สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

สวนสไตล์ต่างๆ

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 13/07/2024
สถิติผู้เข้าชม 24,214,363
Page Views 30,879,005
 
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

ปาล์ม 9

ปาล์ม 9


For information only-the plant is not for sale.

ปาล์ม 9

ความหลากหลายทางสัณฐานวิทยาและนิเวศวิทยาของต้นปาล์ม
Scott Zona, Ph.D. , นักชีววิทยาปาล์ม

Palm Facts
Family Palmae or Arecaceae of the Arecales.
- 191 genera and 2500 species.
- Ancient lineage. Macrofossils of palms are known from the upper Cretaceous (fossilized stems and leaves); Nypa pollen known from the upper Cretaceous.
- Distributed from southern Oklahoma to central Chile, from southern France to South Africa, from southern Japan to New Zealand.
- Most diverse in NW South America and SE Asia. Found in rain forest, seasonal forest, cloud forest, swamp, mangroves, gallery, savannah, desert. Some dominated by palms.
- Palms are keystone species-important food sources for vertebrates and insects. Oil palm and coconut palm are two of the world's top-ten agronomic crops.
- Record-holders: Palms are the tallest monocots (Ceroxylon: 60 m tall!), longest stems (a rattan at 175 m!), have the largest inflorescences (Corypha), the longest leaves (Raphia regalis, 25.11 m!), the largest seeds (Lodoicea) in the Plant Kingdom.

(แปลโดยกูเกิ้ล)

- ครอบครัว Palmae หรือ Arecaceae ของ Arecales
- 191 จำพวกและ 2,500 สายพันธุ์
- เชื้อสายโบราณ macrofossils ของต้นปาล์มเป็นที่รู้จักจากยุคครีเทเชียส (ลำต้นและใบฟอสซิล) Nypaละอองเกสรเป็นที่รู้จักจากยุคครีเทเชียส-กระจายจากโอคลาโฮมาตอนใต้ไปยังชิลีตอนกลางจากตอนใต้ของฝรั่งเศสไปยังแอฟริกาใต้จากทางใต้ของญี่ปุ่นไปยังนิวซีแลนด์
- มีความหลากหลายมากที่สุดใน NW South America และ SE Asia พบได้ในป่าฝน, ป่าตามฤดูกาล, ป่าเมฆ, ป่าพรุ, ป่าโกงกาง, แกลเลอรี่, สะวันนา, ทะเลทราย บางคนมีต้นปาล์มครอบงำ
- ต้นปาล์มเป็นแหล่งอาหารสำคัญสำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังและแมลง ปาล์มน้ำมันและต้นมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจพืชผลอันดับหนึ่งในสิบของโลก
- ผู้ถือครองสถิติ: ปาล์มที่เป็น monocots ที่สูงที่สุด ( Ceroxylon : 60 เมตร )                                                                                - ลำต้นที่ยาวที่สุด (หวายที่ 175 เมตร), - มีช่อดอกที่ใหญ่ที่สุด ( Corypha )                                                                               - ใบที่ยาวที่สุด( Raphia regalis , 25.11 เมตร)                                                                                                                         - เมล็ดที่ใหญ่ที่สุด ( Lodoicea ) ในอาณาจักรพืช

สถานะการอนุรักษ์ IUCN. Red List of Threatened Species

https://www.iucnredlist.org/

1 สูญพันธุ์ (EX) การกำหนดที่ใช้กับสปีชีส์ที่บุคคลสุดท้ายเสียชีวิตหรือการสำรวจอย่างเป็นระบบและตามเวลาที่เหมาะสมไม่สามารถบันทึกได้แม้แต่บุคคลเดียว
2 Extinct in the Wild (EW) หมวดหมู่ที่ประกอบด้วยสปีชีส์ที่สมาชิกอยู่รอดได้เฉพาะในกรงขังหรือเป็นประชากรที่ได้รับการสนับสนุนเทียมซึ่งอยู่นอกขอบเขตทางภูมิศาสตร์ในอดีต
3 ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต (CR) ซึ่งเป็นประเภทที่มีสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งต่อการสูญพันธุ์อันเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 80 ถึงมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (หรือสามชั่วอายุคน) ปัจจุบันขนาดของประชากรน้อยลง กว่า 50 บุคคล หรือปัจจัยอื่นๆ
4 ใกล้สูญพันธุ์ (EN) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้กับชนิดพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์อันเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 50 ถึงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (หรือสามชั่วอายุคน) ขนาดประชากรปัจจุบันน้อยกว่า 250 บุคคลหรือปัจจัยอื่น ๆ
5 เปราะบาง (VU) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ประกอบด้วยสปีชีส์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์อันเป็นผลมาจากการลดลงอย่างรวดเร็วของประชากร 30 ถึงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (หรือสามชั่วอายุคน) ขนาดประชากรปัจจุบันน้อยกว่า จำนวน 1,000 บุคคล หรือปัจจัยอื่นๆ
6 Near Threatened (NT) เป็นชื่อที่ใช้กับชนิดพันธุ์ที่ใกล้จะถูกคุกคามหรืออาจเข้าเกณฑ์สำหรับสถานะถูกคุกคามในอนาคตอันใกล้
7 ความกังวลน้อยที่สุด (LC) หมวดหมู่ที่มีสายพันธุ์ที่แพร่หลายและอุดมสมบูรณ์หลังจากการประเมินอย่างรอบคอบ
8 Data Deficient (DD) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ใช้กับสปีชีส์ซึ่งจำนวนข้อมูลที่มีอยู่ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงไม่สามารถดำเนินการประเมินได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงไม่เหมือนกับหมวดหมู่อื่นๆ ในรายการนี้ หมวดหมู่นี้ไม่ได้อธิบายถึงสถานะการอนุรักษ์ของสปีชีส์
9 ไม่ได้รับการประเมิน (NE) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ใช้รวมสัตว์เกือบ 1.9 ล้านชนิดที่อธิบายโดยวิทยาศาสตร์แต่ไม่ได้รับการประเมินโดย IUCN

Version 3.1: สภา IUCN ได้นำเวอร์ชันล่าสุดนี้มาใช้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อันเป็นผลมาจากความคิดเห็นของสมาชิก IUCN และ SSC และจากการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์ฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2543

Version 2.3: IUCN (1994)
สภา IUCN นำเวอร์ชันนี้มาใช้ ซึ่งรวมการเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ความคิดเห็นของสมาชิก IUCN ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2537 ฉบับเริ่มต้นของเอกสารนี้เผยแพร่โดยไม่มีรายละเอียดทางบรรณานุกรมที่จำเป็นเช่นวันที่เผยแพร่และหมายเลข ISBN แต่รวมอยู่ในพิมพ์ซ้ำในปี 2541 และ 2542 รุ่นนี้ใช้สำหรับปี 2539 IUCN Red List of Threatened Animals (Baillie and Groombridge 1996), TheWorld List of Threatened Trees (Oldfield et al. 1998) และ 2000 IUCN Red List of Threatened Species (Hilton-Taylor 2000)


EPPO code---รหัส EPPO คือรหัสคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับพืช แมลงศัตรูพืช (รวมถึงเชื้อโรค) ซึ่งมีความสำคัญในการเกษตรและการปกป้องพืช รหัส EPPO เป็นระบบการเข้ารหัสที่กลมกลืนกันซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการชื่อพืชและศัตรูพืชในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบไอที
EPPO (2021) EPPO Global Database (พร้อมใช้งานออนไลน์) https://gd.eppo.int

- Phonetic spelling of Latin names by edric. https://www.palmpedia.net


สกุล Acanthophoenix (ak-anth-oh-FEE-niks) จากหมู่เกาะ Mascareneในมหาสมุทรอินเดียที่พวกเขาจะเรียกกันว่า palmiste rouge.มี 3 สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน แม้ว่าระดับการเก็บเกี่ยวที่ไม่ยั่งยืนสำหรับหัวใจปาล์มที่กินได้ ทำให้ทั้งหมดใกล้สูญพันธุ์ในที่อยู่อาศัย พวกเขามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ Tectiphiala และ Deckenia จำพวกที่แตกต่างกันในรูปของ staminate (ในหน้านี้แสดง 3 สายพันธุ์)

1 Acanthophoenix crinita (Bory) H. Wendl.                       - Yellow Barbel Palm
2 Acanthophoenix rubra (Bory) H. Wendl.                        - Red Barbel Palm
-Acanthophoenix rubra (Bory) H. Wendl. subsp. crinita
-Acanthophoenix rubra (Bory) H. Wendl. subsp. rubra
3 Acanthophoenix rousselii Ludvig.                                  - Roussel's Barbel Palm


Yellow Barbel Palm /Acanthophoenix crinita

Phonetic spelling: [ah-kanth-oh-FEH-niks] [krih-NEET-ah]

  

Picture 1---A. crinita in center of the island, at 1500m altitude, near the Belouve forest. Photo by Franck Feuillade. https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_crinita
Picture 2---Foret de Belouve, Salazie La Réunion, Photo by Ruddy Benezet, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_crinita  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Acanthophoenix crinita (Bory) H.Wendl.(1866)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:663890-1#synonyms
---Basionym: Areca crinita Bory. (1804).https://www.gbif.org/species/2738450
ชื่อสามัญ---Yellow Barbel Palm, White Babel Palm
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmiste noir, Palmiste rouge des hauts, Palmiste zépines (Réunion).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code--- AKPSS (Preferred name: Acanthophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์--- มอริเชียส เรอูเนียง
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Akanthos' = หนาม, 'phoenix' = ชื่อทั่วไปสำหรับต้นปาล์ม หมายถึงหนามที่อุดมสมบูรณ์ ; ชื่อสายพันธุ์ 'crinita' คำศัพท์ภาษาละติน แปลว่า "ไว้ผมยาว"
Acanthophoenix crinita เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJean Baptiste Bory de Saint-Vincent (1778 –1846) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสในปีพ.ศ.2347และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ.2409
*ในรายการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์พืชปี 1995 ของ Rafaël Govaerts ถือว่าA. crinita เป็นคำพ้องความหมายของ Acanthophoenix rubra เช่นเดียวกับ Govaerts และ John Dransfield ในรายการตรวจสอบปาล์มในปี 2548 อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขสกุล N. Ludwig ยอมรับว่า A. crinita เป็นสายพันธุ์ที่แยกจากกัน  https://en.wikipedia.org/wiki/Acanthophoenix_crinita
ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์นี้มีมีเฉพาะถิ่นที่เกาะ La Réunion และ Mauritius ของหมู่เกาะ Mascarene เติบโตในพื้นที่ชื้นและมักจะมีหมอกหนา พบได้สูงถึงระดับความสูง 1,500/1,700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว Pleonanthic (อธิบายการออกดอกอย่างต่อเนื่องของดอกและไม่ตายหลังจากออกดอก) ลำต้นตั้งตรงสูงถึง 15-25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20-30 ซม.ในต้นที่ยังอายุน้อยลำต้นจะมีหนามสีดำตามลำต้น ต้นแก่ลำต้นจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ค่อนข้างเรียบ เห็นร่องรอยวงแผลเป็นจากใบที่หลุดร่วงเล็กน้อย โคนต้นบวมในลักษณะ เท้าช้าง ยิ่งอายุมากขึ้น โคนต้นก็จะยิ่งบวมมากขึ้น ลักษณะนี้ช่วยให้ระบบรากที่ใหญ่กว่าสัมผัสกับพื้นดิน ทำให้เกิดความมั่นคงเพื่อช่วยต่อต้านแรงลมจากพายุไซโคลน ใบรูปขนนก (pinnate) มี15-20 ใบในมงกุฏ (crownshaft) เห็นได้ชัดเจน  กาบใบยาว 0.90-1.2 เมตร สีน้ำตาลเข้ม ผิวด้านนอกปกคลุมด้วยขนสีดำขนยาวหนาแน่น 6-8 มม ทางใบยาว 2.5-3 เมตร มีใบย่อย 40-60 คู่ สีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ก้านใบย่อยมีหนามคล้ายขนแปรงสีแดงบางๆยาว 2-4 ซม. ช่อดอกออกระหว่างใบ (Interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกสีขาวงาช้างห้อยยาว 1-1.1เมตร แยกได้ 2 กิ่ง ฐานก้านช่อดอกขยายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ติดกับลำตัว ก้านช่อดอกและดอกมีหนามสีดำแข็งยาว 2-3 ซม. ผลเมื่อสุกสีดำรูปไข่โค้งเล็กน้อย ขนาด 0.6 ซม.กลีบเลี้ยงที่ยังคงอยู่สีเบจหรือน้ำตาลอ่อน เนื้อผลสีม่วงเข้มและมีแทนนิน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---USDA Zone 9b-11 ต้องการแสงแดดเต็มหรือมากที่สุด (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงแสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ดินอุดมด้วยอินทรีย์วัตถุและชื้นสม่ำเสมอ  pH ของดิน 6.6 ถึง 7.5 (เป็นกลาง) ปรับตัวขึ้นได้ในดินทุกสภาพแม้แต่กับดินที่ไม่ดีแต่มีการระบายน้ำดี เติบโตเร็วปานกลางและสามารถทนต่อแสงแดดได้เต็มที่เมื่อได้รับน้ำเพียงพอ การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม), Brontispa longissima (ด้วงมะพร้าว)
รู้จักอ้นตราย---ปาล์มมีหนามมากจนกระทั่งโตเต็มที่ (หนามยังเหลืออยู่บ้าง) ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าสำหรับใช้เป็นอาหารและใช้เป็นยา ในช่วงพื้นเมืองปลูกเพื่อผลิตหน่อใบที่กินได้
ใช้กิน---ใบอ่อน หัวใจปาล์ม (ตายอด) กินได้และอร่อยมากเป็นอาหารอันโอชะ
ใช้เป็นยา--- ยาต้มจากรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใช้ปลูกประดับ--- ปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับโดยเฉพาะในมอริเชียส ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา A. crinita ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อจุดประสงค์ในการจัดสวน ในต้นที่อายุน้อย เหมาะสำหรับเป็นไม้กระถาง ทั้งในที่ร่มรำไรหรือสัมผัสแสงแดดโดยตรง เมื่อต้นอายุมากขึ้นย้ายปลูกในตำแหน่งกลางแจ้ง เดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของ La Réunion และ Mauritius * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ขยายพันธุ์---เมล็ด (เมล็ดสด ใช้ระยะเวลาในการงอก 4-5 เดือน)
 - ใช้เวลาในการออกดอกครั้งแรกหลังจากเพาะต้นกล้า 10-12 ปี


Red Babel Palm /Acanthophoenix rubra

[ah-kanth-oh-FEH-niks] [ROO-brah]


Picture---Hawaii. Photo by Colin Peters. Photo: https://www.palmpedia.net. https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_rubra

ชื่อวิทยาศาสตร์---Acanthophoenix rubra (Bory) H. Wendl.(1867)
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms.
---Basionym: Areca rubra Bory.(1804).https://www.gbif.org/species/2738443
---Calamus verschaffeltii W.Bull ex J.Dix.(1861)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:663892-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Red palm, Barbel palm, Red Babel Palm, Mascarene Islands cabbage palm.
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmiste rouge, Palmiste bourre, Palmiste des bois, Palmiste piquant, Palmiste épineux.];[JAPANESE: Akatogenoyashi.];[GERMAN: Mascarena- Kohlpalme.];[REUNION: Palmiste rouge, Palmiste rouge des bas.];[RUSSIAN: Akantofoyeniks volosatyy, Akantofoyeniks krasnyy.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code--- AKPRU (Preferred name: Acanthophoenix rubra.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์--- มอริเชียส เรอูเนียง โรดริเกซ                                                                                                              นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Akanthos' = หนาม, 'phoenix' = ชื่อทั่วไปสำหรับต้นปาล์ม หมายถึงหนามที่อุดมสมบูรณ์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'rubra'= สีแดง อ้างอิงถึงสีของใบอ่อนที่แตกใหม่
Acanthophoenix rubra เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae)ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJean Baptiste Bory de Saint-Vincent (1778 –1846) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสในปีพ.ศ.2347และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ. 2410
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) สายพันธุ์นี้พบได้เฉพาะในมอริเชียส เรอูนียง โรดริเกซ ในป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูง 250-850 เมตร เป็นสายพันธุ์ที่แปรปรวนมากและหายากในป่า
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง ลำต้นตั้งตรงสูงถึง 8-12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง10-20 ซม.ในต้นที่ยังอายุน้อยลำต้นจะมีสีน้ำตาลแดง และมีหนามสีดำตามลำต้น ต้นแก่ลำต้นจะเป็นสีเทาค่อนข้างเรียบ เห็นร่องรอยวงแผลเป็นจากใบที่หลุดร่วงเห็นชัด โคนต้นบวมในลักษณะ เท้าช้าง ใบรูปขนนก มี10 ใบในมงกุฏออกเป็นเกลียว ใบแต่ละใบยาว 3 เมตร crownshaft บวมเล็กน้อย  กาบใบยาว 0.30-0.60 เมตร สีน้ำตาลแดง ผิวด้านนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น ยาว 11 ซม มีใบย่อย25-65 คู่ สีเขียวอ่อนทั้งสองด้าน ก้านใบย่อยมีหนาม ใบยอดที่แตกใหม่สีน้ำตาลแดง แล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียว ช่อดอกออกระหว่างใบ (Interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกห้อยยาว 0.50 เมตร ก้านช่อดอกและดอกมีหนามสีน้ำตาลแดงแข็งยาว 11 ซม.ผลเมื่อสุกสีดำรูปไข่โค้งเล็กน้อยขนาด1 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ดขนาด 7 มม.เอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- USDA Zone 9b-11 ต้องการแสงแดดเต็มหรือมากที่สุด (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงแสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ขึ้นได้ในดินทุกสภาพ การเจริญเติบโตช้ามาก
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Raoiella indica (ไรแดงปาล์ม)
รู้จักอ้นตราย---ในต้นปาล์มอายุน้อยมีหนามยาว บางและแหลมมาก ปาล์มมีหนามมากจนกระทั่งโตเต็มที่ (หนามยังเหลืออยู่บ้าง) ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์--- พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าสำหรับใช้เป็นอาหารและใช้เป็นยา ในช่วงพื้นเมืองปลูกเพื่อผลิตหน่อใบที่กินได้
ใช้กิน---ใบอ่อนกินได้ หัวใจปาล์ม (ตายอด) กินได้และนิยมมากเป็นอาหารอันโอชะ การกินหัวใจนี้นำไปสู่ความตายของต้นปาล์มเพราะมันไม่สามารถแตกตาด้านข้างได้
ใช้เป็นยา---ยาต้มจากรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใช้ปลูกประดับ--- ปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับโดยเฉพาะในมอริเชียสและทั่วโลก ในต้นที่อายุน้อยเหมาะสำหรับเป็นไม้กระถาง ทั้งในที่ร่มรำไรหรือสัมผัสแสงแดดโดยตรง เมื่อต้นอายุมากขึ้น ย้ายปลูกในตำแหน่งกลางแจ้ง เดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของ La Réunion และมอริเชียส * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการคุกคามสูญเสียที่อยู่อาศัย มีมูลค่าสูงในฐานะพืชกินได้และเป็นพืชสมุนไพร หัวใจปาล์มที่ถูกกินอย่างหนัก ทำให้ในเรอูนียงมีประชากรที่เหลือเพียง 150 ต้น ที่โตเต็มวัย อยู่ในหุบเขา Etoile ทางตะวันออกเท่านั้น การงอกใหม่เกิดได้เป็นครั้งคราว จึงถูกจัดวางอยู่ใน IUCN Red of Threatened Species ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์--CR - CRITICALLY ENDANGERED B1+2c -ver 2.3- IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Page, W. 1998. Acanthophoenix rubra. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38181A10098570. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38181A10098570.en. Accessed on 08 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38181/10098570
- มีการตรวจสอบการผลิตเมล็ดพันธุ์ ในมอริเชียส สายพันธุ์นี้ปลูกกันอย่างแพร่หลายในสวน
ขยายพันธุ์---เมล็ด
- ใช้เวลาในการออกดอกครั้งแรกหลังจากเพาะต้นกล้า 15-18 ปี


Roussel's Barbel Palm /Acanthophoenix rousselii

[ah-kanth-oh-FEH-niks] [rohs-SELL-ee]

 

Picture 1, 2---Floribunda Palms, Hilo. Photo By Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_rousseliita

ชื่อวิทยาศาสตร์---Acanthophoenix rousselii N.Ludw. (2006)   
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77078973-1
ชื่อสามัญ---Roussel's Barbel Palm, Palmiste roussel
ชื่ออื่น---[FRENCH: Acanthophénix de Roussel.];[REUNION: Palmiste roussel,  Palmiste Trois-mares.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code--- AKPSS (Preferred name: Acanthophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เรอูเนียง
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Akanthos' = หนาม, 'phoenix' = ชื่อทั่วไปสำหรับต้นปาล์ม หมายถึงหนามที่อุดมสมบูรณ์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'rousselii' *มเป็นการยกย่องตระกูล Roussel ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินขนาด 202 เฮกตาร์ (500 เอเคอร์) ที่มีการระบุสายพันธุ์เป็นครั้งแรก
Acanthophoenix rousselii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Nicole Ludwig (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2549) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ในปีพ.ศ.2549
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่นพบเพียงพื้นที่เล็ก ๆ มีการกระจาย จำกัด ใน Trois-Mares เขตชานเมืองแทมพอน (Le Tampon)ที่ระดับความสูงประมาณ 650 เมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเรอูนียง
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว Pleonanthic (อธิบายการออกดอกอย่างต่อเนื่องของดอกและไม่ตายหลังจากออกดอก) ลำต้นตั้งตรงสูงถึง 15-25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง20-30 ซม.ในต้นที่ยังอายุน้อยลำต้นจะมีสีน้ำตาลแดง ต้นแก่ลำต้นจะเป็นสีเทาเห็นร่องรอยวงแผลเป็นน้อยกว่า A.crinata และ A.rubra มีรอยแตกตามยาวของลำต้นเล็กน้อยทำให้ดูลำต้นเรียบกว่า โคนต้นบวมในลักษณะ เท้าช้าง ใบรูปขนนก มี15-20 ใบในมงกุฏ ใบแต่ละใบยาว 2.5-3 เมตร มีหนามสีดำแข็งแรงปกคลุมอยู่ ยาว 2-3 ซม กาบใบยาว 0.90-1.20 เมตร สีน้ำตาลเข้ม ผิวด้านนอกปกคลุมด้วยขนยาว มีใบย่อย 70-80 คู่ สีเขียวมะกอกทั้งสองด้าน ช่อดอกออกระหว่างใบ (Interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกสีงาช้างยาวห้อยเป็นแฉกแตกกิ่งก้านสาขาเป็นสองกิ่งโดยช่อย่อยมี 25–70 ดอก ฐานก้านช่อดอกขยายใหญ่ขึ้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวโดยที่มันยึดติดกับลำต้น ก้านช่อดอกสั้นและมีหนามสีดำ แข็งแรงตรงหรือโค้งยาว 2-3 ซม.ดอกไม้สามดอก ดอกเพศผู้สองดอกขนาบข้างดอกเพศเมีย ดอกเพศผู้ (Staminate) มีกลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยมสั้น ๆ สามกลีบและกลีบดอกสีขาวรูปไข่สามกลีบสีขาวงาช้างซึ่งบางครั้งก็เป็นสีส้ม จำนวนเกสรเพศผู้ 9 อัน (เป็นตัวแปร กฎน่าจะเป็น: เกสรเพศผู้หกอันสำหรับ A. crinita, เกสรเพศผู้เก้าอันสำหรับ A. rousselii และเกสรเพศผู้สิบสองอันสำหรับ A. rubra) ผลแก่สีดำ ปลายผลมีสีเบจหรือสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่และโค้งเล็กน้อย 15–20 × 8 มม. เยื่อบาง ๆ สีม่วงเข้ม; เอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกัน มีเมล็ด 1 เมล็ด (เมล็ดของ A. rousselii มีลักษณะเหมือนกับ A. crinita หรือ A. rubra แต่มีขนาดใหญ่กว่าถึง 4 เท่า คือมีรูปร่างเหมือนกันและมีลักษณะนูนอยู่ด้านหน้าของเมล็ด)
- โดยทั่วไปแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับ A.rubra ยกเว้นความแตกต่างเล็กน้อยบางประการ เช่นขนาดเมล็ดลักษณะใบ ฯลฯ และ การเติบโตอยู่ในระดับความสูงที่ต่างกัน โดยทั่วไป A.rubraจะเติบโตอยู่ในที่ราบลุ่ม   A.roussellii เติบโตในที่ราบสูงตอนปลาย ส่วน A. Crinita เติบโตในพื้นที่ ที่สูงเกือบถึง 2,000 เมตร และ A.roussellii มีใบสีขาวในมงกุฎไม่ใช่สีแดงหรือสีน้ำตาล และเมล็ดขนาดใหญ่กว่าทั้ง 2 สายพันธุ์
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 9b-10b) พืชในเขตร้อน/กึ่งเขตร้อน ชอบตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน) อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีที่ 24°Cชอบดินชื้นแฉะแต่ระบายน้ำได้ดี pH 6.6-7.5สามารถปรับเข้าได้ในดินทุกสภาพเจริญเติบโตช้าม
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของเรอูนียง *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการคุกคามสูญเสียที่อยู่อาศัย หัวใจปาล์มที่ถูกกินอย่างหนัก ทำให้มีต้นไม้เพียงไม่กี่โหลในป่าระหว่าง Tampon และ Ravine des Cabris (ใกล้ Chemin Roussel) ใน Hauts du Sud de la Réunion
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_rousseliita
สมาคม Palmeraie-Unionได้ดำเนินการเพาะปลูกเรือนเพาะชำขนาดใหญ่โดยใช้เมล็ดพันธุ์ไม่กี่พันเมล็ดเพื่อช่วยชีวิตพันธุ์นี้ ต้นปาล์มขนาดเล็กต้นแรกของการผลิตนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นแล้วในParc des Palmiersใกล้ Le Tampon
*การขยายพันธุ์---เมล็ด ในการงอกเมล็ดต้องมีความสดใหม่
- ต้นกล้าของ A. rousselii ดูเหมือน A. rubra โดยไม่มีสีแดงบนใบและไม่มี tomentum ข้างใต้ มีแผ่นพับซึ่งไม่ใช่กรณีของ A. crinita ซึ่งมีใบขนาดใหญ่ที่ไม่มีการแบ่งแยกสำหรับการแตกหน่อครั้งแรก https://www.palmpedia.net/wiki/Acanthophoenix_rousselii

สกุล Actinokentia (ahk-tin-oh-kent-EE-ah) สกุล Actinokentia ประกอบด้วย 2 สายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดใน       นิวแคลิโดเนีย คือ
- Actinokentia divaricata (Brongn.) Dammer
- Actinokentia huerlimannii H.E.Moore. (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)


The Miniature Flamer Thrower Palm /Actinokentia divaricata

[ahk-tin-oh-kent-EE-ah] [dih-vahr-ih-KAH-tah]

 

Picture---Photo:https://www.palmpedia.net.https://www.palmpedia.net/wiki/Actinokentia_divaricata
 
ชื่อวิทยาศาสตร์---Actinokentia divaricata (Brongn.) Dammer.(1906).  
ชื่อพ้อง----This name is a synonym of Chambeyronia divaricata (Brongn.) Hodel & C.F.Barrett.(2021) https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77220086-1#synonyms
ชื่อสามัญ---The Miniature Flamer Thrower Palm
ชื่ออื่น---Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---QKKDI (Preferred name: Actinokentia divaricata.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นการรวมคำ 'Aktis' = "ลำแสง" กับชื่อ 'kentia' เพื่อเป็นเกียรติแก่วิลเลียมเคนต์ (1779-1827) ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่สวนพฤกษศาสตร์แห่ง Buitenzorg, Java (ปัจจุบันคือ Kebun Raya Bogor) ; ชื่อสายพันธุ์ 'divaricata' ภาษาละติน ความหมาย "ขยายออกไปในทางที่ไม่เป็นระเบียบ"
Actinokentia divaricata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยAdolphe Théodore Brongniart (1801- 1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Lebrecht Udo Dammer (1860–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ.2449  


Picture---Hawaii.Photo:https://www.palmpedia.net/wiki/Actinokentia_divaricata
Picture---Coral Gables, FL. Photo by Ronald A. Kiefert.https://www.palmpedia.net/wiki/Actinokentia_divaricata

ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) แพร่กระจายอย่างมากจากตะวันออกเฉียงใต้ไปยังส่วนกลางของ La Grande Terre ในนิวแคลิโดเนีย ขึ้นในป่าชื้นบนพื้นผิว ultramafic ที่ระดับความสูง 10-1,100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กสูง 8-9 เมตร ลำต้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 ถึง 9 ซม. มีรากมองเห็นได้ที่โคน ลำต้นเรียวเรียบ สีเทาถึงสีน้ำตาลอ่อนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 7.5 ซม. มงกุฎที่ค่อนข้างกระจัดกระจายสีเหลืองสีเขียวหรือสีน้ำตาลอ่อน มีใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ (pinnate)4-6 ใบ ยาว 4-7เมตร ใบอ่อนจะเกิดจากกาบใบสีแดงเข้ม กาบใบยาว 42-65 ซม. สีเขียวสดใสหรือสีเทาอ่อน ก้านใบเกือบกลมไม่มีหนามยาว 60 - 85 ซม.ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของปาล์มชนิดนี้คือสามารถสร้างใบใหม่ที่มีสีแดงสุกใสยอดเยี่ยม ใบจะเป็นสีแดงสดอยู่ 1 สัปดาห์ ต่อมาจะจางหายไปเป็นสีเขียว ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอก (Infrafoliar) ตั้งตรง มี 2-3 ช่อ ดอกสีชมพูถึงสีน้ำตาล ผลรูปทรงรีขนาด 2.5-4 ซม. สีแดงถึงสีม่วงเข้มเมื่อสุก มีเมล็ดรูปขอบขนาน1 เมล็ด ขนาด1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดครึ่งวันเช้า (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงต่อวันในช่วงเช้า) ถึงในร่มเงา (แสงแดดโดยตรงน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่ศูนย์ชั่วโมง ควรใช้เวลาอย่างน้อยสองสามชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด) หรือกรองแสงบางส่วน (แสงแดดส่องถึง ที่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) ดินที่อุดมสมบูรณ์มีความชื้นสม่ำเสมอมีการระบายน้ำดี ไม่ทนลมแรง โดยทั่วไปยิ่งสภาพมีลักษณะคล้ายกับที่อยู่อาศัยของป่าฝนในนิวแคลิโดเนียมากเท่าไหร่ พวกมันจะเติบโตได้เร็วขึ้นเท่านั้น โดยจะผลิตใบได้ 2-3 ใบหรือมากกว่าทุกปี แต่ในสภาพอากาศอบอุ่นแบบเมดิเตอร์เรเนียนการเจริญเติบโตจะช้ากว่ามาก *เติบโตช้ามากในเขตร้อนชื้น อาจผลิตใบ 1 ใบทุกๆ 2 ปี https://www.palmpedia.net/palmsforcal/Actinokentia_divaricata
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ความชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งเป็นเวลานาน และอย่าให้น้ำมากเกินไป ในฤดูร้อนต้องการน้ำปริมาณมากขึ้น
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Leaf-chewing insects (แมลงกัดใบ)
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ Actinokentia มีโครงสร้างที่กะทัดรัดและสมมาตรอย่างงดงาม เป็นที่ต้องการสำหรับปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งภายใน อาคาร ในสวนเขตร้อนบริเวณที่พักอาศัย รวมถึงเอเทรียมหรือห้างสรรพสินค้า แต่หายากมากในการเพาะปลูกส่วนใหญ่ เนื่องจากการขาดเมล็ดพันธุ์เพื่อการขยายพันธุ์
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามโดยตรง แม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจถูกคุกคามจากกิจกรรมการขุด: Goro (VALE) และไฟป่า ถูกระบุไว้ใน The IUCN Red List ประเภทกังวลน้อยที่สุด
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern -  IUCN Red List of Threatened Species (2016) ประเมิน 30/09/2016 ไม่มีข้อมูล
การดำเนินการอนุรักษ์ในท้องถิ่น
- Actinokentia divaricata ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายใน Province Nord และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง 12 แห่ง ได้แก่ Dumbéa, Haute Yaté, Haute Dumbéa, Mont Do, Montagne des Sources, Massif du Kouakoué, Forêt Nord, Forêt de Saille, Vallée de la Thy, Nodela, Pic du Pin, บลูริเวอร์พาร์ค
ขยายพันธุ์---เมล็ดพันธุ์    

Actinokentia huerlimannii

[ahk-tin-oh-kent-EE-ah] [hoor-lee-MAHN-ee]

 

Picture 1, 2---Haute N. 700m, New Caledonia. Photo by Dr. Jean-Christophe Pintaud/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Actinokentia_huerlimannii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Actinokentia huerlimannii H.E.Moore (1980)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl/record/kew-2738
ชื่อสามัญ---None (Not recorded.)
ชื่ออื่น---Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---QKKSS (Preferred name: Actinokentia sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นการรวมคำ 'Aktis' = "ลำแสง" กับชื่อ 'kentia' เพื่อเป็นเกียรติแก่วิลเลียมเคนต์ (1779-1827) ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่สวนพฤกษศาสตร์แห่ง Buitenzorg, Java (ปัจจุบันคือ Kebun Raya Bogor) ; ชื่อสายพันธุ์ 'huerlimannii'
Actinokentia huerlimannii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae)ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ครั้งแรกโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ.2523
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น จำกัด พื้นที่อยู่ในป่าชื้น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Grande Terre ในนิวแคลิโดเนีย  (Mont Nékando, Kouakoué, Mont Ouin et Mois de Mai (ฝั่งตะวันตก) พบในป่าทึบที่มีความหนาแน่นสูงหรือป่าไม้เตี้ย ๆ ที่มีสันเขาสูงชันบนดินที่ได้มาจากหิน ultramafic ที่ระดับความสูง 850-880 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงปานกลางสูงประมาณ9เมตร ลำต้นมีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ลักษณะทั่วไปคล้าย A.divaricata (ข้อมูลอื่นไม่สมบูรณ์)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดครึ่งวันเช้า (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงต่อวันในช่วงเช้า) ถึงในร่มเงา (แสงแดดโดยตรงน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่ศูนย์ชั่วโมง ควรใช้เวลาอย่างน้อยสองสามชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด) หรือกรองแสงบางส่วน (แสงแดดส่องถึง ที่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) ดินที่อุดมสมบูรณ์ความชื้นสม่ำเสมอการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---มีการรวบรวมเมล็ดพันธุ์เพื่อขายให้กับการค้าพืชสวนระหว่างประเทศ
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของนิวแคลิโดเนีย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม--- เนื่องจากที่ระบุหลักเชื่อมโยงกับความเสียหายของแหล่งอาศัยโดยหมูป่า การบริโภค และการทำลายเมล็ดพืชโดยหนู ถูกจัดวางไว้ใน The IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii) - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, AA, Letocart, D ., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2020. Actinokentia huerlimannii (ฉบับแก้ไขของการประเมินปี 2017) รายชื่อสปีชีส์ที่ถูกคุกคามปี 2020 ของ IUCN : e.T39022A185104337 https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T39022A185104337.en . เข้าถึงเมื่อ09 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/39022/185104337
Actinokentia huerlimanniiได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และ Province Sud และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองสามแห่ง: Parc de la Rivière Bleue, Massif du Kouakoué, Mont Humboldt
- แนะนำให้สำรวจที่ Mont Nekando, Haute Ni และ Mois de Mai และรายชื่อของชนิดพันธุ์ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ชนิดนี้จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินการอนุรักษ์ฉุกเฉินจากแหล่งกำเนิด ยิ่งไปกว่านั้น ขอแนะนำให้ติดตามประชากรที่รู้จักและควบคุมสายพันธุ์ที่รุกราน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Allagoptera (ahl-lah-gohp-TEH-rah) พบในอเมริกาใต้ประกอบด้วย 5 สายพันธุ์ ที่ได้รับการยอมรับ ปาล์มในประเภทนี้จะพบในบราซิล , ปารากวัย , โบลิเวียและอาร์เจนตินา เติบโตในความหลากหลายของแหล่งที่อยู่อาศัย บางชนิดเจริญเติบโตในหาดทรายและเนินทรายในขณะที่บางชนิดอยู่ในป่า สายพันธุ์ Allagoptera นั้นพบได้ทั่วไปตามเนินหินทรายที่ปะปนกับพืชพันธุ์ Cerrado (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Allagoptera arenaria (Gomes) Kuntze    - ดู ปาล์มขนไก่ ในปาล์ม 6
2 Allagoptera brevicalyx M.Moraes    
3 Allagoptera campestris (Mart.) Kuntze        
4 Allagoptera caudescens (Mart.) Kuntze
5 Allagoptera leucocalyx (Drude) Kuntze 

- Allagoptera robusta R.C.Martins & Filg. สายพันธุ์ใหม่ของ Allagoptera (Arecaceae) จาก Cerrado ทางตอนกลางของบราซิล

Buri Palm /Allagoptera campestris

[ahl-lah-gohp-TEH-rah] [kahm-PEHS-trihs]

 

Picture 1---Atherton, CA. mediterranean garden of Edith Bergstrom.http://www.palmpedia.net/wiki/Allagoptera_campestris
Picture 2---Northern Argentina.Photo:http://www.palmpedia.net/wiki/Allagoptera_campestris

ชื่อวิทยาศาสตร์---Allagoptera campestris (Mart.) Kuntze (1891)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms. See all https://species.wikimedia.org/wiki/Allagoptera_campestris
---Basionym: Diplothemium campestre Mart.(1826) https://species.wikimedia.org/wiki/Allagoptera_campestris  
---Diplothemium campestre var. genuinum Drude.(1881), not validly publ.    
---Diplothemium campestre var. glaziovii Dammer.(1902)    
ชื่อสามัญ---Buri Palm, Seashore Palm
ชื่ออื่น--[ARGENTINA: Pindocito.];[BRAZIL: Ariri, Buri, Guriri, Buri do campo, Côco de guriri , Côco de vassoura, Coquinha, Coqueiro pissandó, Indaia, Imburi, Licuri, ouricuri, Pissandó, Pissandú, Chamada de Camburí, Palmeirinha do campo.];[PORTUGUESE: Buri, Palmeirinha, Licuri rasteiro do campo, Licurizinho, Palmeirinha];[SPANISH: Pindocito.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AGACA (Preferred name: Allagoptera campestris.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อาร์เจนตินา ปารากวัย บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Allagoptera' เป็นการรวมกันของคำกรีกของ állage''= การเปลี่ยนแปลงการกลายพันธุ์และ 'pteron'= ปีก อ้างอิงถึงใบที่จัดเรียงในทิศทางต่าง ๆบนก้านใบ ; ชื่อสายพันธุ์ 'campestris' เป็นคำภาษาละติน 'campestris' หมายถึง "ของทุ่ง" อ้างอิงตามที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน ; ชื่อสามัญ 'Buri' มาจาก 'Tupi' (ชนพื้นเมือง) และแปลว่า "ใบไม้เล็ก ๆ "
Allagoptera campestris เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในสกุลปาล์มขนไก่ ครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Ernst Otto Kuntze (1843–1907) นักชีววิทยาและนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2434

 

Picture 1---Cabeça de Veado, Brasília, brasil. Photo by Mauricio Mercadante. http://www.palmpedia.net/wiki/Allagoptera_campestris
Picture 2---Atherton, CA. mediterranean garden of Edith Bergstrom. http://www.palmpedia.net/wiki/Allagoptera_campestris

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในภาคกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ถึงตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ในเทือกเขา Province of Misiones และใกล้สูญพันธุ์ในประเทศนี้ พบในทุ่งสะวันนา ตามชายฝั่งบนเนินทรายใกล้กับทะเล ที่ระดับความสูง 600 - 1,500 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม มีลำต้นสั้นมากหรือ acaulescent (ลำต้นไม่ปรากฏเหนือพื้นดิน หรือลำต้นใต้ดิน) สูง 0.30-1 เมตร ยาว 20 ซม. มงกุฎปรากฏใต้ฐานลำต้น ใบรูปขนนก (pinnate)โค้งเล็กน้อย ยาวถึง 2 เมตร ใบย่อยมี 30-50 คู่ สีเขียวเข้มด้านบนและสีเงินด้านล่าง ช่อดอกยาว 24-52 ซม. ก้านช่อดอกยาว 15-40 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกแบบ spicate ที่ผิดปกติ มีเกสรเพศเมียอยู่ใต้ดิน ผลอ่อนสีเขียวแกมเหลืองรูปวงรีหรือรูปไข่ ยาว 1.5 ซม.กว้าง 0.7 ซม เมื่อแก่สีเหลืองอมน้ำตาล มีเมล็ด 1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในกึ่งเขตร้อนถึงเขตร้อน มักพบในบริเวณที่มีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และบางครั้งอาจกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว (Hardy in zones 9b - 10b.) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ทนอุณหภูมิต่ำสุดถึง (-4 °C) เจริญได้ดีในดินทราย (ประเภทกรวดทราย) โดยเฉพาะดินที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และมีการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว pH 5.6 - 8.5 ( เป็นกรดปานกลางถึงเป็นด่างมาก)  อัตราการเจริญเติบโตของพืช ช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำน้อย ทนแล้ง (ทนอยู่ได้ 3-5 เดือนโดยไม่มีน้ำ) เหมาะสำหรับการ xeriscaping
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาศัตรูหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์
การใช้ประโยชน์--- ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยา อาหารและวัสดุ
ใช้กิน--- ผลอ่อนกินดิบได้
ใช้เป็นยา---น้ำของเมล็ดแก่ ใช้รักษาโรคติดเชื้อ เนื้อของผลไม้มีรสขมใช้เป็นยาลดไข้
ใช้ในวนเกษตร---ใช้เป็นสายพันธุ์บุกเบิกที่มักจะสร้างอาณานิคมที่หนาแน่นใช้ปลูกเพื่อควบคุมการกัดเซาะของดินทราย
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ เป็นปาล์มที่โตช้าและไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเหมาะสำหรับใช้ในการตกแต่งสวนหิน สวนริมทะเลและสวนทะเลทราย
ความพร้อมใช้งาน---หายากมาก แม้ว่าบางครั้งจะปรากฏในรายการปาล์มสั่งซื้อทางไปรษณีย์หรือแคตตาล็อกเมล็ดพันธุ์ https://www.palmpedia.net/palmsforcal/Allagoptera_campestris
การใช้อื่น ๆ---ใบถูกนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์และสำหรับทำไม้กวาด ผลไม้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์ที่อดอยากซึ่งจะมีส่วนช่วยในการกระจายเมล็ด
ระยะออกดอก/ติดผล---ออกผลตลอดปีและผลสุกในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดเท่านั้น เริ่มออกผลภายใน 6-7 ปีหลังการปลูก
ขยายพันธุ์---แยกเหง้า, เพาะเมล็ด งอกได้ง่ายเมื่อสด ใช้เวลาในการงอก 3 - 6 เดือน
- ไม่พบเมล็ดพันธุ์ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเนื่องจากเมล็ดถูกกินโดย สัตว์จำพวกหนูหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นวัวที่ทำลายพืชพื้นเมือง

*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation!
นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน! (RPS.com) แปลโดยกูเกิ้ล  http://www.palmpedia.net/wiki/Allagoptera_campestris


สกุล Archontophoenix (ahr-kohn-toh-FEH-niks) มี 6 สายพันธุ์ในสกุลนี้ ทั้งหมดมาจากออสเตรเลีย สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ Archontophoenix cunninghamiana เป็นสายพันธุ์เดียวที่นักจัดสวนและภูมิสถาปนิกส่วนใหญ่คุ้นเคย เมื่อพูดว่า "King Palm" ก็คือ คันนิงแฮม ที่อ้างถึง อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีปาล์มคิงอีกห้าชนิด ทุกชนิดของสกุลนี้สามารถเรียกได้โดยคำนี้ โดยมีสกุลบางชนิดมีชื่อสามัญของตัวเอง 6 สายพันธุ์ในสกุลนี้ได้แก่
1 Archontophoenix alexandrae (F.Muell.) & Drude - Alexandra Palm, King Palm- คิงปาล์ม
2 Archontophoenix cunninghamiana H.Wendl & Drude - Bangalow Palm, Piccabeen Palm - ปาล์มบังกะโล
3 Archontophoenix maxima Dowe.
4 Archontophoenix myolensis Dowe.
5 Archontophoenix purpurea Hodel & Dowe. - Mount Lewis King Palm
6 Archontophoenix tuckeri Dowe. (แสดงในหน้านี้ 4 สายพันธุ์)

Walsh River king palm /Archontophoenix maxima

[ahr-kohn-toh-FEH-niks] [MAHX-ih-mah]


Picture 1, 2---Queensland, Austrailia. Photo:http://www.palmpedia.net/wiki/Archontophoenix_myolensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Archontophoenix maxima Dowe.(1994)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:979671-1
ชื่อสามัญ--- Walsh River palm, Walsh River king palm, Maxima King Palm
ชื่ออื่น---None ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AHPSS (Preferred name: Archontophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ควีนส์แลนด์ ,ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Archontophoenix' มาจากการรวมของคำภาษากรีก 'archon' = "Chief, main", phoenix = "ต้นปาล์ม" โดยอ้างอิงถึงความสูงและลักษณะที่แท้จริง ; ชื่อสายพันธุ์ 'maxima' จากภาษาละติน 'maxima' = "ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด"  
Archontophoenix maxima เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJohn Leslie Dowe (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2536) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ในปีพ.ศ.2537
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในรัฐควีนส์แลนด์ประเทศออสเตรเลีย เติบโตในป่าฝนบนแม่น้ำ Walsh และเทือกเขา Mount Haig ที่อยู่ติดกันใน Atherton Tablelands ที่ระดับความสูงระหว่าง 800 - 1200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 25-30 เมตร เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของสกุล Archontophoenix มีลำต้นหนากว่าสายพันธุ์อื่นในสกุลทั้งหมด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น  40-45 ซม. มีรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าชัดเจน ฐานโคนต้นขยายตัวเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า50ซม. Crownshaft (คอยอด) สีเขียวอมเหลือง หรือสีน้ำเงินอมเหลือง มีเกล็ดถาวรสีดำบางๆ ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบในมงกุฎ 8-11 ใบ ตั้งตรงแข็งเกร็ง(ไม่โค้ง)มีความยาว 4-5 เมตร ก้านใบสั้นมาก เริ่มต้นใกล้ลำต้น มีใบย่อย 85 คู่ ใบย่อยด้านบนสีเขียว ด้านล่างมีสีเงินเล็กน้อย ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกขนาดใหญ่กว่าทุกสายพันธุ์แตกกิ่งยาวถึง 0.80-1.5 เมตรและมีดอกทั้งสองเพศสีขาว ดอกเพศผู้ (Staminate) มีเกสรเพศผู้ 11-16 อัน ผลรูปกรวยรีมีสีแดงเมื่อผลแก่ขนาด 1.3 - 1.5 ซม. เส้นใยผลไม้ชั้นกลางถึง 1 มม.มีเมล็ดรูปกลม 1 เมล็ด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 0.6 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในสกุล เลี้ยงยากกว่าทุกสายพันธุ์ (USDA Zone 9b-11) ชอบตำแหน่งร่มรื่นไม่สามารถทนต่อแสงแดดโดยตรงได้ อาจมีใบไหม้เป็นบางใบในสถานะการณ์แห้ง ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำในระดับต่ำถึงปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป  
การตัดแต่งกิ่ง---ต้องการการบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีลำต้นที่ทำความสะอาดตัวเองได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยขน์---ใช้ปลูกประดับ ต้นไม้ให้ร่มเงาเขตร้อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างรูปลักษณ์และความรู้สึกแบบป่าฝนเขตร้อน
การขยายพันธุ์---เมล็ดพันธุ์

Myola King Palm /Archontophoenix myolensis

[ahr-kohn-toh-FEH-niks] [migh-oh-LEN-sis]


Picture 1, 2---Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Archontophoenix_myolensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Archontophoenix myolensis Dowe.(1994)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See The Plant List http://www.plantlist.org/tpl/record/kew-14415
ชื่อสามัญ---Myola Alexander palm, Myolan Alexandra Palm, Myola King Palm,  Myola Palm
ชื่ออื่น---Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AHPSS (Preferred name: Archontophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Archontophoenix' มาจากการรวมของคำภาษากรีก 'archon' = "Chief, main", phoenix = "ต้นปาล์ม" โดยอ้างอิงถึงความสูงและลักษณะที่แท้จริง ; ชื่อสายพันธุ์ 'myolensis' จาก Myola  NSW, ออสเตรเลีย อ้างอิงถึงถิ่นกำเนิดของมัน
Archontophoenix myolensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Leslie Dowe (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2536) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2537
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในควีนส์แลนด์, ออสเตรเลียตะวันออก เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ Myola บน Atherton Tablelands ในป่าฝนและป่าดิบชื้นชายฝั่ง ที่ระดับความสูง 350-450 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30 ซม. มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบที่เด่นชัด เกิดรอยแยกแนวยาวตามอายุ โคนต้นขยายออกถึง50ซม. Crownshaft (คอยอด) ยาว 74-95 ซม. สีเขียวมรกตหรือสีฟ้าเขียวสีสะอาดมาก ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว ถึง 4 เมตร มีเกลียวด้านข้างที่โดดเด่น ใบย่อยมี 68-71คู่ สีเขียวด้านบนและสีเงินด้านล่าง ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกออกใต้คอยอด (Infrafolia) ช่อดอก สีขาว ยาว 0.50-1.50 เมตร ผลรูปไข่เมื่อสุกสีแดงมันวาว ขนาด 1.3-2.1 ซม.  เมล็ดมี 1เมล็ด รูปรี สีน้ำตาลอ่อนยาว 14-20 มม. กว้าง 8-9.5 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในภูมิภาคที่มีฤดูร้อนอบอุ่นและแห้งแล้งยาวนาน (USDA Zone 9b-10b) ชอบตำแหน่งร่มรื่น (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ควรเป็นที่กำบังจากลม ดินชื้นสม่ำเสมออุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำที่ดี ปรับได้กับดินทุกชนิด pH 6.1 - 7.8 ( เป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างเล็กน้อย) อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำน้ำปานกลาง ปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ  
การตัดแต่งกิ่ง---ต้องการการบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีลำต้นที่ทำความสะอาดตัวเองได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ พืชอายุน้อยสามารถปลูกในกระถางเพื่อตกแต่งพื้นที่
ภัยคุกคาม---เนื่องจากประชากรทั้งหมดถูกคุกคามอย่างหนักจากการกวาดล้างแหล่งที่อยู่อาศัยและคาดว่าจะมีต้นไม้ที่โตเต็มที่น้อยกว่า 100 ต้นและยังคงไม่มีการป้องกัน การลดลงอย่างต่อเนื่องของพื้นที่ขอบเขตและสูญเสียต้นกล้าในเวลาน้ำท่วม ถูกจัดอยู่ในThe IUCN Red List ประเภท " มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ "
สถานะการอนุรักษ์---VU - Vulnerable C2a - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Dowe, JL 1998. Archontophoenix myolensis. IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38184A10098958 https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38184A10098958.en . เข้าถึงเมื่อ10 สิงหาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์
จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์ จำเป็นต้องมีการวิจัย
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


Mt. Lewis King Palm /Archontophoenix purpurea

[ahr-kohn-toh-FEH-niks] [puhr-puhr-EH-ah]


Picture 1, 2---Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Archontophoenix_purpurea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Archontophoenix purpurea Hodel & Dowe (1994)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:979673-1
ชื่อสามัญ---Purple Alexandra Palm, Purple Piccabean Palm, Purple King Palm, Purple King Palm Tree, Mt. Lewis King Palm, Mount Lewis King Palm
ชื่ออื่น--Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AHPSS (Preferred name: Archontophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Archontophoenix  มาจากการรวมของคำภาษากรีก 'archon' = "Chief, main", phoenix = "ต้นปาล์ม" โดยอ้างอิงถึงความสูงและลักษณะที่แท้จริง ; ชื่อสายพันธุ์ ในภาษาละติน 'purpurea' หมายถึง "สีม่วง"
Archontophoenix purpurea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยDonald Robert Hodel (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2528) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและ John Leslie Dowe (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2536) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2537
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิด บนภูเขาทาคาโอะ Spurgeon, Mt. Lewis และ Mt. Finnigan ในตะวันออกเฉียงเหนือของควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย เติบโตในดินหินแกรนิตตามลำธารในป่าฝน ที่ระดับความสูงระหว่าง 400-1200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นถึง 30-45 ซม โคนต้นขยายตัว เป็นร่องลึกตามแนวยาวและตามอายุ รอยแผลเป็นจากใบนูนสูงขึ้นเล็กน้อย ระยะห่าง 10-15 ซม. Crownshaft ยาว1-1.5เมตร มีกระเปาะเล็กน้อยสีพลัมหรือสีม่วงอมเทามันวาว มีการรวมกันของเกล็ดสีเงิน / สีเทาด้านล่าง (เป็นลักษณะที่แตกต่าง เห็นชัด) ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว  4-6 เมตร มีใบย่อย 55-85 คู่ ใบด้านบนสีเขียวอ่อนมันวาว ด้านล่างสีเงิน ใบใหม่มักจะมีสีบรอนซ์ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้คอยอด (Infrafolia) ยาว 0.50-1.35 ซม.ผล รูปไข่, รี, กลม ขนาด 2-2.6 ซม.เป็นผลไม้ใหญ่ที่สุดในสกุลนี้ เมื่อสุกสีแดง-สีแดงเข้ม เมล็ดรูปทรงกลมสีน้ำตาลอ่อนมันวาวมี 1 เมล็ด ขนาด 2.3 x 0.18 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตในเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่น (USDA Zone 9b-11) สามารถทนความเย็นได้ถึง – 3°C ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เติบโตได้ดีที่สุดในที่ร่มบางส่วน (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) แต่จะรับแสงแดดเต็มได้ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถ้ามีน้ำมากเพียงพอ ปลูกง่ายและปรับให้เข้ากับชนิดของดินได้ดี pH 6.1-7.8 ด้วยน้ำปริมาณมากและยังสามารถอยู่ได้ในดินที่เปียกชื้นและมีการระบายน้ำที่ไม่ดี ต้องการพื้นที่แนวตั้งที่เพียงพอในการเข้าถึงความสูง สูงสุด ถ้าได้น้ำพอเพียงอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว เฉลี่ย 0.3-1 เมตร ต่อปี แต่ยังคงเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตช้าที่สุดในสกุล การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้นปาล์มชนิดนี้ชอบที่จะมีน้ำขัง เนื่องจากที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกน้ำท่วมเป็นระยะ และในการเพาะปลูกพวกมันชื่นชมการรดน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ (ทุกๆ 2 วันด้วยซ้ำ) เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---ต้นปาล์มชนิดนี้ต้องการการบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีลำต้นที่ทำความสะอาดตัวเองได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ดูดีที่สุดในที่ร่ม เป็นพืชในร่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตทำให้มันสมบูรณ์แบบ สามารถใช้ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งนิยมปลูกเป็นกลุ่มชิดกัน เหมาะปลูกริมทางหลวง สวนสาธารณะ ใช้ในการเน้นทิวทัศน์ที่อยู่อาศัย ดอกไม้มีสีม่วงและผลไม้สีแดงยังดึงดูดนก
การใช้อื่น ๆ---การใช้แบบดั้งเดิม ชาวอะบอริจินใช้ลำต้นเป็นแหล่งวัตถุดิบในการทอผ้า
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดพันธุ์สดงอกง่ายและเร็ว การงอกเกิดขึ้นใน 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน

Peach Creek Palm /Archontophoenix tuckeri

[ahr-kohn-toh-FEH-niks] [tuhk-er'-ee]


Picture 1---Hawaii.Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Archontophoenix_tuckeri
Picture 2---Queensland, Australia. Photo by Luke Nancarrow. https://www.palmpedia.net/wiki/Archontophoenix_tuckeri

ชื่อวิทยาศาสตร์---Archontophoenix tuckeri Dowe (1994)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:979674-1
ชื่อสามัญ---Peach Creek Palm, Rocky River palm, Cape York palm, Tucker's Alexandra Palm
ชื่ออื่น---None ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AHPSS (Preferred name: Archontophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลArchontophoenix มาจากการรวมของคำภาษากรีก 'archon' = "Chief, main", phoenix = "ต้นปาล์ม" โดยอ้างอิงถึงความสูงและลักษณะที่แท้จริง ; ชื่อสายพันธุ์นี้ได้รับเกียรติจาก Robert James Thomas Tucker (1955-1992) นักทำสวนและนักสะสมชาวออสเตรเลีย
Archontophoenix tuckeri เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJohn Leslie Dowe (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2536) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ในปีพ.ศ.2537
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ในคาบสมุทรเคปยอร์ครัฐควีนส์แลนด์จาก Mcllwraith Range ถึง Cape York พบได้ในพื้นที่เขตร้อนชื้นโดยเฉพาะในป่าฝนหรือตามลำธาร จากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูง 500 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น  26 ซม. ขยายไปถึง 60 ซม.ที่โคนฐานและเรียวลงอย่างชัดเจนไปทางปลายยอด ร่องรอยวงแผลเป็นจากใบไม้โดดเด่น Crownshaft ยาว 1-1.6 เมตร.สีเขียวอ่อนถึงเขียวมะนาว ปูดเล็กน้อยที่ฐานบางเรียวไปทางปลายยอดสีน้ำตาลอ่อนและมันวาว มีใบ 7-12 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ยาวถึง 3.15เมตร ก้านใบยาว 44 ซม.ใบย่อยด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีเทาเงิน ใบใหม่มักจะอยู่ในโทน สีชมพู, สีแดง หรือสีบรอนซ์ และใบอ่อนจะมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่น ๆ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (Infrafolia) ยาว 60-70ซม.ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) สีขาวครีม ดอกเพศผู้ (Staminate) มีเกสรเพศผู้ 13-19 อัน ผลรูปไข่ สีแดงเข้มหรือสีส้มอิฐ ขนาด1-1.5ซม. มีเมล็ด1เมล็ดสีน้ำตาลคล้ำ ขนาด 0.9 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการความชื้นสูงแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) หรือร่มเงาบางส่วน ความทนทานต่อความร้อนแห้งต่ำ ในที่ร้อนและแห้งจะมีอาการใบไหม้ ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดินแต่จะเติบโตได้ดีกว่าในดินที่อุดมสมบูรณ์ ทนอุณหภูมิต่ำสุดถึง (0°C) อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ควรให้น้ำในปริมาณมากในที่ร้อนและแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---ต้นปาล์มชนิดนี้ต้องการการบำรุงรักษาเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีลำต้นที่ทำความสะอาดตัวเองได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับและภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยม ปลูกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม เมื่อต้นยังเล็กสามารถใช้เป็นไม้ประดับกระถางตกแต่งภายใน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด งอกง่ายใช้เวลาในการงอก 1-3 เดือน


สกุล Areca [ah-REHK-ah] เป็นสกุลประมาณ 50 สายพันธุ์ของปาล์มที่พบในที่ชื้นของป่าเขตร้อน จากเกาะของประเทศฟิลิปปินส์ ,มาเลเซีย อินเดีย และทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ A. catechu หรือ Betel nut Palm ที่เราเรียกกันว่า "หมากสง" ใช้ดิบหรือแห้งสำหรับเคี้ยวเป็นประจำ กับใบพลูหรือใบยาสูบแห้ง (แสดงในหน้านี้ 5 สายพันธุ์) ไดเแก่ - Areca ipot Becc.(1909)
- Areca laosensis Becc.(1910)
- Areca triandra Roxb. ex Buch.-Ham.(1826)
- Areca macrocalyx Zipp. ex Blume. (1839)
- Areca macrocalyx var. 'Mariae'

Ipot Palm /Areca ipot 

[ah-REHK-ah] [EE-poht]


Picture 1---Photo by Rolf Kyburz, edric.http://palmpedia.net/wiki/Areca_ipot
Picture 2---Queensland, Australia. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. http://palmpedia.net/wiki/Areca_ipot
ชื่อวิทยาศาสตร์---Areca ipot Becc.(1909)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664157-1
ชื่อสามัญ---Ipot Palm
ชื่ออื่น---[PHILIPPINES: Bungang, Bunga-ipot, Bungang-ipot, ipot, Mangipod, Saksik, Saksig (Tagalog).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ARMSS (Preferred name: Areca sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Areca' คือภาษาละตินของชื่อท้องถิ่นของสายพันธุ์อินเดียที่อยู่ในสกุล ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'ipot' เปรียบเทียบ Bikol Central ipot และ Masbatenyo ipot เป็นคำนามภาษา Tagalog แปลว่า " มูล " ( ของนกและสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ )
Areca ipot เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในสกุลหมากครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2452
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ พบตามลำธารและในป่าชั้นต้น ที่ระดับความสูง ต่ำถึงปานกลาง
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว พวกเดียวกับหมากสง (Betel-nut) ลักษณะ ลำต้นสีเขียวเกลี้ยง สูงถึง 4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศุนย์กลางลำต้น 7-12ซม.โคนขยายบวมเล็กน้อย เห็นวงแผลเป็นรอบลำต้นชัด มีมงกุฎที่สง่างาม ใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้มยาว1.5 ม. โค้งออกไปข้างนอกอย่างสวยงาม ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ผลรูปวงรี ผลอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเป็นสีส้มจัดเมื่อสุกขนาด ยาว 5 ซม มี 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อน/กึ่งเขตร้อน (USDA zones, 10B-11) เหมาะที่สุดสำหรับตำแหน่งที่แสงแดดกรองร่มรื่น มีที่กำบัง ดินชื้นสม่ำเสมอ pH 6.1-6.5.ปลูกเลี้ยงง่ายและเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18)
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช ป้องกันไรเดอร์ แมลงเกล็ด (Scale insects) /อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม ระวัง เชื้อรา Phytophthora หากรดน้ำมากเกินไป, ไวต่อโรคเหลืองตาย (LY)
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ผลดิบหรือแห้ง ใช้เคี้ยวกับหมากพลู เมล็ด - ดิบ มีคุณสมบัติเป็นยาเสพติดที่ไม่รุนแรง ใช้กันอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่ของเขตร้อนโดยเคี้ยวผสมกับใบพลู (Piper Betle) เมล็ดมีแทนนินและอัลคาลอยด์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลาย เร่งอัตราการเต้นของหัวใจและขับเหงื่อ ช่วยระงับความหิว และช่วยป้องกันพยาธิลำไส้
ใช้ปลูกประดับ--- มีศักยภาพที่ดีสำหรับเป็นพืชภูมิทัศน์ เป็นปาล์มที่มีเสน่ห์มากกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมปาล์มอย่างรวดเร็ว
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามโดยหลักจากการแปลงที่ดินและความเสื่อมโทรมของที่อยู่อาศัยที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าโดยสินค้าและการเก็บเมล็ดมากเกินไปสำหรับเคี้ยวกับหมากพลู ถูกจัดวางในรายการ IUCN Red List ประภท "ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต"
สถานะการอนุรักษ์---EN- ENDANGERED B2ab(i,ii,iii) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2020)
source: Energy Development Corporation (EDC) . 2020. Areca ipot. The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T39026A153536542. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T39026A153536542.en. เข้าถึงเมื่อ 11 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/39026/153536542
- ก่อนหน้านี้ Areca ipotได้รับการประเมินว่าเป็นผู้อ่อนแอ (VU) ใน IUCN Red List (1998) และเป็นผู้อ่อนแอใน DAO 2017–11 หรือ Update National List of Threatened Species in the Philippines (Madulid 1998, DENR-BMB 2017)
- ผ่านคำสั่งทางปกครองนี้ตามกฎหมายสาธารณรัฐฉบับที่ 9147 หรือพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2544 ยับยั้งการดัดแปลงชนิดพันธุ์จากแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่ผิดกฎหมายและมากเกินไป รวมถึงชนิดพันธุ์อื่น ๆ ที่ระบุไว้ในนั้น การใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต การค้า และการรบกวนที่เกิดขึ้นในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติมีโทษตามกฎหมาย
- นอกจากนี้ ประชากรย่อยบางชนิดของสปีชีส์ยังได้รับการคุ้มครองในแหล่งกำเนิดเนื่องจากการมีอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง (PAs) ต่างๆ เช่น ภูเขา ภูมิทัศน์ที่ได้รับการคุ้มครอง Banahaw-San Cristobal และ Northern Sierra Madre Natural Park พื้นที่คุ้มครองเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยคำประกาศของประธานาธิบดีที่เกี่ยวข้องและกฎหมายของสาธารณรัฐ ซึ่งห้ามการรบกวนในพื้นที่เหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาตและมากเกินไป สุดท้าย สายพันธุ์นี้ได้รับการปลูกฝังในสวนพฤกษศาสตร์ Makiling เพื่อการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิด
ขยายพันธุ์---เมล็ดหรือการแบ่งกอ

Chocolate Palm /Areca laosensis

[ah-REHK-ah] [lah-ohs-EN-sis]

                          

Picture 1, 2---Nong Nooch Botanic Garden, Pattaya, Thailand. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Areca_laosensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Areca laosensis Becc.(1910)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664163-1
ชื่อสามัญ---Chocolate Palm
ชื่ออื่น---หมากลอกะเทิ่น (ตราด);[THAI: Mak lor-ka-tern.];[VIETNAM: Cau núi, Cau rừng, Cau lào, Sơn binh lang.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ARMSS (Preferred name: Areca sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย ลาว กัมพูชา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Areca' คือภาษาละตินของชื่อท้องถิ่นของสายพันธุ์อินเดียที่อยู่ในสกุล ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'laosensis' = จากประเทศลาว อ้างอิงถึงถิ่นกำเนิด
Areca laosensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2453
* ชีววิทยาอนุกรมวิธาน: ชนิดพันธุ์ที่รู้จักกันน้อย ซึ่งอาจแบ่งระดับทางสัณฐานวิทยาเป็น Areca triandra นอกจากตัวอย่างของไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักจากตัวอย่างทางประวัติศาสตร์เก่าแก่สองตัวอย่างจากทางตอนใต้ของลาวและเวียดนามในปี พ.ศ. 2420 และ พ.ศ. 2466 ตามลำดับ Hodel (1998) กล่าวว่านกชนิดนี้เคยพบเห็นในภาคตะวันออกของประเทศไทย Henderson (2009) เสนอว่าอาจเป็นลูกผสมระหว่าง A. catechu และ A. triandra โดยนำเกสรตัวผู้ 6 อันของอันแรกมาผสมกับดอกตัวผู้ที่จับคู่ของอันหลัง (A. catechu มีดอกตัวผู้เดี่ยวตลอด) https://www.palmpedia.net/wiki/Areca_laosensis
ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์ที่รู้จักกันน้อย มีถิ่นกำเนิดในประเทศลาวและพบได้ในพื้นที่ชายแดน ไทย ลาว กัมพูชา เติบโตในที่ราบลุ่มในป่าฝน  ในประเทศไทยพบที่ ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง; ภาคกลาง: นครนายก; ภาคตะวันออกเฉียงใต้: จันทบุรี ตราด (ปาล์มแห่งประเทศไทย)
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว หรือรวมกันเป็นกลุ่มถึง3ต้น สูงถึง 4-5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1.5–2.5 ซม.คอยอดสีเขียว ใบรูปขนนก ทางใบยาว 2 เมตร ก้านใบสั้น ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกแตกแขนงเป็นลำดับที่สองมีมากกว่า 15 กิ่งเรียงเวียนสีเขียวอมเหลืองกิ่งลำดับที่หนึ่ง ดอกเพศผู้ออกเป็นคู่ ๆ ส่วนใหญ่มีเกสรเพศผู้ 6 อัน ดอกสีชมพูอมเหลือง ผลค่อนข้างใหญ่ยาวถึง 3.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ถึงร่มเงาทั้งหมด (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงที่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวันไม่ใช่ศูนย์ชั่วโมง) ดินชื้นสม่ำเสมอ ระบายน้ำได้ดี
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ให้รดน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ควรรดน้ำ 2-3 ครั้ง/เดือน
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18)
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช ป้องกันไรเดอร์ แมลงเกล็ด (Scale insects) /อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม ระวัง เชื้อรา Phytophthora หากรดน้ำมากเกินไป, ไวต่อโรคเหลืองตาย (LY)
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์หรือสัตว์
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ตายอดหรือหัวใจปาล์มกินเป็นผัก
ใช้เป็นยาเมล็ดดิบมีคุณสมบัติเป็นยาเสพติดที่ไม่รุนแรงใช้กันอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่ของเขตร้อนโดยเคี้ยวผสมกับใบพลู(Piper Betle)
- เมล็ดมีแทนนินและอัลคาลอยด์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลาย เร่งอัตราการเต้นของหัวใจและขับเหงื่อ ช่วยระงับความหิว และช่วยป้องกันพยาธิลำไส้
สถานะการอนุรักษ์--- ไม่ทราบสถานะ แต่อาจไม่ถูกคุกคาม
ขยายพันธุ์---เมล็ดหรือการแบ่งกอ       
                                           

Triandra palm /Areca triandra

[ah-REHK-ah] [try-AHN-drah]


Picture 1---Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Areca_triandra
Picture 2---Hawaii.Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Areca_triandra

ชื่อวิทยาศาสตร์---Areca triandra Roxb. ex Buch.-Ham.(1826)
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms.
---Areca aliceae W.Hill ex F.Muell.(1879)
---Areca borneensis Becc.(1877)
---More See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664230-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Triandra palm, Wild Areca Palm, Australian areca palm
ชื่ออื่น---หมากนางลิง(ตราด); หมากชะแวก, หมากลิง(จันทบุรี); หมากหน่อ, หมากเอียก(เหนือ);[CAMBODIA: Sla, Préi (Kmer).];[CHINESE: Sān yào bīnláng.];[FRENCH: Aréquier bangua.];[INDONESIAN: Buring utan.];[PORTUGUESE: Areca- bangua (Brazil).];[THAI: mak-chawaek, mak- no, mak-nangling.];[VIETNAM: Cau rừng, Cau tam hùng.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ARMTR (Preferred name: Areca triandra.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย, บังคลาเทศ, พม่า, อันดามันและนิโคบาร์, ไทย, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Areca' คือภาษาละตินของชื่อท้องถิ่นของสายพันธุ์อินเดียที่อยู่ในสกุล;ชื่อของสายพันธุ์ 'triandra' มาจากคำกรีก 'treis = สามและจาก 'andros' = เพศชาย อ้างอิงถึงดอกไม้มีเกสรเพศผู้สามอัน
Areca triandra เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยWilliam Roxburgh (1751–1815) นักพฤกษศาสตร์และศัลยแพทย์ชาวสก็อต จาก Francis Buchanan-Hamilton (1762–1829) แพทย์ชาวสก็อตที่มีส่วนร่วมสำคัญในฐานะนักภูมิศาสตร์นักสัตววิทยาและนักพฤกษศาสตร์ในขณะที่อาศัยอยู่ในอินเดีย. ในปี พ.ศ.2369.   


