้น สูง 1.5-2 เมตรและบางทีอาจถึง 4เมตร ใบรูปไข่หรือรูปหัวใจ ขนาด กว้าง 5-20 ซม.ยาว10-30 ซม.ใบอาจหยักเว้าเป็น3-5แฉก ขอบใบหยักมนหรือจักฟันเลื่อย มีขนสากมือ สีเขียวปนม่วง ดอกเป็นช่อเดี่ยวๆขนาด5-7ซม.ดอกวงนอกรูปรีปลายมนถึงแหลม สีแดงหรือส้มอมแดง มี10-14 ดอก ดอกวงในสีเหลืองอัดกันแน่นเป็นช่อกลม เมล็ดอ่อนสีเขียว แก่สีน้ำตาลอาจมีถึง120เมล็ดต่อ1ดอก
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม--- โตเร็วชอบแสงแดดจัด ทนแล้งระยะสั้นๆไม่ทนน้ำท่วม เติบโตได้ในดินร่วนปนทรายและดินเหนียวที่มีค่า pH อยู่ในช่วง 6.1 ถึง 7.8 และยังสามารถทนต่อดินที่ไม่ดี จะมีวุฒิภาวะเจริญพันธุ์ 2 เดือนหลังจากปลูกและครบวงจรชีวิตหลังจาก 4 เดือน
ใช้ประโยชน์---ปลูกเป็นไม้ประดับไม้พุ่มในสวน ในแอฟริกาตะวันออกปลูกเพื่อใช้สำหรับเป็นปุ๋ยพืชสด -ดอกไม้ของสายพันธุ์นี้มีการรายงานเพื่อให้ได้เกรดน้ำผึ้งที่ดี อย่างไรก็ตามการใช้งานเหล่านี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบโดยรวม ได้รับการขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัชพืชที่มีพิษในแอฟริกาใต้ (พืชต้องห้ามที่ต้องควบคุมพวกมันไม่มีจุดประสงค์ทางเศรษฐกิจและมีลักษณะที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์สัตว์หรือสิ่งแวดล้อม)
ระยะออกดอก ---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด

122 หงอนไก่ไทย/Celosia argentea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Celosia argentea Linn.
ชื่อพ้อง---Has 23 synonyms

-Amaranthus cristatus Noronha -Celosia japonica Houtt.
-Amaranthus huttonii H.J.Veitch -Celosia japonica Mart.
-Amaranthus purpureus Nieuwl. -Celosia margaritacea L.
-Amaranthus pyramidalis Noronha -Celosia marylandica Retz.
-Celosia aurea T.Moore -Celosia pallida Salisb.
-Celosia castrensis L. -Celosia plumosa (Voss) Burv.
-Celosia coccinea L. -Celosia purpurea J.St.-Hil.
-Celosia comosa Retz. -Celosia purpurea A.St.-Hil. ex Steud.
-Celosia cristata L. -Celosia pyramidalis Burm.f.
-Celosia debilis S.Moore -Celosia splendens Schumach. & Thonn.
-Celosia huttonii Mast. -Celosia swinhoei Hemsl.
-Chamissoa margaritacea (L.) Schouw

ชื่อสามัญ --- Cock’s-comb, Quail Grass,  Plumed cockscomb, Silver cock's comb, Foxtail amaranth.
ชื่ออื่น---หงอนไก่ไทย, หงอนไก่ดอกกลม, หงอนไก่ฝรั่ง, หงอนไก่ฟ้า (ภาคกลาง), หงอนไก่ดง (นครสวรรค์), กระลารอน, ชองพุ, (เขมร-ปราจีนบุรี), ซองพุ (เขมร-กาญจนบุรี), พอคอที (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ดอกด้าย, ด้ายสร้อย, สร้อยไก่, หงอนไก่ (ภาคเหนือ) ; [THAI: ngon kai thai,  ngon kai dok klom, ngon kai farang, ngon kai fa (Central); ngon kai dong (Nakhon Sawan); kra-la-ron, chong-phu, song-phu (Khmer-Prachin Buri); pho-kho-thi (Karen-Mae Hong Son); dok dai, dai soi, soi kai, ngon kai (Northern).] ; [CHINA: Qing Xiang Zi.]; [INDIA: Chilmili, Safed Murg.]; [FRENCH: celosie argentée.]; [GERMAN: Silber-Hahnenkamm.]; [INDONESIA:  bayam ekor belanda (Sumatra).]; [ITALIAN: sciamito cresta di gallo.]; [JAPANESE: nogeito.]; [KOREA: kaemaentwlami.]; [MALASIA: balong ayam, bayam merah, baym ekur kuching.]; [NETHERLANDS: hanekam.]; [PHILIPPINES: Kindayohan, Taling-taling (Tagalog).]; [SPANISH: mirabel.]; [SWEDISH: tuppkam.]; [VIETNAM: mong-ga, mao ga trang, đuôi lươn].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วโลก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวพบทั่วไปตามริมทาง ชายน้ำ ป่าโปร่ง ต้นสูงได้ประมาณ 30-90 ซม.ลำต้นอวบน้ำตั้งตรงสูง มีร่องตามยาว เปลือกต้นมีสีเขียวถึงม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ แกมขอบขนานหรือรูปเส้นแกมใบหอก โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวและสีแดงอมม่วง ดอก ออกเป็นช่อ ตั้งตรงขึ้น ออกบริเวณซอกใบและปลายยอด ช่อดอกรูปทรงกระบอก  ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบดอกสีม่วงอมชมพู ผลแห้งแก่แล้วแตก  รูปไข่ กลมรี มีเมล็ดจำนวนมาก กลมแบน สีดำเป็นมัน
การใช้ประโยชน์--- ใบและดอกกินได้และมีการปลูกสำหรับการใช้งานนี้ในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-ใช้อื่นๆ ถูกใช้ในแอฟริกาเพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของพืชกาฝาก
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

123 ดอกรัก/Calotropis gigantean

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Calotropis gigantean R.Br.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Basionym: Asclepias gigantea L.
---Periploca cochinchinensis Lour
---Streptocaulon cochinchinense (Lour.) G.Don
ชื่อสามัญ---Crown Flower, Giant Indian Milkweed, Giant milk weed, Indian bowstring hemp, Swallow-wort.
ชื่ออื่น---ปอเถื่อน, ป่านเถื่อน(ภาคเหนือ), รัก, รักดอก (ภาคกลาง); [THAI: po thuean, pan thuean ( (Northern);  rak, rak dok (Central).]; [ARAB: Ushar.]; [BANGLADESH: aakanda.]; [FRENCH: Mercure végétale, Faux arbre de soie, Arbre à soie, Mudar.]; [GERMAN: Mudarpflanze.]; [HINDI: Aak, Madar, Akvana.]; [KANNADA: Ekka, Ekkadagida, Ekkegida.]; [MALAYALAM: chuvannaerikk, vellerikk.]; [MARATHI: arki, rui, ruiti.]; [PERSIAN: Kharak.]; [SANSKRIT: Bhaanu, Ravi, Tapana, Arka.]; [TAMIL: Erukku, Vellerukku, malaiyerukku.]; [TELUGU: Jilledu, jilledi puvvu, jilledu, nallajilledu,  uccinta, uchchinta.].
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา อินเดีย จีน ปากีสถาน เนปาล และแอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอิหร่านอนุทวีปอินเดีย (เช่นอินเดีย เนปาล ปากีสถานและศรีลังกา) จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่นลาว พม่า ไทย อินโดนีเซียและมาเลเซีย)แพร่หลายไปยัง หมู่เกาะแปซิฟิก, ออสเตรเลีย, อเมริกากลางและอเมริกาใต้ตอนเหนือและแอฟริกา เกิดตามพื้นที่ชายฝั่งทะเลแห้งแล้ง ตามแนวชายฝั่งของทะเลสาบที่แห้งแล้งและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่แห้งแล้งริมตลิ่งจากระดับน้ำทะเลถึง 1,400 เมตรในภาคใต้ของจีน  พบมากที่สุดในพื้นที่เขตร้อนที่มีฤดูแล้งเฉพาะที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร ในประเทศไทยพบทั่วไปเกือบทุกภาค ขึ้นเองตามที่รกร้างริมถนน ท้องนา
ไม้ พุ่มขนาดกลางอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ1-3เมตร ลำต้นเปราะทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขนาดของใบกว้าง 4-15 ซม.ยาว 8-30 ซม. ผิวใบมีนวลสีขาว ดอกขนาด1.5-2.5ซม.ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด สีขาว และม่วงอ่อน ระยางค์รูปมงกุฏ ผลเป็นฝักคู่ ขนาด ยาว 6-12 ซม. และกว้าง 3-7 ซม เปลือกหนาฟู แก่แล้วแตกตามยาว เมล็ดสีน้ำตาลมีขนสีขาว
การใช้ประโยชน์---พืชนี้เก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อใช้ในวงกว้าง แต่มีคุณค่าในฐานะพืชสมุนไพรและแหล่งของใยอาหาร ได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวาง เป็นไม้ประดับในเขตร้อนและบางครั้งสำหรับเส้นใยที่ได้จากลำต้น
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ราก, เปลือก, ดอกไม้, ใบไม้, น้ำยางข้น ตามคุณสมบัติของยาโบราณ มีรสขมใบสามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารในลำไส้, รักษากลาก ตามอายุรเวทพืชแห้งเป็นยาชูกำลัง และยาแก้พยาธิ ใบมีประโยชน์ในการรักษาอัมพาต, โรคข้ออักเสบ, บวม, และไข้ไม่สม่ำเสมอ ดอกไม้มีรสขมย่อยอาหารฝาด  รากผงที่ใช้ในโรคหอบหืดหลอดลมอักเสบ และอาการอาหารไม่ย่อย
-วนเกษตรใช้ ปลูกบนดินที่ไม่มีสิ่งใดจะเติบโตโดยไม่จำเป็นต้องมีน้ำ มันได้รับการพิจารณาว่าเป็นพืชที่ดีสำหรับนำดินที่ถูกทิ้งไว้ใต้ดินแบบไถพรวนและเรียกทรายที่ลอยอยู่
-ใช้อื่นๆ เส้นใยที่ดีได้มาจากเปลือกของลำต้นแข็งแรงมากมีการกล่าวถึงคุณสมบัติหลายประการของผ้าลินิน {Linum usitatissimum) แม้ว่ามันจะค่อนข้างละเอียดกว่า -ให้เส้นใยที่ทนทาน (หรือที่รู้จักในเชิงพาณิชย์ในนาม Bowstring of India) มีประโยชน์สำหรับทำเชือก พรม อวนจับปลาและด้ายเย็บผ้า -ไหมขัดฟันที่ได้จากเมล็ด -กิ่งไม้ใช้ทำไม้จิ้มฟัน-น้ำผลไม้ใช้ในการทำสีเหลืองและในการฟอก -ดอกไม้ใช้ร้อยพวงมาลัย -มีการรายงานคุณสมบัติของสารฆ่าเชื้อราและยาฆ่าแมลง
ความเชื่อ/พิธีกรรม---พืชมีความสำคัญทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ในอินเดียซึ่งเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระอิศวร -ใช้เป็นยาศักดิ์สิทธิ์ ในเวทคัมภีร์ Madar เชื่อว่าเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ หากผสมกับนมวัวเป็นเวลา 48 ชั่วโมงและนวดในส่วนของพันธุกรรม สามารถรักษาความอ่อนแอได้
รู้จักอันตราย---ยาง (น้ำยาง) ค่อนข้างมีพิษ มันถูกใช้สำหรับลูกศรพิษ ทุกส่วนของพืชเป็นพิษเนื่องจากการปรากฏตัวของ glycosides มีผลต่อการเต้นของหัวใจ  เป็นที่ทราบกันดีว่าพืชเป็นต้นเหตุทำให้ผิวหนังอักเสบแพ้และน้ำยางเป็นสาเหตุของโรคเยื่อบุตาอักเสบ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด, ปักชำ, ตอนกิ่ง