Picture 1---Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Areca_triandra
Picture 2---Hawaii.Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Areca_triandra

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย บังคลาเทศ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ พบตามป่าดิบเขาที่มีน้ำท่วมตามฤดูกาลที่ระดับต่ำ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบในปานามาและในภาคใต้ของประเทศจีน ในฐานะที่เป็นพืชป่า มันมักเกิดขึ้นในป่าชายฝั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวหรือขึ้นเป็นกอหนาแน่น สุง5-7 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูน์กลางลำต้น 3-5ซม.ลำต้นเรียวยาวมาก สีเขียวอ่อนมีวงรอยแผลเป็นเด่นชัด ใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้ม ยาว 3-5 เมตร ช่อดอกออกใต้กาบใบ (infrafoliar) มีช่อดอกย่อย 30 ช่อ ยาวถึง15 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอมแรงคล้ายมะนาว ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ผลอ่อนสีเขียวเป็นสีส้มแดงเมื่อสุก ขนาด 2.5 ซม.ผลกว่าจะสุกใช้เวลาประมาณ 7.5 เดือน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เป็นพืชเขตร้อนชื้นสามารถปลูกได้ในพื้นที่กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ความชื้นสม่ำเสมอ ต้องการร่มเงาเมื่ออายุน้อย ทนแดดมากขึ้นเมื่อโต ไม่ทนแรงลม เป็นหนึ่งในสกุลAreca ที่สามารถทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง (- 3 °C) อัตราการเจิญเติบโต เร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ให้รดน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ควรรดน้ำ 2-3 ครั้ง/เดือน
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18)
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไรเดอร์ แมลงเกล็ด (Scale insects) /ระวังรากเน่าจาก เชื้อรา Phytophthora หากรดน้ำมากเกินไป
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์หรือสัตว์
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ตายอดหรือหัวใจปาล์มกินเป็นผัก
ใช้เป็นยา--เมล็ดดิบ มีคุณสมบัติเป็นยาเสพติดที่ไม่รุนแรง ใช้กันอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่เขตร้อนโดยเคี้ยวผสมกับใบพลู (Piper Betle)
- เมล็ดมีแทนนินและอัลคาลอยด์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลาย เร่งอัตราการเต้นของหัวใจและขับเหงื่อ ช่วยระงับความหิว และช่วยป้องกันพยาธิลำไส้
ใช้ปลูกประดับ---เป็นพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากเนื่องจากมีคุณสมบัติด้านความงามที่ไม่ต้องสงสัยมีการแพร่กระจายอย่างมากในการเพาะปลูกในประเทศเขตร้อน
ภัยคุกคาม---เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์กว้างมาก ประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท " กังวลน้อยที่สุด" (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2018)
source: Botanic Gardens Conservation International (BGCI) & IUCN SSC Global Tree Specialist Group. 2018. Areca triandra. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T111452558A136140625. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T111452558A136140625.en. เข้าถึงเมื่อ11 สิงหาคม 2566
ระยะออกดอก/ติดผล---กุมภาพันธ์ - มิถุนายน/กันยายน - พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดงอกง่ายใช้ระยะเวลาในการงอก 1 เดือน

Highland Betel Nut Palm /Areca macrocalyx

[ah-REHK-ah] [mahk-roh-KAH-liks]

Picture 1---Photo by Bo-Göran Lundkvist.https://www.palmpedia.net/wiki/Areca_macrocalyx
Picture 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Areca_macrocalyx

ชื่อวิทยาศาสตร์---Areca macrocalyx Zipp. ex Blume. (1839)
ชื่อพ้อง---Has 14 synonyms.
---Areca macrocalyx var. zippeliana Becc. (1877), not validly publ.
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664171-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Highland Betel Nut Palm
ชื่ออื่น---None ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ARMMC (Preferred name: Areca macrocalyx.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดนีเซีย (มาลุกุ) นิวกินี, หมู่เกาะบิสมาร์ก และหมู่เกาะโซโลมอน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Areca' คือภาษาละตินของชื่อท้องถิ่นของสายพันธุ์อินเดียที่อยู่ในสกุล ; ชื่อของสายพันธุ์ 'macrocalyx' ความหมาย กลีบเลี้ยงขนาดใหญ่ (ปกคลุม)
Areca macrocalyx เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยAlexander Zippelius (1797–1828) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ จาก Carl Ludwig von Blume. (1789–1862) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน - เนเธอร์แลนด์ ในปีพ.ศ.2382
ที่อยู่อาศัย---พบได้ใน Bismarck Archipelago Maluku, New Guinea, Solomon Is Timika บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของ Western New Guinea (เดิมชื่อ Irian Jaya) พบในแหล่งอาศัยของป่าเขตร้อนที่หลากหลาย ที่ระดับความสูงถึง 1,600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 3.5-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15 ซม. สีเขียว มีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบชัดเจน คอยอดสีเขียวอมน้ำตาล ใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้ม ทิ้งใบเมื่อใบหมดอายุ ช่อดอกออกใต้กาบใบ (infrafoliar) ช่อดอกสีขาว ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ผลอ่อนสีเขียว-สีเหลืองเมื่อสุกสีแดง ขนาด 5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชเขตร้อนชื้นสามารถปลูกได้ในพื้นที่กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 11) ต้องการตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินชื้นมีการระบายน้ำดี ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง (0°C) อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ให้รดน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ควรรดน้ำ 2-3 ครั้ง/เดือน
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18)
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไรเดอร์ แมลงเกล็ด (Scale insects) /ระวังรากเน่าจาก เชื้อรา Phytophthora หากรดน้ำมากเกินไป
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์หรือสัตว์
การใช้ประโยชน์---มักจะได้รับการเพาะปลูกแบบกึ่งไม้ผลในหมู่บ้านรอบ ๆที่สูงของนิวกีนีและผลที่เก็บมาบางครั้งวางขายในตลาดท้องถิ่น
ใช้กิน---ใบอ่อนถูกกินโดยชาว Wola ชนพื้นเมืองของปาปัวนิวกินี ผลถูกเก็บเกี่ยวจากป่าใช้เป็นหมากตุณภาพที่ด้อยกว่าทดแทน Areca catechu (หมากสง)
ใช้เป็นยา---เมล็ดมีคุณสมบัติเป็นยาเสพติดที่ไม่รุนแรง ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่ของเขตร้อนใช้เคี้ยวกับใบพลู เมล็ดมีแทนนินและอัลคาลอยด์ - ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลาย เร่งอัตราการเต้นของหัวใจและเหงื่อช่วยระงับความหิวและป้องกันพยาธิในลำไส้  
การใช้อื่น ๆ---เป็นแหล่งของวัสดุ ใบถูกนำมาใช้เป็นมุงสำหรับกระท่อมหรืออาคารชั่วคราว ลำต้นใช้ปูพื้นในกระท่อมแบบดั้งเดิม
ภัยคุกคาม--- ไม่มีภัยคุกคามที่เป็นที่รู้จักแม้ว่าจะมีภัยคุกคามทั่วไปต่อแหล่งที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นซึ่งรวมถึงภัยคุกคามจากการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้น (การล่าสัตว์และการตัดไม้อย่างผิดกฎหมายในภายหลัง) ผ่านการตัดถนนสายใหม่ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภทเป็น 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2009)
source: Loftus, C. 2013. Areca macrocalyx. The IUCN Red List of Threatened Species 2013: e.T44393394A44422777. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2013-1.RLTS.T44393394A44422777.en. Accessed on 12 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/44393394/44422777
สปีซี่ส์์นี้นี้มีอยู่ในพื้นที่คุ้มครองหลายแห่ง มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในบางพื้นที่ (เช่น บริเวณใกล้เคียงของ Finschhafen). ต้นปาล์มชนิดนี้ไม่อยู่ในรายชื่อ CITES และเมล็ดพันธุ์จากสายพันธุ์นี้ไม่มีอยู่ใน Millennium Seed Bank สหราชอาณาจักร
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก1-3 เดือน ที่อุณหภูมิ 30°C

Areca macrocalyx var 'Marie'

[ah-REHK-ah] [mahk-roh-KAH-liks] var 'Marie'


Picture 1---Photo by Bo-Göran Lundkvist.http://173.199.144.147/wiki/Areca_macrocalyx_var._%27Marie%27
Picture 2---Red crownshaft form. Papua New Guinea. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb http://173.199.144.147/wiki/Areca_macrocalyx_var._%27Marie%27

ชื่อวิทยาศาสตร์---Areca macrocalyx var. 'Mariae'
ชื่อพ้อง---None (Not recorded.)
ชื่อสามัญ---None (Not recorded.)
ชื่ออื่น---None (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ARMMC (Preferred name: Areca macrocalyx.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดนีเซีย (มาลุกุ) นิวกินี, หมู่เกาะบิสมาร์ก และหมู่เกาะโซโลมอน
Areca macrocalyx var. 'Mariae' นี่คือความหลากหลาย (Variety) ของ Areca macrocalyx รูปแบบสีแดงจากที่ราบลุ่ม PNG ที่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับการเพาะปลูก (Cultivar) โดย Maria Boggs


Picture 1, 2---Photo: Timothy Brian. http://173.199.144.147/wiki/Areca_macrocalyx_var._%27Marie%27

ที่อยู่อาศัย---พบในหมู่เกาะบิสมาร์ก Maluku, New Guinea, Solomon ในป่าฝนบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของ Western New Guinea (ชื่อเดิมคือ Irian Jaya)
ลักษณะ---นี่คือรูปแบบสีแดงของ Areca macrocalyx จาก PNG (ปาปัวนิวกินี) ที่นำมาใช้ในการเพาะปลูกโดย Maria Boggs
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สายพันธุ์นี้เติบโตได้ดีที่สุดในเขตร้อน (USDA Zone 11)อุณหภูมิระหว่าง 6°C - 40°C และจะไม่ทนต่ออุณหภูมิต่ำกว่า 5°C สายพันธุ์นี้เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งแสงแดดจัด หรือในตำแหน่งที่มีร่มเงา หรือแสงที่ผ่านการกรอง (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ดินชื้นอุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี ทนต่อสภาพดินส่วนใหญ่ อัตราการเติบโต ปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ ให้รดน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมกับคลุมด้วยหญ้าหนาๆ เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดิน ส่วนในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ควรรดน้ำ 2-3 ครั้ง/เดือน
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18) ใส่ปุ๋ยปีละครั้งในเดือนที่อากาศอบอุ่น
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไรเดอร์ แมลงเกล็ด (Scale insects) /ระวังรากเน่าจาก เชื้อรา Phytophthora หากรดน้ำมากเกินไป
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์หรือสัตว์
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ในประเทศเขตร้อน
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก1-3 เดือน


สกุล Balaka (bah-LAHK-ah) เป็นประเภทปาล์มที่มีถิ่นกำเนิด ในหมู่เกาะฟิจิและซามัว สายพันธุ์ที่ยอมรับ 9 สายพันธุ์ ได้แก่
1 Balaka diffusa Hodel - ฟิจิ
2 Balaka longirostris Becc - ฟิจิ
3 Balaka macrocarpa Burret - ฟิจิ
4 Balaka microcarpa Burret - ฟิจิ
5 Balaka pauciflora (H.Wendl.) HEMoore - ฟิจิ
6 Balaka samoensis Becc - ซามัว
7 Balaka seemannii (H.Wendl.) Becc - ฟิจิ
8 Balaka streptostachys D.Fuller & Dowe - ฟิจิ
9 Balaka tahitensis คริสโตฟ - ซามัว (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)

Seemann's Palm /Balaka seemannii

[bah-LAHK-ah] [see-MAHN-nee]


Picture 1, 2---Photo-Fairchild Guide to Palms.https://www.palmpedia.net/wiki/Balaka_seemannii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Balaka seemannii (H.Wendl.) Becc (1885)
ชื่อพ้อง---Has 14 Synonyms.
---Basionym: Ptychosperma seemannii H.Wendl.(1862). https://www.gbif.org/species/2736868
---Drymophloeus seemannii (H.Wendl.) Becc. ex Martelli.(1935)
---Saguaster seemannii (H.Wendl.) Kuntze.(1891)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664819-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Seemann's Palm, Spear Palm, Balaka Palm
ชื่ออื่น---;[FIJIAN: Balaka, Mbalaka, Niu, Nesi, Niu Balaka.];[GERMAN: Seemanns Palme.];[PORTUGUESE: Bálaca.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---BKZSE (Preferred name: Balaka seemanni.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ฟิจิ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Balaka' รูปแบบละตินของชื่ออะบอริจินสำหรับพืชชนิดนี้ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'seemannii' ตั้งชื่อตาม Berthold Carl Seemann (1825 – 1871) นักพฤกษศาสตร์ ชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 เขาเดินทางอย่างกว้างขวาง รวบรวมและ พรรณนา พืชจากแปซิฟิกและอเมริกาใต้
Balaka seemannii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2428
ที่อยู่อาศัย--- มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วพื้นที่ป่าฝนในเกาะ Vanua Levu และ Taveuni ในฟิจิ เป็นองค์ประกอบของป่าชั้นล่าง ในป่าฝน ที่ระดับความสูง 0-1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มเล็ก ๆที่สง่างามสูงถึง 6-8 เมตรในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่มีความสูงเฉลี่ย 2-4 เมตร ขนาดลำต้นเล็กบางเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 3- 4 ซม.เห็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าร่วงหลนชัดเจน มีสีที่น่าสนใจระหว่างสีเทาและสีน้ำตาล มงกุฎเปิดมีใบในมงกุฎ 6-7ใบ ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) มีใบย่อยรูปหางปลามีความกว้างและเป็นรูปสามเหลี่ยมในรูปแบบเดียวกับสกุล Caryota (สกุลเต่ารั้ง) ยาว 1.52 เมตร มีใบย่อย10-12 ใบในแต่ละด้าน ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) แตกแขนงและมีดอกสีครีมจำนวนมาก ผลมีสีแดงรูปไข่และแหลมเล็กน้อยเมื่อสุก ขนาด2 ซม..
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน / เขตร้อน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 30-32°C และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21-24°C (USDA Zone 10a-10b) เหมาะมากสำหรับการเพาะปลูกในเขตร้อนชื้น ต้องการร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) อยู่ท่ามกลางแสงแดดเต็มที่ได้ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) แต่ต้องให้น้ำในปริมาณมาก มีระบบรากเป็นเส้นใยและได้รับประโยชน์จากดินอินทรีย์ที่เป็นกรดลึกซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำดี แต่เจริญเติบโตได้ดีในดินเขตร้อนที่หลากหลาย เช่น ดินเหนียวชายฝั่งทะเล ดินจากภูเขาไฟ ทรายกรด และลุ่มน้ำชายฝั่งอื่น ๆ และแม้กระทั่งในพื้นที่น้ำท่วมและหนองน้ำตามฤดูกาล ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง ดินลูกรังมาก ทรายมาก หินหรือดินเลน เติบโตอย่างรวดเร็วและเจริญได้ดีในการเพาะปลูก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะตลอดเวลา ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลกินได้  
ใช้เป็นยา---ใช้เปลือกของต้นแก้ปวดหัว เปลือกของผลไม้ใช้รักษาโรคกามโรค ใบและรากแสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพ
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มที่ยอดเยี่ยม ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับอย่างกว้างขวางในเขตร้อนและเขตร้อนชื้น เป็นที่ต้องการของนักสะสมปาล์มอย่างมาก นอกจากนี้ยังปลูกเป็นไม้กระถางได้ดีอีกด้วย
การใช้อื่น ๆ---ลำต้นที่ตรงมักใช้ทำเป็นหอกและไม้เท้า และเมื่อเร็ว ๆ นี้ใช้บุผนังตกแต่งคล้ายกับม่านไม้ไผ่
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของฟิจิ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้เป็นปาล์มพื้นเมืองและกระจายอยู่ทั่วไปในฟิจิ มันพบได้ทั่วไปในหลาย ๆ ท้องถิ่น การฟื้นฟูเป็นสิ่งที่ดีในหลายพื้นที่ แนวโน้มประชากรในปัจจุบันมั่นคง ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นมาจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยและการรบกวนเนื่องจากการรุกล้ำของความเป็นเมือง การเกษตร การเก็บเกี่ยวไม้ และการนำวัชพืชเข้ามารุกราน (Hodel 2010) ปัจจุบันยังไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2017)
source: Tikoca, S. & Rivers, M.C. 2017. Balaka seemannii. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38436A2869106. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38436A2869106.en. เข้าถึงเมื่อ12 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38436/2869106
สายพันธุ์นี้พบในการเพาะปลูกในฟิจิ ฮาวี และออสเตรเลีย (Hodel 2010) มีข้อมูลเกี่ยวกับการขยายพันธุ์และการเพาะปลูกด้วยเมล็ด (Watling2005)
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 8-12 สัปดาห์


สกุล Barcella (BAR-sell-lah) เป็น Monotypic genus มีเพียง1 สายพันธุ์ คือ Barcella odora พบขึ้นกระจายอยู่ใน Amazonas และ Roraima ตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล ต้นไม้ถูกพบในเขตเปลี่ยนผ่านระหว่างป่าอเมซอนและ cerrado ในรัฐ Roraima ในปี 2549 ชื่อพืชสกุล "Barcella" เป็นเครื่องบรรณาการให้กับเมืองบาเซโลสที่ซึ่งพืชถูกพบครั้งแรกในกลางปี 1875 (พ.ศ. 2418) โดยนักวิจัยชาวอังกฤษ James Trail เดิมตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า Elaeis odora จัดประเภทผิด ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeis guineensis ต่อมา Drude นักวิจัยอีกคน สร้างประเภท Barcella โดยถ่ายโอนไปยังสายพันธุ์เดียวกัน จนถึงวันนี้ประเภทนี้เป็นแบบ monospecific กล่าวคือมีสายพันธุ์เดียว จนถึงตอนนี้

False piacaba /Barcella odora

[BAR-sell-lah] [oh-DOHR-ah]


Picture 1---Campina forest, Roriama, Brazil. Photo by Don Kittleson.https://www.palmpedia.net/wiki/Barcella_odora
Picture 2---Roriama, Brazil. Photo by Evandro Ferreira.https://www.palmpedia.net/wiki/Barcella_odora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Barcella odora (Trail) Drude (1881)
ชื่อพ้อง---Has 1 synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664826-1#synonyms
---Basionym: Elaeis odora Trail (1877). https://www.gbif.org/species/2733629
ชื่อสามัญ---False piacaba, False piassaba, Miniature Oil Palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Piassaba braba, Piassaba brava, Piassaba preta, Piassabarana.];[PORTUGUESE: Piassaba, Piassaba-braba, Piassabarana.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 169993 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid169993) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=169993
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Barcella' ตั้งตามชื่อเมือง Barcelos ซึ่งพืชชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในกลางปี พ.ศ. 2418 โดย James Trail นักวิจัยชาวอังกฤษ  ; ชื่อของสายพันธุ์ 'odora' =  มีกลิ่นหอม
Barcella odora เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย James William Helenus Trail (1851-1919) นักวิจัยชาวอังกฤษและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปีพ.ศ.2424


Picture 1, 2---Brazil. Photo by Dr. Andrew J. Henderson, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Barcella_odora

ที่อยู่อาศัย---เป็นต้นปาล์มเล็ก ๆ ที่พบได้เฉพาะทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล ในบริเวณใกล้เคียงของเมือง Barcelos ด้านบน Rio Negro ในรัฐ Amazonas และ Roraima.พบได้ตามแนวแม่น้ำดำและแม่น้ำสาขา ใน Campinarana (ป่าละเมาะที่มีทราย) ที่ระดับความสูง 150 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอลำต้นส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน ไม่มีหนาม สูงประมาณ4-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง10-25ซม. ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) ยาวถึง 2 เมตร ช่อดอกออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) เป็นดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลรูปไข่สีส้มสดใสเมื่อสุกขนาด 3  ซม. มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 11) ต้องการพื้นที่เปิดโล่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินทรายชื้นที่มีการระบายน้ำดี สามารถทนกับดินที่ไม่ดี pH 6.1-7.8
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ชาวบราซิลใช้ในการก่อสร้าง เส้นใยได้จากใบใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้สำหรับ สาน และทอผลิตภัณฑ์หรือสินค้าต่างๆ
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Chamaedorea (kahm-eh-doh-REH-ah) เป็นประเภทปาล์ม dioecious genus หมายถึงดอกเพศผู้และดอกเพศเมียเกิดขึ้นในพืชที่แยกต่างหากคนละต้น เป็นสกุลปาล์มพื้นเมืองในภูมิภาคกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนของทวีปอเมริกา สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ 107สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Chamaedorea elegans จากเม็กซิโกและกัวเตมาลา มันเป็นที่นิยมในฐานะ houseplant โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านวิคตอเรีย
สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีคือ Chamaedorea seifrizi/ปาล์มไผ่ ; Chamaedorea metallica/ปาล์มไพลิน (แสดงอยู่ในหน้า ปาล์ม 5 ) ต่อไปนี้คือสายพันธุ์ที่เป็นที่สนใจ
- Chamaedorea cataractarum Mart./Cascade Palm
- Chamaedorea elatior Mart./Climbing Chamaedorea
- Chamaedorea elegans Mart./Parlor palm
- Chamaedorea Ernesti-augustii H.Wendl./Ernest August's Palm
- Chamaedorea tepejilote Leibm. ex C.Mart./Pacaya Palm
(แสดงในหน้านี้ 5 สายพันธุ์)

Cascade Palm /Chamaedorea cataractarum

[kahm-eh-doh-REH-ah] [kaht-ah-rahk-TAHR-uhm]

 

Picture 1, 2---Photo by Ian Edwards.https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_cataractarum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chamaedorea cataractarum Mart.(1849)
ชื่อพ้อง---Has 10  Synonyms.
---Nunnezharia cataractarum (Mart.) Kuntze. (1891)
---Stachyophorbe cataractarum (Mart.) Liebm. ex Klotzsch. (1846)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:54852-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Cat palm, Cascade Palm, Cataract Palm, Mexican Palm, Mexican Hat Palm.
ชื่ออื่น---[CHINESE: Ying luo ye zi.];[BRAZIL: Palmeira-capim, Palmeira-verde.];[GERMAN: Fluss-Bergpalme.];[MEXICO: Guayita de los arroyos.];[SPANISH: Palma Camedor, Palma de cascada, Palma del gato, Pacaya de los volcanes];
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CMDLI (Preferred name: Chamaedorea cataractarum.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chamaedorea' มาจากคำภาษากรีก 'chamai' ซึ่งแปลว่า "บนพื้นดิน" และ 'dorea' = "ของขวัญ" ซึ่งหมายถึง “ของขวัญบนพื้นดิน" อาจอ้างอิงถึงความสูงขนาดเล็กและความประหลาดใจที่น่ายินดีในการค้นหาอัญมณีที่เท้าของคุณ; ชื่อสายพันธุ์ 'cataracta' จากภาษากรีก 'katarraktes' = กระแสน้ำหรือน้ำตก  อ้างอิงถึงที่อยู่อาศัย
Chamaedorea cataractarum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2392
*พืชชนิดนี้เป็น rheophyte หนึ่งในไม่กี่ชนิดในตระกูลปาล์ม ซึ่งหมายความว่ามันเติบโตริมชายน้ำและมักจะอยู่ใต้น้ำท่วมถึงครึ่งหนึ่ง แผ่นใบขนาดยาวและนิสัยแบบไม่มีลำต้นเป็นแบบที่ปรับให้มีความต้านทานน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้กับน้ำที่ไหลและป้องกันไม่ให้ถูกน้ำพัดไปทุกครั้งที่น้ำท่วม https://www.llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/Family/Arecaceae/24307/Chamaedorea_cataractarum


Picture 1, 2---Photo by Rohan Musgrave. https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_cataractarum

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโกตามแนวลาดมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณน้ำตก ลำธาร ในป่าฝน ที่ระดับความสูง 300-1,000
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดเล็กขึ้นเป็นกอ ลำต้นเรียวเป็นเหง้าหนาสีเขียวเลื้อยอยู่ใต้ดิน มีลักษณะผิดปกติในรูปแบบการแตกแขนง เมื่ออายุมากขึ้นพืชมักจะเลื้อยไปตามพื้นดินบนก้อนหินโดยมีลำต้นในแนวนอนแตกกิ่งก้านสาขาในลักษณะที่แตกต่างกัน ลำต้นส่วนเหนือดินสูงถึง 1 เมตรในอาคาร และสูง 2 - 4 เมตร สำหรับกลางแจ้ง ใบรูปขนนก (pinnate) ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น สีเขียวเข้มไม่มีหนาม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกห้อยยาวประมาณ 50 ซม แตกกิ่งก้านสาขามากถึง 15 กิ่ง ดอกเพศผู้หรือเพศเมียสีเหลือง ผลรูปขอบขนานหรือรูปไข่สีเขียวเข้มเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อสุกขนาด1-1.2ซม.ผลไม้ยังติดอยู่บนก้านดอก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับปลูกเลี้ยงในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA zones 9b -10) อุณหภูมิที่เหมาะสมระหว่าง 10 ถึง 27 °C อุณหภูมิต่ำสุด 4.5°C แต่ทนต่อน้ำค้างแข็งในช่วงสั้นๆได้หลายองศา ต้องการแสงแดดตอนเช้าหรือตอนเย็น (แสงแดดโดยตรงสามารถทำลายใบสีเขียวได้) หรือมีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) อาจต้องใช้แสงสว่างสูงสำหรับการปลูกเป็นไม้ในร่ม ชอบดินที่อุดมด้วยฮิวมัสและเป็นกรดเล็กน้อย pH 6.1-7.8 ไม่ทนต่อสภาพแห้งแล้งหรือไอเกลือ ไม่เหมาะกับสวนริมทะเล การเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำใช้เครื่องเพิ่มความชื้น โดยเฉพาะในฤดูหนาว ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์มหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าทุกหนึ่งหรือสองเดือน ในฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน
ศัตรูพืช/โรคพืช---ในสภาพแห้งและในร่มอ่อนแอต่อไรเดอร์ (Spider mite) แมลงเกล็ด เพลี้ยแป้ง ซึ่งลดความนิยมในฐานะพืชในบ้านซึ่งมียอดสูงสุดในปี 1970 แต่ด้วยใบมันวาวสีเขียวเข้มและเขตร้อนจึงยังคงเป็นปาล์มกลางแจ้งที่คุ้มค่ามากสำหรับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
รู้จักอันตราย---ความเป็นพิษ *Cat palmอาจไม่เป็นพิษต่อแมว ASPCA แสดงรายการปาล์มหางปลาขนาดเล็ก (Chamaedorea elegans) ซึ่งเป็นพืชสกุลเดียวกับแคทปาล์มซึ่งไม่เป็นพิษต่อแมวและสุนัข ศูนย์ดอกไม้ป่าเลดี้เบิร์ดบันทึกว่า Cat palmไม่ปรากฏในฐานข้อมูลพืชพิษใด ๆ และพืชนั้นอาจปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง  
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชสวนและพืชบ้าน ในสหรัฐอเมริกา ปลูกในเชิงพาณิชย์จากเมล็ดพืชที่ผลิตในท้องถิ่นหรือเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าจากเม็กซิโก ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและซื้อขายในการค้าไม้กระถางในร่ม เป็นไม้ประดับที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในร่มและกลางแจ้ง พบได้บ่อยมาก มักจะเพาะเลี้ยงขายกัน และพบในหมู่คนรักปาล์มจำนวนมาก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - National - IUCN Red List of Threatened Species (2014)
source: Quero, H., Perez-Farrera, M. & López-Toledo, L. 2015. Chamaedorea cataractarum. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T55949968A55949992. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55949968A55949992.en. เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/55949968/55949992
ชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010)
ระยะเวลาออกดอก---ปลายฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ
ขยายพันธุ์---เมล็ด แบ่งเหง้า หรือหัว

Climbing Chamaedorea /Chamaedorea elatior

[kahm-eh-doh-REH-ah] [eh-LAH-tee-or]


Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_elatior

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chamaedorea elatior Mart.(1830)
ชื่อพ้อง---Has 24 Synonyms.
---Nunnezharia elatior (Mart.) Kuntze.(1891)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:54864-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Climbing Chamaedorea, Climbing Bamboo Palm
ชื่ออื่น---[GERMAN: Kletternde Chamaedorea.];[RUSSIAN: Khamedoreya vysokaya.];[SPANISH: Tepejilote, Tepejilotillo, Cola de gullo, Junco de bejuco, Junco, Pacayalito.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CMDEA (Preferred name: Chamaedorea elatior.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ฮอนดูรัส กัวเตมาลา เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chamaedorea' มาจากคำภาษากรีก : χαμαί ( chamai ) ซึ่งแปลว่า "บนพื้นดิน" และδωρεά ( dorea ) ="ของขวัญ"ซึ่งหมายถึง “ของขวัญบนพื้นดิน" อาจอ้างอิงถึงความสูงขนาดเล็กและความประหลาดใจที่น่ายินดีในการค้นหาอัญมณีที่เท้าของคุณ ; ชื่อสายพันธุ์ 'elatior' จากภาษาละติน 'elatus' =  สูง ในการอ้างอิงถึงลำต้นยาวสูง
Chamaedorea elatior เป็น Chamaedorea ที่ผิดปกติ และเป็นสายพันธุ์เลื้อยชนิดเดียวในสกุลได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ.2373
ที่อยู่อาศัย---พบในเม็กซิโกในรัฐเชียปัส โออาซากา ปวยบลาและเวราครูซ ส่วนใหญ่อยู่ในป่าดงดิบชื้นบนพื้นที่ลาดชันของมหาสมุทรแอตแลนติกบ่อยครั้งพบในกัวเตมาลาบนพื้นที่ลาดชันของมหาสมุทรแปซิฟิกที่ระดับความสูง 100-1,500 เมตร.


Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_elatior
 
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวเพียงต้นเดียวที่ไม่มีหนามขึ้นเป็นกอยุ่งเหยิง เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกลถึง 20 เมตรหรือมากกว่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 0.8-2 ซม. สีเขียวเรียบ มีวงรอยแผลเป็นข้อปล้องระยะห่าง10-30 ซม.ไม่มีคอยอด ใบ5-15ใบ ตอนต้นเล็กใบเป็นรูปหางปลา (bifid) เริ่มลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรึงกับต้นกำเนิดจนเป็นใบรูปขนนก (pinnate) สมบูรณ์กระจายโค้ง ก้านใบยาว 10-15ซม.แบนและสีเขียวด้านบน, ซีดและโค้งมนด้านล่าง ใบย่อยรูปใบหอกยาว15-20ซม. ชี้ไปทางก้านใบ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ยาว 20-30 ซม.ดอกเพศผู้หอมมาก สีเหลืองอ่อนแล้วเปลี่ยนเป็นสีส้มจนถึงสีน้ำตาลตามอายุ ผลทรงกลมสีเขียวเข้มเมื่อสุกสวีดำ ขนาด1.3 ซม.เมล็ดสีดำมันวาว ขนาด 0.8-1.1ซม.
- สำหรับปาล์มเด็กกับปาล์มผู้ใหญ่นั้นลักษณะไม่เหมือนกัน แทบไม่เชื่อว่าพวกมันเป็นสายพันธุ์เดียวกัน เมื่อต้นยังเล็ก ใบของมันมีขนาดกะทัดรัดและสวยงาม แต่เมื่อมันโตขึ้น ลำต้นจะยาวขึ้นและใบจะเริ่มบิดเป็นเกลียว ปาล์มชนิดนี้เป็นหนึ่งในปาล์มที่แตกแขนงอย่างแท้จริงในสกุลนี้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับปลูกเลี้ยงในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ความต้องการแสงแดดคือร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ) เต็มดวง (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) และร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) และสถานที่แดดส่องถึงมีที่กำบังและชื้น สามารถปรับตัวได้ดีและประสบความสำเร็จในอุณหภูมิที่อบอุ่นเช่นเดียวกับในสวนเขตร้อนที่ปลูกภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่จัดตั้งขึ้น ดีที่สุดในบริเวณกลางแจ้งที่มีร่มเงา ปรับเข้ากับดินทุกสภาพได้ดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไปและอย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ ทนแล้งปานกลาง ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือนำใบแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่ บางครั้งการดูแลให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและ 'ควบคุม' ได้ยาก
การใส่ปุ๋ย---ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย หรืออาจใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์มหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าทุกหนึ่งหรือสองเดือน ในฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน
ศัตรูพืช/โรคพืช---ในสภาพแห้ง ไวต่อไรเดอร์ (Spider mite)
รู้จักอันตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปาล์มชนิดนี้ไม่ใช่ปาล์มที่เหมาะสมกับสวนทั่วไปเพราะการจัดวางทำได้ยาก เมื่อพิจารณาถึงนิสัยของมัน หากไม่มีการทำซุ้มเลื้อยไต่ให้ มันจะเร่ร่อนไปทั่วพื้นดินแบบไร้จุดหมาย หรือถ้าทำซุ้มให้แต่รับน้ำหนักไม่พอก็เป็นปัญหา แต่ถึงกระนั้นเมื่อถูกจัดวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง มันเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสวนได้อย่างมาก จึงนิยมใช้ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับกันอย่างแพร่หลาย
ใช้อื่น ๆ---ลำต้นใช้สานตะกร้าเป็นครั้งคราว
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามหลักคือการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรสำหรับข้าวโพดถั่วและธัญพืชพื้นฐานอื่น ๆ และการเลี้ยงปศุสัตว์ แม้ว่าจะมีภัยคุกคามอยู่ในบางส่วนของสายพันธุ์ แต่ก็มีช่วงที่ค่อนข้างกว้างมีอยู่มากมายเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง และงอกใหม่ได้ง่าย ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - IUCN Red List of Threatened Species (2014)
source: Perez-Farrera, M. 2015. Chamaedorea elatior. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T55950006A56733149. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55950006A56733149.en.  เข้าถึงเมื่อ13 สิงหาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/55950006/56733149
- สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล Montes Azules, Los Tuxtlas และ El Triunfo
- ชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010)
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Parlor Palm /Chamaedorea elegans

[kahm-eh-doh-REH-ah] [EHL-eh-ganz]


Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_elatior

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Chamaedorea elegans Mart.(1830)
ชื่อพ้อง---Has 11 synonyms.
---Collinia elegans (Mart.) Oerst.(1859)
---Neanthe elegans (Mart.) O.F.Cook.(1937)
---Nunnezharia elegans (Mart.) Kuntze.(1891)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:54865-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Good-luck palm, Pacaya, Parlor palm, Dwarf mountain palm, Neanthebella, Neanthe bella palm
ชื่ออื่น---[CZECH: Horská palma, Chamaedorea sličná];[DUTCH: Mexicaanse dwerg palm, Kamerpalm.];[FRENCH: Palmier de salon, Palmier nain.];[GERMAN: Mexikanische Bergpalme, Zierliche Bergpalme.];[ITALIAN: Palma della fortuna, Palmetta, Neanthe bella, Palma nana.];[JAPANESE: Himeteburuyashi, Teburuyashi.];[MEXICO: Palma.];[POLISH ( Polski): Chamedora wytworna .];[PORTUGUESE: Camedórea-elegante, Pacaia, Palmeira-bambu, Palmeira-da-sorte, Palmeira-parlor.];[RUSSIAN: Neanta krasivaya, Khamedoreya izyashchnaya.];[SPANISH: Tepejilote cambray, Pacaya, Xate hembra, Palmera de salón.];[SWEDISH: Bergpalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CMDEL (Preferred name: Chamaedorea elegans.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก ฮอนดูรัส เบลีซ กัวเตมาลา
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุลมาจากคำภาษากรีก : χαμαί ( chamai ) ซึ่งแปลว่า "บนพื้นดิน" และδωρεά ( dorea ) ="ของขวัญ"ซึ่งหมายถึง “ของขวัญบนพื้นดิน" อาจอ้างอิงถึงความสูงขนาดเล็กและความประหลาดใจที่น่ายินดีในการค้นหาอัญมณีที่เท้าของคุณ; ชื่อสายพันธุ์จากภาษาละติน 'elegans'  =  สง่างาม ยิ่งใหญ่
Chamaedorea elegans เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ.2373
ที่อยู่อาศัย---พบในเบลีซ, กัวเตมาลา, อ่าวเม็กซิโกและเม็กซิโกในรัฐเชียปัส, กัมเปเช, เกร์เรโร, อีดัลโก, โออาซากา, Puebla, กินตานาโร, ซานหลุยส์โปโตซี, Tabasco, เวรากรูซ และยูคาทาน ในกัวเตมาลามันถูกพบใน Huehuetenango , Alta Verapaz ส่วนใหญ่อยู่ในป่าดงดิบมักอยู่บนดินหินปูนที่ระดับความสูงถึง 1,400 เมตร

 

Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_elatior

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กมีเหง้า ลำต้นสีเขียวเรียวยาวเติบโตได้สูง 2–3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 8 - 1.5 ซม.มีรากออกตามข้อตลอดลำต้น ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) มีใบในมงกุฎ 5-6 ใบยาวถึง 1เมตร ใบย่อยเรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) เล็กมาก สีเหลืองมะนาว ผลมีเนื้อทรงกลม (เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-7 มม. มีสีดำเมื่อสุก เมล็ดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนชื้นและสวนกึ่งเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10-12) ต้องการตำแหน่งที่รำไร แสงสว่างทางอ้อมและทนต่อร่มเงาที่ค่อนข้างหนัก (แสงระดับต่ำ) ในฤดูหนาว จะดีกว่าที่อุณหภูมิของห้องที่เลี้ยงไว้ไม่เกิน12–14 °C ชอบดินที่ชื้นและอุดมด้วยซากพืช ปลูกในบ้านให้ใช้ส่วนผสมที่ปลูกในดินพรุ สามารถเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินร่วนหรือดินเหนียว แต่ไม่ทนดินเค็ม pH ของดิน 5.1 ถึง 7.5 (เป็นกรดถึงเป็นกลาง) อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำหรือมากเกินไปจนน้ำขังแฉะ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่ สิ่งนี้จะหยุดการเจริญเติบโตและไม่จำเป็นในการดูแลต้นปาล์มประเภทนี้
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยน้ำที่สมดุลละลายน้ำเจือจางทุกเดือนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต หรือใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์มที่ปล่อยช้าทุกหนึ่งหรือสองเดือน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน ในช่วงฤดูหนาว น้ำจะถูกจำกัดและปุ๋ยจะถูกระงับไว้จนกว่าจะมีการเจริญเติบโตใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ
ศัตรูพืช/โรคพืช---พืชมีความเสี่ยงต่อแมลงศัตรูพืช เช่นเพลี้ยอ่อนเพลี้ยแป้ง Raoiella indica -Red palm mite (ไรปาล์มแดง) scale insects และเพลี้ยไฟ และถือว่าเป็นแหล่งสำคัญของไส้เดือนฝอยที่เป็นอันตรายหลายชนิด /โรคใบจุดและรากเน่าอาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาความชื้น เช่น การให้น้ำมากเกินไป
รู้จักอันตราย---ความเป็นพิษ น้ำผลไม้ของผลไม้ส่วนใหญ่ในสกุลนี้มีการกล่าวถึงว่าทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง**อาจไม่เป็นพิษต่อแมว ASPCA แสดงรายการปาล์มหางปลาขนาดเล็ก (Chamaedorea elegans) ซึ่งเป็นพืชสกุลเดียวกับแคทปาล์มซึ่งไม่เป็นพิษต่อแมวและสุนัข ศูนย์ดอกไม้ป่าเลดี้เบิร์ดบันทึกว่าแคทปาล์มไม่ปรากฏในฐานข้อมูลพืชพิษใด ๆ และพืชนั้นอาจปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน คนในท้องถิ่นเก็บเกี่ยวพืชจากป่าเพื่อเป็นอาหาร ดอกยอดอ่อนที่ดอกตูมยังไม่บานกินเหมือนหน่อไม้ฝรั่ง ช่อดอกมีรสขมเล็กน้อยและถือเป็นอาหารอันโอชะในเอลซัลวาดอร์และกัวเตมาลา มักจะรับประทานในสลัดหรือชุบไข่แล้วทอด อาหารจานหลังนี้เรียกว่า "rellenos de pacaya"
ใช้ปลูกประดับ---สายพันธุ์นี้ มักปลูกเป็นไม้ประดับในสวนทั้วไปและในสวนสาธารณะ (โดยเฉพาะพันธุ์ 'bella') และเป็นหนึ่งในพืชในบ้านที่ปลูกกันมากที่สุดในโลกโดยทนต่อแสงน้อยและทนต่อการถูกละเลยอย่างมาก
อื่น ๆ-ใบปาล์มเป็นที่นิยมในการจัดดอกไม้ประดับปาล์มซันเดย์และพวงหรีดเนื่องจากสามารถอยู่ได้นานถึง 40 วันหลังจากถูกตัดออกจากต้น
ได้รับรางวัล----Royal Horticultural Society's Award of Garden Merit.2020
ระยะเวลาออกดอก---ออกดอกเป็นช่วงๆ ตลอดปี แต่ในเขตอบอุ่นจะออกดอกทุกปีในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ
ขยายพันธุ์---โดยการหว่านเมล็ดที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 ° C งอกได้ดีและเร็วขึ้นเมื่อหว่านสด การงอกอาจใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งเดือนถึงมากกว่า 6 เดือน
- วิธีการ ปลูกพืชสวนแบบ Air-layering (การตอนกิ่ง) ใช้ได้กับChamaedorea elegans นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของการขยายพันธุ์แบบ Air-layering ในตระกูลปาล์ม
- พืชสามารถเริ่มออกดอกได้เมื่อสูงเพียง 30 ซม. และก่อนที่ลำต้นหลักจะก่อตัว

Ernest August's Palm /Chamaedorea ernesti-augustii 

[kahm-eh-doh-REH-ah] [er-NEST-ih-ah-GOOST-ee]


Picture 1, 2---Photo by Jason Cox. Naples Botanic Garden. Photo by Angelo Porcelli. https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_ernesti-augusti

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chamaedorea Ernesti-augustii H.Wendl.(1852)
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms.
---Eleutheropetalum ernesti-augustii (H.Wendl.) Oerst. (1859).
---Morenia ernesti-augustii (H.Wendl.) H.Wendl. (1853).
---Nunnezharia ernesti-augustii (H. Wendl.) Kuntze. (1891)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:54867-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Ernest August's Palm, Understory Fishtail Palm, Tuna-tail palm.
ชื่ออื่น---;[MEXICO: Guaya de abajo, Guayita, Cola de pescado, Rabo de bobo, Nesheshiptmil.];[PORTUGUESE: Palmeirinha-de-ernesto.];[RUSSIAN: Khamedoreia Ernesta-Avgusta.];[SPANISH: Guayita, Pata de vaca.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CMDER (Preferred name: Chamaedorea Ernesti-augustii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลิซ, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากคำภาษากรีก : χαμαί ( chamai ) ซึ่งแปลว่า "บนพื้นดิน" และδωρεά ( dorea ) ="ของขวัญ"ซึ่งหมายถึง “ของขวัญบนพื้นดิน" อาจอ้างอิงถึงความสูงขนาดเล็กและความประหลาดใจที่น่ายินดีในการค้นหาอัญมณีที่เท้าของคุณ; ชื่อสายพันธุ์ 'Ernesti-augustii' เป็นเกียรติแก่ Ernest August (1771 –1851) ผู้ปกครองฮันโนเวอร์ (Hanover) ตั้งแต่ปี 1837-1851  
Chamaedorea Ernesti-augustii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปีพ.ศ.2395
ที่อยู่อาศัย---เป็นสายพันธุ์ของต้นปาล์มที่มีการกระจายไปทั่วอเมริกากลาง ในเบลิซ (บริติชฮอนดูรัส), กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, พบในป่าดิบทึบที่หนาแน่น บนเขาหินปูน บนพื้นที่ลาดชันในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งแอตแลนติก ส่วนใหญ่พบที่ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร เพาะปลูกใน เม็กซิโก (Tabasco)  
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ2เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1-1.5 ซม.ใบมี 5-8 ใบ กาบใบยาว 5-15 ซม. ก้านใบยาว 10-25 ซม.ใบเป็นใบประกอบแบบปลายแยก มีรอยแหว่งลึกเป็นรูปหางปลา 2 แฉก (pinnate/bifid) ขนาดใบ 25-60 x 20-30 ซม. สีเขียวเข้มด้านบน สีเขียวหม่นด้านล่าง ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) ยาว 30-70 ซม.ตั้งตรงสีเขียว ผลกลมรีสีเขียวน้ำเงิน ขนาด15 x 08.10 มม. เมื่อสุกสีม่วงดำ เมล็ดรูปรีมี 1 เมล็ดขนาด 10 x 7 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อนชื้น (USDA Zone 9b-11) ต้องการตำแหน่งที่มีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) หรือแสงแดดบางส่วนในช่วงเช้า ชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ ปรับตัวได้ดีในดินเกือบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินร่วนหรือดินเหนียว pH 5.6-7.8 อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำหรือมากเกินไปจนน้ำขังแฉะ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น ทนแล้งได้ปานกลาง
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยน้ำที่สมดุลละลายน้ำเจือจางทุกเดือนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต หรือใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์มที่ปล่อยช้าทุกหนึ่งหรือสองเดือน
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรืองโรคหรือศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอันตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มยอดนิยมของนักสะสม มีประโยชน์สำหรับใช้ภายในอาคาร ขนาดที่กระทัดรัด เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถางที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในบ้าน
อื่น ๆ---มีการใช้เป็นไม้ตัดใบในอุตสาหกรรมดอกไม้ซึ่งใบที่เก็บมาจากป่ากำลังทวีความสำคัญมากขึ้นต่ออุตสาหกรรมการประดับทั่วโลก
- เป็นหนึ่งในหลายสายพันธุ์ที่มีใบที่เก็บเกี่ยวเป็น Xate (ออกเสียง: shatay) เป็นใบจากต้นปาล์ม Chamaedorea สามสายพันธุ์ (Chamaedorea ernesti-augusti , Chamaedorea elegans และ Chamaedorea oblongata.) ใบไม้เป็นที่นิยมในการจัดดอกไม้สำหรับจัดดอกไม้ งานปาล์มซันเดย์และงานศพ เนื่องจากสามารถอยู่ได้นานถึง 40 วันหลังจากตัด คำนวณประมาณการได้จำนวน 400 ล้านลำต้น ที่ส่งออกจาก กัวเตมาลาและเบลีซ ไปยังอเมริกาเหนือ และยุโรปทุกปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 3-6 เดือน
- ในสวนแทบจะไม่ได้ให้ผลไม้ในระดับใด ๆ แต่เกิดด้วยความช่วยเหลือจากมนุษย์ในการผสมเกสรด้วยมือ


Pacaya Pallm /Chamaedorea tepejilote
[kahm-eh-doh-REH-ah] [teh-peh-yih-LOH-teh]


Picture 1---ภาพถ่ายโดย Angelo Porcelli, edric. https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_tepejilote
Picture 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_tepejilote

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chamaedorea tepejilote Leibm.(1849)
ชื่อพ้อง---Has 13 Synonyms.
---Nunnezharia tepejilote (Liebm.) Kuntze.(1891)
---Stephanostachys tepejilote (Liebm.) Oerst.(1859)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:54964-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Pacaya Palm, Palmito dulce
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Camedórea-pacaia.];[COSTA RICA: Palmito dulce.];[EL SALVADOR: Pacaya.];[GERMAN: Pacaya-Palme.];[MEXICO: Tepejilote, Pacaya, Guaya, Pacaya grande, Ixquil-quib, Chimp, Bojon, Aula-te, Chern-chern, Ternero.];[PANAMA: Bolá, cana verde.];[PORTUGUESE: Camedórea-pacaia, Tepejilote.];[RUSSIAN: Khamedoreya pakaĭya.];[SPANISH: Tepejilote.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CMDTE (Preferred name: Chamaedorea tepejilote.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โคลัมเบีย อเมริกากลาง ปานามาไปยังเม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chamaedorea' มาจากคำภาษากรีก 'chamai' ซึ่งแปลว่า "บนพื้นดิน" และ 'dorea' = "ของขวัญ" ซึ่งหมายถึง “ของขวัญบนพื้นดิน" อาจอ้างอิงถึงความสูงขนาดเล็กและความประหลาดใจที่น่ายินดีในการค้นหาอัญมณีที่เท้าของคุณ ; ชื่อสายพันธุ์ 'tepejilote' เป็นชื่อพื้นถิ่นสำหรับเผ่าพันธุ์ ในภาษาNahuatl (ภาคกลางของเม็กซิโก) คำว่า 'tepejilote' หมายถึง "ข้าวโพดภูเขา" และถูกเลือกเนื่องจากความคล้ายคลึงกับช่อดอกที่ยังไม่ได้เปิดที่มีลักษณะและขนาดคล้ายฝักข้าวโพด
- ชื่อสามัญ 'Pacaya' หมายถึงทั้งพืชและดอกไม้กินได้ มันอาจจะได้ชื่อมาจากภูเขาไฟ Pacaya  
Chamaedorea tepejilote เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Frederik Michael Liebmann (1813–1856) นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ในปีพ.ศ.2392


Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaedorea_tepejilote

ที่อยู่อาศัย---พบในเบลิซ, โคลัมเบีย, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก, อ่าวเม็กซิโกตะวันตกเฉียงใต้, นิการากัวและปานามา พบในป่าชื้นชั้นล่างขึ้นอยู่บนหินปูน บนพื้นที่ลาดของมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก ที่ความสูง 0-1,600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว บางทีก็ออกเป็นกลุ่ม (ขึ้นเป็นกระจุกหรือเป็นกอกว้าง 3-4 เมตร) มีลำต้นที่อ้วนที่สุดและสูงที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดา Chamaedoreas สูง 2-7 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 7.6-10 ซม.มักมีรากค้ำยันให้เห็นเด่นชัดไม่มากก็น้อย ลำต้นสีเขียวมีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากโคนใบเห็นเป็นข้อสีขาวเด่นชัดคล้ายต้นไผ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปลูกไว้จำนวนมาก มงกุฎประกอบด้วยใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้ม 3-7 ใบ คอยอดยาว 20-40 ซม.แผ่นใบ ยาว 5 เมตร กว้าง 1 เมตร ก้านใบกลมยาว 10-30 ซม.มีร่องเล็กน้อย ส่วนมากจะมีเส้นสีซีดตามพื้นผิวด้านล่างของก้านใบเป็นความเด่นชัดที่สุดในสายพันธุ์นี้และเป็นลักษณะที่สามารถช่วยระบุชนิดได้ ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (Interfoliar) ตั้งตรง ยาว 25-60 ซม.ค่อนข้างพองและมีขนยาว ดอกมีกลิ่นหอมสีเขียวแกมเหลือง และจัดเป็นกลุ่มด้านล่างมงกุฎ ผลสีส้มแดง เมื่อสุกสีดำ รูปรี ถึงรูปไข่ หรือเกือบกลม ขนาด1-1.5 (2.0) x 0.7-0.88 ซม.มีเมล็ดรูปไข่1เมล็ด สีน้ำตาล ขนาด 9-11 x 5-6.5 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อนชื้น (USDA Zone 9b-11) เติบโตได้ในที่ร่ม (ป่าลึก) หรือกึ่งร่ม (ป่าโปร่ง) ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวันหากสัมผัสแสงแดดโดยตรงจำนวนเล็กน้อยก็จะส่งผลให้ใบเหลืองและไหม้ ไม่ชอบความร้อนแห้งหรือลมที่รุนแรง ทนอุณหภูมิได้ประมาณ 0 °C ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปรับตัวได้ดีในดินเกือบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินร่วนหรือดินเหนียว ที่มีการระบายน้ำดี ค่าความเป็นกรด ด่างที่เหมาะสม pH ในช่วง 6.5 - 7.5 ซึ่งทนได้ 6 - 8 อัตราการเจริญเติบโตปานกลางถึงเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำหรือมากเกินไปจนน้ำขังแฉะ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น ทนแล้งได้ปานกลาง
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยน้ำที่สมดุลละลายน้ำเจือจางทุกเดือนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต หรือใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์มที่ปล่อยช้าทุกหนึ่งหรือสองเดือน
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรืองโรคหรือศัตรูพืชร้ายแรง เมื่ออยู่ในอาคาร อาจถูกสัตว์รบกวนโจมตี เช่น ไรและแมลงเกล็ด
รู้จักอันตราย---น้ำผลไม้จากผลไม้ของสมาชิกส่วนใหญ่ของพืชชนิดนี้ว่ากันว่าจะระคายเคืองผิวหนัง
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน Pacaya ถือเป็นผักที่ได้รับความนิยมและมีความสำคัญมากในแถบอเมริกาใต้และตอนกลางในถิ่นที่เติบโต ช่อดอกเพศผู้ที่ยังเป็นดอกอ่อนกินได้ จะเก็บก่อนที่ช่อดอกจะเปิด มักจะซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่น นำมาปรุงเป็นผักแล้วใส่ลงในสลัด (ตามธรรมเนียมในกัวเตมาลาใช้กินในวันแห่งความตาย)
- นอกจากนี้ใบและยอดปรุงสุก ทอดกับแป้งและไข่ (เรียกว่า "rellenos de pacaya" และมักเสิร์ฟกับซอสมะเขือเทศ เช่น chiles rellenos)
- ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---ได้รับการเพาะปลูกในป่าฝน และปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน เป็นปาล์มในร่มที่ยอดเยี่ยม เป็นที่ต้องการของนักสะสม
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดงอกได้ง่าย และมีอัตราการงอกสูง ที่อุณหภูมิ 24 °C - 26 °C ผลิตดอกและผลเมื่ออายุเพียงไม่กี่ปี

สกุล Chambeyronia (kam-beh-ROH-nee-ah) โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Eugène Vieillard ในปี 1873 เพื่อเป็นเกียรติแก่นายทหารเรือชาวฝรั่งเศส Charles Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) ผู้ทำแผนที่ส่วนใหญ่ของชายฝั่งนิวแคลิโดเนียรวมทั้งช่วยให้ Vieillard รวบรวมต้นปาล์มจากเกาะ
มีหลายชนิดในสกุลนี้ ลักษณะที่น่าทึ่งที่สุดของพืชชนิดนี้คือสีของใบไม้ที่เพิ่งงอกใหม่ เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่พวกเขามีสีแดงทุกที่ตั้งแต่ม่วง ม่วงเข้มไปจนถึงชมพูอ่อน ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับชื่อสามัญว่า "Flame Thrower Palm"
มีเพียงสองสปีชีส์เท่านั้นที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ได้แก่
1 Chambeyronia macrocarpa (accept)
2 Chambeyronia lepidota (accept)
สายพันธุ์อื่นๆ ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
-Chambeyronia macrocarpa var. 'hookeri'
-Chambeyronia macrocarpa var. 'watermelon'
-Chambeyronia sp. 'Houailou'

ขอขอบคุณบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้สำหรับการมีส่วนร่วมในบทความนี้ไม่ว่าจะในรูปถ่ายหรือข้อมูล
---Chambeyronia macrocarpa- Palms Music Jungle, Cycads และ Tropical Plant.http://www.junglemusic.net/Chambeyronia/chambeyronia.html
---Chambeyronia macrocarpa- Palmpedia - Palm Grower's Guide.https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarp

Flame Thrower Palm /Chambeyronia macrocarpa

[kam-beh-ROH-nee-ah] [mak-roh-KAR-pah]


Picture 1---Former Sullivan Garden, Hawaii, photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa
Picture 2---Paul Humann's garden, Ft. Lauderdale, FL, photo by Paul Humann. https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chambeyronia macrocarpa (Brongn.) Vieill. ex Becc.(1920).
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms.
---Basionym: Kentiopsis macrocarpa Brongn.(1873).https://www.gbif.org/uk/species/2732008
---Cyphokentia macrocarpa (Brongn.).(1878).
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:665942-1#synonyms
ชื่อสามัญ--- Flame Thrower Palm, Red Leaf Palm, The Blushing Palm.
ชื่ออื่น---ปาล์มยอดแดง (กรุงเทพฯ);[FRENCH: Palmier de Nouvelle Calédonie, Palmier de Houailou, Palmier de Chambeyron.];[GERMAN: Rotblattpalme.];[PORTUGUESE: Palmeira-colorida.];[RUSSIAN: Pal'ma-krasnyy list, Khambeyroniya krupnoplodnaya.];[THAI: Paam yot daeng (Bangkok).].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KBYMA (Preferred name: Chambeyronia macrocarpa.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chambeyronia' ได้รับการตั้งชื่อตาม Charles-Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) นายทหารเรือและนักอุทกศาสตร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งทำแผนที่ชายฝั่งนิวแคลิโดเนียส่วนใหญ่และช่วยEugène Vieillardในการสำรวจเกาะ (J. Dransfield และคณะ 2008) ; ชื่อสายพันธุ์เป็นคำในภาษาละติน 'macrocarpa' แปลว่า "ผลไม้ขนาดใหญ่"
Chambeyronia macrocarpa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Adolphe Théodore Brongniart (1801- 1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยEuene Vieillard (1819-1896) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสศัลยแพทย์ทหารเรือและนักธรรมชาติวิทยา จากอดีต Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปีพ.ศ.2463
- เป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสามารถระบุได้ง่ายด้วยใบอ่อนสีแดงสด


Picture 1---New Caledonia. Photo by Bryan, edric. https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa
Picture 2---Photo by Jason Skelly. https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa

ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์นี้มาจากเกาะเล็ก ๆ ของนิวแคลิโดเนีย อยู่ทางตะวันออกและทางเหนือของออสเตรเลีย บนพื้นที่ ที่เป็นภูเขาชื้น ที่ระดับความสูง 10- 800 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 12-16 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น16-20 ซม.โคนต้นขยายลำต้นเรียบสีเขียวมันวาว ส่วนที่โดดเด่นในวงร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบลดลง ใบรูปขนนก (pinnate) มี 8-10ใบ ในมงกุฎ ยาวได้ถึง 3.6 เมตร ใบที่ออกใหม่จะมีสีแดงที่งดงามและยังคงสีแดงนี้ไว้ได้นาน 10 วัน สีแดงนี้จะแตกต่างกันไป จากม่วงไวน์ ม่วงเข้ม ผ่านสีกลางทั้งหมดไปจนถึงสีชมพูเข้ม  และจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียว ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์  ใบใหม่จะเกิด 2-3 ใบต่อปี เมื่อใบหมดอายุจะทิ้งใบเอง ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) แตกกิ่งตั้งตรง ยาวประมาณ1เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกไม้วางอยู่ในกลุ่มสามดอก (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้ 2 ดอก) ส่วนที่มีดอกไม้เพศผู้เท่านั้นช่อดอกจะมีปรากฏการณ์ของ ดอกไม้เพศผู้เปิดก่อนดอกเพศเมีย(proterandry) ผลมีตั้งแต่รูปกลมไปจนถึงรูปรียาว 4-5,5 ซม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-4,5 ซม. ผลอ่อนสีเขียว มีสีแดงเมื่อสุก มีเมล็ดกลม 1 เมล็ด ขนาดยาว 2,5-3,5 ซม. และเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนชื้น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) แต่สามารถปลูกได้ในที่ร่มบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) โดยเฉพาะช่วงปีแรก สามารถอยู่รอดได้ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำถึง (-4 °C) ในช่วงสั้น ๆและอาจเกิดความเสียหายที่ใบ เติบโตได้ดีที่สุดในสภาพที่อบอุ่นระหว่าง 10 °C - 25 °C ลมแรงจะทำให้ใบไม้ขาด ดังนั้นควรปลูกในบริเวณที่มีการป้องกัน ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปรับตัวได้พอสมควร มีความชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช ระวัง Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม)/การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ นี่คือสายพันธุ์ที่สวยงามโดดเด่น (หนึ่งในปาล์มที่สวยที่สุดในโลก) รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตทำให้เหมาะสำหรับเน้นภูมิทัศน์ ใช้งานได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม มีการปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับในร่ม เมื่อต้นยังเล็กที่ใบเกิดใหม่ให้สีสัน เหมาะสำหรับบ้าน อาคาร สำนักงาน ที่พักอาศัย
- ระบบรากของชนิดนี้มีความละเอียดอ่อนมาก และตัวอย่างขนาดที่ดีนั้นยากอย่างยิ่งที่จะขุดและย้ายปลูกไปยังที่อื่นได้สำเร็จ
ความพร้อมใช้งาน---หายาก แต่มีจำหน่ายทั่วไปในเรือนเพาะชำปาล์มส่วนใหญ่
สำคัญ---รู้จักกันในฐานะที่เป็นต้นไม้ประจำชาติของนิวแคลิโดเนีย
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคาม แม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสายพันธุ์ที่รุกราน (หนู หมู) และไฟ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Chambeyronia macrocarpa. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38470A115775429.https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38470A115775429.en.  เข้าถึงเมื่อ 14 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38470/115775429
Chambeyronia macrocarpaได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง 5 แห่ง ได้แก่ Vallée de la Thy, Mont Panié, Parc des Grandes Fougères, Nodela และ Foret Nord
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 3-4 เดือน


Highland Red Leaf Palm /Chambeyronia lepidota

[kam-beh-ROH-nee-ah] [lep-ih-DOHT-ah]


Picture 1--Photo by Carlo Morici. http://www.pacsoa.org.au/wiki/Chambeyronia_lepidota
Picture 2--High elev. form. In habitat. Photo-Rare Palm Seeds.com. http://www.pacsoa.org.au/wiki/Chambeyronia_lepidota

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Chambeyronia lepidota H.E.Moore.(1978).
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:665941-1
ชื่อสามัญ--Highland Red Leaf Palm
ชื่ออื่น---None ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KBYSS (Preferred name: Chambeyronia sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chambeyronia' ได้รับการตั้งชื่อตาม Charles-Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) นายทหารเรือและนักอุทกศาสตร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งทำแผนที่ชายฝั่งนิวแคลิโดเนียส่วนใหญ่และช่วยEugène Vieillardในการสำรวจเกาะ (J. Dransfield และคณะ 2008) ; ชื่อสายพันธุ์ในภาษาละติน 'lepidota' = เกล็ด
Chambeyronia lepidota เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2521
ที่อยู่อาศัย---เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของ Grande Terre ในนิวแคลิโดเนีย ในป่าชื้นที่หนาแน่นบนดินที่ได้จากหิน schistose ที่ระดับความสูง 400-1400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีขนาดใหญ่ในระดับปานกลางสูงถึง13-14 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8-10 ซม. ลำต้นค่อนข้างอ้วนสีน้ำตาลแดงมีรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบหลุดร่วง จาง ๆ ระยะห่างระหว่างวง ประมาณ 2.5-5 ซม. มีcrownshaft ที่แข็งแกร่งและปกคลุมด้วยกำมะหยี่สีแดงสีน้ำตาล (คำว่า lepidota ในภาษาละตินหมายถึงเกล็ด) ยาว1เมตร มีใบ 8-10 ใบ รูปขนนก(pinnate) ใบจะสั้นกว่า C.macrocarpa มักจะยาวเพียง 1.8 เมตร และโค้งงอมากกว่า  ก้านใบสีน้ำตาลแดงยาว 45 ซม. ใบมีกระดูกงู (รูปตัววีในส่วนตัดขวาง) ใบย่อย 28-34คู่ ยาวมากกว่า 1 เมตร ใบย่อยสีเขียว หนา แข็งจัดเรียงกันสม่ำเสมอมาก ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกยาว 0.60 ซม. ผลอ่อนสีเขียวเป็นสีแดงเมื่อสุก ขนาด ยาว 2.5-3.4 ซม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.3ซม. เมล็ด1เมล็ดรูปร่างผันแปร ทุกส่วนของพืชมีความหนาและแข็งกว่า C. macrocarpa ทั้งสองชนิดนี้ที่มีความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาบางอย่าง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ขึ้นได้ดีในเขตร้อนชื้นและภูมิอากาศอบอุ่น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) และในที่ร่มบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) โดยเฉพาะช่วงปีแรก ดินชื้นสม่ำเสมอและมีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืชโรคพืช /มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด มีความอ่อนไหวต่อความหนาวเย็นและแห้งแล้งมาก
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ในถิ่นที่อยู่ C.lepidota จะโตช้ากว่าและยากที่จะโต ไม่ค่อยพบเห็นในการปลูกเลี้ยง ยังคงหายากมาก
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมีความหนาแน่นระดับสูงในพื้นที่และประชากรที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน (หนู สุกร) ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Chambeyronia lepidota. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38469A115778165. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38469A115778165.en.  เข้าถึงเมื่อ 14 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38469/115778165
Chambeyronia lepidota ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายใน Province Nord เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองแห่งหนึ่ง: Mont Panié
ระยะการติดผล---เดือนกรกฎาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด (เมล็ดงอกง่ายมาก แต่จะเติบโตช้าหลังจากนั้น)


Chambeyronia macrocarpa var. 'hookeri'

[kam-beh-ROH-nee-ah] [mak-roh-KAR-pah] var [hook-EHR-ee]


Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa_var._%27hookeri%27
Picture 2---In habitat. Photo-Rare Palm Seeds.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa_var._%27hookeri%27

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Chambeyronia macrocarpa var. 'hookeri'
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Yellow Flame Thrower Palm, Blonde Flamethrower
ชื่ออื่น---[GENERAL: Highland Red Leaf Palm (English).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KBYMA (Preferred name: Chambeyronia macrocarpa.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chambeyronia' ได้รับการตั้งชื่อตาม Charles-Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) นายทหารเรือและนักอุทกศาสตร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งทำแผนที่ชายฝั่งนิวแคลิโดเนียส่วนใหญ่และช่วย Eugène Vieillard ในการสำรวจเกาะ (J. Dransfield และคณะ 2008) ; ชื่อสายพันธุ์เป็นคำในภาษาละติน 'macrocarpa' แปลว่า "ผลไม้ขนาดใหญ่" ; ชื่อความหลากหลาย (Variety)  'hookeri' = โสเภณี
Chambeyronia macrocarpa var. 'hookeri' พืชชนิดนี้รู้จักกันอย่างถูกต้องว่าเป็นรูปแบบ C. macrocarpa hookerii แต่มักขายในชื่อ C. hookerii
ที่อยู่อาศัย--- เกิดขึ้นในป่าฝนที่ระดับความสูง 600-900 เมตร แต่หายากในแหล่งกำเนิด มักพบในเรือนเพาะชำ
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงประมาณ 8 เมตรในการเพาะปลูก  ลักษณะทั่วไปมีความคล้ายคลึงกับ Chambeyronia macrocarpa ยกเว้นมี crownshaft ที่มีสีเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน ๆ และขยายสู่ก้านใบ ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบ 6-10 ใบ มีเส้นใบ (viens) สีขาว ใบใหม่ออกมาสีแดงสดใสตั้งแต่สีม่วงเบอร์กันดีไปจนถึงสีชมพูอ่อนและจางหายไปเป็นสีเขียวเข้มหลังจากไม่กี่สัปดาห์ บางคนเชื่อว่าใบใหม่ใน Blonde Flamethrower Palm มีสีแดงมากกว่ามาตรฐานบน Flamethrower Palm ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ยาว 30 ซม.แผ่กิ่งก้านสาขาสูงออกไปด้านข้าง ใต้คอยอดดอกสีชมพู ผลมีสีเขียวมะกอกยาว 5 ซม. สีแดงสุกใสเมื่อสุก เมล็ดสามารถแยกแยะได้ง่ายด้วยรูปแบบเส้นใยสีซีดที่เป็นเอกลักษณ์
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนชื้น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) แต่สามารถปลูกได้ในที่ร่มบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) โดยเฉพาะช่วงปีแรก สามารถอยู่รอดได้ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำถึง (-4 °C) ในช่วงสั้น ๆและอาจเกิดความเสียหายที่ใบ เติบโตได้ดีที่สุดในสภาพที่อบอุ่นระหว่าง 10 °C - 25 °C ลมแรงจะทำให้ใบไม้ขาด ดังนั้นควรปลูกในบริเวณที่มีการป้องกัน ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปรับตัวได้พอสมควร มีความชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญการเจริญเติบโตเร็วเท่ากับ C. macrocarpa มีแนวโน้มที่จะให้ใบสีแดงกว่ารูปแบบปกติโดยเฉพาะตั้งแต่อายุยังน้อย การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช ระวัง Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม)/การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์--- ใช้ปลูกประดับ ใช้ในงานภูมิทัศน์ตกแต่งบ้าน สำนักงาน อาคาร เป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้ที่ชื่นชอบและนักสะสม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Chambeyronia macrocarpa var.'watermelon'

kam-beh-ROH-nee-ah] [mak-roh-KAR-pah] var.'watermelon'


Picture 1--Del Mar, California.Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa_var._%27watermelon%27
Picture 2--Bob DeJong's watermelon in San Clemente, CA w/ extra yellow coloring.http://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_macrocarpa_var._%27watermelon%27