124 บัวตอง/Tithonia diversifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Mirasolia diversifolia Hemsl A. Gray
---Helianthus quinquelobus Sessé & Moc.
ชื่อสามัญ---Tree marigold, Bolivian sunflower, Mexican tournesol, Mexican sunflower weed, Japanese sunflower
ชื่ออื่น---เบญจมาศน้ำ, ดาวเรืองญี่ปุ่น, ทานตะวันหนู, บัวตอง (กรุงเทพฯ); [THAI:  ben chamat nam, dao rueang yipun, than tawan nu, bua tong (Bangkok).]; [CUBA: árnica de la tierra; girasolillo; margarita gigante; margarita isleña; margaritona.]; [GERMAN: Verschiedenblaettrige Fackelblume.]; [INDONESIA: harsaga; kembang bulan.]; [JAPANESE: Nihon no himawari,  Japanese sunflower, Nitobe chrysanthemum.]; [MARATHI: Kanak Gol.]; [SOUTH AFRICA: Mexikaanse sonneblom.]; [SPANISH: guasmara; jalacate.]; [UGANDA: wild sunflower.]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---อเมริกา แอฟริกา เอเซีย หมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลได้รับการตั้งชื่อตาม Tithonus เด็กหนุ่มรูปงามและราชาแห่ง Troy ซึ่งเป็นที่รักของ Aurora ที่ทำให้เขากลายเป็นตั๊กแตน ; ชื่อสายพันธุ์ 'diversifolia' หมายถึง 'แยกใบไม้' จากละติน 'diversus' (แตกต่าง) และ 'folium' (ใบไม้)

 

มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและอเมริกากลาง พบตามริมถนน, พื้นที่รกร้างว่างเปล่า, ป้องกันความเสี่ยงรอบทุ่งนา ที่ระดับความสูง 200 - 2,300 เมตร
ในหมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย จะพบตามข้างถนนและรบกวนพืชท้องถิ่นได้เป็นวงกว้าง มีการปล่อยสารพิษยับยั้งการเติบโตของพืชต้นอื่น มีอายุยืนยาว ต้นแตกหน่อได้ดี มีเมล็ดที่มีน้ำหนักเบาและผลิตได้จำนวนมาก จึงสามารถแพร่พันธุ์ไปได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการรุกรานในประเทศไทย บัวตองเป็นพืชที่มักก่อความเสียหายต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ พบบัวตองระบาดในพื้นที่สูงเกินระดับ 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป พบระบาดมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบาดปานกลางในเชียงใหม่และเชียงราย ระบาดน้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หน้าดอกบัวตองบานในช่วงฤดูหนาว เราแห่แหนไปชื่นชมความงาม แต่ในความดีก็มีความร้ายอยู่ เหมือนกัน
ลักษณะของบัวตองต้นสูงได้ถึง 3-5 เมตร ใบของบัวตองเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมขอบขนาน มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย บริเวณ ปลายใบเว้า มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก ออกดอกเป็นช่อเดียว บริเวณปลายกิ่ง  คล้ายดอกทานตะวันมีสีเหลืองถึงสีส้ม แต่มีขนาดเล็กกว่า กว้าง 5–15 ซม. และยาว 10-30 ซม. ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบเรียวมีประมาณ 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้มเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านช่อดอกยาว 6-13 ซม ผล achenes; ยาว 4-8 มม. เมล็ดมีขนอ่อนสามารถกระจายไปตามลม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---บัวตองเป็นไม้ดอกมีอายุยืนยาวหลายปี ชอบขึ้นในที่ชื้นที่มีอากาศเย็นจะออกดอกสวยงามที่สุดบนยอดดอยที่สูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป เป็นพืชที่ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้ง สามารถขยายทรงพุ่มให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยาและเชื้อเพลิง
-ใช้กิน ใบ กิ่งอ่อน ดอกไม้ กินได้
-ใช้เป็นยา สารสกัดเมทานอลของใบแห้งลดระดับความเจ็บปวดและยับยั้งอาการบวมน้ำใช้แบบดั้งเดิมในการรักษาอาการอักเสบที่เจ็บปวด ใบมีน้ำมันหอมระเหยที่มีรสขม ใช้รักษา โรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร, โรคผิวหนังและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ยาต้มของใบบางครั้งใช้ในการรักษาโรคมาลาเรีย
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกทั่วไปเป็นไม้ประดับ ต้นไม้ได้หลบหนีจากการเพาะปลูกและกลายเป็นวัชพืชในหลายพื้นที่ของเขตร้อน
-วนเกษตร เป็นพืชบำรุงดินปลูกร่วมเพื่อเพิ่มผลผลิตของพืชผลต่าง ๆ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด
-อื่น ๆ ใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์หลากหลายชนิดเช่นวัว แพะ -ลำต้นใช้เป็นเชื้อเพลิง, การสกัดเอทานอลของใบได้แสดงให้เห็นว่าเป็นสารฆ่าเชื้อราที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคบนพืชสบู่ดำ-น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากใบใช้ขับไล่ยุง-Sesquiterpene lactones เช่น tagitinin ที่พบในใบแสดงว่ามีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง
ระยะออกดอก ---พฤศจิกายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

125 ปอเทือง/Crotalaria juncea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Crotalaria juncea L
ชื่อพ้อง----  Has 7 synonyms
---Crotalaria benghalensis Lam.
---Crotalaria fenestrata Sims
---Crotalaria ferestrata Sims
---Crotalaria porrecta Wall.
---Crotalaria sericea Willd.
---Crotalaria tenuifolia Roxb.
---Crotalaria viminea Wall.
ชื่อสามัญ---Sunn Hemp, Indian Hemp, Brown hemp, Madras hemp
ชื่ออื่น---เทือง, ปอเทือง(นครพนม), คำบูชา(เชียงใหม่), บัวสา(แพร่), มะคำไก่ดง (พิษณุโลก), ส้มปูขม (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; [THAI: thueang, po thueang (Nakhon Phanom);  kham bu cha (Chiang Mai); bua sa (Phrae); ma kham kai dong (Phitsanulok); som-pu-khom (Shan-Mae Hong Son).]; [ARABIC: Kinab.]; [BENGALI: Ghore Sun, Shon, Shonpat.]; [CHINESE: Yin du ma, Tai yang ma, Zi xiao rong, Shu ma.]; [FRENCH: chanvre indien, chanvre du Bengale, cascavelle, Crotolaire jonciforme, Grand Sonnette.]; [GERMAN: Bengalischer Hanf, Bombay Hanf, Sanhanf.]; [HINDI: Kharif, Sannai, Sannai sunn, Sunn.]; [INDONESIA: Orok-orok lembut.]; [JAPANESE: Kurotararia Junsea.]; [KHMER: Kâk´tung.]; [LAOS: Thwax chu:b, Po:thuang.]; [PHILIPPINES: Karay-kagay, Puto-putukan (Tag.).]; [PORTUGUESE: Cânhamo Da India, Cânhamo-Da-índia, Cánhamo Da India, Canhamo-Da-India, Cânhamo-De-Bengala, Crotalária, Crotalária Júncea, Crotalária.]; [SANSKRIT: San, Sana, Sunn.]; [SINHALESE: Hana.]; [SPANISH: canamo san.]; SWEDISH: Sunnhampa.]; [TAMIL: Sanal, Sannappu.]; [VIETNAMESE: Cây mung, Suc sat, Luc lac.].
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย ภูฎาน เนปาล เอเซียใต้


มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นวัชพืชรุกรานในบางพื้นที่ และปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ มักปลูกในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนชื้นซึ่งสามารถปลูกได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร
พืชตระกูลถั่ว พุ่มสูง  1.50 – 3 เมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม กว้าง 0.6-2 ซม.ยาว 10.5 ซม. ดอกออผเป็นช่อ12-20ดอกสีเหลือง ฝักเป็นรูปทรงกระบอกยาว 2.5–3.2 ซม  เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้าตาล  มี 10 -20  เมล็ดต่อฝัก
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีในดินหลากหลายชนิดหากมีการระบายน้ำดี ไม่ทนน้ำท่วมขัง ดินที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 5 ถึง 8.4 ซึ่งมีฟอสฟอรัส
การใช้ประโยชน์ ---มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ของเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนรวมถึงแอฟริกาเอเชียและออสตราเลเซียใช้เป็นพืชปุ๋ยพืชสดและเส้นใย มันได้กลายเป็นธรรมชาติในสถานที่
-ใช้กิน ดอกไม้ดอง
-ใช้เป็นยา เมล็ดถูกกล่าวเพื่อชำระเลือด ในอินเดียใช้สำหรับโรคโลหิตจาง, แผลพุพองและโรคสะเก็ดเงิน-รากใช้สำหรับอาการจุกเสียดและเป็นยาสมานแผล -เมล็ดผงผสมกับน้ำมันใช้ในการทำให้ผมงอกเร็ว -การศึกษาได้แสดงให้เห็นการต้านการอักเสบ, ป้องกันการเกิดแผล, hypolipidemic, เชื้อรา, แบคทีเรีย, ต้านอาการท้องร่วง, ป้องกันตับ, คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
-วนเกษตร-ใช้เป็นพืชฤดูเดียวปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หลังจากออกดอกช่วงอายุประมาณ50-60วันก็ไถกลบในขณะที่ความชื้นในดินมีสูงพอสมควร-เนื่องจากร่มเงาของต้นไม้หนาแน่นสามารถใช้เป็นพืชคลุมดินเพื่อระงับประชากรวัชพืช
-ใช้อื่นๆ ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์เพื่อเลี้ยงโคซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอินเดีย เส้นใยที่มีคุณค่าและมีคุณภาพสูงที่ ได้จากลำต้นและเปลือกไม้ ใช้เพื่อทำเชือก ผ้าใบและอวนจับปลา  กระดาษและเยื่อกระดาษ มีความต้านทานแรงดึงสูงกว่าและทนทานกว่าปอกระเจา-มีศักยภาพในการผลิตพลังงานชีวภาพ
ระยะออกดอก --- พฤษภาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

126 หิ่งเม่น/Crotalaria pallida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Crotalaria pallida Aiton
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Crotalaria falcata VAHL ex DC.
---Crotalaria mucronata
---Crotalaria pallida var. obovata (G.DON) POLH.
---Crotalaria striata
ชื่อสามัญ---Smooth Rattlebox, Broad-leaved rattlepod, Salts rattlebox, Streaked Rattlepod, Striped crotalaria, Moreton Island rattlepod.
ชื่ออื่น---หิ่งเม่น,  หิ่งหาย, ฮ่งหาย.; [THAI: hing-maen, hinghai, hong­hai.]; [ASSAMESE: Jhun-jhuniya ,Ghantakarna.]; [BENGALI: jhunjhuna, janglisana, kutkuti, shanaphula,]; [CAMBODIA: Châangrô:ng sva:, dâang höt khmaôch, sandaèk kû.:öy.]; [CHINESE: zhu shi dou.]; [FIJI: kaumothe, nggiringgiri, pini, toela.]; [FRENCH: crotalaire mucronée, Crotalaire striee.]; [GERMAN:  Gestreifte Klapperhuelse.]; [HAWII: kolomona, pikakani.]; [INDONESIA: Kekecrekan (Sundanese); orok-orok (Javanese); telpok (Madurese).]; [ITALIAN: crotalaria striata.]; [KANNADA: gijigiji gida.]; [LAOS: Hingx ha:y.]; [MALAYSIA: Giring-giring, rang-rang.]; [MARATHI: jungli tag.]; [NEPALI: chin-chine.]; [PALAU: kuroteraria.]; [PHILIPPINES: Gorung­gorung, kolong-kolong, tambarisa.]; [PORTUGUESE:  cascaveleira.]; [SAMOA: fua pepe.]; [SANSKRIT: katutikta, shana, shanapuspi,]; [TELUGU: giligitcha.]; [TONGA: pi‘isi.]; [VIETNAM: Lụclạc, Sạcsạc, Mu phng phân, Muồnglátròn.].
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อน แอฟริกา มาเลเซีย ควีนส์แลนด์

 

Crotalaria pallida อาจแพร่กระจายมาจากแอฟริกาเขตร้อนจากเซเนกัลถึงซูดาน, ทางใต้ถึงแองโกลาและแอฟริกาใต้ และอาจรวมมาดากัสการ์ -ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากศรีลังกาและอินเดียผ่านบังคลาเทศและภูฏานไปจนถึงจีนตอนใต้และอินโดนีเซียรวมถึงในฟิลิปปินส์และไต้หวัน มีการบันทึกในออสเตรเลียโอเชียเนียและเขตร้อนของอเมริกาในบางพื้นที่ที่มีการรุกราน พบได้ในพื้นที่เปิดโล่ง ป่าหญ้าข้างทาง ตามป่าดิบเขา ป่าผลัดใบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,800 เมตร
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว สูงประมาณ 1-1.5เมตร  ลักษณะ ลำต้น มีขนอ่อนนุ่มปกคลุม ใบ เป็นใบประกอบ แบบมีใบย่อย3 ใบ ยาวไม่เท่ากัน รูปขอบขนาน ปลายมน ใบตรงกลางยาวที่สุดประมาณ 6 ซม. ผิวใบด้านไม่มีขนด้านล่างและก้านใบมีขนนุ่มดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ ยาวประมาณ15-40 ซม. ดอกย่อยเป็นรูปถั่ว กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนเป็นรูปไข่ปลายมน ส่วนกลีบด้านข้างจะมีลักษณะคล้ายปีกรูปขอบขนาน ส่วนกลีบล่างเชื่อมกันเป็นรูปท้องเรือ ปลายมีลักษณะแหลมโค้ง กลีบดอกด้านในเป็นสีเหลืองเข้ม ส่วนกลีบดอกด้านนอกเป็นสีเหลืองมีลายเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ผล เป็นฝักโป่งโค้ง รูปขอบขนาน กว้าง,ยาว ประมาณ 0.5 x 3-9.5 ซม. ปลายยอดฝักมีติ่งเป็นเส้น.  เมล็ดรูปไต ขนาดเล็ก สีน้ำตาลดำ
ใช้ประโยชน์---พืชมีประวัติศาสตร์การเพาะปลูกค่อนข้างยาวเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและพืชคลุมดินแม้ว่าในปัจจุบันจะเหลือน้อยเนื่องจากความอ่อนแอต่อศัตรูพืชและโรคในเอเชีย แต่มันยังคงได้รับการปลูกฝังในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา
-ใช้กิน ดอกกินได้ใช้กินเป็นผักในกัมพูชา เมล็ดคั่วชงเป็นเครื่องดื่มแบบเดียวกับกาแฟ บางครั้งรากเคี้ยวกับหมากพลูในเวียดนาม ผลิตภัณฑ์หมักที่รู้จักกันในนาม 'dage' ทำมาจากเมล็ด เมล็ดจะถูกต้มเป็นเวลาสองชั่วโมงจากนั้นห่อด้วยใบตองและหมักทิ้งไว้หลายวันเพื่อกำจัดส่วนประกอบที่เป็นพิษ
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นสมุนไพรรักษาปัญหาทางเดินปัสสาวะ ใช้รากตำเป็นยาพอกแก้อาการฟกบวมของข้อต่อ ข้อเท้า และสารสกัดจากใบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิในลำไส้
-ใช้ปลูกคลุมดิน, ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดเป็นพืชที่ผลิตชีวมวลที่อุดมสมบูรณ์บนดินที่ไม่ดีโดยเฉพาะในแถวของต้นยางพาราและต้นมะพร้าว
รู้จักอันตราย---เมล็ดของ Crotalaria spp. จำนวนมากรวมถึงสายพันธุ์นี้มีอัลคาลอย pyrrolizidine จำนวนมากเช่น mucronatine และ monocrotaline ซึ่งมีผลต่อตับและอาจฆ่านกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ใบประกอบด้วยอัลคาลอยที่เป็นพิษต่อแพะ (ใบแห้งไม่เป็นพิษ), ละอองเกสร ทำให้เกิดปัญหาทางสายตา
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม-สิงหาคม  
ขยายพันธุ์---เมล็ด
ทีคล้ายกัน
---มะหิ่งดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria bracteata Roxb. ex DC.ชื่ออื่นเรียกว่า หิ่งนก หรือหิ่งกระจ้อน
---มะหิ่งเล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria albida Heyne ex Roth  ชื่ออื่น เรียกว่า หิ่งไห กวางแฉะ
---หิ่งหายผี ชื่อวิยาศาสตร์ Crotalaria retusa L.ชื่ออื่นเรียกว่า หิ่งหาย หิ่งเม่น
---หิ่งหาย ชื่อวิยาศาสตร์ Crotalaria quinquefolia L. หิ่งหาย มะหิ่งห้อย


127 ปอคัน/Malachra capitata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Malachra capitata (L.) L
ชื่อพ้อง---Has 7 synonyms
---Malachra mexicana Schrad.
---Malachra palmata Moench
---Malachra poeppigii Gürke
---Malachra ruderalis Gürke
---Malachra velutina Triana & Planch.
---Sida capitata L.
---Urena capitata (L.) M.Gómez
ชื่อสามัญ---Brazil Jute, Yellow leafbract, Gombo mallow.
ชื่ออื่น---ปอคัน(ทั่วไป) ; [THAI: po khan (General).] ; [BENGALI: Ban Bhindi,]; [SPANISH: malva de caballo.]; [HINDI: Vilayati Bhindi, Van Bhindi.]; [MARATHI: Pardeshi Bhendi, Vilayati Bhendi, Bur Bhendi, Raan Bhendi.]; [PHILIPPINES: Lapnis, Buluhan, Bulubuluhan (Tag.).]; [SPANISH: malva de caballo.]    
ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---ทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-ทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “malache” หมายถึงต้นชบาชนิดหนึ่งใบมักเป็นแฉก

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ พบกระจายตั้งแต่ตอนเหนือของอเมริกา เปรูและเอกวาดอร์ ผ่านอเมริกากลางถึงเม็กซิโกและหมู่เกาะอินเดียตะวันตกและขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อนมักพบต่ำกว่า500เมตร แต่มีพืชบางโอกาสที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร
ไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว สูงได้ถึง1- 2 เมตร. มีขนรูปดาวและสากคายกระจายทั่วไป  ใบรูปไข่กว้างหรือเกือบกลมขนาด  3-14 x 4-20 ซม. จักเป็นพูตื้น ๆหรือรูปฝ่ามือ 3, 5 หรือ 7 พู โคนใบเว้าลึกขอบใบจัก ก้านใบยาว 2-8 ซม.หูใบข้างละ  3 เส้น ช่อดอกยาวประมาณ 0.5-1.5 ซม. มี 3-7ช่อย่อย แต่ละช่อมี 2-5 ดอก ดอกสีเหลืองขนาด1.5-2.5 ซม. มี 5 กลีบ รูปไข่กลับ ผลแห้งแตก แต่ละซีกยาว 3-3.5 มม. เมล็ดรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2.5 มม.
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ดอกไม้ใบและราก รากใช้เป็นยาดั้งเดิมสำหรับโรคหลายชนิด  ท้องร่วง, ชักกระตุก, การอักเสบ, มีไข้, รักษาบาดแผล ในยาแผนโบราณของอินเดียใช้สำหรับรักษาโรคลมชักและการอักเสบ ใบใช้ในการรักษาอาการคันที่ผิวหนัง
-ใช้อื่นๆเปลือกใช้ทำเชือก  เส้นใยมีความแข็งแรงและใช้ในการทำเชือก เส้นใยนมีความยาว 8 ถึง 9 ฟุตถือว่ามีความแข็งแรงและด้อยกว่าปอกระเจาเล็กน้อย
ระยะออกดอก/ติดผล---- เมษายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

128 หมามุ่ย/Mucuna pruriens


ชื่อวิทยาศาสตร์---Mucuna pruriens (L.) DC
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms
---Carpopogon pruriens (L.) Roxb.
---Dolichos pruriens L.
---Hornera pruriens (L.) Neck.
---Labradia pruriens (L.) Swediaur
---Mucuna prurita Wight
---Negretia pruriens (L.) Oken
---Stizolobium pruriens (L.) Medik.
---Stizolobium pruritum Piper
ชื่อสามัญ---Velvet bean, Itchy bean, Bengal velvet bean, Florida velvet bean, Mauritius velvet bean, Yokohama velvet bean, cowage, cowitch, lacuna bean
ชื่ออื่น---กลออื้อแซ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); บะเหยือง, หมาเหยือง (ภาคเหนือ); โพล่ยู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); หมามุ่ย (ภาคกลาง) ;[THAI: phlo-yu (Karen-Kanchanaburi);  klo-ue-sae (Karen-Mae Hong Son) ba yueang, ma yueang (Northern); ma mui (Central).]; [AYURVEDA: Kapikachu, Atmagupta.]; [BRAZIL: fava-de-cafe; feijao-cafe.]; [CHINESE: ci mao li dou.]; [CUBA: cadjuet; pica-pica.]; [FRENCH: pois a gratter; pois pouilleux; pois velu.]; [GERMAN: Juckbohne.]; [HINDI: Gonca, Kauncha, Kavach.]; [LESSER ANTILLIS: cowitch; poil-a-gratter; pois-gratter.]; [MALAYSIA: kachang babi; kekeras gatal.]; [MYANMAR: gwin-nge; hko-mak-awa; khwele-ya; to-ma-awn.]; [NETHERLANDS: Jeukboontje.]; [NIGERIA: esisi; igekpe; karara; yerepe.]; [SANSKRIT: Atmagupta,Kapikacchu.]; [SPANISH: grano de terciopelo, pica, picapica.]; [SWEDISH: klibona.]; [WEST AFRICA: eesin; ejokun; esinsin; esise; ewe ina; irepe; werepe; yerebe.] .
ชื่อวงศ์--- FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย และแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์ ---จีนตอนใต้ อินเดียตะวันออก แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Mucuna นั้นมาจากชื่อภาษาบราซิลของ Tupi-Guarani สำหรับพืชในสกุล 'mucunã' ( Quattrocchi, 2012 ) ; ชื่อสายพันธุ์ 'pruriens' หมายถึงความรู้สึกคันที่เกิดจากขนของพืช ( Smith, 1971 )


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน อินเดียและแคริบเบียน พบได้ทั่วไปในป่าดิบชื้น ป่าเปิดตามลำธาร
พืชเถาเลื้อยทอดยาว3-10เมตร มีขนจากฝัก ใบหมามุ่ยมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ มีกลิ่นเหม็น ออกเป็นช่อตามง่าม  ผลเป็นฝักโค้ง ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ผิวเปลือกมีขนแข็งสั้นปกคลุม ฝักอ่อนเปลือกมีสีเขียวอ่อน และค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล และสีน้ำตาลอมแดงเมื่อฝักแก่เต็มที่ โดยขนติดกับฝักไปจนถึงระยะฝักแก่ ขนมีลักษณะหลุดร่วงง่ายหากถูกกระทบหรือเสียดสี ฝักแก่นี้เองจะทำให้หมามุ่ยกลายร่างเป็นพืชที่มีพิษ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด(สรรพคุณของเมล็ดหมามุ่ยดูต่อในเรื่องสมุนไพร)
การใช้ประโยชน์--- ใช้เป็นอาหาร  ในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะชวาถั่วจะถูกกินและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่า 'Benguk'. นำถั่วมาหมักเพื่อสร้างอาหารที่คล้ายกับเทมเป้และรู้จักกันในนาม Benguk tempe หรือ 'tempe Benguk'.
-ใช้เป็นยา เมล็ดถูกนำมาใช้ในการรักษาความผิดปกติจำนวนมากใน Tibb-e-Unani ( Unani Medicine ) นอกจากนี้ยังใช้ในแบบดั้งเดิมอายุรเวทยาอินเดียในความพยายามที่จะรักษาโรครวมทั้งโรคพาร์กินสัน ได้ถูกตรวจสอบในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำของโลกเพื่อเป็นการรักษาทางเลือกสำหรับโรคพาร์กินสันเนื่องจากมี L-dopa ในปริมาณสูง  พืชและสารสกัดของมันถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในชุมชนชนเผ่าในฐานะที่เป็นสารพิษสำหรับงูต่างๆ เช่น งูเห่า งูสามเหลี่ยม-รายงานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า Mucuna pruriens มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดต้านการอักเสบ ต่อต้านเนื้องอก ต่อต้านโรคลมบ้าหมูและต่อต้านจุลินทรีย์ -การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยM. pruriens ปรับปรุงฮอร์โมนเพศชายอย่างมีนัยสำคัญ, luteinizing ฮอร์โมน, โดปามีน, อะดรีนาลีนและระดับนอร์มารีนไลน์ในผู้ชายที่มีบุตรยาก. นอกจากนี้จำนวนตัวอสุจิและการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิยัง "ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ" ในคนที่มีบุตรยากหลังการรักษา
-ใช้อื่นๆ ในหลายส่วนของโลก ใช้เป็นอาหารสัตว์ ,เป็นหญ้าหมักหญ้าแห้งหรือเมล็ดแห้ง  และใช้เป็นปุ๋ยพืชสด
รู้จักอันตราย----ขนจากฝักแก่ เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้คัน จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองมาก คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดง เมื่อสัมผัสกับขนหมามุ่ย ให้รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ


หมามุ้ยมี 2 สายพันธุ์คือ
---หมามุ่ยใหญ่ -Mucuna monosperma DC. Ex Wight Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
---หมามุ่ยลาย- Mucuna stenoplax Wilmot-Dear Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบจะเป็นกลุ่มไม้ป่า Mucuna pruriens (L.) DC. -Cultivar group Pruriens ซึ่งจะมีขนพิษปกคลุมที่ฝัก ทำให้เกิดอาการคันเมื่อสัมผัส ส่วนกลุ่มที่เป็นไม้ปลูก Mucuna pruriens var. utilis จะไม่มีขนพิษที่ฝัก ไม่มีการปลูกในประเทศไทย
ระยะออกดอก/ติดผล--- กันยายน - ตุลาคม/ตุลาคม - พฤศจิกายน
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด

129 หมามุ่ยช้าง/Mucuna gigantea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mucuna gigantea (Wild.)DC.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Carpopogon giganteus (Willd.) Roxb. ex Lindl.
---Dolichos giganteus Willd.
---Negretia gigantea (Willd.) Oken
---Stizolobium giganteum (Willd.) Moon
ชื่อสามัญ---Deer-eye beans, Donkey-eye beans, Ox-eye beans, Hamburger seed, White Jade Vine, Hamburger Bean, Seabean, Burny Bean,  Burny vine, Elephant Cowitch.
ชื่ออื่น---กระเจี๊ยบ, สะบ้าลิงลาย, หมามุ่ย, หมามุ่ยช้าง (ภาคกลาง) ; [THAI: krachiap, saba ling lai, ma mui, ma mui chang (Central).]; [AUSTRALIA: Burny bean.]; [INDIA: Kakavalli (Malayalam)]; [HAWII: Kaee.]; [VIETNAM: Mắt mèo to, Móc mèo lớn.]   
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์--- กระจายพันธุ์ทั่วเอเชียและแปซิฟิก
พบใน จีน (ไหหลำ, ไต้หวัน)[อินเดีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เวียดนาม; ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก  ตามพื้นที่รกร้าง ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองและพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล ในประเทศไทยส่วนมากพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามชายฝั่งทะเล ที่ลุ่มมีน้ำขัง และริมแม่น้ำ ความสูงระดับต่ำ ๆ
ไม้เถาไม่มีหนาม ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หินหรือต้นไม้อื่น ยาวถึง 8-15 เมตร กิ่งแขนงเรียว ผิวเกลี้ยงสีเทาถึงคล้ำ ใบประกอบแบบขนนกมี3ใบย่อย ก้านช่อใบยาว 5-12 ซม.ใบย่อยคู่ล่างรูปไข่เยื้องโคนใบไม่สมมาตร แผ่นใบยอดรูปไข่ ขนาดกว้าง 4-10 ซม.ยาว 6-18 ซม.ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม ดอก แบบช่อเชิงลดรูปพัดคล้ายซี่ร่ม ออกตามง่ามใบ ช่อดอกห้อยลงยาว10-30 ซม.ดอกย่อยรูปดอกถั่วสีเหลืองหรือเขียวอ่อน  ผล แบบฝักถั่วมีครีบ รูปแถบแบนขนาดกว้าง2-4ซม.ยาว5-12ซม.ขอบฝักเป็นร่องครีบแคบ ผิวฝักมีขนคันสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น หลุดร่วงง่าย เมล็ดแบนสีดำมี 1-4 เมล็ด รูปรี ยาว 2-3 ซม.
การใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกรวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้เมล็ดที่กินได้และใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นอาหารเมล็ดกินได้ ชาวพื้นเมืองในออสเตรเลีย ใช้เมล็ดคั่วในทรายหรือหินร้อน เอาเปลือกออก บดเมล็ดให้เป็นแป้งผสมน้ำแล้วห่อด้วยใบไม้แล้วอบ -เนื่องจากการปรากฏตัวของสารพิษในพืช แนะนำให้กินเมล็ดหลังจากแช่และต้มน้ำเดือดเป็นเวลานาน
-ใช้เป็นยาในท้องถิ่น ใช้ยาต้มจากรากเพื่อรักษาโรคหนองใน เมล็ดผงใช้เป็นยาถ่าย ในเวียตนามเมล็ดใช้รักษางูกัด
-ใช้ปรบปรุงดิน สายพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิด แบคทีเรียเหล่านี้ก่อให้เกิดก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้ในพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้งานนี้เนื่องจากมีขนที่ระคายเคืองบนเมล็ด
-ใช้อื่น ๆขนที่ระคายเคืองที่ด้านนอกของฝักผสมกับอาหารเพื่อกำจัดหนู เมล็ดไม้ที่แข็ง ถูกขัดเงาและถูกทำเป็นสร้อยคอและ leis ที่สวยงาม
รู้จักอันตราย--- ขนของฝักแก่เมื่อสัมผัสจะมีอาการคันอย่างรุนแรงมีสีแดงของผิวหนังและมีเลือดคั่งขนาดเล็กหรือลมพิษเกิดขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากสัมผัสกับส่วนขนของพืช ไม่มีอันตรายร้ายแรงหากขนเข้าตาซึ่งในกรณีที่รุนแรงจะทำให้ตาบอด ในการลบเส้นขนออกจากผิวหนังเทปกาวและการล้างด้วยน้ำและสบู่ถือว่ามีประโยชน์ โรคผิวหนังสามารถรักษาได้ด้วยครีม corticosteroid พบแพทย์ทันทีหากมีขนเข้าตา-เมล็ดมีพิษและมี L-DOPA และสารพิษอื่น ๆ  แม้ว่า L-DOPA จะใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสันการกินในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการระบบทางเดินอาหารเช่นคลื่นไส้และอาเจียนและอาการทางจิตที่รุนแรง
ระยะออกดอก/ติดผล--- ธันวาคม - มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

130 โสน/Sesbania javanica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sesbania javanica Miq
ชื่อพ้อง---Has 9 synonyms
---Aeschynomene paludosa Roxb.
---Sesbania aculeata var. paludosa Baker
---Sesbania chochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis Kurz
---Sesbania cochinensis Kurz
---Sesbania paludosa (Roxb.) King
---Sesbania paludosa Prain
---Sesbania roxburghii Merr.
ชื่อสามัญ---Hemp Sesbania Flower, Sesbania Pea, Sesbania, Scarlet wisteria, Vegetable hummingbird, Indian joint-vetch.
ชื่ออื่น---โสนกินดอก, โสนหิน(ภาคกลาง), ผักฮองแฮง (ภาาคเหนือ), สีปรีหลา(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); [THAI:  sano kin dok,  sano hin (Central); phak hong haeng (Northern); si-pri-la (Karen-Mae Hong Son); [CHINESE: Yan Sheng Tian Jing, Zhao Wa Tian Jing.]; [[FRENCH: pois valette, pois vallier, Sesbanie De Java.]; [GERMAN: Gelbe Wisterie.]; [HINDI: Kathsola.]; [KHMER: Snaô(r).]; [LAOS: Sanô; Sanô:Sanô, Kho:Ng Kh’wa:Y.]; [ MALAYALAM: Daincha.]; [SPANISH: baculo, gallito, pico de flamenco, zapaton blanco.]; [VIETNAM: so ðua.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---จีน, อินเดีย, ศรีลังกา, บังคลาเทศ, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, นิวกินี, ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในอินเดียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเติบโตขึ้นในพื้นที่เขตร้อนและร้อนชื้นของโลก พบแพร่กระจายจากอินเดียไปทางตะวันออกจนถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี  พบขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมักพบขึ้นในพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ นาข้าว ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง หรือลำประดง
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กต้นสูงประมาณ 1-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ เป็นเหลี่ยมหรือมีร่องละเอียดตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้อ่อนและกลวง ใบประกอบแบบมีใบย่อย10-30คู่ ใบรูปร่างรีกลม ปลายใบมน ใบยาว 1.2-2.5 ซม.กว้าง 2.4 มม. ดอกเป็นช่อ ช่อดอกยาว10ซม.มีดอกย่อย5-12ดอก กลีบดอกสีเหลืองบางครั้งมีจุดกระสีน้ำตาลหรือม่วงอดง กระจายอยู่ทั่วไป
ผลเป็นฝักผอมยาว 18-20 ซม.ฝักอ่อนสีเขียวเมื่อแก่เป็นสีม่วงและน้ำตาล เมล็ดมีหลายเมล็ดเรียงอยู่ในฝัก
การใช้ประโยชน์--- ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค
-ใช้กิน ดอกไม้มักเก็บเกี่ยวและขายเป็นพืชอาหารในตลาดท้องถิ่นในประเทศไทย ดอกไม้กินได้ทั้งดิบลวกผัดไข่หรือหมัก ใบอ่อนและยอดอ่อนจะถูกกินในสลัดต้มหรือเป็น potherbs ฝักอ่อนต้มและผัด คุณค่าทางโภชนาการ มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี สูงมากในใบไม้
-ใช้เป็นยา ในการแพทย์แผนไทยโบราณพืช (รายงานอาจหมายถึงดอกไม้) ถูกใช้เป็นยาแก้อักเสบในการรักษาแมลงกัดต่อย การล้างพิษ การรักษาฝีในลำไส้ไม่สบายท้องและบรรเทาไข้ภายในและความกระหาย ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายใน อายุรเวท
-ใช้อื่น ๆ บางครั้งปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดและรั้วชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินเปียก สปีชีส์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิดแบคทีเรียเหล่านี้ก่อตัวเป็นก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้โดยพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ
ระยะออกดอกและติดผล--- กันยายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