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Chambeyronia macrocarpa var.'watermelon'
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Blushing Palm, Red Leaf Palm
ชื่ออื่น---Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KBYMA (Preferred name: Chambeyronia macrocarpa.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chambeyronia' ได้รับการตั้งชื่อตาม Charles-Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) นายทหารเรือและนักอุทกศาสตร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งทำแผนที่ชายฝั่งนิวแคลิโดเนียส่วนใหญ่และช่วย Eugène Vieillard ในการสำรวจเกาะ (J. Dransfield และคณะ 2008) ; ชื่อสายพันธุ์เป็นคำในภาษาละติน 'macrocarpa' แปลว่า "ผลไม้ขนาดใหญ่" ; ชื่อความหลากหลาย (Variety)  'watermelon' = แตงโม
ที่อยู่อาศัย---เกิดขึ้นในป่าฝนที่ระดับความสูง 600-900 เมตร หายากในแหล่งกำเนิด มักพบในเรือนเพาะชำ
Chambeyronia macrocarpa var.'watermelon' ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ว่านี่เป็นรูปแบบของ C. macrocarpa ที่พบได้ทั่วไป
ลักษณะ--- ลำต้นแสดงสิ่งที่เรียกว่าคุณสมบัติ "แตงโม" คือเป็นริ้วสีเหลืองหรือสีทองบนลำต้นสีเขียวและในพื้นที่ของเพลามงกุฎ บางทีสิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากการผสมเกสรข้ามระหว่าง C. macrocarpa กับ C. hookeriแต่ไม่ว่าในกรณีใดมันมีความโดดเด่นมากและดูเหมือนว่าจะไม่มีทางทำนายได้ว่า ต้นกล้าที่ได้จะเติบโตมาแล้วจะมีลักษณะเช่นนี้เว้นแต่ว่าเกิดจาก "พ่อแม่แตงโม"แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีหลักประกันว่าจะเป็นแบบที่ต้องการหรือไม่ ใบใหม่ออกมาสีแดงสดใสและจางหายไปเป็นสีเขียวเข้มหลังจากไม่กี่สัปดาห์
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนชื้น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) แต่สามารถปลูกได้ในที่ร่มบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) โดยเฉพาะช่วงปีแรก สามารถอยู่รอดได้ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำถึง (-4 °C) ในช่วงสั้น ๆและอาจเกิดความเสียหายที่ใบ เติบโตได้ดีที่สุดในสภาพที่อบอุ่นระหว่าง 10 °C - 25 °C ลมแรงจะทำให้ใบไม้ขาด ดังนั้นควรปลูกในบริเวณที่มีการป้องกัน ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปรับตัวได้พอสมควร มีความชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญการเจริญเติบโตเร็วเท่ากับ C. macrocarpa มีแนวโน้มที่จะให้ใบสีแดงกว่ารูปแบบปกติโดยเฉพาะตั้งแต่อายุยังน้อย การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช ระวัง Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม)/การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ต้นปาล์มที่หายากและเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับปลูกประดับ ใช้ในงานภูมิทัศน์ตกแต่งบ้าน สำนักงาน อาคาร สวนสาธารณะ                               
ขยายพันธุ์---เมล็ด
 

Houailou Red Leaf Palm /Chambeyronia sp. 'Houailou'

[kam-beh-ROH-nee-ah] sp. 'Houailou

 

Picture 1---Katrkoin, New Caledonia. Photo by Dr. Jean-Christophe Pintaud/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_sp._%27Houailou%27
Picture 2---Photo by RarePalmSeeds.com.https://www.palmpedia.net/wiki/Chambeyronia_sp._%27Houailou%27

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chambeyronia houailouensis Hodel & C.F.Barrett.(2021)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77220091-1
ชื่อสามัญ---Houailou Red Leaf Palm, Blushing Palm, Flame Thrower Palm, Red Feather Palm
ชื่ออื่น--Unknown ( Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KBYSS (Preferred name: Chambeyronia sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chambeyronia' ได้รับการตั้งชื่อตาม Charles-Marie-Léon Chambeyron (1827-1891) นายทหารเรือและนักอุทกศาสตร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งทำแผนที่ชายฝั่งนิวแคลิโดเนียส่วนใหญ่และช่วย Eugène Vieillard ในการสำรวจเกาะ (J. Dransfield และคณะ 2008) ; ชื่อสายพันธุ์ 'houailouensis' = มาจาก 'houailou' อ้างอิงสถานที่เกิด
Chambeyronia houailouensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Donald Robert Hodel (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2528) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน และ C.F.Barrett. ในปีพ.ศ.2564
- Chambeyronia houailouensisไม่ได้รับการอธิบายว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่จนถึงปี 2021ชื่อเดิมคือ Chambeyronia sp. 'Houailou'.
ที่อยู่อาศัย---เติบโตในหุบเขาห่างไกลใกล้ Houailou บนชายฝั่งตะวันออกของนิวแคลิโดเนีย
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 6-12 เมตร crownshaft สีเขียว,สีเหลืองและแดงเรื่อ ใบมีเส้นใบ มากกว่า C.macrocarpa ปกติ ใบไม้ที่เกิดใหม่จะมีลักษณะคล้ายกับKentiopsis oliviformis มีสีส้มแดงอ่อน ก้านใบสีเขียวแกมเหลืองและในใบที่เกิดขึ้นใหม่สีแดง ใบรูปขนนก (pinnate) ใบแข็งกระด้าง หนาและเหนียวมาก ใบทั้งสองใบของต้นอ่อนมีขนาดใหญ่มาก เมล็ดมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดของ C. macrocarpa และมีความเรียบแม้กระทั่งชั้นของเส้นใยที่ปกคลุม เหมือนใน Hedyscepe แทนที่จะเป็นเส้นใยที่หรูหราตามแบบปกติ ในความเป็นจริงเมล็ดค่อนข้างแตกต่างจาก C. macrocarpa มากจนทำให้ Houailou Chambeyronia อาจกลายเป็นสายพันธุ์ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิงเมื่อทำการวิจัยเพิ่มเติม (rarepalmseeds.com)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนกึ่งเขตร้อนหรือเย็นที่อบอุ่น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) การปลูกเลี้ยงง่ายมากสามารถปรับตัวได้ดี เพื่อให้ได้รูปร่างที่ดีที่สุดในต้นที่โตเต็มที่ ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์และการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ต้นปาล์มที่หายากและเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับปลูกประดับ ใช้ในงานภูมิทัศน์ตกแต่งบ้าน สำนักงาน อาคาร สวนสาธารณะ                                                                                                                                                                  สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
การขยายพันธุ์---ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด


สกุล Clinostigma (klin-oh-STIG-mah) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองตามเกาะต่าง ๆ ในภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก มี 11 สายพันธุ์ ที่เป็นที่ยอมรับ ดังต่อไปนี้ ;- (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Clinostigma carolinense (Becc.) HEMoore & Fosberg - Chuuk ( Truk ) ในไมโครนีเซีย
2 Clinostigma collegarum J.Dransf - Bismarck Archipelago
3 Clinostigma gronophyllum H.E.Moore -หมู่เกาะโซโลมอน
4 Clinostigma exorrhizum (H.Wendl.) Becc -ฟิจิ
5 Clinostigma haerestigma H.E.Moore -หมู่เกาะโซโลมอน
6 Clinostigma harlandii Becc. -วานูอาตู
7 Clinostigma onchorhynchum Becc -ซามัว
8 Clinostigma ponapense (Becc.) HEMoore & Fosberg - Pohnpei inไมโครนีเซีย
9 Clinostigma samoense H.Wendl -ซามัว
10 Clinostigma savoryanum (Rehder & EHWilson) HEMoore & Fosberg - Arrack Tree - Ogasawara-shoto (หมู่เกาะ Bonin )
11 Clinostigma warburgii Becc. -ซามัว

Bonin Islands Palm /Clinostigma savoryanum

[klin-oh-STIG-mah] [sah-vohr-ee-AHN-uhm]


Picture 1---ฮาวาย. Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Clinostigma_savoryanum
Picture 2---Chichi-Okami Mountain Park, เกาะ Chichijima, ญี่ปุ่น. http://www.palmpedia.net/wiki/Clinostigma_savoryanum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Clinostigma savoryanum (Rehder & E.H.Wilson) H.E.Moore & Fosberg.(1956)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.
---Basionym: Cyphokentia savoryana Rehder & E.H.Wilson.(1919).http://legacy.tropicos.org/Name/100169767
---Bentinckiopsis savoryana (Rehder & E.H.Wilson) Becc.(1921)
---Exorrhiza savoryana (Rehder & E.H.Wilson) Burret.(1928)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666008-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Bonin Islands Palm, Pacific beauty palm, Arrack tree, Cabbage Palm.
ชื่ออื่น---[VERNACULAR: Noyashi.];[JAPANESE: Noyashi.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KSGSA (Preferred name: Clinostigma savoryanum.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่งรวมถึงฟิจิหมู่เกาะโบนินและซามัว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Clinostigma' จากภาษากรีก 'klinien' =  เอียง, ลาด  และ 'stigma' =ดอกไม้  ; ชื่อของสายพันธุ์ 'savoryanum' ตั้งชื่อตาม Nathaniel Savory ผู้ตั้งรกรากในยุคแรกของบรรพบุรุษชาวฮาวาย
Clinostigma savoryanum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Alfred Rehder(1863-1949) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และ Ernest Henry Wilson (1876-1930) นักสำรวจพืชชาวอังกฤษ ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน และ Francis Raymond Fosberg (1908 – 1993) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ.2499

  

Picture 1, 2---เกาะโบนิน Photo: http://www.palmpedia.net http://www.palmpedia.net/wiki/Clinostigma_savoryanum

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดเฉพาะในหมู่เกาะ Ogasawara-shoto หรือ Bonin Islands ทางใต้ของญี่ปุ่น (ห่างจากโตเกียวไปทางใต้ 1,000 กม.) พบได้ในป่าดิบชื้น
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-30 ซม.  เมื่อต้นอายุน้อยลำต้นสีเขียวมีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบสีขาว เมื่อโตขึ้นลำต้นเรียวเรียบสีเทาอ่อน มีใบในมงกุฎ 6-8 ใบ Crownshaft  (คอยอด) ยาว 60 ซม.สีเหลืองมะนาว ใบรูปขนนก ทางใบยาว 4-6 ซม. ตั้งตรงถึงโค้ง  สีเขียวสดใส  ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 30 ซม.แยกแขนง มีลักษณะเหมือนไม้กวาดสีขาว (กิ่งก้านสั้นและแข็งจำนวนมาก) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (Monoecious) นี่เป็นความหมายเชิงเดี่ยวที่ละอองเรณูและรังไข่ผลิตในดอกไม้ที่แยกจากกัน (ดอกเพศผู้และดอกเกสรเพศเมียตามลำดับ)  ผลสีแดงรูปไข่ ยาว 1.2 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.9-1 ซม.เมื่อสุกสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 10a-11) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ทนความร้อนและทนแสงแดด ชอบความชื้นสูงและน้ำที่เพียงพอ กรองแสงเมื่อต้นยังเล็กแสงแดดเต็มที่เมื่อโตเต็มที่ ดินชื้นสม่ำเสมอตำแหน่งที่ระบายน้ำได้ดีไม่ชอบดินที่เป็นด่าง ดังนั้นอินทรียวัตถุและวัสดุคลุมดินจึงมีความสำคัญ  PH 6.6-7.5 อัตราการเจริญเติบโตปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
- ปาล์มหมู่เกาะโบนินเป็นพืชสกุลเดียวที่สามารถเจริญเติบโตได้ในภูมิอากาศอบอุ่นที่เย็นจัด เช่นแคลิฟอร์เนียตอนใต้
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
- ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มักถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในสิบอันดับต้น ๆของปาล์มที่สวยที่สุด ได้รับความนิยมอย่างมากในรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของเกาะ Ogasawara (Bonin) ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---กำลังถูกคุกคามจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากการขยายการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการเสื่อมโทรมของป่าซึ่งเป็นสาเหตุหลักมาจากการตัดไม้ ข้อมูลที่ไม่เพียงพอสำหรับจำนวนประชากรและจำนวนบุคคลของสปีชี่ส์นี้ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ดังนั้นมันจึงถูกพิจารณาว่าเป็น "การขาดข้อมูล" โดย IUCN ในรายการแดงของสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามปี 2006 (Smithsonian Tropical Institute) https://www.palmpedia.net/wiki/Clinostigma_savoryanum
สถานะการอนุรักษ์---DD - Data Deficient - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Johnson, D. 1998. Clinostigma savoryana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38477A10115386. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38477A10115386.en.  เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2566
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


สกุล Coccothrinax (koh-koh-TRIH-naks) พบได้ทั่วไปในทะเลแคริบเบียนและในบริเวณใกล้เคียงทางตอนใต้ของฟลอริด้าและเม็กซิโก สปีชีส์ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีความสูงสูงสุดระหว่าง 5 และ 15 เมตร  มี 55 สายพันธุ์ และ มีเพียง C. readii เท่านั้นที่ไม่อยู่ในแถบแคริบเบียน มีสองชนิดคือ C. argentata และ C. barbadensis ที่เป็นที่แพร่หลาย ในขณะที่ชนิดอื่น ๆ ถูกจำกัด ไว้ที่คิวบาและ Hispaniola
(แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)
-Coccothrinax  barbadensis (Lodd. ex Mart.)
-Coccothrinax borhidiana O.Muñiz.
-Coccothrinax spissa L.H.Bailey.

Tyre Palm /Coccothrinax barbadensis

[koh-koh-TRIH-naks] [bar-bah-DEN-sis]


Picture 1, 2-Montgomery Botanical Centre, Florida. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.     https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_barbadensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Coccothrinax barbadensis (Lodd. ex Mart.) Becc.(1908)
ชื่อพ้อง---Has 16 synonyms.
---Basionym: Thrinax barbadensis Lodd. ex Mart.(1853) https://www.gbif.org/species/2735268
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:62346-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Tyre Palm, Silver thatch, Thach palm, Puerto Rico silver palm, Barbados Silver Palm, Lesser Antilles Silver Thatch Palm
ชื่ออื่น--;[DOMINICAN REPUBLIC: Guano, Palma de abanico, Palma de guano.];[FRENCH: Chou piquant, Latanier balai, Latannyé, Palmier à balai.];[GERMAN: Puerto Rico-Silberpalme.];[HAITI: Latanier balai, Latanye bouril, Latanier bourrique, Latanye mawon, Latanier savanne, Palma kojo.];[PORTUGUESE: Palmeira-prateada-de-leque.];[RUSSIAN: Kokkotrinaks barbadosskiy.];[SPANISH: Palma papiro, Maripe, Carana.];[ST.LUCIA: Latanyé.];[SWEDISH: Försilvragömma i handflatan.];[VENEZUELA: Caraca, Carana, Coquito, Maripe, Palma de abanico, Palma de escoba, Palma papiro.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CCXBA (Preferred name: Coccothrinax  barbadensis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้-เวเนซุเอลา ; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปเปอร์โตริโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Coccothrinax' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก “coccos” = ผลไม้เล็ก ๆ และชื่อของสกุล"Thrinax" ประเภทที่พืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ชื่อสายพันธุ์ 'barbadensis' จากภาษาละติน = ของบาร์เบโดสหมายถึงหนึ่งในสถานที่กำเนิด
Coccothrinax  barbadensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Conrad Loddiges (1738–1826) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปีพ.ศ.2451
- เป็นสายพันธุ์ที่เป็นหนึ่งในพันธุ์ที่สูงที่สุด โตเร็วที่สุด และแข็งแกร่งที่สุด ของพืชในสกุลนี้

 

Picture 1---Photo:https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_barbadensis
Picture 2---Pomano Beach, FL. Photo by John Doughten.https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_barbadensis

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในแอนติกัวและบาร์บูดา บาร์เบโดส โดมินิกา กวาเดอลูป เปอร์โตริโก เซนต์ลูเซีย ตรินิแดดและโตเบโกทางตะวันออกเฉียงเหนือของเวเนซุเอลาและหมู่เกาะเวอร์จิน เติบโตบนชายฝั่งทะเลและป่าไม้บนเนินเขาเตี้ย ๆ และแนวลาดชันบนดินหินปูนที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 300 เมตรบางครั้งอาจถึง 600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์ม ต้นเดี่ยวขนาดกลาง ไม่มีหนาม สูงได้ถึง 2,5-15 (-21) เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5-20 ซม ลำต้นเปลือยไม่แตกสีเทา มีวงแหวนจาง ๆ จากรอยแผลเป็นจากใบและมีฐานใบเก่าทิ้งไว้ มักจะมีเส้นใยสีดำหนาอยู่บริเวณส่วนบนลำต้นด้านล่างใต้ใบ มีใบอยู่บนต้น15-20ใบ ก้านใบไม่มีร่องด้านบน ไม่มีหนาม ยาวประมาณ 100 ซม ใบรูปพัด (palmate) ขอบใบจักลึกครึ่งใบ แผ่นใบกว้าง1เมตร ด้านบนสีเขียว ด้านล่างใบสีเงิน ปลายใบย้อยห้อยลู่ลงเล็กน้อย เรียงแผ่กางออก ช่อดอกเกิดในกลุ่มใบ (interfoliar) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกสั้นกว่าใบยาว 1.5 เมตร. มีสาขาหลักมากถึง 10 สาขา ยาว 25-45 ซม. ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน มีทั้งดอกเพศผู้และเพศเมียมีกลิ่นหอม เกสรเพศผู้ 9-12 อัน ผลกลมสีม่วงดำขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-75 มม.ก้านผลยาว 1-5 มม. มี 1 เมล็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.8 ซม.ผิดปกติด้วยร่องแตกแขนงที่แคบตั้งแต่หกร่องขึ้นไป
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน (USDA Zones 9-12) ตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินอุดมสมบูรณ์ชื้นสม่ำเสมอ ดินมีการระบายน้ำดี ไม่เลือกดินมากนัก สามารถปรับตัวได้อย่างกว้างขวางและสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ไม่ดี ทนต่อการสัมผัสทะเลได้ดี อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว (สำหรับCoccothrinax) การบำรุงรักษาในระดับปานกลาง
การรดน้ำ---ชอบรดน้ำบ่อยๆ ปาล์มนี้จะทนต่อความแห้งกร้านเป็นครั้งคราวหากไม่ยืดเยื้อ อย่าปล่อยให้แช่ในน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด  
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช แต่อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มักจะถูกนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ มีผลทางภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับปลูกลงแปลงกลางแจ้งเดี่ยว ๆหรือเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวข้างทางริมถนน หรือในสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่
การใช้อื่น ๆ---บางครั้งพืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่นสำหรับมุงและทำไม้กวาด
ระยะออกผล---ในฤดูหนาวปาล์มอาจออกผลมากถึง 1,300 ทะลาย แต่ละทะลายอาจหนักได้ถึง 1 กิโลกรัม ซึ่งหมายความว่าปาล์มโตเต็มวัยอาจออกผลได้ 1,200 กิโลกรัม
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดสดระยะเวลาการงอกภายใน 3 เดือน เมล็ดมีอายุการเก็บรักษาไม่นานถ้าไม่มีการเก็บอย่างเหมาะสม


Borhidis Guano Palm /Coccothrinax borhidiana

[koh-koh-TRIH-naks] [bor-hid-ee-AHN-ah]

 

Picture 1---La Habana Botanical Garden, Cuba. Photo by Jason Schoneman. https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_borhidiana
Picture 2---Cuba, photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_borhidiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Coccothrinax borhidiana O.Muñiz.(1978)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:62348-2
ชื่อสามัญ---Borhidi's Guano Palm, Palma guano de Borhidi
ชื่ออื่น---[CUBA: Silberpalme, Yuraguano, Guano.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CCXSS (Preferred name: Coccothrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---แคริบเบียน - คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Coccothrinax' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก “coccos” = ผลไม้เล็ก ๆ และชื่อของสกุล"Thrinax" ประเภทที่พืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ชื่อสายพันธุ์ 'borhidiana' ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1970 โดยนักพฤกษศาสตร์คิวบาชื่อ Onaney Muñiz (1937-1992) ตั้งชื่อตาม Atila Borhidi (เกิด1932) นักพฤกษศาสตร์ชาวฮังการีที่รู้จักกันดีในการทำวิจัยพืชในคิวบาเขามีชื่อเสียงมากที่สุดในการทำงานอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอนุกรมวิธานพืช1982 ถึง1992
Coccothrinax borhidiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Onaney Muñiz (1937-1992) นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา ในปี1978

 

Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Coccothrinax_borhidiana

ที่อยู่อาศัย---พบได้ บริเวณชายหาดเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของคิวบาที่เรียกว่า Punta Guanos เท่านั้น ในดินที่เป็นหินปูน พืชพรรณส่วนใหญ่รอบ ๆมีลักษณะแคระแกรน
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นเรียวยาว สูง 2-7เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น  8 - 20 ซม.ลำต้นเปลือยไม่แตกสีเทา มีวงแหวนจาง ๆ จากรอยแผลเป็นจากใบและมีฐานใบเก่าทิ้งไว้ มีลักษณะที่โดดเด่นมากต่างจาก Coccothrinax ชนิดอื่นๆ ใบรูปพัด(palmate)เกือบกลม ก้านใบสั้นมาก ขอบใบจักลึกแบ่งเป็น19-22 ส่วน แผ่นใบหนา แข็งเหมือนแผ่นหนัง ด้านบนใบสีเขียวเข้มและด้านล่างสีเทาเงิน ใบเรียงเวียนเป็นก้นหอย (“spiral”) ช่อดอกเกิดในกลุ่มใบ (interfoliar) ช่อดอกตั้งขึ้นเรียวยาวกระทัดรัด ช่อดอกยาวกว่าก้านใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) สีขาวอมเหลือง ผลเกือบกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.7ซม.สีม่วงดำเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน (USDA Zones 9-12) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินอุดมสมบูรณ์ชื้นสม่ำเสมอ ชอบดินที่เป็นด่างถึงเป็นกลาง มีการระบายน้ำดี ไม่เลือกดินมากนัก สามารถปรับตัวได้อย่างกว้างขวางและสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ไม่ดี ทนต่อการสัมผัสทะเลได้ดี อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาในระดับปานกลาง
การรดน้ำ---ชอบรดน้ำบ่อยๆ ปาล์มนี้จะทนต่อความแห้งกร้านเป็นครั้งคราวหากไม่ยืดเยื้อ อย่าปล่อยให้แช่ในน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด  
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช แต่อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ได้รับการยกย่องจากหลาย ๆ คนว่าเป็นสมาชิกที่มีลักษณะที่สวยที่สุดในตระกูล Coccothrinax และมีค่ามากสำหรับนักสะสม
การใช้อื่น ๆ--- ใบไม้ใช้เป็นวัสดุมุง
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามโดยการพัฒนาและการเลี้ยงปศุสัตว์ ถูกจำกัดไว้ที่ Matanzasในบริเวณ พื้นที่อาศัยน้อยกว่า 8ไร่ มีปาล์มที่ต้นใหญ่อยู่ในป่าประมาณ 252 ต้น ถูกคุกคามด้วยไฟ การสร้างถนนและการสกัดน้ำมัน ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์--CR- CRITICALLY ENDANGERED B1+2c-ver 2.3- IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Moya, C. 1998. Coccothrinax borhidiana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38478A10115507. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38478A10115507.en. เข้าถึงเมื่อ15 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38478/10115507
- จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์
- จำเป็นต้องมีการวิจัย
ขยายพันธุ์---เมล็ด อัตราการงอก 32 - 44% ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


Hispaniola Belly Palm /Coccothrinax spissa

[koh-koh-TRIH-naks] [spees'-sah]

 

Picture 1---Dominican Republic, Bo-Göran Lundkvist giving scale.
Picture 2---Dominican Republic. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Coccothrinax spissa L.H.Bailey.(1939)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:62419-2#synonyms
---Pithodes spissa (Bailey) O.F.Cook.(1941)
ชื่อสามัญ---Hispaniola Belly Palm, Swollen silver thatch palm,Bani belly palm.
ชื่ออื่น---[DOMINICAN REPUBLIC: Guano, Guano barrigón, Guano manso.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---CCXSS (Preferred name: Coccothrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- เฮติและสาธารณรัฐโดมินิกัน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Coccothrinax' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก “coccos” = ผลไม้เล็ก ๆ และชื่อของสกุล"Thrinax" ประเภทที่พืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ชื่อสายพันธุ์ 'spissa' คิอคำคุณศัพท์ภาษาละติน 'spisus, a, um' = กระทัดรัด แน่นหนา อ้างอิงถึงช่อดอกกระทัดรัด
Coccothrinax spissa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Liberty Hyde Bailey (1858-1954) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ. 2482
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในเกาะ Hispaniola ในทะเลแคริบเบียน (เฮติและสาธารณรัฐโดมินิกัน) พบเติบโตในขอบของป่าและในพื้นที่เปิดโล่งกึ่งโดดเด่นด้วยพืช xerophilous (พืชที่ปรับตัวให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่แห้งมากหรือที่อยู่อาศัยที่มีความชื้นน้อย) ส่วนใหญ่บนดินหินปูนจากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 3-8 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20-30 ซม. ลำต้นสีเทาที่ผิดปกติมี "ท้อง" ที่บวมอยู่ตรงกลางลำต้น ใบรูปพัด (palmate) เกือบกลม ยาว 45-50 ซม. กว้าง 1.6-2 เมตร.สีเขียวเข้มด้านบนสีเงินด้านล่าง ใบค่อนข้างแข็ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 25-40 ซม.แตกกิ่งเป็นช่อกระจุก มีกิ่งหลัก 3-4 กิ่ง และมีหลายกิ่ง ยาว 8-11 ซม.มีดอกกระเทยอยู่บนก้านดอกยาว 1-3 มม.ผลรูปร่างกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.9-1.2 ซม. สีม่วงดำเมื่อสุก มีเมล็ด 1เมล็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4-0.8 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และในเขตอบอุ่น (USDA Zone 10a-11) สามารถต้านทานความเย็นได้ต่ำสุด (-1 °C) ในช่วงเวลาสั้น ๆ ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เติบโตได้ในดินทุกสภาพที่เป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างและมีการระบายน้ำดี ทนแล้ง ทนแรงลมและทนไอเค็มปานกลาง อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก การบำรุงรักษาปานกลาง
การรดน้ำ---ชอบรดน้ำบ่อยๆ ปาล์มนี้จะทนต่อความแห้งกร้านเป็นครั้งคราวหากไม่ยืดเยื้อ อย่าปล่อยให้แช่ในน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด  
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สามารถใช้ในงานจัดสวนใกล้ทะเลได้
การใช้อื่น ๆ---ใบไม้ถูกนำมาใช้เป็นที่อยู่อาศัย ทำเชือก เสื่อ กระเป๋า ไม้กวาด และงานฝีมืออื่น ๆ ที่ใช้กันทั่วไป
สถานภาพ---เป็นพืชพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของ Hispaniola [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม--- เนื่องจากการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานในเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้ที่อยู่อาศัยของมันลดลงอย่างมาก และการเพาะพันธุ์ในสต็อกที่ลดการฟื้นฟูตามธรรมชาติ จำนวนประชากรในธรรมชาติจึงลดลงอย่างมาก มากจนเป็นอันตรายต่อการอยู่รอดของมัน .
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ซึ่งก่อนหน้านำไปแช่ไว้ในน้ำเป็นเวลาสามวัน ในดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นที่อุณหภูมิ 26-28 °C โดยระยะเวลาการงอกจะเริ่มที่ประมาณหนึ่งเดือน


สกุล Colpothrinax (kol-poh-TRIH-naks) ปาล์มพื้นเมืองอเมริกากลางและแคริบเบียน มี3สายพันธุ์ที่ยอมรับ
1 Colpothrinax aphanopetala ถูกพบในอเมริกากลางตอนใต้ (จากตะวันออกเฉียงใต้ของนิการากัวไปจนถึงปานามา )
2 Colpothrinax cookii อยู่ทางตอนเหนือของอเมริกากลาง (จากเบลีซไปยังฮอนดูรัส )
3 Colpothrinax wrightii อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคิวบา (แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)

Udirbi Palm /Colpothrinax aphanopetala

[kol-poh-TRIH-naks] [ah-fan-oh-pet-AHL-ah]

 

Picture 1, 2---Panama. Photo: http://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_aphanopetala

ชื่อวิทยาศาสตร์---Colpothrinax aphanopetala R.Evans.(2001)
ชื่อพ้อง-No synonyms are recorded for this name. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:20002583-1
ชื่อสามัญ---Udirbi Palm,  
ชื่ออื่น---[PANAMA & COSTA RICA: Guágara.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KLTSS (Preferred name: Colpothrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คอสตาริกา นิการากัว  ปานามา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Colpothrinax' มาจากการรวมกันของคำในภาษากรีกว่า “cólpos” = เต้านม มดลูก ท้อง เนื่องจากลักษณะเฉพาะที่บวมบริเวณส่วนกลางของลำต้น จากชื่อสกุล "Thrinax" ซึ่งพืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ชื่อเฉพาะของสายพันธุ์ 'aphanopetala' หมายถึงกลีบกลีบดอกที่มีขนาดเล็ก มีพังผืด และไม่ปรากฏให้เห็นได้ง่ายของสปีชีส์นี้
Colpothrinax aphanopetala เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Evans, Randall Joe (Randy) (เขามีบทบาทมากที่สุดในปี1988 - 2001) นักสะสมพืช ในปี พ. ศ.2544
ที่อยู่อาศัย--- บนที่ราบลุ่มป่าดิบชื้น บนเนินลาดและยอดสันเขา พบในนิการากัวทางตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งใน แถบแคริบเบียน และมหาสมุทรแปซิฟิก ในคอสตาริก้า และปานามา  ที่ระดับความสูง 350-1,000 (-1,400) เมตร
ลักษณะ--- เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางสูง 15- 20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-25 ซม. ลำต้นของปาล์มอายุน้อยที่มีความสูงน้อยกว่าประมาณ 6-8 เมตรมักจะถูกหุ้มไว้ในเส้นใยฝักใบแบบถาวรหนา 20-30 ซม.เมื่อต้นอายุมากขึ้นเส้นใยลอกหลุดไปลำต้นจะเรียบและเป็นสีเทา มงกุฎทรงเกือบกลม มี12-30ใบ ก้านใบยาว 0.5–2 เมตร ใบรูปพัด (palmate) กว้าง1-2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้มด้านบนและสีซีดด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) แตกกิ่งก้านสาขายาว 1.50–2เมตร.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกไม้ได้รับการจัดเรียงเป็นเกลียว bractted อย่างประณีต ผลรูปกลมยาว 1.4-2 ซม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.6-2.1 ซม.ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกสีน้ำตาลดำ มีเมล็ดขนาด (1.0-1.3) x (1.2-1.5) ซม.1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ในการเพาะปลูกจะทำได้ดีในเขตอบอุ่น และภูมิอากาศเขตร้อนที่เย็นกว่า (USDA Zone 10a-11) เติบโตได้ดีในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวัน (แสงแแดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินมีความชื้นแต่ระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโต ค่อนข้างช้า  
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์--ใช้ปลูกประดับ C. aphanopetala ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักแม้แต่ในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบปาล์ม เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีการเพาะปลูก
การใช้อื่น ๆ---รายงานเฉพาะการใช้สำหรับ C. aphanopetala คือใบที่ใช้สำหรับมุง
การขยายพันธุ์---ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

Cook's Palm /Colpothrinax cookii

[kol-poh-TRIH-naks] [cook'-ee]


Picture 1, 2---ภาพถ่ายโดย Bo-Gran Lundkvist. http://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_cookii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Colpothrinax cookii Read. (1969)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:63418-2
ชื่อสามัญ---Cook's Palm, Shan
ชื่ออื่น--- [BELIZE: Guanu.]; [GUATEMALA: Xan, Shan.]; [HONDURUS: Suyate, Suyate colorado, Caral, guano.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KLTSS (Preferred name: Colpothrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ, กัวเตมาลา, และฮอนดูรัส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Colpothrinax' มาจากการรวมกันของคำในภาษากรีกว่า “cólpos” = เต้านม มดลูก ท้อง เนื่องจากลักษณะเฉพาะที่บวมบริเวณส่วนกลางของลำต้น จากชื่อสกุล "Thrinax" ซึ่งพืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ชื่อสายพันธุ์ 'cookii' ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Orator Fuller Cook ซึ่งพร้อมด้วย RF Griggs ที่ได้รวบรวมสายพันธุ์นี้เป็นครั้งแรกและได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรกว่ามันเป็นตัวแทนของอนุกรมวิธานใหม่
Colpothrinax cookii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Robert William Read (1931–2003) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ.2512
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิด เบลีซ, กัวเตมาลา, และฮอนดูรัส ถูกจำกัด บริเวณลาดชันและยอดสันเขาของป่าชื้น ที่ระดับความสูง 700-1,200 (-1,600) เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางสูง 7-8 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 35 ซม. ลำต้นรูปทรงกระบอกไม่บวม ลำต้นของปาล์มอายุน้อยที่มีความสูงน้อยกว่าประมาณ 6-8 เมตรมักจะถูกหุ้มไว้ในเส้นใยกาบใบแบบถาวรหนา 20-30 ซม. เมื่อต้นอายุมากขึ้นเส้นใยลอกหลุดไปลำต้นจะเรียบและเป็นสีเทา มงกุฎทรงเกือบกลมมี 20-30ใบ ใบรูปพัด(palmate) ก้านใบยาว1.5-2.5เมตร ใบมีสีเขียวเข้มด้านบนและสีซีดด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 1.2-2.1 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกบานสีเหลืองครีมมีกลิ่นแรง ผลอ่อนสีเขียวรูปกลมยาวขนาด 1.6-2.1 ซม. เมื่อสุกสีน้ำตาลดำ มี 1 เมล็ด ขนาด 1.0-1.2 x 1.3-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ในการเพาะปลูกจะทำได้ดีในเขตอบอุ่น และภูมิอากาศเขตร้อนที่เย็นกว่า (USDA Zone 10a-11) เติบโตได้ดีในตำแหน่งที่มีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ดินมีความชื้นแต่ระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโต ค่อนข้างช้า  
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มักไม่ค่อยพบในการเพาะปลูก
การใช้อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุงและทำไม้กวาด คนท้องถิ่นในฮอนดูรัสและเบลีซยอมรับว่ามีการจุดไฟเผาแผ่นใยกาบใบที่ปกคลุมลำต้นที่ติดไฟได้ง่ายเป็นเพียงการแสดงดอกไม้ไฟเท่านั้น
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Barrel Palm /Colpothrinax wrightii

[kol-poh-TRIH-naks] [RITE-ee]


Picture 1---Isle de la Juventud, Cuba, photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_wrightii
Picture 2---Cuba. Photo by Rolf Kyburz.https://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_wrightii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Colpothrinax wrightii Schaedtler.(1875)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77128388-1#synonyms
---Pritchardia wrightii (Schaedtler) Becc.(1908)
ชื่อสามัญ---Barrel palm, Belly palm, Bottle palm, Cuban barrel palm, Cuban belly palm, Cuban bottle palm.
ชื่ออื่น---[CUBA: Barrigona, Palma barrigona, Palma barrigona de la Vuelta Abajo.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KLTWR (Preferred name: Colpothrinax wrightii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากการรวมกันของสารสำคัญของกรีก “cólpos”  = เต้านม, มดลูก, ครรภ์, ท้อง, เนื่องจากลักษณะอาการบวมที่มีอยู่รอบ ๆ ส่วนกลางของลำต้นและ 'Thrinax'  ซึ่งพืชเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกัน ; ขื่อสายพันธุ์ 'wrightii' อุทิศเป็นเกียรติกับ Charles (Carlos) Wright (1811-1885) นักสำรวจพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน
Colpothrinax wrightii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Georg Schaedtler (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2418) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปีพ.ศ.2418


Picture 1---La Habana Botanical Garden, Cuba. Photo by Jason Schoneman.https://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_wrightii
Picture 2---Fairchild Tropical Botanic Garden, Florida. Photo by Dr. Carl E. Lewis/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_wrightii

ที่อยู่อาศัย---มึถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและแคริบเบียนจำกัด เฉพาะที่ Pinar del Río และ Isla de Pinos อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคิวบา ในสะวันนากึ่งแห้งแล้งส่วนใหญ่อยู่บนหาดทรายสีขาวและดินควอร์ติเฟอร์ ที่ระดับความสูง 0-200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 6-12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30-40ซม. ลำต้นบวมตรงกลาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซม.สีน้ำตาลเข้มและหยาบ
ลำต้นของปาล์มอายุน้อยที่มีความสูงน้อยกว่าประมาณ 3-5 เมตรมักจะถูกหุ้มไว้ในเส้นใยฝักใบแบบถาวรหนา 5-10 ซม. เมื่อต้นอายุมากขึ้นเส้นใยลอกหลุดไปลำต้นจะเรียบและเป็นสีเทา มงกุฎทรงเกือบกลม ใบรูปพัด (palmate) มี10-20ใบ ใบมีสีเขียวเข้มด้านบนและสีเงินด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างใบ(interfoliar)ยาว1.5เมตร ผล รูปกลมยาว 1.5-2 ซม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4-1.8 ซม.ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกสีน้ำตาลดำ มี1เมล็ดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสมเฉพาะกับโซนที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน โดยไม่มีอุณหภูมิแบกรับใกล้กับ 0 °C  (USDA Zones 10a-10b) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือแสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ดินร่วนซุย เป็นกลางหรือเป็นกรด เนื่องจากทนต่อความเป็นด่างได้ไม่ดี ชื้นสม่ำเสมอ ทนแล้ง ทนไอเค็มได้ปานกลาง การเจริญเติบโตช้าในช่วงแรก อัตราการเจริญเติบโต 12 ซม.ต่อปี บำรุงรักษาค่อนข้างต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำสัปดาห์ละสองครั้ง และทนต่อสภาวะแห้งแล้งได้
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีมูลค่าเป็นไม้ประดับอย่างน้อยก็ในส่วนของลำต้นที่บวมตรงกลางลำต้น สามารถใช้ได้กับสวนใกล้ทะเล
ใช้อื่น ๆ---ในท้องถิ่น ใบมักจะถูกนำมาใช้มุงเป็นที่อยู่อาศัย
- ลำต้นบวมนั้นถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่หลากหลายรวมถึงการทำเรือแคนู ถังน้ำ และรางน้ำ
- ผลไม้ถูกนำมาใช้ในการเลี้ยงปศุสัตว์ (หมู)
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการขยายตัวของพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูทำได้ไม่ดี จำนวนประชากรในธรรมชาติลดลงอย่างมากจนทำให้เสี่ยงต่อการอยู่รอด ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List (สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ) ว่าเป็น“ ความอ่อนแอ” (สปีชีส์ภายใต้ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ผิดธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1+2e - ver 2.3 - IUCN. Red List of Threatened Species (1998)
source: Moya, C. 1998. Colpothrinax wrightii. The IUCN Red List of Threatened Species 1998:e.T38485A10116457. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38485A10116457.en. เข้าถึงเมื่อ16 สิงหาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.palmpedia.net/wiki/Colpothrinax_wrightii   
แม้จะมีการกำจัดที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมันและการแสวงหาผลประโยชน์ของมัน C. wrightii ยังคงอยู่รอดได้อย่างต่อเนื่องในจำนวนประชากรที่กระจัดกระจายในพุ่มไม้และทุ่งหญ้า และเมื่อเร็ว ๆ นี้สายพันธุ์นี้ได้รับการคุ้มครองพิเศษเพื่อควบคุมการใช้ (Moya & Leiva 2000; Zona et a1. 2000). (R.J. Evans. 2001)/Palmweb.)
ขยายพันธุ์--- *ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ก่อนหน้านี้เก็บไว้ในน้ำเป็นเวลา 3 วัน ในดินร่วนปนทรายที่เป็นกรดหรือเป็นกลาง รักษาความชื้นไว้ที่อุณหภูมิ 26-28 °C โดยระยะเวลางอกเริ่มตั้งแต่ประมาณ 1 เดือน การเติบโตในช่วงแรกจะช้าเป็นพิเศษและอัตราการตายในช่วงเดือนแรกจะสูง https://www.monaconatureencyclopedia.com/colpothrinax-wrightii/?lang=en


สกุล Cryosophila (kry-oh-soh-FEE-lah) เป็นประเภทของปาล์มพัดขนาดกลางที่หลากหลายจากภาคกลางของเม็กซิโกไปทางตอนเหนือของประเทศโคลอมเบีย สปีชี่ส์ในสกุลสามารถจำแนกได้อย่างง่ายดายจากจำพวกที่เกี่ยวข้อง โดยมีหนามแหลมที่ชี้ลงด้านล่าง ซึ่งเป็นรากที่ดัดแปลง และเป็นที่รู้จักกันในนาม Root Spine Palm
สายพันธุ์ที่ยอมรับได้ 10 สายพันธุ์
1 Cryosophila bartlettii R.J.Evans  - ปานามา    
2 Cryosophila cookii Bartlett    -คอสตาริกา
3 Cryosophila grayumii R.J.Evans    -คอสตาริกา
4 Cryosophila guagara P.H.Allen      - คอสตาริกา, ปานามา
5 Cryosophila kalbreyeri (Dammer ex Burret) Dahlgren    -โคลัมเบีย , ปานามา
6 Cryosophila macrocarpa R.J.Evans    -ภูมิภาค Choc?ของโคลัมเบีย
7 Cryosophila nana (Kunth) Blume    -เม็กซิโก :ซีนาโลอา ,นายาริต ,ฮาลิสโก ,โกลีมา ,เกร์เรโร ,มิโชอากัง
8 Cryosophila stauracantha (Heynh.) R.J.Evans-เบลีซ ,กัวเตมาลา ,ฮอนดูรัส , เม็กซิโก: Chiapas, Tabasco
9 Cryosophila warscewiczii (H.Wendl.) Bartlett    - ปานามา, คอสตาริกา, นิการากัว, ฮอนดูรัส
10 Cryosophila williamsii P.H.Allen    - ฮอนดูรัส
หลายชนิดในสกุลที่ใกล้สูญพันธุ์  และ สูญพันธุ์ในป่า รวมทั้ง Cryosophila williamsii ซึ่งเป็นไปตามบัญชีแดงของ IUCN
สกุลที่ใกล้ชิดได้แก่สกุล Schippia (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)

Barbasco Palm /Cryosophila kalbreyeri

[kry-oh-soh-FEE-lah] [kahl-bree-ehr'-ee]


Picture 1---Fairchild Tropical Botanic Garden, Miami, Florida. Photo by Dr. Scott Zona.https://www.palmpedia.net/wiki/Cryosophila_kalbreyeri
Picture 2---Quinido Botanical Gardens, near Armenia, Colombia. Photo by Stephen Villiers.https://www.palmpedia.net/wiki/Cryosophila_kalbreyeri  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cryosophila kalbreyeri (Dammer ex Burret) Dahlgren. (1936)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666356-1#synonyms
---Basionym: Acanthorhiza kalbreyeri Dammer ex Burret.(1932) https://www.gbif.org/species/2731944
ชื่อสามัญ--- Barbasco Palm.
ชื่ออื่น---[COLOMBIA: Palmicha.]; [SPANISH: Palma Escoba.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---QOHSS (Preferred name: Cryosophila sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โคลัมเบีย, ปานามา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cryosophyla' เป็นชื่อสกุลที่ไม่ค่อยได้รับการชี้แจงซึ่งดูเหมือนจะมาจากภาษากรีกโบราณ 'crios' = "goat" และ 'phila' = "loving" แต่ความหมายนี้ดูไร้สาระ ; ชื่อสายพันธุ์ 'kalbreyeri' ได้รับการตั้งชื่อตาม Guillermo Kalbreyer (1847-1912) นักสะสมพืชสมัยวิคตอเรียชาวเยอรมัน
Cryosophila kalbreyeri เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย (Carl Lebrecht Udo Dammer (1860–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Bror Eric Dahlgren (1877–1961) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายสวีเดนในปีพ.ศ.2475
Accepted Infraspecifics
Includes 2 Accepted Infraspecifics;-
---Cryosophila kalbreyeri subsp. cogolloi R.J.Evans.(1995) - พบในโคลัมเบียเท่านั้น
---Cryosophila kalbreyeri subsp. kalbreyeri - พบใน โคลัมเบีย, ปานามา
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มพื้นเมืองมีถิ่นกำเนิดในปานามาตะวันออก (Andes, Llanura del Caribe, Pacífico) ไปจนถึง Valle del Magdalena โคลัมเบียตะวันตก ในที่ราบลุ่มถึงป่าฝนเขตร้อน บนพื้นที่ที่ไม่ถูกรบกวน ที่ระดับความสูง 300-1,200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำตัวเรียวยาวมากสูงถึง 5 เมตร  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 4-20 ซม มีหนามยาวมากชี้ลงซึ่งเกิดจากรากดัดแปลง ครอบตลุมลำต้นหนาแน่น อันเป็นลักษณะเด่นในสกุลนี้ ใบกลมรูปพัด (palmate) สีเขียวอ่อนด้านบนและสีขาวเงินด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น(monoecious)ดอกสีขาว ผลเรียบสีขาวมี1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในเขตร้อนและภูมิอากาศอบอุ่น (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินที่ระบายน้ำดี มีความชื้นในดินอย่างต่อเนื่อง อัตราการเจริญเติบโต ค่อนข้างช้า
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ไม่ค่อยพบเห็นในการเพาะปลูก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากที่อยู่อาศัยดั้งเดิมส่วนใหญ่ได้รับการดัดแปลงเพื่อการเกษตรและสายพันธุ์กลายเป็นของหายากหรือไม่มีอยู่ในสถานที่ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN RED LIST หมวดหมู่และเกณฑ์ " ความเสี่ยงต่ำกว่า /ใกล้ถูกคุกคาม "
สถานะการอนุรักษ์---Lower Risk/near threatened - ver 2.3 -IUCN Red List of Threatened Species.(1998)
source: Evans, R. 1998. Cryosophila kalbreyeri. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38498A10118895. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38498A10118895.en.  เข้าถึงเมื่อ16 สิงหาคม 2566
สถานะการอนุรักษ์ทั้งสองชนิดย่อย--- ได้รับการพิจารณาว่าใกล้ถูกคุกคาม  NT - Near Threatened  โดย Instituto de Investigacion de Recursos Biologicos Alexander von Humboldt.https://www.iucnredlist.org/species/38498/10118895
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด  

Root Spine Palm /Cryosophila stauracantha

[kry-oh-soh-FEE-lah] [staw-rah-KAHN-tah]


Picture 1, 2---Paneawa Zoo - Hilo, Hawaii.https://www.palmpedia.net/wiki/Cryosophila_stauracantha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cryosophila stauracantha (Heynh.) R.J.Evans (1995)
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-51866
---Basionym: Acanthorhiza stauracantha (Heynh.) H.Wendl. ex Linden (1871) https://www.gbif.org/species/2731925
---Acanthorhiza collinsii O.F.Cook (1941)
---Chamaerops stauracantha Heynh.(1846)
---Cryosophila argentea Bartlett.(1935)
---Cryosophila bifurcata Lundell.(1945)
ชื่อสามัญ--- Root spine Palm, Silver rootspine palm.
ชื่ออื่น---[BELIZE: Give-and-take Palm.];[GUATEMALA & MEXICO: Escoba, Palo de escoba, Guano kurn, Kuano k’uum.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---QOHST (Preferred name: Cryosophila stauracantha.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของพืชสกุล 'Cryosophila' คือการรวมกันของสารสำคัญของกรีก “cryos” = น้ำค้างแข็ง, เย็นและ “philos” = เพื่อน ; ชื่อของสายพันธุ์ 'stauracantha' คือการรวมกันของสารสำคัญกรีก “stauros” = เสาและ "acantha” = หนาม มีการอ้างอิงถึงรากยาวคล้ายกับเงี่ยงที่ปรากฏตามลำต้น
- ในชื่อสามัญของ BELIZE คือ Give-and-take Palm หมายถึงหนามที่อาจทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรง (give) ; ส่วนด้านในของก้านใบและโคนใบมีเส้นใยเหนียวใช้ทาลงบนบาดแผล สำหรับห้ามเลือด บรรเทาอาการและฆ่าเชิ้อ (take)
Cryosophila stauracantha เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Gustav Heynhold (1800-1860) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Evans, Randall Joe (Randy)(เขามีบทบาทมากที่สุดในปี1988 - 2001) นักสะสมพืช ในปี พ.ศ.2538

 

Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Cryosophila_stauracantha

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศเบลีซ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเม็กซิโก (Campeche, Chiapas, Quintana Roo and Tabasco) ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่ระดับความสูง 0-1,200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวลำต้นตั้งตรงสูงถึง 9-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 6-12 ซม. สีเทาปกคลุมด้วยรากดัดแปลงมีหนามปลายชี้ลง มีรากค้ำยันสูงถึง 30 ซม.ใบรูปพัด (palmate) ยาว 1.8 เมตร สีเขียวเข้มด้านบนและสีเทาขาวด้านล่าง ใบค่อนข้างบางและมีแนวโน้มที่จะเสียหายจากลม ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกยาว 0.50-0.90 เมตร ดอกกระเทยสีขาว ผลรูปกลมสีขาวขนาด 1.2-1.4 ซม.มี 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศเขตร้อนกึ่งเขตร้อน กับในเขตอบอุ่นทั่วไป (USDA Zone 9b-11) อุณหภูมิต่ำสุด  (-2°C) ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) และในร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน)โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อน มีที่กำบังและชุ่มชื้น ดินที่มีการระบายน้ำดี ดินเป็นด่างเล็กน้อยและอุดมไปด้วยสารอินทรีย์ pH 6.6-7.8 มีความชื้นในดินอย่างต่อเนื่อง อัตราการเจริญเติบโต ช้า
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ และรักษาความชื้นไว้ตลอดเวลา ระวังอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาศัตรูพืชหรือโรคที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ หลีกเลี่ยงปลูกในพื้นที่สัญจร ที่อาจเกิดอันตรายจากหนาม
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ส่วนด้านในของก้านใบและโคนใบมีเส้นใยเหนียวใช้ทาลงบนบาดแผล สำหรับห้ามเลือด บรรเทาอาการและฆ่าเชิ้อ © Giuseppe Mazza
ใช้ปลูกประดับ---การนำมาใช้ในงานภูมิทัศน์ มักใช้ปลูกเดี่ยว หรือปลูกเป็นกลุ่ม ลงแปลงในพื้นที่ร่มรื่น ตามสวนสาธารณะและสวนทั่วไป ทำได้ดีมากในฐานะพืชในบ้านเช่นกัน
การใช้อื่น ๆ---ลำต้นถูกนำมาใช้โดยประชากรในท้องถิ่นในการก่อสร้าง ใบมุงเป็นที่พักชั่วคราว
- ใบที่ทุบแล้วแช่ในน้ำ ใช้จับปลา ซึ่งมีผลทำให้ปลาเป็นอัมพาตชั่วคราว จึงช่วยให้จับได้ง่ายขึ้น
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species.(2021)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Cryosophila stauracantha. The IUCN Red List of Threatened Species 2022:e.T55957667A55957727.https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T55957667A55957727.en. Accessed on 16 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/55957667/55957727
- มี 17 คอลเลคชัน นอกสถานที่ (BGCI 2021) ชื่อพ้องCryosophila argenteaได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามรายชื่อชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010)
- ในเบลีซ สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตอนุรักษ์ "Rio Bravo" และเขตป่าสงวน "Columbia" และ "Deep River" ในกัวเตมาลามันเกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล "มายา" ในเม็กซิโก มันยังเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองพืชและสัตว์ "Nahá" (เชียปัส), "Cañón del Usumacinta" (ทาบาสโก); เขตสงวนชีวมณฑล "Montes Azules" (เชียปัส), "Calakmul" (กัมเปเช); และในอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ "Yaxchilan" (เชียปัส), "Bonampak" (เชียปัส)
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดแช่ไว้ในน้ำก่อนเป็นเวลา 2 วัน ระยะเวลางอกเริ่มตั้งแต่ 4 เดือน ที่อุณหภูมิ 24°C - 28°C


สกุล Cyphokentia (sigh-foh-kent-EE-ah) เป็นประเภทปาล์มมีถิ่นที่อยู่ในนิวแคลิโดเนีย มี 2 สายพันธุ์ที่ยอมรับได้แก่
1 Cyphokentia cerifera (H.E.Moore) Pintaud & WJBaker.
2 Cyphokentia macrostachya Pancher ex Brongn.(แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)

Moratia Palm /Cyphokentia cerifera

[sigh-foh-kent-EE-ah] [seh-rih-FEHR-ah]


Picture 1---Col d'Amos, New Caledonia. Photo by Dr. Jean-Christophe Pintaud/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphokentia_cerifera
Picture 2---Col d'Amos, New Caledonia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphokentia_cerifera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphokentia cerifera (H.E.Moore) Pintaud & W.J.Baker. (2008)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77090322-1#synonyms
---Basionym: Moratia cerifera H.E.Moore.(1980).https://www.gbif.org/species/2739211
ชื่อสามัญ---Moratia Palm
ชื่ออื่น----Unknown (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---QYTSS (Preferred name: Cyphokentia sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cyphokentia' ตั้งชื่อจาก คำภาษา กรีกสองคำ 'kyphos' = งอ, humped และ "Kentia" ซึ่งเคยเป็นสกุลปาล์ม ; ชื่อของสายพันธุ์ 'cerifera' แปลว่า "ใหญ่" และ "หนามแหลม" ซึ่งอธิบายถึงช่อดอก   
Cyphokentia cerifera เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHarold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Jean-Christophe Pintaud (1970–2015) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและ William John Baker (1972–) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2551


Picture 1, 2---Col d'Amos, New Caledonia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens,Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphokentia_cerifera

ที่อยู่อาศัย---มีการกระจายที่ไม่ต่อเนื่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ La Grande-Terre นิวแคลิโดเนีย พบมากที่สุดบนเนินเขาด้านตะวันออกของ Mt. Panie เกิดขึ้นในป่าชื้นหนาแน่นซึ่งมักจะเป็นต้นไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม หรือป่าภูเขา บนดินที่ได้จากหิน schistose ที่ระดับความสูง 400-1,600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 18-20ซม. มงกุฎสีส้มแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง จากนั้นปกคลุมด้วยสีขาวเหมือนแป้งคลือบด้วยแว็กซ์หนาโดยมีสีส้มแดงอยู่ด้านล่าง มีใบ 8-10 ใบในมงกุฎ ใบรูปขนนก (pinnate)โค้งยาว 1-1.8 เมตร ก้านใบยาว 10-22 ซม.ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวและสีน้ำตาล กาบใบ 50 -95 ซม. สีส้มหรือชมพูถึงม่วงและปกคลุมด้วยขี้ผึ้งสีขาวด้านนอกสีส้มด้านใน ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว1-1.5เมตร สีส้มสีเขียวหรือสีเขียวคล้ำ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลกลมหนา สีแดงถึงดำเมื่อสุก ขนาด 1.1-1.3 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 0.6-0.8 ซม.  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อนชื้น (USDA hardiness zones: 10a) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ชุ่มชื้น ดินที่อุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ค่อนข้างหายากในการเพาะปลูกเนื่องจากความยากลำบากในการงอกของเมล็ดและการเติบโตที่ช้ามาก
สถานภาพ---เป็นพืชพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามจากทั่วโลก ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นระบุว่ามาจากสิ่งมีชีวิตชนิดรุกราน: การทำลายเมล็ดพืชโดยหนูการทำลายต้นกล้าและความเสียหายที่อยู่อาศัยโดยกวางรูซา (Rusa timorensis) และสุกรป่ารวมถึงความเสียหายที่อยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกับไฟป่าที่ไม่มีการควบคุม ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้ถูกคุกคาม' [NT - ใกล้จะมีคุณสมบัติที่มีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคามโดยไม่มีมาตรการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องหรือใกล้สูญพันธุ์และ/หรืออาจมีคุณสมบัติในอนาคตอันใกล้.]
สถานะการอนุรักษ์---NT - Near Threatened B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Cyphokentia cerifera . IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38612A115777101 https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38612A115777101.en _ เข้าถึงเมื่อ17 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38612/115777101
Cyphokentia ceriferaได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองแห่งเดียว: Mont Panié.
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด มีรายงานว่างอกได้ยากมาก


สกุล Cyphophoenix (sigh-foh-FEH-niks) เป็นประเภทของปาล์ม มี 4 สายพันธุ์ ที่รู้จักกันใน นิวแคลิโดเนีย ความสัมพันธ์ระหว่าง Cyphophoenixและสกุลอื่น ๆ ของเผ่า Basseliniinaeรวมทั้ง Physokentiaและ New Caledonia เฉพาะถิ่น Burretiokentiaไม่ชัดเจน
1 Cyphophoenix alba (H.E.Moore) Pintaud & W.J.Baker.   
2 Cyphophoenix elegans (Brongn. & Gris) H.Wendl. ex Salomon.   
3 Cyphophoenix fulcita (Brongn.) Hook.f. ex Salomon.   
4 Cyphophoenix nucele H.E.Moore. (แสดงในหน้านี้ 4 สายพันธุ์)

White Crownshaft Palm /Cyphophoenix alba

[sigh-foh-FEH-niks] [ALL-bah]


Picture 1---Mt Panie, New Caledonia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_alba
Picture 2---Floribunda Palms, Hawaii, photo by BGL https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_alba

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphophoenix alba (H.E.Moore) Pintaud & W.J.Baker.(2008).
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77090319-1#synonyms
---Basionym: Veillonia alba H.E.Moore. (1978) https://species.wikimedia.org/wiki/Cyphophoenix_alba
ชื่อสามัญ---White Crownshaft Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 292674 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid292674) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?id=115463
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cyphophoenix' มาจากการรวมคำ ภาษากรีก 'kyphos' =  งอ, humped  และ 'phoenix'  ชื่อทั่วไปสำหรับปาล์มในการอ้างอิงถึงจุดที่น่าประหลาดใจ ขั้วที่โดดเด่นที่ยังคงอยู่ติดอยู่กับผล ; ชื่อสายพันธุ์ 'alba' = สีขาว  
- ชื่อสกุลก่อนหน้านี้ 'Veillonia' ให้เกียรติ M. Jean-Marie Veillon จาก ORSTOM ที่ Noumea ซึ่งเป็นผู้ร่วมสะสมพืชสกุลนี้
Cyphophoenix alba เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHarold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Jean-Christophe Pintaud (1970–2015) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและ William John Baker (1972–) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2551


Picture 1---Location: Mt. Panié, New Caledonia. Photo by Bryan. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_alba
Picture 2--Mt Panie, New Caledonia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_alba

ที่อยู่อาศัย---พบได้ทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Grande Terre (เกาะหลัก) ในนิวแคลิโดเนีย มักถูกพบใน Mont Panié เกิดขึ้นในป่าชื้นบนดินที่ได้จากหิน Schistose ตั้งแต่ระดับความสูง 10-700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 7 เมตรหรือมากกว่า ในที่อยู่อาศัยจะสูงถึง 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 12 -15 ซม. สีเขียวหรือสีเทา ช่วงล่างสีน้ำตาล ที่โคนขยายตัวเล็กน้อย ลำต้นมองเห็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบชัดเจน ในส่วนที่อ่อนจะมีแว็กซ์สีขาวปกคลุม มงกุฎตั้งตรงสีเขียวเข้ม คอยอดยาว 0.60 -1.2 เมตร มีขนสีน้ำตาลแดง หรือ สีน้ำตาลแดงปนชมพูหนาแน่น ปกคลุมด้วยแว็กซ์สีขาวเหมือนขี้ผึ้ง มีใบ 6-10 ใบในมงกุฎ ใบ เป็น ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) ทางใบยาวประมาณ 2.8 - 3 เมตร ก้านใบยาว 0.30 - 0.60 เมตร ใบย่อยมี 44-46 ใบในแต่ละด้าน จัดเรียงในระนาบ สีเขียวเข้ม ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกที่คอยอด (infrafoliar) แตกแขนงหนึ่งหรือสองกิ่ง ช่อดอกปกคลุมด้วยไขสีขาวเมื่อยังอ่อน โค้งค่อนข้างมาก ห้อยและงอเล็กน้อย ยาว 0.30 ซม.ผลรูปไข่สีแดงเป็นสีน้ำตาลเมื่อสุก. ขนาด 1.2-1.3 ซม.เมล็ดสีน้ำตาล มี 1 เมล็ด ขนาด 12 มม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 7 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะที่สุดสำหรับสภาพอากาศชื้น เขตร้อน และกึ่งเขตร้อน (USDA zone: 10a-11.) ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน)ใกล้ชายทะเล หรือแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ดินชื้นสม่ำเสมอ ดินร่วนปนทรายลึกที่อุดมสมบูรณ์ เป็นกรด และระบายน้ำได้ดี แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเขตร้อนที่หลากหลาย ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง เป็นดินลูกรังมาก เป็นหินมาก หรือเป็นดินเลน อัตราการเจริญเติบโตช้ามากโดยใช้เวลาประมาณ 25 ปีจึงจะโตเต็มที่ การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับตามอาคาร บ้านเรือน เป็นคอลเล็คชั่นสำหรับนักสะสมปาล์ม ใช้ในงานภูมิทัศน์ในสวนสาธารณะ และ มักพบในสวนพฤกษศาสตร์
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน การทำลายเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าโดยหนูและกวางรูซา (Rusa timorensis) แต่เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นและมีการงอกใหม่ที่ดี ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Cyphophoenix alba. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T115735348A115774683. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T115735348A115774683.en. เข้าถึงเมื่อ17 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/115735348/115774683
Cyphophoenix albaได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองแห่งเดียวที่ Mont Panié
การขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดพันธุ์หายาก การงอกช้าและการเจริญเติบโตของต้นกล้าต้องใช้ความอดทน

Cyphophoenix elegans

[sigh-foh-FEH-niks] [EHL-eh-ganz]


Picture 1---Rivire Parari, New Caledonia. Photo by Dr. Jean-Christophe Pintaud/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_elegans
Picture 2---Col d'Amos, New Caledonia. Photo by Bryan.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_elegans

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphophoenix elegans (Brongn. & Gris) H.Wendl. ex Salomon. (1884)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666389-1#synonyms
---Basionym: Kentia elegans Brongn. & Gris. (1864) https://species.wikimedia.org/wiki/Cyphophoenix_elegans
ชื่อสามัญ---None (Not recorded.)
ชื่ออื่น---Unknown (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 293163 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid293163) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=293163&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cyphophoenix' มาจากการรวมคำ ภาษากรีก 'kyphos' =  งอ, humped  และ 'phoenix'  ชื่อทั่วไปสำหรับปาล์มในการอ้างอิงถึงจุดที่น่าประหลาดใจ ขั้วที่โดดเด่นที่ยังคงอยู่ติดอยู่กับผล ; ชื่อสายพันธุ์ 'elegans'มาจากคำคุณศัพท์ภาษาละติน 'elegams, -antis' = สง่างาม
Cyphophoenix elegans เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Adolphe Théodore Brongniart (1801 - 1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและ Jean Antoine Arthur Gris (1829-1872) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากผู้เขียนอดีต Carl E.Salomon (1829-1899)นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ.2437
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือที่เติบโตในป่าชื้นบนหินดินดานลึก (schistose) ที่เป็นกรดซึ่งอยู่ใกล้กับน้ำลึก ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,200 เมตร



Picture---Col d'Amoss 550m, New Caledonia. Photo by Dr. Jean-Christophe Pintaud/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_elegans

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางไม่มีหนาม สูงถึง 8-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-20 ซม.สีเขียวเรียบ ลำต้นมองเห็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบชัดเจน มงกุฎตั้งตรงสีเขียวเข้ม คอยอดยาว 0.60-0.90 เมตร สีเขียวมะกอกมีขนสีเทาบางๆปกคลุม มีใบ6-10ใบในมงกุฎ ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบยาวประมาณ 2เมตร ก้านใบยาว 10-20 ซม.ด้านบนเกลี้ยงสั้น มีเกล็ดถึงด้านล่างเป็นหนาม ใบย่อยมี 25-27 ใบในแต่ละด้าน จัดเรียงในระนาบ สีเขียวเข้ม ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 50-90ซม.ช่อดอกเป็นแบบ proterandous (ดอกเพศผู้สุกก่อนดอกเพศเมียซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดการตกของไข่ที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์) ผลรูปไข่เมื่อสุกสีแดงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล.ขนาด 1.5-2 ซม.มีรอยตำหนิที่ปลายผล เมล็ดสีน้ำตาลมี 1เมล็ดขนาด 0.7-1.7 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะที่สุดสำหรับสภาพอากาศชื้น เขตร้อน และกึ่งเขตร้อน แต่สามารถทนต่อความเย็นจัดได้บางส่วน (USDA zone: 9b-11.) อุณหภูมิที่ทนได้คือประมาณ 0 °C หรือน้อยกว่านั้นเพียงเล็กน้อยเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน)ใกล้ชายทะเล หรือแลงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ดินชื้นสม่ำเสมอ ดินร่วนปนทรายลึกที่อุดมสมบูรณ์ เป็นกรด และระบายน้ำได้ดี แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเขตร้อนที่หลากหลาย ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง เป็นดินลูกรังมาก เป็นหินมาก หรือเป็นดินเลน ค่อนข้างทนทานต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายมากมาย อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปริมาณมาก รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง นี่เป็นหนึ่งในปาล์ม 'เขตร้อน' ไม่กี่ชนิดที่ไม่มีแม้แต่ปลายใบสีน้ำตาล ตราบใดที่ได้รับน้ำปริมาณมาก
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง ระวัง แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม (Aleurotrachelus atratus )
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์--ใช้เป็นไม้ประดับ ไม่ค่อยได้รับการเพาะปลูก เป็นปาล์มที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่โตช้าเกินไปที่จะมีค่าต่อการปลูกเพื่อใช้จัดสวนเชิงพาณิชย์ใด ๆแต่เป็นปาล์มของนักสะสมที่ยอดเยี่ยม เหมาะอย่างยิ่งในพื้นที่สวนที่มีจำกัด และวางแผนสำหรับปาล์มขนาดเล็กไว้อย่างดี อย่างน้อยอยู่ได้หลายสิบปี นอกจากนี้แล้วยังเหมาะเป็นปาล์มกระถางอย่างยิ่ง  และมักพบในสวนพฤกษศาสตร์
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามหลักมาจากความเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัยของป่าที่เกิดจากไฟป่าบ่อยครั้งในภูมิภาค Amos และผลกระทบที่เป็นไปได้จากสายพันธุ์ที่รุกราน: การปล้นสะดมของเมล็ดพืชโดยหนู การทำลายกล้าไม้โดยกวาง และการทำลายที่อยู่อาศัยโดยสุกร ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List  ประเภท ' มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่า' (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต)
สถานะการอนุรักษ์---EN- ENDANGERED B1ab(iii,v)+2ab(iii,v) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A.A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2020. Cyphophoenix elegans (amended version of 2017 assessment). The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T38501A185102957. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T38501A185102957.en.  เข้าถึงเมื่อ17 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38501/185102957
- Cyphophoenix elegansได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และ Province Sud แต่จะไม่เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองใดๆ
- ขอแนะนำให้แจ้ง DSCGR (บริการฉุกเฉิน) ซึ่งรับผิดชอบในการประสานงานของความพยายามดับเพลิงเกี่ยวกับการมีอยู่ของสายพันธุ์ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
- แนะนำให้ส่งเสริมการปลูกในสถานเพาะชำ เพื่อรวมเข้ากับการวางแผนพื้นที่สีเขียวในอนาคต และเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด การงอกนั้นค่อนข้างง่าย ใช้ระยะเวลาในการงอก 2 เดือน การเจริญเติบโตของต้นกล้านั้นรวดเร็ว

New Caledonian Stilt Root Palm /Cyphophoenix fulcita

[sigh-foh-FEH-niks] [fool-SEET-ah]


Picture 1---NEW CALEDONIA: Riviere Bleue, 11 November 1978.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_fulcita
Picture 2---NEW CALEDONIA: Nekando', 25 October 1978.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_fulcita
 
ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphophoenix fulcita (Brongn.) Hook.f. ex Salomon (1887)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666390-1#synonyms
---Basionym: Kentia fulcita Brongn.(1873) https://www.gbif.org/species/2739101
---Campecarpus fulcitus (Brongn.) H.Wendl. ex Becc.(1920)
ชื่อสามัญ---New Caledonian Stilt Root Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 292657 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid292657) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=292657&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล 'Cyphophoenix' มาจากการรวมคำ ภาษากรีก 'kyphos' =  งอ, humped  และ 'phoenix'  ชื่อทั่วไปสำหรับปาล์มในการอ้างอิงถึงจุดที่น่าประหลาดใจ ขั้วที่โดดเด่นที่ยังคงอยู่ติดอยู่กับผล ; ชื่อสายพันธุ์ 'fulcita' จากภาษาละติน "fulcitus" = "propped up" ซึ่งหมายถึงรากค้ำยันซึ่งทำให้สายพันธุ์นี้ง่ายต่อการระบุในที่อยู่อาศัย.
Cyphophoenix fulcita เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยAdolphe Théodore Brongniart (1801 - 1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและ Jean Antoine Arthur Gris (1829-1872) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Sir Joseph Dalton Hooker (1817-1911) นักพฤกษศาสตร์ นักชีววิทยาและศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ จากผู้เขียนอดีต Carl E.Salomon (1829-1899) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปีพ.ศ.2430
- ถูกวางไว้ก่อนหน้านี้ ในสกุล Campecarpus ซึ่งเป็น monotypic genus มีสายพันธุ์เดียวในสกุล คือ Campecarpus fulcitus

 

Picture 1, 2---New Caledonia.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_fulcita

ที่อยู่อาศัย---จำกัดอยู่ทางตอนใต้สุดของ Grande Terre (เกาะหลัก) นิวแคลิโดเนีย เติบโตในป่าฝนที่ต่ำ เป็นภูเขาและโขดหินคดเคี้ยวชั้นล่าง บนพื้นผิวหินกัดเซาะ พื้นผิวตื้นๆบนพื้นผิว ultramafic ที่ระดับความสูง 200-750 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูงถึง7-13เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น25 ซม. มีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเด่นชัด มีรากค้ำยันโคนต้นสูงถึง 2 เมตร มงกุฎสีเขียวขาว ฐานคอยอดบวม ยาว0.70-0.90 เมตร ปกคลุมด้วยขน สีเขียวมะกอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและหนาขึ้น  ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว 3เมตร ใบสีเขียวเข้มแผ่กระจายตั้งขึ้น ทางใบยาว 1.85-2.5 เมตร ทางใบและก้านใบมีขนหรือขุยสีแดง ช่อดอกออกในกลุ่มใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจัดเรียงเป็นTriads (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ผลรูปไข่สีดำเมื่อสุก เปลือกผล เกลี้ยง เปลือกชั้นในมีเนื้อและเป็นเส้น ๆ มีเมล็ดที่มีรูปร่างคล้ายกัน 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน (USDA zone: 10a-11.) ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน)ใกล้ชายทะเล หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) สามารถปรับให้เข้ากับช่วงของดิน ที่มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก (พบเห็นได้น้อยมากในการเพาะปลูก)
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปริมาณมาก รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง ระวัง แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม (Aleurotrachelus atratus )
รู้จักอ้นตราย---Unknown                                                                                                                                               การใช้ประโยชน์---ไม่ถูกบันทึก
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามทั่วโลกแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน: การทำลายเมล็ดโดยหนูการทำลายต้นกล้าโดยกวางรูซา (Rusa timorensis) ความเสียหายที่อยู่อาศัยของสุกรตลอดจนกิจกรรมการขุดและการเกิดเพลิงไหม้ และเนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางตอนใต้ของนิวแคลิโดเนีย ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Cyphophoenix fulcita. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38464A115774542. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38464A115774542.en. เข้าถึงเมื่อ17 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38464/115774542
สายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัดนอร์ดCyphophoenix fulcitaมีอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง 8 แห่ง ได้แก่ Pic du grand Kaori, Barrage de Yaté, Montagne des Sources, Rivière bleue, Haute Yaté, Vallée de la Thy, Foret Nord และ Pic du Pin
การขยายพันธุ์---เมล็ด

Lifou Palm /Cyphophoenix nucele

[sigh-foh-FEH-niks] [noo-SEH-leh]



Picture 1---Bill Austin's Garden, Hawaii. Photo by Jack Sayers.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_nucele
Picture 2---Jeff won three awards, including Best of Show for his large 25 gallon Cyphophoenix nucele.Photo by Ryan D. Gallivan, Searle Brothers Nursery, FL.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_nucele

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphophoenix nucele H.E.Moore (1976).
ชื่อพ้อง-No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666391-1
ชื่อสามัญ---Lifou Palm, White Neck New Caledonia
ชื่ออื่น---None (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 115463 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid115463) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?id=115463
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cyphophoenix' มาจากการรวมคำ ภาษากรีก 'kyphos' = งอ,humped  และ 'phoenix' ชื่อทั่วไปสำหรับปาล์มในการอ้างอิงถึงจุดที่น่าประหลาดใจ ขั้วที่โดดเด่นที่ยังคงอยู่ติดอยู่กับผล;ชื่อของสายพันธุ์ 'nucele' จากภาษาฝรั่งเศส 'nucelle'=“little nut”
Cyphophoenix nucele เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2519
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มพื้นเมืองมีเฉพาะถิ่นที่จำกัด อยู่ในพื้นที่แห่งเดียว ในเกาะ Lifou นิวแคลิโดเนีย เติบโตบนหินปูนที่ยกขึ้นจากหินปะการังในสถานที่แห่งเดียวจาก Jozip ถึงเขต Thuahaik ที่ระดับความสูง 50 เมตร


Picture 1---Audobon Center, Hawaii.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_nucele
Picture 2---Location: Nouméa, New Caledonia.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphophoenix_nucele

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูงถึง 10-12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 ซม. สีเหลืองแกมเขียว มีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบสีเขียวเด่นชัด ขยายที่โคนฐานเล็กน้อย มงกุฎสีเขียวขาวคอยอด ยาว 0.50-0.60 เมตร ปกคลุมด้วยขน สีขาว มีใบ 6-10 ใบ ใบประกอบรูปขนนก (pinnate) ยาว 3 เมตร ใบสีเขียวเข้มแผ่กระจายตั้งขึ้น ก้านใบเกือบไม่มี ช่อดอกออกที่คอยอด (infrafoliar) 1-2 ช่อ ยาว 0.50-0.90 เมตร ยาวแข็งตั้งตรงกิ่งก้านจำนวนมาก ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious )ผลรูปไข่สีส้มแดงเมื่อสุกขนาด 1.2 ซม.มี 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน (USDA zone: 10a-11.) ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน)ใกล้ชายทะเล หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) สามารถปรับให้เข้ากับช่วงของดินและชายฝั่งทะเล ที่มีการระบายน้ำดี pH 6.1-7.5 ทนต่อแรงลมและไอเกลือ เมล็ดงอกได้ง่ายและพืชเจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็ว
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปริมาณมาก รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาศัตรูพืชร้ายแรง / โรคเหลืองตาย [Candidatus Phytoplasma palmae (lethal yellowing (LY)].
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---เป็นปาล์มที่หายากมาก เป็นที่นิยมของนักสะสมปาล์ม
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามอย่างสูงจากการหักล้างของป่าและ มีน้อยกว่า 100 ต้น ที่ยังคงอยู่บนเกาะในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เคยถูกเก็บเกี่ยวเพื่อกินหัวใจของมัน สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามโดยรวม ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นคือการทำลายเมล็ดพันธุ์โดยหนู (มีการสังเกตพบหนูเมื่อติดผล) สุกรที่สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย (มีการฆ่าหมูเป็นประจำในพื้นที่) และการเกษตรแบบเฉือนและเผาที่อาจทำลายและลดแหล่งที่อยู่อาศัย โชคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับการเพาะปลูก ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'อ่อนแอ' (ใกล้สูญพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคตอันใกล้ มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ในป่า)
สถานะการอนุรักษ์--VU -VULNERABLE D2- ver 3.1-IUCN. Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A.A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., Tiavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2020. Cyphophoenix nucele (amended version of 2017 assessment). The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T38502A185103182. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T38502A185103182.en. เข้าถึงเมื่อ18 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38502/185103182
- Cyphophoenix nuceleได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายใน Province Nord และ Province Sud แต่ไม่ใช่ใน Province des Iles เนื่องจากยังไม่มีการออกกฎหมายที่ Loyalty Islands มันไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง แผนปฏิบัติการที่จัดทำขึ้นโดย Noe ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน และชาวบ้านในชนเผ่า Jozip เพื่อติดตามดูประชากรของพวกเขาและระบุภัยคุกคามได้มีส่วนช่วยให้มีความรู้ที่ดีขึ้นเกี่ยวกับประชากรของสายพันธุ์และภัยคุกคามของมัน นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีการสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กใน Jozip
- แนะนำให้จดทะเบียนในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)
- แนะนำให้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสายวิวัฒนาการของสปีชีส์นี้กับสปีชีส์ใกล้เคียงที่น่าสงสัยในวานูอาตู (กายวิภาค)
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดงอกอย่างรวดเร็วและพืชนั้นเติบโตง่ายและค่อนข้างเร็ว


สกุล Cyphosperma (sigh-foh-SPUHR-mah)เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองในเกาะต่าง ๆ ของแปซิฟิก มี 5 สายพันธุ์ที่ยอมรับ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Cyphosperma balansae (Brongn.) H.Wendl. ex Salomon - New Caledonia
2 Cyphosperma naboutinense Hodel & Marcus - Fiji
3 Cyphosperma tanga (H.E.Moore) H.E.Moore - Fiji
4 Cyphosperma trichospadix (Burret) H.E.Moore - Fiji
5 Cyphosperma voutmelensis Dowe - Vanuatu

Cyphosperma balansae

[sigh-foh-SPUHR-mah] [bah-LAHN-seh]


Picture 1---Location: Aoupinié, New Caledonia.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphosperma_balansae
Picture 2---Ho'omaluhia, Hawaii.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphosperma_balansae

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyphosperma balansae (Brongn.) H.Wendl. ex Salomon.(1887)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666392-1#synonyms
---Basionym: Cyphokentia balansae Brongn.(1873). https://www.gbif.org/uk/species/2736057
ชื่อสามัญ---None (Not recorded.)
ชื่ออื่น---None (Not recorded.)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---KYSSS (Preferred name: Cyphoderma sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวแคลิโดเนีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Cyphosperma' จากภาษากรีก 'Kyphos' = งอ, โค้ง และ 'sperma' = เมล็ด, อาจหมายถึงโหนก และสันบนเมล็ด ผิดปกติ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'balansae' ตั้งชื่อตาม Benedict Balansa (1825 – 1891) นักพฤกษศาสตร์และนักสะสมชาวฝรั่งเศส
Cyphosperma balansae เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยAdolphe Théodore Brongniart (1801 - 1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจากจาก Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากผู้เขียนอดีต Carl E.Salomon (1829-1899)นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2430
ที่อยู่อาศัย---พบขึ้นกระจายอยู่ในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของ Grande Terre ในนิวแคลิโดเนีย เกิดขึ้นในป่าชื้นบนดินที่ได้มาจากหิน schist หรือ ultralmafic ลึก แต่ส่วนใหญ่ในพื้นผิว vulcano-sedimentary ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 10-900 เมตร ด้วยขอบเขตของเหตุการณ์และพื้นที่ครอบครองตามลำดับเท่ากับ 2,823 และ 36 กม.²


Picture 1---Floribunda, Hawaii, photo by BGL, edric.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphosperma_balansae
Picture 2---New Caledonia. Photo by Ian Edwards.https://www.palmpedia.net/wiki/Cyphosperma_balansae

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น  9-20 ซม. สีเขียวเข้มถึงสีดำลำต้นสีม่วง โดดเด่นด้วยรอยแผลเป็นจากใบ, แสงสีทอง, สีขาวเกือบ, สภาพแวดล้อมกำหนดความผันแปรของคุณสมบัติเหล่านี้ มงกุฎมี 10 ถึง 20 ใบ  crownshaft ไม่สมบูรณ์ ประกอบด้วยก้านใบขยายซ้อนกัน 3-5 ฐานปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลอมม่วงที่ฐานสีเขียวไปทางด้านบน ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) แข็งทื่อแผ่ออกไปเล็กน้อยตั้งตรงคล้ายรูปลูกขนไก่ ยาว 1.5 - 3 เมตร มีใบย่อย 24 - 35 ใบ ในแต่ละด้าน ก้านใบยาว 7.5-40 ซม. สีเขียวเหลืองซีดเกือบดำที่โคน ช่อดอกยาว 1-2 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใต้ใบ (interfoliar) โค้งห้อย ก้านดอกยาว 1-2 เมตร สีน้ำตาล แตกกิ่ง 22 ถึง 34 กิ่ง ผลเกือบกลม เมื่อสุกสีแดง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1- 1.2 ซม. เมล็ด มี 1 เมล็ดหนา 9 x 8 x 6 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a - 10b) ต้องการแสงแดดกรอง (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) หรือแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ดินชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำดี ทนลมและความแห้งแล้งได้ไม่ดี อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก เมล็ดงอกได้ง่าย และดูแลรักษาได้ไม่ยาก แต่ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักในการเพาะปลูก
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติ ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ ในฤดูร้อนควรคดน้ำบ่อย ๆเพื่อไม่ให้ดินแห้ง ใช้สเปรย์น้ำหรือใช้เครื่องพ่นหมอกเพิ่มความชื้นในอากาศ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคหรือแมลง สำหรับปัญหาที่พบตือ สัมผัสกับความร้อนแห้ง
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ไม่ได้ถูกบันทึก แต่เป็นปาล์มที่โดดเด่นจากนิวแคลิโดเนีย ที่ปลูกโดยผู้ชื่นชอบปาล์มเป็นจำนวนมาก เป็นคอลเล็คชั่นของนักสะสม และมักพบได้ในสวนพฤกษศาสตร์
สถานภาพ---เป็นพืชพืชเฉพาะถิ่น(endemic) ของนิวแคลิโดเนีย * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน การทำลายเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าโดยหนู และหมู, กวางรูซา (Rusa timorensis) แต่เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นและมีการงอกใหม่ที่ดี ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Amice, R., Canel, J., Ugolini, D., Butin, J.-P., Fleurot, D., Garnier, D., Goxe, J., Henry, B., Lespes, A., Letocart, D., Letocart, I., Mercier, B., iavouane, J., Veillon, J.-M. & Warimavute, G. 2017. Cyphosperma balansae. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38503A115776187. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38503A115776187.en. เข้าถึงเมื่อ18 สิงหาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38503/115776187
- ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในจังหวัด Nord และเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองสองแห่งคือ Aoupinié และ Mont Panié
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดงอกง่าย โตง่าย แข็งแรงมาก 


สกุล Desmoncus (dehs-MON-koohs) เป็นสกุลปาล์มพื้นเมืองมีหนามใน Neotropics จากเม็กซิโกในภาคเหนือไปยังบราซิลและโบลิเวียในภาคใต้ มี 8 สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ และ มีสองสายพันธุ์ที่มีอยู่ในแคริบเบียนตะวันออกเฉียงใต้ (ตรินิแดดและหมู่เกาะ วินวาร์ด )ได้แก่ (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)
1 Desmoncus orthacanthos Mart - บราซิลตะวันออก
2 Desmoncus polyacanthos Mart - ตรินิแดด, หมู่เกาะลม, เวเนซุเอลา, Guianas, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย, บราซิล มีสายพันธุ์ย่อย 2 ชนิด ได้แก่
-D. polyacanthos var. polyacanthos และ
-D. polyacanthos var prunifer( Poepp. ex Mart.) AJHend

Climbing Palm /Desmoncus orthacanthos

[dehs-MON-koohs] [ohr-thah-KAHN-thohs]


Picture 1---Palmetum de Tenerife, หมู่เกาะคะเนรี ภาพถ่ายโดยดร. Jose M. Zerolo. https://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_orthacanthos
Picture 2---ภาพถ่ายโดย Eric S. , นักพฤกษศาสตร์, HP Leu Gardens, Orlando, FL "ตัวอย่างนี้ที่สวน Leu โตขึ้นประมาณ 15 ฟุตขึ้นไปบนต้นไม้" https://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_orthacanthos

ชื่อวิทยาศาสตร์---Desmoncus orthacanthos Mart. (1824)
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms.
---Atitara orthacantha (Mart.) Kuntze. (1891).
---Atitara orthacanthos (Mart.) Barb. Rodr. (1902)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666637-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Climbing Palm, Basket tie-tie, Grigri
ชื่ออื่น---[PORTUGUESE: Acitara.];[SPANISH: Volador, Urubamba, Bayal, Camuari, Matamba, Matambilla, Masgidubaled, Maski, Palma bejuco.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---DMUOR (Preferred name: Desmoncus orthacanthos.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิลและเปรูเหนือผ่าน S. America ไปยัง Trinidad ในแคริบเบียน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Desmoncus' มาจากภาษากรีก 'Desmo' ซึ่งแปลว่า "สหภาพหรือห่วง" และ 'onkos'ซึ่งแปลว่า "ตะขอหรือเครา" อ้างอิงถึงการดัดแปลงแผ่นใบ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'orthacanthos'
Desmoncus orthacanthos เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2367

 

Picture 1---นิการากัว ภาพถ่ายโดย Robin Foster.https://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_orthacanthos
Picture 2---คาบสมุทรยูคาทาน Photo-cicy.mx. https://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_orthacanthos

ที่อยู่อาศัย---พบในโคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, ตรินิแดดและโตเบโก, กายอานา, ซูรินาเม, เฟรนช์เกียอาน่า, เอกวาดอร์และเปรู พบในโบลิเวียที่ระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร และในป่าชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของบราซิล (Pernambuco, Espírito Santo, Rio de Janeiro), ที่ระดับความสูง 105 (0-700) เมตร อุดมสมบูรณ์ในป่า หายากในการเพาะปลูก
ลักษณะ---เป็นปาล์มเลื้อยที่มีหนาม ลำต้นออกรวมกันเป็นกระจุก สูง 2.6 (1.2-4.0) เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5–2 ซม.สามารถสร้างพุ่มหนาทึบคลุมต้นไม้อื่นรอบๆไดีถึง 2 เมตร ลำต้น กาบใบ และใบมักมีหนามสีดำปกคลุม ยาวได้ถึง 6 ซม.ดูคล้ายกับพวกหวาย (Rattan) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ลำต้นมักถูกปกคลุมด้วยกาบใบถาวร ยาว1.5-2 เมตร ทางใบยาว 1.5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) เรียงตรงข้าม  มี 6-14 คู่ มีจำนวนใบที่แปลงรูปเป็นมือจับ Cirri โครงสร้างเหล่านี้มีลักษณะยาวคล้ายแส้ซึ่งเป็น rachis ใบดัดแปลงซึ่งเติบโตจากปลายใบ ก้านใบมีหนามแหลมสีดำยาวถึง 6 ซม.ลักษณะเป็นตะขอโค้งไปด้านหลัง จับพืชพันธุ์อื่น ๆ ช่วยยึดและดึงขึ้น ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ก้านช่อดอกและส่วนล่างของ rachis มีหนามสั้น ๆช่อดอกยาว 30-40 ซม. แยกแขนง 20-50 กิ่ง ดอกสีเหลืองจัดเรียงเป็น Triads (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ผลรีหรือทรงกลมขนาด 1.5-2 ซม.เมื่อสุกสีแดงสดใส, สีม่วงเข้ม, หรือสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะที่สุดสำหรับภูมิอากาศแบบเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนที่อบอุ่น มีความไวต่อความเย็น (USDA Zone 9b - 10b) ต้องการแสงแดดกรอง (ตำแหน่ง ที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ต้องการตำแหน่งที่อบอุ่นและมีที่กำบัง ความทนทานต่อความร้อนแห้งและลมปานกลาง ปรับได้กับดินส่วนใหญ่ อัตราการเจริญเติบโต รวดเร็ว
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติ ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ พืชทนแล้งได้ต่ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง แต่จำเป็นต้อง 'ฝึก' ให้ขึ้นลำต้นหรือผนัง ไม่เช่นนั้นจะจัดการได้ยากและเป็นอันตราย
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมคมโค้งงอ ควรใช้ความระมัดระวังให้มาก ในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้สามารถกินได้
ใช้เป็นยา---ยาต้มของรากใช้เป็นยาที่รุนแรง ถือว่าดีเยี่ยมสำหรับการรักษา กลาก เกลื้อนและโรคผิวหนังบางชนิด
ใช้ปลูกประดับ---ไม่เหมาะกับปลูกในภาชนะ
การใช้อื่น ๆ---เป็นปาล์มที่มีลักษณะคล้ายหวายจึงมีศักยภาพในการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน ลำต้นที่โตเต็มที่ใช้ในการสานตะกร้า งานฝีมือ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ราคาไม่แพง แต่ไม่ค่อยพบในงานตกแต่งภายใน
ภัยคุกคาม---สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน การทำลายเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าโดยหนูและกวางรูซา (Rusa timorensis) แต่เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นและมีการงอกใหม่ที่ดี ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2001)
source: http://legacy.tropicos.org/Name/2400436 เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566
ระยะออกดอก/ระยะออกผล---ฤดูฝน/ฤดูแล้งและต้นฤดูฝน.(เมษายน - สิงหาคม)
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอกตั้งแต่ 1-10 เดือน

Brazil bramble palm /Desmoncus polyacanthos

[dehs-MON-koohs] [poh-lee-AH-kahn-tohs]


Picture 1-บราซิล ภาพถ่ายโดย Dr. Andrew J. Henderson/Palmweb. http://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_polyacanthos
Picture 2---เปรู. ภาพถ่ายโดย Robin Foster. http://www.palmpedia.net/wiki/Desmoncus_polyacanthos

ชื่อวิทยาศาสตร์---Desmoncus polyacanthos Mart.(1891).
ชื่อพ้อง---Has 45 Synonyms
---Atitara polyacantha (Mart.) Kuntze.(1891)
---See more https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666648-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Suriname bramble palm, Brazil bramble palm, Jacitara palm.
ชื่ออื่น---[FRENCH: Desmoncus de Guyane.];[PORTUGUESE: Jacitara.];[SPANISH: Vara-casha, Vara casha roja. Urarina.];[VERNACULAR: Atajadanta, Diente de culebra, Yachitara, Yashitara, Yasitara.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---DMUSS (Preferred name: Desmoncus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล,โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลอมเบีย, เวเนซุเอลา, กายอานา; แคริบเบียน - ตรินิแดดถึงหมู่เกาะ Windward
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ' Desmoncus'  มาจากภาษากรีก 'Desmo' ซึ่งแปลว่า "สหภาพหรือห่วง" และ 'onkos'ซึ่งแปลว่า "ตะขอหรือเครา" อ้างอิงถึงการดัดแปลงแผ่นใบ ; ชื่อสายพันธุ์จากภาษาละติน 'polyacanthos' = มีหนามมากมาย
Desmoncus polyacanthos เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2434
ที่อยู่อาศัย---มีการกระจายไปทั่วทวีปอเมริกาพบในโคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีน, ตรินิแดดและโตเบโก, กายอานา, ซูรินาเม, เฟรนช์เกีย, บราซิล, โบลิเวีย, เอกวาดอร์และเปรู เติบโตในป่าฝนที่ลุ่มบนพื้นดินผืนป่าที่ถูกน้ำท่วมถึง รวมถึงป่าชายฝั่งแอตแลนติก ที่ระดับความสูงในที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับความสูง 80-300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มเลื้อยที่มีหนามเขตร้อนที่มีลักษณะคล้ายหวาย ลำต้นเดี่ยวหรือเติบโตรวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นเรียวยาวไม่แตกกิ่งก้านยาวตั้งแต่ 2-12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 0.5-2.9 ซม. ใบรูปขนนก (pinnate).ใบยาว1-2 เมตร ก้านใบ ยาว 3.2 ซม. ใย่อย 4-15 ใบ ทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยหนามหนาม มักจะยาวน้อยกว่า 1 ซม. ส่วนใหญ่โค้งงอ.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ 70-80 ซม.ผลอ่อนสีเขียวขนาด1.1-2.3ซม.เมื่อสุกสีแดง แตกออกเป็น 3 แฉกไม่สม่ำเสมอกลีบมักจะแยกออกอีกครั้ง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อน ต้องการแสงแดดกรอง (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ต้องการตำแหน่งที่อบอุ่นและมีที่กำบัง ปรับได้กับดินส่วนใหญ่ อัตราการเจริญเติบโต เร็ว
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมคมโค้งงอ ควรใช้ความระมัดระวังให้มาก ในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---บางครั้ง ถูกรวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น และเป็นแหล่งวัตถุดิบ
ใช้เป็นยา---รากมีสรรพคุณแก้คัน แก้ไข้ และขับพิษ ยาต้มจากราก ใช้ภายนอกเพื่อล้างผิวหนังในการรักษาอาการคัน อีสุกอีใส โรคหัด และยังใช้ในห้องอบสมุนไพร
- ขี้เถ้าของใบไม้จะถูกลูบไปทั่วร่างกายเพื่อรักษาไข้ ใบที่เผาไหม้ใช้ตำพอกแก้ปวดท้องได้
การใช้อื่น ๆ---ลำต้นใช้สำหรับทอตะกร้าและตะแกรง และใช้สำหรับมัดสิ่งของต่าง ๆ ลำต้นมีการใช้งานที่มีศักยภาพสำหรับเฟอร์นิเจอร์และงานฝีมือที่คล้ายกับ หวายเอเชีย
- เมล็ดจะถูกปรับเพื่อทำเป็นสร้อยคอ เส้นใยใช้ทำเชือก ผลใช้เป็นเหยื่อปลา
ภัยคุกคาม---สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะไม่ถูกคุกคามแม้ว่าประชากรย่อยบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่รุกราน การทำลายเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าแต่เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นและมีการงอกใหม่ที่ดี ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2001)                     source: http://legacy.tropicos.org/Name/2400439 เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566
การขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Dypsis (DIP-sis) เป็นประเภทปาล์ม ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศแทนซาเนีย , มาดากัสการ์และหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรอินเดีย ( มอริเชียสและคอโมโรส ) ไม่กี่สัญชาติในภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลแคริบเบียน  เป็นหนึ่งในสกุลเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลปาล์มที่มีมากกว่า 170 ชนิดตั้งแต่พืช understory เล็ก ๆ ไปจนถึงต้นปาล์มทรงพุ่มขนาดใหญ่และมีขนาดใกล้เคียงกันทุกขนาด จำพวกอื่น ๆ เช่น Calamus และ Chamadorea อาจมีขนาดใหญ่กว่าในแง่ของจำนวนสายพันธุ์ที่ระบุ แต่ไม่มีใครมีความหลากหลายมากขึ้นในรูปแบบและที่อยู่อาศัย Dypsis เป็นปรากฏการณ์พิเศษของความหลากหลายทางวิวัฒนาการ สายพันธุ์ที่เรารู้จักกันดีในบ้านเราก็คือ Dypsis lutescens หรือ หมากเหลืองนั่นเอง
Dypsis ทั้งหมดมี 4 สิ่งที่เหมือนกัน คือ มีใบรูปขนนก (Pinnate) ; เป็น Monoecious (ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น) ; ไม่มีหนาม ; มีถิ่นอาศัย ที่เกาะมาดากัสการ์หรือหมู่เกาะใกล้เคียง
(แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)
- Dypsis bonsai Beentje.
- Dypsis carlsmithii J.Dransf. & Marcus.
- Dypsis leptocheilos (Hodel) Beentje & J.Dransf.

Bonsai Palm /Dypsis bonsai

[DIP-sis] [bohn-SAH-ee]


Picture 1, 2---Beanivona, Makira Protected Area, Toamasina, Madagascar. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_bonsai

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dypsis bonsai Beentje.(1995)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:985382-1
ชื่อสามัญ---Bonsai Palm
ชื่ออื่น---None (Not recored)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---DYQSS (Preferred name: Dypsis sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Dypsis' รากศัพท์คลุมเครือ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับกรีก dypto 'ฉันดำน้ำ' หรือ dyptes 'นักดำน้ำ' ; ชื่อของสายพันธุ์ 'bonsai' เป็นภาษาญี่ปุ่น ที่แปลว่า "ปลูกในภาชนะ"
Dypsis bonsai เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปี พ.ศ.2538
ที่อยุ่อาสัย---เกิดขึ้นในมาดากัสการ์ในพื้นที่ ๆที่แยกกันระหว่าง Marojejy และ Zahamena เติบโตในป่าที่ค่อนข้างเปิดโล่งหรืออยู่บนยอดเขา Ericoid ที่ระดับความสูง 400 -1,700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่นว สูง 1-2 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 0.6-.08 ซม. มีขนสีแดง รอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ 2 มม ใบในมงกภฎมี 4-8 ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก (pinnate) กาบใบยาว 6. 5-9 ซม.ด้านนอกเปิดมีขนสีแดงหนาแน่น มีรูเล็ก ๆ 3 มม.ก้านใบยาว 1-4 ซม.กว้าง 2-2.5 มม มีขนหนาแน่น ทางใบยาว 10-18 ซม. ใบย่อย 10-14 คู่ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ตั้งช่อดอกด้วยแกนสีส้มแยกเป็น 1-2 กิ่งและมีขนหนาแน่น ก้านช่อดอกยาว 22-28 ซม.ดอกเพศผู้สีส้ม เกสรเพศผู้ 6 อัน สีขาว ผลมองเห็นได้เฉพาะเมื่อยังอ่อน จากนั้นจะเป็นสีเหลืองทองและมีขนาดประมาณ 6-6.5 x 4-5 มม.มี 1 เมล็ด ขนาด 4x3 มม.มีเอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zones 10a) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน)) ถึงร่มเงา (ตำแหน่งที่สว่างซึ่งดวงอาทิตย์จะไม่ส่องลงบนต้นไม้โดยตรง) ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี ยกเว้นดินที่เปียกตลอดเวลา อย่างไรก็ตามมันสามารถปรับตัวได้อย่างกว้างขวางและยังสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ไม่ดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ชอบดินชื้น (ไม่อิ่มตัว) จะทนต่อความแห้งกร้านเป็นครั้งคราวหากไม่ยืดเยื้อ อย่าปล่อยให้น้ำขังแฉะเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง แมลงและโรคที่อาจเกิดได้ scale และ whiteflies (แมลงหวี่ขาว) /โรครากเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา จากการรดน้ำมากเกินไป
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นที่ต้องการของนักสะสม
อื่น ๆ ---*ต้นปาล์มเล็ก ๆ ที่สวยงามที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นสำหรับ 'Bonsai' หรือ 'ต้นไม้แคระ' เราเชื่อว่านี่เป็น wind-dwarfed taxon และมันเป็นหนึ่งในสิ่งที่สวยงามที่สุดของมาดากัสการ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด; แน่นอนแท็กซอนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995) / Palmweb*(แปลโดยกูเกิ้ล)https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_bonsai
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่หายากโดยมีจำนวนประมาณว่าจะน้อยกว่า 300 ต้น เกิดจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าและเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัยที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'อ่อนแอ' [ใกล้สูญพันธุ์ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ' (เกิดจากมนุษย์).]
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1ab(iii); D1 - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2010)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Dypsis bonsai. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T195974A2438194. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T195974A2438194.en. เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/195974/2438194
เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองที่ Marojejy, Makira, Masoala และ Zahamena
การขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

Stumpy Palm /Dypsis carlsmithii

[DIP-sis] [karl-SMITH-ee]


Picture 1, 2---Analalava reserve - Foulpointe, Madagascar. "Photo by Olivier Reilhes".https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_carlsmithii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dypsis carlsmithii J.Dransf. & Marcus.(2002).
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:20005658-1/general-information
ชื่อสามัญ--- Stumpy Palm.
ชื่ออื่น--- [ENGLISH: Dypsis "Stumpy" (II), D. sp. Stumpy, Dypsis sp. "Stumpy".]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---DYQSS (Preferred name: Dypsis sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Dypsis' รากศัพท์คลุมเครือ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับกรีก dypto 'ฉันดำน้ำ' หรือ dyptes 'นักดำน้ำ' ; ชื่อสายพันธุ์ 'carlsmithii' เพื่อเป็นเกียรติแก่ Donn Wendell Carlsmith (1929-2003) เจ้าของที่ดินที่ค้นพบพืชครั้งแรก
Dypsis carlsmithii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ และ Jeff Marcus (เขามีบทบาทมากที่สุดในปี พ.ศ.2545) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2545
- สปีชีส์นี้ถูกพบครั้งแรกในฮาวายในที่ดินของ Donn Carlsmith (1929 - 2019) อดีตประธานสมาคมปาล์มนานาชาติและในขณะที่ต้นกำเนิดของมันนั้นเป็นปริศนา มันไม่ได้รับการอธิบายทางพฤกษศาสตร์จนถึงปี พ.ศ.2545
 


Picture 1---Hawaii. Nong giving scale. Photo by Bill Austin.https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_carlsmithii
Picture 2---Fruiting in south Florida.https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_carlsmithii

ที่อยู่อาศํย---เกิดขึ้นในมาดากัสการ์ รู้จักกันในสองสถานที่แยกกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ Tampolo บนชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร Masoala และใน Mahavelona ทางเหนือของ Toamasina บันทึกจากภูมิประเทศราบและหนองน้ำด้านล่างของหุบเขาที่ระดับความสูง 20 - 100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ ลำต้น สูง 6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40–50 ซม. มีวงรอยแผลเป็นลึกสีขาว Crownshaft สูง 60 ซม.ส้มซีด หนากว่าลำต้นด้านล่างประมาณ 5 ซม.ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) สีเขียวสดใสโตเต็มที่ยาวประมาณ 1.4 เมตร.กว้างประมาณ 0.8 เมตร แข็งและโค้งลงที่ปลายเท่านั้น ก้านใบยาว 45 ซม.ใบย่อย 90 ใบในแต่ละด้าน เรียงระนาบเดียว สม่ำเสมอ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) แยกเป็น 3-4 กิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกเพศผู้ขนาด 3.2 x 2.2 มม.ดอกเพศเมียขนาด 1.5 x 1.5 มม.ผลรูปไข่อสมมาตร ขนาด 16 x 9 มม.ผลสุกสีดำ มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 13 x 8 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zones 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ปรับได้กับดินทุกสภาพ ความชื้นในดินสม่ำเสมอ อัตราการเจริญเติบโต ช้าถึงปานกลางตามอายุ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่ง พืชทำความสะอาดตัวเอง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช/ แต่อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---อาจเกิดอันตรายจากใบไม้ที่มีน้ำหนักมากจะร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เมล็ดพันธุ์นี้ได้รับการแจกจ่ายในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ในชื่อD. sp. Stumpy.และไม่เคยเห็นมาตั้งแต่นั้น หายาก แต่หาได้ทั่วไปจากสถานเพาะชำพิเศษหลายแห่ง
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกจำกัดพื้นที่อยู่อาศัย เป็นที่รู้จักในป่าจากสองไซต์ที่มีประชากรรวมกันน้อยกว่า 15 ต้น และมีการรวบรวมเมล็ดพันธุ์สำหรับพืชสวน โดยไม่ทราบแนวโน้มจำนวนประชากร ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต' (ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งหรืออาจสูญพันธุ์ในธรรมชาติ)
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Dypsis carlsmithii. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T195918A2432467. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T195918A2432467.en. เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566
เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/195918/2432467
ทั้งสองไซต์อยู่ในพื้นที่คุ้มครองใน อุทยานแห่งชาติ Masoala และเขตอนุรักษ์ Analalava
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation!  นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน!*(RPS.com) https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_carlsmithii (แปลโดยกูเกิ้ล)

Teddy Bear palm /Dypsis leptocheilos

[DIP-sis] [lehp-toh-KAY-lohs]


Picture 1---Daintree, Queensland, Australia. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_leptocheilos
Picture 2---Photo by Oscar Moreno (Vivero de Palmas).https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_leptocheilos

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dypsis leptocheilos (Hodel) Beentje & J.Dransf.(1995)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl/record/kew-65468
---Basionym: Neodypsis leptocheilos Hodel (1993) https://www.gbif.org/species/2735895
ชื่อสามัญ--- Teddy Bear palm, Redneck palm, Red-stemmed triangular palm, Red Fuzzy Palm.
ชื่ออื่น---[CHINESE: Hong jing san jiao ye zi.];[FRENCH: Palmier à col rouge de Madagascar, Palmier col rouge de Madagascar.];[GERMAN : Rotnackenpalme.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---NEDLE (Preferred name: Dypsis leptocheilos.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Dypsis' รากศัพท์คลุมเครือ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับกรีก dypto 'ฉันดำน้ำ' หรือ dyptes 'นักดำน้ำ' ; ชื่อสายพันธุ์ 'leptocheilos' คือการรวมกันของคำศัพท์ภาษากรีก "leptos" = บางและ "cheilos" = ปาก
Dypsis leptocheilos เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Donald Robert Hodel นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2528) และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Henk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์และJohn Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ. ในปี พ.ศ.2538


Picture 1---Photo by Simon van Heel. https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_leptocheilos
Picture 2---At matty Bradford's. Spring Valley, CA. Photo by Matty. https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_leptocheilos

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นเกิดใน มาดากัสการ์ เป็นที่รู้จักเพียงแห่งเดียวจากที่ตั้งทางตะวันตกเฉียงเหนือ เกิดขึ้นในป่า ที่ราบลุ่ม ระหว่าง Ambilobe และ Maevatanana ที่ระดับความสูง 100-150 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้น สูง  7-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 ซม.โคนฐานกว้างเล็กน้อย ลำต้นสีเขียว ปกคลุมด้วยผงสีขาวที่อยู่ได้นาน จนดูเหมือนลำต้นเกือบเป็นสีขาว เห็นร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าเด่นชัด ใบรูปขนนก (pinnate) มี 15-20 ใบ ยาวประมาณ 3 เมตร. ก้านใบยาว 20 ซม. ฐานทางใบยาวประมาณ 60 ซม.ถูกปกคลุมด้วยขนนุ่มสีน้ำตาลแดงหนา ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้นเรียงระนาบเดียวสม่ำเสมอ ช่อดอกออกใต้ใบ (infrafoliar)  ยาว 1-1.7 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นสามเหลี่ยม Triads (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ผลรูปไข่หรือรูปรีสีน้ำตาลเข้ม เป็นสีดำเมื่อสุก ขนาด 1-1.2ซม..มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกง่ายและเหมาะที่สุดในพื้นที่กึ่งร้อนและร้อนชื้น สามารถจัดการกับน้ำค้างแข็งเล็กน้อยที่มีความเสียหายได้ แต่โดยปกติแล้วจะฟื้นตัวได้โดยไม่มีผลกระทบยาวนาน ทนอุณหภูมิได้ถึง -2ºC (USDA Zones 9b-11) ตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) หรือมีแสงกรองสว่าง แต่อาจดูเรียวยาวได้หากปลูกในระดับแสงน้อยเกินไป ต้องการดินที่อุดมด้วยฮิวมัส ดินร่วนปนทรายและดินที่มีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย pH 5.6-7.5 แต่สามารถปรับให้เข้ากับประเภทของดินที่หลากหลายที่มีความชื้นในดินสม่ำเสมอ และระบายน้ำดี ไม่ทนต่อดินที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน มีการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง รากและลำต้นส่วนล่างสามารถเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่ง พืชทำความสะอาดตัวเอง
การใส่ปุ๋ย---ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ควรใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดีที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก ในดินที่มีค่า pH สูง (เป็นด่าง) ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ละลายน้ำที่เป็นกรด รวมทั้งการบำบัดด้วยแมกนีเซียมซัลเฟต
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช เพลี้ยแป้งอาจเป็นปัญหาในช่วงฤดูร้อน อาการนี้พบได้บ่อยและมักรักษาได้ง่าย /การขาดธาตุอาหารที่พบในปาล์มที่มีอายุมาก และปัญหาใบไหม้เกรียมแดดในสภาพอากาศร้อน
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มประดับที่น่าประทับใจและเป็นเอกลักษณ์ นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในที่อื่น ๆ ทั่วโลก ใช้ในการจัดสวนทั่วไปและเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการวางแนวถนนในเมือง นอกจากนี้ยังสามารถปลูกในภาชนะได้อย่างดีเยี่ยม พืชอายุน้อยสามารถนำมาปลูกในกระถางสำหรับตกแต่งเฉลียง ลานบ้าน และการตกแต่งภายในที่กว้างขวางและสว่างมาก
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากผู้คนตัดต้นปาล์มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแผ้วถางที่อยู่อาศัยเพื่อขยายการเกษตรหรือเพื่อเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 5-10 ต้นที่พบในธรรมชาติ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต' (ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งหรืออาจสูญพันธุ์ในธรรมชาติ)
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED B1ab(iii,v)+2ab(iii,v); C2a(i,ii); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Dypsis leptocheilos. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T195892A2429948. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T195892A2429948.en. เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/195892/2429948
สายพันธุ์นี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่คุ้มครองใด ๆ และเป็นที่รู้จักจากพื้นที่ที่ถูกรบกวนมากเท่านั้น จำเป็นต้องมีการสำรวจภาคสนามเพื่อยืนยันว่า สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นที่อื่นหรือไม่ จำเป็นต้องมีมาตรการในการจัดการ การเก็บเกี่ยวและเพื่อปกป้องสายพันธุ์นี้
ระยะออกดอก---พฤษภาคม-สิงหาคม
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 2-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 22°C - 26°C


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation!นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน!*(RPS.com) (แปลโดยกูเกิ้ล) สำหรับ D. leptocheilos บางต้นมีส้นเท้าบางต้นไม่มี https://www.palmpedia.net/wiki/Dypsis_leptocheilos


สกุล Manicaria (mahn-ih-kah-REE-ah) พบได้ในตรินิแดด ,กลางและอเมริกาใต้ เติบโตในหนองน้ำหรือพื้นที่น้ำเค็มที่แม่น้ำไหลผ่าน มหาสมุทร ในภูมิภาค Tortuguero ของคอสตาริกา ที่ M.saccifera มีอยู่มากมาย ผู้คนในท้องถิ่นรู้จักปาล์มนี้ว่า "Palma Real" หรือ "Royal Palm" มีสองสายพันธุ์ที่รู้จัก:
- Manicaria martiana Burret – โคลอมเบีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล
- Manicaria saccifera Gaertn. – อเมริกากลาง ตรินิแดด เวเนซุเอลา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล
มีใบที่ใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในอาณาจักรพืช (ยาวได้ถึง 10 เมตร)

Troolie Palm /Manicaria saccifera

[mahn-ih-kah-REE-ah] [sahk-sih-FEHR-ah]

 

Picture 1---Photo by Michael Calonje.https://www.palmpedia.net/wiki/Manicaria_saccifera
Picture 2---Palm at Tortuguero National Park, Limón, Costa Rica.https://www.palmpedia.net/wiki/Manicaria_saccifera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Manicaria saccifera Gaertn.(1791)
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms.
---Pilophora saccifera (Gaertn.) H.Wendl. (1878).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668116-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Troolie Palm, Yolillo palm, Bussu Palm, Monkey caps, Monkey hats, Sea Coconut  or  Golf Ball.
ชื่ออื่น---[GUATEMALA: Comfre, Confra.];[BRAZIL: Ubuçu, Ubussu,];[PORTUGUESE: Bussu, Buçu, Geruá, Ubuçu.];[SPANISH: Bassu, Cabecinegro, Tamiche, Napa.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---MNQSA (Preferred name: Manicaria saccifera.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง, ตรินิแดด, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, บราซิลตะวันตกเฉียงเหนือ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Manicaria' จากภาษาละตินสำหรับ  'with a sleeve' หมายถึง กาบหลักที่มีเส้นใยเหนียวของช่อดอก ; ชื่อสายพันธุ์ 'saccifera' จากภาษาละตินสำหรับ  'sack bearing' หมายถึง กาบก้านที่มีลักษณะคล้ายกระสอบ
Manicaria saccifera เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJoseph Gaertner (1732- 1791) นักพฤกษศาสตร์และนักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2334
ที่อยู่อาศัย---เกิดขึ้นตามธรรมชาติในภูมิภาคแอตแลนติกของอเมริกากลาง นอกจากนี้ยังเติบโตในบางส่วนของอเมริกาใต้ พบใน เบลีซ, บราซิลเหนือ, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, เอกวาดอร์, เฟรนช์เกียนา, กัวเตมาลา, กายอานา ฮอนดูรัส นิการากัว ปานามา เปรู ซูรินาเม ตรินิแดด-โตเบโก และเวเนซุเอลา เติบโตในพื้นที่เป็นแอ่งน้ำ ป่าที่ลุ่มซึ่งโดยทั่วไปมักอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และมักอยู่ใกล้ทะเลที่ระดับความสูงถึง 1,200 เมตร

 

Picture 1---Ecuador. Photo by Dr. F. Borchsenius/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Manicaria_saccifera
Picture 2---SURINAME: Groningen. 1979. Photo-L.H. Bailey Hortorium.https://www.palmpedia.net/wiki/Manicaria_saccifera

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-35 ซม. ในส่วนบนลำต้นปกคลุมด้วยฐานใบที่ตาย มีร่องรอยวงแผลเป็นเด่นชัด ใบมีลักษณะรูปขนนกขนาดใหญ่ (pinnate) ที่มีการแยกผิดปกติซึ่งตั้งตรงหรือคล้ายลูกขนไก่ มีประมาณ 10 ใบ ใบที่ตายจะคงอยู่เป็นเวลานาน กาบใบเป็นเส้นใยล้อมรอบใบอ่อนยาวประมาณ 7 เมตร ก้านใบอ้วน ยาว 12 ซม.และกว้าง 8 ซม.ทางใบยาว 4.7-8 เมตร มีใบแข็งและคมมาก ใบของต้นอายุน้อย ยาว 2 เมตรกว้าง 23 ซม.เป็นรูปหางปลา (bifid) ช่อดอกที่เกิดจากใบยาว 60 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 35 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ผลไม้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 ซม.มีเมล็ดกลม 2-3 เมล็ด ขนาด 4 ซม.เอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 11) เติบโตในพื้นที่ที่มีหนองน้ำอบอุ่นมีที่กำบังและชื้น ไม่สามารถทนต่อความเย็นจัดได้ ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำไม่ดีและเปียกชื้นมากกว่าดินแห้งหรือดินที่มีการระบายน้ำดี ปาล์มชนิดนี้มักพบปะปนกับปาล์ม Raphia ในหนองน้ำและที่ลุ่ม
การรดน้ำ---ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้กันอย่างมากมายสำหรับเป็นอาหารวัตถุดิบและยารักษาโรคโดยชาวอินเดียนแดงในอเมริกาใต้
ใช้กิน---ใบอ่อนปรุงกินเป็นผักได้ แต่ต้องต้มเป็นเวลา 15 นาทีเพื่อทำลายกลูโคไซด์ที่เป็นอันตราย รากก็สามาถกินสุกได้เช่นกัน มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง ลำต้นเป็นแหล่งของแป้งสาคู น้ำมันที่บริโภคได้นั้นมาจากเมล็ด เอนโดสเปิร์มเหลวของผลไม้สุกใช้ทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ใช้เป็นยา---ยาต้มของรากรวมกับใบไผ่และยาต้มของราก Euterpe precatoria ใช้ในการรักษาโรคหอบหืดและอาการไอ ของเหลวของผลไม้ดิบใช้เป็นยาขับปัสสาวะและใช้รักษาอาการไอหอบหืด นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาโรคท้องร่วง-ชาวอินเดียโบราณใช้ปาล์มอย่างพิเศษ "Ampiri" เป็นส่วนผสมของยาสูบ และเถ้าจากก้าน Manicaria ที่ถูกเผามีเกลือเมื่อผสมกับยาสูบจะทำให้เกิดพิษน้อยกว่า มันถูกใช้มากเพื่อเป็นยากระตุ้น
ใช้อื่น ๆ---สายพันธุ์นี้ผลิตใบที่ใหญ่ที่สุดของต้นปาล์มความยาวสูงสุด 8 เมตร ใบจึงถูกนำมาใช้เป็นวัสดุมุงที่ดีและคงทนที่สุด มีอายุการใช้งาน10-12ปี เส้นใยTururi ที่ได้จากก้านช่อดอกของก้านดอก ใช้สำหรับทำหมวกกระเป๋าและเสื่อ
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก*การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย การสร้างสวนกล้วยในคอสตาริกามีผลกระทบด้านลบทั้งด้านนิเวศวิทยาและสังคม การปลูกกล้วยต้องใช้ที่ดินจำนวนมากปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจำนวนมากและระบบที่กว้างขวางของคลองตื้นและคูระบายน้ำ (Astorga, 1998) การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นี้ย่อมนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของพืชเขตร้อนและสัตว์ป่า เพื่อที่จะพัฒนาสวนกล้วย, หนองน้ำจะถูกระบายน้ำ, ลำธารถูกทำให้เป็นช่องทางและสร้างคลองระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในทุ่งนา (McCracken 1998) ในอดีตอุตสาหกรรมกล้วยทำการเกษตรเป็นภัยคุกคามต่อประชากรในคอสตาริกา M.saccifera  เติบโตใน swampland หากพื้นที่เหล่านี้ยังคงมีการระบายน้ำเพื่อการใช้งานทางการเกษตร ปาล์มชนิดนี้พร้อมกับชนิดอื่น ๆ อีกมากมายจะหายไปอย่างรวดเร็ว*(แปลโดยกูเกิ้ล) ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - The IUCN Red List of Threatened Species (2001) http://legacy.tropicos.org/Name/2400938 เข้าถึงเมื่อ 20 สิงหาคม 2566
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Manjekia (mahn-jeh-KEE-ah) เป็น Monotypic มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Manjekia maturbongsii ประเภทของปาล์มพื้นเมือง กระจายอยู่ทั่วเกาะ Biak ทางตะวันออกของคาบสมุทร Bird's Head ของ New Guinea และใกล้สูญพันธุ์ถึงแม้บางส่วนของการกระจายจะอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง นิรุกติศาสตร์ (การเรียนรู้เกี่ยวกับที่มา):  Etymology---Manjekia maturbongsii เดิมอธิบายไว้ใน สกุล Adonidia (Baker & Heatubun2012) เป็น Adonidia maturbongsii ต่อมาในปี 2014 ผู้เขียนต้นฉบับตัดสินใจว่ามันมีความแตกต่างเพียงพอที่จะถูกถ่ายโอนจากสกุล Adonidia มาเป็นสกุลของตัวเอง คือ สกุล Manjekia การถ่ายโอนได้รับการยอมรับจากแหล่งต่าง ๆ เช่น พืชของโลกออนไลน์ (Plants of the World Online) https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77141215-1

Manjek Palm /Manjekia maturbongsii 

[mahn-jeh-KEE-ah] [mah-toor-BONG-see]

 

Picture 1---Biak, outskirts of Biak town. Indonesia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Manjekia_maturbongsii
Picture 2---Samber, Biak, Indonesia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Manjekia_maturbongsii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Manjekia maturbongsii (W.J.Baker & Heatubun) W.J.Baker & Heatubun (2014)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn :lsid: ipni. org: names: 77141215 -1#synonyms
---Basionym: Adonidia maturbongsii W.J.Baker & Heatubun.(2012) https://www.gbif.org/species/9533221
ชื่อสามัญ---Manjek Palm
ชื่ออื่น--- [INDONESIA: Manjek  (Biak dialect).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 1505908 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid1505908) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=1505908
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวกินี อินโดนีเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Manjekia' ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Manjek เป็นชื่อท้องถิ่นในภาษา Biak; ชื่อสายพันธุ์ 'maturbongsii' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Rudi Maturbongs ผู้เชี่ยวชาญด้านปาล์มที่ Universitas Negeri Papua และเป็นผู้รวบรวมตัวอย่างพืชเป็นคนแรก
Manjekia maturbongsii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยWilliam John Baker (เกิดปี1972–) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและ Charlie Danny Heatubun (เกิดปี 1973) นักพฤกษศาสตร์ชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต้นปาล์มในปีพ.ศ. 2555และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจากWilliam John Baker (เกิดปี1972–) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและCharlie Danny Heatubun (เกิดปี 1973) นักพฤกษศาสตร์ชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต้นปาล์ม ในปี พ.ศ. 2557


Picture 1---Biak เหนือ, อินโดนีเซีย "ดร. ชาลี ฮีตูบุน เก็บตัวอย่างพันธุ์ Manjekia maturongsii บน Biak" ภาพถ่ายโดย Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Manjekia_maturbongsii
Picture 2---Biak เหนือ, อินโดนีเซีย ภาพถ่ายโดย Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Manjekia_maturbongsii

ที่อยู่อาศัย---เกิดขึ้นในเกาะ Biak ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะนิวกินี ในอ่าว Cenderawasih เติบโตในป่าที่ลุ่มบนหินปูนที่มีดินบางและหลุมจมจำนวนมาก พบที่หลายระดับความสูงตั้งแต่ 80-170 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง10 - 15 เมตร ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10 - 20 ซม.เรียวไปทางปลายยอด ผิวสีน้ำตาลปมสีขาวมีรอยเปื้อนขาว ห่างกัน 2 - ซม.ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบในมงกุฏ 10 ใบ ก้านใบยาว 26-45 ซม. ทางใบยาว 2.5-3 เมตร ใบย่อยรูปใบหอกเชิงเส้นสีเขียวเข้มด้านละ 25-30 ใบ ยาว 32-50 ซม. กว้าง 1-4.5 ซม.  ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 60 - 70 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกสีขาว ผลกว้าง 1.4 - 1.6 ซม.ยาว 2.4 - 3.1 ซม.เมล็ดกว้าง 0.9-1.2 ซม. ยาว 1.4-2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะกับเขตร้อนในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำค้างแข็งเท่านั้น (USDA Zone 10b-12) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือถ้าในที่ร่ม ให้อยู่ในตำแหน่งที่แดดส่องถึงบ้างในตอนกลางวัน เติบโตได้ดีในดินเหนียวดินร่วนปนทรายเป็นด่างหรือกรดเล็กน้อย ดินต้องมีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ในการเพาะปลูกต้องการการรดน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า ใส่ปุ๋ยปีละ 3 ครั้ง ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง และหากปลูกปาล์มกลางแดด ให้ใส่ปุ๋ยบ่อยขึ้น ในที่ที่มีแสงแดดจัด ใบมักจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมะนาวหรือสีเหลือง ดังนั้นการใส่ปุ๋ยเพิ่มเติมจึงช่วยป้องกันการเปลี่ยนสีนี้ได้
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ในงานภูมิทัศน์ ปาล์มนี้เป็นปาล์มพืชสวนที่มีความแข็งแรงและยอดเยี่ยม รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตของมันทำให้มันสมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานในสนาม ห้องโถง, ระเบียง, ใกล้สระว่ายน้ำ และสวนริมทะเล
ใช้อื่น ๆ---ลำต้นใช้สำหรับปูพื้นและทำเป็นเสาในบ้านแบบดั้งเดิม
สถานภาพ---เป็นพืชพืชเฉพาะถิ่น(endemic) ของนิวกินี * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Masoala (mah-soh-AH-lah) เป็นพืชเฉพาะถิ่นมาดากัสการ์ ชื่อสกุลตั้งตามถิ่นกำเนิด ในคาบสมุทร Masoala มี 2 สายพันธุ์ได้แก่
1 Masoala kona Beentje
2 Masoala madagascariensis Jum.(แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)

Kona palm /Masoala kona

[mah-soh-AH-lah] [KOH-nah]


Picture 1---Ambilandrano, Madagascar. Photo by Dr. Henk Beentje, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Masoala_kona
Picture 2---Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Masoala_kona

ชื่อวิทยาศาสตร์---Masoala kona Beentje.(1995)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:985449-1
ชื่อสามัญ---Kona Palm
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Kogne, Kona (Tanala).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 292779 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid292779) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=292779&lvl=3&lin=s&log_op=lineage_toggle
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล 'Masoala' สำหรับคาบสมุทร Masoalaในมาดากัสการ์ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิด ; ขื่อสายพันธุ์ 'kona' จากชื่อท้องถิ่นดั้งเดิมของสายพันธุ์นี้
Masoala kona เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปี พ.ศ.2538
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นที่อยู่เฉพาะทางตะวันออกเฉียงใต้ของมาดากัสการ์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง Vondrozo และ Ifanadiana เติบโตบนทางลาดชัน สู่ความลาดชันใกล้ยอดสันเขาหรือในหุบเขาที่แอ่งน้ำบนดินทราย /หินควอทซ์ ที่ระดับความสูง 300-700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 1-9 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 13-20 ซม. ลำต้นในส่วนบนที่มีฐานใบถาวรหรือทั้งต้นที่มีฐานใบเก่าปกคลุม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 35ซม. รอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ เป็นข้อ1-2ซม.ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) จัดเรียงเป็นเกลียว มี 13-17 ใบในมงกุฏ ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ก้านช่อดอกยาว 0.20-0.56 เมตร ช่อดอกยาว 0.7-1.2 เมตร ผลรูปไข่ ขนาด 2.5-4 x 1.2-1.4 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 11: above 4.5 °C (40 °F) ความต้องการแสงแดดคือ แสงอาทิตย์บางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) และร่มเงาเต็มที่ (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) มีที่กำบังและชื้น เอัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใบใช้สำหรับมุง หัวใจปาล์มกินได้
ใช้ปลูกประดับ---ไม้ประดับเขตร้อนที่สวยงามนี้มักพบในครัวเรือนและสวน เหมาะสำหรับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร
ความเชื่อ/พิธีกรรม---มีคนเชื่อว่าใบไม้เมื่อติดอยู่บนเสาไม้ไผ่ เชื่อว่าเพื่อป้องกันฝนฟ้าคะนองได้ (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995) / Palmweb (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Masoala_kona
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นปาล์มที่หายากมากที่พบในพื้นที่ Ifanadiana และ Vondrozo ขอบเขตของการเกิดขึ้นคาดว่าจะอยู่ที่ 36 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพบว่าแยกจากกันอย่างกว้างขวาง แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติลดลงเพราะกิจกรรมทางการเกษตรและการตัดไม้และไม่มีสถานที่ใดได้รับการคุ้มครอง มีต้นที่โตเต็มที่น้อยกว่า 60 ต้นเท่านั้น ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List  ประเภท"ใกล้สูญพันธุ์" (มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่า)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010.)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Masoala kona. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38607A2880873. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38607A2880873.en. Accessed on 22 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38607/2880873
-ไม่มีประชากรย่อยใดเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์เพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่บางแห่งเพื่อให้แน่ใจว่า สายพันธุ์นี้อยู่รอดได้ในป่า
- จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วนเนื่องจากอาจกลายเป็นใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤตได้อย่างรวดเร็วหากไซต์ยังคงไม่มีการป้องกัน
การขยายพันธุ์---เมล็ด

Masoala madagascariensis

[mah-soh-AH-lah] [mad-ah-gas-kahr-ee-EN-sis]


Picture 1---Analalava reserve - Foulpointe, Madagascar. "Photo by Olivier Reilhes".http://www.palmpedia.net/wiki/Masoala_madagascariensis
Picture 2---Floribunda Nursery, Hawaii. 2014, well over 12' tall so far. Photo by Geoff Stein.http://www.palmpedia.net/wiki/Masoala_madagascariensis
                      
ชื่อวิทยาศาสตร์--- Masoala madagascariensis Jum.(1933.)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668151-1
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Kona (Vernacular); Kase, Hovotralanana, Mandanozezika (Betsimisaraka).]; Hovotralanana, Kase, Mandanozezikaoj (Malagasy).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 131286 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid131286) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=131286&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล 'Masoala' สำหรับคาบสมุทร Masoalaในมาดากัสการ์ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิด ; ขื่อสายพันธุ์ 'madagascariensis' = มาจากมาดากัสการ์
Masoala madagascariensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenri Lucien Jumelle (1866-1935) นักพฤกษศาสตร์ขาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2476
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่นอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ มาดากัสการ์ พบในสถานที่ 8 แห่งที่ไม่ต่อเนื่องกัน ระหว่าง  Mahavelona และ Marojejy ในป่าฝนที่ลุ่ม เนินเขาที่แห้งแล้งไปจนถึงก้นหุบเขาแอ่งน้ำบางครั้งบนดินultramaficที่ระดับความสูง 50-700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 3.5-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น14-20 ซม. ลำต้นในส่วนบนที่มีฐานใบถาวรหรือทั้งต้นที่มีฐานใบเก่าปกคลุม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ30- 35ซม. รอยแผลเป็นที่เกิดจากใบเป็นรอยจางๆระยะห่าง2-5ซม. ใบรูปขนนก (pinnate) ตั้งตรงยาวมากไม่แยกออกจากกันจนแทบไม่แตกใบและแทบไม่มีก้านใบ จัดเรียงเป็นเกลียวรอบเหมือนลูกขนไก่ มี20-31ใบในมงกุฏ ยาว3-4 เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น(monoecious) ช่อดอกยาว 0.7-1.3 เมตรมีขนสีแดงหนาแน่น ผลรูปไข่สีเขียวตอนเป็นผลอ่อน ขนาด 24-25 x 18-19 มม มีขั้วผลเด่นชัด .เนื้อผลหนา 1.5- 2มม.เมื่อสุกสีน้ำตาลอมเหลือง มี1เมล็ดขนาด10-11 x 12-15 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 11: above 4.5 °C (40 °F) ความต้องการแสงแดดคือ แสงอาทิตย์บางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) และร่มเงาเต็มที่ (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) มีที่กำบังและชื้น เอัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ยอดอ่อนหรือ หัวใจปาล์มกินได้ ผลไม้มีถั่วที่กินได้
ใช้ปลูกประดับ---หายากในการเพาะปลูกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเติบโตที่ช้ามาก
การใช้อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุง
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นพืชที่หายากมากประชากรมีประมาณ 30 ต้น จำนวนอาจลดลงเนื่องจากการคุกคามโดยตรง ภัยคุกคามต่อสายพันธุ์นี้ ถูกจำกัด เฉพาะในพื้นที่ที่มีสายพันธุ์ รวมถึงการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียน เมล็ดถูกเก็บเกี่ยวเพื่อการค้าระหว่างประเทศ การใช้งานบางอย่างต้องใช้การตัดโค่นต้นไม้และลดโอกาสการเกิดใหม่ของสายพันธุ์ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'  
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED C2a(i); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Masoala madagascariensis. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38608A2880970. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38608A2880970.en. Accessed on 23 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38608/2880970
ได้รับการคุ้มครองใน Marojejy, Masoala และ Mananara Avaratra จำเป็นต้องมีกฎระเบียบและการตรวจสอบการเก็บเกี่ยวและการค้าเป็นระยะ
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Mauritia (maw-ree-TEE-ah) เป็นประเภทของปาล์มพัดมีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้และเกาะตรินิแดดในทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันมีเพียงสองชนิดเท่านั้นที่เป็นที่ยอมรับ คือ
1 Mauritia flexuosa -มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วภาคเหนือของทวีปอเมริกาใต้เท่าโบลิเวียขยายเหนือไปตรินิแดด
2 Mauritia carana -ถูก จำกัด ไปยังอเมซอนภูมิภาคของประเทศบราซิล, เวเนซุเอลา, เปรูและโคลอมเบีย
(แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)

Moriche Palm/Mauritia flexuosa

[maw-ree-TEE-ah] [fleks-OHS-sah]

 

Picture 1, 2---Photo: hortodaspalmeiras.com.br.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritia_flexuosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mauritia flexuosa L.f.(1782)
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms.
---Mauritia flexuosa var. venezuelana Steyerm.(1951).
---Mauritia minor Burret.(1930).
---Mauritia sagus Schult. & Schult.f.(1830), provisionally listed as a synonym.
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668158-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Tree-of-life, Buriti Palm, Moriche Palm, Ité palm.
ชื่ออื่น---;[COLOMBIA: Buriti, Canangucho.];[FRENCH: Morichepalme.];[GERMAN: Morichepalme, Yurumabrot.];[JAPANESE: Ō mi ten gu yashi.];[PERU: Aguaje.];[PORTUGUESE: Buriti, Buritirana, Caraná, Caraná-do-mato, Miritirana.];[SWEDISH: Itapalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---MUAFL (Preferred name: Mauritia flexuosa.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ตรินิแดด ,โคลอมเบีย ,เวเนซุเอลา ,กายอานา ,ซูรินาเม ,เฟรนช์เกียนา ,บราซิล ,เอกวาดอร์ ,เปรูและโบลิเวีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Mauritia'ให้เป็นเกียรติแก่ Juan Mauricio de Nassau (1604–1679) ซึ่งเป็นผู้ปกครองของบริษัท ดัตช์ West Indiesในบราซิล ; ชื่อสายพันธุ์ 'flexuosa' จากภาษาละตินซึ่งหมายความว่า "โค้ง"
Mauritia flexuosa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carolus Linnaeus the Younger (1741–1783) นักธรรมชาติวิทยาชาวสวีเดนลูกชายของ Carolus Linnaeus (1707–1778) ในปี พ.ศ.2325
ที่อยู่อาศัย---กระจายอยู่ทั่วเกาะตรินิแดดและอเมริกาใต้ทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีส (โบลิเวีย, บราซิล, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, Fr. Guiana, เปรู, ซูรินาเมและเวเนซุเอลา พบเติบโตและอยู่ใกล้กับหนองน้ำ และพื้นที่เปียกอื่น ๆ ลักษณะของพื้นที่น้ำท่วมต่ำทั่วทั้งทวีปอเมริกาใต้ พบที่ระดับความสูงต่ำกว่า 500-900 เมตร


Picture 1---Caxiuanã National Forest, Melgaço, Pará, Brazil. Photo by André Cardoso.
Picture 2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritia_flexuosa

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง15-35 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น30-50 ซม.สามารถสร้างรากอากาศทางยาวได้บนลำต้น ก้านใบยาวถึง6เมตร ใบรูปพัด(palmate)แกนโค้ง แผ่นใบกว้าง1.5-2เมตร ขอบใบจักลึกเกือบถึงสะดือ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ผลขนาด 4-6 ซม ปกคลุมด้วยเกล็ดเงา สีน้ำตาลแดงเมื่อสุก มีเมล็ดเดียว ลอยน้ำได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 11: above 4.5 °C) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) อุณหภูมิกลางวันต่อปีอยู่ในช่วง 22 - 30°C แต่สามารถทนอุณหภูมิได้ 18 - 34°C ทนอุณหภูมิที่ต่ำถึงประมาณ 10°C ต้องการความชื้นสูงมาก ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่สามารถเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำไม่ดีและเป็นกรด pH ในช่วง 4 - 5 ซึ่งทนได้ 3.5 - 5.5 อัตราการเจริญเติบโตช้า จะเติบโตเต็มที่ในเวลาประมาณ 10-15 ปี  
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก รดน้ำอย่างต่อเนื่อง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---นี่คือหนึ่งในปาล์มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในภูมิภาคอเมซอน ต้นไม้อเนกประสงค์ที่แท้จริงนั้นถูกใช้อย่างกว้างขวางโดยคนพื้นเมืองซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับอาหารที่พักพิงและเสื้อผ้าในภูมิภาคระหว่าง Orinoco และ Amazonas ส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์จากป่าทึบ แต่ก็มีการปลูกปาล์มในบางส่วนของโคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรูและบราซิล
ใช้กิน---ใบ ปรุงสุก ตายอดซึ่งมักจะเรียกว่าหัวใจปาล์มและช่อดอกตูมกินเป็นผัก ผลไม้กินสุกเนื้อสีเหลืองรสหวาน ผลไม้กินดิบอุดมไปด้วยวิตามินและน้ำมัน ผลแห้งบดเป็นแป้ง ผลไม้ถูกนำมาทำเป็นเนยแข็งคล้ายกะปิซึ่งบางครั้งใช้รับประทานเพื่อแก้ไขปัญหาลำไส้หรือบรรเทาความหิวเมื่อหมดหวัง น้ำผลไม้ที่ได้จากเนื้อของผลมีวิตามินซีสูง แป้งที่กินได้นั้นได้มาจากแก่นของลำต้น ชั้นหนาใต้เปลือกนอกที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดมีรสชาติอร่อยมาก
ใช้เป็นยา---น้ำมัน Buriti เป็นน้ำมันสีส้มแดงที่สกัดจากผลปาล์ม moriche น้ำมันที่มีความเข้มข้นสูงของกรดโอเลอิก, tocopherols และcarotenoidsโดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่ามีการกรองและดูดซับรังสียูวีที่ก่อให้เกิดมะเร็งจากดวงอาทิตย์ น้ำมันจากเมล็ดมีวิตามินเอสูงและมักใช้รักษาแผลไฟไหม้เสริมการก่อตัวของเนื้อเยื่อแผลเป็น และใช้เป็นยาขับปัสสาวะอ่อน ๆ และยาถ่าย
- น้ำมันผลไม้ Buriti ถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่มีระดับสูงกว่าน้ำมันเมล็ดแครอท ชาวพื้นเมืองใช้น้ำมันเพื่อปกป้องผิวและรักษาสภาพผิวที่หลากหลายรวมถึงการเผาไหม้และการถูกแดดเผา และมีคุณสมบัติโดดเด่นในการบำรุงให้ความชุ่มชื้นและซ่อมแซมหนังกำพร้าและปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวที่แก่ก่อนวัย มีคุณสมบัติปกป้องผิวต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง
- น้ำจากลำต้นอ่อนถือเป็นยาชูกำลัง
- * มีรายงานคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ยาต้านจุลชีพ พรีไบโอติก ยาต้านเบาหวาน และยาต้านมะเร็งด้วย นอกจากนี้, น้ำมันบูริติยังให้ผลเสริมฤทธิ์ร่วมกับยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตาม ยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินภายในร่างกายของสารประกอบออกฤทธิ์ทางชีวภาพของ Buriti ซึ่งจะให้ความชัดเจนมากขึ้น https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35940819/
ใช้ปลูกประดับ---เหมาะสำหรับบึงและสวนน้ำ
การใช้อื่น ๆ---ไม้เนื้อแข็งและหนักปานกลาง แต่มีความทนทานต่ำ ลำต้นใช้เป็นเสาในการก่อสร้างอาคารในชนบท ใบใช้สำหรับมุงหลังคา เส้นใยที่ได้จากใบ ใช้ทำอวน, เชือก, เปลญวน, เข็มขัด, หมวก, เสื่อและตะกร้า ปลอกใบไม้ใช้ทำรองเท้าแตะ ใบใช้อาบน้ำทำให้ผิวนวล น้ำมันมีสีแดงที่ใช้เป็นหมึกสักบนหนัง
- เมล็ดแข็งถูกทำเป็นลูกปัดและวัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ
- ผลไม้เป็นที่ชื่นชอบของนกแก้วขนาดใหญ่และสัตว์กินพืชเช่น สมเสร็จ กวางและจากัวร์ ในป่าฝนอเมซอน
พิธีกรรม/ความเชื่อ---ชาวบราซิลปฏิบัติต่อต้นไม้ Buriti ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชาวพื้นเมืองเรียกมันว่าต้นไม้แห่งชีวิต เพราะเป็นแหล่งอาหารและสนับสนุนสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และปลูกกันอย่างแพร่หลายสำหรับคุณงามความดี
ระยะออกดอก/ผลสุก---ธันวาคม-เมษายน/ธันวาคม-มิถุนายน
- ออกดอก ปีละประมาณ 2 เดือนในช่วงฤดูแล้ง
- การติดผล ทุกปีเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือนในช่วงฤดูฝน (ฤดูแล้งและฤดูแล้งที่แตกต่างกันไปตามเส้นศูนย์สูตรทางเหนือและใต้)
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด คาดว่าจะมีอัตราการงอกปานกลาง โดยเมล็ดจะงอกภายใน 90 - 150 วัน ต้นกล้าจะพัฒนาช้า


สกุล Mauritiella (maw-reet'-ee-ehl-lah) เป็นประเภทปาล์มพื้นเมือง ในอเมริกาใต้ซึ่งจะมีการเรียกกันว่า Buriti เป็นชื่อ ที่หมายถึง ที่คล้ายกันและเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดกับสกุล Mauritia สายพันธุ์ที่ยอมรับ มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ (ในหน้านี้แสดง 3 สายพันธุ์)
1 Mauritiella aculeata (Kunth) Burret - เวเนซุเอลาตะวันออกเฉียงใต้ของโคลัมเบียทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล
2 Mauritiella armata (Mart.) Burret - บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, กายอานา, ซูรินาเม
3 Mauritiella macroclada (Burret) Burret - เอกวาดอร์ตะวันตก, โคลัมเบียตะวันตก
4 Mauritiella pumila (Wallace) Burret - ตะวันตกเฉียงใต้ของเวเนซุเอลาทางตะวันออกเฉียงใต้ของโคลัมเบีย

Rio Negro Palm /Mauritiella aculeata

[maw-reet'-ee-ehl-lah] [ah-koo-leh-AH-tah]


Picture 1---Photo by Dr. Andrew J. Henderson/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_aculeata
Picture 2---Palmetum, Townsville, QLD, Australia. 20/10/14. Photo by Russell Cumming.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_aculeata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mauritiella aculeata (Kunth) Burret.(1935)
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Basionym: Mauritia aculeata Kunth.(1816).https://www.gbif.org/species/5293388
---Lepidococcus aculeatus (Kunth) H.Wendl. & Drude.(1878).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:154896-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Rio Negro palm, Morichito palm, Spiny stems morichito palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Buritirana, Buritizinho.];[CUBA: Morichito.];[PORTUGUESE: Buritirana, Caraní, Caranaí, Caranã de espinho.];[SPANISH: Caraña, Moriche, Morichito.];[VERNACULAR: Cúva, Morichito (Cubeo).].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---MTVAC (Preferred name: Mauritiella aculeata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา: อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล, เอกวาดอร์, กายอานา, เปรู, เวเนซุเอลา, โบลิเวีย, โคลัมเบีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Mauritiella' เป็นภาษาละตินจากภาษาซูรินาม (vernacular Mauritii-boom) มาจากชื่อสกุล 'Mauritia' ความหมาย ตัวจิ๋วของมอริเชีย เนื่องจากความคล้ายคลึงกันหลายประการ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'aculeata' ความหมาย:เต็มไปด้วยหนาม
Mauritiella aculeata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Sigismund Kunth (1788–1850) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2478
- Mauritiella เป็นญาติที่เล็กกว่าของ Mauritia มีชื่อที่ดีเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ แต่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มและมีขนาดปานกลางกว่ามาก มีลักษณะใบทั่วไปเหมือนกันและมีข้อกำหนดในการดูแลเหมือนกัน


Picture 1---Pampas del Heath, Madidi region, La Paz, Bolivia.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_aculeata
Picture 2---Photo by Dr. A.Araujo.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_aculeata

ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิด บราซิลเหนือ โคลัมเบีย และเวเนซุเอลา มีกระจายพันธุ์ใน บราซิล, เอกวาดอร์, กายอานา, เปรู, เวเนซุเอลา, โบลิเวีย, โคลอมเบีย พบที่ระดับความสูง 100 - 250 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก เติบโตเป็นกอ สูง 3-8 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10 ซม.มีหนามเป็นเงี่ยงขนาดเล็กตามลำต้น มักจะงอและบิดเมื่ออายุมากขึ้น ยังคงรักษาฐานใบไว้ที่ด้านบนของลำต้นและมีรากค้้ำยันที่โคนต้น ใบรูปพัด (palmate) ยาว 1เมตร.ขอบใบฉีกลึกเกือบถึงสะดือ สีเขียวเข้มมันวาว ใต้ใบสีเทาเงิน ใบที่อายุน้อยจะแบนและแบ่งน้อยมาก ช่อดอกออกระหว่างซอกใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น (Dioecious) เป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย ผลมีเนื้อปกคลุมด้วยเกล็ดหนาจากสีแดงเป็นสีน้ำตาล เมล็ดรูปกลมหรือหรือรูปขอบขนานมีฐานรูปทรงกระบอกปลายยอดยาว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 11: above 4.5 °C) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) อุณหภูมิกลางวันต่อปีอยู่ในช่วง 22 - 30°C แต่สามารถทนอุณหภูมิได้ 18 - 34°C ทนอุณหภูมิที่ต่ำถึงประมาณ 10°C ต้องการความชื้นสูงมาก ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่สามารถเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำไม่ดีและเป็นกรด pH ในช่วง 4 - 5 ซึ่งทนได้ 3.5 - 5.5 อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว  
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้นั้นกินได้โดยปกติแล้วจะปรุงให้สุก
ใช้เป็นยา---น้ำมันที่ต้มผลสุกใช้ถูทากล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดจากเคล็ดขัดยอก
การใช้อื่น ๆ---ลำต้นใช้สำหรับปูพื้น
พิธีกรรม/ความเชื่อ---ตำนานในหมู่ชาวมาคุนอินเดียกล่าวว่าเมืองที่ปาล์มแห่งนี้อุดมสมบูรณ์เป็นตัวแทนของสถานที่ที่ "วิญญาณแห่งดวงอาทิตย์" เหวี่ยงอวนจับปลาจากท้องฟ้าเหนือแผ่นดิน
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - National Red List of Colombia (2021) เข้าถึงเมื่อ 24 สิงหาคม 2566 https://colplanta.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:154896-2/general-information
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Ghost Palm /Mauritiella armata

[maw-reet'-ee-ehl-lah] [ahr-MAH-tah]

 

Picture 1---Kaieteur Falls, Guyana. Photo by Brandt Maxwell.-Pana'ewa Rainforest Zoo and Gardens. Hilo, Hawaii. https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_armata
Picture 2---Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_armata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mauritiella armata (Mart.) Burret.(1935)
ชื่อพ้อง---Has 25 Synonyms.
---Basionym: Mauritia armata Mart.(1824) https://www.gbif.org/species/5293366
---Mauritia aculeata Mart.(1824).
---Lepidococcus armatus (Mart.) H.Wendl. & Drude.(1878)
---More.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:154897-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Multistemmed buriti palm, Ghost Palm.
ชื่ออื่น---[BOLIVIA: Buriticillo.];[BRAZIL: Carana, Carana, Carana-de-espinhos, Buritirana, Buriti-bravo, Buriti-mirim, Buritizeiro-bravo, Buritizinho, Inaja, xiriri.];[COLOMBIA: Cananguchillo.];[ECUADOR: Moretillo.];[PERU: Aguajillo, Cahuaia.];[PORTUGUESE: Buriti-mirim, Buritirana.];[VENEZUELA: Morichito, Uliya.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---MTVSS (Preferred name: Mauritiella sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย, บราซิล, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, กายอานา, เปรู, ซูรินาเม, เวเนซุเอลา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Mauritiella' เป็นภาษาละตินจากภาษาซูรินาม (vernacular Mauritii-boom) มาจากชื่อสกุล 'Mauritia' ความหมาย ตัวจิ๋วของมอริเชีย เนื่องจากความคล้ายคลึงกันหลายประการ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'armata' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน "armatus, a, um" = ติดอาวุธ โดยอ้างอิงถึงสันบนก้าน
Mauritiella armata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2478

 .