131 โสนหางไก่/Aeschynomene indica

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Aeschynomene indica L.
ชื่อพ้อง  ---Has 16 synonyms 

Aeschynomene cachemiriana Cambess. Aeschynomene punctata Steud.
Aeschynomene diffusa J.G.Klein ex Willd. Aeschynomene quadrata Schumach. & Thonn.
Aeschynomene glaberrima Poir. Aeschynomene roxburghii Spreng.
Aeschynomene kashmiriana Baker Aeschynomene sensitiva P.Beauv.
Aeschynomene macropoda DC. Aeschynomene subviscosa DC.
Aeschynomene montana Span. Aeschynomene viscidula Roxb. ex Willd.
Aeschynomene oligantha Welw. ex Baker Hedysarum neli-tali Roxb.
Aeschynomene pumila L. Smithia aspera Roxb.

ชื่อสามัญ---Indian jointvetch, Sola pith plant, Marsh Sesbania, Yellow Wisteria
ชื่ออื่น---โสนหางไก่(สุราษฎร์ธานี), โสนหางไก่เล็ก (อ่างทอง),โสนหิน ; [THAI:  sano hang kai (Surat Thani);  sano hang kai lek (Ang Thong), sano hin.]; [ASSAMESE: Kuhila.]; [AUSTRALIA: budda pea.]; [BENGALI: kath shola.]; [CHINESE: he meng.]; FRENCH: eschynomene]; [GERMAN: Indische Schampflanze,  Virginische Schampflanze.]; [HINDI: didhen, phulan, chhuimui, laugauni.]; [INDONESIA: dinding; gedeyan; katisan]; [ITALIAN: pianta modesta bastarda.]; [JAPAN: kusanemu.]; [KANNADA: bemdukasa.]; [MADAGASCAR: Hamoka,Tsilavondrivotra.]; [MALAYALAM: neli-tali.]; [MARATHI: kinomin, nalabi.]; [NEPALI: sola.]; [PHILIPPINES: makahiyang lalaki]; [PORTUGUESE: angiquinho, maricazinho, papquinha, pinheirinho.]; [SINHALESE: diya siyambala.]; [SPANISH: anil rizado]; [TAMIL:  kottiram, netti-vakkai, takkai.]; [TELUGU: jiluga bendu, tiga jiluga.];
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนในหลายประเทศทั่วโลก
พบขึ้นในนาข้าว ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ตามริมคันนา ริมหนองน้ำทั่วไป หรือตามพื้นที่ชื้นแฉะมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบได้ในที่โล่งชื้น พื้นที่ทรายและริมถนน กระจายอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในภูมิภาคที่มีหรือไม่มีฤดูแล้งเด่นชัดที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลใกล้ถึงระดับ 1,530 เมตร
เป็นหนึ่งในวัชพืชร้ายแรงในนาข้าวที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่แพร่หลายและมีความสำคัญ ในประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชาและ ในประเทศไทย
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว  ลักษณะของโสนหางไก่ลำต้น ตั้งตรงสูงได้ถึง1.5เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 20-40 คู่ ใบย่อยรูปไข่ขอบขนาน ขนาดเล็ก โคนใบย่อยขนาดใหญ่กว่าปลายใบย่อย ดอกออกเป็นช่อแบบดอกย่อยเกิดห่างๆกันบนก้านช่อ 2.5-10 ซม. กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากันสีเหลืองครีม ผลเป็นฝักขนาดเล็กรูปทรงกระบอกยาวประมาณ5ซม.กว้าง0.5ซม. เมล็ดสีน้ำตาลทองประมาณ8-10เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ตำแหน่งที่มีแดดจัด ดินร่วนปนทรายจนถึงดินเหนียว แต่บางครั้งก็พบในดินเค็มดำ ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 6.5 ทนได้ 4.5 - 8 สปีชีส์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิดแบคทีเรียเหล่านี้ก่อตัวเป็นก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้ในพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ
การใช้ประโยชน์ ---พืชที่รวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารยาและแหล่งของวัสดุสำหรับงานฝีมือ
-ใช้กิน ใบ - ดิบหรือสุกสามารถนำไปต้มและเติมในซุปปรุงเป็น potherb ผัด ฯลฯ-พืชทั้งหมดจะถูกทำให้แห้งในที่ร่ม, สับละเอียด, คั่วแล้วนำมาใช้แทนชา
-ใช้เป็นยา ใบสามารถเตรียมได้หลายวิธีสำหรับการบริโภคของมนุษย์และมีบทบาทในการแพทย์พื้นบ้านเพื่อรักษาสภาพที่หลากหลาย
-วนเกษตรใช้ สายพันธุ์ตรึงไนโตรเจนได้อย่างอิสระสามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ ส่วนใหญ่จะใช้ในนาข้าว ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและอาหารสัตว์
-อื่น ๆ ไม้ (หรือที่เรียกว่า 'sola wood') มีความถ่วงจำเพาะ 0.04 และเป็นไม้ที่เบาที่สุดที่รู้จัก ใช้สำหรับงานฝีมือ แต่ด้อยกว่าไม้ของ Aeschynomene aspera-ลำต้นใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ลอยเช่นแพ อวนประมง-ไม้ที่ใช้ทำถ่านทำดินปืน
รู้จักอันตราย---มีหลักฐานของความเป็นพิษต่อสัตว์เคี้ยวเอื้อง เมล็ดที่ปนเปื้อนในเมล็ดพืชอาหารอาจเป็นพิษต่อสุกรทำให้เกิดความผิดปกติของสมอง ยังมีรายงานว่าเป็นอันตรายต่อม้าเมื่อรับประทานในระยะติดผล
ระยะออกดอก --- มกราคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

132 สบู่แดง/Jatropha gossypifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Jatropha gossypifolia L.
ชื่อพ้อง---Has 6 synonyms
---Adenoropium elegans Pohl
---Adenoropium gossypiifolium (L.) Pohl
---Adenoropium jacquinii Baill.
---Jatropha elegans (Pohl) Klotzsch
---Jatropha staphysagriifolia Mill.
---Manihot gossypiifolia (L.) Crantz
ชื่อสามัญ---Bellyache bush, Cotton-leaf physicnut, American purging nut.
ชื่ออื่น--- ละหุ่งแดง, สบู่แดง (ภาคกลาง), สบู่เลือด, สลอดแดง, สีลอด, หงษ์เทศ (ปัตตานี) ; [THAI: la hung daeng, sabu daeng (Central); sabu lueat,  salot daeng, si lot ,  hong thet(Pattani).] ; [BENGALI: Lal bherenda.]; [CHINESE: Ma FENg SHu.]; [HINDI: Pahari Erand, Jangi Arandi, Danti Bardi.]; [KANNADA: Chikka kada haralu.]; [MALAYALAM: Chuvanna Kadalavanakku.]; [TAMIL: Siria Amanakku.]
วงศ์--- EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง-เม็กซิโก อเมริกาใต้ เอเซีย-อินเดีย และประเทศในแถบเส้นศูนย์สูตรเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อมาจากภาษากรีกคำἰατρός ( iatros ) ความหมาย "แพทย์" และτροφή ( trophe ) ความหมาย "โภชนาการ"


มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก อเมริกาใต้ และหมู่เกาะแคริบเบียน  ในภาคเหนือของออสเตรเลียรวมทั้งรัฐควีนส์แลนด์ เป็นวัชพืชพิษประกาศ ในเปอร์โตริโกประเทศเม็กซิโก
ไม้พุ่มสูง 1-2เมตร พบได้ทั่วไป ในเขตที่มีสภาพภูิมิอากาศร้อนแห้งและแดดจัด แต่บางครั้งก็พบได้ในภูมิภาคกึ่งเขตร้อนและกึ่งแห้งแล้ง ตามป่าดิบเขาที่รกร้าง ป่าทุ่งหญ้า ที่ที่ถูกทิ้งร้างหรือที่ถูกปล่อยปละละเลย ชอบ ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี   
ทุกส่วนของสบู่แดงจะมีน้ำยางสีขาว ต้นสูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวยาว 5-15 ซมออกสลับ ขอบใบหยักลึก รูปฝ่ามือ ปลายแฉกแหลม3-5แฉก ขอบใบมีขน  ใบอ่อนสีแดงอมม่วง ก้านใบสีแดง
ดอกออกเป็นช่อที่ยอด ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ร่วมต้นเดียวกัน ผลค่อนข้างกลม มี 3 พูขนาด 1 ซม. เมื่อแก่แตกได้ มีเมล็ดขนาดเล็ก 3 เมล็ดขนาด 7-8 มม.
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางยา ใบต้มกินแก้ปวดท้อง ลดไข้ ตำพอกฝี แก้ผื่นคัน  เมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ทำให้อาเจียนน้ำมันในเมล็ดเป็นยาถ่ายอย่างแรง เมล็ดตำทาแผลโรคเรื้อน ขับพยาธิ และถ่ายน้ำเหลืองเสีย พืชทั้งหมดถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในคอสตาริกาในการรักษาโรคมะเร็ง ลำต้นสีเหลืองน้ำตาลแกมเหลืองมีจำหน่ายในตลาดกานาเพื่อเป็นยาแก้ปวดหัว มันถูกห่อด้วยผ้าสะอาดและสอดเข้าไปในรูจมูกของผู้ป่วยเพื่อทำให้จาม  เมล็ดถูกใช้เป็นยาถ่ายและขับพยาธิ  ในมาดูราอินโดนีเซีย 20 เมล็ดที่นำมาหลังการคั่วถือว่าเป็นยาเดี่ยวสำหรับผู้ใหญ่
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป
-วนเกษตรใช้ มักจะปลูกป้องกันความเสี่ยง มันถูกปลูกไว้รอบ ๆ หมู่บ้านในแอฟริกาซึ่งเชื่อกันว่าจะป้องกันจากไฟไหม้
-อื่น ๆ ใช้น้ำมันจากเมล็ดเป็นไฟ ค่าพลังงานของน้ำมันเมล็ด 42,000 kJ / kg น้ำยางมีการใช้งานอย่างมากกับหอยทาก เป็นพิษต่อไข่และหอยเต็มวัย
รู้จักอันตราย---รากมีสาร อัลคาลอยด์ที่เป็นพิษ น้ำยางข้นเหนียวเป็นพิษ ผลไม้ของพืชมีพิษต่อมนุษย์และสัตว์ สารพิษคือ toxalbumin ซึ่งเมื่อกินเข้าไปไจะทำให้เกิดอาการของโรคลำไส้อักเสบ และการตายของสัตว์บางชนิดในที่สุด
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด, ปักชำม เหง้า

   133 ดาดตะกั่วทุ่ง/Strobilanthes reptans

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Strobilanthes reptans (G. Forst.) Moylan ex Y.F. Deng & J.R.I. Wood
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Hemigraphis okamotoi Masam.    
---Hemigraphis tawadana Ohwi.    
---Ruellia primulifolia Nees.
---Basionym: Ruellia reptans G. Forst.
ชื่อสามัญ-- Red-flame, Red lily, Waffle plant
ชื่ออื่น---ดาดตะกั่ว, ดาดตะกั่วทุ่ง ; [THAI: daad takua, daad takua thung.]; [CHINESE: Púfú bàn chāhuā]; [JAPANESE: Hirohasagigoke.]; [MARSHALL ISLANDS: utilõmjãn, wut lamjen.]; [NEW CALEDONIA ISLANDS: kouamerzé.]; [SOLOMON ISLAND: ba‘ekorara.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชีย ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


พบใน จีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์; ออสเตรเลียหมู่เกาะแปซิฟิก (นิวแคลิโดเนีย) วัชพืชริมถนนบ่อและลำธาร; ใกล้ระดับน้ำทะเลถึง 400 ม.
สายพันธุ์นี้มีความทนทานต่อร่มเงาและมีความสามารถในการบุกรุกทุ่งหญ้าป่าดงดิบในภูมิอากาศที่อบอุ่น
ไม้เลื้อยไปตามพื้นดินต้นสูง15-30ซม.ลำต้นสั้นแผ่กิ่งก้านสาขาสีม่วง ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนานถึงรูปหัวใจยาว2-6 (10) ซม. ยาว 1.2-2.8 (6) ซม สีเขียวอมเทาด้านบน, สีแดงม่วงด้านล่าง ก้านใบยาว 6-18 มม.ดอกขนาดเล็กสีขาวขนาด 1-1.3 ซม ผลแคปซูลเรียวความยาว7-9 มม. มีขนสั้น มี 8-16 เมล็ด เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 มม.
มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับคลุมดินที่มีใบไม้ สีสันสวยงาม ต้นนี้ มักพบให้เห็นตามกระถางต้นไม้หรือในพื้นที่ร่มรื่นบนสนามหญ้า หน้าตาคล้ายดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับแต่ปลายใบมนไม่เแหลมและขอบใบไม่หยักเท่า เป็นดาดตะกั่วชนิดที่ถือว่าเป็นวัชพืช ไม่ต้องปลูกแต่ขึ้นเองขยายพันธุ์เร็ว กำจัดก็ไม่หมดง่ายๆ ไม่เหมือนดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับที่ต้องนำมาปลูกไม่มีทางขึ้นเอง
ขยายพันธุ์---เมล็ด, ปักชำ

134 กาฝากมะม่วง/Dendrophthoe pentandra

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Dendrophthoe pentandra  (L.) Miq.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Dendrophthoe farinosa (Desr.) Mart
---Dendrophthoe leucobotrya Miq
---Dendrophthoe venosa (Blume) Mart
---Elytranthe farinosa (Desr.) G.Don
---Elytranthe rigida (DC.) G.Don
---Basionym: Loranthus pentandrus L.
ชื่อสามัญ ---Mistletoe, Malayan Mistletoe, Common Malayan Mistletoe, Mistletoe Plant, Indonesian Mistletoes, Mango  Mistletoes.
ชื่ออื่น ---กาฝากมะม่วง,  [THAI: Ka-Fak-Ma-Muang.]; [CHINESE: wu rui ji sheng.]; [INDONESIA: Kemladean, benalu cengkeh (Jawa); pasilan cengkih, benalu cengkih (Bahasa Indinesia).];
ชื่อวงศ์ ---LORANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เชตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนกลางและตอนใต้
นิรุกติศาสตร์---ในความเป็นจริงชื่อสามัญ Mistletoe ถูกเรียกว่า "mistiltan" ในภาษาอังกฤษเก่าและ "mistel"หมายถึง "มูล" ในขณะที่ "tan" หมายถึง กิ่ง การใส่ทั้งสองเข้าด้วยกันมันหมายถึง "มูลบนกิ่งไม้" ซึ่งหมายถึงการกระจายเมล็ด


พบในจีน (กวางตุ้ง, กวางสี, ยูนนาน) อินเดีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม หมู่เกาะซุนดาน้อย ที่ระดับความสูง100-1600 เมตร พบได้ในพื้นที่ป่าฝนหรือในป่าเปิดสวนสวนสาธารณะในเมืองและบริเวณที่อยู่อาศัย การแพร่กระจายเกิดขึ้นผ่านนกกินเมล็ด ความสามารถในการเป็นกาฝากนี้ไม่เพียง แต่โจมตีพืชอาศัยบางชนิดเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจจับพืชที่เป็นโฮสต์ได้หลายชนิดไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของพุ่มไม้หรือต้นไม้เป็นเวลาหลายปี D. pentandra สามารถอาศัยอยู่บนพืชหลากหลายชนิดและการกระจายทางนิเวศวิทยาที่หลากหลาย
พืชชนิดนี้เป็นกาฝาก hemiparasitic ที่มีชีวิตเบียดเบียนต้นไม้อื่นมักขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ ไม่เฉพาะแต่กับมะม่วง กับไม้ใหญ่ชนิดอื่นก็ขึ้นเช่น ต้นสน ต้นหูกวาง ต้นหูกวาง ต้นตะแบก กาฝากมะม่วงจะมีรากเฉพาะที่เรียกว่า haustoria เจาะเข้าไปในมัดท่อน้ำท่ออาหารของพืชที่อาศัยอยู่ เมื่อกาฝากเจริญเติบโตมากขึ้นจะทำให้ต้นไม้ยืนต้นที่กาฝากอาศัยอยู่ตายไปในที่สุด
ลักษณะ ลำต้นสีเทาและมีช่องอากาศ ยาวได้ประมาณ 2เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวแผ่นใบหนา ยาวประมาณ 8-10ซม. ผิวใบเกลี้ยงหรือมีขนประปราย มีสีเขียวอมเหลือง ขอบใบมักบิดเป็นคลื่น .
ดอกสมบูรณ์เพศยมีทั้งเพศผู้และเพศเมีย ออกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลืองหรือส้มอมชมพูลักษณะเป็นหลอด ตรงปลายแยกเป็นกลีบ สีเขียวนวลหรือค่อนข้างแดง ออกตามใบที่หลุดร่วงไปแล้ว ผลแก่เป็นสีเขียวหรือแดงคล้ำยาวประมาณ 1 ซม. มีเมล็ดเดียว เมล็ดมียางเหนียวติดมือ
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางสมุนไพร ทั้งต้น ต้มน้ำดื่มเป็นยาลดความดันโลหิต แก้ไอ พอกแผล ปรุงยาต้มสำหรับสตรีหลังคลอด เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ในการแพทย์แผนโบราณ / ทางเลือกในอินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ เช่นในการรักษาอาการไอ, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง , ขับปัสสาวะ-มีกิจกรรมทางชีวภาพมากมายเช่นสารต้านอนุมูลอิสระต้านมะเร็งเบาหวานและความดันโลหิตสูง -เป็นยาแผนโบราณในอินโดนีเซีย เป็นที่รู้จักกันดีในการรักษาโรคต่าง ๆ น้ำคั้นจากใบใช้ในการสมานแผลการติดเชื้อที่ผิวหนังและมะเร็ง -ในชุมชน Benalu ใช้เป็นยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ต้านไวรัสต้านมะเร็ง ฯลฯ หนึ่งตัวอย่างคือ ชากาฝากมะม่วง ซึ่งใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากเป็นพืชกึ่งปรสิตมันแสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ทางชีวภาพของพวกมันอาจขึ้นอยู่กับพืชอาศัย อย่างไรก็ตามคนในอินโดนีเซียมักเรียกชื่อกาฝากขึ้นอยู่กับพืชอาศัยที่ปลูกเช่น benalu mangga ซึ่งอาศัยใช้ต้นมะม่วงเป็นเจ้าภาพ
-อื่น ๆ  ผลเป็นอาหารของสัตว์  
ขยายพันธุ์---เมล็ด