Picture 1---Hawaii. Photo by BGL.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_armata
Picture 2---Brazil. Photo by Andre Cardoso.https://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_armata

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศโบลิเวีย, บราซิล (เอเคอร์, อาลาโกอัส, อามาโซนัส, อามาปา, บาเฮีย, เซียรา, Distretto Federale di Brasilia, เอสปิริโตซานโต, โกยาส, เฟอร์นานโดเดอโนรอนฮา Paraiba, Pernambuco, Piaui, Rio de Janeiro, Rio Grande do Norte, Rondônia, Roraima, São Paolo, Sergipe, Tocantins และ Trindade), โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, กายอานา, เปรู, ซูรินาเมและเวเนซุเอลา มีการกระจายค่อนข้างกว้างขวางพบได้ในป่าฝนจากที่ราบลุ่มของแม่น้ำอเมซอนจนถึงที่ราบสูงกายอานาที่ระดับความสูง 1,400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอ ต้นสูงได้ถึง15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำค้นประมาณ 20 ซม  ลำต้นมีหนาม ในส่วนล่างของรากมีหนามรูปกรวยยาวประมาณ 1-3 ซม. ซึ่งมีรากอยู่ใกล้กับโคนรากจำนวนมาก ใบรูปพัด มีลักษณะเป็น costapalmate เล็กน้อย กว้าง 1-1.4 เมตร.ขอบใบจักลึกถึงสะดือปลายใบห้อยลู่ลง ด้านบนใบสีเขียวเข้ม ใต้ใบเป็นสีขาวอมน้ำเงิน ก้านใบเรียบมีความยาว 60-80 ซม.ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างต้น (Dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ 1 เมตร ผลทรงกลมถึงรูปไข่ยาว 2.5-3.5 ซม.และเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ซม.ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแดข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 11: above 4.5 °C) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) อุณหภูมิกลางวันอยู่ในช่วง 24-28 °C และกลางคืนต่ำสุดอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า +16 °C ทนอุณหภูมิที่ต่ำถึงประมาณ 10 °C ในระยะเวลาสั้น ๆ ต้องการความชื้นสูงมาก ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน ขึ้นได้ดีในดินทุกประเภท แม้ว่าจะระบายน้ำได้น้อย ทนน้ำท่วมขัง ดินมีสภาพเป็นกรดถึงด่างเล็กน้อย อัตราการเจริญเติบโตเร็ว
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามหรือขอบแหลมคม ใช้ความระมัดระวังให้มากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้ที่เก็บจากป่า ใช้ในการทำเครื่องดื่มยอดนิยม ผลไม้รู้จักกันในชื่อ "aguajillo" มีรสเปรี้ยวใช้ทำเป็นเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลหรือแป้งมันสำปะหลัง
ใช้ปลูกประดับ---สายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการประดับและจัดสวนที่ดีเยี่ยม เมื่อยังเล็กทุกส่วนปกคลุมด้วยนวลขี้ผึ้งสีขาวหรือฟ้าอ่อนสวยงาม เหมาะปลูกในกระถางในที่ร่มรำไร โตเร็ว สามารถใช้งานได้ในสวนขนาดเล็ก แต่ต้องเลือกแหน่งที่อยู่ห่างไกลจากทางสัญจรเพื่อหลีกเลี่ยงหนาม
ใช้อื่น ๆ---ใบไม้ ใช้สำหรับทำตะกร้าและหัตถกรรม เมล็ดแข็งทำลูกปัด
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ก่อนหน้าแช่น้ำไว้ 2 วัน ในดินร่วนที่คงความชุ่มชื้นที่อุณหภูมิ 26-28 °C โดยเวลาในการงอกแตกต่างกันไปในแต่ละเดือนถึงหนึ่งปี

Mauritiella macroclada

[maw-reet'-ee-ehl-lah] [mak-roh-KLAHD-ah]


Picture 1---Photo by Michael Calonje.http://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_macroclada
Picture 2---Colombia. Photo by Emilio Constantino.http://www.palmpedia.net/wiki/Mauritiella_macroclada

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mauritiella macroclada (Burret) Burret.(1935)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.
---Basionym: Mauritia macroclada Burret.(1929) https://www.gbif.org/species/5293393
---Lepidococcus macrocladus (Burret) A.D.Hawkes.(1952)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:154903-2#synonyms
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---[SPANISH: Miralsol, Mirasol, Quitasol (Vernacular).].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---MTVSS (Preferred name: Mauritiella sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- เอกวาดอร์, โคลัมเบีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Mauritiella' เป็นภาษาละตินจากภาษาซูรินาม (vernacular Mauritii-boom) มาจากชื่อสกุล 'Mauritia' ความหมาย ตัวจิ๋วของมอริเชีย เนื่องจากความคล้ายคลึงกันหลายประการ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'macroclada' =
Mauritiella macroclada เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2478
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิดเอกวาดอร์ตะวันตก, โคลัมเบียตะวันตก เติบโตในพื้นที่น้ำท่วมตามฤดูกาลหรือถาวร ที่ระดับความสูง 0 -100 บางครั้งสูงภึง 2,100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก เติบโตเป็นกอ สูง10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น15  ซม. มีใบ6-12ใบในมงกุฏ ใบรูปพัด (palmate) ยาว 1 ม.ขอบใบฉีกลึกเกือบถึงสะดือ ใบแบ่งออกเป็นแผ่นพับประมาณ 60 แผ่นกว้าง 4.5 ซม. ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น เป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย(Dioecious)  ผลไม้รูปไข่เป็นรูปรียาว 2-2.5 ซม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.8-2 ซม. สีน้ำตาลแดง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- (USDA Zone 10b) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ต้องการความชื้นสูงมาก ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน ขึ้นได้ดีในดินทุกประเภท แม้ว่าจะระบายน้ำได้น้อย ทนน้ำท่วมขัง ดินมีสภาพเป็นกรดถึงด่างเล็กน้อย อัตราการเจริญเติบโตเร็ว
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามหรือขอบแหลมคม ใช้ความระมัดระวังให้มากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้นั้นกินได้โดยปกติแล้วจะปรุงให้สุก
ใช้เป็นยา---น้ำมันที่ต้มผลสุกใช้ถูทากล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดจากเคล็ดขัดยอก เป็นไปได้ว่ามีการใช้น้ำมันจากสปีชีส์อื่นของ Mauritiella
อื่น ๆ---ลำต้นของต้นปาล์มนี้ถูกใช้เป็นเสาเพื่อทำรั้ว ไม้ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผนังและเพดาน  ใบมีความทนทานมากจะใช้สำหรับมุงหลังคา
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ถุกจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species ( 2020)
source: Lopez-Gallego, C. & Morales M, P. 2020. Mauritiella macroclada. The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T67539473A182977608. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T67539473A182977608.es. เข้าถึงเมื่อ25 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/67539473/182977608
- ที่ตั้งปัจจุบันคือ "National System of Protected Areas" (ระบบพื้นที่คุ้มครองแห่งชาติ) ในอุทยานธรรมชาติแห่งชาติ Las Orquídeas เขตภูมิภาคของเขตพื้นที่รวมการจัดการแบบบูรณาการของสภาชุมชน La Plata และเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่น้ำ Anchicayá
-ไม่มีความคิดเห็นอื่นใดเกี่ยวกับ การดำเนินการอนุรักษ์สายพันธุ์นี้
การขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Myrialepis (mihr-ee-ah-LEHP-iss) ปาล์มเลื้อยที่เรียกว่า Rotan Kertong ในภาษามาเลย์เป็นทั้ง'Monotypic'และ'Monocarpic' เป็น Monotypic genus เนื่องจากเป็นอนุกรมวิธานที่มีสิ่งมีชีวิตที่เป็นเอกพจน์เพียงชนิดเดียว มีเพียง1สายพันธุ์ คือ Myrialepis paradoxa และเป็น 'Monocarpic' เนื่องจากมีการตั้งโปรแกรมทางชีววิทยาให้ดอกไม้เพียงครั้งเดียวในชีวิตตั้งเมล็ดพันธุ์แล้วจึงตาย (ผลิตดอกและผลเพียงครั้งเดียวก่อนตายหลังจากผลสุก ซึ่งมักจะถูกแทนที่ด้วยหน่อที่เกิดใหม่) พบขึ้นกระจายอยู่ทั่ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Kertong Rattan /Myrialepis paradoxa

[mihr-ee-ah-LEHP-iss] [pah-rah-DOKS-ah]


Picture 1---Photo by Stefan.http://www.palmpedia.net/wiki/Myrialepis_paradoxa
Picture 2---Kuala Pilah, Negeri Sembilan, Malaysia. Photo by Ahmad Fuad Morad.http://www.palmpedia.net/wiki/Myrialepis_paradoxa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Myrialepis paradoxa (Kurz) J.Dransf.(1982)
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms.
---Basionym: Calamus paradoxus Kurz.(1874).https://www.gbif.org/species/2739595
---Palmijuncus paradoxus (Kurz) Kuntze.(1891)
---Plectocomiopsis paradoxa (Kurz) Becc.(1893)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:910950-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Kertong Rattan, Rattan, Rotan kertong
ชื่ออื่น---หวายแดง ; หวายกุ้ง (ตรัง);[CAMBODIA: Phdau snaô, Phdau miëhs, Traëh ach 'moën.]:[CHINESE: Duo lin zong.];[LAOS: vai narm xai.];[MALAYSIA: Rotan gajah, Rotan kertong, Cekolo.];[THAI: Waai daeng; Wai kung (Trang).]  
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม, พม่า, ไทย, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, สุมาตรา และคาบสมุทรมาเลเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Myrialepis คือการรวมกันของคำภาษากรีก 'myrioi  = "innumerable" หมายถึง "นับไม่ถ้วน"  และ 'lepis' ="scale"หมายถึง "ขนาด" เป็นคำอธิบายถึงเกล็ดขนาดเล็กจำนวนมากบนผลไม้ ; ชื่อสายพันธู์ "paradox" เป็นภาษาละตินที่แปลว่า "ความขัดแย้ง"
Myrialepis paradoxa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยWilhelm Sulpiz Kurz (1834-1878) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2525
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในอินโดจีน Malesia (มาเลเซียอินโดนีเซีย) พบทั่วรัฐอัสสัม อินโดจีน พม่า ไทย กัมพูชา ลาว สุมาตรา เวียดนาม และคาบสมุทรมาเลเซีย เติบโตในที่ลุ่มและป่าดิบเขา ป่าบนฝั่งแม่น้ำและในพื้นที่ที่ถูกรบกวน ที่ระดับความสูง 1,600 เมตรมีแนวโน้มที่จะก่อตัวเป็นพุ่มหนาเช่นเดียวกับสกุลหวายเอเชียอื่น ๆ
ลักษณะ---เป็นปาล์มเลื้อยขนาดใหญ่และแข็งแรง มีการรวมกันเป็นกลุ่มลำต้น มีความยาว 40- 45 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-7 ซม.ลำต้นสีแดงถึงสีน้ำตาล เห็นรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบชัดเจน และ มีหนามแหลมคมสีทองเกิดขึ้นตามรอยแผลเป็นยาว4ซม. ระยะห่างระหว่างข้อปล้อง 12-27ซม.ใบรูปขนนก (pinnate) ใบที่โตเต็มที่มีขนาดใหญ่ความยาว 3-5 เมตร ก้านใบมีหนามยาวได้ถึง 20 ซม ใบย่อยสีเขียวเข้มและเว้นระยะห่างสม่ำเสมอ แผ่นใบย่อยยาว 45 ซม. กว้าง 5 ซม.ทางใบขยายเกินใบย่อยโค้งงอเป็นคู่สำหรับเป็นมือจับยาวถึง 1.5 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะเกิดจากต้นที่แยกกัน (Dioecious) เป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย ช่อดอกสีขาวมีรูปร่างเหมือนกันยาว 60-75 ซม.แตกกิ่งมากถึง 25 กิ่ง ยาวประมาณ 30ซม. ออกจากส่วนบนของลำต้นพร้อมกับใบลดลง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างกันไป เกสรดอกเพศเมียขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเกสรดอกเพศผู้ ผลกลมแป้นยาว2.5ซม.กว้าง3ซม.มีเกล็ดเล็กๆเหมือนผิวหนังปลาฉลามสีเทาเขียวปกคลุม มี เมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 1.5 x 2 ซม                                                                                   ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสม่ำเสมอ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามหรือขอบแหลมคม ใช้ความระมัดระวังให้มากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งผลิตวัสดุสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ มักขายในตลาดท้องถิ่น
ใช้กิน---ตายอดหรือหัวใจปาล์มรสขมปรุงสุกและกินเป็นผัก
ใช้อื่น ๆ---ลำต้นค่อนข้างเสียโฉม มีความยืดหยุ่นต่ำและมีแกนอ่อน ใช้ในเครื่องจักสานหยาบ โครงสร้างเฟอร์นิเจอร์คุณภาพต่ำและใบใช้มุงแบบง่าย ๆ
การขยายพันธุ์---เมล็ด

สกุล Neonicholsonia (neh-oh-nee'-kohl-sohn-EE-ah)ป็น Monotypic ประเภทของปาล์มพื้นเมืองอเมริกากลาง (ฮอนดูรัส ,นิการากัว ,คอสตาริกา ,ปานามา ) มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Neonicholsonia watsonii

Watson's Neonicholsonia /Neonicholsonia watsonii

[neh-oh-nee'-kohl-sohn-EE-ah] [waht-SOHN-ee]

 

Picture 1---Photo by Jeff in Costa Rica.https://www.palmpedia.net/wiki/Neonicholsonia_watsonii
Picture 2---Osa Peninsula, Costa Rica. Photo by Dr. Andrew J. Henderson, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Neonicholsonia_watsonii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Neonicholsonia watsonii Dammer.(1901)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:168908-2#synonyms
---Neonicholsonia georgei Dammer. (1901)
---Woodsonia scheryi L.H.Bailey. (1943).
ชื่อสามัญ---Watson's Neonicholsonia
ชื่ออื่น---[COSTA RICA: Cola de gallo, Coladegallo.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---1PALF (Preferred name: Arecaceae.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คอสตาริกา, ฮอนดูรัส, นิการากัว, ปานามา,
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Neonicholsonia' เป็นเกียรติแก่ George Nicholson (1847-1908) นักพฤกษศาสตร์และนักปลูกพืชสวนชาวอังกฤษ อดีตภัณฑารักษ์ของสวนพฤกษศาสตร์ Royal Kew ; ชื่อของสายพันธุ์ 'watsonii' เป็นเกียรติแก่ Sereno Watson (1826-1892) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน
Neonicholsonia watsonii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Lebrecht Udo Dammer (1860–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2444.


Picture 1---Photo by Jeff in Costa Rica.https://www.palmpedia.net/wiki/Neonicholsonia_watsonii
Picture 2---Osa Peninsula, Costa Rica. Photo by Dr. Andrew J. Henderson, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Neonicholsonia_watsonii

ที่อยู่อาศัย---พบขึ้นกระจาย ในฮอนดูรัส (Gracias a Dios), นิการากัว (Zelaya), คอสตาริกา (Alajuela, Guanacaste, Puntarenas) และปานามา (Chirique) พบบนเนินเขาและสันเขาต่ำของภูเขาในป่าชั้นล่าง ในป่าฝนที่ลุ่ม มักจะอยู่จากระดับน้ำทะเลถึง 250 เมตร.แต่บางครั้งถึงที่ระดับความสูง 600 เมตรหรือมากกว่า
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก มีเหง้าเลื้อยใต้ดิน ลำต้นเหนือดินสั้นมากสูง10-15 (-100) ซม.ที่โคนต้นเห็นรากเด่นชัด ใบรูปขนนก(pinnate) มี4-9ใบ ในมงกุฎ เปลือกปิดไม่ก่อรูป ยาว 20-30 ซม. ทางใบยาว1.2 เมตร มีใบย่อยรูปใบหอก11-15ใบต่อด้านเรียงสลับ แผ่กระจายในแนวนอนระนาบเดียวกัน ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ตั้งตรงก้านช่อดอกเรียวยาว 0.70 เมตร ผลรีหรือรูปขอบขนานยาว 0.9-1 ซม.ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.6 ซม.ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุก สีดำ มีเมล็ดขนาดเล็กกลม สีดำ 1 เมล็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ความชื้นในดินสม่ำเสมอ อ่อนไหวต่อความหนาวเย็น เจริญเติบโตช้า
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับในสวน ใช้เป็นไม้ป้องกันความเสี่ยง และเป็นไม้ใช้คลุมผิวดินขนาดใหญ่ได้ดี
ใช้เป็นยา---ใช้ในยาแผนโบราณเพื่อรักษาไข้ ปวดศีรษะ และปวดท้อง
การขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดหรือการแบ่งหน่อ


สกุล Oenocarpus (oh-eh-no-KAR-puhs) เป็นประเภทปาล์มพื้นเมือง ของทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วย 9 สายพันธุ์และลูกผสมธรรมชาติหนึ่งชนิด มีการกระจายจากคอสตาริกาและตรินิแดดในภาคเหนือไปยังบราซิลและโบลิเวียในภาคใต้ ชื่อที่เรียกคือ bacaba ในบราซิล และ Palma milpesoss หรือ milpesos ในประเทศที่ใช้ภาษาสเปน สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันได้แก่ (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)
1 Oenocarpus × andersonii Balick - ตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล ( O. bacaba × O. minor )
2 Oenocarpus bacaba Mart - บราซิล, เวเนซุเอลาโคลัมเบีย
3 Oenocarpus balickii F.Kahn - ตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์
4 Oenocarpus bataua Mart - ปานามา, ตรินิแดด, บราซิล, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย, Guianas
5 Oenocarpus circumtextus Mart - โคลัมเบียรัฐอเมซอนของบราซิล
6 Oenocarpus distichus Mart - โบลิเวีย, เปรู, บราซิล
7 Oenocarpus makeru R.Bernal, Galeano & AJHend - โคลัมเบีย
8 Oenocarpus mapora H.Karst - บราซิล, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย, ปานามา, คอสตาริกา
9 Oenocarpus minor Mart. - โคลัมเบียรัฐอเมซอนของบราซิล
10 Oenocarpus simplex R.Bernal, Galeano & AJHend - โคลัมเบียรัฐอเมซอนของบราซิล

Bacaba Palm /Oenocarpus bacaba

[oh-eh-no-KAR-puhs] [bah-KAH-bah]

 

Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bacaba
Picture 2---French Guiana. Photo by Pierre-Olivier ALBANO.https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bacaba

ชื่อวิทยาศาสตร์---Oenocarpus bacaba Mart. (1823)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668509-1#synonyms
---Areca bacaba Arruda. (1816).
---Oenocarpus grandis Burret.(1934).
---Oenocarpus bacaba var. grandis (Burret) Wess.Boer.(1988)
---Oenocarpus hoppii Burret.(1935).
ชื่อสามัญ---Bacaba Palm, Turu Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Açu-bacaba, Bacaba-de-leque, Bacaba verdadeira.];[COLOMBIA: Manoco, Milpesillo, Punáma.];[FRENCH GUIANA: Camon.];[PERU: Ungurauy.];[PORTUGUESE: Bacaba-açu, Bacaba-assu.];[SURINAME: Koemboe.];[VENEZUELA: Baniba, Seje chiquito, Seje finito.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---OECBA (Preferred name: Oenocarpus bacaba.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิลเหนือ โคลัมเบีย เฟรนช์เกียนา กายอานา ซูรินาเม เวเนซุเอลา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Oenocarpus' จากภาษากรีก 'oinos' =ไวน์  และ 'karpos' = ผลไม้ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'bacaba' จากคำโปรตุเกส = ผลบาคาบา ของปาล์มบาคาบาจาก Tupi
Oenocarpus bacaba เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2366

 

Picture 1---French Guiana. Photo by Pierre-Olivier ALBANO.https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bacaba
Picture 2---Photo by Rui Oliveira Santos.https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bacaba

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของบราซิล โคลัมเบีย เวเนซูเอลาและกายอานา ส่วนใหญ่พบว่าเป็นไม้ยืนต้นในป่าดิบชื้นหนาแน่น
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 20-25 เมตร ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น15-25ซม. ลำต้นมีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าที่หลุดร่วง มียอดของมงกุฎใบไม้ขนาดใหญ่ ใบรูปขนนก (pinnate) ตั้งตรงแต่ละใบยาวถึง 8 เมตร จัดในรูปแบบของลูกขนไก่คือเรียงเวียนซ้อนกันไป ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกแตกแขนงครั้งเดียวกิ่งก้านยาว 1-2 เมตร ผลรูปกลมเมื่อเป็นผลอ่อนสีเขียวและสีแดงเข้มถึงสีม่วงดำเมื่อสุก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนชื้น ต้องการตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จในที่ ที่มีแสงแดดส่องถึงบางส่วนได้เช่นกัน ดินร่วนปนทรายมีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอาหารของชุมชนในชนบทและยังเป็นแหล่งรายได้สำหรับคนในท้องถิ่น ต้นไม้ใช้เป็นอาหาร ยาและเป็นแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งส่วนใหญ่ที่นำมาใช้จะมาจากป่า แต่ก็มีในการเพาะปลูก
ใช้กิน---ใบปรุงสุกเป็นอาหาร ตายอดซึ่งเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก จะถูกบริโภคโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหากับความอยู่รอดของต้น (ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ากินในส่วนนี้ต้นจะตายเพราะไม่สามารถสร้างยอดใหม่ได้ แต่สายพันธุ์นี้ตายอดส่วนที่ถูกตัดไปจะถูกแทนที่ในกระจุกโดยการเจริญเติบโตของยอดใหม่)
- น้ำมันที่สกัดจากเนื้อผลไม้ใช้สำหรับการปรุงอาหารเป็นเนยเทียม
- ผลที่หนักประมาณ 3 กรัม กินได้รสชาดคล้ายอะโวคาโด Bacaba ผลิตผลไม้ได้มากกว่าปาล์มชนิดอื่นในภาคกลาง ของ Amazoniaโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,500 ต่อพวง โดยปกติจะมีน้ำหนักประมาณ 3-4  กิโลกรัม แต่สามารถรับน้ำหนักได้สูงถึง 10  กิโลกรัม
- เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้ทำมาจากผลไม้ มักจะทำเป็นเครื่องดื่มแคลอรี่สูง (Bacaba Wine)
ใช้เป็นยา---น้ำที่ได้จากการบดตายอดปาล์ม ใช้เป็นยาแก้พิษ (ทำให้ฤทธิ์ของพิษแมงป่องและแมงมุมเป็นกลาง)
- ผลดิบเนื้อบางอุดมไปด้วยน้ำมันเรียกว่า Bacaba Oil เป็นของเหลวสีเขียวมีกลิ่นหอม มีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีคล้ายน้ำมันมะกอก มี Behinic Acid ในระดับสูง ทำให้ผิวนวลสวย ฟื้นฟูน้ำมันธรรมชาติของผิว ปรับระดับความชุ่มชื้นโดยรวม นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบำรุงและปกป้องสุขภาพของหนังศรีษะ
ใช้ปลูกประดับ---มีบางครั้งก็นำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับบ้าง
ใช้อื่น ๆ---ใบใช้เป็นวัสดุสำหรับมุง ลำต้นหนาและหนักแข็งมากใช้เป็นไม้ซุง เมล็ดใช้สำหรับทำกำไลและสร้อยคอ น้ำมันสกัดจากเนื้อผลถูกใช้เป็นเชื้อเพลิง  เมล็ดพืชและส่วนที่เหลือของเนื้อบดจะถูกนำไปเลี้ยงสุกรและสัตว์ปีก
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดสดดีที่สุดควรเพาะหลังจากเก็บเมล็ดสุกทันที ไม่จำเป็นต้องแยกเนื้อออกจากเมล็ด ปลูกได้เลย ระยะเวลาในการงอก 2-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 30 °C
- เริ่มผลิตผลเมื่ออายุประมาณ 4-5 ปี

Bataua Palm /Oenocarpus bataua

[oh-eh-no-KAR-puhs] [bah-tah-OO-ah]


Picture 1---ที่อยู่อาศัย.ภาพโดย Dr.Jean-Christophe Pintaud / Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bataua
Picture 1---ภาพโดย Michael Calonje. https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bataua

ชื่อวิทยาศาสตร์---Oenocarpus bataua Mart.(1823)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/668510-1#synonyms
---Jessenia bataua (Mart.) Burret (1928).
ชื่อสามัญ---Bataua Palm, Ungurahua Palm
ชื่ออื่น---[BOLIVIA: Majo.];[ECUADOR: Pataba, Patawa, Pataua-branco, Seje, Ungurahua.];[GERMAN: Sejepalme.];[PORTUGUESE: Pataua, Patoa.];[SPANISH: Corba, Jagua, Milpesos, Seje, Seje grande, Ungurahui, Majo.].  
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---IESBA (Preferred name: Oenocarpus bataua.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ปานามา, ตรินิแดด, บราซิล, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย, กิอานา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Oenocarpus' จากภาษากรีก 'oinos' =ไวน์  และ 'karpos' = ผลไม้ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'bataua'
Oenocarpus bataua เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2366
Accepted Infraspecifics
Includes 2 Accepted Infraspecifics https://powo.science.kew.org/taxon/668510-1#synonyms
- Oenocarpus bataua var. bataua - ปานามาและอเมริกาใต้
- Oenocarpus bataua var. oligocarpus (Griseb. & H.Wendl.) AJHend (1995) - ตรินิแดด, เวเนซุเอลา, Guianas
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในป่าฝนเขตร้อนของอเมริกาใต้ แคริบเบียน: ตรินิแดดและโตเบโก-อเมริกากลาง: ปานามา-อเมริกาเหนือตอนใต้: เฟรนช์เกียนา, กายอานา, ซูรินาเม, เวเนซุเอลา-บราซิล [เอเคอร์, อเมซอน, ปารา, รอนโดเนีย]-อเมริกาตะวันตก: โบลิเวีย เติบโตในสภาพการปลูกที่หลากหลายตั้งแต่ที่ราบลุ่มแอ่งน้ำไปจนถึงบริเวณภูเขา พบได้ทั้งในพื้นที่ที่น้ำท่วมและไม่ท่วม ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร แต่บางครั้งก็พบได้ถึง 1,350 เมตร


Picture 1, 2---ภาพโดย Andre Cardoso.https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bataua

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 10-25  เมตร ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 - 40 ซม. ลำต้นมีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าที่หลุดร่วง มียอดของมงกุฎ ใบไม้ขนาดใหญ่ (palmate) ใบตั้งตรงมีใบ 10-15 ใบ ทางใบยาว 3-7 เมตร จัดในรูปแบบของลูกขนไก่ ใบอ่อนที่เกิดใหม่สีน้ำตาลแดง ช่อดอกออกใต้ใบใก้ลคอยอด (infrafoliar)ช่อดอกแตกแขนงครั้งเดียวกิ่งก้านยาว 1-2 เมตร บนแกนที่สั้นมากดอกไม้แยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกสีเหลือง ผลรูปกลมสีม่วงดำเมื่อสุก ขนาด 2.5-4 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนชื้น (Cold Hardiness Zone: 10b) ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิกลางวันต่อปีอยู่ในช่วง 21 - 28°C แต่สามารถทนอุณหภูมิได้ 17 - 32°C สามารถอยู่รอดได้ในอุณหภูมิที่ต่ำถึงประมาณ 5°C ชอบดินที่ชื้น ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ค่า pH ในช่วง 4.8 - 5.5 ซึ่งทนได้ 4.3 - 6.5 สามารถปรับตัวในดินที่ไม่ดีได้ แต่ดินต้องมีการระบายน้ำดี ต้นที่อายุน้อยมากต้องการตำแหน่งที่ร่มรื่น และต้องการแสงมากขึ้นเมื่อโต อัตราการเจริญเติบโตเร็ว 
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง การรดน้ำสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเจริญเติบโตที่เหมาะสม
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีโรคและศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้อเนกประสงค์มีการเก็บเกี่ยวอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นอาหารน้ำมันและเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่จะนำมาใช้ประโยชน์จากป่าทึบ เป็นพืชน้ำมันชนิดใหม่ที่มีศักยภาพจากโคลอมเบียและเวเนซุเอลาและมักจะได้รับการเพาะปลูกเป็นพืชน้ำมันและผลไม้
ใช้กิน---ใบ ปรุงสุก ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
- ผลไม้ รสหวาน เนื้อบางมีรสชาดคล้ายช็อกโกแลตและเป็นที่นิยมมาก มักจะแช่น้ำก่อนเพื่อทำให้เยื่ออ่อน มีโซคาร์ปแห้งของ patauá มีโปรตีนประมาณ 7.4% และมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนที่ดีเยี่ยม ด้วยเหตุนี้โปรตีนของปาเตาอาจึงเป็นโปรตีนที่มีคุณค่ามากที่สุดชนิดหนึ่งที่พบในพืชและสามารถเปรียบเทียบได้กับเนื้อสัตว์หรือนมจากวัว.
- น้ำมันสกัดโดยการทุบผลไม้ต้มในน้ำและ skimming ปิดน้ำมันในขณะที่มันลอยอยู่บนพื้นผิว น้ำมันสีเขียวเหลืองอ่อนที่ได้จากผลไม้ ใช้ทำสลัดหรือน้ำมันประกอบอาหาร มีเสถียรภาพมากไม่เหม็นหืนง่าย มันเกือบจะเหมือนกันกับน้ำมันมะกอก ใช้ในการปรุงอาหารและใช้เป็นสีสำหรับช็อคโกแลต
- ชุมชนชาวอเมซอนใช้น้ำมันปาเตาอาในอาหารทอด ในโบลิเวีย น้ำมันเรียกว่า aceite de majo
- ในตลาดเปิดของ Belém ความสำคัญของ "wine of patauá" มีมากกว่าน้ำมัน patauá มาก "ไวน์ของ patauá" มีรูปลักษณ์ของนมช็อกโกแลตและเตรียมในลักษณะเดียวกับ "ไวน์ของ açaí"  
- เครื่องดื่มโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการและอุดมไปด้วยน้ำมัน agua de seche ซึ่งทำจากเนื้อผลไม้ เมล็ดสุกกินโดยคนยากจน
ใช้เป็นยา---ผลไม้จะถูกแช่ในน้ำอุ่นเพื่อทำให้นิ่ม เอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก และส่วนที่เหลือจะถูกหมักในน้ำเย็น ใช้เป็นยาชูกำลัง
- น้ำมันจากเมล็ดนั้นเป็นยาถ่ายและยังใช้รักษาวัณโรค
- น้ำมันที่ใช้ในการแพทย์ดั้งเดิมในการรักษาอาการไอและหลอดลมอักเสบ
- ชุมชนชาวแอมะซอนใช้น้ำมันปาเตาอาในการทอดอาหาร และเป็นยาบำรุงรักษาอาการผมร่วง  
- เอ็นโดสเปิร์มที่แข็งนั้นถูกบดและกินเพื่อรักษางูกัด
ใช้ปลูกประดับ---ใช้เป็นไม้ประดับได้ยอดเยี่ยมสวยงาม เหมาะสำหรับสวนในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
การใช้อื่น ๆ---ไม้ใช้สำหรับการผลิตธนูและลูกศร ลำต้นใช้สำหรับการก่อสร้างใช้สำหรับพื้นและสำหรับความต้องการการก่อสร้างอื่น ๆ ใบใช้สำหรับทำผนังและตะกร้า ผลไม้ให้สีย้อมสีน้ำเงินเข้ม เมล็ดที่ให้น้ำมันที่บริโภคได้ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับน้ำมันมะกอกซึ่งสามารถนำมาทำเป็นสบู่และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง นักวิจัยที่มีชื่อเสียงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน Kayapa กล่าวว่าชนพื้นเมืองนั้นสวยงามที่สุดได้รับการบำรุงและมีสุขภาพที่ดีในช่วงฤดูผลไม้
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก การแสวงหาผลประโยชน์มากเกินไปไม่เป็นปัญหา (ส่วนใหญ่เป็นเพราะชนเผ่าพื้นเมืองปลูก O. batua ในพื้นที่ป่า) และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 -  IUCN Red List of Threatened Species (2001)
source: http://legacy.tropicos.org/Name/2400591 เข้าถึงเมื่อ 27 สิงหาคม 2566
การขยายพันธุ์---เมล็ด
- เริ่มออกผลในปีที่ 8 และก่อให้เกิดผลมากถึง 3 ครั้งต่อปี ผลไม้ใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 14 เดือนในการพัฒนา ด้วยเหตุนี้พืชจึงสามารถพบได้พร้อมทั้งดอกไม้และผลไม้ในเวลาเดียวกัน (amazonoil.com.br) https://www.palmpedia.net/wiki/Oenocarpus_bataua


สกุล Orania (oh-rahn-EE-ah) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประมาณ 25 สายพันธุ์ มีสายพันธุ์ที่เป็นที่ยอมรับ 18 สายพันธุ์
กระจายในภาคใต้ของประเทศไทย คาบสมุทรมลายู  สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี โมลกาซัสและนิวกินี และสามสปีชีส์ในมาดากัสการ์ ความหลากหลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในนิวกินีและในฟิลิปปินส์
ใน Malesia (มาเลเซีย อินโดนีเซีย) พบสายพันธุ์เดียวเท่านั้นคือ Orania sylvicola จำกัด เล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับชายแดนไทย มาเลเซีย โดยมีพื้นที่ปลูกในอินโดจีน (ภาคใต้ของไทย) (ดูในปาล์ม 6 หมากพน) อีกสามสายพันธุ์มีการกระจายในมาดากัสการ์ นอกจากนั้นเป็นสายพันธุ์ที่เป็นพืชเฉพาะถิ่นกระจายอยู่ในนิวกินี
Orania ไม่เคยได้รับการบันทึกว่ามีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือเชิงพาณิชย์ที่สำคัญใด ๆ ยกเว้นการใช้เป็นไม้ประดับที่มีศักยภาพ (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)
- Orania palindan เป็นสายพันธุ์ที่แพร่หลายที่สุดในสกุล  Orania
สามสายพันธุ์ที่อยู่ ในมาดากัสการ์
- Orania longisquama (Jum.) J. Dransf & NW Uhl,
- Orania ravaka Beentje  
- Orania trispatha (J. Dransf. & NW Uhl) Beentje & J. Dransf


Ajabu, Palindan /Orania palindan

[oh-rahn-EE-ah] [pah-LIHN-dahn]


Picture 1---Floribunda Palms, Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Orania_palindan
Picture 2---Nong Nooch Tropical Botanical Gardens, Pattata, Thailand. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Orania_palindan

ชื่อวิทยาศาสตร์---Orania palindan (Blanco) Merr. (1905)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.
---Basionym: Caryota palindan Blanco. (1837).https://species.wikimedia.org/wiki/Orania_palindan
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668580-1#synonyms
ชื่อสามัญ--- Ajabu, Palindan  
ชื่ออื่น---[PHILIPPINES: Ambobanga, Banga, Bunga, Palindan.(Tagalog).];[NEW GUINEA: Ajabu, Ifo-ifo, Saser.];[MALAYSIA: Nibun kelapa hutan.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ONNSS (Preferred name: Orania sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาลุกุ นิวกินี ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Orania' ตั้งเป็นเกียรติแก่ Prince Willem van Oranje Nassau (1792-1849) มกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์แลนด์ ; ชื่อสายพันธุ์ 'palindan' เป็นชื่อพื้นเมืองภาษาตากาล็อก ในประเทศฟิลิปปินส์
Orania palindan เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยFrancisco Manuel Blanco (1778–1845, ) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปนและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Elmer Drew Merrill  (1876–1956) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ. 2448
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน มาลุกุ นิวกินี ฟิลิปปินส์ (Luzon และ Sibuyan) และ สุลาเวสี เติบโตในป่าชื้น ตั้งแต่ระดับความสูงจากน้ำทะเล ประมาณ 10-800 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวไม่มีหนาม สูง 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-30 ซม. เรียบสีเทา มีร่องรอยแผลเป็นของใบไม้ที่ร่วงหล่นมีใบในมงกุฎ 10 - 15 ใบใบรูปขนนก(pinnate) ก้านใบยาว 1-1,5 เมตรปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น ใบยาว 4-4.5 เมตร  มีใบย่อย 50-65 คู่จัดเรียงเป็นแถวในระนาบเดียวกัน ด้านบนใบสีเขียวอ่อนมันวาว ด้านล่างใบ ปกคลุมด้วยแว็กซ์สีขาว ฐานทางใบยาว 40-60 ซม. มีขอบเป็นเส้นและปกคลุมด้วย ขนสีน้ำตาลแดงห่อหุ้มลำต้นเพียงบางส่วน ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 1-2 เมตร มีดอกรวมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 ดอก (ดอกเพศเมียหนึ่งดอกระหว่างเพศผู้สองดอก) แต่ในส่วนปลายจะมีดอกเพศผู้อยู่เป็นคู่เท่านั้น ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ และเกสรเพศผู้ 6 อัน, ดอกเพศเมียที่คล้ายกัน ผลกลมขนาด 5.5-6 ซม.ผลอ่อนสีเขียว สีเหลืองเมื่อสุก เมล็ดรูปกลม สีน้ำตาลแดงขนาด 3-4 ซม.มี1 เมล็ดเอนโดสเปิร์มสีขาวภายในเป็นโพรง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้เฉพาะในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ในช่วงแรก ๆของชีวิตในส่วนที่มีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดินแต่ต้องมีการระบายน้ำดีและรักษาความชื้นเกือบตลอดเวลา อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชชนิดนี้มีพิษโดยเฉพาะเมล็ดพืช ใช้ถุงมือในการทำความสะอาดผลไม้ และล้างมือให้สะอาดหลังจากนั้น
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ส่วนใหญ่มักใช้เป็นไม้ประดับ เป็นหนึ่งในปาล์มที่มีใบสวยงามมาก ใช้ในงานจัดสวน งานปรับแต่งภูมิทัศน์ ปลูกเป็นต้นเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม ได้ผลดีมากสำหรับสวนสาธารณะ ริมถนน ในบ้านพักอาศัย
การใช้อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุงหลังคา ลำต้นสำหรับสร้างบ้านชนบท สะพานคันธนูและฉมวก
การอนุรักษ์ https://www.palmweb.org/cdm_dataportal/taxon/7844c8c6-49ce-4a09-a24e-7073d8e4f34c
- ความกังวลน้อยที่สุด (LC) ในระดับโลกสายพันธุ์นี้แพร่หลาย เกิดขึ้นตั้งแต่ฟิลิปปินส์ไปจนถึงนิวกินี ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก อย่างไรก็ตาม มันถูกคุกคามในท้องถิ่นในฟิลิปปินส์ ( AP Keim & Dransfield, J. 2012: เอกสารของสกุล Orania (Arecaceae: Oranieae) – Kew Bulletin 67: 127-190)
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ก่อนหน้านี้แช่ไว้ในน้ำเป็นเวลา 2 วัน ในภาชนะที่ค่อนข้างสูง พบว่าhypocotylอยู่ลึกมาก โดยมีดินร่วนระบายน้ำที่อุดมด้วยฮิวมัส คงความชื้นที่อุณหภูมิ 26-30 °C โดยมีระยะเวลางอกตั้งแต่ 1 ถึง 3 เดือน

Sindro palm /Orania longisquama

[oh-rahn-EE-ah] [lon-jihs-KWAH-mah]


Picture 1---Ambodiriana reserve - Manompana, Madagascar. "Photo by Olivier Reilhes".http://www.palmpedia.net/wiki/Orania_longisquama
Picture 2---QLD. Australia, photo by Daryl O'Connor.http://www.palmpedia.net/wiki/Orania_longisquama

ชื่อวิทยาศาสตร์---Orania longisquama (Jum.) J.Dransf. & N.W.Uhl.(1984).
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:914314-1
---Basionym: Sindroa longisquama Jum. (1933).http://legacy.tropicos.org/Name/2401504
ชื่อสามัญ---Sindroa palm, Sindro palm
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Sindroa, Anivona (Betsimisaraka), Vakapasy (Antaimoro), Ovobolafotsy (Malagasy).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ONNSS (Preferred name: Orania sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Orania' ตั้งเป็นเกียรติแก่ Prince Willem van Oranje Nassau (1792-1849) มกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์แลนด์ ; ชื่อสายพันธุ์ ‘longisquama’ = เกล็ดยาวที่เกี่ยวกับการปรากฏตัวของ ramenta
Orania longisquama เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenri Lucien Jumelle (1866-1935) นักพฤกษศาสตร์ขาวฝรั่งเศสและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและ Natalie Whitford Uhl (1919–2017) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2527


Picture 1, 2---ภาพถ่ายโดย Jacob Uluwehi.http://www.palmpedia.net/wiki/Orania_longisquama
 
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของมาดากัสการ์อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเกิดขึ้นระหว่าง Manongarivo, Masoala และ Taolagnaro เกิดขึ้นในป่าฝนเขตร้อน ป่าดงดิบที่ลาดเชิงเขา กลางเนินหรือตามสันยอดเขา ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 10 - 700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่สูง 7 - 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 13 - 25 ซม.บวมที่โคน ระยะห่างระหว่างรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบ 7-10 ซม.เนื้อไม้แข็งมาก สีน้ำตาลอมเหลือง เปลือกต้น แข็งสีน้ำตาล ใบรูปขนนก(pinnate) มีใบ 9 - 15 ใบ ในมงกุฎ ทางใบยาว 3 เมตร ก้านใบยาว 26-40 ซม.มีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น มีใบย่อย 55-65 คู่ มีขนสีน้ำตาลแดงบาง ๆ บน ก้านใบย่อย พื้นผิวใบมีแว็กซ์สีขาวปกคลุม [บางครั้งใบกาบจะแยกออกจากโครงสร้างคล้ายลิ้นยื่นขึ้นไปจนถึงแผ่นพับที่อยู่ใกล้เคียงทำให้เกิดก้านใบที่ชัดเจน (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995) / Palmweb] ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกแยกแขนง ยาว 0.80-1.25 เมตร แยกเป็น3 กิ่งแข็งแรง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลอ่อนสีเขียวอ่อน สุกสีเหลือง ขนาด 3.5-4.5ซม. มีเมล็ด 1 เมล็ด เอนโดสเปิร์มสีขาว ภายในเป็นโพรง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้เฉพาะในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ในช่วงแรก ๆของชีวิตในส่วนที่มีร่มเงา (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดินแต่ต้องมีการระบายน้ำดีและรักษาความชื้นเกือบตลอดเวลา อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---ตายอด หรือหัวใจปาล์ม ถูกกล่าวว่าเป็นพิษ กินไม่ได้
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน น้ำผลไม้ เอนโดสเปิร์มเหลวกล่าวกันว่ารสชาดหวาน
ใช้ปลูกประดับ---ใช้ในงานภูมิทัศน์ ไม้ประดับที่สวยงามนี้พบมากที่สุดในครัวเรือนและสวน เหมาะสำหรับการตกแต่งในร่มและกลางแจ้ง สำหรับที่พักอาศัย หรือสวนทั่วไป
ใช้อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุงหลังคาบ้านลำต้นสำหรับสร้างบ้าน
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---ภัยคุกคามหลักของสายพันธุ์นี้คือการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการทำไม้ซุง แต่ตอนนี้ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบที่สำคัญ การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้าไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน ขนาดของประชากรในท้องถิ่นแตกต่างกันไป แต่ในหลายกรณี Orania longisquama มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่น ปาล์มนี้คาดว่าจะมีต้นไม้โตเต็มที่มากกว่า 1,000 ต้น ไม่ทราบแนวโน้มประชากรในปัจจุบันได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
source: Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Orania longisquama. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38622A2881133. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38622A2881133.en. เข้าถึงเมื่อ 27 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38622/2881133
ได้รับการคุ้มครองใน Manongarivo, Masoala, Mananara Avaratra, Analalava และ Manombo จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเป็นครั้งคราวเพื่อให้แน่ใจว่าภัยคุกคามไม่รุนแรงมากขึ้น
การขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


สกุล Phoenicophorium (fehn-ih-koh-fohr-EE-uhm) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Phoenicophorium borsigianum 

Thief palm /Phoenicophorium borsigianum

[fehn-ih-koh-fohr-EE-uhm] [bohr-see-jee-AHN-uhm]


Picture 1, 2---Pana'ewa Rainforest Zoo and Gardens. Hilo, Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Phoenicophorium_borsigianum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phoenicophorium borsigianum (K. Koch) Stuntz.(1914.)
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms.
---Basionym: Astrocaryum borsigianum K.Koch.(1859).https://www.gbif.org/species/2735338
---Areca sechellarum (H.Wendl.) Baill.(1895)
---Astrocaryum sechellarum (H.Wendl.) Baill.(1895)
---Astrocaryum pictum Balf.f. (1877)
---Phoenicophorium sechellarum H.Wendl.(1865)
---Stevensonia borsigiana (K.Koch) L.H.Bailey (1930)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668893-1#synonyms  
ชื่อสามัญ---Thief palm, Borsig’s palm, Obi Island palm.
ชื่ออื่น---ปาล์มโคลัมโบ (กรุงเทพฯ); ;[FRENCH: Latanier feuille, Latanier à feuilles larges, Palmier des Seychelles.];[JAPANESE: Kirin yashi..];[PORTUGUESE: Palmeira-dourada (Brazil).];[SEYCHELLS ISLANDS: latanier feuillé, latannyen fey (Local).];[THAI: Paam co lom bo (Bankok).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PHZBO (Preferred name: Phoenicophorium borsigianum.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะเซเชลส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Phoenicophorium' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก "Phoenix" และ "phorios" = ถูกขโมย โดยมีการอ้างอิงถึงการขโมยหนึ่งในตัวอย่างแรกที่เติบโตในสวนพฤกษศาสตร์ Royal , Kew ในปี 1857 หลังจากนั้น "ปรากฏ" ในที่ส่วนตัว ในเรือนกระจกของนักอุตสาหกรรมและนักสะสมพืชเขตร้อนชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 ซึ่งคอลเลกชันพืชมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรป August Borsig (1804-1854) ซึ่งมาเป็นชื่อของสายพันธุ์ 'borsigianum'
- ชื่อสามัญ 'Thief palm' มาจากปาล์มที่ปลูกใน Royal Botanic Gardens, Kew ถูกขโมยไป
- ชื่อวิทยาศาสตร์ Phoenicophorium borsigianum เป็นการแสดงความเคารพต่อประวัติศาสตร์นี้
Phoenicophorium borsigianum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยKarl Heinrich Emil Koch (1809–1879) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Stephen Conrad Stuntz (1875-1918) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2347
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเซเชลส์ที่สวยงามในมหาสมุทรอินเดีย สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นบนเกาะ 8 เกาะ: Mahé, Praslin Silhouette, La Digue, Frégate, Curieuse, Félicité และ St. Anne (Robertson 1989, Matatiken และ Dogley 2006) เติบโตในป่าชั้นล่าง ของหุบเขาหรือบนเนินเขาที่ลาดชัน ตั้งรกรากบนพื้นที่ ที่ถูกกัดเซาะเปลือยซึ่งภัยแล้งรุนแรงและสามารถก่อตัวบนโขดหินได้ จากระดับน้ำทะเลไปจนถึงที่ระดับความสูงประมาณ 300 เมตร

 

Picture 1---Photo: Michael Kürschner - safari-afrika.de.https://www.palmpedia.net/wiki/Phoenicophorium_borsigianum
Picture 2---Nong Nooch Tropical Botanic Gardens, Pattaya, Thailand. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Phoenicophorium_borsigianum

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 12-15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 8 ซม.ตอนอายุน้อยมีหนามหนากว่าตอนโตเต็มวัย กาบใบยาว 50-80 ซม. ไม่ห่อเต็มลำต้นมีขนและหนามสีดำ ที่จะหายไปตามอายุเช่นเดียวกัน ก้านใบยาวถึง 40 ซม. สีส้มเหลืองในต้นอ่อน ใบไม้ที่โค้งอย่างสวยงามมีสีเขียวอ่อนมีความยาวมากกว่า 2 เมตรและกว้าง 1 เมตร มีแผ่นใบรูปหางปลาเต็มรูปแบบ (bifid) ขอบเยื้องซึ่งมีแนวโน้มที่จะฉีกขาดเนื่องจากแรงลม.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกใหญ่มากออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ1.5 เมตร ผลรูปรีหรือรูปไข่ยาว 8-1.2 ซม.สีแดงอมส้มเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือแสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 - 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกันแม้ว่าจะทำงานได้ดีที่สุดอย่างน้อยบางชั่วโมงในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) และมีที่กำบังลม ค่อนข้างปลูกง่าย แต่ไวต่อความเย็นมาก การเจริญเติบโตของต้นกล้าจะหยุดที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15° C ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำดี pH 6.1-7.8 อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็วในสภาพอากาศเขตร้อนที่เอื้ออำนวย การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ชอบความชื้นที่เพียงพอเพื่อให้ดูดีที่สุด แต่สามารถทนต่อช่วงฤดูแล้งได้ อย่าปล่อยให้น้ำขัง ต้นปาล์มในกระถางไม่ควรรดน้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ ปีละ 3 ครั้ง หากไม่ได้ปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามหรือขอบแหลมคม ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ*ปาล์มชนิดนี้เพิ่งถูกนำมาใช้ในการเพาะปลูกเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในฐานะพืชสวนและภาชนะ เป็นปาล์มสำหรับจัดสวนที่ยอดเยี่ยมเมื่อปลูกไว้ท่ามกลางต้นไม้สูงเป็นตัวอย่าง แต่จะดียิ่งขึ้นเมื่อปลูกต้นไม้หลายชนิดรวมกัน เหมาะสำหรับสวนขนาดเล็กโดยเฉพาะที่ต้นปาล์มชนิดอื่นจะเติบโตเกินขนาด ปลูกต้นปาล์มนี้ในภาชนะและวางไว้ในจุดที่โดดเด่นบนลานบ้าน (llifle.com)
การใช้งานอื่น ๆ---ในอดีตมีการใช้ใบไม้อย่างแพร่หลายในการมุงหลังคา โครงสร้างบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว
นิเวศวิทยา---ปาล์มชนิดนี้มีหนามที่โดดเด่นบนลำต้นและฐานใบซึ่งโดยทั่วไปคิดว่าเป็นคุณสมบัติป้องกันเต่ายักษ์ที่เคยท่องไปมาอย่างอิสระในหมู่เกาะ ใบไม้ขนาดใหญ่เป็นที่พักพิงของตุ๊กแกและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเนื่องจากพื้นผิวที่จับจีบทำหน้าที่เป็นกับดักขยะที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นที่กำบังสำหรับสัตว์ขนาดเล็ก (llifle.com)
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของหมู่เกาะเซเชลส์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการลดลงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ขอบเขตและ / หรือคุณภาพของที่อยู่อาศัยแต่สายพันธุ์นี้สามารถสร้างได้ในป่าเสื่อมโทรมเติบโตและฟื้นฟูสภาพได้ค่อนข้างดีทั้งในป่าทุติยภูมิและในป่ารกที่เคยถูกตัดไม้ทำลายป่า ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2007)
source: Ismail, S., Huber, M.J. & Mougal, J. 2011. Phoenicophorium borsigianum (K.Koch) Stuntz. The IUCN Red List of Threatened Species 2011: https://doi.org/10.2305/IUCN.UK.2011-2.RLTS.T38628A10140330.en เข้าถึงเมื่อ 27 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38628/10140330
อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Morne Seychellois Curieuse Marine, อุทยานแห่งชาติ St. Anne และ Praslin สายพันธุ์นี้ได้รับการคุ้มครองโดยพระราชบัญญัติสาเก (Breadfruit) และต้นไม้อื่นๆ (protection)
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดสด ใช้ระยะเวลาในการงอกประมาณ 4-6 เดือน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เมล็ดก็จะมีอายุการเก็บรักษาได้ไม่นาน


สกุล Pholidostachys (foh-LEE-doh-stahk-iss) เป็นประเภทของปาล์มที่พบในอเมริกากลางและตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ (ตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิล ,โคลอมเบีย ,เอกวาดอร์ ,เปรู )
สายพันธุ์ที่ยอมรับได้ 4 สายพันธุ์ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Pholidostachys dactyloides H.E.Moore - ปานามา โคลัมเบีย เอกวาดอร์
2 Pholidostachys kalbreyeri H.Wendl ex Burret - Panama, Colombia
3 Pholidostachys pulchra H.Wendl ex Burret - คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย
4 Pholidostachys synanthera (Mart.) HEMoore - โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, เปรู, อเมซอนรัฐบราซิล

Lucy's Cane Palm /Pholidostachys pulchra

[foh-LEE-doh-stahk-iss] [POOL-krah]


Picture 1---Hawaii. Photo by Jerry D. Andersen, JD Andersen Nursery.                                            https://www.palmpedia.net/wiki/Pholidostachys_pulchra
Picture 2---Wilson Garden, Las Cruces, Costa Rica. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens,Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Pholidostachys_pulchra

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pholidostachys pulchra H.Wendl ex Burret.(1930)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:1170859-2    
---Calyptrogyne pulchra Burret.(1930)
---Geonoma amabilis H.Wendl. ex Dahlgren. (1936), nom. nud.
ชื่อสามัญ---Lucy's Cane Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 93321 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid93321) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=93321
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pholidostachys' มาจากภาษากรีก 2 คำหมายถึง รูปแบบในสาขาของช่อดอกคล้ายเกล็ดปลา; ชื่อเฉพาะของสายพันธุ์ 'pulchra' มาจากภาษาละติน แปลว่า "สวย ยุติธรรมหรือน่ารัก"
Pholidostachys pulchra เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันจากอดีต Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2473
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในนิการากัว, คอสตาริกา, ปานามา และโคลัมเบียตะวันตก ตามแนวลาดทะเลแคริบเบียนของคอสตาริกา เจริญเติบโตส่วนใหญ่ในป่าฝนเขตร้อนที่ราบต่ำหรือถึงป่าดิบชื้นตอนล่าง สายพันธุ์นี้ดูเหมือนจะชอบสภาพป่าปฐมภูมิมากกว่า พบที่ระดับความสูง 0–850 เมตร  
ลักษณะ---ปาล์มนี้ดูเหมือนกับปาล์มหางปลาขนาดใหญ่ สูง 3.7-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 3-8 ซม. มีใบ 7-23 ใบก้านใบยาว 85ซม.ทางใบยาว 70 ซม.มีใบย่อย 3-9 ใบต่อด้าน ใบย่อยกว้างมากและมีความกว้างที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากต้นปาล์มอื่น ๆ ส่วนใหญ่ ใบใหม่สีแดงสวยงาม ช่อดอกเห็นได้ชัด บางครั้งมีการจัดกลุ่มและผลิตโครงสร้างแบบ spicate บนแกนช่อที่เปราะบางและยาวเรียว ผลรูปไข่สีเหลืองส้มเมื่อสุก ขนาด 2.2-2.9 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน อบอุ่นและชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงสว่างจ้าถึงแสงกรอง ดินที่ชื้นและอุดมสมบูรณ์
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับในสวนและสวนสาธารณะ เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับสวนที่ร่มรื่น แต่ไม่ค่อยพบในการเพาะปลูก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'อ่อนแอ' มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU - VULNERABLE B2ab(i,ii,iii) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2020)
source: Zamora, N.A. 2021. Pholidostachys pulchra. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T67554793A162588148. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-1.RLTS.T67554793A162588148.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/67554793/162588148
- เป็นที่รู้จักจากพื้นที่คุ้มครองบางแห่ง ในนิการากัว จาก Reserva Biológica Indo Maíz
- ในคอสตาริกา จาก Refugio Nacional de Vida Silvestre Barra del Colorado, Estación Biológica La Selva, Parque Nacional Tortuguero, Parque Nacional Braulio และ Parque Nacional Corcovado
- ในปานามา จาก Área Protegida Corregimiento de Narganá
ระยะเวลาออกดอก---เมษายน มิถุนายน และกรกฎาคม (Grayum 2003)
การขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Phytelephas (fy-TEHL-eh-fahs) มีทั้งหมด7 สายพันธุ์ ซึ่งทั้งหมดถูกนำไปใช้ประโยชน์จากงาช้างผักหรือ taguaจากเมล็ดหรือถั่วคอร์โซ (corozo) (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)
1 Phytelephas aequatorialis Spruce
2 Phytelephas macrocarpa Ruiz & Pav.
3 Phytelephas olsonii
4 Phytelephas schottii
5 Phytelephas seemannii
6 Phytelephas tenuicaulis
7 Phytelephas tumacana

Tagua Palm /Phytelephas aequatorialis

[fy-TEHL-eh-fahs] [ehk-wah-tohr-ee-AHL-iss]


Picture 1---ช่อดอกเพศผู้ ภาพถ่ายโดย La Tagueria. https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_aequatorialis
Picture 2---Wilson Botanical Garden, Costa Rica. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_aequatorialis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phytelephas aequatorialis Spruce.(1871)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668982-1#synonyms
---Palandra aequatorialis (Spruce) O.F.Cook.(1927)
ชื่อสามัญ---Tagua Palm, Ecuadorean Ivory Palm, Vegetable ivory, Ivory-nut palm, Corozo nut,
ชื่ออื่น---;[BRAZIL & PERU: jarina.];[CHINESE: Xiàng yá yē, Xiàng yá guǒ (fruit / nut).];[COLOMBIA & ECAUDOR: tagua, corozo.];[FRENCH: Ivoire végétal, Palmier à ivoire.];[GERMAN: Elfenbeinpalmen.];[JAPANESE: Ekuadoru aiborī pāmu, Yasai no zouge, Yashi no zouge.];[PORTUGUESE: Jarina, Marfim-vegetal, Pau-marfim, Tagua.];[SPANISH: Corozo, Jarina (Brazil), Tagua.];[TELUGU: Dantapu tāṭi, Phaiṭeliphās.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PJPAE (Preferred name: Phytelephas aequatorialis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ออสเตรเลีย บราซิล อเมริกากลาง เอกวาดอร์ ปานามา เปรู อเมริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Phytelephas' คือการรวมกันของ8eกรีก 'phytόn' = พืชและ 'elephantas' = ช้าง ด้วยการอ้างอิงถึง endosperm ที่ใช้แทนงาช้าง ; ชื่อของสายพันธุ์ 'aequatorialis' หมายถึงจากหรือมาจากบริเวณเส้นศูนย์สูตร
Phytelephas aequatorialis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Richard Spruce (1817–1893) นักพฤกษศาสตร์และนักชีววิทยาชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2414
ที่อยู่อาศัย---พืชพื้นเมืองในเอกวาดอร์ตะวันตก พบในออสเตรเลีย บราซิล อเมริกากลาง เอกวาดอร์ ปานามา เปรู และส่วนอื่น ๆ ของอเมริกาใต้ พบขึ้นบนที่ราบลุ่มที่เปียกชื้นมักอยู่ใกล้แม่น้ำบนที่ราบชายฝั่งที่ระดับความสูง 0 -1,500 เมตร


Picture 1---Sosote จังหวัด Manabi เอกวาดอร์ รูปภาพ: andeandlarry.wordpress.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_aequatorialis
Picture 2---ภาพโดย La Tagueria. https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_aequatorialis

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 3 - 15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25 - 30 ซม.มีวงรอยแลเป็นขรุขระที่เกิดจากฐานใบ ใบรูปขนนก(pinnate)ประมาณ 30 ใบแต่ละใบมีความยาวประมาณ 6- 8 เมตร มีใบย่อย 200-300 คู่จัดเรียงเป็นกลุ่มและกระจายในระนาบที่แตกต่างกัน หรือไม่ค่อยแทรกเป็นประจำในระนาบเดียว ขนาดของใบย่อย ยาว 60-90 ซม.กว้าง 4-6 ซม สีเขียวเข้ม ใบที่ตายแล้วยังคงอยู่ หลายใบห้อยลงมาอยู่ใต้มงกุฎ ช่อดอกเกิดที่ซอกใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียมีรูปร่างและโครงสร้างแตกต่างกันมาก ช่อดอกเพศผู้มีความยาว1-2.5 เมตร จากสีครีมเป็นสีเหลืองมีกลุ่มดอกไม้หนาแน่น 300-500 ดอก เพศเมียจะมีผลสีน้ำตาลรูป กรวยขนาดใหญ่โดยแต่ละผลมีขนาดเท่ากับเกรฟฟรุ๊ตหรือมะนาวและมีเปลือกหนามปกคลุมอยู่ซึ่งมักจะมี 4 เมล็ด.ผลเพศผู้ที่เกิดบนก้านยาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม.โดยปกติจะมีผลประมาณ 12 ผล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกในสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้นกึ่งเขตร้อน (USDA Zone:10-12) ต้องการตำแหน่งทีทมีแสงแดดเต็ม หรือมีร่มเงา พื้นที่ที่ชื้นและร่มรื่น ดินที่มีการระบายน้ำดี ดินเหนียว ดินร่วน  กรือดินทราย เป็นกรดอ่อนๆถึงเป็นด่างอ่อนๆ pH 6.1-7.5 อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำเพียงพอ ไม่ทนต่อความแห้งแล้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและเป็นแหล่งของวัสดุ เป็นแหล่งหลักของทางเลือกทางพฤกษศาสตร์แทนงาช้างจริง ๆที่เรียกว่า Ecuadorean Ivory Palm หรือ Tagua
ใช้กิน---เมล็ดอ่อนมีเยื่อที่กินได้หวาน เมล็ดกินได้หลายวิธี เมื่อยังอ่อน endosperm ของเหลวจะถูกใช้เป็นเครื่องดื่มที่สดชื่น เมื่อกลายเป็นวุ้นมากขึ้นก็จะกลายเป็นอาหาร เนื้อผลสีส้มกินเป็นผลไม้ ใบปรุงสุก และตายอดหรือหัวใจปาล์ม กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---ต้นกล้าสองใบที่ยังติดเมล็ดขายดีมากเช่นเดียวกับปลูกต้นที่ยังเล็กเป็นไม้กระถาง
การใช้อื่น ๆ---เมล็ดที่แก่กว่าจะแข็งกว่าเนื้อไม้และถูกห่อหุ้มด้วยลายเปลือกหอยที่สวยงาม endosperm เป็นสีขาว สามารถนำมาขัดและแกะสลักได้เหมือนงาช้าง เมล็ดพันธุ์นี้เป็นที่มาของงาช้างผักทั้งหมดที่ส่งออกจากเอกวาดอร์ ถูกนำมาใช้เพื่อทำปุ่มงานฝีมือ ฯลฯ พืชที่ปลูกกันทั่วไป หรือได้รับอนุญาตให้อยู่ในทุ่งหญ้า  
- เป็นแหล่งผลิตงาช้างผัก เอ็นโดคาร์ปของเมล็ดที่แข็งมาก (ส่วนนี้ที่เรียกว่า งาช้างผ้ก หรือ ถั่วงาช้าง ใช้เป็นวัสดุทดแทนงาช้างจริงๆ ) ใช้สำหรับทำปุ่มชิ้นหมากรุกและของประดับตกแต่งหลากหลายชนิด
- ช่อดอกเพศผู้เป็นอาหารสำหรับปศุสัตว์ เนื้อผลใช้เป็นเหยื่อล่อปลา เหยื่อล่อกับดักหนู อาหารสัตว์สำหรับหมูและไก่
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมีคุณค่าทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของสปีชีส์ทำให้การปกป้องประชากรป่าสุดท้ายมีความสำคัญมาก เพื่อรักษาความแปรปรวนทางพันธุกรรม ภัยคุกคามที่สำคัญคือการใช้ผลมากเกินไป infrutescence จะเก็บเกี่ยวทั้งหมดเมื่อสุก โดยปล่อยให้ต้นไม้เป็นหมัน จัดว่าเป็นของหายากในปี 1997 โดย IUCN (Walter and Gillett 1998) บันทึกจาก เอกวาดอร์ในจังหวัด Cañar, Chimborazo, Cotopaxi, Esmeraldas, Manabí, Pichincha และ Los Ríos ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท 'ใกล้ถูกคุกคาม' (ใกล้จะมีคุณสมบัติที่มีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคามโดยไม่มีมาตรการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องหรือใกล้สูญพันธุ์และ/หรืออาจมีคุณสมบัติในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---NT - Near Threatened - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2003)
source: Montúfar, R. & Pitman, N. 2003. Phytelephas aequatorialis. The IUCN Red List of Threatened Species 2003: e.T43981A10836113. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2003.RLTS.T43981A10836113.en. Accessed on 29 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/43981/10836113
แม้จะมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก แต่สายพันธุ์นี้ได้รับการบันทึกไว้เพียงครั้งเดียวภายในเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองของเอกวาดอร์ใน Parque Nacional Machalilla พืชป่าเกือบจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนใน Reserva Ecológica Cotacachi-Cayapas
ระยะออกดอก/ติดผล---การออกดอกและติดผลไม่ได้เป็นไปตามฤดูกาล แต่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี
การขยายพันธุ์---เมล็ด


Large-seeded Ivory Nut Palm /Phytelephas macrocarpa

[fy-TEHL-eh-fahs] [mak-roh-KAR-puh]


Picture 1---From my friend Liana, taken in Rio's Jardim Botânico. Photo by Gileno Machado.https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_macrocarpa
Picture 2---Taken at Nong Nooch Botanical Gardens in Thailand. Photo by Cindy Adair.https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_macrocarpa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phytelephas macrocarpa Ruiz & Pav.(1798)
ชื่อพ้อง---Has 15 Synonyms.  
---Elephantusia macrocarpa (Ruiz & Pav.) Willd.(1806)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668996-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Large-seeded Ivory Nut Palm, Vegetable Ivory, Ivory nut palm
ชื่ออื่น---[BOLIVIA: Pulu-puntu.];[BRAZIL: Jarina, Polupunto.];[FRENCH: Ivoire végétal.];[GERMAN: Elfenbeinpalme, Steinnusspalme.];[ITALIAN: Palma dell’avorio.];[PORTUGUESE: Marfim-vegetal, Palmeira-do-marfim, Tágua.];[SPANISH: Cabeza de negro, Chapi, corozo, Homero, Marfil vegetal, Palma de marfil, Polo ponta, Yarina.];[SWEDISH: Elfenbenspalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PJPMA (Preferred name: Phytelephas macrocarpa.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย บราซิล เปรู ปานามา เปรู ตรินิแดดและโตเบโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Phytelephas' คือการรวมกันของ8eกรีก 'phytόn' = พืชและ 'elephantas' = ช้าง ด้วยการอ้างอิงถึง endosperm ที่ใช้แทนงาช้าง ; ชื่อสายพันธุ์คือการรวมกันของคำคุณศัพท์ 'makrόs' = ใหญ่และ 'karpόs' = ผลไม้  Phytelephas macrocarpa'แปลว่า 'พืชช้าง' กับ 'ผลไม้ขนาดใหญ่'
Phytelephas macrocarpa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHipólito Ruiz López (1754-1815) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปนและJosé Antonio Pavón (1754–1844) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปนในปี พ.ศ.2341

 

Picture 1, 2---Kebun Raya Bogor, Java, Indonesia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
https://www.palmpedia.net/wiki/Phytelephas_macrocarpa

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศโบลิเวีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิลและเปรู เติบโตในป่าฝน ที่ระดับความสูงถึงประมาณ 1,200 เมตร ตามแนวชายฝั่งของลำธารน้ำที่ลุ่มน้ำ ที่ถูกน้ำท่วมเป็นระยะ
ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีลำต้นใต้ดินหรือลำต้นสั้นมักจะงอหรือเอนราบกับพื้นยาวถึง 2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30ซม.ปกคลุมด้วยมวลของใย มงกุฎประกอบด้วยใบรูปขนนก(pinnate) ประมาณ 30 ใบแต่ละใบมีความยาวประมาณ 8 เมตร มีใบย่อย 42-95 คู่ สีเขียวเข้มมันวาวด้านบนซีดจางด้านล่าง ใบที่ตายแล้วยังคงอยู่ ช่อดอกเกิดที่ซอกใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียมีรูปร่างและโครงสร้างแตกต่างกันมาก ช่อดอกเพศผู้มีความยาวรูปทรงกระบอก ผิวเนื้อคล้ายหนามยาว 0.7- 1.5 เมตร ในขณะที่ช่อดอกเพศเมียมีรูปทรงตลับ กลมกระทัดรัด ยาว 22-40 ซม. ทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียมีกลิ่นฉุน ผลเป็นผลกลุ่ม รูปกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม.โดยปกติจะมีผลประมาณ 15–20 ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 10–15 ซม.เปลือกนอกหนาคล้ายไม้ มีหนามแหลมคมมากมาย ภายในแต่ละส่วน จะพบถั่วสีน้ำตาลเข้มทรงกลม/วงรี 4 หรือ 5 ชิ้น เมื่อสุกผลที่เกิดขึ้นบนต้นเพศเมียจะแตกเป็นชิ้น ๆ ทำให้เมล็ดที่เรียกว่า ถั่ว (Nut) หล่นลงพื้น เนื้อผลสีเหลืองส้มบางมัน มีเมล็ด 5-6 เมล็ดรูปลิ่มขนาด 2-6 ซม. เอนโดสเปิร์มมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันและเป็นของเหลวในตอนแรกกลายเป็นวุ้นในภายหลังและในที่สุดก็แข็งมากสีขาวและสีงาช้างเหมือนบางครั้งมีโพรงกลางเล็ก ๆ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปาล์มจากเขตร้อนที่สามารถปลูกในสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้นกึ่งเขตร้อน (USDA Zone:10-12) และในภูมิภาคเขตร้อนทั่วทุกมุมโลก ทนต่ออุณหภูมิ 0°C ในช่วงสั้น ๆชอบพื้นที่ที่ชื้นและร่มรื่น ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน มีการระบายน้ำดี พืชที่เติบโตช้าอาจใช้เวลาตั้งแต่ 7 - 25 ปี ตั้งแต่ต้นอ่อนก่อนที่จะเริ่มออกผล
การรดน้ำ---ต้องการน้ำเพียงพอ ไม่ทนต่อความแห้งแล้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Brontispa longissima (ด้วงมะพร้าว), ตัวอ่อนของด้วงงวงขนาดใหญ่, ไส้เดือนฝอย
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---พืชชนิดนี้ถูกใช้เป็นอาหารในท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ เมล็ดแข็งคือรูปแบบหนึ่งของงาช้างผักซึ่งใช้ในงานหัตถกรรม เมล็ดของต้นปาล์มงาช้างนี้และพันธุ์พืชอื่น ๆ มักรวบรวมจากป่าและส่งออกในปริมาณมากจากปานามาและอเมริกาใต้ เพื่อใช้แทนงาช้าง มีผลิตภัณฑ์มากมายที่ประดิษฐ์จากเมล็ดงาช้างเหล่านี้
ใช้กิน---ผลจากเมล็ดอ่อนมีตัวอ่อนเหลว คล้ายเจลลี่วางขายในท้องตลาด ผลถูกนำมาใช้แทนเป็นกาแฟ  ผลสีน้ำตาลวู้ดดี้เรียกว่า"wamomo" ที่มีเนื้อสีขาวอร่อยเป็นที่นิยมมากโดยชาวอินเดีย ผลทำหน้าที่เป็นน้ำประปาฉุกเฉินในป่า
ใช้ปลูกประดับ---มีการนำมาใช้ในงานภูมิทัศน์ ปลูกเป็นไม้ประดับได้สวยงามและมีประโยชน์มาก
การใช้อื่น ๆ---จากงาช้างผักหรือ tagua จากเมล็ด หรือถั่วคอร์โซ เมล็ดสีขาวเนื้อแข็งใช้ทำปุ่มลูกเต๋าชิ้นหมากรุกและอื่น ๆ ใช้ทดแทน งาช้าง ปัจจุบันยังคงเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับประชากรในท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการห้ามแหล่งวัสดุจากสัตว์
- มีเพียงเพศเมียในสายพันธุ์เหล่านี้เท่านั้นที่ผลิต tagua
- ก้านใบเรียกว่า "wamoncagi" มีไว้สำหรับครอบฟันและปาเป้าชั่วคราว "wamongi" สำหรับทำไม้กวาด เชื้อไฟ คบเพลิง น้ำยาทำความสะอาดปืนลูกซองและใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับมุง ใบ "wamonta" สำหรับตะกร้าและเส้นใย  
พิธีกรรม/ความเชื่อ---คนพื้นเมืองในอเมริกาใต้ใช้ Tagua เพื่อเป็นตัวแทนของความเป็นผู้หญิง เนื่องมาจากพลังแห่งความโรแมนติกที่ดุจแม่เหล็กอันยิ่งใหญ่ สมาชิกแต่ละคนของเผ่าจะได้รับจี้ทากัวเพื่อคล้องคอ และเชื่อว่าผู้ที่สวมTagua จะมีชีวิตสามัคคีและเป็นที่รักของครอบครัวและเพื่อนๆ ของพวกเขาตลอดไป        
ระยะออกดอก/ติดผล---การออกดอกและติดผล ไม่ได้เป็นไปตามฤดูกาล แต่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี
การขยายพันธุ์---*โดยการเพาะเมล็ด ในชั้นดินทราย ซึ่งจะงอกในสภาพที่ดีที่สุดภายใน 3-6 เดือน แต่อาจต้องใช้เวลาหลายปีด้วยซ้ำ https://www.monaconatureencyclopedia.com/phytelephas-macrocarpa/?lang=en


สกุล Podococcus (POH-doh-kohk-Kuss) เป็นประเภทของปาล์มที่พบในเขตร้อนของทวีปแอฟริกา ถิ่นของป่าแอฟริกันตอนกลางของมหาสมุทรแอตแลนติกที่กระจายจากสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ไปยังแม่น้ำคองโกในวงไม่เกิน 200 กม. จากชายฝั่งที่มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างCross Riverในไนจีเรียและแม่น้ำ Sanaga ในแคเมอรูน ประกอบด้วยสองสายพันธุ์ คือ
-Podococcus acaulis Hua - กาบอง, คองโก - บราซซาวิล
-Podococcus barteri G. Mann & H. Wendl - กาบอง, คองโก - บราซซาวิล, ไนจีเรีย, แคเมอรูน, อิเควทอเรียลกินี, Cabinda, Zaire (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)

Manga /Podococcus acaulis

[POH-doh-kohk-Kuss] [ah-KOW-liss]

Picture 1---Republic of Congo, Feb 2014. Photo by Dr. Adama Faye. https://www.palmpedia.net/wiki/Podococcus_acaulis
Picture 2---Mt Doudou, Gabon, November 2013. Photo by Dr. Thomas Couvreur. https://www.palmpedia.net/wiki/Podococcus_acaulis
 
ชื่อวิทยาศาสตร์---Podococcus acaulis Hua.(1895)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669220-1
ชื่อสามัญ---None ( Not recorded.)
ชื่ออื่น---Vernacular: Manga
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 1686259 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid1686259) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=1686259&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---กาบอง, คองโก: บราซซาวิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Podococcus' = Unknown ; ชื่อของสายพันธุ์ 'acaulis' = ความหมาย:ไม่มีลำต้นหรือลำต้น
Podococcus acaulis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenri Hua (1861–1919) นักพฤกษศาสตร์และภัณฑารักษ์ชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ.2438 เคยถูกพิจารณาว่าเป็นพันธุ์เฉพาะของ P. barteri ซึ่งเกือบจะจำกัดเฉพาะในประเทศกาบองเท่านั้น มีการกล่าวถึงประวัติอนุกรมวิธานสัณฐานวิทยาการกระจายและการอนุรักษ์ของสกุลแต่ละชนิด
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในกาบองและภูมิภาค Kouilou ของสาธารณรัฐคองโก เติบโตในป่าดิบแล้งรวมถึงเนินเขาเตี้ย ๆ ตามลำธาร  พื้นที่แห้งบนป่าพรุ จากระดับน้ำทะเล 0 - 600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอ (Acaulescent) มีลำต้นที่มองไม่เห็นอยู่ใต้ดิน ใบรูปขนนก (pinnate)เรียงสลับแผ่กว้างจากฐาน ประกอบด้วยใบย่อย ไม่เกิน 10 คู่ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ผลรูปไข่แคบ ขนาด2-3ซม.สีเขียวมะกอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วงเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10b) อื่น ๆไม่มีบันทึก
การใช้ประโยชน์---ไม่มีบันทึก
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญต่อสายพันธุ์นี้ทั่วขอบเขตทางภูมิศาสตร์ แม้ว่าจะถูกคุกคามในท้องถิ่นจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยเนื่องจากการตัดไม้ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2016)
source: Cosiaux, A., Gardiner, L.M. & Couvreur, T.L.P. 2018. Podococcus acaulis. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T95366572A95366575. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T95366572A95366575.en. Accessed on 30 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/95366572/95366575
สายพันธุ์นี้พบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่คุ้มครอง โดยมีอยู่ในอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ Moukalaba-Doudou, อุทยานแห่งชาติ Waka, Lopé ในกาบอง และอุทยานแห่งชาติ Conkouati ในคองโก
การขยายพันธุ์---การสืบพันธุ์ด้วยพืชธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นผ่าน stolons ที่เพิ่มขึ้นในแนวนอนด้านบนหรือใต้พื้นผิวดิน

Achilim /Podococcus barteri

[POH-doh-kohk-Kuss] [Bahr-TEHR-ee]

 

Picture 1---Republic of Congo, Feb 2014. Photo by Dr. Adama Faye. http://www.palmpedia.net/wiki/Podococcus_barteri
Picture 2---Near Sam village, Gabon, November 2013. Photo by Dr. Thomas Couvreur. http://www.palmpedia.net/wiki/Podococcus_barteri

ชื่อวิทยาศาสตร์---Podococcus barteri G. Mann & H. Wendl. (1864)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669221-1
ชื่อสามัญ---None ( Not recorded.)
ชื่ออื่น--- VERNACULAR: Achilim
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 101629 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid101629) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi? mode=Info&id=101629&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---กาบอง, คองโก: บราซซาวิล, ไนจีเรีย, แคเมอรูน, อิเควทอเรียลกินี, Cabinda, Zaire
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Podococcus' = Unknown ; ชื่อของสายพันธุ์ 'barteri' จาก pseudo-Latin สำหรับนักธรรมชาติวิทยาหลายคนที่ชื่อ Barter
Podococcus barteri เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Gustav Mann (1836–1916) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2407
ที่อยู่อาศัย---พบได้ในแองโกลา, แคเมอรูน, คองโก, บนเกาะ Bioko (Equatorial Guinea), กาบอง, ไนจีเรียและซาอีร์ จากไนจีเรียไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และ Cabinda (แองโกลา) เติบโตในป่าดิบเขาและในที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งในป่าพรุและริมฝั่งแม่น้ำ ที่ระดับความสูง 0 - 700 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดเล็กสูง 1-2 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1 ซม.ปกคลุมด้วยฐานใบสีน้ำตาล ต้นอายุมากขึ้น เปลือย มีรอยแผลเป็นจากใบเป็นรูปวงแหวน ใบรูปขนนก (pinnate) เรียงสลับ ใบยาว 0.50-1.2 เมตร ก้านใบยาว 50 ซม ประกอบด้วยใบย่อย ไม่เกิน 7 คู่ ก้านใบและใบมีขนหนาแน่นสีน้ำตาลแดงปกคลุมด้านล่าง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) คล้ายหนาม ยาว 75 ซม.การออกดอกเป็นแบบ protandrous (ดอกเพศผู้ออกมาหลายสัปดาห์ก่อนดอกเพศเมีย) ผลรูปรีขนาด 2–3.5 ซม.สีส้มแดงถึงสีน้ำตาลมีกลิ่นหอมเมื่อสุก เมล็ด มี 1–3 เมล็ด รูปวงรีแคบขนาด 0.19 0. × 0.4 ซม.
- Podococcus barteri ค่อนข้างแพร่หลาย มีความแตกต่างมากมายและเติบโตช้ามาก มีอายุยืนยาว ในแคเมอรูนมีอายุการใช้งานทั้งหมดประมาณ 63-74 ปี ต้นปาล์มที่โตเต็มวัยจะผลิตใบหนึ่งใบต่อปีและแต่ละใบจะอยู่ในมงกุฎประมาณ 5 ปี ในแคเมอรูนมีการประเมินว่าต้นกล้าเริ่มการสืบพันธุ์หลังจาก 15 ปีและออกดอกหลังจาก 37 ปี การพัฒนาช่อดอกการออกดอกและการเจริญเติบโตของเมล็ดใช้เวลาประมาณ 1.4 ปี มีเพียง 0.08 เปอร์เซ็นต์ของรังไข่เท่านั้นที่กลายเป็นเมล็ดที่โตเต็มที่
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10b) อื่น ๆไม่มีบันทึก
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน เนื้อผลไม้และเมล็ดสดกินได้
การใช้อื่น ๆ---ในกาบองใบไม้จะใช้สำหรับปิดกระท่อมชั่วคราวเมื่อไม่มีสายพันธุ์ที่ต้องการมากกว่านี้
- ก้านของใบใช้สำหรับทอ กับดักปลาและ ก้านทั้งหมดใช้เป็นคันเบ็ด
- ใน Equatorial Guinea ฐานของใบถูกใช้เป็นแท่งเคี้ยวเพื่อทำความสะอาดฟันและในแคเมอรูนก้าน ถูกใช้ในทำนองเดียวกัน
- ลำต้นใช้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก แม้ว่าสายพันธุ์นี้จะเผชิญกับการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น แต่ก็ไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญต่อการแพร่กระจายในวงกว้าง ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
- ไม่มีเหตุผลที่จะคาดหวังว่ามันจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากอัตราการเติบโตช้า จึงควรระมัดระวังในการใช้ประโยชน์จากปาล์มนี้ อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในอนาคต
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species.(2016)
source: Cosiaux, A., Gardiner, L.M. & Couvreur, T.L.P. 2018. Podococcus barteri. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T95366583A95366586. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T95366583A95366586.en. Accessed on 30 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/95366583/95366586
สายพันธุ์นี้มีอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง 9 แห่ง
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
การขยายพันธุ์--- การสืบพันธุ์ด้วยพืชธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นผ่าน stolons ที่เพิ่มขึ้นในแนวนอนด้านบนหรือใต้พื้นผิวดิน

สกุล Pogonotium (poh-goh-noh-TEE-uhm)ป็นประเภทปาล์ม dioecious (ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น)  มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สายพันธุ์และลูกผสมต่อไปนี้ที่ได้รับการยอมรับ (ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)
-Pogonotium divaricatum J.Dransf.-ซาราวักบนเกาะบอร์เนียว
-Pogonotium moorei J.Dransf. -ซาราวักบนเกาะบอร์เนียว A New Species from Sarawak
-Pogonotium ursinum (Becc.) J.Dransf. -มาเลเซียและบอร์เนียว
* ปัจจุบันสาย พันธุ์ของมันรวมอยู่ในสกุล Calamus ญาติสนิทของมันคือหวายปีนและถึงแม้จะติดอาวุธบางส่วนด้วยอุปกรณ์ปีนเขา นิสัยของมันก็แผ่กิ่งก้านสาขาและโน้มตัวแต่ไม่มีประสิทธิภาพในการปีนเขา ช่อดอกที่ลดลงระหว่างใบหูนั้นผิดปกติและแยกความแตกต่างจากญาติที่คล้ายกันเช่น Calamus , Daemonoropsและ Ceratolobus
https://en.wikipedia.org/wiki/Pogonotium

Pogonotium Rattan /Pogonotium divaricatum

[poh-goh-noh-TEE-uhm] [dee-vahr-ee-KAH-tuhm]


Picture 1---Bukit Patam, Brunei Darussalam. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture 2---Mulu National Park, Sarawak, Malaysia. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Pogonotium_divaricatum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pogonotium divaricatum J.Dransf.(1980)
ชื่อพ้อง--- * This name is a synonym of Calamus pogonotium W.J.Baker.(2015)
- รวมข้อมูลจากคำพ้องความหมายภายใต้ชื่อพ้อง Pogonotium divaricatum J.Dransf.(1980)
- See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77145269-1/general-information
ชื่อสามัญ---Pogonotium Rattan, Pogonotium Cane
ชื่ออื่น---[FRENCH : Rotin de Bornéo.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 93311 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid93311) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=93311&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ซาราวัก เกาะบอร์เนียว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pogonotium' มาจากคำภาษากรีก 'pogon' = "beard" และ otion = "ear" หมายถึงใบหูที่มีหนามละเอียด ; ชื่อสายพันธุ์ 'divaricatum' จากภาษาละติน อ้างอิงถึงการจัดเรียงของแผ่นใบย่อยในตัวอย่าง
Pogonotium divaricatum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2523
- ปัจจุบัน Pogonotium divaricatum อยู่ในสกุล Calamus เป็น Calamus pogonotium ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย William John Baker (เกิดปี 1972-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2548
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มหายากพบขึ้นกระจายอยู่ในต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญในซาราวัก และใน G. Mulu National Park ระหว่าง Sg. Medalam และ Lobang Cina บางครั้งพบบนเกาะบอร์เนียวในดิน podsolized หรือในป่าที่เรียกว่า "kerangas" ที่ระดับความสูง 700 - 1,000 เมตร (kerangas เป็นประเภทของป่าชื้นเขตร้อนที่พบบนเกาะบอร์เนียวซึ่งจะแบ่งออกระหว่าง บรูไน, อินโดนีเซียและมาเลเซีย)
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดเล็ก ลำต้นมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบรวมกลุ่มมีปล้องสั้น ๆ สูงไม่เกิน 4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2ซม.โคนต้นปกคลุมด้วยหนามสีดำหนาแน่น ยาว 3ซม. ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว1.2 เมตร  สีเขียวเข้มมีสันสีดำและสีซีด  ก้านใบยาว 30 ซม มีหูใบ แต่ละข้างของก้านใบยาว 20 ซม. .มีหนามสะเก็ดกระจัดกระจาย ใบย่อยแข็ง 40- 60 ใบในแต่ละด้าน มีขนแปรงละเอียดที่ฐานด้านล่างและขนแปรงอ่อนนุ่มมากมายบนพื้นผิวทั้งสองข้าง ใบอ่อนแต่งแต้มสีชมพู ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)ช่อดอกมีขนาดเล็กและไม่เด่นตั้งตรง ยาวน้อยกว่า16 ซม.ออกแนบชิดระหว่างหูใบที่ยื่นออกมา ก้านช่อดอกสั้นมากหรือขาดหายไป ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ดอกมีขนาดเล็กมากดอกเพศผู้อยู่ในการจัดเรียงที่แตกต่างกัน มีเกสรเพศผู้ 6 อัน ช่อดอกเพศเมียประกอบด้วยดอกเพศเมียและดอกเพศผู้ที่เป็นหมัน ผลเกือบกลมหรือรูปไข่มีจงอยปาก ขนาด 1.7 × 1.4 ซม. ปกคลุมไปด้วยเกล็ดบวมมันวาวในแนวตั้ง 16-17 แถวสีน้ำตาลแดงหม่น เมล็ดขนาด 8 x 6 x 4 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10b) ตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) หรือแสงแดดรำไร (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินที่มีความชื้นไม่อุดมสมบูรณ์เกินไประบายน้ำได้ดี pH ที่เหมาะสม ดินที่เป็นกรดอ่อน ๆ, เป็นกลาง และเป็นด่างอ่อน ๆอัตราการเจริญเติบโตเร็ว
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ไม่มีบันทึก
การขยายพันธุ์---เมล็ด

Rotan bulu /Pogonotium ursinum

[poh-goh-noh-TEE-uhm] [oor-SEE-nuhm]


Picture 1---Gunung Matang, Sarawak, Malaysia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb
Picture 2---Gunung Matang, Sarawak, Malaysia. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew. https://www.palmpedia.net/wiki/Pogonotium_ursinum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pogonotium ursinum (Becc.) J.Dransf.(1980)
ชื่อพ้อง---* This name is a synonym of Calamus ursinus (Becc.) W.J.Baker.(2015)
- รวมข้อมูลจากคำพ้องความหมายภายใต้ชื่อพ้อง Pogonotium ursinum (Becc.) J.Dransf.(1980)
- See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669223-1
ชื่อสามัญ---None ( Not recorded.)
ชื่ออื่น---[MALAYSIA: Rotan bulu (Brunei, Sarawak).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 93311 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid93311) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=93311&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เกาะบอร์เนียว คาบสมุทรมาเลเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pogonotium' มาจากคำภาษากรีก 'pogon' = "beard" และ otion = "ear" หมายถึงใบหูที่มีหนามละเอียด ; ชื่อสายพันธุ์ ' ursinum' จากภาษาละติน หมายถึงลักษณะคล้ายหมี อาจหมายถึงเงี่ยงที่มีขนมากมาย
Pogonotium ursinum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีและได้รับชื่อที่แน่นอนจาก John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2523
- ปัจจุบัน Pogonotium ursinum อยู่ในสกุล Calamus เป็น Calamus ursinus ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีและได้รับชื่อที่แน่นอนจาก William John Baker (เกิดปี 1972-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2548


Picture 1---Sarasota, FL. Photo by sarasota alex.https://www.palmpedia.net/wiki/Pogonotium_ursinum
Picture 2---Gunung Serapi, Malaysia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew. https://www.palmpedia.net/wiki/Pogonotium_ursinum

ที่อยู่อาศัย---ปาล์มหายากถูกจำกัดเฉพาะในเกาะบอร์เนียว และคาบสมุทรมาเลเซีย ที่ระดับความสูง 700 - 1,000 เมตร
ลักษณะ---ลำต้นมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบรวมกลุ่ม ลำต้นสูงไม่เกิน 4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2 ซม.ตวามยาวปล้อง 5-10 ซม.โคนต้นปกคลุมด้วยหนามสีดำหนาแน่น ยาว 3 ซม.ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว1.2 เมตร สีเขียวเข้มมีสันสีดำและสีซีด ก้านใบยาว 30 ซม มีหูใบ แต่ละข้างของก้านใบยาว 20 ซม.มีหนามสะเก็ดกระจัดกระจาย ใบย่อยแข็ง 90-100 ใบในแต่ละด้านที่ฐานมีเงี่ยงสีเทาสะท้อนแสง มีขนแปรงอ่อนนุ่มมากมายบนพื้นผิวทั้งสองข้าง ใบอ่อนแต่งแต้มสีชมพู ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ช่อดอกมีขนาดเล็กและไม่เด่นตั้งตรง ยาวน้อยกว่า16 ซม ออกแนบชิดระหว่างหูใบที่ยื่นออกมา ก้านช่อดอกสั้นมากหรือขาดหายไป ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น(dioecious) ดอกมีขนาดเล็กมาก ผลรูปทรงกระบอกขนาด 1.7 × 1.4 ซม.ปกคลุมไปด้วยเกล็ดแบน ในแนวตั้งสีน้ำตาลอมชมพู 16-17แถว เมล็ดขนาด 8 x 6 x 4 มม.
- ลักษณะที่มีความแตกต่างจาก P. divaricatum ตามขนาดใบย่อยที่มีขนาดเล็ก หูใบสั้นและผลของ P. divaricatum ที่ใหญ่กว่า
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10b) ตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) หรือแสงแดดรำไร (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินที่มีความชื้นไม่อุดมสมบูรณ์เกินไประบายน้ำได้ดี pH ที่เหมาะสม ดินที่เป็นกรดอ่อน ๆ, เป็นกลาง และเป็นด่างอ่อน ๆอัตราการเจริญเติบโตเร็ว
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มที่สวยงามมาก มีแผ่นพับขนนุ่มละเอียดจำนวนมากโดยเฉพาะเมื่อยังเป็นต้นเล็ก แต่ยังไม่ได้รับการนำเข้าสู่การเพาะปลูกทั่วไป
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
การขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Ponapea (poh-nah-PEH-ah) เป็นประเภทของปาล์มที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ Kosrae, Pohnpei และ Palau ในฮอตสปอตโพลินีเซีย - ไมโครนีเซีย ในภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2467 สกุล Ponapea เป็น "หลงทาง" taxonomically เพราะตัวอย่างประเภทของมันถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่สองระเบิดของเบอร์ลินสมุนไพรพรรณ มีสามสายพันธุ์ Ponapea hosinoi, Ponapea ledermanniana และ Ponapea palauensis ถูกใช้เป็นคำพ้องภายใต้ Ptychosperma ตั้งแต่ปี 1956 (Moore & Fosberg 1956; Essig 1978) มีการเติบโตเล็กน้อยในสวนพฤกษศาสตร์ซึ่งได้รับตัวอย่างดีเอ็นเอ โดยไม่คาดคิดหลักฐานลำดับดีเอ็นเอบ่งชี้ว่าสปีชีส์นั้นมีสายเลือดแยกออกจากกันซึ่งแตกต่างจาก Ptychosperma เพื่อแสดงความสนใจใน Ponapea ว่าเป็นพืชสกุลที่แตกต่างกัน จากการค้นพบเหล่านี้สกุล Ponapea ได้รับการฟื้นคืนชีพ (Dransfield et al., 2005) (ดร. คาร์ลเลวิสนักวิจัยสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแฟร์ไชลด์) ชื่อสกุลตั้งชื่อตามเกาะ Ponape (Pohnpei)
สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุุ์) มี 3 สายพันธุ์เฉพาะถิ่นในหมู่เกาะแคโรไลน์และชนิดที่สี่อยู่ในหมู่เกาะบิสมาร์ก
1 Ponapea hentyi (Essig) C.Lewis & Zona - New Britain
2 Ponapea hosinoi Kaneh. - Pohnpei
3 Ponapea ledermanniana Becc. - Caroline Islands (Pohnpei, Kosrae)
4 Ponapea palauensis Kaneh. - Palau

Kattai Palm /Ponapea ledermanniana

[poh-nah-PEH-ah] [leh-dehr-mahn'-ee-ahn-ah]


Picture 1---Nong Nooch, Tropical Botanical Garden, Thailand. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Ponapea_ledermanniana
Picture 2---ภาพถ่ายโดย Dr. Carl E. Lewis, สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อน Fairchild, FL. https://www.palmpedia.net/wiki/Ponapea_ledermanniana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ponapea ledermanniana Becc.(1924)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669229-1#synonyms
---Ptychosperma ledermannianum (Becc.) H.E.Moore & Fosberg.(1956)
ชื่อสามัญ---Kattai Palm, Ledermann's Ponapea
ชื่ออื่น---[VERNACULAR: Kattai, Kuter, Kehma.]; [POHNPEI: Kedei.]; [KOSRAE: kitacr.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 292697 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid292697) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=292697&lvl=3&lin=f&keep=1&srchmode=1&unlock
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะแคโรไลน์ มหาสมุทรแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Ponapea' หมายถึงจากเกาะ Pohnpei อ้างอิงถึงหนึ่งในแหล่งกำเนิด ; ชื่อของสายพันธุ์ 'ledermanniana' ตั้งชื่อตาม Carl Ludwig Ledermann (1875–1958) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวิสในปาปัวนิวกินี  
Ponapea ledermanniana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยOdoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2467


Picture ---Pohnpei Island. Photo by ez2plant.com https://www.palmpedia.net/wiki/Ponapea_ledermanniana

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน Pohnpei และ Kosrae (หมู่เกาะ Caroline) เป็นกลุ่มของเกาะเล็กเกาะน้อยทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือของเกาะนิวกินี พบได้ในป่าฝนตามริมฝั่งลำธารที่ระดับต่ำ
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 5-12 เมตร ลำต้นเพรียวบาง เรียบสีเทา มีร่องรอยแผลเป็นจากใบ ใบรูปขนนก(pinnate) ก้านใบกลมมีร่องลึก ปกคลุมด้วยเกล็ดเล็กๆสีน้ำตาล ช่อดอกออกใต้ใบ (infrafoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกสีขาวสดใส มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลรูปไข่เรียวที่ปลายทั้งสองข้างขนาด 5-7ซม.เมื่อสุกสีแดง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชเมืองร้อนที่ปลูกได้ดีที่สุดในสภาพอากาศอบอุ่นและชื้น (USDA Zone 10b: 35 to 40 °F / 1.7 to 4.4 °C) ต้องการตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วนหรือแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ดินร่วนอุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้กินได้บางครั้งถูกปลูกในสวนตามบ้าน เมล็ดอ่อนมีรสชาติเหมือนมะพร้าวใช้กินเป็นของว่าง
ใช้ปลูกประดับ---เหมาะที่สุดสำหรับปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนสาธารณะ และสวนทั่วไป
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Prestoea (pres-toh-EH-ah) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองในแคริบเบียน อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ได้รับการตั้งชื่อตาม เฮนรีเพรสโต  Henry Prestoe (2385-2466) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยวผู้รวบรวมพืชในตรินิแดด ชื่อที่เรียกสำหรับสายพันธุ์ Mountain cabbage palm ประกอบด้วย 10 สายพันธุ์กระจายไปทั่วหมู่เกาะอินเดียตะวันตกจากนิการากัวไปทางทิศใต้ในอเมริกากลางและเป็นบราซิลเปรูและโบลิเวีย (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Prestoea acuminata (Willd.) H.E.Moore - อเมริกากลาง (คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา), West Indies, ตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกาใต้ (โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, เอกวาดอร์, เปรู, โบลิเวีย)
2 Prestoea carderi (W.Bull) Hook.f. - โคลัมเบียเวเนซุเอลาเอกวาดอร์เปรู
3 Prestoea decurrens H.E.Moore - คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์
4 Prestoea ensiformis (Ruiz & Pav.) H.E. Moore - คอสตาริกา, เปรู, ปานามา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์
5 Prestoea longipetiolata (Oerst.) H.E.Moore - คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา
6 Prestoea pubens H.E.Moore - ปานามา, โคลัมเบีย
7 Prestoea pubigera (Griseb. & H.Wendl.) Hook.f. - เวเนซุเอลาตรินิแดด
8 Prestoea schultzeana (Burret) HEMoore - คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์ เปรูบราซิล
9 Prestoea simplicifolia Galeano - ภูมิภาค Antioquia ของโคลัมเบีย
10 Prestoea tenuiramosa (Dammer) H.E.Moore - เวเนซุเอลา, กายอานา, บราซิล

Red Crownshaft Palm /Prestoea acuminata

[pres-toh-EH-ah] [ah-koo-mih-NAH-tah]

 

Picture 1---Mindo, Ecuador. Photo by Jake Kloepfer.https://www.palmpedia.net/wiki/Prestoea_acuminata
Picture 2---Hawaii. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Prestoea_acuminata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Prestoea acuminata (Willd.) H.E.Moore.(1963)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms..See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:210057-2#synonyms
---Basionym: Oreodoxa acuminata Willd. (1807).https://www.gbif.org/species/2738961
---Euterpe acuminata (Willd.) H.Wendl.(1878)
ชื่อสามัญ---Red Crownshaft Palm, Mountain Cabbage Palm, Sierran palm.
ชื่ออื่น---[BOLIVIA: Palma ramosilla.];[COLOMBIA: Palmicho, Botsacha.];[COSTA RICA: Palmito, Palm heart dulce.];[DOMINICAN REPUBLIC:  Manclam, Palma de Mancla, Diablo fuente];[ECUADOR: Palmito dulce, Cuaste, Sisagua, Palma de ramos.];[FRENCH: Palmiste acuminé typique, Palmiste acuminé, Macoutouca, Palme-à-vin, Palmiste-à-chapelet.];[HAITIAN CREOLE: Palmavin, Palmis chapelèt, Macoutouka.];[PERU: Palma guayaquil, Palma negra.];[PANAMA: Maquenque, Macenca.];[ VENEZUELA: Palmicho.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 145701 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid145701) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?mode=Info&id=145701
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Prestoea' ตั้งชื่อตามนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ Henry Prestoe (1842-1923) ; ชื่อของสายพันธุ์ 'acuminata'จากคำภาษาละตินว่า acuminatus, a, um = "มีปลายเรียวยาว" 
เขตกระจายพันธุ์---S.อเมริกา-โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา;  C. อเมริกา - ปานามา, คอสตาริกา, นิการากัว; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปคิวบา
Prestoea acuminata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Ludwig Willdenow (1765–1812) นักพฤกษศาสตร์และเภสัชกรชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2506
Accepted Infraspecifics
Includes 3 Accepted Infraspecifics https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:210057-2#synonyms
- Prestoea acuminata var. acuminata – นิการากัว คอสตาริกา ปานามา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย เวเนซุเอลา และตรินิแดดและโตเบโก
- Prestoea acuminata var. dasystachys (Burret) A.J.Hend. & Galeano - โคลัมเบียและเวเนซุเอลาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง มากกว่า 1,000 เมตร
- Prestoea acuminata var. montana (Graham) A.J.Hend. & Galeano - คิวบา, ฮิสปันโยลา, เปอร์โตริโก, หมู่เกาะลีวาร์ด, หมู่เกาะวินด์วาร์ด, ตรินิแดดและโตเบโก มักต่ำกว่าระดับความสูง 1,000 เมตร


Picture 1---Cerro de la Punta, El Yunque National Forest, Camuy (where the Prestoea acuminata var. montana), and a swimming hole by Patinillas in Puerto Rico. Here is a pair growing by La Mina waterfall.Photo by Kyle Wicomb. https://www.palmpedia.net/wiki/Prestoea_acuminata
Picture 2---Mamelle de Petit-Bourg, Guadeloupe. Scanned slide. Photo by Christian Defferrard.https://www.palmpedia.net/wiki/Prestoea_acuminata

ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มที่พบมากที่สุดในภาคใต้ของเอกวาดอร์ ทั้งสองด้านของเทือกเขาแอนดีส "เป็นหนึ่งในสอง ปาล์มมงกุฎแดง ที่มีชื่อเสียง ซึ่งพบได้ตามเส้นทาง Inca Trail ในภาคใต้ของเอกวาดอร์ (อีกชนิดคือ Geonoma undata)" (Brandt Maxwell) เติบโตที่ระดับความสูงระหว่าง 800 ถึง 2600 เมตร.
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดกลาง บางครั้งสร้างเพียงลำต้นเดียว แต่ในบางครั้งก็มีการผลิตกลุ่มของลำต้น สูง 3 - 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 - 15 ซม.รากค้ำยันที่ปกคลุมไปด้วยตุ่มมักจะปรากฏที่ฐานโคนต้น ใบรูปขนนก (pinnate) ในมงกุฎมี ใบ 4-10 ใบ ยาว 2.6 เมตร ใบย่อย 30-60 คู่ ระยะห่างและกระจายอย่างสม่ำเสมอในระนาบเดียวกัน ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar)ช่อดอกยาว 0.20-1.05 เมตร.ผลกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 (-1.8) ซม.เมล็ดกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1.4 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน อุณหภูมิปกติไม่ควรต่ำกว่า 10° (USDA Zone 9b – 11) ทนแสงแดดโดยตรงได้หลังจากอายุประมาณ 5 ปีเท่านั้น เว้นแต่ว่าความชื้นจะสูงมาก ต้องการร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) หรือในที่ร่ม (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี อย่างไรก็ตามมันสามารถปรับตัว ได้อย่างกว้างขวางรวมถึงดินที่เป็นกลาง เป็นกรด ดินเหนียวและดินที่เป็นด่างเล็กน้อย
การรดน้ำ---ชอบรดน้ำเป็นประจำและควรรดน้ำก่อนที่ดินจะแห้งสนิท ทนต่อความแห้งเป็นครั้งคราวหากไม่ยืดเยื้อ อย่าปล่อยให้น้ำขัง ไม่ควรรดน้ำต้นไม้ในกระถางในร่มมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยต่ำที่สมบูรณ์แบบ (เช่น 18-18-18) รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างทนทานต่อแมลงศัตรูพืช ระวัง ไรแมงมุม (spider mites) แมลงเกล็ด (scale insects.) /รากเน่าและโคนเน่าจากเชื้อรา Phytophthora หากได้รับน้ำมากเกินไป และอาจพบอาการเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ใบปรุงสุก, ตายอดหรือหัวใจปาล์มกินเป็นผัก (การกินตายอดนี้จะทำให้ลำต้นแต่ละต้นตายเนื่องจากไม่สามารถสร้างยอดด้านข้างได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่พืชรวมตัวกันเป็นกลุ่มของลำต้นมันมักจะสร้างลำต้นใหม่เพื่อทดแทนลำต้นที่ตาย)
- ในเอกวาดอร์หัวใจปาล์มจะถูกเก็บเกี่ยวและขายให้กับโรงงานบรรจุกระป๋อง
ใช้เป็นยา---ในโคลัมเบียดอกเพศผู้ ใช้ทำชาเพื่อฟอกเลือด
*ใช้ในวนเกษตร---โดยทั่วไปปาล์มบนเนินเขาสูงชันเหล่านี้มีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ป้องกันลุ่มน้ำและป้องกันการพังทลายของดิน https://tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Prestoea%20acuminata
ใช้ปลูกประดับ--- เป็นพืชสวนที่เติบโตอย่างรวดเร็วยอดเยี่ยมใช้ตกแต่งสวนสาธารณะและสวนทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นปาล์มในร่มที่ทนทาน
การใช้อื่น ๆ---ในโคลัมเบียลำต้นใช้สำหรับการก่อสร้างบ้าน ลำต้นส่วนใหญ่มีหนามแหลมมีวงแหวนรอบนอกของไม้เนื้อแข็งและทนทาน เนื้อไม้ด้านนอกนี้บางครั้งถูกตัดเป็นแผงแคบ ๆ สำหรับหุ้มอาคารในชนบท
การอนุรักษ์---พื้นที่คุ้มครอง: Cordillera del Cóndor
ระยะออกดอก/ผลิตผล---พืชสามารถออกดอกและออกผลได้เกือบตลอดทั้งปี
*การขยายพันธุ์---โดยเมล็ดที่งอกไม่แน่นอน โดยจะเริ่มต้นกล้าเมื่ออายุ 80 วันหลังปลูก และเป็นระยะๆ เป็นเวลา 1-3 ปี (llifle.com) 


สกุล Pritchardia (pritch-AHR-dee-ah) ประกอบด้วย 55 สายพันธุ์ของแฟนปาล์ม (อนุวงศ์ Coryphoideae ) พบในเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะในฟิจิ , ซามัว , ตองกา , และส่วนใหญ่หลากหลายในฮาวาย ชื่อสกุลเป็นเกียรติแก่ William Thomas Pritchard (1829-1907)กงสุลอังกฤษ ประเทศฟิจิในศตวรรษที่ 19 นักผจญภัยและนักประพันธ์โพลินีเชียน มี 29 สายพันธุ์ที่เป็นที่ยอมรับและรู้จักกัน ซึ่ง 19 สายพันธุ์ มีถิ่นที่อยู่ในหมู่เกาะฮาวายกับ เกาะอื่น ๆ ในกลุ่มส่วนที่เหลือ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะสายพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้ปลูกประดับและนิยมกันทั่วไป ได้แก่ 2 สปีชีส์ในตองกาและหมู่เกาะฟิจิ
1  Pritchardia pacifica (ดูที่ปาล์ม5 ปาล์มพัด)
2  Pritchardia thurstonii
มี 5 สายพันธุ์ของถิ่น loulu ไปยังเกาะ Maui
1  Pritchardia arecina
2  Pritchardia forbesiana
3  Pritchardia glabrata
4  Pritchardia munroi
5  Pritchardia woodii
สามสายพันธุ์นี้ยังแพร่กระจายไปยังเกาะอื่น ๆ ด้วยเช่นกันได้แก่
1  Pritchardia munroi
2  Pritchardia forbesiana เป็นพืชเฉพาะถิ่นที่เกาะโมโลไก
3  Pritchardia glabrata   เป็นพืชเฉพาะถิ่นเกาะลาไน
Pritchardiaเป็นพืชสกุลเดียวในปาล์มที่ปลูกในฮาวายก่อนการติดต่อของมนุษย์ ประมาณ 19 สปีชีส์วิวัฒนาการในฮาวายกับสปีชี่ฟรุ๊ตขนาดใหญ่ในพื้นที่สูงและเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ในที่ราบลุ่ม บันทึกเรณูระบุต้นปาล์มเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ลุ่มของป่าดิบแล้งในฮาวาย (มหาวิทยาลัยฮาวาย)
Loulu เป็นชื่อฮาวายสำหรับทุกสายพันธุ์ของ Pritchardia ในหมู่เกาะฮาวาย บางครั้งสะกดชื่อ Loʻulu
การใช้ประโยชน์: ผลไม้ที่เรียกว่า hāwane หรือ wāhane ถูกปอกเปลือกและกินโดยชาวฮาวายยุคแรก พวกเขาเก็บผลไม้เล็ก รสชาติของผลไม้อ่อนที่มีการตกแต่งภายในที่อ่อนนุ่มคล้ายกับมะพร้าว ลำต้นของ loulu นั้นมีรอยบากสำหรับปีน เพื่อรวบรวมผลไม้และใบอ่อน ตัวอย่างที่มีอายุมากกว่ายังคงมีรอยหยักที่สามารถมองเห็นได้ในปัจจุบัน ใบหรือใบไม้ที่เรียกว่า lau hāwane ถูกใช้โดยชาวฮาวายยุคแรกสำหรับการทำมุงหลังคาและเมื่อไม่นานมานี้เช่นเดียวกับการถักสานอื่น ๆ เช่น papale (หมวก) และแฟน ๆ (สารานุกรมของภัณฑารักษ์ ดร. เดวิด Eickhoff) (แสดงในหน้านี้ 6 สายพันธุ์ รวม Pritchardia napaliensis จากฮาวาย)

Loulu Palm/Pritchardia arecina

[pritch-AHR-dee-ah] [ahr-eh-SEE-nah] 


Picture 1---Wakiu, Hana, Maui. Photo by Bill Chang. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina
Picture 1---Kahanu Gardens NTBG Kaeleku Hana, Maui. Photo by Forest & Kim Starr. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia arecina Becc.(1913)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669252-1#synonyms
---Styloma arecina (Becc.) OFCook.(1915)
ชื่อสามัญ---Loulu Palm, Maui pritchardia, East Maui Loulu
ชื่ออื่น---[HAWAII: Maui loulu, Noulu, Loulu, Hāwane, Wāhane (ʻŌlelo Hawaiʻi).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDSS (Preferred name: Pritchardia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เมาอี, ฮาวาย (สหรัฐอเมริกา)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'arecina' เป็นภาษาละติน 'arecina' = เหมือน Areca ในการอ้างอิงถึงความคล้ายคลึงที่ชัดเจนกับผลของต้นหมาก (Areca catechu)
Pritchardia arecina เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2456
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะฮาวาย ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของ Haleakala, เมาอิตะวันออก เติบโตในป่าเปียก พบที่ระดับความสูง 450-1300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงถึง 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น20-30ซม.ลำต้น เปลือยเรียบหรือมีเส้นใยเมื่ออายุน้อย สีเทาร่องยาวและมีรอยแผลเป็นจากใบ ใบรูปพัด (Cospalmate) มีขนาดใหญ่มนขอบใบหยักลึกเกือบถึงครึ่งใบ แผ่นใบมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 90 ซม มีขนจำนวนมากที่ฐานของก้านใบ ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อย 1 หรือ 2 ช่อ ดอกเดี่ยวสีเหลืองมีทั้ง 2 เพศ (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) จัดเรียงเป็นช่อสั้น ๆ ผลมีขนาด 4.5 x 3.8-4.0 ซม.สีน้ำตาลถึงดำเมื่อสุก


Picture 1---สวน Kahanu NTBG Kaeleku Hana เมืองเมาอิ ภาพถ่ายโดย Forest & Kim Starr.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina
Picture 2---Lyon Arboratum, Oahu, Hawaii. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b) เป็นปาล์มที่ง่ายต่อการเจริญเติบโต ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง และดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า การขาดสารอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลืองที่ค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดสารอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น ใส่ปุ๋ยบ่อยๆ เพื่อให้เจริญเติบโตเร็วขึ้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลอ่อนที่เรียกว่า hāwane หรือ wāhane ปอกเปลือกแล้วกินดิบ รสชาติของผลไม้ที่มีภายในนุ่ม คล้ายกับมะพร้าว
ใช้ปลูกประดับ---มีการปลูกพืชกันอย่างแพร่หลายเพื่อการค้าพืชสวนได้รับการปลูกเลี้ยงเพื่อเป็นไม้ประดับ ใช้ปลูกในสวนท้่วไป และสวนสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นต้นเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถปลูกเลี้ยงในภาชนะบรรจุแต่อัตราการเจริญเติบโตจะช้า ลานที่สว่างจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ ซึ่งสามารถปลูกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงได้ในที่สุด (llifle.com)
ใช้เป็นยา---*พืชมีสรรพคุณทางยาใช้รักษา 'ea (การติดเชื้อ) และ pā'ao'ao (โรคเด็กแฝง) ใบตูมและเนื้อด้านในผสมกับ niu (มะพร้าว, Cocos nifera), kō kea (อ้อยขาว, Saccharum officinarum), เปลือก 'ōhi'a (Metrosideros spp.) และ 'ala'alawainui pehu (Peperomia spp) รายการทั้งหมดจะถูกโขลกเป็นของเหลวและดื่มวันละสามครั้ง https://www.iucnredlist.org/species/166868701/166870177
การใช้อื่น ๆ---พัดที่สง่างามที่สุดชนิดหนึ่งที่รู้จักจากหมู่เกาะฮาวาย เชื่อกันว่าส่วนหนึ่งทำมาจากใบปาล์ม Loulu ในคอลเลคชันชาติพันธุ์วิทยา ที่พิพิธภัณฑ์บิชอป มีหมวกที่ทำมาจากใบปาล์ม Loulu ด้วย (Bishop Museum Kalihi) https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina
พิธีกรรม/ความเชื่อ--- *การสร้างปาล์ม Loulu เพื่อสื่อถึง 'heiau loulu' พิเศษชั่วคราว ซึ่งเป็นที่ ที่เทพเจ้าแห่งการตกปลาได้รับการบูชาตามฤดูกาล (Abbott 1992:17) https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_arecina
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของฮาวาย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากประชากรถูกคุกคามจาก การทำลายล้างต้นอ่อนและเมล็ดจากหนู หมูและหนอนในพื้นที่กัดกินเมล็ดพืชที่ร่วงหล่น จึงไม่มีต้นกล้าที่งอกหรือเจริญภายใต้ต้นแม่หรือใกล้ต้นแม่ แต่กำลังฟื้นตัว ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(i,ii,iii,iv,v)+2ab(i,ii,iii,iv,v) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2021)
source: Opgenorth, M., Walsh, S., Wood, K. & Nyberg, B. 2021. Pritchardia arecina. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T166868701A166870177. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T166868701A166870177.en.  เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/166868701/166870177
- อนุกรมวิธานไม่อยู่ในรายการว่าถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา หรือโดยรัฐฮาวาย ประชากรย่อยทั้งเจ็ดเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง
- นักพฤกษศาสตร์ภาคสนามของสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแห่งชาติ (NTBG) ได้ทำการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยหลายเมล็ดได้ปลูกไว้ที่สวน Kahanu และ McBryde ของ NTBG การปลูกถ่ายยังไม่เกิดขึ้น
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่าย การอ้างว่าเป็น ชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องใช้การรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า

Hawaiian Fan Palm /Pritchardia forbesiana

[pritch-AHR-dee-ah] [fohrbs'-ee-AHN-ah]

  

Picture 1, 2---Maui, Hawaii. Photo by Jupiter Nielsen.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_forbesiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia forbesiana Rock.(1921)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669265-1
ชื่อสามัญ--- Forbes' Loulu, Hawaiian Fan Palm, Mt. ʻEke loulu, Mt. ʻEke pritchardia  
ชื่ออื่น---[HAWAI: Hawane, Loulu, Noulu, Wahane, Loulu lelo.];[Literally: Yellow loulu.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDSS (Preferred name: Pritchardia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ฮาวาย สหรัฐอเมริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'forbesiana' เพื่อเป็น เกียรติ แก่ John Forbes Royle (1799 – 1858) แพทย์ชาวอังกฤษ ที่ทำงานให้กับ บริษัท East India
- ชื่อภาษาฮาวายว่า "Loulu" (ออกเสียงว่า low-loo) แปลว่า "ร่ม" เพราะเมื่อก่อนใบไม้เคยใช้บังฝนหรือแสงแดด ชื่อ Hāwane และ Wāhane หมายถึง ผลไม้หรือต้นไม้ก็ได้
Pritchardia forbesiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJoseph Francis Charles Rock (1884–1962) นักสำรวจ นักภูมิศาสตร์ นักภาษาศาสตร์และนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรีย–อเมริกัน ในปี พ.ศ.2464
ที่อยู่อาศัย--- เติบโตในป่าฝนบนเนินเขาสูงชันและหุบเขา พบได้เฉพาะบนภูเขาทาคาโอะ 'Eke ในแอ่ง Honokohau ทางตะวันตกของ Maui และโมโลไคตะวันออก, ฮาวาย, ระหว่างระดับความสูงที่ 300 - 1,300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 3-9  เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น20-30ซม.ลำต้น เปลือยเรียบหรือมีเส้นใยเมื่ออายุน้อย สีเทาร่องยาวและมีรอยแผลเป็นจากใบ ใบรูปพัด (Cospalmate) มีขนาดใหญ่มนขอบใบหยักลึกเกือบถึงครึ่งใบ แผ่นใบมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 90 ซม มีขนจำนวนมากที่ฐานของก้านใบ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกเดี่ยวสีเหลืองมีทั้ง 2 เพศ (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) จัดเรียงเป็นช่อสั้น ๆ ผลมีขนาดค่อนข้างใหญ่และกว้างอย่างน้อย 3 ซม.สีน้ำตาลถึงดำเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b) เป็นปาล์มที่ง่ายต่อการเจริญเติบโต ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง และดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า การขาดสารอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลืองที่ค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดสารอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น ใส่ปุ๋ยบ่อยๆ เพื่อให้เจริญเติบโตเร็วขึ้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลอ่อนที่เรียกว่า hāwane หรือ wāhane ปอกเปลือกแล้วกินดิบ รสชาติของผลไม้ที่มีภายในนุ่ม คล้ายกับมะพร้าว
ใช้เป็นไม้ประดับ---ได้รับการปลูกเลี้ยงเพื่อเป็นไม้ประดับ ปลูกในสวน และสวนสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นต้นเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถปลูกเลี้ยงในภาชนะบรรจุแต่อัตราการเจริญเติบโตจะช้า ลานที่สว่างจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ ซึ่งสามารถปลูกได้ในที่ที่มีแสงแดดจัดได้ในที่สุด
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ที่เกาะ Maui ในฮาวาย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากประชากรถูกคุกคามจาก การทำลายล้างต้นอ่อนและเมล็ดจากหมูป่าที่ดุร้าย แต่กำลังฟื้นตัวได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED A1acd, B1+2d, D - ver 2.3 - IUCN. Red List of Threatened Species (1998)
source: Gemmill, C. 1998. Pritchardia forbesiana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38644A10141462. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38644A10141462.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38644/10141462
- ประชากรย่อยกำลังฟื้นตัวได้ดีในพื้นที่ที่มีการกำจัดหมูป่าออกไปแล้ว
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่าย การอ้างว่าเป็น ชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องใช้การรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า

Smooth Loulu /Pritchardia glabrata

[pritch-AHR-dee-ah] [gla-BRAH-tah]


Picture 1---Hanamu Rd Makawao, Maui, Hawaii. Photo by Forest & Kim Starr. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_glabrata
Picture 2---Hoomaluhia Botanical Garden , Oahu. Photo by Encyclopedia of Life curator Dr. David Eickhoff. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_glabrata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia glabrata Becc. & Rock.(1921)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669267-1#synonyms
---Pritchardia elliptica Rock & Caum.(1930)
---Pritchardia lanaiensis Becc. & Rock (1921)
ชื่อสามัญ---Pritchardia, Nihoa pritchardia, Smooth Loulu, Hawaiian Fan Palm
ชื่ออื่น---[HAWAIIAN (ʻŌlelo Hawaiʻi): Wāhane, Noulu, Loulu, Hāwane.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDSS (Preferred name: Pritchardia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา (เกาะฮาวาย)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'glabrata' จากภาษาละติน ความหมาย เกลี้ยง ไม่มีขน อ้างอิงถึงใบของสายพันธุ์นี้โดยทั่วไปไม่มีขนหรือมีขนเล็กๆ
Pritchardia glabrata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920)นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีและJoseph Francis Charles Rock(1884–1962) นักสำรวจ นักภูมิศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ และนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรีย–อเมริกัน ในปี พ.ศ.2464
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ Maui จำกัดอยู่เฉพาะป่าชื้นใน Lanai และเนินลาดทางทิศใต้และตะวันออกเฉียงใต้ และหุบเขาของเทือกเขา Puu Kukui เมาอิตะวันตก ที่ระดับความสูง 300-900 เมตร


Picture 1---Hoomaluhia Botanical Garden , Oahu. Photo by Encyclopedia of Life curator Dr. David Eickhoff. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_glabrata
Picture 2---Iao, Maui, Hawaii. Photo by Forest & Kim Starr.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_glabrata

ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดเล็กที่สุดใน สายพันธุ์ฮาวายพริทชาร์เดีย ต้นสูง 1-2 (-6)เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-20 ซม.ลำต้น เปลือย เรียบหรือเป็นเส้นเมื่อต้นยังเล็ก ร่องตามยาวและล้อมรอบด้วยรอยแผลเป็นจากใบ มงกุฎเปิด ใบรูปพัด (Cospalmate) มี12-16 ใบ ขนาดกว้าง 3-4 เมตร แผ่นพับที่มีความยาวสูงสุด 70 ซม.มีพื้นผิวที่มีความหนาและพับ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกไม่เด่นสีขาวซีด ผลขนาดเล็กกลมรูปไข่ขนาด 2.1-2.4ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b) เป็นปาล์มที่ง่ายต่อการเจริญเติบโต ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
- Pritchardia glabrata จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างในดินแห้งและ /หรือดินที่ขาดธาตุอาหารมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลงในสัดส่วน แสงยังส่งผลกระทบต่อรูปแบบของพืชในขณะที่แสงอาทิตย์ที่เต็มพืชจะมีขนาดเล็กลง
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปกติ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง กำจัดใบที่ตายแล้วและก้านที่ติดผลออก แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า การขาดสารอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลืองที่ค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดสารอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น ใส่ปุ๋ยบ่อยๆ เพื่อให้เจริญเติบโตเร็วขึ้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไรเดอร์แดง (red spider mites) หนอนเจาะอ้อย (sugar cane borers) และหนูจะกินผลไม้ /การขาดแมกนีเซียมและโพแทสเซียมถือเป็นความผิดปกติทางโภชนาการที่ร้ายแรงที่สุดของปาล์ม ข้อบกพร่องมีลักษณะเป็นสีเหลืองสดใส (chlorotic) ที่ขอบใบเป็นริ้วหรือทั้งใบเป็นสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นไม้ประดับ ได้รับการปลูกเลี้ยงเพื่อเป็นไม้ประดับ ปลูกในสวน และสวนสาธารณะในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ไม่ว่าจะเป็นต้นเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถปลูกเลี้ยงในภาชนะบรรจุแต่อัตราการเจริญเติบโตจะช้า ลานที่สว่างจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ ซึ่งสามารถปลูกได้ในที่ที่มีแดดจัด
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของฮาวาย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยตุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามของสายพันธุ์ ความเสียหายที่เกิดจากหมูที่ดุร้าย หนู และแพะ กัดกินเมล็ดและต้นอ่อน และความกดดันจากการแข่งขันที่ถูกกระทำโดยพืชรุกรานเช่น Rubus rosifolius.(จำพวก ราสเบอรี่ ชื่อไทยคือ หนามไข่ปู) ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท ใกล้สูญพันธุ์' (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต)
สถานะการอนุรักษ์---EN- ENDANGERED A1ce+2bcde - ver 2.3 - IUCN. Red List of Threatened Species (1998)
source: Gemmill, C. 1998. Pritchardia glabrata. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38645A10141515. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38645A10141515.en. Accessed on 02 September 2023.
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่ายการอ้างว่าชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องการการรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า 

Kamalo Pritchardia /Pritchardia munroi

[pritch-AHR-dee-ah] [muhn-ROH-ee]

 

Picture 1---One of two remaining specimens of Pritchardia munroi. Photo by S. Perlman.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_munroi
Picture 2---Audobon Center, Oahu, Hawaii. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_munroi

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia munroi Rock. (1921)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669287-1
ชื่อสามัญ---Kamalo Pritchardia, Munro pritchardia, Pritchardia's fan palm, Loulu palm
ชื่ออื่น---[HAWAIIAN (ʻŌlelo Hawaiʻi): Wāhane, Noulu, Loulu, Hāwane.];[CHINESE: Bo li cha de zong.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDSS (Preferred name: Pritchardia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ฮาวาย สหรัฐอเมริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'munroi' ตั้งชื่อตาม George Campbell Munro (1866-1963) ผู้จัดการฟาร์มปศุสัตว์ Moloka`i นักปักษีวิทยาและนักพฤกษศาสตร์ของชาวฮาวายโดยกำเนิด
Pritchardia munroi เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Joseph Francis Charles Rock (1884–1962)นักสำรวจ นักภูมิศาสตร์ นักภาษาศาสตร์และนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรีย - อเมริกัน ในปี พ.ศ. 2464
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น ของฮาวายในสหรัฐอเมริกา ถูกค้นพบในปี 1920 โดย Joseph F. Rock (1884–1962) พบในป่าแล้งด้านใต้ของเกาะ Moloka`i ที่ระดับความสูง 610 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กสูง 4–5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 ซม.ลำต้น เปลือย เรียบหรือเป็นเส้นเมื่อต้นยังเล็ก ร่องตามยาวและล้อมรอบด้วยรอยแผลเป็นจากใบ คราวน์เปิด มีใบ 15-25 ใบ ใบรูปพัด (Costapalmate) มีรอยพับตรงกลาง  ความยาวสูงสุด 90 ซม.ผิวด้านบนสีเขียวอ่อนเรียบ ผิวด้านล่างเกลี้ยง สีเขียวซีด กระจัดกระจายด้วยเกล็ดรูปไข่ขนาดใหญ่ เแผ่นพับยาวแหลมจะลดลงเมื่อแยกออก ก้านใบยาว 120 ซม. และส่วนที่ต่ำกว่าของใบถูกปกคลุมด้วยขนที่ยาวนุ่มลื่นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเงิน ก้านใบทั้งหมดโค้งเล็กน้อยและใบล่างทั้งหมดมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ช่อดอกออกระหว่างใบ( interfoliar) ช่อดอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเทาหนาแน่นสั้นกว่าก้านใบ ดอกเดี่ยวสีเหลืองมีทั้ง 2 เพศ (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ผลขนาดเล็กกลมหรือรูปไข่ขนาด 2-2.5 ซม.สีดำเมื่อสุก เมล็ดขนาด 1-1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b) ดูเหมือนว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ค่อนข้างไวต่อความเย็น ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง และดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ใส่ปุ๋ยปาล์มที่มีธาตุรองตามที่ระบุไว้บนฉลาก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนประกอบของปุ๋ยมีแมกนีเซียมและโพแทสเซียมเพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ ปาล์ม Loulu ในกระถาง การขาดแมกนีเซียมและโพแทสเซียมถือเป็นความผิดปกติทางโภชนาการที่ร้ายแรงที่สุดสองประการในปาล์ม ข้อบกพร่องมีลักษณะเป็นสีเหลืองสดใส (chlorotic) ที่ขอบใบหรือเป็นริ้วหรือใบเหลืองทั้งหมด ซึ่งยากต่อการแก้ไข การใช้เกลือ Epsom หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ได้ผลดีแต่ไม่คงอยู่และเป็น โดยปกติแล้วจะถูกชะล้างออกจากดินในช่วงฝนตก มีปุ๋ยที่ปล่อยช้าๆ ที่ดีมากซึ่งผลิตขึ้นสำหรับปาล์มโดยเฉพาะในท้องตลาดซึ่งมีธาตุรองที่มีแมกนีเซียมและโพแทสเซียมสมดุลกันดี
ศัตรูพืช/โรคพืช---leaf rollers, ไรเดอร์แดง (red spider mites) หนอนเจาะอ้อย (sugar cane borers) และหนูจะกินผลไม้  
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นไม้ประดับ ได้รับการปลูกเลี้ยงเพื่อเป็นไม้ประดับ ปลูกในสวน และสวนสาธารณะในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ไม่ว่าจะเป็นต้นเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถปลูกเลี้ยงในภาชนะบรรจุแต่อัตราการเจริญเติบโตจะช้า ลานที่สว่างจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ ซึ่งสามารถปลูกได้ในที่ที่มีแดดจัด
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น(endemic) ของฮาวาย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเผชิญความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่ามีเพียงสองต้นเท่านั้นที่อยู่ในป่า และอีก 22 ต้นที่กำลังศึกษาอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ทั่วโลก ถูกจัดวางใน  IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ'
สถานะการอนุรักษ์--CR-CRITICALLY ENDANGERED A2ce, D -ver 2.3- IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Gemmill, C. 1998. Pritchardia munroi. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38650A10141788. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38650A10141788.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38650/10141788
- มีการสร้างรั้วเพื่อกันหมูและแพะดุร้ายออกจากพื้นที่ใกล้เคียง
- ชนิดนี้ถูกระบุว่า ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ภายใต้พระราชบัญญัติสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา (US Endangered Species Act.)
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่ายการอ้างว่าชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องการการรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า

Nāpali pritchardia /Pritchardia napaliensis

[pritch-AHR-dee-ah] [nah-pahl-ee-EN-sis]


Picture 1---Hawaii. Photo by Dr. P. Goltra.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_napaliensis
Picture 2---Awa'awa'puhi Trail, Kauai, Hawaii. Photo by Oscar Johnson. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_napaliensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia napaliensis H. St. John.(1981)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:898534-1#synonyms
---Pritchardia limahuliensis H.St.John. (1981)
ชื่อสามัญ---Nā Pali pritchardia, Nāpali loulu, Nāpali pritchardia, Nihoa pritchardia
ชื่ออื่น---[HAWAIIAN (ʻŌlelo Hawaiʻi): Wāhane, Noulu, Loulu, Hāwane.];[USA/Hawaii: Lo'ulu.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDSS (Preferred name: Pritchardia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา (ฮาวาย)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'napaliensis' หมายถึงมาจาก Nā Pali Coast, Kauaʻi
Pritchardia napaliensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae)ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Harold St.John (1892–1991) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2524
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่นของฮาวายพบได้บนทางลาดชัน ชายฝั่ง Nāpali ตั้งแต่ Hanakāpīʻai ไปจนถึงหุบเขา Hoʻolulu และหุบเขา Limahuli เมือง Kaua'i ในป่าที่ลุ่มชื้น ที่ระดับความสูง 146--1,097 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก สูง 4-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 18-20 ซม.ยอดมงกุฏเปิด มีใบประมาณ 20 ใบ ใบรูปพัด (Costapalmate) ขอบใบจักลึกเกือบถึงครึ่งใบ แผ่นใบแบนสีเขียว ยาว 85 ซม.พื้นผิวของใบด้านล่างปกคลุมด้วยเกล็ดรูปไข่สีซีดบางมีความยืดหยุ่นและค่อนข้างโปร่งแสง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) มี1-3ช่อ ดอกเดี่ยวสีเหลืองมีทั้ง2เพศ (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ผลสีดำเมื่อสุก ขนาด1.7-2.3 x 1.4-1.8 ซม.