135 พริกฝรั่ง/Rivina humilis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rivina humilis L.
ชื่อพ้อง---Has 25 synonyms

Piercea acuminata Raf. Rivina orientalis Moq.
Piercea glabra Mill. Rivina pallida Salisb.
Piercea obliquata Raf. Rivina paraguayensis S.Parodi
Piercea tomentosa Mill. Rivina portulaccoides Nutt.
Rivina acuminata Raf. Rivina procumbens Ruiz ex Moq.
Rivina aurantiaca Warsc. Ex Schenk Rivina puberula Kunth.
Rivina brasiliensis Nocca Rivina purpurascens Schrad.
Rivina canescens G. Don ex Steud Rivina tetrandra Desf.
Rivina gracilis Salisb. Rivina viridiflora Bel.
Rivina laevis L. Rivina viridis Schmidt in Meyer
Rivina lanceolata Willd. Solanoides laevis (L.) Moench
Rivina obliquata Raf. Solanoides pubescens Moench
Solanoides undulata Moench

ชื่อสามัญ---Rouge Plant, Coral Berry, Baby pepper, Blood berry, Bloodberry rougeplant, Inkberry, Pigeon berry, Small pokeweed, Turkeyberry
ชื่ออื่น---พริกฝรั่ง, ; [Australia: coralberry; turkeyberry]; [China: shu zhu shan hu]; [South Africa: bloedbessie; bloodberry]; [SWEDISH: sminkbär.]; [Tonga: polo]; [USA: pigeonberry; turkeyberry]
ชื่อวงศ์---PHYTOLACCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ฉายาเฉพาะ humilis หมายถึง "คนแคระ" หรือ "ต่ำ" ในภาษาละตินหมายถึงความสูงต่ำของพืช


พืชพื้นเมืองทางใต้ของสหรัฐอเมริกา (เช่นโอคลาโฮมา อาร์คันซอ ฟลอริดา หลุยเซียน่า มิสซิสซิปปี นิวเม็กซิโก เท็กซัสและแอริโซนา) เม็กซิโก-อเมริกากลาง (ได้แก่ เบลิซ คอสตาริกาเอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิการากัวและปานามา) แคริบเบียนและ อเมริกาใต้ (เช่นเฟรนช์เกียนา, กายอานา, ซูรินาเม, เวเนซุเอลา, บราซิล, โบลิเวีย, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, อาร์เจนตินาและปารากวัย) กระจายอย่างกว้างขวางในเขตชายฝั่งและเขตย่อยชายฝั่งของออสเตรเลียตะวันออก ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, La Réunionและในหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง (เช่นหมู่เกาะกาลาปากอส, ฟิจิ, เฟรนช์โปลินีเซีย, ฮาวาย, นิวแคลิโดเนียและตองกา) เป็นวัชพืชป่าปิด ขอบป่า ชายฝั่ง สถานที่ที่ถูกรบกวน พื้นที่ขยะ พุ่มไม้ ในเมืองและสวนในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,700 เมตร
ลักษณะ ต้นสูงประมาณ30-100ซม.มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน ใบเรียงเวียนรูปไข่แกมรูปหอก ปลายแหลมยาวโคนเรียวสอบ คล้ายใบพริก ขนาดของใบ ยาวประมาณ 4-10 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ยาว 4-10 ซม.ใบประดับขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 2-8 มม..ดอกมีกลีบดอก4กลีบสีขาวหรือขาวอมชมพู แฉกลึกเกือบจรดโคน ติดทน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 2-3 มม. ผลกลม ยาว 3-4 มม.สด สีเขียว สุกสีแดง เมล็ดรูปกลมขนาดประมาณ 2 มม. มีเมล็ดเดียว
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม---R. humilisเป็นสายพันธุ์ของเขตร้อนชื้น โดยทั่วไปแล้วมันต้องการดวงอาทิตย์น้อยกว่าบางส่วนและทนต่อแสงได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังทนต่อช่วงของประเภทดินและสเปรย์เกลือและดินเค็ม นอกจากนี้พืชยังสามารถทนความเย็นได้ถึง -18 ° C (USDA Hardiness Zone 7a) ( DavesGarden, 2013 )
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ต้นอ่อนและใบอ่อนต้มสุกแล้วกินได้
-ใช้เป็นยา ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย แก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องเสีย หนองใน ดีซ่าน
-ใช้ปลูกประดับ ได้รับการปลูกเป็นไม้ประดับในภูมิภาคที่อบอุ่นทั่วโลกและยังมีคุณค่าในฐานะพืชคลุมดินที่ทนต่อร่มเงา ปลูกเป็นเป็น houseplant เป็นไม้กระภางหรือในเรือนกระจก แต่เนื่องจาก บางส่วนของต้นเป็นพิษ ช่วงหลังก็เลยถูกทิ้งขว้างจนกลายเป็นวัชพืชในบางพื้นที่
-อื่น ๆน้ำผลไม้ที่ทำจากผลเบอร์รี่ถูกนำมาใช้เป็นสีย้อมสำหรับผ้าและเครื่องสำอางและเป็นหมึก ผลเบอร์รี่มีเม็ดสีที่เรียกว่า rivianin หรือ rivinianin คล้ายกับ betanin ซึ่งเป็นเม็ดสีที่พบในบีทรูท (Beta vulgaris) ผลไม้ใช้สำหรับทำสีผ้าในเคปเวิร์ด
รู้จักอันตราย---ความเป็นพิษ รากและผลเป็นพิษ เพราะพิษของ resins หากกินเข้าไป จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ในปาก อาการเช่นนี้เป็นอยู่ได้ถึง 2 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น ขั้นต่อไปจะรู้สึกเจ็บคอ น้ำลายออกมากกว่าปกติพร้อมกับหาว คลื่นไส้ ปวดกระเพาะและลำไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด ผลดิบเป็นพิษแต่ต้มสุกแล้วพิษจะลดลง
ขยายพันธุ์---เมล็ด, ปักชำ


รวบรวม...Tipvipa..V
SUANSAVAROSE
2.16น. -25/8/2018

5/6/2020 


อ้างอิง (Reference) แหล่งที่มา


1 ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2555. URL http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_page.asp
2 เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.
3 สวนพฤกษศาสตร์สายยาไทย. มปป. ผักขม. URL: http://www.saiyathai.com/herb/484000.htm
4 Plants Database. 2013. Needle and thread. Natural Resources Conservation Service (NRCS). USDA. URL: http://plants.usda.gov/java/
5 ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2552. วัชพืช:  URL: http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/w-variety/354-imperata
6 อำไพ ยงบุญเกิด. 2514. เอกสารทางวิชาการ วัชพืชบางชนิดในไร่ข้าวโพด. กองพืชพันธุ์ กรมกสิกรรม.
7 ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย. 2555" URL: http://www.thaibiodiversity.org/
8 กรมการข้าว. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: กกทราย. URL: www.http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=7.htm
9 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: หญ้าแดง. URL: http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=3.htm
10 ฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2555. . URL: http://www.qsbg.org/Database/_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1597.
11 พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. 2540. วัชพืชศาสตร์. โรงพิมพ์ลินคอร์น, กรุงเทพฯ.
12 หนังสือ "ป่าชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้" สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน, รุ่งสุริยา บัวสาลี บ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) 2554
13 เว็บไซต์เมดไทย (MedThai) URL: https://www.medthai.com
14 สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) URL:www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Neptunia0javanica0Miq.
15 ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)  http://ippc.acfs.go.th/pest/


Check for more information on the species:  

         
Plants Database           Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    Tropicos    Nomenclature, literature, distribution and collections    

Tropicos -                    Home    www.tropicos.org/
GBIF                           Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI                           International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL                            Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/PROTA   Uses    the Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude                       Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images            Images


รูปภาพประกอบ
---ทิพพ์วิภา วิรัชติ
---บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
---สวน-เทวา อ.แม่สอย จ.เชียงใหม่
---www.suansavarose.com
---www.suan-theva.com















ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view