Picture 1, 2---Hawaii. Photo by Dr. P. Goltra.https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_napaliensis

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เป็นปาล์มที่ง่ายต่อการเจริญเติบโต ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง และดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---*ใส่ปุ๋ยปาล์มที่มีธาตุน้อยตามที่ระบุไว้บนฉลาก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนประกอบของปุ๋ยมีแมกนีเซียมและโพแทสเซียมเพียงพอ นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปาล์มลูลู่ในกระถาง การขาดแมกนีเซียมและโพแทสเซียมถือเป็นความผิดปกติทางโภชนาการที่ร้ายแรงที่สุด ข้อบกพร่องมีลักษณะเป็นสีเหลืองสดใส (คลอโรติก) ที่ขอบใบหรือเป็นริ้วหรือทั้งใบเป็นสีเหลือง นี่อาจเป็นเรื่องยากที่จะย้อนกลับ การใช้เกลือ Epsom หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) ได้ผลดีแต่ไม่คงอยู่ และมักจะถูกชะล้างออกจากดินในช่วงฝนตก มีปุ๋ยที่ให้ปุ๋ยละลายช้าที่ดีมากซึ่งผลิตขึ้นสำหรับปาล์มโดยเฉพาะในท้องตลาดซึ่งมีธาตุรองที่มีแมกนีเซียมและโพแทสเซียมสมดุลกัน ลูกลูลู่ที่ปลูกในกระถางหรืออายุน้อยกว่าที่ปลูกในพื้นดิน ชอบการให้อาหารทางใบ ด้วยสาหร่ายทะเลหรืออิมัลชั่นปลาและเกลือเอปซอมทุกเดือนหรือทุกสองเดือน (Encyclopedia of Life curator Dr. David Eickhoff) https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_napaliensis
ศัตรูพืช/โรคพืช---เพลี้ยแป้งและแมลงหวี่ขาวที่อยู่ใต้ใบไม้อาจทำให้เกิดปัญหาได้ในบางครั้งหากไม่ได้รับการดูแล
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์--- ใช้ปลูกประดับ ไม่ค่อยเห็นในงานภูมิทัศน์ พบแต่ตัวอย่างที่เพาะเลี้ยงไม่กี่ตัวอย่างในสวนพฤกษศาสตร์ดูเหมือนจะทำได้ดีในระดับใกล้ทะเล
ใช้เป็นยา---ในทางการแพทย์ ใช้รักษา 'ea (การติดเชื้อ) และ pā'ao'ao (โรคในวัยเด็กที่แฝงอยู่) ใบตูมและเนื้อด้านในผสมกับ Nui (มะพร้าว, Cocos nifera ), kō kea (อ้อยขาว, Saccharum officinarum ), เปลือก 'ōhi'a ( Metrosideros spp.) และ 'ala'alawainui pehu ( Peperomia spp.) ทั้งหมดจะถูกโขลกเป็นของเหลวและดื่มวันละสามครั้ง (Chun 1994:196-197) https://www.iucnredlist.org/species/38651/83787908
การใช้อื่น ๆ--- ใบใช้สำหรับมุงหลังคา มุงจาก ไม้ใช้ทำลูกโบลิ่งและหอก
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของฮาวาย *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก ภัยคุกคามที่สำคัญต่ออนุกรมวิธานนี้รวมถึงการแข่งขันโดยตรงโดยพืชต่างถิ่นที่รุกราน การงอกของเมล็ดมีจำกัด ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการถูกกิน โดยเฉพาะ สุกร แพะ หนู ทาก มีเหลือเพียง 255 ต้นที่อยู่ในป่า ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'วิกฤตใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง'
สถานะการอนุรักษ์---CR - CRITICALLY ENDANGERED B1ab(i,ii,iii,iv,v) - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2020)
source: Walsh, S., Nyberg, B., Opgenorth, M. & Wood, K. 2021. Pritchardia napaliensis. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T38651A83787908. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-1.RLTS.T38651A83787908.en. Accessed on 03 September 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38651/83787908
- อนุกรมวิธานถูกระบุว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา และโดยรัฐฮาวาย (U.S. Endangered Species Act)
- นักพฤกษศาสตร์ภาคสนามของสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแห่งชาติ (NTBG) ได้ทำการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คอลเลกชันจากประชากรที่แตกต่างกันจำนวนมากจะแสดงอยู่ในสวน McBryde และ Limahuli ของ NTBG ในฐานะคอลเลกชันที่อยู่อาศัยนอกถิ่นที่อยู่บนเกาะ Kaua'i
พืชหลายชนิดอยู่ในคอลเลกชันที่มีชีวิตที่สวนพฤกษศาสตร์ Waimea Valley บน O'ahu ไม่สามารถจัดเก็บเมล็ดตามธรรมเนียมได้(ไม่สามารถ ทำให้แห้งและทำให้เย็นได้) การปลูกพืชในป่ายังไม่เกิดขึ้น
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่ายการอ้างว่าชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องการการรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า

Lau Fan Palm /Pritchardia thurstonii

[pritch-AHR-dee-ah] [thurs-tohn'-ee]


Picture 1, 2---Maui Nui Botanical Garden, Maui, Hawaii. Photo by Forest & Kim Starr. https://www.palmpedia.net/wiki/Pritchardia_thurstonii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pritchardia thurstonii F.Muell. & Drude.(1887)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.
---Eupritchardia thurstonii (F.Muell. & Drude) Kuntze.(1898)
---Styloma thurstonii (F.Muell. & Drude) O.F.Cook.(1915)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669294-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Lau Fan Palm, Dwarf Fiji Fan Palm, Thurston's Palm, Long inflorescence Fiji fan palm
ชื่ออื่น---ปาล์มพัดก้านสั้น ;[FIJI: Viu, Masai, Niu Sawa.];[GERMAN: Fächerpalme.];[SAMOA: Niu pui.];[RUSSIAN: Fidzhiyskiye Pritchardiya.];[THAI: Paam pat kan san.];[TONGA: Uvea.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PWDTH (Preferred name: Pritchardia thurstonii.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ฟิจิ ตองกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Pritchardia' ตั้งเป็นเกียรติให้แก่ William Thomas Pritchard (1829-1907) เจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการอยู่ที่ฟิจิในศตวรรษที่ 19, อังกฤษ counsul ในฟิจิและผู้ประพันธ์ Polynesian Reminiscences ในปี 2409 ; ชื่อสายพันธุ์ 'thurstonii' เป็นเกียรติแก่ Sir John Bates Thurston KCMG FRGS (1836–1897) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฟิจิในปี พ.ศ. 2430
Pritchardia thurstonii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยFerdinand Jacob Heinrich von Mueller (1825-1896) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน-ออสเตรเลีย  และ Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2430
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มนี้มาจากกลุ่ม Lau (Lau Group: Vanuabalavu, Vulaga, and Ogea Drikj) และ Tonga (Eua) ทางตะวันออกของฟิจิ ในถิ่นที่อยู่เติบโตในดินหินปูน ในสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลที่ต้องถูกสเปรย์ทั้งลมและเกลือ ที่ระดับความสูง 0-200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง ลำต้นตั้งตรงสูง 4-5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น15 (-20) ซม.สีน้ำตาลหรือสีเทาเข้มมีรอยแยกแนวตั้งและวงแหวนแคบ รอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ มักขยายเล็กน้อยที่โคนฐาน ใบรูปพัด (Costapalmate) ยาว1.5-1.8เมตร ใบกว้างเกือบเป็นวงกลม ขอบใบจักลึกละเอียด (พับเหมือนพัดจีบจากฐานถึงส่วนปลายของใบ) ไม่ถึงครึ่งของแผ่นใบ สีเขียวสดใสพร้อมการเคลือบแวกซ์บนพื้นผิวทั้งบนและล่าง มีเกล็ดรูปไข่เล็ก ๆ เป็นเส้นคู่ขนานใต้ ก้านใบและ แกนใบ ด้านล่างถูกปกคลุมด้วยขนสีเทาหรือขนสีขาว กาบใบแตกเป็นกลุ่มของเส้นใยสีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) มีช่อดอกที่ยื่นออกไปเลยมงกุฎและห้อยลงทำให้ดูสง่างาม ยาวถึง 2 เมตร แตกแขนงเป็น 2-3 ลำดับ ส่วนท้ายของแกนช่อโค้ง ดอกเดี่ยวสีเหลืองมีทั้ง 2 เพศ (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ผลทรงกลมสีเขียวอ่อน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5- 7 ซม.เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีดำเมื่อสุก เมล็ดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.4 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10-11) เป็นปาล์มที่ง่ายต่อการเจริญเติบโต ชอบแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดได้ครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) ชอบดินที่มีวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปน ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย และมีการระบายน้ำที่ดี ทนต่อลมและทนต่อบรรยากาศและดินที่เป็นเกลือได้ อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง และดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่ามากจนเกินไปจนขังแฉะหรือเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างอาจเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ใบไม้ ดอกไม้ และผลที่ตายแล้วสามารถกำจัดออกได้เพื่อให้ดูสะอาดตา อย่าตัดแต่งกิ่งใบที่ยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---เพลี้ยแป้งและแมลงหวี่ขาวที่อยู่ใต้ใบไม้อาจทำให้เกิดปัญหาได้ในบางครั้งหากไม่ได้รับการดูแล
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้เป็นไม้ประดับ ได้รับการปลูกเลี้ยงเพื่อเป็นไม้ประดับ ปลูกในสวน และสวนสาธารณะในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ไม่ว่าจะเป็นต้นเดียวหรือเป็นกลุ่ม สามารถปลูกเลี้ยงในภาชนะบรรจุแต่อัตราการเจริญเติบโตจะช้า ลานที่สว่างจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ ซึ่งสามารถปลูกได้ในที่ที่มีแดดจัด
การใช้อื่น ๆ---ช่อดอกยาวใช้สำหรับดักนก (Watling 2005) https://www.iucnredlist.org/species/38654/2881612
ภัยตุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามประชากรส่วนใหญ่ตกอยู่ในอันตรายจากการถูกจำกัดอยู่เพียงเกาะแนวประการังเล็กๆ เท่านั้น ที่นี่มีความอ่อนไหวสูงต่อเหตุการณ์สุ่ม เช่น พายุเฮอริเคนและพายุไซโคลน ซึ่งอาจกวาดล้างประชากรย่อยทั้งหมดหากถูกโจมตีโดยตรง เชื่อกันว่าหนูยังจำกัดจำนวนประชากรไว้เฉพาะเกาะเล็กๆ ในลากูนที่อยู่ห่างไกลเหล่านี้ และขัดขวางการตั้งถิ่นฐานบนเกาะหลัก (Watling 2005) ได้รับการประเมินล่าสุดใน  IUCN Red List ประเภท 'อ่อนแอ' (มีความเสี่ยง)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE D2 - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2017)
source: Tikoca, S. & Rivers, M.C. 2017. Pritchardia thurstonii. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T38654A2881612. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T38654A2881612.en.  เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38654/2881612
- ชนิดนี้ได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางและมีบันทึกไว้ในคอลเลคชันนอกแหล่งกำเนิด 23 รายการ มีการบันทึกวิธีการขยายพันธุ์และการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ไว้
ขยายพันธุ์---เมล็ด เนื่องจากต้นปาล์มเหล่านี้ผสมกับ Pritchardias อื่น ๆ ได้ง่ายการอ้างว่าชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นต้องการการรวบรวมเมล็ดพันธุ์จากประชากรป่า
- *เมล็ดสดฝังไว้ครึ่งหนึ่ง ในหม้อที่มีดินปลูกที่สะอาดและระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุกวันและเก็บไว้ที่อุณหภูมิสูง (25 ถึง 35 °C) งอกใน 2-4 สัปดาห์ (https://www.llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/Family/Arecaceae/24652/Pritchardia_thurstonii)

สกุล Rhopalostylis (rope-ah-loh-STIGH-liss) เป็นสกุลปาล์มที่อยู่ทางใต้สุดของโลก มีต้นกำเนิดจากนิวซีแลนด์  ส่วนใหญ่อยู่ในป่าที่ราบลุ่มที่หนาแน่นโดยปกติ ไม่ไกลจากทะเลในสภาพอากาศที่อบอุ่นมีความชื้นสูง อาศัยอยู่บนเกาะเหนือ, เกาะใต้จากมาร์ลโบโรห์ซาวด์และเนลสันใต้ไปยังโอการิโต้ทางตะวันตกและคาบสมุทรแบ๊งส์ทางทิศตะวันออก บนชาตัมและหมู่เกาะพิตต์  มี 2 ชนิด
1 Rhopalostylis baueri    -Norfolk Island Palm
- Rhopalostylis baueri var. cheesemanii    -Kermadec Nikau
2 Rhopalostylis sapida    -South Island Nikau Palm
- Rhopalostylis sapida sp. Chatham Is.    -Chatham Island Nikau Palm
คล้ายกันมากและเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ สกุล Hedyscepe (Monotypic) (ในหน้านี้แสดง 2สายพันธุ์)

Norfolk Island Palm /Rhopalostylis baueri

[rope-ah-loh-STIGH-liss] [bough'-ehr-ee]


Picture 1---Balboa Park, San Diego, California ภาพถ่ายโดย Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_baueri
Picture 2---Rhopalostylis baueri, (Kermadec Nikau), มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์ ภาพถ่ายโดย Kahuroa. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_baueri

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhopalostylis baueri (Hook.f. ex Lem.) H.Wendl. & Drude.(1877)
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms.
---Basionym: Areca baueri Hook.f.(1864).https://www.gbif.org/species/2739138
---Eora baueri (Hook.f.) O.F.Cook. (1927).
---Kentia baueri (Hook.f.) Seem. (1868).
---Seaforthia robusta Van Houtte. (1878), nom. nud.
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:60468338-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Norfolk Island Palm, Kermadec nīkau (N.Z. only)
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmier de Norfolk.];[GERMAN: Norfolkpalme.];NEWZEALAND: Niau, Kermadec nikau (อ้างถึงประชากรหมู่เกาะ Kermadec).];[PORTUGUESE: Palmeira-de-norfolk.];[RUSSIAN: Ropalostilis Bauera.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---RPLBA (Preferred name: Rhopalostylis baueri.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวซีแลนด์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhopalostylis' มาจากคำในภาษากรีก 'rhopalon' = "club" และ 'stylis' = "style" ซึ่งหมายถึงรูปทรงดอกเกสรของดอกเพศผู้ ; ชื่อสายพันธุ์ 'baueri' เป็นเกียรติแก่ นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย Franz Bauer (1758 - 1840) นักวาดภาพทางพฤกษศาสตร์คนแรกที่ Royal Botanic Gardens, Kew
Rhopalostylis baueri เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJoseph Dalton Hooker (1817-1911) นักพฤกษศาสตร์นักชีววิทยาและศัลยแพทย์ชาวอังกฤษจากอดีตCharles Antoine Lemaire (1801–1871) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจากHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและ Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2420


Picture 1, 2---เกาะราอูล ภาพถ่ายโดย Peter de Lange. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_baueri

ที่อยู่อาศัย---พืชพื้นเมืองในเกาะนอร์ฟอล์ก (ออสเตรเลีย) และในนิวซีแลนด์ รู้จักเฉพาะจากเกาะ Raoul (กลุ่มหมู่เกาะ Kermadec) เท่านั้น (ไม่ใช่พืชเฉพาะถิ่น) นอกถิ่นที่อยู่ พบปลูก ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ควีนส์แลนด์ วิกตอเรีย และ ออสเตรเลียตะวันตก
ลักษณะ---โดยทั่วไปคล้าย R.sapida เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง12- 18 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 15 ซม. ลำต้นอ้วน สีเขียวมีร่องรอย วงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าที่หลุดร่วง ค่อนข้างห่างกันมาก Crownshaft (คอยอด)ยาว 0.50-0.60 เมตร สีเขียวเข้ม ทางใบยาว 3-4 เมตร  ใบรูปขนนก(pinnate) สีเขียวเข้ม ช่อดอกยาว 30-90 ซม. เป็นดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ดอก (สีขาวครีม แดง หรือชมพู) ผลรูปไข่แกมขอบขนานเมื่อสุกสีแดง ขนาดส่วนใหญ่ 0.7 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตในสภาพอากาศตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเย็นถึงกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ต้องการตำแหน่งที่ร่มรื่นหลีกเลี่ยงแสงแดดยามบ่ายในพื้นที่ส่วนใหญ่ ยกเว้นตามแนวชายฝั่ง ทนต่อลมแรง ทนต่อแสงน้อยได้ดี ปรับตัวได้กับดินทุกสภาพ อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก อาจต้องใช้เวลาถึง 15 ปีจึงจะเริ่มสร้างลำต้นได้
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ยอดปาล์มถูกใช้โดยผู้ตั้งถิ่นฐานในยุคแรกกินเป็นผักและว่ากันว่ามีรสชาติเหมือนถั่วเมื่อดิบและเหมือนก้บอาติโช๊คเมื่อต้ม (Artichoke คือผักสีเขียวชนิดหนื่ง)
ใช้ปลูกประดับ---เป็นทางเลือกที่กลายเป็นพืชสวนที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศนิวซีแลนด์ ใช้ปลูกเดี่ยว ๆ เป็นไม้กระถางประดับตกแต่งภายในได้เมื่อต้นยังเล็ก
ภัยคุกคาม---*สายพันธุ์นี้ถูกคุกคามในระดับหนึ่งโดยหนูที่กินผลไม้และต้นกล้าที่กำลังงอก และผลเป็นอาหารของนกแก้วมาคอ ที่ใกล้สูญพันธุ์ของเกาะนอร์ฟอรล์ก (nzpcn.org)https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_baueri
สถานะการอนุรักษ์ปัจจุบัน---At Risk – Naturally Uncommon (2017)  
source: New Zealand Plant Conservation Network. Retrieved 2023-09-03 https://www.nzpcn.org.nz/flora/species/rhopalostylis-baueri/
ระยะออกดอก/ติดผล--- ธันวาคม - มกราคม/ธันวาคม - มกราคม ปีต่อไป
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปลูกง่ายจากเมล็ดสด ควรแช่เมล็ดในน้ำเพื่อเอาเนื้อออก จากนั้นจึงหว่านบนส่วนผสมของพีท/ทรายหยาบที่ชื้น แล้วทิ้งไว้ในที่ร่ม และไม่ต้องสนใจ อาจใช้เวลาถึง 1 ปีในการงอก

*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือปาล์มที่แตกกอมีลักษณะการเจริญเติบโตของรากแบบแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) ให้ส้นเท้าอยู่บนที่สามเหนือระดับดิน! (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_baueri

Nikau palm /Rhopalostylis sapida

[rope-ah-loh-STIGH-liss] [sah-PEE-duh]


Picture 1, 2---Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_sapida

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhopalostylis sapida (Sol. ex G. Forst.) H. Wendl. & Drude. (1878)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Basionym: Areca sapida Sol. ex G.Forst. (1786). https://species.wikimedia.org/wiki/Rhopalostylis_sapida
---More.See all https://species.wikimedia.org/wiki/Rhopalostylis_sapida
ชื่อสามัญ---Nikau Palm, South Island Nikau Palm, The Shaving Brush Palm, Feather Duster Palm.
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmier de Nikau.];[GERMAN: Nikau-Palme.];[LITHUANIA: Vėduoklinė gumbapalmė];[NEWZEALAND: Nīkau (Māori).];[PORTUGUESE: Palmeira-nica.];[RUSSIA: Nikau, Ropalostilis vkusnyy.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---RPLSA (Preferred name: Rhopalostylis sapida.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวซีแลนด์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhopalostylis' มาจากคำในภาษากรีก 'rhopalon' = "club" และ 'stylis' = "style" ซึ่งหมายถึงรูปทรงดอกเกสรของดอกเพศผู้ ; ชื่อสายพันธุ์ 'sapida' = "Savoury" "เผ็ด"
Rhopalostylis sapida เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Daniel Solander (1733–1782) นักพฤกษศาสตร์และนักธรรมชาติวิทยาชาวสวีเดน จากอดีต Johann Georg Adam Forster (1754 –1794) นักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน (พฤกษศาสตร์กีฏวิทยาและมานุษยวิทยา)และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและ Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2421

  

Picture 1---Paparon National Park, South Isl, New Zealand. Photo by Dr. Susyn Andrews/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_sapida
Picture 2---NZ. Photo by Mike Gray.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_sapida

ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของนิวซีแลนด์ในธรรมชาติพบเกิดขึ้นทอดตัวจากเหนือจรดใต้ไปจนถึงใต้ ตามคาบสมุทรแบ๊งส์ทางตะวันออก และเวสต์แลนด์บนชายฝั่งตะวันตก ของเกาะเซาท์ มันเกิดขึ้นที่หมู่เกาะชาตัม
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 25 ซม. ลำต้นอ้วน สีเขียวมีร่องรอย วงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าที่หลุดร่วง ค่อนข้างห่างกันมาก Crownshaft (คอยอด) ยาว 0.6 - (-1 ) เมตร สีเขียวเข้มโป่งเรียบ ทางใบยาว 3 เมตร ใบ(pinnate)สีเทาเขียว หรือเขียว ช่อดอกยาว 20-40 ซม. ออกใต้คอยอด เป็นดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ดอกเพศผู้เป็นคู่และมีเกสรเพศผู้ 6 อัน ดอกเพศเมียนั้นโดดเดี่ยว สีชมพูอมม่วง มีกลิ่นเหมือนดอกไลแลค ผลรูปไข่แกมขอบขนานเมื่อสุกสีแดง ขนาด1.0 x 0.7 ซม.มี1เมล็ด ใช้เวลา 1 ปีกว่าผลจะสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่ร่มรื่นจะเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อรากของมันถูกบังด้วยพืชอื่นเล็กน้อย เป็นเผ่าพันธุ์ที่เติบโตช้ามีรายงานว่าจะใช้เวลาสิบถึงสิบห้าปีในที่อยู่อาศัยก่อนที่จะเริ่มเห็นลำต้นที่เกิดขึ้น มีรายงานฉบับหนึ่งที่ทำโดยรัฐบาลนิวซีแลนด์รายงานว่าใช้เวลาสี่สิบปีในการแสดงลำต้นและต้นไม้10 เมตร มีอายุ 200 ปี ประเด็นในที่นี้คือ Nikau Palm นั้นเติบโตอย่างช้าๆในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ในดินที่มีการระบายน้ำที่ดีและมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาศัตรูพืชหรือโรคพืชที่สำคัญ
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษเมื่อปลูกเป็นกลุ่ม เมื่อปลูกค่อนข้างชิดกันจะก่อให้เกิดกลุ่มปาล์มใบโค้งเล็กน้อยที่สวยงาม ในฐานะที่เป็นปาล์มประจำถิ่น Nikauได้กลายเป็นพืชสวนที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศนิวซีแลนด์
การใช้อื่น ๆ---ใช้ใบเป็นวัสดุมุงหลังคาของชาวเมารีและอาณานิคมยุโรปยุคต้น ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับวิธีการใช้ต้นปาล์มในชุมชนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนดั้งเดิม
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของ Chatham Is ประเทศนิวซีแลนด์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---ไม่ถูกคุกคาม
สถานะการอนุรักษ์--- Not Threatened (2017)
source: New Zealand Plant Conservation Network. Retrieved 2023-09-03 https://www.nzpcn.org.nz/flora/species/rhopalostylis-sapida/
ระยะออกดอก/ติดผล--- พฤศจิกายน - เมษายน/กุมภาพันธ์ - พฤศจิกายน  
การขยายพันธุ์---*เพาะเมล็ด ควรแช่ผลไม้ในน้ำสองสามวัน จากนั้นขัดเบาๆ เพื่อให้เนื้อใส จากนั้นใส่ในถุงพลาสติกปิดผนึกในที่ร่มครึ่งหนึ่งจนกระทั่งเมล็ดเริ่มงอก ปลูกเมล็ดที่งอกในกระถางลึกและแคบ หลีกเลี่ยงการรบกวนรากให้มากที่สุด เป็นไม้กระถางที่ดีเยี่ยม และหากรากแก้วไม่เสียหายก็สามารถปลูกได้อย่างง่ายดาย ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีความหลากหลายมากในป่า ดังนั้นจึงอาจได้รับประโยชน์จากการคัดเลือกเป็นพืชสวนที่สำคัญ https://www.nzpcn.org.nz/flora/species/rhopalostylis-sapida/


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือปาล์มที่แตกกอมีลักษณะการเจริญเติบโตของรากแบบแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) ให้ส้นเท้าอยู่บนที่สามเหนือระดับดิน! (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopalostylis_sapida


สกุล Roystonea (roy-ston-EH-ah) เป็นสกุลปาล์มพื้นเมืองในหมู่เกาะแคริบเบียนและชายฝั่งที่อยู่ติดกันของสหรัฐอเมริกา (ฟลอริดา) อเมริกากลางและภาคเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ชื่อสามัญที่เรียกและรู้จักกันโดยทั่วไป "Royal palms" เป็นสกุลปาล์มที่ไม่มีหนาม ชื่อสกุล Roystonea เพื่อเป็นเกียรติแก่นายพลอเมริกัน Roy Stone มีสายพันธุ์ที่ยอมรับ 11 สายพันธุ์ได้แก่ (แสดงในหน้านี้ 8 สายพันธุ์)
1 Roystonea altissima ( Mill. ) HEMoore      - จาเมกา
2 Roystonea borinquena O.F.Cook             - เปอร์โตริโก, Hispaniola, หมู่เกาะเวอร์จิน
3 Roystonea dunlapiana P.H. Allen             - ฮอนดูรัส, นิการากัว, เชียปัส, ทาบาสโก, เวรากรูซ, คาบสมุทรยูกาตัง
4 Roystonea lenis León                              - คิวบา
5 Roystonea maisiana ( LHBailey ) Zona          - คิวบา
6 Roystonea oleracea ( Jacq. ) OFCook           - เวเนซุเอลาโคลัมเบียตรินิแดดแอนทิลลิสน้อย; แปลงสัญชาติในกายอานา มอริเชียสและเรอูนียง (ชนิดที่ปลูกทั่วไปในประเทศไทย ดูที่ปาล์ม 5)
7 Roystonea palaea Poinar                         - Miocene , Hispaniola
8 Roystonea princeps (Becc.) Burret           - Jamaica
9 Roystonea regia (Kunth ) OF Cook - Tabasco, Veracruz, Yucatán, เบลีซ, ฮอนดูรัส, ฟลอริดา, บาฮามาส,หมู่เกาะเคย์แมน, คิวบา, Hispaniola; แปลงสัญชาติในเปอร์โตริโก, ปานามา, เอลซัลวาดอร์, ลมหมู่เกาะ (ชนิดที่ปลูกทั่วไปในประเทศไทย ดูที่ปาล์ม 5)
10 Roystonea stellata León                       - คิวบา แต่อาจสูญพันธุ์
11 Roystonea violacea León                      - คิวบา

สายพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic) ของคิวบา (R. lenis, R. stellata, R. maisiana และ R. violacea)


Jamaican royal palm /Roystonea altissima 

[roy-ston-EH-ah] [ahl-TIHS-sihm-ah]


Picture 1-Miami. FL. Photo by Kyle Wicomb.https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_altissima
Picture 2-Montgomery Botanical Center, Miami, FL. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_altissima

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea altissima (Mill.) H.E.Moore. (1963)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:222795-2#synonyms
---Basionym: Palma altissima Mill. (1768).https://www.gbif.org/species/165741815
---Roystonea jamaicana L.H.Bailey. (1935)
ชื่อสามัญ---Jamaican royal palm, Jamaican cabbage tree, Mountain cabbage palm.
ชื่ออื่น---Unknown (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---จาไมกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer);ชื่อสายพันธุ์ 'altissima' เป็นภาษาละติน="สูงที่สุด"แม้ว่าสายพันธุ์จะไม่ได้เป็นสายพันธุ์ที่สูงที่สุดในสกุล Roystonea
Roystonea altissima เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Philip Miller (1691 - 1771) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษเชื้อสายสก็อตแลนด์ ในชื่อ Palma altissima สายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่ถูกมองข้ามไปเป็นเวลา 180 ปี และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2506
ที่อยู่อาศัย---พบเฉพาะบริเวณไหล่เขาและ เนินภูเขาใกล้กับพื้นที่ด้านในของประเทศจาไมกา ที่ระดับความสูงถึง 760 เมตร
ลักษณะ--- เป็นปาล์มขนาดใหญ่สูงถึง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-35 ซม.ลำต้นสีน้ำตาลปนเทาขยายด้านล่างไม่สม่ำเสมอเรียวขึ้นด้านบน มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ ส่วนบนของลำต้นล้อมรอบด้วยกาบใบ ทำให้เกิดส่วนสีเขียวที่เรียกว่าเพลามงกุฎ (crownshaft) ยาว 1.4-1.6 เมตร มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบยาว 4-6 เมตร ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (Infrafoliar) ยาว 1.2 เมตร กว้าง 1 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียสีม่วงมีกลิ่นหอม ผลรูปไข่กลับมีสีดำเมื่อสุก ขนาด ยาว 1.1-1.5 ซม. กว้าง 0.6.-0.7 ซม ผลกินไม่ได้
- ชนิดนี้มีความโดดเด่นที่สุดในสกุล R. altissima มีขนาดเล็กกว่าในทุกรายละเอียด ยกเว้นกาบ (ก้านดอก) ถ้าเทียบกับ royal palm ชนิดอื่นๆ R.altissima จะดูอ่อนแอและเล็ก
- *สายพันธุ์ที่สูงและเรียวนี้พบได้ทั่วไปในพื้นที่ภายในของจาเมกา ลำต้นสีเข้มและดอกสีม่วงเป็นพันธมิตรกับ R. violacea ทางตะวันออกของคิวบา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของสัณฐานวิทยาของผลไม้และพื้นผิวเอนโดคาร์ป ผลของ R. altissima มีลักษณะทรงรีและมีลักษณะเป็นแผ่นและมีเอน-โดคาร์ปที่ทนทาน R. violacea ผลมีลักษณะเป็นทรงกลมและมีเอนโดคาร์ปที่เปราะบาง  (Zona S.)/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_altissima
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zones 10a-10b) ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) และดินมีการระบายน้ำได้ดี ปรับตัวเข้ากับชนิดของดินได้มาก pH 5.6-7.5 อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้ในงานภูมิทัศน์ ปลูกริมทางหลวง ริมถนน สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ปลูกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม สร้างทัศนียภาพที่โดดเด่น (ค่อนข้างหายากในการเพาะปลูก)
อื่น ๆ---ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงหลังคาและวัสดุห่อหุ้ม ช่อดอกใช้ทำไม้กวาด
ระยะออกดอก---ในช่วงฤดูร้อน
การขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดจะงอกอย่างรวดเร็วภายใน 1 เดือนหลังจากปลูก และต้นกล้าสวยงาม.
- เป็นสายพันธุ์รุกรานที่แพร่พันธุ์ได้มากด้วยเมล็ดที่งอกได้ทุกที่รอบๆ ต้นแม่ และต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมต้นกล้า


Puerto Rican Royal Palm /Roystonea borinquena

[roy-ston-EH-ah] [bor-en-Kwehn-ah]


Picture 1---สวนพฤกษศาสตร์เซาเปาโลสวนพฤกษชาติเซาเปาโลประเทศบราซิล ภาพถ่ายโดย mauroguanandi. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_borinquena
Picture 2---SoCal สถานที่ของ Gary Le Vine ภาพถ่ายโดย Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_borinquena

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea borinquena O.F.Cook.(1901)
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms.
---Roystonea hispaniolana L.H.Bailey (1939).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669654-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Puerto Rican Royal Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Palmeira-real-porto-rico.];[CHINESE: Haidì wang zong, Xībanya wang zong.];[DOMINICAN: Manacla, Palma caruta, Palma de cerdos, Palma de grana, Palma de yagua, Palma real, Yagua.];[HAITI: Palmiste.];[PUETO RICO: Manacla, Palma caruta, Palma de cerdos, Palma de grana, Palma de yagua, Palma real, Yagua.];[SPANISH: Palmera real de Puerto Rico.];[VIRGINS IS: Royal palm.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYBO (Preferred name: Roystonea borinquena.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะ Leeward เปอร์โตริโก, Hispaniola, หมู่เกาะเวอร์จิน, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เฮติ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์ 'borinquena' ศัพท์ภาษาสเปน ความหมายจากเปอร์โตริโก
Roystonea borinquena เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Orator Fuller Cook (1867–1949) นักพฤกษศาสตร์และนักกีฏวิทยาชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ. 2444
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคแคริบเบียนพบได้ใน Hispaniola (ทั้งในสาธารณรัฐโดมินิกันและเฮติ), Puerto Rico, Leeward Is.ตามที่ลาดชันและหุบเขาที่ชื้นและฝั่งแม่น้ำถูกพบในทุกที่ยกเว้นบนภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งของเปอร์โตริโก ที่ระดับความสูง 600-1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่มีความสูงเฉลี่ย 12-18 เมตร แต่สามารถสูงถึง 26.4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-70 ซม.ลำต้นสีน้ำตาลปนเทาขยายด้านล่างไม่สม่ำเสมอเรียวขึ้นด้านบน มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ คอยอด(crownshaft)สีเขียว ยาว 1.4-1.6 เมตร ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบประมาณ 15 ใบ ทางใบยาว3.5 เมตร ช่อดอกออกใต้คอยอด (Infrafoliar) ยาว 1-1.4 เมตรและกว้าง 0.7-1.2 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้สีเหลืองครีม อับเรณูสีม่วง ดอกเพศเมียสีเหลืองครีมมีกลิ่นหอม ช่อดอกเฉลี่ย 3.2 ดอกต่อต้น และออกผล 6–12,000 ผลต่อช่อดอก ผลรูปทรงกลมถึงรียาวสีเหลืองแกมเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วงเมื่อสุก ขนาด1.1-1.5 ซม.กว้าง 0.9-1.3 ซม.มีเมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลอ่อนแข็งและเป็นมัน 1 เมล็ด ยาว 8 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในพื้นที่กึ่งเขตร้อนและเขตร้อนส่วนใหญ่ (USDA Zone 10a-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) อุณหภูมิเฉลี่ย 25°C และไม่มีน้ำค้างแข็ง เติบโตได้ในดินหลากหลายประเภท ชอบดินหินปูนหรือดินที่อัดแน่นบางส่วน ต่างจากต้นปาล์มส่วนใหญ่ตรงที่ไม่ต้องการการระบายน้ำที่ดี ชอบดินเหนียวหนักที่มีน้ำปริมาณมาก pH 5.5-6.5 ทนต่อแรงลมพายุเฮอริเคนและย้ายปลูกได้ง่ายมาก อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การบำรุงรักษาต่ำ อายุสูงสุดคือ 80-110 ปี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำมาก ดินที่ชื้นต่อเนื่อง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ   
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารและวัสดุ มักจะใช้เป็นไม้ประดับ
ใช้ในวนเกษตร--- เป็นพืชน้ำผึ้ง ดอกไม้ดึงดูดผึ้งจำนวนมาก
ใช้ปลูกประดับ---ปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับในเปอร์โตริโก ใช้ในงานภูมิทัศน์ เหมาะสำหรับการปลูกในเมืองที่มีมลพิษและในสถานที่จำกัดตามด้านข้างของถนน รากจะไม่สร้างความเสียหายให้กับทางเท้าหรือขอบถนน แม้ว่าต้นไม้จะปลูกในพื้นที่แคบก็ตาม
อื่น ๆ---ในท้องถิ่น ใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงหลังคาในโรงนาและบ้าน
- ไม้กระดานที่สกัดจากส่วนนอกของลำต้นที่แข็งกว่านั้นถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับผนังและพื้นในการก่อสร้างในชนบท แต่ไม้ไม่ทนปลวก
- กาบใบแห้ง (yaguas) สามารถกางออกให้เรียบเพื่อทำด้านข้างของอาคารได้
- ผลไม้ใช้เป็นอาหารหมูและปศุสัตว์อื่นๆ เป็นแหล่งอาหารที่มีไขมันสูงสำหรับนก
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ใบสด ใช้แสดงอย่างกว้างขวางในประเทศเพื่อรับใช้ทางศาสนาในวัน Sunday Palm
หมายเหตุการอนุรักษ์ https://www.regionalconservation.org/ircs/database/plants/PlantPagePR.asp?TXCODE=Roysbori
- สิ่งนี้ถูกระบุว่าเป็นข้อกังวลด้านการอนุรักษ์ในเปอร์โตริโกโดย Miller และคณะ (2012b) ซึ่งจัดให้อยู่ในอันดับใกล้ถูกคุกคามทั่วโลกชั่วคราวโดยใช้เกณฑ์บัญชีแดงของ IUCN
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดงอกได้ง่ายและต้นกล้าไม่ต้องพรางแสงสามารถได้รับแสงแดดเต็มที่ทันทีและเติบโตเร็วมาก
- เมล็ดงอกหลังจาก 50–100 วัน หลังจาก 6 เดือน ต้นกล้าสามารถสูงได้ 30 ซม.ต้นไม้เล็กเติบโตได้เฉลี่ย 1 เมตรต่อปี
- ต้นอ่อน Roystonea Borinquena อาจเริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ 7 ปี


Palma real mexicana /Roystonea dunlapiana

[roy-ston-EH-ah] [duhn-lahp'-ee-AHN-ah]

 

Picture 1---Estuary of Rio Garcia, Honduras. Photo by Dr. Scott Zona.http://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_dunlapiana
Picture 2---Photo by Dr. Kurt Stueber, of Biolib.de.http://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_dunlapiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea dunlapiana P.H. Allen.(1952)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:222798-2
ชื่อสามัญ---Palma real mexicana, Dunlap's Royal Palm
ชื่ออื่น---[HONDURUS: Yagua, Cabiche.];[SPANISH: Castilian, Palma real mexicana.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ฮอนดูรัส, นิการากัว, เชียปัส, ทาบาสโก, เวราครูซ, คาบสมุทรยูกาตัง
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์ 'dunlapiana'
Roystonea dunlapiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Paul Hamilton Allen (1911−1963) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2495
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศนิการากัว ,ฮอนดูรัส, และภาคใต้ของเม็กซิโก(Chiapas, Tabasco, Veracruz, Quintana Roo,เวราครูซ) ในเอกสารเกี่ยวกับสกุลนี้ มีรายงานว่า "มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในเบลีซ" (Scott Zona) เติบโตในป่าชื้น ในบริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่งหนองน้ำ ที่ระดับความสูง 0-300 เมตร เป็นสายพันธุ์เดียวในสกุล ซึ่งไม่มีอยู่ในหมู่เกาะแคริบเบียน
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดียวขนาดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 38 ซม. ลำต้นสีเทาขาว มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ คอยอด(crownshaft)สีเขียว ยาว 2 เมตร มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก ทางใบยาว 4 เมตร ช่อดอกออกใต้คอยอด (Infrafoliar) ยาว 1.2 เมตร กว้าง 1 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้สีขาว กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกรูปรีถึงรูปไข่ อับเรณูสีม่วง เกสรเพศผู้ 6 อัน ดอกเพศเมียไม่ถูกอธิบาย ผลรูปไข่กลับมีสีม่วงดำเมื่อสุก ขนาด ยาว 1.2-1.5 ซม. กว้าง 0.7-0.9 ซม.ผลกินไม่ได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น และเขตร้อนส่วนใหญ่ที่ปราศจากน้ำค้างแข็ง (USDA Zone 10) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เติบโตได้ในดินหลากหลายประเภท ทนต่อแรงลมพายุเฮอริเคน การเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---Unknown  
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้ในงานภูมิทัศน์ ปลูกริมทางหลวง ริมถนน สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ปลูกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม สร้างทัศนียภาพที่โดดเด่น เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเล
อื่น ๆ--- ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุง
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถือเป็นพืชที่อุดมสมบูรณ์มีประชากรจำนวนมากและมั่นคง นอกจากนี้ มักพบอยู่ในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและตามขอบถนนและทางหลวง อาจถูกคุกคามจากการตัดไม้ทำลายป่าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม ชนิดนี้ได้รับการบันทึกจากพื้นที่คุ้มครอง ปัจจุบันสายพันธุ์นี้ไม่มีปัญหาการอยู่รอด ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - LEAST CONCERN - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2021)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Roystonea dunlapiana. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T30367A59233055. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T30367A59233055.en. Accessed on 04 September 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/
- มีคอลเลกชันนอกแหล่งกำเนิด 3 รายการ (BGCI 2021) ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคามโดย IUCN Red List (World Conservation Monitoring Center 1998) ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกโดยรายชื่อพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ระดับชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ “อยู่ภายใต้การคุ้มครองพิเศษ” (Pr; SEMARNAT 2010)
- ในฮอนดูรัส พบในอุทยานแห่งชาติ "Pico Bonito" ในเม็กซิโก เกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล "Pantanos de Centla" (กัมเปเช, ตาบาสโก) และในอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ "Bonampak" (เชียปัส)
การขยายพันธุ์---เมล็ด


Palma conga /Roystonea lenis

[roy-ston-EH-ah] [LEHN-iss]


Picture 1, 2---Cuba. Photo by Paul Craft.http://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_lenis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea lenis León (1943)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669662-1#synonyms
---Roystonea regia var. pinguis LHBailey (1935)
ชื่อสามัญ--- [CUBA: Palma conga, Palma de seda de los cubanos, Palma india.]
ชื่ออื่น--- None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์ 'lenis' จากภาษา ละติน ความหมาย “ นุ่มนวล”  
Roystonea lenis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Frère Leon (English: Brother León, Spanish: Hermano León 1871-1955) นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา-ชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ.2486
ที่อยู่อาศัย---จำกัดอยู่เฉพาะในจังหวัดกวนตานาโม ทางตะวันออกของคิวบา พบในป่าเปิดที่ลุ่ม ที่ระดับความสูง 350-420 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงถึง 18-25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 40-50 ซม. ลำต้นมักมีสีเทา-ขาว มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ เป็นชนิดเดียวที่มี "filamentous processes" (กระบวนการใย) ที่เกิดจากใบไม้ rachis ร่วมกับแต่ละส่วนใบไม้ เส้นใยดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเฉพาะ.นี้ในปาล์มอื่น ๆ ของสายพันธุ์นี้ (หรือของสายพันธุ์ของปาล์มใด ๆ ) คอยอด (crownshaft) สีเขียว ยาว 2 เมตร มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว 4–5.8 เมตร ช่อดอกออกใต้คอยอด (Infrafoliar) ยาว 1เมตร กว้าง 1 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกทั้งสองเพศสีขาว ผลขนาด ยาว 1.1-1.4 ซม. กว้าง 0.88-1.1 ซม เมื่อสุกสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในพื้นที่กึ่งเขตร้อนและเขตร้อนส่วนใหญ่ (USDA Zone 10a-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) อุณหภูมิเฉลี่ย 25°C และไม่มีน้ำค้างแข็ง เติบโตได้ในดินหลากหลายประเภท ชอบดินหินปูนหรือดินที่อัดแน่นบางส่วน ต่างจากต้นปาล์มส่วนใหญ่ตรงที่ไม่ต้องการการระบายน้ำที่ดี ชอบดินเหนียวหนักที่มีน้ำปริมาณมาก pH 5.5-6.5 ทนต่อแรงลมพายุเฮอริเคนและย้ายปลูกได้ง่ายมาก อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำมาก ดินที่ชื้นต่อเนื่อง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ   
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงและวัสดุห่อหุ้ม ลำต้นใช้ในงานก่อสร้าง ผลใช้เป็นอาหารหมู
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการลดลงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ขอบเขตและ / หรือคุณภาพของที่อยู่อาศัย ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ของสปีชี่ที่ถูกคุกคาม ประเภท 'อ่อนแอ' (มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE D1+2 - ver 2.3 - IUCN. Red List of Threatened Species (1998)
source: Zona, S. 1998. Roystonea lenis León. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: https://doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38688A10138869.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566
ขยายพันธุ์---เมล็ด


Cape Maisi Palm /Roystonea maisiana

[roy-ston-EH-ah] [MY-see-ahn-ah]


Picture 1, 2---Fairchild Botanical Gardens, Coral Gables FL. Photos by Andrew. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_maisiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea maisiana (L.H.Bailey) Zona.(1996)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonym.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:995255-1#synonyms
---Basionym: Roystonea regia var. maisiana L.H.Bailey (1935) https://www.gbif.org/species/2733766
ชื่อสามัญ---Cape Maisi Palm.
ชื่ออื่น---[CUBA; Palma negra, Palmier-royal de Cap Maisi.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์ 'maisiana' = ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อ้างถึงในภูมิภาคของ Maisi ของจังหวัดกวนตานาโมในภาคตะวันออกของประเทศคิวบา
Roystonea maisiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Liberty Hyde Bailey (1858-1954) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Scott Zona.(เกิดปี 1959) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2539
ที่อยู่อาศัย---อยู่ในภูมิภาค Maisí ของจังหวัด Guantánamo คิวบาตะวันออกที่ระดับความสูง 350-420 ม
ลักษณะ---- เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 26-40 ซม.สีเทาขาว มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ คอยอด (crownshaft)สีเขียว ยาว1.5 เมตร มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก(pinnate) ทางใบยาว 4.8 เมตร ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 0.8-1.1เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ดอกทั้งสองเพศสีขาว ผลรูปไข่ ขนาด ยาว 1-1.3 ซม. กว้าง 0.7-0.9 ซม เมื่อสุกสีดำ ผลกินไม่ได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมือน R. regia (USDA Zones 10-11) ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) และดินมีการระบายน้ำได้ดี ปรับตัวเข้ากับชนิดของดินได้มาก pH 5.6-7.5 ทนต่อละอองเกลือได้ มันจะเติบโตใกล้น้ำเค็มและบนชายหาดหากถอยห่างจากเนินทรายแนวแรก อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สายพันธุ์ที่สง่างามสำหรับการปลูกเลี้ยงใช้ในงานภูมิทัศน์ได้ดี เป็น Royal palm ที่หายากและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
อื่น ๆ---ปาล์มชนิดนี้ใช้งานเช่นเดียวกับชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ในคิวบาตะวันออก ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงและวัสดุห่อหุ้ม ลำต้นใช้ในงานก่อสร้าง ผลใช้เป็นอาหารหมู
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของคิวบา *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
*สถานะการอนุรักษ์ต้นปาล์มอินเดียตะวันตก (Arecaceae)
Gonzalez-Oliva L, Gonzalez-Torres L (2023). Cuban Redlisted Plant Species – 2023. Version 1.16. IUCN/SSC Cuban Plant Specialist Group. Checklist dataset https://doi.org/10.15468/9qtwmv accessed via GBIF.org on 2023-09-06.
ขยายพันธุ์---เมล็ด


Roystonea palaea สูญพันธุ์ (EX) (ไม่มีรูป)

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea palaea Poinar (2002)
ชื่อพ้อง--None (Not recorded)
ขื่อสามัญ---None (Not recorded)
ขื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะแคริบเบียน ฟลอริดา อเมริกากลางและอเมริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ;ชื่อสายพันธุ์ 'palaea' มาจากภาษากรีกตำว่า 'palaios' ซึ่งมีความหมายว่า "โบราณ"
Roystonea palaea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Dr. George Poinar ในปี พ.ศ.2545
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะแคริบเบียน ฟลอริดา อเมริกากลางและอเมริกาใต้
- R. palaea เป็นสายพันธุ์ปาล์มที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รู้จักจากฟอสซิลดอกไม้ที่พบในช่วงต้นยุค Miocene Burdigalian พบอยู่ในอำพันโดมินิกัน (Dominican amber) ซึงแตกต่างจาก อำพันทะเลบอลติก ลักษณะเกือบโปร่งใสเสมอและมีจำนวนฟอสซิลรวมที่สูง ตัวอย่างดอกไม้มี ดอกเพศผู้ 1 ดอก และดอกเพศเมีย 1 ดอก ที่อยู่ในอำพันชิ้นเดียวกัน ตัวอย่างอำพันแบบ holotype และแบบ paratype ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่คอลเลกชันของมหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต ในเมืองคอร์แวลลิส รัฐออริกอน ภายใต้หมายเลข "Sd-9-101" ซึ่งเป็นที่ที่ จอร์จ พอยนาร์ ทำการศึกษาและอธิบายตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่างอำพันที่ออกดอกถูกค้นพบจากการถูกขุดขึ้นมาจากเหมือง La Toca ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Santiago de los Caballeros, สาธารณรัฐโดมินิกัน
ลักษณะ--- ซากดึกดำบรรพ์ของดอกไม้ได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มโดยมีเพียงอับเรณูเท่านั้นที่ยังคงมีสีขาวจาง ๆ
- ในสกุลปัจจุบันดอกของ R. palaea มีโครงสร้างดอกคล้ายกัน คือ R. oleracea และ R. dunlapiana ทั้ง 3 สายพันธุ์มีอัตราส่วนกลีบดอกต่อความยาวกลีบเลี้ยงใกล้เคียงกัน
- R. palaea มีลักษณะที่แตกต่างจากพันธุ์ปัจจุบันมากที่สุดด้วยขนาดกลีบเลี้ยงที่ใหญ่ ทั้ง 3 สายพันธุ์มีรูปร่างและความยาวของกลีบเลี้ยงต่าง กัน R. palaea มีความยาวมากที่สุดในขณะที่ R. dunlapiana มีความยาวสั้นที่สุด
- R. oleracea ยังมีอับเรณูยาวกว่าที่ 3.5–4.7 มม.ซึ่งจะโค้งงอที่ปลาย ต่างจาก R. palaea ที่มีอับเรณู 1.7–3.1 มม.และตรง
- นอกจากความยาวกลีบเลี้ยงที่สั้นกว่าแล้ว R. dunlapiana ยังมีอับเรณูสีม่วงอีกด้วย แตกต่างจากอับเรณูสีอ่อนของ R. palaea  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ไม่ถูกบันทึก
ใช้ประโยชน์---ไม่ถูกบันทึก
สถานะการอนุรักษ์---EX - สูญพันธุ์ - ไม่มีข้อสงสัยตามสมควรว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้หลงเหลืออยู่
อ้างอิง https://en.wikipedia.org/wiki/Roystonea_palaea
1 Poinar, G. (2002). "Fossil palm flowers in Dominican and Baltic amber". Botanical Journal of the Linnean Society. 139 (4): 361–367. doi:10.1046/j.1095-8339.2002.00052.x.
2 Iturralde-Vinent, M.A.; MacPhee, R.D.E. (1996). "Age and Paleogeographical Origin of Dominican Amber". Science. 273 (5283): 1850–1852. Bibcode:1996Sci...273.1850I. doi:10.1126/science.273.5283.1850. S2CID 129754021.


Morass Royal Palm /Roystonea princeps

[roy-ston-EH-ah] [PREEN-sehps]

 

Picture 1, 2---Jamaica. Photo by Jeff in St Pete. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_princeps
 
ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea princeps (Becc.) Burret. (1929)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:222808-2#synonyms
---Basionym: Oreodoxa princeps Becc.(1912).http://legacy.tropicos.org/Name/50130158
ชื่อสามัญ---Morass Cabbage Palm, Morass Royal Palm, Swamp royal palm, Marsh cabbage.
ชื่ออื่น---[FRENCH: Oréodoxe de la Jamaïque.]; [JAPANESE: Jamaika roiyarupaamu.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---จาไมกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์ 'princeps' จากภาษาละติน หมายถึง“คนแรก” หรือ“ผู้นำ”
Roystonea princeps เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2472
ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์นี้มีมากมายในท้องถิ่น เกิดขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำต่ำกว่า 10 เมตร ในภูมิภาค Great Morass ของจาเมกาตะวันตก ในบริเวณใกล้เคียงของ Black River และ Negril  มีประชากรย่อยหลักสองกลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่า 400 ตารางกิโลเมตร ไม่ทราบขนาดประชากรทั้งหมด แต่ประมาณไว้ระหว่าง 5,000 ถึง 10,000 ต้น (Zona, S. 1998) https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_princeps

 

Picture 1---Jamaica. Photo by Jeff in St Pete. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_princeps
Picture 2---Fairchild Tropical Botanical Garden, Coral Gables, FL. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_princeps

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงถึง 20 เมตร  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 27.5-42 ซม. บางครั้งตรงกลางบวมเล็กน้อย มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบสีขาว เมื่อต้นอายุมากขึ้นเป็น สีเทา-ขาว ส่วนบนของลำต้นถูกล้อมรอบด้วยฝักใบสร้างส่วนสีเขียวที่รู้จักกันในชื่อ crownshaft ซึ่งปกติจะยาวประมาณ 1.5-1.8 เมตร มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก(pinnate) ทางใบยาว 3.6- 4 เมตร ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 1.3 เมตร ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกทั้งสองเพศสีเหลืองครีม อับเรณูของเพศผู้สีม่วง ผลรูปไข่ ขนาด ยาว 1.2-1.6 ซม. กว้าง 0.8-1 ซม เมื่อสุกสีดำม่วง มีเมล็ดรูปรี1 เมล็ดยาว 1-1.2 ซม.กว้าง 0. 6-0.7 ซม
- สายพันธุ์นี้เกือบจะแยกกันไม่ออกจาก R. altissima นอกจากความแตกต่างพื้นที่อยู่อาศัย R. altissima เติบโตในพื้นที่สูง ส่วน R. princeps เติบโตในที่ลุ่มหนองน้ำ ชอบตำแหน่งที่แดดจัดและดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำดี
- * อัตราการเจริญเติบโตของต้นที่อายุ 34-36 ปี ในการเพาะปลูกที่ Fairchild Tropical Garden ในฟลอริดาจะเติบโตได้ 20-26 ซม (8"-10") ต่อปี https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_princeps
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zones 10a-10b) ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) และดินมีการระบายน้ำได้ดี ปรับตัวเข้ากับชนิดของดินได้มาก pH 5.6-7.5 อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีการปลูกเลี้ยงใช้ในงานภูมิทัศน์มากขึ้นเรื่อยๆ ตามริมแนวถนน หรือปลูกเป็นกลุ่ม ในสวนสาธารณะหรือสวนขนาดใหญ่ เป็นปาล์มภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยม
การใช้อื่น ๆ--- ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงและวัสดุห่อหุ้ม ลำต้นใช้ในงานก่อสร้าง ผลใช้เป็นอาหารหมู
ภัยคุกตาม---เนื่องจากการตั้งถิ่นฐานที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของปริมาณน้ำในดินเป็นภัยคุกคามหลัก ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ใกล้ถูกคุกคาม'
สถานะการอนุรักษ์--- LR/LC - Lower Risk/near threatened - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Zona, S. 1998. Roystonea princeps. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38689A10139002. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38689A10139002.en. Accessed on 06 September 2023.
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


Palma blanca /Roystonea stellata

[roy-ston-EH-ah] [stehl-LAHT-ah]

Picture---Photo: http://www.palmpedia.net. http://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_stellata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea stellata León.(1939)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669667-1/general-information
ชื่อสามัญ---Palma blanca (White Palm)
ชื่ออื่น---Unknown (Not recocrded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อเฉพาะของสายพันธุ์ 'Stellata' ในภาษาละตินหมายถึง "เต็มไปด้วยดวง" อ้างอิงถึง ดาวขนาดเล็กเช่น แผลเป็นบนผลไม้ (Calo Morici )
Roystonea stellata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Frère Leon (English: Brother León, Spanish: Hermano León 1871 -1955) นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา-ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2482
ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักเฉพาะจากที่ตั้งใน Baracoa ทางตะวันออกของคิวบา ใกล้กับภูมิภาคที่เรียกว่า Yagruma พื้นที่ของจังหวัดกวนตานาโม ตั้งแต่ปี 1990 มีการสำรวจหลายครั้งเพื่อค้นหาสายพันธุ์นี้ แต่ยังไม่มีใครพบเห็นอีกเลยนับตั้งแต่การรวบรวมประเภทในปี 1939 โดย Frère León (French-born 1871 –1955) นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา พบตามพื้นที่พุ่มไม้ริมชายฝั่ง
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดใหญ่ลำต้นสีเทาขาวมีความสูงถึง 15 เมตร ใบ (pinnate) มีประมาณ12-15ใบ ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกยาว 95 ซม.มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ร่วมต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกสีขาว เกสรเพศผู้ยาวเท่ากับกลีบดอก ผลมีความยาว 9.8–10.5 มม.และกว้าง 7.8–8.5 มม.สีดำเมื่อสุก คอลเลคชั่นเดียวที่รู้จักไม่สมบูรณ์เพียงพอสำหรับคำอธิบายที่สมบูรณ์
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 10a) ไม่มีข้อมูลอื่นบันทึก
ใช้ประโยชน์--- ไม่มีข้อมูลบันทึก
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของคิวบา * [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกตาม---เนิ่องจากไม่ทราบว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยังคงมีอยู่ ไม่พบตัวอย่างในการสำรวจที่อยู่อาศัย ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ถิ่นที่อยู่อาศัยของมันได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นสวนกาแฟ
 มีเพียงตัวอย่างเดียวที่รู้จักในปี 1990 ในขณะนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่มีตัวอย่างได้ถูกพบในการสำรวจซ้ำ และทำให้ Roystonea stellata ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EX - Extinct - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2020)
source:Verdecia, R. 2020. Roystonea stellata. The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T38690A87708976. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T38690A87708976.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38690/87708976
- ขอแนะนำให้ทำการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาบุคคลสายพันธุ์นี้ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่คล้ายคลึงกันในพื้นที่
- ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีการสำรวจภาคสนามหลายครั้งและเกษตรกรในท้องถิ่นได้รับการฝึกอบรมเพื่อระบุสายพันธุ์นี้ แต่ไม่พบพืช
- ไม่ทราบว่าชนิดนี้เกิดขึ้นใน แหล่งรวบรวม นอกแหล่งกำเนิด ใดๆ (BGCI 2020)


Purple Royal Palm /Roystonea violacea

[roy-ston-EH-ah] [vee-oh-lah-SEH-ah]


Picture 1, 2---Roystonea violacea, Guantánamo, Cuba. Photo by Duanny Suárez. https://www.palmpedia.net/wiki/Roystonea_violacea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Roystonea violacea León (1943)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:222816-2
ชื่อสามัญ---Purple Royal Palm, Blue Creole Palm, Red Royal Palm
ชื่ออื่น---[CUBA: Palma criolla azul, Palma Morada, Palma Roja]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---ROYSS (Preferred name: Roystonea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Roystonea' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อระลึกถึง Roy Stone (1836 –1905) วิศวกรโยธาและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน (U.S. Army engineer) ; ชื่อสายพันธุ์จากภาษาละติน 'violacea' = "สีม่วง"
Roystonea violacea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Frère Leon (English: Brother León, Spanish: Hermano León 1871-1955) นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา-ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2486
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่นของคิวบา จำกัด เฉพาะภูมิภาค Maisí ของ จังหวัด Guantánamo คิวบา พบในพื้นที่เปิดโล่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพาะปลูกที่ระดับความสูง 350-420 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงถึง15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 34 ซม.แตกต่างจาก Roystonea อื่น ๆ ตรงที่มีลำต้นเรียวยาวกว่า สีเข้มกว่าและเป็นสีน้ำตาลอมม่วง ลำต้นมีร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบหลุดร่วง crownshaft ยาว ประมาณ 2 เมตร สีเขียวมะนาว มีใบประมาณ 15 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบยาว 3.2-3.6 เมตร ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ยาว 1.3 เมตร กว้าง 1 เมตร  ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกทั้งสองเพศสีเหลืองครีม อับเรณูของเพศผู้สีม่วง ผลรูปไข่ ขนาด ยาว 1.2-1.3 ซม.กว้าง 0.7-0.85 ซม สีน้ำตาลถึงดำเมื่อสุก มีเมล็ดรูปรี 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ข้อกำหนดเดียวกันกับ R. regia (USDA Zones 10-11) ทนต่ออุณหภูมิได้ถึง –3°C ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) และดินมีการระบายน้ำได้ดี ปรับตัวเข้ากับชนิดของดินได้มาก pH 5.6-7.5 ทนต่อละอองเกลือได้ มันจะเติบโตใกล้น้ำเค็มและบนชายหาดหากถอยห่างจากเนินทรายแนวแรก อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้น รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือใบแห้ง แต่อย่าตัดแต่งหากใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า โดยใช้ปุ๋ยสูตรสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์--ใช้ปลูกประดับ มีการปลูกเลี้ยงใช้ในเป็นปาล์มที่สวยและหายาก ใช้ในงานภูมิทัศน์ ตามริมแนวถนน หรือปลูกเป็นกลุ่ม ในสวนสาธารณะหรือสวนขนาดใหญ่ เป็นปาล์มภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยม
อื่น ๆ---ใบและกาบใบใช้สำหรับเป็นวัสดุมุงและวัสดุห่อหุ้ม ลำต้นใช้ในงานก่อสร้าง ผลใช้เป็นอาหารหมู
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของคิวบา *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากของการสูญเสียที่อยู่อาศัยและการทำลายสิ่งแวดล้อม ภูกวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN-ENDANGERED-IUCN Red List of Threatened Species (2001)
สถานะการอนุรักษ์ต้นปาล์มอินเดียตะวันตก https://www.cambridge.org/core/journals/oryx/article/conservation-status-of-west-indian-palms-arecaceae/4342D045C6C3A0927E22F687EB896707
- Roystonea violacea เชื่อกันว่ามีขนาดประชากร น้อยกว่า250 ของปาล์มที่โตเต็มที่ จัดหมวดหมู่โดยใช้เกณฑ์ D (IUCN, 2001) ประเภท 'Endangered species (ใกล้สูญพันธุ์)'
Zona, Scott; Raúl Verdecia; Angela Leiva Sánchez; Carl E. Lewis; Mike Maunder (2007). "The conservation status of West Indian palms (Arecaceae)". Oryx. 41 (3): 300–05. doi:10.1017/S0030605307000404
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


สกุล Syagrus (see-AHG-ruhs) เป็นสกุลที่มีขนาดใหญ่หลากหลาย เป็นประเภท ของปาล์ม พื้นเมืองอเมริกาใต้ กับหนึ่งสายพันธุ์ (Syagrus amara)ที่อยู่ในเลสเซอร์แอนทิลิส มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Cocos หรือประเภทของมะพร้าวและ มีหลายชนิดผลิตเมล็ดที่กินได้คล้ายกับมะพร้าว ความง่ายในการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ จึงมีลูกผสมตามธรรมชาติหลายชนิดเกิดขึ้น ในสกุลนี้มี 38 ชนิด เป็นชื่อสายพันธุ์ที่ยอมรับได้ จาก 93 ชนิด (แสดงในหน้านี้ 9 สายพันธุ์)

- Syagrus amara (Jacq.) Mart.---Caribbean (Trinidad, Windward and Leeward islands)
- Syagrus botryophora (Mart.) Mart.
- Syagrus cearensis Noblick.
- Syagrus coronata (Mart.) Becc.
- Syagrus macrocarpa Barb.Rodr.
- Syagrus picrophylla Barb. Rodr.
- Syagrus pseudococos (Raddi) Glassman.
- Syagrus ruschiana (Bondar) Glassman
- Syagrus sancona (Kunth) H.Karst.

Overtop palm /Syagrus amara

[see-AHG-ruhs] [ah-MAHR-ah]


Picture 1---Singapore Botanic Gardens. Photo by Michael. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_amara
Picture 2---Southeast growers.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_amara

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus amara (Jacq.) Mart. (1847)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyns.See https://powo.science.kew.org/taxon/670002-1#synonyms
---Basionym: Cocos amara Jacq. (1763).https://www.gbif.org/species/5293916
---Rhyticocos amara (Jacq.) Becc. (1886)
---Calappa amara (Jacq.) Kuntze. (1891)
ชื่อสามัญ---Overtop palm, Moca palm
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmier amer, Yattahou, Coco nain, Kokoyé (Dominica); Petit coco de bois (Guadeloupe); Petit coco (Martinique); Mocho (Montserrat).];[SPANISH: Coquito, Mocho, Yatahou.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYAAM (Preferred name: Syagrus amara.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เลสเซอร์แอนทิลิส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อเฉพาะ 'amara' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน “amarus” = ขม โดยอ้างอิงถึงรสชาติของเอนโดสเปิร์ม
Syagrus amara เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยNikolaus Joseph von Jacquin (1727-1817) นักวิทยาศาสตร์การแพทย์, เคมีและพฤกษศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2390
ที่อยู่อาศัย---สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดใน Lesser Antilles ใน Montserrat, Guadeloupe, Dominica, Martinique และ St. Lucia เติบโตในหมู่เกาะอินเดียตะวันตก พบตามป่าชายฝั่งทะเลแล้งเท่านั้น ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 300 เมตร ทำให้เป็นสายพันธุ์ Syagrus เพียงสายพันธุ์เดียวที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นสูง 18 - 20 เมตร เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่สูงที่สุดของ Syagrus ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-20 ซม. บวมที่โคนฐานเด่นชัด มองเห็นร่องรอยวงแหวนที่เกิดจากใบไม้ร่วง มี 12-15 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ก้านใบยาว 30 ซม. ทางใบยาว 3-4 เมตร มีใบย่อยประมาณ 100 ใบต่อด้าน แข็ง จัดกระจายไม่สม่ำเสมอและในมุมที่แตกต่างกัน สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในช่อดอกเดียวกัน (monoecious) มีประมาณ 50 กิ่ง ดอกเพศผู้ (ถึงปลาย) และดอกเพศเมีย (ถึงโคน) ใบประดับเป็นช้อนหรือรูปเรือ ผลลักษณะคล้ายกับมะพร้าวขนาดเล็กที่แขวนอยู่ในกระจุก สีส้มเมื่อสุก ขนาดยาว 5-7 ซม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 ซม. มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ข้อกำหนดคล้ายกับญาติสนิท Syagrus romanzoffiana (Queen palm.) สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนส่วนใหญ่ [USDA zones: (9B-)10- 11.] ต้องอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) สามารถรับแสงแดดได้เต็มที่ตั้งแต่อายุยังน้อย เหมาะที่สุดสำหรับดินที่เป็นกรดและมีการระบายน้ำได้ดีซึ่งประกอบด้วยดินเหนียว ดินร่วน; ทรายและแสดงการขาดแร่ธาตุอย่างรุนแรงบนดินที่เป็นด่าง ทนต่อความเย็นจัดและทนแล้ง ทนต่อเกลือได้เล็กน้อย อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ตัองการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติ ทนต่อความชื้นในระดับต่ำและความแห้งแล้งในฤดูร้อนได้
การตัดแต่งกิ่ง---ใบที่ตายแล้วยังคงอยู่และมักต้องมีการตัดแต่งกิ่งเพื่อเอาออก เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งกิ่งเหล่านี้ออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง ผลไม้ กิ่งไม้ หรือใบไม้ทำให้เกิดขยะจำนวนมาก โดยจะคงอยู่ที่โคนต้นไม้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าๆ ที่ใช้ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน หรือตามทิศทางของฉลากภัณฑ์ การขาดสารอาหารรองเป็นปัญหาร้ายแรงในดินที่มีค่า pH สูง ใส่แมงกานีส (Mn) และ/หรือธาตุเหล็ก (Fe) เป็นประจำเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้
ศัตรูพืช/โรคพืช---ในระยะยาวโดยปกติแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชแม้ว่า แมลงเกล็ด (scale insects) อาจจะเป็นปัญหาบ้างก็ตาม /ไวต่อเชื้อรา Fusariam Wilt ซึ่งเป็นโรคเชื้อราที่แพร่กระจายโดยการตัดแต่งกิ่งด้วยกรรไกรที่ "ติดเชื้อ" แนะนำให้ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยสารฟอกขาวหรืออะไรก็ตามที่สามารถฆ่าเชื้อราได้
- โรคก้นเน่าของเห็ดหลินจือ (Ganoderma butt rot) ที่เกิดจากเห็ดหลินจือสามารถฆ่ามันได้ ไม่มีการควบคุมโรคก้นเน่า มีเพียงการป้องกันเท่านั้น ปาล์มนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากโรคใบเหลืองตาย (LY- Lethal yellowing disease.)
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ตายอดหรือ หัวใจปาล์มกินเป็นผัก น้ำผลไม้สำหรับทำไวน์ จาก endosperm ของผลสุก ถูกสกัดออกมาทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสขมเล็กน้อย
ใช้ปลูกประดับ---มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในหมู่เกาะอินเดียตะวันตกเพื่อเป็นไม้ประดับ ถูกใช้บ่อยในงานภูมิทัศน์ เนื่องจากลักษณะเป็นไม้ประดับที่โดดเด่นชวนให้นึกถึงมะพร้าว ใช้ในสวนสาธารณะและสวนทั่วไปในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ทนดินเค็มและไอเกลือ สามารถปลูกใกล้ทะเลที่มีเนินทรายหรือหลังอาคาร
การใช้อื่น ๆ---ก้านใบย่อยที่แห้งใช้ในท้องถิ่นเพื่อให้ได้งานหัตถกรรมที่หลากหลาย เช่น ตะกร้ากระเป๋าหมวก
- น้ำมันจากเมล็ดถูกผสมกับเม็ดสีแดงจากเมล็ด Bixa orellana (ต้นคำแสดหรือคำเงาะ) เพื่อทำสีร่างกาย
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดเมล็ดงอกง่ายมาก ใช้ระยะเวลาในการงอกประมาณ 2 เดือน และต้นกล้าเล็กๆจะงอกอยู่ภายใต้ต้นต้นไม้ที่โตเต็มที่

Pati Queen Palm /Syagrus botryophora

[see-AHG-ruhs] [bot-ree-OH-for-ah]


Picture 1---Hawaii. Photo by Al in Kona.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_botryophora
Picture 2---Hawaii. "Fruiting syagrus Botryophora, you'll understand the name. Botryophora is derived from the Greek botrys, which means "to cluster" or "bunch of grapes" and phoreo, which means "bearing". It does indeed bear grape-like clusters of fruit." Photo by Dr. Axel Kratel.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_botryophora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus botryophora (Mart.) Mart. (1845)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670007-1#synonyms
---Basionym: Cocos botryophora Mart. (1826).https://www.gbif.org/species/5293859
---Calappa botryophora (Mart.) Kuntze. (1891).
---Arecastrum romanzoffianum var. botryophorum (Mart.) Becc. (1916).
ชื่อสามัญ---Pati Queen Palm, Slender queen palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Patioba palmeira, cóco de pati, pati, pati bahiana, pati doce, Baba de boi, Coco de cachorro, Coco de sapo, Gerivá, Pindó, Pindó do sul]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อเฉพาะ 'botryophora' คือการรวมกันของคำกรีก 'botrys' = "การรวมกลุ่ม" หรือ "พวงองุ่น"และคำกริยา 'phoreo' = "การแบก" อ้างอิงถึงผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายองุ่นจริงๆ
Syagrus botryophora เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2388
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในชายฝั่งตะวันออกของบราซิล (Bahia, Espirito Santo และ Sergipe) พบได้ในขอบเขตภูมิศาสตร์พฤกษศาสตร์ของป่าแอตแลนติก ในภูมิภาคที่มีพืชพรรณ ริมชายฝั่งและป่าฝน ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 400 เมตร
ลักษณะ---มีลักษณะคล้ายกันมากกับ S. romanzoffiana (ควีนปาล์ม) เป็นปาล์มต้นสูง15-18 เมตร ลำต้นค่อนข้างบาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-20 ซม.ขยายเล็กน้อยที่โคนฐาน ลำต้นสีเทาและมีรอยแผลเป็นวงแหวนที่เกิดจากใบที่หลุดร่วง ใบรูปขนนก (pinnate) ก้านใบยาว 40-50 ซม.ทางใบโค้งงออย่างแรง ยาว2-2.8 เมตร มีใบย่อย 80-150 ใบในแต่ละด้าน ใบย่อยแข็งเป็นรูปตัว V ยาว 40-70 ซม.กว้าง 2.5-4 ซม.ถูกจัดเรียงอย่างสม่ำเสมอและกระจายในระนาบเดียว (ซึ่งต่างจาก  S. romanzoffiana ที่มีใบย่อยอ่อน) ด้านบนใบสีเขียวเข้มด้านล่างใบสีซีดจาง ก้านช่อดอกยาว 15-30 ซม.ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 30-70 ซม.ถูกหุ้มด้วยใบประดับหนาเหมือนไม้รูปช้อนหรือรูปเรือยาว 40-60 ซม.สีเทาอ่อนและลายทางด้านในสีเหลืองยาว 50-70 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองตัว) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ผลไม้รูปไข่สีเขียว ยาว 3.5-4.5 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-3 ซม สีเขียวอมเหลืองเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในสภาพอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11.) แต่จะปรับให้เข้ากับภูมิอากาศอบอุ่นที่มีอุณหภูมิอ่อนโยนที่สุด ซึ่งสามารถทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงเป็นพิเศษเพียง 0 °C ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) หรือร่มเงาเล็กน้อย (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังเป็นต้นเล็ก ไม่เฉพาะเจาะจงกับดิน โดยต้องระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้นเกือบตลอดเวลา ไม่ทนต่อลมแรง จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ที่อยู่ภายใต้พายุลมแรง อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก ในฟลอริดา ปาล์มนี้จะเติบโตในอัตรา 2 เท่าของ S. romanzoffiana (Queen palm) การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ตัองการน้ำปานกลาง ดินชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง--ใบที่ตายแล้วยังคงอยู่ ตัดแต่งกิ่งเพื่อเอาออกเมื่อใบแก่ตายและปล่อยให้โคนใบแห้ง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารที่มีปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าๆ ที่ใช้ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน หรือตามทิศทางของฉลากภัณฑ์ การขาดสารอาหารรองเป็นปัญหาร้ายแรงในดินที่มีค่า pH สูง ใส่แมงกานีส (Mn) และ/หรือธาตุเหล็ก (Fe) เป็นประจำเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้
ศัตรูพืช/โรคพืช---ในระยะยาวโดยปกติแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชแม้ว่า แมลงเกล็ด (scale insects) จะเป็นปัญหาก็ตาม /ไวต่อเชื้อรา Fusariam Wilt ซึ่งเป็นโรคเชื้อราที่แพร่กระจายโดยการตัดแต่งกิ่งด้วยกรรไกรที่ "ติดเชื้อ" แนะนำให้ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยสารฟอกขาวหรืออะไรก็ตามที่สามารถฆ่าเชื้อราได้
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลอุดมไปด้วยน้ำมันที่บริโภคได้ เมล็ดจะถูกสกัดเป็นน้ำมันคุณภาพดีสำหรับใช้ปรุงอาหาร
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ใช้เหมือนควีนปาล์มซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีศักยภาพสำหรับการเพาะปลูกในภูมิทัศน์ทั่วไปของภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
การใช้อื่น ๆ---ลำต้นของต้นปาล์มใช้สำหรับก่อสร้างอาคารในชนบท
ภัยคุกคาม---เนื่องจากที่อยู่อาศัยของป่าฝนชนิดนี้ลดลงอย่างมากจากกิจกรรมของมนุษย์ สายพันธุ์ตอบสนองไม่ดีต่อการกวาดล้างป่า แม้ว่ามันจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อป่าไม้ถูกล้างเพื่อการเกษตร แต่ประชากรลดลงเพราะการผลิตเมล็ดพันธุ์และการอยู่รอดของต้นกล้าลดลงนอกแหล่งอาศัยของป่า ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ใกล้ถูกคุกคาม'
สถานะการอนุรักษ์---LR/nt- Lower Risk/near threatened - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)  
source: Noblick, L. 1998. Syagrus botryophora. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38698A10139959. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38698A10139959.en.  เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566
สถานะสถานะการอนุรักษ์ระดับอนุภูมิภาค http://cncflora.jbrj.gov.br/portal/pt-br/profile/Syagrus%20botryophora
- ถือว่า "อ่อนแอ" (VU) ในรายการแดงของพืช Espírito Santo (Simonelli; Fraga, 2007)
- สายพันธุ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบัญชีแดงของสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามในรัฐเอสปิริโตซานตูทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล รายการนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ผ่านพระราชกฤษฎีกาของรัฐหมายเลข 1,499-R
ขยายพันธุ์---เมล็ด แช่น้ำไว้ 3 วันก่อนเพาะเมล็ดในดินร่วนระบายน้ำดี รักษาความชื้นที่อุณหภูมิ 26-28°C ระยะเวลางอก 2-5 เดือน

Twin Palm /Syagrus cearensis

[see-AHG-ruhs] [sahr-EN-sis]


Picture 1, 2---Miami. Photo-southeastgrowers.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_cearensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus cearensis Noblick. (2004)
ชื่อพ้อง- No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:60433699-2
ชื่อสามัญ---Twin Palm, Brazilian Twin Palm, Drooling-nut, Cearensis Queen Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Catole, Coco Catole, Coco babao.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ฉายาเฉพาะ 'cearensis' เป็นชื่อหนึ่งในรัฐที่ปาล์มมีถิ่นกำเนิดคือ เซอารา (Ceara) ประเทศบราซิล
Syagrus cearensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Prof. Dr. Larry Ronald Noblick (เกิดปีพ.ศ. 2491-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2547
ที่อยู่อาศัย---เป็นต้นปาล์ม ตามธรรมชาติที่เกิดเฉพาะถิ่นในบราซิล มีถิ่นกำเนิดในรัฐ  Piaui, Rio Grande do Norte, Paraíba, Pernambuco และใน Ceara ซึ่งในรัฐนี้จะมีอัตราการเกิดอยู่มากที่สุด เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมของป่าแอตแลนติกและสันทราย และยังเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านไปยัง ป่าดิบชื้น 'Caatinga' (พื้นที่รกร้าง) บนเนินเขาของที่ราบสูง ที่ระดับความสูง 100–750 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว บางครั้งมีการจัดกลุ่มที่มีลักษณะเป็นกระจุก (soboliferous) มักจะมี 2-4 ลำต้น สูง 4-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศุนย์กลางลำต้น 10-18 ซม.ระยะห่างระหว่างรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบ 9-16 ซม.ยอดมงกุฏสีเขียวเข้ม ใบรูปขนนก (pinnate) กาบใบและก้านใบยาว 0.90-1 เมตร ใบย่อย 100-130 ในแต่ละข้าง กระจายไม่สม่ำเสมอ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ยาว 45-85 ซม.ดอกเพศผู้สีเหลือง ดอกเพศเมียรูปขอบขนานหรือปิรามิด ผลสีส้มเมื่อสุกขนาด 3.5–4.0 (–5) ซม.เมล็ดรูปรี 1 เมล็ด ขนาดประมาณ 1.8 -1.2 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ในการเพาะปลูกยังหาได้ยากแต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อนและอบอุ่นได้ง่าย (USDA Zone 10b-11) ชอบตำแหน่งที่เปิดโล่งแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวันไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 24 - 26°C ชอบที่โล่ง มีอากาศถ่ายเทได้ดี แต่จะเติบโตในที่ร่มได้บ้าง (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ดินมีระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติต่อเนื่อง ชอบดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์--- ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อกินผลและเมล็ดโดยคนในท้องถิ่น ผลไม้มีรสหวานซึ่งมักขายในตลาดริมถนนในแหล่งกำเนิด ยังได้รับการเพาะปลูกเป็นบางครั้งเพื่อเป็นพืชอาหารและปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับในสวน
ใช้กิน---ผลไม้ดิบ เยื่อหนาสีเหลืองเป็นเส้น ๆเยื่อเมือกมีรสหวานเล็กน้อยสามารถนำมาใช้ทำแยมและเยลลี่ได้, เมล็ดดิบ กินได้
ใช้ปลูกประดับ---ปาล์มนี้มีศักยภาพในการเป็นไม้ประดับที่ดี โดยเฉพาะคือแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นต้นคู่
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของบราซิล *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ระยะออกดอก /ติดผล---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Licuri Palm /Syagrus coronata

[see-AHG-ruhs] [kor-oh-NAH-tah]

 

Picture 1---Minas Gerais, Brazil. Photo by Dr. Kelen Soares.In habitat.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_coronata
Picture 2---Photo-University of Florida-IFAS. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_coronata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus coronata (Mart.) Becc.(1916)
ชื่อพ้อง---Has 10 synonyms.
---Basionym: Cocos coronata Mart. (1826).https://www.gbif.org/species/5293875
---Calappa coronata (Mart.) Kuntze (1891).
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:246926-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Licuri Palm, Aricuri palm, Ouricury Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Coqueiro-cabeçudo, Licuri, licurizeiri, Nicurí, ouricurí, Urucurí.];[CHINESE:  Xi ya zong, Xia ge zong.];[GERMAN: Licuri-Palme, Uricuripalme.];[PORTUGUESE: Butiaseiro, Coco-cabecudo, Urury-yba.];[SPANISH: Alicuri, Licuri, Oiricuri.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYACO (Preferred name: Syagrus coronata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อของสายพันธุ์ 'coronata' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน “coronatus, a, um” = "สวมมงกุฏ" ซึ่งอาจอ้างอิงถึงรูปทรงของทรงพุ่ม
Syagrus coronata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2459
ที่อยู่อาศัย---พบในบราซิลตะวันออกเฉียงเหนือ, บราซิลตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของ รัฐ Pernambuco ไปจนถึง รัฐ Bahia ทางใต้สู่แม่น้ำ Jequitinhonha ในรัฐ Minas Gerais.ซึ่งส่วนใหญ่เติบโตในป่าแห้ง หรือที่เรียกในท้องถิ่นว่า “caatinga” และชายขอบในสะวันนา (“cerrado”) และในป่าฝนชายฝั่ง (“restinga”)


Picture 1, 2---Costa Rica. Photo by David Stang.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_coronata

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 3 - 12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำค้น 20-25 ซม.กลางลำต้นหนาขึ้นเล็กน้อย แผลเป็นใบเก่าเป็นรูปแบบเกลียว ยอดมงกุฎมีใบ 15-30 ใบ รูปขนนก(pinnate) ยาวประมาณ 3 เมตร ฐานใบทนทานปกคลุมด้วยแว็กซ์สีขาว จัดเรียงในแถวเกลียวประมาณ 5 แถว ใบย่อยสีเขียวเข้มด้านบน สีเขียวอมฟ้าปกคลุมด้วยคราบแว็กซ์สีขาวด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) ยาว0.90 เมตร เป็นดอกแยกเพศอยู่ในช่อดอกเดียวกัน (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองตัว) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ดอกสีเหลืองสดใส ผลสุกสีส้ม ยาว 2-2.8 ซม.และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4-2 ซม.มีเมล็ดรูปไข่ 1 เมล็ดยาวประมาณ 2.2 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.3 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เพาะปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น (USDA Zone 9b-11.) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) สามารถปรับตัวให้เข้ากับดินประเภทต่าง ๆ นี่อาจเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ Syagrus ที่ทนแล้ง และทนต่อสภาพอากาศ เป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่มีแนวโน้มที่จะเน่าถ้าน้ำมากเกินไป สามารถมีชีวิตอยู่ได้ 30-150 ปี แต่โดยเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่จะอยู่ได้ 8-10 ปีเท่านั้น อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---พืชทนแล้ง; เหมาะสำหรับ xeriscaping ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคอื่นๆ ระวัง Palm-infesting whitefly (แมลงหวี่ขาวที่ทำลายปาล์ม)/โรครากเน่า
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---เป็นพืชที่มีประโยชน์มากใช้กันอย่างแพร่หลายโดยประชากรพื้นเมือง เป็นแหล่งอาหารและยาหลากหลายประเภทรวมถึงน้ำมันขี้ผึ้งและไฟเบอร์ และบางครั้งปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับ
ใช้กิน---ผลใช้เป็นอาหาร มีเส้นใยรสหวานเล็กน้อยและอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กินสดหรือสำหรับเตรียมน้ำผลไม้และไอศกรีม
- ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก เมล็ดกินได้หวานมัน น้ำมันที่ได้จากเมล็ดใช้ทำเนยเทียม แก่นของก้านใช้ทำขนมปัง
ใช้เป็นยา---น้ำมันจากเมล็ดมีประโยชน์ในการรักษาบาดแผลที่เกิดจากปลากระเบน
ใช้ในวนเกษตร---ใช้เป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่า
ใช้ปลูกประดับ---ใช้ในงานภูมิทัศน์ เหมาะสำหรับสวนแบบ Xeriscape (ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง)
การใช้อื่น ๆ---ไม้มีน้ำหนักปานกลาง แข็ง ใช้เฉพาะในงานก่อสร้าง ใบแห้งใช้สำหรับทำหมวก,ไม้กวาด  เมล็ดใช้ทำลูกประคำ
- ขี้ผึ้งที่เรียกว่า 'licuri wax' หรือ 'carnauba' นั้นได้มาจากการขูดใบ นำไปใช้สำหรับการทำคบเพลิง ใช้ป็นแว็กซ์ขัดรองเท้าและเฟอร์นิเจอร์
- ถั่ว Licuri เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ เป็นอาหารหลักของ นกแก้ว Lear's macaw ซึ่งเป็นนกแก้วที่มีความเสี่ยงมากต่อการสูญพันธุ์ คิดเป็นประมาณ 95% ของอาหาร
ภัยคุกคาม---มีการทำลายต้นอ่อนขนาดเล็กโดยฝูงปศุสัตว์ นับเป็นภัยคุกคามต่อพืช ส่วนใหญ่ผ่านการทำลายสวนผลไม้ที่เข้มข้น และสวนเหล่านี้มีความสำคัญต่อนกแก้วมาคอร์ เนื่องจากสายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในปาล์มที่พบมากที่สุดในบ้านเกิดในบราซิล จำนวนประชากรมีประมาณครึ่งล้าน ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2018)
source: Botanic Gardens Conservation International (BGCI) & IUCN SSC Global Tree Specialist Group. 2019. Syagrus coronata. The IUCN Red List of Threatened Species 2019: e.T148757800A148757802. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2019-2.RLTS.T148757800A148757802.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดดีที่สุดปลูกทันทีเมื่อสุก
- ก่อนหน้าแช่น้ำไว้ 3 วัน เพาะเมล็ดในดินร่วนที่ระบายน้ำ รักษาความชื้นที่อุณหภูมิ 26-28 °C ระยะเวลาการงอกเริ่มตั้งแต่ 2-4 เดือน

Syagrus macrocarpa/ Maria Rosa Palm

[see-AHG-ruhs] [mak-roh-KAR-pah]


Picture 1---Brazil. Photo by Ricardo Assis. http://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_macrocarpa
Picture 2---Brazil. Photo by Gileno Machado. http://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_macrocarpa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus macrocarpa Barb.Rodr.(1879)
ชื่อพ้อง---Has 6 synonyms.
---Cocos macrocarpa (Barb.Rodr.) Barb.Rodr. (1882)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670046-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Maria Rosa Palm, Macrocarpa Syagrus, Syagrus Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Palmeira-mari-rosa, Maria-rosa.];[JAPANESE: Shagurusu makurokarupa.];[PORTUGUESE: Baba-de-boi-grande, Maria-rosa.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 / 24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อของสายพันธุ์ 'macrocarpa' ความหมาย ผลไม้ขนาดใหญ่
Syagrus macrocarpa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย João Barbosa Rodrigues (1842-1909) นักพฤกษศาสตร์ชาวบราซิลในปี พ.ศ.2422
ที่อยู่อาศัย---พบทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล (Rio de Janeiro, Espírito Santo, Minas Gerais) จำกัดอยู่ในป่าชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูง 5 - 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10 - 20 ซม. มีใบในยอดมงกุฎที่โค้งมน 15 - 20 ใบ รูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ผลสีเหลืองแกมเขียวขนาดใหญ่ 6.5-9 ซม.เมล็ดมีขนาดเล็กรูปไข่ สีดำ
- ลักษณะและการเจริญเติบโต เหมือนกับ Syagrus romanzoffiana (ควีนปาล์ม) แต่แตกต่างกันโดยมีขนาดใบเล็กกว่าและหยิก ช่อดอกเพศเมียแตกต่างจากการจัดวางเกลียวของ สาขาของช่อดอก และมีผลขนาดใหญ่กว่า  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ในการเพาะปลูกยังหาได้ยากแต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อนและอบอุ่นได้ง่าย (Cold Hardiness Zone: 10a.) ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวันไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ทนอุณหภูมิได้ต่ำถึง -5°C ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็ว
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ผลไม้และเมล็ดพืชที่กินได้จะถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นและใช้ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ
ใช้กิน ---ผลไม้ ดิบ เยื่อเมือกที่มีเส้นใยมีรสหวานเล็กน้อย
ใช้ปลูกประดับ---มีศักยภาพมหาศาลสำหรับการปลูกเป็นพืชสวน เป็นหนึ่งในปาล์มที่หายากที่สุดของ Syagrus สง่างามกว่า Syagrus romanzoffiana (ควีนปาล์ม) มาก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ ถูกจำกัดอยู่ที่ป่าชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่กิจกรรมของมนุษย์เสื่อมโทรมลงอย่างรุนแรงต้นไม้กระจัดกระจายอย่างเบาบางมากจนอาจมีการจำกัดการผสมข้ามพันธุ์อย่างมาก ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'ภายใต้เกณฑ์ C2a
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED C2a - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Noblick, L. 1998. Syagrus macrocarpa. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38700A10143136. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38700A10143136.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดงอกยากและมีอัตราการงอกต่ำ โดยทั่วไปอัตราปกติประมาณ 5%

Lent Coconut /Syagrus picrophylla

[see-AHG-ruhs] [pihk-ROH-fihl-lah]


Picture 1---Hawaii. Photo by Al in Kona.http://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_picrophylla
Picture 2---Brazil. Photo by Gileno Machado.http://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_picrophylla

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus picrophylla Barb. Rodr.(1879).
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.
---Cocos picrophylla (Barb.Rodr.) Barb.Rodr.(1882)
---More See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670058-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Lent Coconut
ชื่ออื่น---[BRAZIL:Coco-de-quaresma, Coco-de-quarta, Coqueiro-gerivá, Gerivá, Jerivá, Babao, Catole, Coco babao.];[CHINESE: Ku ye nuwang yezi, Cong ba xia ke zong.];[PORTUGUESE: Coco-de-quaresma.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 / 24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อเฉพาะ 'picrophylla' คือการรวมกันของคำคุณศัพท์ภาษากรีก “pikrós” = ขม และ “phyllon” = ใบ ที่มีความเป็นไปได้ที่อาจอ้างอิงถึงรสขมของ apices พืช ("หัวใจปาล์ม")
Syagrus picrophylla เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย João Barbosa Rodrigues (1842-1909) นักพฤกษศาสตร์ชาวบราซิลในปี พ.ศ.2422
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในบราซิลตะวันออกเฉียงเหนือและบราซิลตะวันออกเฉียงใต้ (Rio de Janeiro, Bahia, Espírito Santo, Minas Gerais) ส่วนใหญ่เติบโตในป่าฝนชายฝั่ง (Mata Atlantica) บนเนินหินแกรนิตที่สูงชัน ที่ระดับความสูงระหว่าง 300 - 500 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูง 3-7 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น15-25 ซม.สีเทามีรอยแผลเป็นวงแหวนที่โดดเด่น ลำต้นเรียวเรียบฐานบวม ใบรูปขนนก(pinnate) ทางใบยาว2.5-3.2 เมตร โค้งเล็กน้อย มีใบย่อยแข็ง 90-160 คู่ สีเขียวเข้ม ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 60-80 ซม.สีครีมสีเหลือง ดอกจัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองตัว) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่เดี่ยวหรือเป็นคู่ ผลรูปไข่ เมื่อสุกสีน้ำตาลส้ม ขนาดยาว 3.5-4.2 ซม.กว้าง 1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนและอบอุ่น (USDA Zone 10a) ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้สูงถึงประมาณ -3 °C ในช่วงเวลาสั้นๆ (พืชที่มีอายุมากกว่าอาจสามารถทนต่อน้ำค้างแข็งได้มากกว่านั้น) ตำแหน่งแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) แต่ในระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโตต้องการร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวันไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน แม้ว่าจะเป็นดินที่ไม่ดีและเป็นหิน แต่จะเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้นในดินที่อุดมสมบูรณ์ที่ระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็วและแข็งแกร่ง
- แทบไม่เป็นที่รู้จักในการเพาะปลูกจนถึงครึ่งหลังของศตวรรษที่ XX เนื่องจากความยากลำบากในการได้รับเมล็ดพันธุ์
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป รดน้ำเป็นประจำในฤดูร้อนหรือสภาพอากาศที่มีลักษณะอบอุ่นและแห้งเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลกินได้มีเนื้อเยื่อเป็นเส้น ๆ รสหวาน
ใช้ปลูกประดับ---เป็นที่นิยมอย่างมากในการเพาะปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับจัดสวน สามารถใช้ปลูกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม หรือเป็นต้นไม้ริมถนน
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก การอยู่รอดของประชากรย่อยบางกลุ่มได้รับการปกป้องโดยตำแหน่งของพวกมันในบริเวณที่ไม่สามารถเข้าถึงได้บนพื้นผิวหินอัคนีและหินแปร ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LR/ LC - Lower Risk/least concern - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Noblick, L. 1998. Syagrus picrophylla . IUCN Red List of Threatated Species 1998: e.T38701A10143259. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38701A10143259.en . เข้าถึงเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 2-4 เดือน

Piririma Coconut /Syagrus pseudococos

[see-AHG-ruhs] [soo-doh-KOH-kohs]


Picture 1, 2---Photo-ez2plant.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_pseudococos

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus pseudococos (Raddi) Glassman.(1970)
ชื่อพ้อง---Has 5 synonyms.
---Basionym: Langsdorffia pseudococos Raddi (1820).https://species.wikimedia.org/wiki/Syagrus_pseudococos
---Barbosa pseudococos (Raddi) Becc. (1887).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/246963-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Piririma Coconut, Green Coconut Palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Coco-amargoso, Peririma.];[CALIFORNIA: Coco verde (adopted Italian name).];[CHINESE: Nanmei nowang yezi, Nánmei xī ya ye.];[PORTUGUESE: Coco-de-quaresma, Coco-de-quarta.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อของสายพันธุ์ 'pseudococos' มาจากคุณศัพท์ภาษากรีก 'pseudo' = หลอก และคำละติน 'Cocos' = มะพร้าว อ้างอิงถึงความคล้ายคลึงกันกับมะพร้าว (Cocos nucifera)
Syagrus pseudococos เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Giuseppe Raddi-(1770–1829) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Sidney Frederick Glassman (1919–2008) นักพฤกษศาสตร์และนักพิสูจน์วิทยาชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2513


Picture 1---Minas Gerais, Brazil. Photo by Dr. Kelen Soares.. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_pseudococosPhoto-ez2plant.com
Picture 2---Photo-ez2plant.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_pseudococosPhoto-ez2plant.com

ที่อยู่อาศัย---ต้นปาล์มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าแอตแลนติกทางตะวันออกของบราซิล (Rio de Janeiro, São Paulo, Espírito Santo) พบได้ที่ระดับน้ำทะเลในภาคใต้ แต่พบเฉพาะบนภูเขาที่ระดับความสูงถึง 900 เมตร ทางตอนเหนือเท่านั้น  
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูง 10 - 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-25 ซม. สีเทา มีรอยแผลเป็นวงแหวนที่โดดเด่น ลำต้นเรียวเรียบฐานบวม มีใบ 18 -20ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบยาวสูงสุด 2.2 เมตร โค้งเล็กน้อยสีเขียวเข้ม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ผลรูปลูกแพร์ เมื่อสุกสีเหลืองน้ำตาลมีเส้นใยคล้ายมะพร้าวลูกเล็กๆ
- สามารถแยกแยะความแตกต่างจากSyagrus สายพันธุ์อื่น ได้ด้วยผลไม้ที่มีรูปทรงลูกแพร์ เมล็ดยังมีเอกลักษณ์เฉพาะในหมู่ Syagrus ตรงที่มีโพรงภายในเอนโดสเปิร์มเหมือนกับมะพร้าว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนและอบอุ่น เป็นหนึ่งใน Sygrus ที่ทนต่อความหนาวเย็นได้น้อยที่สุด (USDA Zone 10a) ชอบตำแหน่งที่เปิดโล่งแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวันไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกันโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโต ช้าถึงปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติต่อเนื่อง ชอบดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---มีการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารและยา
ใช้กิน---ผลกินได้ ใบอ่อนปรุงสุกมีรสขม ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก การกินนี้ทำให้ต้นไม้ตายเพราะไม่สามารถสร้างยอดด้านข้าง
ใช้เป็นยา---ยอดอ่อนใช้เป็นยา ดอกตูมที่มีรสขมนำมาแช่ในน้ำและใช้ในการรักษาหรือป้องกันอาหารไม่ย่อย (พืชสมุนไพรของบราซิล ผู้แต่ง Mors WB; Rizzini CT; Pereira NA)
ใช้ปลูกประดับ---เป็นหนึ่งใน Syagrus ที่สวยที่สุดและเป็นหนึ่งในต้นปาล์มบราซิลที่สวยที่สุดด้วย เหมาะสำหรับเขตอบอุ่นและเขตร้อน หายากมากในการเพาะปลูก แต่มีศักยภาพมหาศาลในฐานะไม้ประดับ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LR/lc - Lower Risk/least concern - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Noblick, L. 1998. Syagrus pseudococos. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38702A10143363. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38702A10143363.en. Accessed on 09 September 2023.
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Rock Coconut /Syagrus ruschiana

[see-AHG-ruhs] [roo-kee-AHN-ah] 


Picture 1---Brazil. Photo by Emerson Rog"rio Salviani.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_ruschiana
Picture 2---Dr. Harri Lorenzi's PLANTARUM (Instituto Plantarum de Estudos da Flora LTDA), Nova Odessa, Campinas, Brazil.Photo by Al in Kona.https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_ruschiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus ruschiana (Bondar) Glassman.(1963)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:246967-2#synonyms
---Basionym: Cocos ruschiana Bondar (1941). https://www.gbif.org/species/5293867
---Arikuryroba ruschiana (Bondar) Toledo (1944)
ชื่อสามัญ---Rock Coconut
ชื่ออื่น--[BRAZIL: Coco-da-pedra, Coco de pedra, Colatina, Palmeira da pedra .]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASS (Preferred name: Syagrus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 / 24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อเฉพาะของสายพันธุ์ 'ruschiana'
Syagrus ruschiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Gregório Gregorievitch Bondar (1881 – 1959) นักปฐพีวิทยาและนักกีฏวิทยาชาวยูเครน - บราซิล ในปีพ.ศ.2484 คือ Cocos ruschianaและต่อมาได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Sidney Frederick Glassman (1919–2008) นักพฤกษศาสตร์และนักพิสูจน์วิทยาชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2506
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิด ป่าเปิดทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล (Espírito Santo, Minas Gerais) และในป่าแอตแลนติก ที่ระดับความสูงระหว่าง 100- 400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอขนาดกลาง สูงถึง 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-25 ซม.มีใบในมงกุฎ8-9 ใบ ไม่มีคอยอด ใบรูปขนนก (pinnate) ก้านใบยาว 0.90-1.2เมตร แบนและโค้ง ใบย่อยบางยาวกระจายไปตามระนาบเดียว สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ผลรูปไข่เกือบกลม สีส้มเมื่อสุก ขนาด 2.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนและอบอุ่น (USDA 9b - 10b) อาจทนต่อน้ำค้างแข็งและทนแล้งโดยพิจารณาจากแหล่งที่อยู่อาศัยของมัน ไม่ค่อยพบเห็นในการเพาะปลูก ชอบตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) เติบโตได้ในดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี pH 6.6 - 7.5 อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ใบที่ตายแล้วยังคงอยู่บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้พืชดูดีและสวยงาม ควรตัดแต่งใบที่ตายแล้วและแห้งสนิทออก
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์----ใช้กิน ผลกินได้  
ใช้ปลูกประดับ---เหมาะสำหรับสวน Xeriscaping (ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง) สามารถใช้จัดสวนริมทะเล
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต ภัยคุกคามอย่างเดียวคือไฟ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของบราซิล *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ภัยคุกคามอย่างเดียวคือไฟ ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์--- LR/lc - Lower Risk/Least Concern - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
source: Noblick, L. 1998. Syagrus ruschiana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38703A10143471. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38703A10143471.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Columbian Foxtail Palm /Syagrus sancona

[see-AHG-ruhs] [san-KONA]


Picture 1---Medellin, Colombia. (1,500 Mts. or 5,000 feet above sea level), photos by Jeff Anderson. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_sancona
Picture 2---Cooper City FL. Photo by Kyle Wicomb. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_sancona

ชื่อวิทยาศาสตร์---Syagrus sancona (Kunth) H.Karst.(1856).
ชื่อพ้อง---Has 13 synonyms.
---Basionym: Oreodoxa sancona Kunth.(1816).https://www.gbif.org/species/5293840
---Calappa sancona (Kunth) Kuntze.(1891)
---Cocos sancona (Kunth) Hook.f.(1884)
---Oenocarpus sancona (Kunth) Spreng.(1825)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670066-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Columbian Foxtail Palm, South American Foxtail Palm, Sumunque Palm
ชื่ออื่น---[PORTUGUESE: Açairana, Mapora, Palmeirinha.];[SPANISH: Sancona, Palma sancoma, Sarare.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---SYASA (Preferred name: Syagrus sancona.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล ,โบลิเวีย ,เวเนซุเอลา ,โคลอมเบีย ,เอกวาดอร์และเปรู
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Syragus' ไม่ทราบที่มา สมมติฐานที่ยอมรับกันมากที่สุดคือมันมาจาก "syagrus" ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับจาก Pliny the Elder (23 /24-79 AD) ชาวโรมันผู้เขียนสารานุกรม Naturalis Historia (ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ; ชื่อของสายพันธุ์ 'sancona'
Syagrus sancona เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Sigismund Kunth (1788–1850) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2359 คือ Oreodoxa sancona และต่อมาได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Gustav Karl Wilhelm Hermann Karsten (1817–1908) นักพฤกษศาสตร์และนักธรณีวิทยาชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2399

 

Picture 1---Photo: catalogofloravalleaburra.eia.edu.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_sancona
Picture 2---Photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Syagrus_sancona

ที่อยู่อาศัย---ถิ่นอาศัยในเทือกเขา Andes ตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ พบในโบลิเวีย บราซิลเหนือ โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู และเวเนซุเอลา เติบโตในป่าดิบแล้งและป่าฝน ที่ระดับความสูง 200-1200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 10-30 เมตร เป็นสายพันธุ์ที่สูงที่สุดในสกุล Syagrus มีรอยนูนที่ฐานของลำต้นซึ่งทำให้ระบุได้ง่ายในหมู่สายพันธุ์อื่น ๆ ในสกุลเดียวกัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-35 ซม.ลำต้นสีเทา เห็นร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบเด่นชัด ใบในยอดมงกุฎ รูปขนนก (pinnate) มี 8-16 ใบ ใบยาว 3.5-4.5 เมตร ใบย่อย 150-170 ในแต่ละด้านกระจายในระนาบที่แตกต่างกัน ยาว 60-100 ซม. กว้าง 3.5-5 ซม ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 1-1.5 ม. มีกิ่งก้านประมาณ 100-150 กิ่ง ยาว 65 ซม. ดอกเพศผู้ ยาว 10 มม ดอกเพศเมียยาว 5-10 มม. ผลมีสีเหลืองถึงส้มเมื่อสุก ยาว 3-3.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. มีเมล็ดกลมตามหน้าตัด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ประสบความสำเร็จในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) โดยสามารถทนต่อน้ำค้างแข็งเล็กน้อยได้เป็นครั้งคราวเมื่ออุณหภูมิลดลงถึง -2°C ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) รับแสงแดดแรงได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เติบโตได้ง่ายมากในสภาวะที่หลากหลาย สามารถปรับตัวให้เข้ากับดินประเภทต่าง ๆมีความทนทานต่อความแห้งแล้ง อัตราการเจริญเติบโตช้าถึงปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---พืชทนแล้ง; เหมาะสำหรับ xeriscaping ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องศัตรูพืชหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ลำต้นในท้องถิ่น นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ใช้กิน---ผลไม้กินได้
ใช้ปลูกประดับ---เป็นพืชที่น่าดึงดูดที่สุดในสกุล มีการปลูกกันอย่างกว้างขวาง เป็นไม้ประดับที่มีศักยภาพในการจัดสวน ใช้สำหรับงานสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่
การใช้อื่น ๆ---ใบสำหรับมุงจาก ใช้ไม้สำหรับก่อสร้างบ้าน รั้ว เครื่องมือล่าสัตว์และตกปลา ใช้ลำต้นเป็นท่อลำเลียงน้ำในท้องถิ่น
- ชนพื้นเมือง Sirionó และ Tacana แห่งโบลิเวีย, Shuar แห่งเอกวาดอร์ และ Shipibo-Conibo แห่งเปรู ใช้ไม้เป็นแหล่งชิ้นส่วนเครื่องทอผ้าเป็นครั้งคราว
- Quichua ชนพื้นเมืองของเอกวาดอร์ใช้เอนโดคาร์ปที่แข็งสำหรับสร้อยคอที่ขายเป็นของที่ระลึก
- ชนพื้นเมือง Tsimane/Mosetene แห่งโบลิเวียใช้เมล็ดพืชเพื่อประดับส่วนตัว ลำต้นใช้ทำรั้วและเป็นท่อส่งน้ำ
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Veitchia (veet-KEE-ah) เป็นประเภทปาล์มพื้นเมือง ของหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ( ฟิจิ, วานูอาตู, ตองกาและหมู่เกาะโซโลมอน ) ประเภทนี้ผสมอย่างอิสระและเป็นที่ยอมรับโดยนักพฤกษศาสตร์ว่าต้นกล้าส่วนใหญ่ในวันนี้เป็นลูกผสม สายพันธุ์ที่ยอมรับ 8 จาก 34 สายพันธุ์ (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)
1 Veitchia arecina Becc. - Vanuatu
2 Veitchia filifera (H.Wendl.) H.E.Moore - Fiji
3 Veitchia joannis H.Wendl. (Joannis palm) - Fiji
4 Veitchia metiti Becc. - Vanuatu
5 Veitchia simulans H.E.Moore - Fiji
6 Veitchia spiralis H.Wendl. - Vanuatu
7 Veitchia vitiensis (H.Wendl.) H.E.Moore - Fiji
8 Veitchia winin H.E.Moore - Vanuatu

Montgomery Palm /Veitchia arecina

[veet-KEE-ah] [ah-reh-SEEN-ah]


Picture 1---Coral Bay, Miami, FL. Photo by Kyle Wicomb. http://www.palmpedia.net/wiki/Veitchia_arecina
Picture 2---Double planting. Photo-southeastgrowers.com. http://www.palmpedia.net/wiki/Veitchia_arecina

ชื่อวิทยาศาสตร์---Veitchia arecina Becc.(1921)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670207-1#synonyms
---Veitchia hookeriana Becc. (1921).
---Veitchia macdanielsii H.E.Moore. (1957).
---Veitchia montgomeryana H.E.Moore. (1957).
ชื่อสามัญ---Montgomery Palm, Arecina Palm, Sunshine Palm
ชื่ออื่น---[PORTUGUESE: Palmeira-véitia-montgomeriana.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---VTHAR (Preferred name: Veitchia arecina.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ฟิจิ, ตองกา, วานูอาตู
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Veitchia' จากครอบครัว Veitch ซึ่งเป็นเจ้าของ Londin nursery ที่มีชื่อเสียงก่อตั้งโดย James และ John Veitch (1725-183) ซึ่งมีผลงานตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 20 ; ชื่อสายพันธุ์ 'arecina' จากภาษาละติน หมายถึง "คล้าย Areca"
- ชื่อสามัญ Montgomery Palm ได้รับเกียรติจาก พ.อ. PARH Montgomery เพื่อนของ David Fairchild
Veitchia arecina เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2464
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน หมู่เกาะวานูอาตูใน New Hebrides ตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ขึ้นกระจายในป่าชื้นของเกาะ Nguna บนดินภูเขาไฟ จากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 500 เมตร  
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวลำต้นตั้งตรงสายพันธุ์เดียวในสกุลทีไม่มีหนาม  สูง 15-28 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-25 ซม.ที่โคนฐานขยายเล็กน้อยมีรากพิเศษเรียบสีขาว รอยแผลเป็นวงแหวนที่เกิดจากใบร่วงโดดเด่น มีใบในมงกุฎ 8-10 ใบ ใบรูปขนนก(pinnate) ทางใบยาว 3 เมตร คอยอดยาว 0.8-1.4 เมตร ลักษณะเป็นกาบใบห่อหุ้มลำต้นสมบูรณ์บวมที่ฐานสีเขียวซีดปกคลุมด้วยขนละเอียดสีเงินและเกล็ดสีเทาถึงน้ำตาล- ดำที่ปลาย ใบย่อยสีเขียว มีประมาณ 50 ใบในแต่ละด้านจัดเรียงในระดับเดียวกันแนวนอนหรือแนวหลบลงเล็กน้อย ช่อดอกออกใต้ใบ (infrafoliar)โค้งแข็งยาว 0.8-1 เมตร แตกแขนงออกเป็น 3-4 กิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ในช่อดอกเดียวกัน (monoecious) ดอกสีขาวอมเขียว จัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ยกเว้นในส่วนปลายจะมีดอกเพศผู้เพียงดอกเดี่ยว ดอกเพศผู้เป็นรูปขอบขนานยาวประมาณ 1.5 ซม.และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 ซม.เกสรเพศ 80-130 อัน ดอกเพศเมียทรงกลมยาวประมาณ 0.6 ซม.และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม.ผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็นเหลือง และสีแดงสดใสเมื่อสุก ขนาดยาว 3.5-5 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 2.5 ซม
- ความคล้ายคลึงกันของต้นปาล์มในสกุลนี้ทำให้การกำหนดชนิดยาก บางทีอาจสับสนกับ Adonidia merrillii (หมากนวล) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นปาล์มที่มีขนาดเล็กกว่าและมีใบย่อยที่ขึ้นรูปเป็นรูปตัว V
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนชื้น ทนต่อน้ำค้างแข็งเล็กน้อยในช่วงสั้น ๆ (USDA Zone 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องถึง (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ดินที่เป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างเล็กน้อย pH 6.6-7.8 ชื้นสม่ำเสมอและมีการระบายน้ำได้ดี สามารถต้านทานลมแรงและไอเกลือในทะเล อัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ ทนต่อความแห้งแล้งได้หากไม่ยืดเยื้อ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก แต่โดยปกติจะเป็นการทำความสะอาดตัวเอง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---หายากในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ เนื่องจากการเก็บเกี่ยวเพื่อกินเป็นอาหาร
ใช้กิน---ตายอด หรือ หัวใจปาล์มกินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มภูมิทัศน์หลักมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย ที่ใช้ในเซาท์ฟลอริดาและใช้ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วไป การเติบโตอย่างรวดเร็วและขนาดที่พอเหมาะ ใช้ในการเสริมสร้างทัศนียภาพของอาคารหรือปลูกเป็นกลุ่ม เป็นแนว สามารถใช้ในงานใกล้ทะเล อาจปลูกผสมร่วมกับสายพันธุ์อื่นในพืชพันธุ์ภูมิทัศน์
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการกวาดล้างที่ดินเพื่อขยายการเกษตร ป่าไม้ และการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ทำให้ประชากรชนิดนี้ลดลง ได้รับการประเมินล่าสุดให้อยู่ในบัญชีแดงของ IUCN ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในปี 1998 ถูกระบุว่า 'ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้เกณฑ์ A1c' (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED A1c- ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species.(1998)
source: Dowe, J.L. 1998. Veitchia montgomeryana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38716A10144769. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38716A10144769.en.  เข้าถึงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566
การขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดสดแช่น้ำไว้ 2 วัน เพาะในดินร่วนโปร่งและระบายน้ำ รักษาความชื้นไว้ที่อุณหภูมิ 24°C - 26°C ระยะเวลางอก 1-3 เดือน

Winin Palm /Veitchia winin

[veet-KEE-ah] [WIHN-ihn]


Picture 1---Fairchild Tropical Garden, Florida. Photo by Kyle Wicomb. https://www.palmpedia.net/wiki/Veitchia_winin
Picture 2---Photo: richardlyonsnursery.com. https://www.palmpedia.net/wiki/Veitchia_winin

ชื่อวิทยาศาสตร์---Veitchia winin H.E.Moore.(1957)                                                                                                                               ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670226-1
ชื่อสามัญ---Winin Palm, Malakula Palm.
ชื่ออื่น---[CHINESE: Hei jing la zhou ye.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---VTHSS (Preferred name: Veitchia sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---วานูอาตู
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Veitchia' จากครอบครัว Veitch ซึ่งเป็นเจ้าของ Londin nursery ที่มีชื่อเสียงก่อตั้งโดย James และ John Veitch (1725-183) ซึ่งมีผลงานตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 20 ; ชื่อสายพันธุ์ 'winin' คือ 'une' เป็นชื่อที่ใช้โดยประชากรในท้องถิ่น
Veitchia winin เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHarold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2500
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในวานูอาตูโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาะ Malakula ซึ่งมันเติบโตในป่าที่อุดมสมบูรณ์จากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 550 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวลำต้นตั้งตรงขยายขนาดเล็กน้อยที่ฐานเรียบสีเทา สูงประมาณ 15-18 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 18-25 ซม. ซึ่งสามารถมองเห็นรอยแผลเป็นวงแหวนที่เกิดจากใบร่วงหล่น คอยอดหรือฐานทางใบห่อหุ้มลำต้นอย่างสมบูรณ์ ปกคลุมด้วยละอองสีขาวและเกล็ดสีน้ำตาลแดงเล็ก ๆ ที่รวมกันไปทางก้านใบซึ่งมีความหนาเป็นพิเศษยาว 1-1,2 เมตร มีใบรูปขนนก (pinnate) ประมาณ 10 ใบบนก้านใบสั้น ทางใบยาวประมาณ 3 เมตร มีใบย่อยประมาณ 50 ใบในแต่ละด้านจัดเรียงในระดับเดียวกันสม่ำเสมอ ใบสีเขียวเข้มปกคลุมด้วยเกล็ดเล็กๆด้านล่าง ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกยาวประมาณ 60-90 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกสีขาว จัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ในส่วนปลายสุดมีดอกเพศผู้เพียงคู่เดียวเท่านั้น ดอกเพศผู้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 1 ซม.จำนวนเกสรเพศผู้สูงกว่า 80-130 ดอก ดอกเพศเมียกลมโตขนาดประมาณ 0.6 ซม.ผลอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็นเหลืองเมื่สุกสีแดงสดใส ขนาด 1.5-1.8 ซม. มีเมล็ดรูปไข่ 1 เมล็ด ขนาด 0.8 ซม.
- มีลักษณะคล้ายกับ Veitchia arecina ซึ่งแตกต่างกันไปตามดอกเพศผู้ยาวกว่า 1.5 ซม.จำนวนเกสรตัวผู้สูงกว่า 80-130 อัน และขนาดผลที่ใหญ่กว่า
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถเพาะปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อนและเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงไปต่อวัน) ยกเว้นในช่วง 2-3 ปีแรกของการเจริญเติบโตต้องการร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดินแต่เติบโตได้ดีที่สุดในดินลึกมีการระบายน้ำได้ดีและอุดมไปด้วยสารอินทรีย์มีสภาพเป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างเล็กน้อย pH 6.6-7.8 รักษาความชุ่มชื้นของดินอย่างต่อเนื่องแม้เมื่อเป็นต้นโตจะสามารถทนแล้งได้ในระยะเวลาสั้น ๆ และทนต่อไอเกลือ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ ทนต่อความแห้งแล้งได้หากไม่ยืดเยื้อ และอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก แต่โดยปกติจะเป็นการทำความสะอาดตัวเอง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงสารอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีค่าประดับในงานภูมิทัศน์อย่างยิ่ง เนื่องจากก้านใบบางและมงกุฎที่สง่างามของใบ ถึงจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก ก็ปลูกเดี่ยว หรือปลูกเป็นกลุ่ม ตามสวนสาธารณะ ริมทางเดินและสวนทั่วไป สามารถใช้งานใกล้ทะเล
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดสดแช่น้ำไว้ 2 วัน เพาะในดินที่มีอากาศถ่ายเทและระบายน้ำได้ รักษาความชื้นไว้ที่อุณหภูมิ 24°C - 26°C ระยะเวลางอก 2 เดือน


สกุล Voanioala (voh-ah-nee-oh-AHL-ah) เป็นประเภทปาล์ม Monotypic มีสายพันธุ์เดียวในสกุล คือ Voanioala gerardii เป็นพืชเฉพาะถิ่นของมาดากัสการ์คาบสมุทร Masoala สกุลนั้นถูกตั้งชื่อตามชื่อท้องถิ่นในขณะที่ชื่อสายพันธุ์ตั้งเป็นเกียรติแก่ Jean Gerard หนึ่งในผู้ค้นพบ  (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995) / Palmweb

Forest coconut /Voanioala gerardii

[voh-ah-nee-oh-AHL-ah] [jehr-AHRD-ee]


Picture 1, 2---Madagascar. Photo by Jeff Searle, of Searle Bros. Nurseries, FL. https://www.palmpedia.net/wiki/Voanioala_gerardii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Voanioala gerardii J.Dransf.(1989)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:937557-1/general-information
ชื่อสามัญ---Forest coconut
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Voa-nio-ala (forest coconut, Betsimisaraka).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code--- WOAGE (Preferred name: Voanioala gerardii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Voanioala' ถูกตั้งชื่อตามชื่อท้องถิ่น ชื่อปาล์มของมาลากาซีคือ 'voanio-ala' ซึ่งแปลตรงตัวว่า 'มะพร้าวป่า'; ฉายาเฉพาะ 'gerardii' ตั้งเป็นเกียรติแก่ Louis Gerard (1733-1819) แพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส หนึ่งในผู้ค้นพบ
Voanioala gerardii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2532
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ โดยพบได้เพียง 3 พื้นที่รอบๆ อ่าว Antongil ของคาบสมุทร Masoala เท่านั้น เกิดขึ้นในป่าที่ราบต่ำที่อุดมไปด้วยต้นปาล์มและใบเตยในพื้นที่หุบเขาแอ่งน้ำและบนทางลาด ที่ระดับความสูงประมาณ 200–450 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
- เชื่อกันว่าสายพันธุ์นี้อาจเป็นบรรพบุรุษของมะพร้าว (Cocos nucifera) ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ถึงแม้ว่า nut จะมีขนาดประมาณ 5 x 7 ซม.และมีน้ำหนักประมาณ 100-120 กรัม ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมะพร้าวสมัยใหม่ (Cocos nucifera) สามารถสังเกตได้ในความคล้ายคลึงกันของการจัดช่อดอกและโครงสร้างทางกายภาพของผล (nut)
- คุณลักษณะหนึ่งของปาล์มนี้คือมีโครโมโซมจำนวนมากในเซลล์ของมัน โดยที่ประมาณ 600 โครโมโซม ถือเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกสำหรับพืชใบเลี้ยงเดี่ยว


Picture 1---Photo by chez Don H. https://www.palmpedia.net/wiki/Voanioala_gerardii
Picture 2---Antalavia, Masoala, Madagascar. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Voanioala_gerardii

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวประเภท Pleonanthic monoecious (อธิบายการออกดอกอย่างต่อเนื่องไม่ตายหลังจากออกดอก เป็นดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน) สูง 15-20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 35 ซม.รอยวงแผลเป็นเฉียงที่เกิดจากใบระยะห่าง 10 ซม.มีรากขนาดใหญ่ลักษณะเหมือนลำต้นก้าว ยาวถึง 1 เมตร แยกส่วนออกจากลำต้นอย่างชัดเจน มีใบรูปขนนก 15-20 ใบ ในมงกุฎ ยาวสูงสุด 5 เมตร ไม่มีก้านใบ ใบย่อยสีเขียวค่อนข้างแข็งมีมีแว็กซ์สีขาวคลุม มีประมาณ 70 ใบในแต่ละด้าน จัดเรียงในระนาบเดียว ช่อดอกออกระหว่างใบ ( interfoliar) และโค้งผ่านกาบใบยาวประมาณ 1.5 เมตร ช่อที่สองของช่อดอกจะหนาเป็นไม้และร่องลึกล้อมรอบดอกในตาแล้วแยกตามยาว กิ่งก้านดอกมีมากมาย (ประมาณ 60) ข่อดอกสีครีมเหลืองมีกลิ่นหอมและมีดอกทั้งเพศผู้และเพศเมีย ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 12 อัน ผลเมื่อสุกสีน้ำตาลแดงสดเจริญเป็นพวงหนาขนาดใหญ่ ผลไม้มีขนาด 7–8 × 4–5 ซม.ภายในผนังด้านนอกของผลไม้มีเอนโดคาร์ปซึ่งมีความหนามากและเป็นเนื้อไม้ ด้านนอกมีร่องลึกและมีส่วนที่ยื่นออกมาไม่ปกติ ด้านในทะลุเมล็ดได้ ที่ปลายฐานของเอนโดคาร์ปจะมีรูพรุนที่แตกต่างกันสามรู เอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกันและเป็นฐานของเอ็มบริโอ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 10a-11) ต้องการตำแหน่งแสงส่องถึงที่อบอุ่นชื้นและดินอุดมสมบูรณ์ เป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างอ่อน pH 6.1-7.8 มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโตช้า สร้างใบใหม่ 2-3 ใบต่อปี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์--ใช้กิน ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อให้ได้ตายอดหรือหัวใจปาล์มที่กินได้ ในท้องถิ่นตายอดอ่อนและใบอ่อนสุกกินเป็นผัก
อื่น ๆ--- ผลไม้เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้สะสมเมล็ดพันธุ์ที่ผิดกฎหมาย
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก ถูกคุกคามจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการตัดไม้ รวมถึงการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้า และยังเป็นที่ต้องการหัวใจปาล์มที่กินได้ คาดว่ามีต้นไม้ใหญ่ประมาณ 10-15 ต้นเป็นที่รู้จักในทุกพื้นที่และจำนวนประชากรก็ลดลง นอกจากนี้ยังหายากเนื่องจากการกระจายตัวของเมล็ดไม่ดี ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งภายใต้เกณฑ์ D'
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Voanioala gerardii . IUCN Red List of Threatated Species 2012: e.T38723A2883819. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38723A2883819.en. เข้าถึงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2023.
สถานะการอนุรักษ์---CITES Appendix II - การควบคุมการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ที่ไม่เข้ากันกับการอยู่รอดของสายพันธุ์ - ทั่วโลก
แหล่งข้อมูล---ข้อมูลด้านล่างนี้มาจากเว็บไซต์Species+ https://www.iucnredlist.org/species/38723/2883819
- กฎหมาย CITES จาก Species+ โดยละเอียด Go to species page onSpecies+ (courtesy of UNEP-WCMC)
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38723/2883819
-ได้รับการคุ้มครองในอุทยานแห่งชาติ Masoala จำเป็นต้องมีการควบคุมและติดตามการเก็บเกี่ยวและการค้า
- นอกเหนือจากการรวมที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่คุ้มครองแล้ว ยังไม่มีมาตรการอนุรักษ์เฉพาะในปัจจุบัน
ขยายพันธุ์---เมล็ด งอกยากและการเจริญเติบโตช้ามาก
- ผลสุกสะสมเป็นจำนวนมากใต้ต้นไม้ (เว้นแต่คนเก็บเมล็ดจะเก็บเกี่ยว) แสดงว่าแทบไม่มีการกระจายตัวที่มีประสิทธิภาพเลย


สกุล Wallichia (Wahl-lik-EE-ah) เป็นประเภทปาล์ม Monocarpic (ออกดอกติดผลแล้วตาย) มีการกระจายในภาคตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัยเหนืออินโดจีนและทางตอนใต้ของประเทศจีน มี 8 สายพันธุ์ที่ยอมรับได้ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Wallichia caryotoides Roxb. - -บังคลาเทศ , จีนยูนนาน ,พม่า ,ไทย (Wallichia siamensis-เขือง ดูที่ปาล์ม7)
2 Wallichia disticha T.Anderson - บังคลาเทศ,ภูฏาน , อินเดีย:อรุณาจัลประเทศ ,อัสสัม , จีน: ยูนนาน, พม่า, ไทย,ลาว( ดูที่ ปาล์ม7 - หมากนเรศวร)
3 Wallichia gracilis Becc. - จีน:กวางสี , ยูนนาน,เวียดนาม
4 Wallichia lidiae A.J.Hend - เขตพะโคของพม่า
5 Wallichia marianneae Hodel - ประเทศไทย (ดูที่ ปาล์ม5-เต่าร้างแดง)
6 Wallichia nana Griff - บังคลาเทศภูฏานอินเดีย: อรุณาจัลประเทศอัสสัม
7 Wallichia oblongifolia Griff. - -เทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือและตะวันออกของอินเดียเนปาลบังคลาเทศภูฏานจีน: ยูนนาน
8 Wallichia triandra (J.Joseph) S.K.Basu. - อินเดีย: อรุณาจัลประเทศทิเบต

Himalayan dwarf fishtail palm /Wallichia oblongifolia

[wahl-lik-EE-ah] [ohb-lohn-jih-foh-LEE-ah]


Picture 1---St. Pete FL. Photo by Mike Evans. https://www.palmpedia.net/wiki/Wallichia_oblongifolia
Picture 2---Hawaii. Photo by Timothy Brian. https://www.palmpedia.net/wiki/Wallichia_oblongifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Wallichia oblongifolia Griff (1845)
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/670259-1#synonyms
---Basionym: Harina densiflora (Mart.) Walp.(1853). http://legacy.tropicos.org/Name/50006406    
---Harina oblongifolia (Griff.) Griff. (1850)
---Wallichia densiflora Mart. (1845)
---Wallichia oblongata Regel (1875)
ชื่อสามัญ---Himalayan Dwarf Fishtail Palm, Wallichs Dwarf Fishtail Palm, Oblong-Leaf Wallichia
ชื่ออื่น---[CHINESE: Mi hua wa li zong.];[INDIA: Araru, Chilputtal, Ipathi.];[MYANMAR: Zanong.];[NEPAL: Khareto.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ ภูฏาน จีน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Wallichia'เป็นเกียรติแก่ Nathaniel Wallich (1786–1854) ศัลยแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ;ชื่อเฉพาะ สายพันธุ์ 'oblongifolia' หมายถึงใบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
Wallichia oblongifolia เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย William Griffith (1810–1845) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2388

 

Picture 1---Male inflorescence. Photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Wallichia_oblongifolia
Picture 2---Female inflorescence. Photo by Paul Craft .https://www.palmpedia.net/wiki/Wallichia_oblongifolia

ที่อยู่อาศัย--- พบในอินเดีย [อัสสัม, มณีปุระ, เมฆาลัย, ตริปุระ และอุตตรประเทศ (Gharwal Himalaya).] บังคลาเทศ, ภูฏาน, สิกขิม, จีน (ยูนนาน) ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มหรือภูเขาโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นหินบนทางลาดชัน ที่ระดับความสูง 200-1,600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดเล็กที่มีการจัดกลุ่มเป็นกลุ่มหนาแน่นสูง 2-3 เมตร ทรงพุ่มแผ่กระจาย 3-4 เมตร มักจะมีลำต้นที่สั้นมากส่วนใหญ่อยู่ใต้ดินหรือสูงเหนือพื้นดินประมาณ 1 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 ซม.ใบมีการจัดเรียงเป็นเกลียวหรือมีลักษณะแตกต่างกัน pinnate และ induplicat ก้านใบยาว 2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้มด้านบนและโค้งจัดเป็นเกลียว สีเงินขาวสว่างด้านใต้ใบ มีใบย่อย 16-17 ต่อด้าน เรียงสลับสม่ำเสมอในระนาบเดียวกัน ใบย่อยแบ่งออกเป็นแผ่นพับเหมือนหางปลา ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliär) ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียเกิดบนต้นเดียวกัน ที่แยกจากกัน (monoecious) อย่างไรก็ตาม ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะเกิดขึ้นในเวลาต่างกันบนต้นเดียวกัน ดังนั้นหากไม่มีช่อที่ออกดอกพร้อมกัน 2 ช่อ ก็จำเป็นต้องมีต้น 2 ต้นเพื่อการผสมเกสร ก้านช่อดอกมักมีขนสีน้ำตาลและมีเกล็ด ช่อดอกเพศผู้จะห้อยลงมามองไม่เห็นทั้งหมด rachillae มากมาย ยาวอย่างน้อย 12 ซม. ดอกเพศผู้ 7-10 มม.เกสรเพศผู้ 6 อัน ช่อดอกเพศเมียยาวถึง 1 เมตร กระจายแนวนอน rachillae 16-32 (35) ซม.ดอกเพศเมีย 6 มม.ผลรูปไข่สีเขียวเปลียนเป็นสีแดงหรือม่วงเมื่อสุก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 x 0.8 ซม.มีเมล็ดกลม 1-3 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน ทนต่อน้ำค้างแข็งได้ปานกลางโดยไม่เกิดความเสียหาย (USDA Zone 9b-10b) ตำแหน่งดีที่สุดในที่ร่ม (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ และเติบโตได้ในดินเหนียว ความทนทานต่อแรงลมและไอเกลือไม่ดี อัตราการเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำอุดมสมบูรณ์ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอันตราย---None known
การใช้ประโยชน์---ใบใช้สำหรับมุงและทำไม้กวาด
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ขยายพันธุ์---เมล็ด งอกยากผิดปกติ


สกุล Welfia (well-FEE-ah) เป็นประเภทของปาล์มที่พบในอเมริกากลาง (ปานามา ,คอสตาริกา ,ฮอนดูรัส ,นิการากัว ) และตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ (โคลอมเบีย ,เอกวาดอร์ ,เปรู ) มีเพียงสองสายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน
1 Welfia alfredii A.J.Hend. & Villalba
2 Welfia Regia H.Wendl.

Alfredii Palm /Welfia alfredii

[wahl-lik-EE-ah] [ahl-fred'-ee]


Picture 1---Photo-jbmperu.org. https://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_alfredii
Picture 1---Pasco, Peru. Photo by Dr. A. Gentry. https://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_alfredii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Welfia alfredii A.J.Hend. & Villalba.(2013)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/77130685-1
ชื่อสามัญ---Alfredii Palm
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Ponilha.]; [PERU: Chontilla, Palmerilla, Ponilla, Shontilla.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---WFIAL (Preferred name: Welfia alfredii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์---เปรู
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Welfia' ได้รับการขนานนามว่าเป็น House of Welf (Guelph หรือ Guelph, Italy Guelpho) ราชวงศ์ของขุนนางและผู้ปกครองเยอรมันในอิตาลีและเป็นศูนย์กลางของยุโรปในยุคกลางต่อมารวมถึง Hanoverian Welfs ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น ผู้ปกครองของสหราชอาณาจักร 4 ; ชื่อสายพันธุ์  'alfredii' ตั้งชื่อตาม Alfred Henderson (1834-1871)
Welfia alfredii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Andrew James Henderson (born 1950)  Palm-systematist,ภัณฑารักษ์ของสถาบันพฤกษศาสตร์ระบบที่สวนพฤกษศาสตร์นิวยอร์ก และ Isabel Villalba (fl. 2013) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2556
ที่อยู่อาศัย---ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เล็กๆ ทางตอนกลางของเปรู (Huánuco, Pasco, Ucayali) บนเทือกเขา Cordillera, Cordillera El Sira ในป่าดิบชื้นหรือป่าเมฆ เติบโตร่วมกับ ปาล์มขนาดใหญ่หลายชนิด เช่น Dictyocaryum lamarckianum, Euterpe luminosa, Socratea exorrhiza ที่ระดับความสูง 1,400-1,550 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 6-25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-25 ซม. มีร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบและช่อดอก ปกคลุมด้วยใบแห้งที่ติดอยู่เป็นเวลานาน ใบรูปขนนก มี 7-25 ใบ ในมงกุฎ ทางใบยาว 3-5 เมตร ก้านใบค่อนข้างสั้น มีใบย่อย 33-90 ใบในแต่ละด้านจัดเรียงระนาบเดียว สีเขียวเข้ม ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar)ช่อดอกยาว 0.50-1.1 เมตร แยกเป็น 1-2 กิ่ง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกไม้จัดเรียงเป็นสาม (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยว ดอกไม้เพศผู้ มีกลีบเลี้ยงแคบ ๆ 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ เชื่อมต่อกันเล็กน้อยที่ฐาน มีเกสรเพศ ผู้ 33–46 อัน ดอกเพศผู้มีกลิ่นหอม สำหรับล่อแมลงและผึ้ง ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้ายกับดอกไม้เพศผู้ ผลดิบคล้ายอัลมอนด์เมื่อตากแห้ง ผลสุกรูปกลมมีเนื้อบางมีเส้นใยขนานกัน ขนาด 2.8-4 ซม. เมล็ด 1 เมล็ด มีความแข็งและหนาแน่นมาก  ขนาด 2-2.8 ซม.ผลใช้เวลากว่าจะสุก 18-20 เดือน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน ทนต่อน้ำค้างแข็งได้ปานกลางโดยไม่เกิดความเสียหาย (USDA Zone 9b-10b) ชอบตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึง (ไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินร่วนปนทราย ดินทรายปนดินเหนียวเล็กน้อยที่ชื้นและระบายน้ำได้ดี อัตราการเติบโตค่อนข้างช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ใช้ประโยชน์---ไม่มีบันทึก
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

Amargo Palm /Welfia Regia

[wahl-lik-EE-ah] [reh-JEE-ah]

 

Picture 1---Bocas Del Toro, Panama. Photo by Rolando Perez & Richard Condit.http://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_Regia
Picture 2---In habitat. Photo-Rare Palm Seeds.com.http://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_Regia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Welfia Regia H.Wendl.(1869)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670285-1#synonyms
---Welfia georgii B.S.Williams (1870).
---Welfia microcarpa Burret (1930)
ชื่อสามัญ---Amargo Palm,
ชื่ออื่น---[COLOMBIA: Amargo.];[ENGLISH: Panama feather palm.];[PERU: Camara.];[COSTA RICA/PANAMA: Palma conga.];[NICARAGUA: Palma hilera.];[SPANISH: Palma amarga.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---WFIRE (Preferred name: Welfia Regia.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คอสตาริกา ,ฮอนดูรัส ,นิการากัว ,ปานามา ,โคลอมเบีย ,เอกวาดอร์และเปรู
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Welfia' ได้รับการขนานนามว่าเป็น House of Welf (Guelph หรือ Guelph, Italy Guelpho) ราชวงศ์ของขุนนางและผู้ปกครองเยอรมันในอิตาลีและเป็นศูนย์กลางของยุโรปในยุคกลางต่อมารวมถึง Hanoverian Welfs ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น ผู้ปกครองของสหราชอาณาจักร 4 ; ชื่อสายพันธุ์ 'Regia' จากภาษาละติน แปลว่า ราชวงศ์, กษัตริย์
Welfia Regia เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ 2412


Picture 1---La Selva CR. Photo by Ruddy BENEZET.http://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_Regia
Picture 2---Rain Forest Aerial Tram, Braulio Carrillo National Park, Costa Rica. Photo by Ryan D. Gallivan http://www.palmpedia.net/wiki/Welfia_Regia

ที่อยู่อาศัย---มีการกระจายอย่างกว้างขวางในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ทางตะวันตกเฉียงเหนือตั้งแต่นิการากัวไปจนถึงโคลัมเบียและเอกวาดอร์ ในเขตร้อนชื้นที่มีฝนตกชุก บนเนินลาดและสันเขาในที่ลุ่มสู่ป่าดิบเขาที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร
ลักษณะ---ปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 15-20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น10-30ซม.ลำต้นสีน้ำตาลแดงสลับกับสีครีมที่เกิดจากร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าหลุดร่วง สวยงามมาก มงกุฎคล้ายขนไก่ขนาดใหญ่ ใบรูปขนนก (pinnate) ตั้งตรงยาว 4-6 เมตร ทางใบมักจะโค้งและมีการบิดเพื่อให้ส่วนปลายของใบยืนในแนวตั้ง ก้านใบยาว 1 เมตร มีใบย่อยประมาณ 100-150 ในแต่ละด้าน สีเขียวสดใสเป็นมันเงาจนดูเหมือนพลาสติก ใบใหม่เป็นสีน้ำตาลแดงถึงแดงเชอร์รี่อย่างเหลือเชื่อ และค่อย ๆ จางหายไปเป็นสีเขียวมะนาวที่น่าอัศจรรย์  ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกมีแกนสั้นแข็งแรงแบนเล็กน้อย จัดเรียงเป็นแถวยาว 8 แถว ดอกสีครีม ผลมีเนื้อบางมีเส้นใยขนาน รูปวงรีบีบอัดเล็กน้อยด้านข้าง เมื่อสุกสีน้ำตาลแดง ขนาด 3.5-4.5 ซม.มีเมล็ดรูปรี 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน ที่มีฝนตกชุก (USDA Zone 11) ชอบตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึง (ไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี อัตราการเติบโตค่อนข้างช้า สำหรับต้นไม้ที่เติบโตเร็วที่สุด สูง 20 เมตร ใช้เวลา 31 ปี และสำหรับต้นไม้ที่โตช้าจะใช้เวลาไม่เกิน 80 ปี การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและแหล่งวัตถุดิบ
ใช้กิน---ตายอดซึ่งเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มขนาดใหญ่ที่น่าดึงดูดใจ มีใบใหม่สีแดงเข้มสวยงามและมีมงกุฎคล้ายลูกขนไก่ขนาดใหญ่ ยังหายากมากในการเพาะปลูก
การใช้อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุง คงทนอยู่ได้นานหลายปี ลำต้นถูกใช้เป็นเสาหลักในบ้านแบบดั้งเดิมโดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งเนื่องจากความสามารถในการต้านทานการเน่าเปื่อยเมื่อแช่อยู่ในน้ำทะเล
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species.(2001)
http://legacy.tropicos.org/Name/50078354
ขยายพันธุ์---เมล็ด



ขอขอบคุณบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้สำหรับการมีส่วนร่วมในบทความนี้ไม่ว่าจะในรูปถ่ายหรือข้อมูล

อ้างอิง แหล่งที่มา
REFERENCES
General Bibliography
+
REFERENCES
General & specific on-line
+
REFERENCES
Complementary / Specific

---หนังสือ “คู่มือปาล์มประดับ” ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น.2
---คู่มือปาล์มประดับ : Ornamental Palm ฉบับปรับปรุงและเพิ่มเติม/ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น 2550
---หนังสือ"ปาล์มประดับที่ปลูกได้ในประเทศไทย"สวัสดิ์ หรั่งเจริญ สำนักพิมพ์มติชน 2547
---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)
---Australian Government's Species Profile and Threats Database. http://www.environment.gov.au/
---Palmpedia - Palm Grower's Guide https://www.palmpedia.net    
---ฐานข้อมูลพรรณไม้มีชีวิต องค์การสวนพฤกษศาสตร์ Living Plant Database of The Botanical Organization                                ---ต้นปาล์มในเอเชียใต้โดย Andrew HENDERSON https://books.google.co.th                                                                       ---ประมวลคำศัพท์ปาล์ม: ขึ้นอยู่กับอภิธานศัพท์ใน Dransfield, J. , NW Uhl, CB Asmussen-Lange, WJ Baker, MM Harley และ CE Lewis 2008 จำพวก Palmarumวิวัฒนาการและการจำแนกประเภทของปาล์มสวนพฤกษศาสตร์ Royal, Kew http://eunops.org/content/glossary-palm-terms                                                                                                                                              ---Plant of the world on line.Kewscience.http://powo.science.kew.org                                                                         ---The IUCN Red List of Threatened Species. https://www.iucnredlist.org                                                                          ---ประมวลคำศัพท์ปาล์ม http://eunops.org/content/glossary-palm-terms                                                                    ---Catalogue of Life: 2019 Annual Checklist.http://www.catalogueoflife.org/col/search/all/key/

              
***แหล่งข้อมูลที่สำคัญมีดังนี้:
---www.palmweb.org - แหล่งข้อมูลซึ่งให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือจำนวนมากเกี่ยวกับอนุกรมวิธานปาล์มและระบบการตั้งชื่อ
---Govaerts, R. และ J. Dransfield 2005 รายการตรวจสอบโลกของ Palms สำนักพิมพ์ Kew รายการตรวจสอบได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและสามารถเข้าถึงออนไลน์ได้ที่http://apps.kew.org/wcsp/home.do
---Dransfield, J. , NW Uhl, C. Asmussen, WJ Baker, MM Harley และ C. Lewis 2551. จำพวก Palmarum วิวัฒนาการและการจำแนกประเภทของปาล์ม (Genera Palmarum ed. 2) สำนักพิมพ์คิว
---http://eunops.org/content/glossary-palm-terms คำศัพท์อินเทอร์แอคทีฟของปาล์มโดยอ้างอิงจากอภิธานศัพท์ที่พิมพ์ใน Genera Palmarum ed 2 ***http://thaipalm.myspecies.info/
ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับ Geoff Stein (Palmbob) สำหรับภาพถ่ายนับร้อยของเขา
ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับPalmweb.org ดร. จอห์นดรานสฟิลด์ ดร. บิลเบเกอร์และทีมสำหรับข้อมูลและภาพถ่ายของพวกเขา
ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของศิลปินและช่างภาพ (ดูภาพเครดิต)


Check for more information on the species:         
อ้างอิง, แหล่งที่มา
ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---The Plant List (TPL) was a working list of all known plant species  http://www.theplantlist.org/
---Useful Tropical Plants. http://tropical.theferns.info/viewtropical.                       
---India Biodiversity Portal. http://indiabiodiversity.org/species/show/                    
---Plants of the World Online Kew Science.www.plantsoftheworldonline.org/taxon/urn:lsid:ipni.org
---GBIF.the Global Biodiversity Information Facility.https://www.gbif.org/species/
---PALMS & CYCADS https://www.llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/
---IUCN. Red List of Threatened Species.https://www.iucnredlist.org/
---https://www.nparks.gov.sg/florafaunaweb/who-we-are
---http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Winitia0cauliflora0(Scheff.)0Chaowasku
---http://www.asianplant.net/Annonaceae/Stelechocarpus_cauliflorus.htm
---http://khaophrathaew.org/Biodiversity_Flora2.htm
---https://whatflower.net/about/
---IPNI , 2003, ดัชนีชื่อพืชสากล. ฐานข้อมูลออนไลน์ < http://www.ipni.org/ >
---https://gd.eppo.int/search
---http://www.worldfloraonline.org
---https://llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/Family/Arecaceae/
---https://www.cabidigitallibrary.org/
---การออกเสียงสะกดชื่อละตินโดย edric https://www.palmpedia.net/wiki/
REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary
แหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปาล์มมีดังนี้ https://thaipalm.myspecies.info/
---www.palmweb.org – แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้จำนวนมากเกี่ยวกับอนุกรมวิธานปาล์มและระบบการตั้งชื่อ
---Govaerts, R. และ J. Dransfield 2005. รายการตรวจสอบปาล์มโลก. สำนักพิมพ์ว่าว. รายการตรวจสอบได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและสามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ที่http://apps.kew.org/wcsp/home.do
---Dransfield, J., NW Uhl, C. Asmussen, WJ Baker, MM Harley และ C. Lewis 2551. สกุล Palmarum. วิวัฒนาการและการจำแนกประเภทของปาล์ม (Genera Palmarum ed. 2.) สำนักพิมพ์คิว.
---http://eunops.org/content/glossary-palm-terms อภิธานศัพท์แบบอินเทอร์แอกทีฟของคำศัพท์ทางปาล์มตามอภิธานศัพท์ที่ตีพิมพ์ใน Genera Palmarum ed. 2
ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับ Geoff Stein (Palmbob) สำหรับภาพถ่ายนับร้อยของเขา
ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับPalmweb.org ดร. จอห์นดรานสฟิลด์ ดร. บิลเบเกอร์และทีมสำหรับข้อมูลและภาพถ่ายของพวกเขา
---Plants Database    Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
---Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
---Tropicos    Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
---GBIF    Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
---IPNI    International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
---EOL    Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
---PROTA       Uses    The Plant Resources of Tropical Africa  
---Prelude    Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
www.suansavarose.com

Update
7/7/2019

4/5/2021

22/6/2022

Late update 4/9/2023 - 9/9/2023




  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view